Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สยบกระแสดราม่า’โตโน่’ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง’ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ’

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685199

สยบกระแสดราม่า'โตโน่'ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง'ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ'

สยบกระแสดราม่า’โตโน่’ว่ายข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นฟันธง’ง่ายกว่าว่ายน้ำในสระ’

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.53 น.

มีใครจะเถียงอีกมั๊ย? สยบกระแสดราม่า “โตโน่” ว่ายน้ำข้ามโขง 3 นักว่ายน้ำท้องถิ่นเมืองนครพนมฟันธง “ว่ายข้ามโขงง่ายกว่าว่ายน้ำในสระว่าย สาเหตุเพราะในลำน้ำโขงมีกระแสน้ำที่ไหลต่างจากในสระน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง” เผยพร้อมลงว่ายด้วยถ้า “โตโน่” เชิญ พร้อมชื่นชม”โตโน่” มาสร้างชื่อเสียงให้กับนครพนม

จากกรณี โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง มีเจตนาดีในการทุ่มแรงกายแรงใจต้องการระดมทุนประมาณ 10 ล้านบาทเพื่อจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประจำจังหวัดนครพนม และโรงพยาบาลที่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ภายใต้โครงการ “One Man & The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้” ด้วยการว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงในวันที่ 22 ต.ค. 

โดยจะเริ่มว่ายออกสตาร์ทจากลานพญาศรีสัตตนาคราชของฝั่งนครพนม ไปขึ้นที่พระธาตุศรีโคดตะบองของฝั่งลาว เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร และก็ว่ายกลับมาที่เดิม เป็นระยะทางอีก 5 กิโลเมตร รวมระยะทางเป็น 15 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านี้ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โตโน่ ได้ลงพื้นที่หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเส้นทาง สถานที่จัดกิจกรรม เป็นการเตรียมความพร้อม อีกทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศรวมถึงเป็นการส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

เมื่อใกล้ถึงวันที่กำหนดคือวันที่ 22 ตุลาคมก็เกิดกระแสดราม่าถูกวิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกโซเซียล เนื่องจากมีฝนตกหนัก อาจทำให้กระแสน้ำในแม่น้ำโขงเชี่ยวกราก ผู้คนเป็นห่วงด้วยเกรงว่าจะเป็นอันตราย และไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมนี้ พร้อมแนะโตโน่ คิดระดมทุนด้วยวิธีอื่น ไม่ควรเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง และอาจทำให้หมอ พยาบาล และทีมกู้ภัยต้องเหนื่อยเปล่าจากกิจกรรมว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงของโตโน่ในครั้งนี้

ล่าสุด โตโน่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว หลังเจอดราม่าดังกล่าวตลอดหลายวันที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @mootono29 ว่า “ยอดทะลุ 1 ล้านบาทแล้วอย่างรวดเร็ว ขอบคุณมากๆ เลยนะครับทุกคน ชื่นใจมาก ๆ ครับ ที่เห็นทุกคนมาช่วยกัน เหลือเวลา อีกแค่ 16 วันแล้ว ช่วยกันต่อไปนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการลดขยะพลาสติก การช่วยกันดูแลแม่น้ำทุกสายในประเทศ และการรู้จักแบ่งปันให้กับทั้งเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ทุกสายพันธุ์ โลกใบนี้จะดีขึ้นได้ เพราะทุกคนช่วยกันลงมือทำครับ เงินที่ได้รับจากการบริจาคทั้งสิ้น จะถูกนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลนครพนม และ โรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรมการแพทย์’เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685194

'กรมการแพทย์'เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

‘กรมการแพทย์’เตือนครอบครัว ผู้เสพติด รีบบำบัดรักษา ก่อนสายเกินไป!

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.09 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.)  เตือนยาเสพติดทำให้ผู้เสพขาดสติ รีบเข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อนที่จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้และก่ออาชญากรรม ร้ายแรงที่สุดอาจจะทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว แนะประเมินตนเองผ่าน line official ห่วงใย

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กระแสข่าวการก่อความรุนแรงในสังคมที่เกิดจากผู้ใช้ยาและสารเสพติด โดยเฉพาะยาบ้า ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
บางคนบาดเจ็บ บางคนถึงขั้นเสียชีวิต บางครอบครัวต้องสูญเสียคนที่รักไป กลายเป็นเรื่องเศร้าที่กระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก การกระทำความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายของผู้เสพได้รับยาเสพติดเป็นระยะเวลานาน เมื่อยาเสพติดเข้าสู่ร่างกายจะมีผลต่อสมอง เมื่อหมดฤทธิ์จะทำให้ผู้เสพมีอาการหงุดหงิด ซึมเศร้า
ในขณะเดียวกันเมื่อใช้ยาเสพติดบ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลเสียไป
ทำอะไรตามใจ ตามอารมณ์ แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด เกิดอาการทางจิตประสาท ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เป็นสาแหตุของการก่อความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ  ย้ำเตือนทุกคนในสังคม หากพบคนใกล้ชิดเข้าไป
ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องรีบปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาทางช่วยเหลือ หรือรีบนำเข้าสู่กระบวน
การบำบัด โดยสามารถขอคำปรึกษาและรับการบำบัดรักษาได้ที่สถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง ทั้งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป หรือโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลตำรวจ ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. เป็นต้น

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ
บรมราชชนนี (สบยช.)  
กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประสบปัญหาเกี่ยวกับยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่
สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165 และสายด่วนเลิกยาเสพติด ผ่านศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทาง Line Official ‘ห่วงใย’ ระบบแชทบ็อตตอบคำถามอัตโนมัติ ที่ตอบทุกเรื่องเพื่อประเมินตัวเองเกี่ยวกับการติดสารเสพติดและการให้คำปรึกษา โดยพิมพ์ในช่องค้นหาโดยใช้ คำว่า “@1165huangyai” ก็สามารถใช้งานได้เลย จะพบกับเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การประเมินตนเองว่า ติด/ไม่ติด ซึ่งถ้าเรารู้ตัวเร็ว ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เร็วขึ้นและยังมีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้ เพื่อเป็นแนวปฏิบัติเบื้องต้น สำหรับผู้ติดยาและสารเสพติด
หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษ์สงขลา และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ปัตตานี หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที www.pmnidat.go.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’ เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685171

'สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี' เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

‘สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี’ เททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.49 น.

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธานเททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ – พระธรรมรัตนาภรณ์สมทบปัจจัยช่วยเหลือเหยื่อกราดยิงหนองบัวลำภู-มอบข้าวสารช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันที่ 7 ต.ค.65 เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดสายสุวพรรณ ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระประธานอุโบสถวัดสายสุวพรรณ (องค์ต้นแบบ) โดยมีพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคมในฐานะประธานดำเนินงานก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น เจ้าภาพ และสาธุชน เข้าร่วมงานบุญพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน 

งานบุญพิธีฯเริ่มต้นด้วยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้เมตตาทำบุญทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่ 5 พระมหาเถระผู้ทรงสมณคุณ ประกอบด้วย พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม, พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ, พระอาจารย์วัน อุตฺตโม, พระอาจารย์สิงทอง ธมฺมวโร, พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม พระคณาจารย์ที่ละสังขารพร้อมกันจากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครื่องบินตก ณ เขตพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งในปัจจุบัน คือที่ตั้งของวัดสายสุวพรรณ จากนั้นเป็นพิธีเททองหล่อพระประธานต้นแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ ท่ามกลางการอนุโมทนาสาธุการของคณะสงฆ์ คณะเจ้าภาพ และสาธุชนที่มาร่วมงานเป็นสามัคคีบุญ

ภายในงานบุญพิธีฯ พระธรรมรัตนาภรณ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวัดเขียนเขต และวัดสายสุวพรรณ ยังได้น้อมถวายปัจจัย จำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบช่วยเหลือให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์กราดยิง ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู และข้าวสาร จำนวน 1,000 กิโลกรัม เพื่อสมทบช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม แด่สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นสาธารณสงเคราะห์ อีกด้วย

