Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รายงานพิเศษ : ‘ปืน-ยา-ป่วยจิต’ปัจจัยเสี่ยง มองเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685255

รายงานพิเศษ : ‘ปืน-ยา-ป่วยจิต’ปัจจัยเสี่ยง  มองเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

รายงานพิเศษ : ‘ปืน-ยา-ป่วยจิต’ปัจจัยเสี่ยง มองเหตุกราดยิงหนองบัวลำภู

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นเหตุสะเทือนขวัญที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่าง หนองบัวลำภู ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ เมื่อคนร้ายซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงครูและเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ศพ จากนั้นกลับบ้านไปยิงลูกและภรรยาก่อนปลิดชีพตนเองหนีความผิด

เหตุการณ์ครั้งนี้ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 6 ต.ค. 2565 ต้องบอกว่า “ช็อกโลก” นานาชาติต่างร่วมไว้อาลัย-แสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย อาทิ อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า มีความเสียใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อทราบข่าว เนื่องจากสถานดูแลเด็กเล็กควรเป็นพื้นที่ซึ่งเด็กรู้สึกปลอดภัย และไม่ใช่เป้าหมาย พร้อมทั้งขอแสดงความเสียใจอย่างสูงสุดไปยังครอบครัวของผู้สูญเสีย และประชาชนชาวไทย,

กองทุนเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงทุกรูปแบบต่อเด็ก โดยระบุว่า เด็กไม่ควรตกเป็นเป้าหมายการโจมตี หรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงไม่ว่าในสถานที่ใด หรือในเวลาใด, องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) แสดงความเสียใจและระบุว่า การโจมตีต่อโรงเรียน นักเรียน และครู ถือเป็นการโจมตีต่อสิทธิ์ในการศึกษา ซึ่งไม่มีผู้ใดควรตกเป็นเป้าการโจมตี,

ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า ตกใจที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับกระทบทุกคนและส่งความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสหราชอาณาจักรยืนหยัดเคียงข้างไทยในช่วงเวลาอันน่าหดหู่นี้ รวมถึง สถานทูตจีน-สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ เป็นต้น

ขณะที่สื่อต่างประเทศต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Dail Mail ของอังกฤษ, CGTN ของจีน, DW ของเยอรมนี,CNN สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ซึ่งนอกจากจะรายงานข่าวตามสถานการณ์แล้ว ยังมีบทวิเคราะห์ “ปัจจัยที่เอื้อต่อความเสี่ยง” ในสังคมไทย อาทิ “อาวุธปืน” เช่น เว็บไซต์นิตยสาร Time สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ “What We Know So Far About the Daycare Mass Shooting in Thailand” ตอนหนึ่งระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีสถิติการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รองจากฟิลิปปินส์

ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยระบุว่า อาวุธปืนผิดกฎหมายถูกนำไปใช้ก่อเหตุอื่นๆ มากกว่าฆาตกรรม และเหตุสังหารหมู่แบบกราดยิงก็เกิดขึ้นน้อยครั้งมาก Time ยังอ้างรายงานของสื่อท้องถิ่นในไทย เมื่อเดือน ก.ย. 2565 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีปืนเถื่อน (ไม่ได้จดทะเบียน) กระจายอยู่ประมาณ 4 ล้านกระบอก และปืนถูกกฎหมาย (จดทะเบียน) อีก 6 ล้านกระบอก โดยเฉพาะการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้สามารถหาอาวุธปืนได้ง่ายในราคาไม่แพงและไม่ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ

ซึ่งหากดูในสื่อสังคมออนไลน์ จะพบการประกาศขายอาวุธปืนแบบพร้อมจัดส่งถึงบ้าน นอกจากนั้น แม้จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่หากมีเงินหรือเส้นสายก็สามารถหาช่องทางหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่เว็บไซต์ นสพ.The New York Times สื่อดังในสหรัฐฯ อีกฉบับ เสนอข่าว “Guns are rampantin Thailand, but shootings aren’t.” อ้างข้อมูลจาก gunpolicy.org องค์การไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีสำนักงานในมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี 2560 มีปืน 10.3 ล้านกระบอก อยู่ในประเทศไทย ในจำนวนนี้เป็นปืนที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย 6 ล้านกระบอก

อัตราการเป็นเจ้าของอาวุธปืนในปีนั้น อยู่ที่อาวุธปืน 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน แต่ก็ยังน้อยกว่าในสหรัฐฯ ที่อาวุธปืน 120 กระบอกต่อประชากร 100 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน ถึงกระนั้น ประเทศไทยซึ่งมีประชากร 69 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศในทวีปเอเชียที่มีสถิติการครอบครองและเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในตลาดมืดที่สำคัญของการซื้อ-ขายอาวุธปืน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อนึ่ง เหตุกราดยิงที่ จ.หนองบัวลำภู “ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. เป็นปืนส่วนตัวที่ซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” ตามข้อมูลที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงข่าวเมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ต.ค. 2565