สำหรับการก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา สร้างเขตพุทธาวาส ซึ่งเป็นประดุจสร้างที่ประทับน้อมถวายแด่พระพุทธองค์ สร้างเขตสังฆกรรม เพื่อรักษาวินัยบัญญัติ อนุเคราะห์สงฆ์ในการทบทวนพระปาติโมกข์ ประกอบพิธีอุปสมบท พิธีกรานกฐิน และสร้างบุญสถาน สำหรับประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน โดยรูปแบบอุโบสถวัดสายสุวพรรณ เป็นอุโบสถ 2 ชั้น ขนาดภายในโถงอุโบสถชั้น 2 กว้าง 15 เมตร ยาว 33 เมตร รวมพื้นที่ระเบียง และลานเวียนประทักษิณรอบอุโบสถ กว้าง 42 เมตร ยาว 85.6 เมตร

ส่วนชั้น 1 ใต้อุโบสถเป็นห้องปฏิบัติธรรม กว้าง 30 เมตร ยาว 48 เมตร เพดานสูง 5 เมตร ชั้น 1 ของอุโบสถ มีพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยแบบอเนกประสงค์ร่วม 1,500 ตารางเมตร ความสูงอุโบสถ 2 ชั้นรวม 25.8 เมตร สถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยประยุกต์ โดยตัดทอนรายละเอียดเพื่อให้ดูแลรักษาง่าย แต่ยังคงอัตลักษณ์ที่สำคัญทางพุทธศิลป์ เน้นหลักความแข็งแรงคงทน เรียบง่ายแต่สง่างาม รูปแบบหลังคาเป็นทรงจั่วโค้งซ้อนกัน 3 ชั้น 

โดยวัดสายสุวพรรณ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมงานบุญมหากาลทาน ทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ ในวันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 เวลา 09.00 น. โดยผู้มีจิตศรัทธาสามารถทำบุญได้ที่พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ในฐานะประธานดำเนินงานก่อสร้างอุโบสถวัดสายสุวพรรณ โทรศัพท์ 02-533-1120 ถึง 1 หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี วัดสายสุวพรรณ เลขที่บัญชี 028-7-16099-8

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685170

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.32 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๔ อารมณ์ของฌาน

ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย และบรรดาท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย วันนี้ ก็จะขอพูดเรื่องอานาปานุสสติกรรมฐาน ส่วนที่แล้วมานั้นได้พูดถึง ด้านขณิกสมาธิ กับ อุปจารสมาธิสำหรับวันนี้จะได้พูดถึง อารมณ์ของฌาน

การเจริญอานาปานุสสติกรรมฐาน อารมณ์เข้าสู่ความเป็นฌาน ความจริงก็เป็นเครื่องสังเกตไม่ยาก เมื่อผ่านอุปจารสมาธิมาแล้ว ตอนนี้จิตจะมีความสุข มีความเยือกเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฌานนี่แบ่งออกเป็น ๔ อย่าง คือ อารมณ์ปฐมฌาน ปฐมฌานนี่มีองค์ ๕ คือ มี วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา คำว่า วิตก ก็ได้แก่ อารมณ์นึกที่เราจะกำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก

วิจาร ก็ได้แก่ การรู้ว่าเวลานี้เราหายใจเข้าหรือว่าหายใจออก หายใจเข้ายาวหรือสั้น หายใจออกยาวหรือสั้น หรือว่าจะพูดกันถึงในกรรมฐาน ๔๐ เราก็จะมีอารมณ์รู้ว่าเวลานี้ลมกระทบจมูก กระทบหน้าอก กระทบศูนย์เหนือสะดือ สำหรับลมหายใจเข้า ถ้าสำหรับลมหายใจออก ก็จะกระทบศูนย์เหนือสะดือ กระทบหน้าอก กระทบจมูกหรือว่าริมฝีปาก อย่างนี้เป็นอาการของวิจาร จำไว้ให้ดีด้วย และก็ ปีติ เป็นความเอิบอิ่มใจ ตามที่กล่าวมาแล้ว มีความชุ่มชื่น มีความเบิกบาน ไม่มีความอิ่ม ไม่มีความเบื่อในการเจริญพระกรรมฐาน สามารถจะรวบรวมกำลังสมาธิเมื่อไหร่ก็ได้

สุข ก็ได้แก่ ความสุขเยือกเย็น ที่หาความสุขเปรียบเทียบใดๆ ไม่ได้ และมีความเอิบอิ่มใจมาก

เอกัคคตา มีอารมณ์เดียว หมายความว่า ในขณะนั้นจิตจะจับเฉพาะอารมณ์ลมหายใจเข้าออกอยู่ตามปรกติ จิตจะไม่รับอารมณ์ส่วนอื่น อันนี้เป็นอาการของที่เราจะทราบได้ตามจริยา คือ อาการของปฐมฌาน มีองค์ ๕

แต่ทว่าจะพูดถึงความรู้สึก ขณะที่จิตของเราเข้าถึงปฐมฌาน จิตจะจับลมหายใจเข้าออก ลมหายใจจะเบา มีความสุขสดชื่น หูได้ยินเสียงภายนอกชัดเจนแจ่มใส แต่ทว่าไม่รำคาญในเสียง จะเป็นเสียงดังจะเป็นเสียงเบา เสียงเพลง เสียงทะเลาะกัน เอะอะโวยวายของขี้เมา ขี้เหล้าเมายาก็ตาม เราไม่รำคาญในเสียง สามารถจะคุมอารมณ์ได้ตามปรกติ อย่างนี้เรียกว่า ปฐมฌาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กำลังจิตสำหรับผู้ฝึกที่จะเข้าปฐมฌานนั้น ก็มีความสำคัญอยู่จุดหนึ่ง คือ ขณะที่จิตก้าวเข้าไปสู่ปฐมฌานเบื้องแรก กำลังของจิตยังไม่มั่นคง

ตอนนี้เวลาที่เราจับลมหายใจเข้าออกจะมีอารมณ์สงัด จะมีสภาพนิ่งคล้ายๆ อาการเคลิ้ม บางทีเราคิดว่าเราหลับแต่ความจริงไม่หลับ ถ้าหลับมันจะโงกหน้าโงกหลัง

อาการเช่นนั้นที่เกิดขึ้นกับเรา มีอาการเฉยๆ ตัวตั้งตรง แต่ว่ามีอาการเคลิ้มลืมตัวเหมือนหลับ สักครู่เดียวหรือประเดี๋ยวเดียว จะมีอาการหวิวคล้ายตกจากที่สูง และเราก็ไม่สามารถจะนำอารมณ์นั้นขึ้นมาใช้ได้อีก เพียงแค่รักษาอารมณ์สบาย

อาการอย่างนี้ ขอท่านทั้งหลายพึงทราบ ว่านั่นสมาธิจิตของท่าน ขณะที่มีอารมณ์สบายเงียบสงัด มีอาการคล้ายเคลิ้มเหมือนหลับ เป็นอาการจิตหยาบของอารมณ์หยาบของปฐมฌานเป็นการก้าวขึ้นสู่ปฐมฌานแบบหยาบๆ

แต่ทว่าจิตไม่สามารถจะทรงฌานอยู่ได้ จิตพลัดจากฌาน จะมีอาการหวิวคล้ายกับตกจากที่สูง ถ้ามีอาการอย่างนี้เกิดขึ้น ก็จงอย่าสนใจ มันจะเป็นยังไงก็ช่าง เราก็รักษาอารมณ์ปรกติไว้ ได้เท่าไหร่พอใจเท่านั้น

มาเข้าถึงตอนทุติยฌาน คือ ฌานที่ ๒ ฌานที่ ๒ นี่มีองค์ ๓ คือ ตัด วิตก วิจารเสียได้ เหลือ ปีติ สุข เอกัคคตา

ในตอนนี้จะรู้สึกว่าจิตเข้าไปจับลมหายใจเข้าลมหายใจออกจะวางไว้ คือจิตจะไม่สนใจ ลมหายใจจะเบาลง มีแต่ความสดชื่นหรรษา มีความนิ่งสนิท

ถ้าหากว่าเราจะสังเกตให้ง่าย นั่นก็คือถ้าเราภาวนาไปด้วย สมมติว่าเรากำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก เวลาหายใจเข้าเรานึกว่าพุท เวลาหายใจออกนึกว่าโธ อันนี้จะสังเกตง่าย ในขณะที่เข้าฌานที่ ๒ ในขณะจิตเข้าถึงฌานที่ ๒ คำภาวนาจะหายไป จิตจะตั้งอารมณ์ทรง มีความเอิบอิ่ม มีอารมณ์สบาย มีอารมณ์ละเอียด สงัด มีอารมณ์สงัดมาก

แต่พอจิตเคลื่อนจากฌานที่ ๒ ลงมาสู่อุปจารสมาธิ จะมีความรู้สึกว่า โอหนอ นี่เราลืมไปเสียแล้วหรือ หรือว่าเราเผลอไปแล้ว นี่เราไม่ได้ภาวนาเลย การกำหนดรู้จับลมหายใจเข้าออกเราก็ไม่ได้ทำ ตายจริงนี่เราเผลอไป แต่ความจริง นั่นไม่ใช่อาการของความเผลอ เป็นอาการของจิตที่ทรงสมาธิสูงขึ้น ขอท่านทั้งหลายพึงเข้าใจตามนี้

สำหรับอาการของฌานที่ ๓ นั้น มีองค์ ๒ คือ เหลือแต่สุขกับเอกัคคตา ตัดปีติหายไป

อาการของ ฌานที่ ๓ นี่ที่เราจะสังเกตได้ง่าย ความชุ่มชื่นสดชื่นหายไปของจิต จิตมีความสุข และก็มีจิตทรงตัวมากในอารมณ์ที่ตั้งไว้ ดีกว่าฌานที่ ๒

แล้วทางร่างกายจะสังเกตว่า มีอาการคล้ายๆ กับนั่งหรือยืนตรงเป๋งเหมือนอะไรมาผูกเข้าไว้ สำหรับลมหายใจจะรู้สึกว่าเบาลงไปมากเกือบไม่มีความรู้สึก หูได้ยินเสียงภายนอกเบาๆ ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะดัง แต่ก็เสียงที่เราได้ยินเบามาก อย่างนี้เป็นอาการของฌานที่ ๓

เมื่อเข้าถึงฌานที่ ๔ จะมีความรู้สึกว่าเราไม่ได้หายใจ แต่ทว่ากำลังใจไม่มืด มีความสว่างโปร่งทรงอารมณ์อยู่ตามปรกติ มีอารมณ์เด็ดเดี่ยวตั้งมั่น คือมีความมั่นคงมาก ไม่รู้การสัมผัสจากภายนอก ยุงจะกิน ริ้นจะกัด เสียงจะมาจากทางไหนไม่รู้หมด ปรากฎว่ามีจิตนิ่งเฉยๆ

สำหรับฌาน ๔ นี้มีองค์ ๒ คือ มีเอกัคคตากับอุเบกขา

เอกัคคตา หมายความว่า ทรงอารมณ์เป็นหนึ่ง อารมณ์ไม่เคลื่อน อุเบกขา หมายถึงว่า เฉยไม่รับสัมผัสอารมณ์ใดๆ ทั้งหมด

ที่พูดมานี้ เพื่อประสงค์ที่ให้ท่านทั้งหลายทราบว่า อาการของฌานมันเกิดขึ้นจะมีความรู้สึกเป็นยังไง แต่ว่าเนื้อแท้จริงๆ นักปฏิบัติถ้าจะปฏิบัติกันให้ดีล่ะก็ จงอย่าสนใจว่าเวลานี้มันจะได้ฌานอะไร จะเข้าถึงฌานหรือจะเป็นขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ จะเป็นฌานที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ก็ช่าง ไม่สนใจ

นี่เราพูดกันถึงว่าในแง่ของการปฏิบัติที่เอาดีกัน ถือว่าวันนี้ได้ดีเพียงใด พอใจเท่านั้น เราทำตามอารมณ์สบายของเรา มันได้แค่ไหนพอใจแค่นั้น เมื่อวานนี้ดีกว่าวันนี้ วันนี้เลวกว่าเมื่อวานนี้หน่อยก็่ช่าง คิดว่าเราเป็นผู้สะสมความดี จะทรงอารมณ์จิตให้อยู่ในด้านของสมาธิตามความพอใจที่เราต้องการเท่านี้พอ

ถ้าจิตตั้งอยู่อย่างนี้ อารมณ์จะเป็นสุข ไม่มีอาการดิ้นรนจงอย่าสนใจกับภาพที่เห็น จงอย่าสนใจกับอารมณ์ของจิต ว่าเมื่อวันก่อนนี้มันเลวกว่าวันนี้ หรือว่าวันนี้ดีกว่าวันก่อน ถ้าไปสนใจอย่างนั้น จิตจะไม่ทรงตัว จะหาอารมณ์ที่แนบสนิทไม่ได้

ฉะนั้น ขอท่านทั้งหลายพึงตั้งใจไว้โดยเฉพาะ เพื่อผลของความดี นั่นก็คือเวลาที่เจริญสมาธิจิต จะด้านอานาปานุสสติก็ตาม กรรมฐานกองอื่นใดก็ตาม จงทราบว่า เวลานี้จะตกอยู่ในสภาพของฌานอะไรก็ช่างอย่าไปตั้งหน้าตั้งตาว่าเราต้องการได้ฌานนั้น เราต้องการทรงฌานนี้ มันจะเกิดอารมณ์กลุ้ม

ถ้าอารมณ์กลุ้มเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ตัดความดีทั้งหมด ผลที่สุด วันนั้นเราจะไม่ได้อะไรเลย เป็นอันว่าขณะใดที่ทำไปขณะนั้นเรามีความพอใจ ได้แค่ขณิกสมาธิคือสมาธิเล็กน้อยเราก็พอใจ ได้ถึงอุปจารสมาธิเราก็พอใจ จิตตกอยู่ในฌานใดฌานหนึ่งเราก็พอใจ พอใจเสียทั้งหมด

ถ้าทำจิตอย่างนี้ อารมณ์จิตจะสบาย ก็ได้แก่การฝึกจิตเข้าถึงอุเบกขารมณ์นั่นเอง เมื่อการฝึกจิตแบบนี้แล้ว ต่อไปจิตจะเป็นเอกัคคตารมณ์และอุเบกขา คือจิตจะทรงฌาน ๔ ได้ง่าย

ตอนนี้มาก็ขอพูดกันถึงหลักแห่งการปฏิบัติ การปฏิบัติที่จะให้ผลกันจริงๆ ผมเคยพูดมาแล้วในตอนก่อนว่า จงใช้เวลาจุกจิกๆ ของเราเป็นเครื่องการกระทำสมาธิ

อย่างที่พูดมาวันวานนี้ว่า เวลาทำการทำงานก็ดี ใช้งานเป็นสมาธิ เดินไปบิณฑบาต เดินไปธุระ จะทำอะไรก็ตาม อย่าทิ้งลมหายใจเข้าออก พยายามนึกถึงลมหายใจเข้าหายใจออกไว้เสมอ

แต่ว่าถ้างานนั้นไม่เหมาะสมแก่การใช้ลมหายใจเข้าหายใจออก เราก็ใช้จิตจับอยู่ที่งาน ว่าเวลานี้เราทำอะไร เราดายหญ้ารึ เราก็เอาใจจับไว้เฉพาะเวลาที่เราดายหญ้า มือเราถือจอบ จอบเราฟันดิน หรือเราถากหญ้า จะถากตรงไหน ตั้งใจไว้โดยเฉพาะ อย่างนี้ก็เป็นอาการฝึกอารมณ์ของสมาธิไปในตัว

เราจะทาสี เราจะตอกตะปู เราจะเลื่อยไม้ เราจะโบกปูน เราจะทำอะไรทุกอย่าง ตั้งใจทำในกิจนั้นโดยเฉพาะ เอาจิตจับไว้โดยเฉพาะในเรื่องนั้น อย่างนี้เป็นการทรงสมาธิ ทำสมาธิให้ทรงตัวไปในตัว เป็นการฝึกในงาน

สำหรับวันนี้ยังไม่พูดถึงด้านวิปัสสนาญาณ ก็จะพูดในวงแคบๆ ของสมาธิเท่านั้น มีอีกวิธีหนึ่งที่เคยฝึกกันมา ผมก็ดี เพื่อนของผมก็ดี หลายๆ ท่านก็ดี เขาใช้วิธีฝึกต่อสู้กันแบบนี้