“ยาเสพติด” เป็นอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเสพยาบ้าจนร่างกายผอมซูบจากที่เคยดูแข็งแรงสมัยเริ่มรับราชการแม้ผู้บังคับบัญชาจะทราบเรื่องและให้โอกาสด้วยการทำทัณฑ์บนและให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ก็ยังคงมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไปกระทั่งถูกจับกุมและถูกไล่ออกจากราชการ และแม้ผลการตรวจจะไม่พบสารเสพติดในร่างกายขณะก่อเหตุ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า การเสพยาอย่างต่อเนื่องยาวนานส่งผลกระทบต่อสมอง ซึ่งเชื่อมโยงกับสุขภาพจิตมาก-น้อยเพียงใด

The Conversation เว็บไซต์ไม่แสวงผลกำไรซึ่งเน้นการนำเสนองานวิจัยและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ เผยแพร่บทความ “Tragic Thai massacre raises issues of mental health, drug use and gun control ahead of next year’s election” ซึ่งเขียนโดย เกร็ก เรย์มอนด์(Greg Raymond) อาจารย์ประจำวิทยาลัยกิจการเอเชียแปซิฟิก (Coral Bell School of Asia PacificAffairs – ANU College of Asia & the Pacific)มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ตอนหนึ่งอ้างถึง สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)เคยออกคำเตือนเรื่องปริมาณยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ที่เคลื่อนย้ายในประเทศแถบลุ่มน้ำโขง และประเทศไทยก็เป็นทางผ่านสำคัญ

เรย์มอนด์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังกล่าวถึงปัญหา “สุขภาพจิต” ว่า ประเทศไทยนั้นขาดแคลนทรัพยากรในการสนับสนุนบริการด้านสุขภาพจิต โดย ในปี 2558 มีรายงานระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนเชิงนโยบาย แนวปฏิบัติ และศักยภาพการวิจัยในด้านดังกล่าว ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2565 นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาเรียกร้องเรื่องนี้เช่นกัน

นพ.บัญญัติ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ต้องเร่งยกระดับการบำบัดรักษาสารเสพติดและสุขภาพจิต เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกปลดชนวนระเบิดเวลาจากสารเสพติด โดยเร่งตั้ง “ศูนย์เฝ้าระวังอาการทางจิตจากสารเสพติด (ศจส.)” ขึ้นตรงกับนายกฯ รวมถึงมีกระบวนการบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติด และสุขภาพจิต

“ผู้ติดสารเสพติด มีปัญหาสุขภาพจิต เมื่อมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป กลับไม่มีกลไกเช่นเดียวกับ EOD ไปแก้ปัญหา แต่ปล่อยให้เขาดำรงชีวิตอยู่ในสังคม ทำให้สังคม และผู้ติดสารเสพติดอยู่ในภาวะอันตราย” นพ.บัญญัติ ให้ความเห็น

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปรับมุมมองต่อ‘แรงงานข้ามชาติ’ เพื่อสังคมไทยเป็นธรรมในภาพรวม

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685269

ปรับมุมมองต่อ‘แรงงานข้ามชาติ’ เพื่อสังคมไทยเป็นธรรมในภาพรวม

ปรับมุมมองต่อ‘แรงงานข้ามชาติ’ เพื่อสังคมไทยเป็นธรรมในภาพรวม

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานสัมมนา “บทเรียนและข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการเข้าถึงความคุ้มครองของแรงงานหญิงข้ามชาติที่ประสบความรุนแรง” ซึ่งมีหลายองค์กรร่วมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา โดย น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การช่วยเหลือและคุ้มครองของแรงงานหญิงข้ามชาติที่ประสบความรุนแรง ความท้าทายคือจะทำให้เป็นระบบได้อย่างไร เพราะไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีไปเรื่อยๆ ได้

ซึ่งวิธีคิดหรือทัศนคติ (Mindset) ไม่ใช่เฉพาะกับคนในสังคมไทยแต่เป็นกันทั่วโลก ในการมองคนที่อพยพเคลื่อนย้ายจากบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานต่างถิ่น (Migrate) โดยไทยมีแรงงานที่ขึ้นทะเบียนประมาณ 2 ล้านคน แต่หากรวมกลุ่มที่ไม่ขึ้นทะเบียนด้วยก็น่าจะมากกว่านั้นและที่ผ่านมาก็มีข้อถกเถียงกันมาตลอด ว่าการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติจะมองในมุมใดระหว่างมิติด้านความมั่นคงกับมิติด้านสิทธิมนุษยชน