หนึ่ง ซ้อมการต่อสู้กับความเหนื่อย เราเหนื่อยมาก็ดี เราร้อนมาก็ดี เดินทางไกลมาเหนื่อยๆ และกำลังร้อนจัด สมัยโน้นมันไม่มีรถไม่มีเรือ มันหายาก จะไปมาติกาบังสุกุล จะไปไหนกันทีก็ใช้การเดิน

เดินมาร้อนๆ และก็เหนื่อยจัด พอมาถึงที่ เปลื้องผ้าออก ถ้าไม่ร้อนไม่เป็นไร เข้าห้อง ในขณะเดียวกันนั่นเอง เราก็อยู่ในห้องของเราโดยเฉพาะ ไม่ยอมให้เหงื่อแห้ง ไม่ยอมคลายความเหนื่อย นั่งปับหรือว่านอนลงจิตจับสมาธิทันที จับลมหายใจเข้าหายใจออกว่าจิตมันจะทรงตัวมั้ย ถ้าจิตยังไม่ทรงตัวดีเพียงใด เราจะไม่เลิก แต่ว่าอาการอย่างนี้ท่านทั้งหลาย มันเป็นการระงับความเหนื่อย คือดับความร้อน ดับความเหนื่อยไปในตัว

เมื่อจิตเข้าถึงสมาธิเล็กน้อย คือขณิกสมาธิ ความเหนื่อยมันก็คลาย พอจิตเข้าถึงอุปจารสมาธิ มีปีติเป็นอารมณ์ ตอนนี้เองมันจะหายเหนื่อยทันที ความร้อนความกลุ้มมันจะหายไป และความเหนื่อยจากทางร่างกายมันก็จะไม่มี ต้องพยายามต่อสู้อย่างนี้นะครับ

การสำเร็จมรรคผลหรือได้ฌานสมาบัติ ไม่ใช่ได้มาจากป่า ส่วนใหญ่จริงๆ เขาได้ในที่มวลชนมากๆ และการเจริญสมาธิจากป่าในแดนสงัดที่ว่าได้ผลดีนั้นไม่จริง ถ้าหากว่าจิตยังไม่ถึงความเป็นพระอริยเจ้าเพียงใด ท่านกลับเข้ามาหาหมู่ชนเมื่อไหร่ เมื่อนั้นมันเกิดการกลุ้มทันที ต้องมาฝึกกันใหม่

ถ้าหากว่าจะถามว่าทราบเรื่องนี้ได้ยังไง กระผมก็ต้องขอตอบว่าผมชนกับมันมาแล้วทุกอย่าง การอยู่ในป่าช้า การอยู่ในป่าชัฏ การอยู่ในถ้ำ ผมทำมาแล้วทุกอย่าง แต่ผลจริงๆ ที่ได้ทรงตัว ก็คือต้องเข้ามาต่อสู้กับกลุ่มคน

นั่นเราอยู่คนเดียวมีการสงบสงัด ไม่มีอะไรรบกวนใจ เราจะทรงอารมณ์อย่างใดก็ได้ เหมือนเราปักไม้ไว้ในที่สงัด ลมไม่พัด น้ำไม่ไหล ไม่มีใครไปจับเขย่า ไม้มันก็มีอาการทรงตัว ปักแน่นหรือไม่แน่นมันก็ทรงตัวอยู่ได้ ถ้าไปปักที่น้ำมันไหลเชี่ยว ลมพัดแรง มีคนเขย่า ถ้ามันไม่แน่นจริงๆ มันก็ทรงตัวไม่ไหว ข้อนี้มีอุปมาฉันใด จิตของเราก็เหมือนกัน ที่จะได้ดีกันจริงๆ ก็ต้องต่อสู้กับอารมณ์ที่เข้ามาขัดขวาง

อาการที่ต่อสู้กับความเหนื่อยและความร้อนนี่ ผมเคยทำแบบนี้นะ เคยทำแบบนี้ บางทีผมทำงานเหนื่อยๆ ดีไม่ดีกำลังเหนื่อยหอบแฮ่กๆ นั่นแหละ ผมหยุดพักนั่งพิงสันหลังพิงฝาปับจับอารมณ์สมาธิ จับเมื่อไรมันทรงตัวเมื่อนั้น อารมณ์สบายทันที

นี่ฝึกมันต้องฝึกแบบนี้ เวลาทำงานเหนื่อยๆ แต่ว่าเวลาที่จะนั่งทำแบบนั้นระวังนะ อย่าให้ใครเขาเห็น การนั่งสมาธิให้คนเห็น พระพุทธเจ้าท่านทรงปรับว่าเป็นอุปกิเลส มันจะมีการโอ้การอวดอยู่ในตัวเสร็จ ใช้ไม่ได้ ต้องใหัลับนั่งเฉยๆ สบายๆ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ประเดี๋ยวหนึ่งเราก็ลุกไปทำงานของเราใหม่

ประการที่สอง ต้องพยายามต่อสู้กับเสียง เวลานี้สะดวก ในการต่อสู้กับเสียงนี่ อย่าใช้เสียงให้มันดังนัก ชาวบ้านเขาจะรำคาญ

วิธีต่อสู้กับเสียงก็คือ ขณะที่เราพบกับเสียงที่เราไม่พอใจ เขาคุยกันเอะอะโวยวาย เราย่องเข้าไปใกล้ๆ ถ้ามันไม่มีที่ลับ เราก็เข้าไปใกล้ๆ ทำตามองเหม่อดูอะไรซะก็ช่าง เอาจิตจับลมหายใจเข้าหายใจออก ลองดูซิว่ามันรำคาญในเสียงมั้ย

ถ้าทำอย่างนั้นไม่สะดวก เวลานี้วิทยุของเรามี บันทึกเสียงของเรามี เวลาเราจะทำเปิดเบาๆ นะ อย่าไปให้คนข้างๆ เขารำคาญ เปิดวิทยุฟังเบาๆ มันจะเป็นเพลงละครอะไรก็ตาม ขณะเดียวกันนั้น เราก็ใช้อารมณ์กำหนดอานาปานุสสติกรรมฐานและภาวนาไปด้วยก็ได้ หูได้ยินเสียงเพลง เสียงพูดในวิทยุชัด แต่ว่าถ้าจิตของเราไม่รำคาญในเสียงนั้นอย่างนี้ใช้ได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าทำไปๆ จนกระทั่งหูไม่ได้ยินเสียงเลยยิ่งดีใหญ่ นั่นเป็นอาการของฌาน ๔

เท่าที่เคยฝึกกันมา ผมเคยฝึก อันดับแรก ใช้แผ่นเสียงชุดหนึ่งให้เด็กเล่นเมื่อเด็กเล่น เด็กก็เอะอะโวยวายไปตามเรื่อง และใช้เสียงมันก็เปิดเสียงเพลงด้วย สมัยก่อนก็ใช้วิทยุขยายเสียงแผ่นเสียงแบบไขลาน ต่อมาแผ่นเสียงเดียวหรือสายเดียวเราสู้ได้ ก็ไปซื้อใหม่อีกเครื่องหนึ่ง เพลงไม่เหมือนกันให้เด็กอีกพวกหนึ่งเล่น มันก็เถียงกันมาเถียงกันไป ฝ่ายนี้เปิดเพลงอย่างนั้น ฝ่ายนั้นเปิดพลงอย่างโน้น เรานอนกลาง นอนจับลมหายใจเข้าออกภาวนาไปจนไม่รำคาญในเสียง ในที่สุดเสียงอันดังมันก็ดังแว่วน้อยลงมาทุกทีๆ จนกระทั่งถึงระดับไม่ได้ยินเสียงเลยนี่ใช้ได้

ต้องต่อสู้แบบนี้เสมอๆ จนกระทั่งมีอารมณ์ชิน อารมณ์ชินขึ้นมา เสียง ได้ยินเสียงที่เราไม่พอใจเมื่อไหร่ หรือว่าเราพอใจเมื่อไหร่ก็ตาม เราจะเข้าสมาธิได้ทันทีทันใด นี่ว่ากันถึงการฝึกจิตให้คล่องในการเข้าสมาธิ ถ้าทำได้อย่างนี้อารมณ์จิตจะทรงตัว พยายามทำ

จงอย่าคิดว่าทำไม่ได้ ไม่มีใครเขาทำได้มาตั้งแต่เกิด ทุกคนต้องมาฝึกกันเหมือนกัน จนถึงพระอรหันต์ทุกองค์ที่ท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านก็ฝึกกันมาแบบนี้ ค่อยทำค่อยไปทีละน้อยละน้อย ในที่สุดมันก็เข้าถึงจุดจบ ถ้าเราไม่ละความพยายาม ตอนนี้พูดเฉพาะอานาปานุสสติกรรมฐาน ดีไม่ดีเดี๋ยวก็เผลอเอาอะไรมาป้วนเปี้ยนเข้ามันจะยุ่งกันใหญ่

ที่นี้ต่อมาอีก เราก็พยายามฝึกระงับอารมณ์ที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืออนิฏฐารมณ์

คำว่าอนิฏฐารมณ์ก็ได้แก่อารมณ์ที่เราไม่ชอบใจ อารมณ์ใดก็ตามที่มันจะเกิดขึ้นกับเราเป็นอารมณ์ที่เราไม่ชอบใจเกิดขึ้น ตอนนี้เราต้องพยายามระงับด้วยกำลังของสมาธิ

คิดว่าใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา เขาจะนินทาอย่างไรก็ช่างเขา มันเป็นปากของเขา และก็มันเป็นหน้าที่ของเขาที่เขาจะชมก็ได้ เขาจะด่าก็ได้ มันเป็นเรื่องของเขา

เวลาที่รับคำด่าหรือคำชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำด่า เราอย่าพึ่งไปโกรธ ใช้จิตพิจารณาเสียก่อนว่า ไอ้เรื่องที่เขาด่ามันจริงหรือไม่จริง ถ้าเป็นอาการที่ไม่ตรงความเป็นจริง เราก็ยิ้มได้ ว่าท่านผู้ด่านี่ไม่เห็นจะมีอาการน่าเลื่อมใสตรงไหน ด่าส่งเดชโดยไร้เหตุไร้ผล ไม่เหมาะกับฐานะที่เกิดมาเป็นคนของพระพุทธศาสนา แต่จงอย่าโกรธ จงยิ้มเสียว่าเราดีกว่าเขาเยอะ

แล้วต่อจากนั้นไปก็ใช้อารมณ์ใจเอาเสียใหม่ ถ้าพบอารมณ์ที่ทำให้เราไม่พอใจเราก็ใช้อารมณ์จับอารมณ์ลมหายใจเข้าออกให้จิตมันทรงตัว จะด่าก็ช่างจะว่าก็ช่างนินทาก็ช่าง ช่างเขา เรารักษาอารมณ์ของเราให้มีความสุขใช้ได้ ถือว่าอารมณ์ความสุขเป็นปัจจัยให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานโดยง่าย

อันนี้เป็นอารมณ์แบบสบายๆ ที่เราสามารถจะทรงตัว จิตระงับอารมณ์ที่มากระทบที่เราไม่พอใจ ทีหลังก็มาพยายามหาทางระงับความอยากด้วยกำลังของฌาน

ความจริงกำลังของฌานนี่มันจะระงับกิเลสได้ทุกอย่าง โลภะ ความโลภ ราคะ ความรัก โทสะ ความโกรธ โมหะ ความหลง มันระงับได้ทุกอย่าง แต่มีอารมณ์หนัก

เมื่ออารมณ์จิตของเรามีการทรงตัวจริงๆ อารมณ์แห่งความสุขมันจะยืนตัวกับจิตของเรา มันจะไม่หวั่นไหวในเมื่อเห็นคนหรือวัตถุที่มีความสวยสดงดงาม จะไม่เกิดอาการทะเยอทะยาน จากอาการที่ได้ลาภสักการะ จะไม่มีความหวั่นไหวในกำลังจิต แม้ขณะที่มีบุคคลเขายั่วให้โกรธ อาการอย่างนี้มันจะไม่มีในจิตของเรา และสิ่งที่เราจะยึดมั่นถือมั่นว่าร่างกายเป็นเรา เป็นของเรามันก็ไม่มี

ความจริงกำลังสมาธินี่สามารถจะกดกิเลสทุกตัวให้มันจมลงไปได้ แต่อย่าลืมว่ากิเลสมันไม่ตายเพราะมันถูกฝังไว้เท่านั้น แค่เราเผลอเมื่อไหร่มันก็โผล่มาเล่นงานเราเมื่อนั้น

สำหรับคนที่ทรงจิตถึงฌาน ๔ หรือทรงอารมณ์สมาธิถึงฌานใดฌานหนึ่ง จนกระทั่งมีอารมณ์ชิน มักจะมีอาการเผลอคิดว่าเราเป็นพระอรหันต์ อย่างนี้ผมเองก็พบมา แม้แต่ตัวผมเองก็เหมือนกัน ตัวผมเองนี่บางครั้งในตอนที่กำลังฝึกผมคิดว่าเอ๊ะนี่เราเป็นพระอรหันต์เสียแล้วหรือเนี่ย มันไม่พอใจอะไรทั้งหมด รักมันก็ไม่เอาไหน โลภมันก็ไม่เอาไหน โกรธมันก็ไม่เอาไหน หลงอะไรมันก็ไม่มี

แต่ทว่าทำมาทำไป อารมณ์นานๆ เข้ากำลังใจตกลง ไอ้เจ้าตัวรักมันก็เริ่มโผล่นิดๆ เจ้าตัวโลภ เจ้าตัวโกรธ เจ้าตัวหลงมันก็มาหน่อยๆ ตอนนี้จึงรู้ตัวว่าโอ้หนอ นี่เราพลาดไปเสียแล้วที่คิดว่าตัวเป็นอรหันต์ เป็นแค่กำลังฌานโลกีย์เท่านั้น

แต่ความจริงแม้เราเป็นฌานโลกีย์ แต่สามารถจะระงับอาการเช่นนี้ได้ ก็ควรจะพอใจ เพราะว่ากิเลสสามารถจะกดมันให้จมลงไปได้ ไม่ช้าเราก็สามารถจะห้ำหั่นให้มันให้พินาศได้ด้วยอำนาจของวิปัสสนาญาณ

เอาละบรรดาท่านทั้งหลาย มองดูเวลาเห็นว่าหมดเสียแล้วสำหรับวันนี้ ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้.

จบ ตอนที่ ๔ อารมณ์ของฌาน (คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=34508) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สถานทูตอเมริกา’ลดธงครึ่งเสา ร่วมไว้อาลัยเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685165

'สถานทูตอเมริกา'ลดธงครึ่งเสา  ร่วมไว้อาลัยเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

‘สถานทูตอเมริกา’ลดธงครึ่งเสา ร่วมไว้อาลัยเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

‘สถานทูตอเมริกา’ลดธงครึ่งเสา  ร่วมไว้อาลัยเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

วันที่ 7 ต.ค.2565 เพจเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้โพสต์ภาพลดธงครึ่งเสา เพื่อแสดงความไว้อาลัยจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญอดีตตำรวจคลั่งกราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู

โดยระบุข้อความว่า ” เรารู้สึกใจสลายเมื่อคิดถึงครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตทุกคนจากการโจมตีแสนโหดร้ายในจังหวัดหนองบัวลำภูเมื่อวานนี้ ชาวอเมริกันเคยเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ จากอาวุธปืน อันเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งเหตุผล และตระหนักดีว่า ไม่มีคำพูดใดที่จะชโลมใจเมื่อเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่หลวงเพียงนี้ได้ เพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงชีวิตที่สูญเสียไปก่อนเวลาอันควร สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จึงลดธงลงครึ่งเสาในวันนี้ “

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตอย่าคล้อยตาม! ระวังมิจฉาชีพ เปิดบริจาค อ้างช่วยเหยื่อกราดยิง

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685141

ชาวเน็ตอย่าคล้อยตาม! ระวังมิจฉาชีพ เปิดบริจาค อ้างช่วยเหยื่อกราดยิง

ชาวเน็ตอย่าคล้อยตาม! ระวังมิจฉาชีพ เปิดบริจาค อ้างช่วยเหยื่อกราดยิง

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.06 น.