ขณะเดียวกัน การเรียกแรงงานกลุ่มนี้ว่า “แรงงานต่างด้าว” ซึ่งพ้องกับคำภาษาอังกฤษในกฎหมายคือ “เอเลียน (Alien)” สังคมไทยจึงมีทัศนคติว่าในเมื่อเป็นคนต่างด้าว ซึ่งมีนัยหมายถึงความเป็นอื่น หมายถึงไม่ใช่คนไทย แล้วจะมาเรียกร้องอะไรๆ ให้เหมือนคนไทยได้อย่างไร หรือมองว่าแรงงานข้ามชาติเป็นพาหะนำโรคติดต่อ หรือมองว่ามาก่ออาชญากรรม เป็นต้น ดังนั้นอยู่ที่การปรับทัศนคติผู้เกี่ยวข้องในระบบ เพื่อให้ระบบนั้นพร้อมให้บริการอย่างเป็นมิตร

น.ส.สุภัทรา กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้เคยมีตัวอย่างของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คาดว่าน่าจะเริ่มมาตั้งแต่ปี 2548 ที่ออกแนวปฏิบัติว่าด้วยการรับเด็กที่ไม่มีเอกสารยืนยันสถานะบุคคลเข้าเรียน โดยจะมีแบบฟอร์มให้ครูกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก เป็นการสร้างฐานข้อมูลของเด็กขึ้นมา อีกทั้งเมื่อเรียนจบแล้วยังได้วุฒิการศึกษาด้วย ระเบียบ ศธ. นี้สะท้อนว่า การไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนไม่ใช่ข้อจำกัดในการดำเนินการ

“พอกระทรวงศึกษาธิการทำแบบนี้ รัฐบาลก็ให้ค่าหัวค่าเรียนกับเด็กเหล่านี้เท่ากับเด็กที่เป็นคนไทย นี่เป็นตัวอย่างที่คิดว่าถ้าเราจะทำมันทำได้ ประเด็นมันอยู่ที่ Mindset เท่านั้น และคงไม่ใช่ Mindset เฉพาะเจ้าหน้าที่ แต่มันเป็น Mindset ทั้งสังคม ที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เราอาจจะต้องทำให้สังคมไม่มองแรงงานข้ามชาติเป็นอื่น ไม่ใช่ต่างดาว ไม่ใช่เอเลียน แต่เป็นคนที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่าง เราก็เป็นประเทศที่ขาดแคลนแรงงาน แล้วก็มีงานหลายอย่างที่คนไทยก็ไม่ทำ” น.ส.สุภัทรา กล่าว

น.ส.กรวิไล เทพพันธ์กุลงาม นักวิเคราะห์ โครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โครงการปลอดภัยและยุติธรรม (Safe and Fair) องค์กรเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ และเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN WOMEN) กล่าวว่า การเปลี่ยนวิธีคิดหรือทัศนคติต้องเปลี่ยนทั้งระบบนิเวศ (Ecosystem) เริ่มจากตัวเราไปสู่ชุมชนและสังคมโดยรวมตลอดจนบทบาทของสื่อมวลชนและบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม (Influencer)

ซึ่งที่ผ่านมา อาจมีสำนักข่าวที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงต่อแรงงานหญิงข้ามชาติหลากหลายรูปแบบ บางสื่ออาจเข้าใจมิติความเปราะบางของแรงงานหญิงข้ามชาติ และนำเสนอชุดข้อมูลใหม่ ซึ่งด้านหนึ่งการเปลี่ยนทัศนคติของสื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับมิติความเปราะบางของแรงงานหญิงข้ามชาตินั้นสำคัญอย่างยิ่ง แต่อีกด้านหนึ่งคนอื่นๆ ในระบบนิเวศก็จำเป็นต้องได้รับการสร้างความเข้าใจประเด็นนี้เช่นกัน

ดังที่โครงการฯ ได้สร้างความเข้าใจกับบุคคลที่ให้บริการในสหวิชาชีพ อาทิ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรด้านสุขภาพ ตลอดจนเครือข่ายต่างๆ ซึ่งคนเหล่านี้ก็จะกลายเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสื่อด้วย การเปลี่ยนวิธีคิดจึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องพยายามเปลี่ยนกันทั้งระบบนิเวศ ทั้งนี้ เคยมีงานศึกษาเรื่อง Public attitudes towards migrant workers (ทัศนคติสาธารณะว่าด้วยแรงงานข้ามชาติ) ที่โครงการฯ ทำร่วมกับ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มีข้อค้นพบที่น่าสนใจ

“มีนายจ้างหรือคนไทยบางกลุ่มที่อาจจะบอกว่า แรงงานไม่ควรเข้าถึง Welfare (สวัสดิการ) บางอย่าง แต่ที่น่าสนใจคือส่วนใหญ่สนับสนุนที่แรงงานหญิงข้ามชาติที่ประสบความรุนแรงจะได้รับความช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นเราต้องทำลายมายาคติ การให้ความช่วยเหลือแรงงานหญิงข้ามชาติไม่ใช่เขามาแย่ง Welfare แต่เราสนับสนุนให้สังคมมีความยุติธรรม Value (มูลค่า) ของแรงงานหญิงข้ามชาติไม่ได้แปลงออกมาเป็นตัวเงินอย่างเดียว Value ของแรงงานหญิงข้ามชาติ แปลงออกมาคือสังคมไทยมีความยุติธรรม ถ้าสังคมไทยมีความยุติธรรมและไม่ยอมทนกับความรุนแรง สังคมไทยจะเป็นสังคมที่ปราศจากความรุนแรง” น.ส.กรวิไล ระบุ

นางสันทนี ดิษยบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เราอยากให้ทุกคนมีทัศนคติว่าทุกคนเท่าเทียม แต่ทรัพยากร (Resource) มีอยู่จำกัด ดังนั้นในความเป็นจริงจะจัดสรรทรัพยากรอย่างไร ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัว มองว่าสิ่งที่ควรจะมีตามหลักสิทธิมนุษยชนก็ควรจะต้องให้ ส่วนจะมากกว่านั้นหรือไม่อย่างไรก็ค่อยไปจัดสรร แต่อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเรื่องของความยุติธรรมและสุขภาพเพราะเป็นเรื่องถึงแก่ชีวิต จึงต้องมีวิธีคิดแบบเท่าเทียม

“ความเท่าเทียมมันไม่ใช่ทางนิตินัยเท่านั้น แต่มันต้องเป็นเรื่องของพฤตินัยด้วย คือสิ่งที่คุณทำ ส่วนตัวถ้าเป็นอัยการก็ต้องยกตัวอย่างในกฎหมาย ทุกคนพูดถึงล่าม กฎหมายบอกว่าให้คุณต้องแจ้งสิทธิผู้เสียหาย อันนี้เข้าถึงเท่าเทียมตามนิตินัย แต่พฤตินัยเป็นอย่างไร คุณแจ้งสิทธิด้วยภาษาไทยให้กับคนพม่า เขาไม่เข้าใจ พฤตินัยมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาดำเนินการอะไรทุกอย่างมันก็คงจะต้องเป็นทั้ง 2 อย่างเท่าเทียมกัน”นางสันทนี กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : แพทย์ยกข้อมูล‘WHO-องค์กรสุขภาพทั่วโลก’ยืนยัน เด็กสูบ‘บุหรี่ไฟฟ้า’เสี่ยงติด‘บุหรี่ธรรมดา’เพิ่มขึ้น

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685278

สกู๊ปพิเศษ : แพทย์ยกข้อมูล‘WHO-องค์กรสุขภาพทั่วโลก’ยืนยัน  เด็กสูบ‘บุหรี่ไฟฟ้า’เสี่ยงติด‘บุหรี่ธรรมดา’เพิ่มขึ้น

สกู๊ปพิเศษ : แพทย์ยกข้อมูล‘WHO-องค์กรสุขภาพทั่วโลก’ยืนยัน เด็กสูบ‘บุหรี่ไฟฟ้า’เสี่ยงติด‘บุหรี่ธรรมดา’เพิ่มขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นคำถามที่มีการถกเถียงกันว่า การหันมาสูบ“บุหรี่ไฟฟ้า”จะช่วยให้เลิก“บุหรี่ธรรมดา”ได้จริงหรือไม่?

โดยเมื่อไม่นานมานี้ ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าอ้างว่า ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้มากพอว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูไปสู่การสูบบุหรี่ และการใช้บุหรี่ไฟฟ้ายังมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่อย่างมาก

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกมาตอบโต้ข้อมูลดังกล่าวว่า เรื่องนี้ ทางองค์การอนามัยโลก(WHO) ได้สรุปในรายงาน WHO Report On The Global Tobacco Epidemic 2021 ว่า เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น 2 เท่า ซึ่งไม่เพียงแต่องค์การอนามัยโลกเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายองค์กรที่ทำงานด้านสุขภาพทั่วโลก สรุปตรงกันในประเด็นนี้ เช่น มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียและกระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลียที่สรุปว่า เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น 3 เท่า หรือองค์กรแพทย์เพื่อแคนาดาปลอดบุหรี่ สรุปว่า เด็กและเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและโรคอุบัติใหม่ สมาคมกุมารแพทย์แห่งยุโรป สมาคมแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจยุโรป สหพันธ์โรควัณโรคและโรคปอดนานาชาติ ต่างก็เห็นว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กจะนำไปสู่การเสพติดนิโคตินระยะยาว ซึ่งล้วนสอดคล้องกับงานวิจัยที่ใช้ข้อมูลของประเทศไทยที่สรุปว่า เด็กที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่ม 5 เท่า ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าเป็นกังวลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า คือผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งคำว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูสู่การสูบบุหรี่ หรือ gateway effects แท้จริงมีความหมายใน 2 แง่มุม คือ 1. เด็กที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มจะไปสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นรวมทั้งการเสพติดนิโคตินในระยะยาว ตามที่มีงานวิจัยจากหลายๆ ประเทศและองค์กรสุขภาพระหว่างประเทศสรุปตรงกันตามที่กล่าวไปแล้ว