“ดีอีเอส”เตือนภัย! ระวังมิจฉาชีพหากินบนความเศร้าโศก เปิดรับบริจาคทำบุญญาติผู้เสียชีวิตเหตุการณ์หนองบัวลำภู 

นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายกราดยิง ภายในศูนย์เด็กเล็ก ที่จังหวัดหนองบัวลำภู จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ได้สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะครอบครัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จึงขอให้ระวังผู้ไม่หวังดีแอบอ้างใช้โอกาส เปิดรับบริจาคทำบุญครอบครัวผู้เสียชีวิต ผ่านบัญชีธนาคาร จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนตรวจสอบแหล่งที่มาของผู้รับบริจาคก่อนโอนเงินให้ความช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากขณะนี้มีมิจฉาชีพใช้โอกาสนี้ ในการหลอกลวงประชาชน ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Facebook /YouTube /IG  และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดต่อไป 

สำหรับการเผยแพร่แชร์ภาพที่ไม่เหมาะสม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าว และได้มีการประสานผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อมิให้มีการเผยแพร่ภาพที่ทำให้สังคมเกิดความสะเทือนใจ หรือเป็นการทำร้ายจิตใจของญาติของผู้เสียชีวิต โดยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ได้ทยอยถูกลบ ถูกถอด หรือจำกัดการมองเห็นลงบนโซเชียลมีเดียแล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ไม่หวังดีมีความพยายามเผยแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม จะถูกดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด  -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มโนราห์’มากกว่าร่ายรำ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ฟื้นใจเยาวชน

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685105

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มโนราห์’มากกว่าร่ายรำ  ‘พื้นที่ปลอดภัย’ฟื้นใจเยาวชน

สกู๊ปแนวหน้า : ‘มโนราห์’มากกว่าร่ายรำ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ฟื้นใจเยาวชน

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.54 น.

“มีความคิดที่เข้ามาอยู่ตรงนี้ คือมันเป็นการขยายโอกาสทางสังคมแล้วก็ทางการศึกษา จากที่เราอยู่ที่บ้าน เราก็เห็นอยู่เท่านั้น แต่ออกมาโลกภายนอก แล้วเราผ่านจุดตรงนั้นมาแล้ว แล้วก็มีน้องมากมายที่ไม่ได้รับการศึกษา แล้วก็พอได้มาอยู่กับน้องก็มีความคิดที่จะสนับสนุน”

วิชญะ เดชอรุณ “น้องเค” หนุ่มวัยรุ่นผู้เปลี่ยนชีวิตตนเองและครอบครัว จากที่เติบโตมาในครัวเรือนซึ่งพัวพันกับการพนัน กลายมาเป็นแกนนำเยาวชน “เครือข่ายเพื่อนเยาวชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี” โดยจุดพลิกผันสำคัญคือการได้รู้จัก “มโนราห์” ศิลปะการร่ายรำพื้นบ้านอันเป็นจิตวิญญาณของชาวใต้ หลังการฝึกซ้อมจนชำนาญ นอกจากจะสร้างรายได้เลี้ยงตนเองจากงานประเพณีต่างๆ ที่มีเจ้าภาพว่าจ้างให้ไปรำแล้วยังช่วยต่อโอกาสให้กับเด็กคนอื่นๆ ด้วย

น้องเค บอกเล่ากับคณะทำงานของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสื่อมวลชน ที่เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงปลายเดือนก.ย.-ต้นเดือนต.ค. 2565 ที่ผ่านมา ว่า มีครั้งหนึ่งสมาชิกในชมรมมโนราห์ป่วยหนัก แม้จะสามารถหาช่องทางไปรักษาตัวในกรุงเทพฯ ได้ แต่อุปสรรคใหญ่คือค่าเดินทางระหว่างสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ ซึ่งต้องไป-กลับหลายครั้งเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่การที่สมาชิกคนอื่นๆ ที่เหลือตกลงกันว่างานรำในช่วงเวลานั้น ค่าจ้างทั้งหมดจะถูกระดมเข้ากองกลางเป็นทุนค่าเดินทางดังกล่าว

ที่ตั้งของชมรมมโนราห์ซึ่งน้องเค-วิชญะ ได้รับโอกาส คือ “ศูนย์สืบสานมโนราห์ปักษ์ใต้ ศูนย์ฝึกที่ 1 บ้านปากลัด”ตั้งอยู่เลขที่ 102 ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานีจุดเริ่มต้นมาจาก “แม่พรจิตร” พรจิตร อุดมศิลป์ ซึ่งนอกจากมีชื่อเสียงในฐานะ “ครูมโนราห์” แล้ว ยังทำงานด้านเด็กและเยาวชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดย แม่พรจิตร เล่าว่า เติบโตมาจากตระกูลครูมโนราห์ จึงได้รับสืบทอดศิลปะแขนงนี้มาแบบรุ่นสู่รุ่น แต่ในรุ่นของตนเองนั้น มีโอกาสได้พบกับ “งานวิจัยท้องถิ่น” ซึ่งทำให้ได้รู้ว่า ท่วงท่าที่ร่ายรำอยู่มีรากเหง้าพิธีกรรมความเชื่อเป็นมาอย่างไร

ความพิเศษของศูนย์แห่งนี้ แม่พรจิตร กล่าวว่า ที่นี่ไม่ได้สอนแต่มโนราห์เท่านั้น ยังรวมถึง “ทักษะชีวิต” ด้วย เช่น การปลูกผัก เลี้ยงปลา ทำสบู่ ทำขนมพื้นบ้าน โดยนำหลักคิดแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และต่อมาได้ขยายออกไปสู่เด็กคนอื่นๆ ที่แม้จะไม่ได้สนใจการรำมโนราห์ แต่ก็พยายามดึงให้ออกมาจากปัจจัยเสี่ยงอันหมายถึงอบายมุขต่างๆ โดยหากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้ทำ อาทิ มีเด็กคนหนึ่งสนใจการเลี้ยงวัวแต่ไม่มีเงินซื้อวัว จึงแนะนำให้ปลูกหญ้าขายเป็นอาหารวัวแทน เป็นต้น

นอกจากจะเป็นทั้งครูและแม่ของเด็กๆ ที่เข้ามาใช้พื้นที่ชมรมมโนราห์แล้ว การได้รู้จักกับงานวิจัยท้องถิ่น ยังทำให้แม่พรจิตรกลับมาเรียนต่อให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งแม่พรจิตรเองก็เคยเป็น “เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา” เช่นกัน โดยเรียนถึงชั้น ป.4 ก็ไม่ได้เรียนต่อด้วยข้อจำกัดด้านฐานะครอบครัวกระทั่งเมื่อได้เป็นวิทยากรไปบรรยายตามสถานศึกษาในระบบ เห็นนักเรียน-นักศึกษา ทักทายตนเองโดยเรียกว่า “ครู” ทั้งที่เรียนมาเพียงชั้น ป.4 จึงเกิดแรงกระตุ้นให้ตัดสินใจเข้าเรียนหลักสูตร “การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)” จนจบระดับ ม.ปลาย

“เด็กๆ ตอนนี้ร้อยชุดมโนราห์ได้แล้ว จริงๆ แล้วชุดมโนราห์ชุดหนึ่งก็ประมาณ 1-2 หมื่นบาท เด็กๆ ได้ชุดมโนราห์สักชุดหนึ่ง มีการขายออนไลน์ ก็ดีใจมากเลยที่มีรายได้ได้เยอะอยู่ มีน้องที่ขายได้หลายชุดเลย ก็อยู่นอกระบบอยู่หลายรอบอยู่ พอออกนอกระบบจาก ม.3 บอกแม่จิตรๆ ไม่เรียนแล้วๆ แม่จิตรว่า ไม่ได้! แม่จิตรยังเรียนเลย แล้วก็ดันเข้าไป กศน. จบ กศน. บอกแม่จิตร! ผมหยุดแค่นี้ได้ไหม? ไม่ได้! ลูกต้องไปต่อราชภัฏ เข้าสาขาการจัดการวัฒนธรรม ผลักดันเด็กๆ คือเราคิดเหมือนลูกตัวเอง” แม่พรจิตร กล่าว

ในขณะที่การศึกษากระแสหลักที่ภาคส่วนต่างๆในสังคมมักให้ความสนใจคือการศึกษาในระบบ อันหมายถึงการเรียนในโรงเรียนตามปกติตั้งแต่ประถมต้น (ป.1) ไปจนถึงมัธยมปลาย (ม.6) แต่ก็มีเด็กและเยาวชนอีกไม่น้อยที่หลุดออกจากระบบด้วยสาเหตุต่างๆ นานา ซึ่งก็จะเป็นบทบาทของ กศน. ในการทำให้เด็กเหล่านี้ยังมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับสูงขึ้นซึ่งหมายถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของตนเองและครอบครัว

ชลิดา ศรพิชัย ครู กศน. ในพื้นที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า การทำงานในฐานะครู กศน. คือพยายามดึงเด็กกลุ่มเสี่ยงเข้ามาสู่ระบบการศึกษาของ กศน. ให้ได้มากที่สุด อาทิ เด็กที่มีปัญหายาเสพติด เด็กเร่ร่อนที่ต้องย้ายตามครอบครัวไปทำงานเรื่อยๆ แบบไม่อยู่ที่ใดที่หนึ่งนานนักเด็กในครัวเรือนยากจน เด็กที่เป็นแม่วัยใสท้องก่อนวัยอันควร เด็กพิการ เป็นต้น แต่เด็กบางคนหรือครัวเรือนบางบ้านก็ต้องอาศัยการทำความเข้าใจกับผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งด้านหนึ่งก็เพื่อความปลอดภัยของครูเวลาไปเยี่ยมบ้านเด็กด้วย

การเรียนการสอนของ กศน. จะแตกต่างจากการเรียนในระบบ โดยจะเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิตเข้าไป เช่น เคยมีเด็กที่ติดน้ำกระท่อมบ้าง ยาบ้าบ้างมาเรียน ตอนแรกๆ ครูสังเกตว่าเวลาเรียนท่าทางเหม่อลอย แต่เมื่อได้แนะนำให้รู้จักการเลี้ยงปลาซึ่งสามารถนำไปขายได้ พบว่าเด็กกลุ่มนี้ให้ความสนใจและอยากให้มีทุนสนับสนุนโครงการเลี้ยงปลาอย่างต่อเนื่อง หรือมีเด็กพิการเป็นโปลิโอ มินิสัยขี้อายไม่กล้าเข้าสังคม แต่เด็กคนนี้มีแม่เป็นช่างเสริมสวย จึงสนใจฝึกวิชาชีพช่างตัดผม ปัจจุบันสามารถยึดเป็นอาชีพได้แล้วโดยมีเพื่อนๆ เป็นลูกค้าประจำ

“เด็กที่ว่ามาเรียนก็ยังเรียนอยู่ ที่ได้ทุนมา 2 ปี เรียน กศน. จบไปบ้างแล้ว เด็กที่ว่าไปตามมา กินน้ำกระท่อม ติดยาบ้าอะไรอย่างนี้ ใกล้จบแล้ว ที่เขาว่าอย่าไปเลย เด็กบิดแต่รถเครื่อง (มอเตอร์ไซค์) ไม่ได้สนใจจริงๆ พอเราเอามา ไปพูดคุยกับเขาเป็นเพื่อนกันแล้วก็พามา แล้วก็เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ เด็กผู้หญิงส่วนมากที่เป็นแม่วัยใส อายุ 15 ปีท้องก่อนวัยอันควร ครูก็บอกว่า คุมนะลูกนะ..อย่าเกิดแล้ว..พอก่อน! (คุมกำเนิด) ไปสอนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องพูดทุกเรื่อง

กินยาคุมอย่าให้ท้อง ต้องเป็นทุกเรื่อง ต้องรู้ทุกเรื่องของความที่ว่าเราเป็นครู ครู กศน. ต้องรู้ทุกอย่างเลย อันนี้บางทีคนอื่นเขาไม่พูดนะ เขาถือไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา แต่พี่ส่วนมากจะพูด วันนี้ 15 ปี เกิดไป 2 คน นักศึกษาที่มาเรียนเราไปบังคับไม่ได้ไม่ให้เขามีครอบครัว แต่มีแล้วเราต้องให้ความรู้เขา”ครูชลิดา กล่าว

ด้าน ชานนท์ ปรีชาหาญ คณะทำงานโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่(พื้นที่ภาคใต้ตอนบน) เล่าว่า ตนเองพื้นเพเป็นชาว อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีในช่วงแรกๆ ที่ผ่านมายัง ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ ได้พบเห็นเด็กและเยาวชนกลุ่มหนึ่งพยายามฝึกรำมโนราห์โดยดูจากคลิปวีดีโอในยูทูบ เพราะไม่มีทุนจะไปหาสถานที่และหาครูมาสอน ซึ่งแม้กระทั่ง แม่พรจิตร ถึงจะอยู่ใน อ.เวียงสระ แต่ก็อยู่ที่ ต.เวียงสระ หากจะเรียนก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

จากสิ่งที่ได้พบเห็นข้างต้น จึงนำไปหารือกับ รัตนา ชูแสง ผู้รับผิดชอบโครงการ จึงเกิดเป็น ศูนย์สืบสานมโนราห์ปักษ์ใต้ ศูนย์ฝึกที่ 1 บ้านปากลัด ภายใต้หลักคิด“เอาชุมชนเป็นฐาน” ซึ่งหลังจากเปิดศูนย์ฯ นอกจากเยาวชนในพื้นที่บ้านปากลัด หรือ อ.เวียงสระ แล้วยังมีเยาวชนจาก อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี รวมถึงจาก จ.นครศรีธรรมราช มาเข้าร่วมกิจกรรมด้วย พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของเยาวชนไปโดยปริยาย

“มีการพูดคุยกันในเวทีของเพื่อนเยาวชนระดับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าเราจะหนุนเสริมและเปิดเป็นพื้นที่การเรียนรู้ให้กับน้องๆ เขาได้ทำในสิ่งที่เขาอยากทำ ตอนนั้นเจตนาผมคิดแค่ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางกายและใจของเขา ผมมีโจทย์แค่นี้ เขาต้องได้รับความปลอดภัยในการออกแบบพื้นที่เรียนรู้ของเขาเอง เมื่อเขาอยากสร้างศูนย์ตรงนี้ อยากสร้างโรงฝึกซ้อมแบบนี้ สร้างหอมโนราห์แบบนี้ของเขา ล้วนแต่เป็นงานฝีมือของเด็กนอกระบบการศึกษาทั้งนั้นเลย ที่เขามาทำเพื่อให้เกิดความปลอดภัยทางกายของเขา

นอกจากนั้น โจทย์มันยังยากไปอีก แล้วความปลอดภัยทางใจของเด็กคืออะไร? เด็กสามารถที่จะบอกเล่าความเป็นเขาได้เขาสามารถใช้พื้นที่อย่างปลอดภัยโดยที่เขาไม่ต้องรู้สึกว่าเขามาใช้พื้นที่ของคนอื่นหรืออะไรแบบนี้ นี่คือความปลอดภัยทางใจของเขา เขาสามารถใช้พื้นที่ที่นี่ได้ตลอดเวลา” ชานนท์ กล่าว

กลับไปที่เรื่องราวของน้องเค-วิชญะ ในตอนต้น แต่เป็นมุมของคนเป็นแม่ เพ็ญสุข สุคนธมาน ซึ่งแม้จะภูมิใจกับลูกชายที่สามารถมีอาชีพหาเลี้ยงตนเอง อีกทั้งยังเป็นเด็กเรียนดี แต่เมื่อมองไปยังอนาคต “ความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย” นั้นรออยู่ทั้งของตัวน้องเคเองและพี่น้องฝาแฝด ซึ่งแม้จะมีการแนะนำให้ไปขอทุนจากที่นั่นที่นี่ แต่การเข้าถึงนั้นแสนยากเย็นราวกับทุนแห่งโอกาสนั้นไม่มีอยู่จริง

“ผู้ปกครองเห็นความฝันของลูกเยอะ คุณครูแนะแนว คุณครูที่โรงเรียนมี ทุนตรงนั้นมีตรงนี้มี แต่ความจริงคือไม่เคยเจอ อะไรคะ..ประเทศไทยแบบนี้หรือ?” คุณแม่ของน้องเค สะท้อนความรู้สึก

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระพยอม’สวดมนต์ส่งดวงวิญญาณเหยื่อกราดยิงสู่ภพภูมิที่ดี จี้รัฐจริงจังปราบยานรก

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685102

'พระพยอม'สวดมนต์ส่งดวงวิญญาณเหยื่อกราดยิงสู่ภพภูมิที่ดี จี้รัฐจริงจังปราบยานรก

‘พระพยอม’สวดมนต์ส่งดวงวิญญาณเหยื่อกราดยิงสู่ภพภูมิที่ดี จี้รัฐจริงจังปราบยานรก

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.43 น.