2. มีรายงานวิจัยที่ยืนยันว่า เด็กส่วนใหญ่ถึง 3 ใน 4 ที่เข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะสูบบุหรี่ธรรมดา หรือกล่าวง่ายๆ คือเด็กกลุ่มนี้หากไม่มีบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะไม่ได้เข้ามาสู่วงจรการเสพติดบุหรี่เลย แสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประตูนำเด็กที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงเข้ามาสู่การสูบบุหรี่และเสพติดนิโคติน ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่าเพราะเป็นสิ่งแสดงว่าบุหรี่ไฟฟ้าขยายกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เสพติดนิโคตินให้กว้างมากขึ้น

ส่วนที่กลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่า หากบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เด็กสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นจริงทำไมอัตราสูบบุหรี่ธรรมดาในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ หรือสหรัฐอเมริกา ไม่เพิ่มขึ้น เรื่องนี้ รศ.ดร.พญ.เริงฤดี อธิบายว่า อัตราสูบบุหรี่ในระดับประชากรมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้าน โดยเฉพาะมาตรการควบคุมยาสูบด้านอื่นๆ เช่น ภาษียาสูบ เขตปลอดบุหรี่ ห้ามโฆษณาบุหรี่ ฯลฯ

ส่วนการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นเป็นผลในระดับบุคคล จึงไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับผลรวมของอัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาในระดับประชากรได้ตรงๆ เพราะต้องพิจารณารวมกับมาตรการอื่นๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการสูบบุหรี่ในระดับประชากรด้วย แต่มีข้อสังเกตว่า อัตราการลดลงของการสูบบุหรี่ธรรมดาของเด็กและเยาวชนในต่างประเทศนั้นมีมานานตั้งแต่ก่อนมีบุหรี่ไฟฟ้า แต่ปัจจุบันหลังจากมีการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาในเด็กกลับลดลงน้อยกว่าก่อนที่จะมีบุหรี่ไฟฟ้าด้วยซ้ำ

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ประเด็นอัตราการสูบบุหรี่ในระดับประชากรนี้มีนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาพบว่า ตั้งแต่มีการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาในเด็กและเยาวชนลดลงน้อยกว่าก่อนการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า โดยอัตราการลดลงของการสูบบุหรี่ธรรมดาในเด็กและเยาวชนก่อนมีบุหรี่ไฟฟ้า (พ.ศ.2545-2556) ลดลงเฉลี่ยปีละ 0.75% แต่ตั้งแต่บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มระบาด (พ.ศ.2558-2562) อัตราการสูบบุหรี่ธรรมดาในเด็กและเยาวชนลดลงเพียงปีละ 0.37% ซึ่งหากคำนวณเป็นตัวเลขอาจจะกล่าวได้ว่าการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 4 ปี ทำให้เด็กและเยาวชนสูบบุหรี่ธรรมดาเพิ่มถึง 1.66 ล้านคน สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เด็กและเยาวชนติดบุหรี่เพิ่มขึ้นจริง เป็นสิ่งที่สนับสนุนสมมุติฐานของ gateway effects ของบุหรี่ไฟฟ้าในข้อมูลระดับประชากรด้วย

“ส่วนที่กลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาอย่างมากนั้นก็เป็นคำกล่าวที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักฐานยืนยัน แม้แต่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาหรือเอฟดีเอ ยังเคยออกมาเตือนบริษัทบุหรี่ไม่ให้นำไปอ้างว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่า ซึ่งปัจจุบันมีงานวิจัยใหม่ๆออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพเช่น เพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันโรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคมะเร็ง เป็นต้น ที่สำคัญคือบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบอย่างมากต่อเด็กและเยาวชนที่สมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง นอกจากนี้ควันบุหรี่ไฟฟ้ามือสองมีผลต่อพัฒนาการด้านสมองของทารกในครรภ์อีกด้วย” ผศ.ดร.นพ.วิชช์ กล่าว

ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบทางสุขภาพที่ทั่วโลกกำลังเป็นห่วงกันตอนนี้คือผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เด็กและเยาวชนเป็นเป้าหมายที่สำคัญของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นได้จากอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงที่สุดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในทุกประเทศทั่วโลก เช่น ปี 2020 สหรัฐอเมริกาอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กมัธยมสูงถึง 19.6% แต่อัตราการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่มีเพียง 5.1% ส่วนการสำรวจของไทยโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติก็สอดคล้องกันคือกลุ่มอายุที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากที่สุดคืออายุ 15-19 ปี

นอกจากนี้การที่บุหรี่ไฟฟ้าผลิตน้ำยากลิ่นรสชาติต่างๆ กว่า 16,000 กลิ่น ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นกลิ่นสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น กลิ่นขนม กลิ่นผลไม้หรือกลิ่นน้ำอัดลมรสชาติต่างๆ ประกอบกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นรูปการ์ตูนสิ่งเหล่านี้ย้อนแย้งกับสิ่งที่บริษัทบุหรี่ไฟฟ้าอ้างว่าต้องการขายให้เฉพาะผู้ใหญ่ที่ต้องการเลิกบุหรี่เท่านั้น

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช

ปัจจุบันมีกลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเคลื่อนไหวอย่างหนัก วิ่งเต้นกับผู้กำหนดนโยบายระดับต่างๆ รวมทั้งกรรมาธิการหลายคณะในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประเทศไทยยกเลิกกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยมักอ้างว่าจะสามารถจะควบคุมการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนได้ดีกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อไม่ได้ อยากให้ดูตัวอย่างในต่างประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ จะพบว่า อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กที่อายุต่ำกว่าที่กฎหมายอนุญาตให้ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้ ยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง เช่น อังกฤษพบเด็กอายุ 15 ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 18% โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่พบมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นกว่าเด็กผู้ชาย เพิ่มจาก 10% เป็น 21% ระหว่างปี ค.ศ. 2018-2021

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า เด็กที่สูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจาก 29% เป็น 61% ทั้งที่กฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้เด็กอายุต่ำว่า 18 ปี แม้อังกฤษจะมีมาตรการควบคุมยาสูบดีกว่าและงบประมาณในการควบคุมยาสูบมากกว่าไทยหลายเท่าตัวก็ตาม

“อยากให้สังคมช่วยจับตากลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังเคลื่อนไหวในประเทศไทยถึงความเชื่อมโยงกับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ เพราะพบหลักฐานว่าคนกลุ่มนี้เป็นสมาชิกองค์กรสนับสนุนการใช้นิโคตินนานาชาติที่ได้รับเงินสนับสนุนจากบริษัทบุหรี่ข้ามชาติผ่านมูลนิธิเพื่อโลกปลอดควันบุหรี่อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทบุหรี่
ข้ามชาตินี้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าหลายยี่ห้อที่วางจำหน่ายในต่างประเทศและต้องการมาเปิดตลาดในประเทศไทย” รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวในตอนท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับรำลึก52ปี ‘มิตร ชัยบัญชา’ ไม่พลาดขอเลขเด็ดงวด16ต.ค.65

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685251

แฟนคลับรำลึก52ปี 'มิตร ชัยบัญชา' ไม่พลาดขอเลขเด็ดงวด16ต.ค.65

แฟนคลับรำลึก52ปี ‘มิตร ชัยบัญชา’ ไม่พลาดขอเลขเด็ดงวด16ต.ค.65

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.00 น.

แฟนคลับ มิตร ชัยบัญชา ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลจัดงานรำลึกครบรอบ 52 ปี พระเอกตลอดกาล มิตร ชัยบัญชา พร้อมเสี่ยงโชคจุดธูปขอเลขเด็ด นอกจากนี้ ทางพิพิธภัณฑ์บัญชายังได้จัดทำคัดเอาท์ขนาดยักษ์จากโปสเตอร์สิงห์พบสิงห์ ทำเป็นทางเข้าโรงหนัง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกการจากไปของ มิตร ชัยบัญชา และ สมบัติ เมทะนี ที่พึ่งสูญเสียไปไม่นานนี้

8 ต.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พิพิธภัณฑ์บัญชา อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกและนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก  พร้อมด้วย นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา พร้อมด้วยกลุ่มคนรักมิตร ชัยบัญชา ได้เดินทางมาร่วมกันทำพิธีเซ่นไหว้ต่อดวงวิญญาณของพระเอกตลอดกา มิตร ชัยบัญชา เนื่องในโอกาสครบรอบ 52 ปี การเสียชีวิตของมิตร ชัยบัญชา เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2513 ขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกจากเฮลิคอปเตอร์เรื่องอินทรีทอง ที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จ.ชลบุรี โดยทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบการจากไปของพระเอกมิตร ชัยบัญชา ที่พิพิธภัณฑ์บัญชาจะจัดกิจกรรมให้กับพระเอกในดวงใจเสมอมา

ในปีนี้ นางศศิวัฒย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานจุดธูปเทียนเซ่นดวงวิญญาณและอาหารหวานคาวหน้ารูป มิตร ชัยบัญชา นอกจากนี้ กลุ่มคนรักมิตร ชัยบัญชา ยังได้จุดธูปเสี่ยงโชคขอพรในงวดที่จะถึงอีกด้วย ปรากฏเป็นเลข 718 ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีแฟนคลับของพระเอกมิตร ชัยบัญชา ถูกเลขเด็ดที่จุดเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของ มิตร ชัยบัญชา อีกด้วย