“พระพยอม” สวดมนต์อวยพรขอให้ผู้เสียชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในเหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภูไปสู่ภพภูมิที่ดีงาม เกิดชาติหน้าฉันใดก็อย่าให้พบคนพาล คนติดเหล้าเมายาเป็นอันตราย ชี้คนทำเรื่องแบบนี้คือพวกขี้ขลาด เดรัจฉาน พร้อมจี้รัฐปราบยาเสพติดให้จริงจัง ชี้เมื่อก่อนยาบ้าเม็ดละ 150 – 200 บาทตอนนี้เม็ดละ 7.50 บาทแสดงถึงการไม่จริงจังในการปราบปราม 

เมื่อเวลาเวลา 10.30 น.วันที่ 7 ต.ค.65 ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี  พระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์กราดยิงในศูนย์ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเป้นจำนวนมากว่า อันดับหนึ่งคือเราไม่ดับต้นเหตุให้จริงจัง ยุคหนึ่งนายกฯแต่ละคนก็มุ่งเน้นโทษเห็นภัยไม่เท่ากัน สมัย ทักษิณ เป็นนายกฯเรื่องยาเสพติดถือว่าทำสงครามกันเลย ถึงขนาดให้ผู้ค้าขายตายกันเป็นพันๆ ถ้าถามว่าลูกคลั่งยาฆ่าพ่อแม่และอย่างเคสล่าสุดสาเหตุมาจากพิษยาเสพติดเขาติดตั้งแต่เด็ก ทำไมตำรวจรับคนแบบนี้เข้าทำงาน 

ต่อไปนี้น่าจะมีการคัดกรอง ถ้ามีประวัติต้องไม่รับมาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอาวุธกับมือและมีการฝึกใช้อาวุธก็อาจจะก่อเหตุได้รุนแรง ต่อไปต้องมีมาตรการกวดขัน เมื่อก่อนยาบ้าแพงเม็ดละ 150 – 200 บาท ตอนนี้เม็ดละ 7 บาท 50 สตางค์ แสดงถึงการไม่จริงจังในการปราบปราม อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนไปยุ่งเกี่ยวจนเพิ่มปริมาณและมีราคาลดลง ในขณะที่น้ำมันกลับแพงขึ้น หาซื้อง่าย 

อีกประเด็น การที่มันมีเรื่องแปลก ระยะทาง 3 กิโลเมตร และเข้าไปก่อเหตุทำไมไม่มีใครขัดขวาง ตอนที่เขาวิ่งไปยิงไปมีการประกาศว่าให้หลบให้ชาวบ้านเข้าบ้าน ถ้าทุกคนวิ่งเข้าบ้านคงไม่มีใครเป็นอะไรมากขนาดนี้ แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีใครได้ยินเลยหรอ แสดงว่าจิตวิญญาณการเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจหายไปไหน ไม่ใช่รอให้เขาก่อเหตุแล้วค่อยมา และอาวุธปืนต่างประเทศเขาไม่ปล่อยให้มีอาวุธเพนพล่าน แต่เทียบคนไทยประมาณ 100 คน มีอาวุธ 15 คน 

ที่สำคัญคือนโยบายที่จะจัดการเรื่องนี้ต้องเริ่มต้นได้แล้วอย่าปล่อยให้มีเรื่องต่อไป ครั้งที่แล้วทหาร ครั้งนี้ตำรวจ ทำแบบอย่างใกล้เคียงกันเลย ดั่งพระพุทธเจ้าตรัสว่าโรคทุกร้อนเป็นไฟมีภัยรอบด้าน คนทำเรื่องแบบนี้คือพวกขี้ขลาด เดรัจฉาน พวกนรกอย่ามาพูดว่าคนเหมือนกัน คนแต่ละคนไม่เหมือนกันปล่อยคนบ้าคนคลั่งไว้ ต่อไปโรงพยาบาลที่รักษาคนโรคจิตจะทำงานหนัก 

ฝากถึงประชาชนที่สูญเสียญาติพี่น้องยังไงก็อย่าโศกเศร้าจนเกินไป เขาเสียไปแล้วไม่สามารถเอากลับมาได้ เราอย่าเสีย 2 อย่างเสียลูกหลานและมานั่งเสียอกเสียใจจนเสียศูนย์ มีแต่จิตเศร้า ทรมานสังขารด้วย ขอให้ทำใขให้สบาย บริกรรมว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้ วันก่อนมีวันนี้ไม่มี นี่คือสัจธรรมของโลก พยายามทำความทุกข์ไม่มากจนเกินไป แล้วให้รีบกลับมาเป็นจิตปกติ จิตเกษม มีสุขสงบ หนักๆ จะเป็นโรคซึมเศร้า 

“สุดท้ายขออวยพรให้ผู้เสียชีวิตทั้งเด็กและผู้ใหญ่ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีงาม เกิดชาติหน้าฉันใดก็อย่าให้พบคนพาล คนติดเหล้ายาเป็นอันตราย เกิดมาภายภาคหน้าให้ดีงาม เจริญพร” พระพยอม กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไร้วัดเผา!! ร่างอดีต ตร.คลั่ง โศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู จอดรอหาวัด

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685068

ไร้วัดเผา!! ร่างอดีต ตร.คลั่ง โศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู จอดรอหาวัด

ไร้วัดเผา!! ร่างอดีต ตร.คลั่ง โศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู จอดรอหาวัด

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.43 น.

7 ต.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว โพสต์ภาพรถที่มีร่างของคนร้ายก่อเหตุ โศกนาฏกรรมหนองบัวลำภู ต้องจอดรอหาวัด เหตุไม่มีวัดไปทำพิธีทางศาสนา เพราะชาวบ้านไม่ยอม.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวปลายฝนต้นหนาว! ‘น้ำตกห้วยขมิ้น’วังน้ำเขียว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสายลุย

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685038

เที่ยวปลายฝนต้นหนาว! 'น้ำตกห้วยขมิ้น'วังน้ำเขียว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสายลุย

เที่ยวปลายฝนต้นหนาว! ‘น้ำตกห้วยขมิ้น’วังน้ำเขียว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสายลุย

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.30 น.

7 ตุลาคม 2565 ที่บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังนครราชสีมา นายพิทักษ์ จันทรศร อายุ 35 ปี ชาวบ้านไทยสามัคคี ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว และไกด์ตัวน้อยในพื้นที่

พาไปเที่ยวชมน้ำตกห้วยขมิ้น ที่มาจากต้นน้ำมูล อุทยานแห่งชาติทับลาน ไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น ลงสู้จังหวัดปราจีนบุรี เป็นต้นแม่น้ำปราจีนอีกสาย มีความสวยงาม มีแก่งเกาะที่เล่นน้ำได้ มีชั้นน้ำตกที่ไม่สูงมาก ไม่ไกลจากผาเก็บตะวัน ซึ่งเป็นแหล่งเชื่อมโยงสามารถมาชมหมอกในฤดูฝนและเล่นน้ำตกได้

นายพิทักษ์ จันทรศร เปิดเผยว่า น้ำตกแห่งนี้คนในชุมชนในพื้นที่จะรู้จักดี แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว มีความสวยงาม มีน้ำทั้งปีโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมาก มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวท่านใดสนใจอยากมาชม มาเล่นน้ำ ตนเองยินดีนำเที่ยว สอบถามได้ที่ 082 038 0314

นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่อำเภอวังน้ำเขียว มีแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆมานำเสนอให้กับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในฤดูฝนที่น้ำตกห้วยขมิ้นจะตอบโจกย์นักท่องเที่ยวขาลุย สายชมหมอก ท่องน้ำตก ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างดี

ซึ่งน้ำตกแห่งนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากผาเก็บตะวัน มีแอ่งให้เล่นน้ำและโตกผาที่ไม่สูงชัน หลังจากนี้ตนจะประสานกับอำเภอวังน้ำเขียว ผู้นำชุมชน อุทยานแห่งชาติทับลาน หารือพัฒนาเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียว เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนในช่วงฤดูฝนอีกทางหนึ่ง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,538 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d