โดยภายในงานรำลึกครบรอบ52 ปี มิตร ชัยบัญชา ทางด้าน นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา ได้นำภาพโปสเตอร์หนังเก่าๆ จำนวนมากของพระเอก มิตร ชัยบัญชา ที่สะสมเอาไว้ออกมาแสดงให้กับผู้ที่มาร่วมงานได้รับชมและสัมผัสให้หวนกลับไปคิดถึงครั้งที่พระเอก มิตร ชัยบัญชา ยังมีชีวิตอยู่ และยังมีเหรียญที่ระลึก รุ่น ฮ ตก ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยากมากนำมาให้ชม เคยมีคนติดต่อขอซื้อแต่ก็ไม่ขายเพราะมีมูลค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก 

นายบัญชา วาจาสุวรรณ เจ้าของพิพิธภัณฑ์บัญชา กล่าวว่า ในปีนี้นอกจากจะทำบุญใส่บาตรและจัดพิธีบวงสรวงแล้วปีนี้ยังได้จัดทำคัดเอาท์ขนาดใหญ่ กว้าง 4.8 เมตร สูง 4 เมตร ตั้งทางเข้าโรงหนัง เป็นรูป มิตร พบกับสมบัติ จากเรื่องสิงห์พบสิงห์ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปของ 2 พระเอกตลอดกาล

สำหรับ มิตร ชัยบัญชา เกิดเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2477 ชื่อจริง พันจ่าอากาศโท พิเชษฐ์ พุ่มเหม บ้านเกิดที่จังหวัดเพชรบุรี เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงปลายปี 2499 เป็นพระเอกภาพยนตร์ไทยในช่วง พ.ศ.2500-2513 มีผลงานเด่นในช่วง พ.ศ.2501-2517 ที่เป็นยุคเฟื่องฟูของภาพยนตร์ 16 มม. มีผลงานขณะนั้นนับได้ 300 กว่าเรื่อง “มิตร ชัยบัญชา” พระเอกตลอดกาลของวงการหนังไทย ประสบอุบัติเหตุตกจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะถ่ายทำหนังเรื่อง “อินทรีทอง” ที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 36 ปี.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685222

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

มุกดาหารจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษาไทย-ลาวเชื่อมสัมพันธ์

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.26 น.

วันที่ 8 ต.ค.65 นายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา ประจำปี 2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมสานสัมพันธ์สองฝั่งโขง จังหวัดมุกดาหาร – แขวงสะหวันนะเขต และต้อนรับคณะรองเจ้าแขวง แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว  ณ บริเวณท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร  อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

สำหรับการจัดงานประเพณีแข่งเรือยาวออกพรรษา ประจำปี 2565 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมสานสัมพันธ์สองฝั่งโขง จังหวัดมุกดาหาร – แขวงสะหวันนะเขต ในวันนี้มีพิธีเปิดงาน พิธีแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทานฯและขบวนแห่ทางบกจาก 34 ชุมชน พร้อมการแสดงฟ้อนรำบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร พิธีเบิกน่านน้ำในแม่น้ำโขงก่อนการแข่งขันเรือประเภทต่างๆ เพื่อบวงสรวงพระแม่คงคา พญานาค พิธีอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมือง เจ้าแม่สองนางสถิตย์ ลงประทับเรือโบราณ “เรือเจ้าฟ้ามุกดาสวรรค์” 

พร้อมขบวนเรือทั้งสองฝั่งร่วมพิธีเบิกน่านน้ำ จากหน้าวัดศรีมงคลเหนือไปยังบริเวณหน้าวัดศรีบุญเรือง และสิ้นสุดที่หน้าศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งยังมีการฟ้อนรำทำเพลงในขบวนเรือเพื่อความสนุกสนานและสวยงามอีกด้วย ซึ่งจะสร้างสีสันและความสุขในงานประเพณีท้องถิ่นที่เว้นมานาน 3 ปี เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด -19 

ในวันที่ 9 ตุลาคม 2565 มีขบวนพาเหรดเรือทางน้ำอัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และประกอบพิธีตีช้างน้ำนอง โดยเรือทุกลำที่เข้าร่วมการแข่งขันร่วมขบวนฝีพายจ้วงพายทำให้น้ำกระเด็นคล้ายช้างเล่นน้ำ ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย จากนั้นจะแข่งขันเรือยาวท้องถิ่นรุ่น 35 ฝีพาย และรุ่นใหญ่ 55 ฝีพาย  และในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 เป็นการแข่งขันเรือยาวรอบชิงชนะเลิศ และชิงถ้วยพระราชทานฯ เสร็จแล้วในช่วงค่ำ มีการลอยกระจู้จากชุมชนต่างๆ ในลำน้ำโขง ในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำเดือน 11   – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค’แพนเค้ก’รำบวงสรวง

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685219

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค'แพนเค้ก'รำบวงสรวง

หนองคายระดม ตร.800 นายรับคลื่นมหาชนชมบั้งไฟพญานาค’แพนเค้ก’รำบวงสรวง

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.51 น.

จังหวัดหนองคาย มั่นใจนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเที่ยวงานออกพรรษาบั้งไฟพญานาค เทศบาลตำบลโพนพิสัย พร้อมจัดงานดึง “แพนเค้ก เขมนิจ” รำบวงสรวงบูชาพญานาค ด้านผู้การหนองคายระดมกำลังตำรวจ 800 นายประจำจุดหลัก 2 อำเภอดูแลความปลอดภัยและจัดการจราจรบริการนักท่องเที่ยว

วันที่ 8 ต.ค.65 บริเวณลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขง เขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลกของอำเภอโพนพิสัย เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโพนพิสัยได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดงาน มีการจัดระเบียบ ทำความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม ทั้งจุดเวที รำบวงสรวงหน้าพญาพิสัยสัตนาคราช พร้อมกันนี้ได้จัดพื้นที่ริมแม่น้ำโขงไว้ให้ประชาชนจับจองรอชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ตัดหญ้า เคลียร์พื้นที่ ทำความสะอาดไว้แล้ว

นายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศมนตรีโพนพิสัย กล่าวว่า งานปีนี้จะจัดระหว่างวันที่ 10-18 ต.ค.65 ไฮไลท์ของงานคือการรำบวงสรวงบูชาพญานาค ซึ่งปีนี้จะมี แพนเค้ก เขมนิจ มาร่วมรำบวงสรวงกับนางรำกว่า 1 พันคนด้วย เทศบาลโพนพิสัยเตรียมความพร้อมในทุกด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวพร้อมแล้ว ขอเชิญชวนประชาชนนักท่องเที่ยวเที่ยวชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค

นอกจากการชมบั้งไฟพญานาคแล้ว ปีนี้มีการจัดการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ในวันที่ 16-18 ต.ค.ในตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนจะมีลานดนตรีชมการแสดงดนตรีจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังหลายคน อาทิ มนต์แคน แก่นคูณ ลำไย ไหทองคำ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้ยาวนานขึ้น

ด้าน พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและจัดการจราจรบริเวณถนนสายหลัก ถนนหนองคาย-รัตนวาปี มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ได้ระดมกำลังตำรวจประมาณ 800 นาย จัดกำลังประจำจุดที่ อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี จุดหลักของการจัดงานและการชมบั้งไฟพญานาค มีการกำหนดแผนจัดการจราจรตามทางร่วมทางแยก จะมีการตั้งวอร์รูมที่บริเวณสี่แยกทุ่งธาตุ ซึ่งเน้นย้ำให้บริการและอำนวยความสะดวก สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะได้รับบริการที่ดีและท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685218

ด่วน!! 'รังสิต'ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.35 น.

ด่วน!! ‘รังสิต’ประกาศยกของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนป่าสักฯกำลังมา

8 ต.ค65 เฟซบุ๊กของ เทศบาลนครรังสิต ประกาศแจ้งเตือน ข่าวด่วน!! โดยระบุว่า ด้วยได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่าจะมีการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ ซึ่งมวลน้ำจะเข้าสู่พื้นที่เทศบาลในไม่ช้านี้

เทศบาลนครรังสิตจึงขอให้ประชาชนทุกท่าน ทุกครัวเรือนเตรียมขนของขึ้นที่สูงโดยเฉพาะที่พักอาศัยติดแม่น้ำ คลอง และติดตามสถานการณ์จากข่าวสารของเทศบาลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง  -009

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ​เขื่อนป่าสักฯระบายน้ำเพิ่ม เตือน6จังหวัดท้ายน้ำ-กทม.ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

Posted on October 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685207

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.44 น.

ประโยชน์ของ “น้ำผึ้ง” ที่เรียกว่าเป็น “ยาของสวรรค์” นั้น จากข้อมูลของฝ่ายเคมีและกายภาพอาหารสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลด้านการวิจัยว่า น้ำผึ้งแท้มีผลในการฆ่าแบคทีเรียได้ถึง 60 สายพันธุ์ และ น้ำผึ้งไม่แท้สามารถยับยั้งแบคทีเรียได้ ทำให้แนวหน้าออนไลน์ขอนำเสนอรายงานพิเศษ “คนเมืองเรียนรู้ดูผึ้ง-ชิมน้ำผึ้ง” เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน” (Urban study honey & bee)  

นายวีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ เจ้าของ “บำรุงฟาร์ม” หนึ่งในผู้เผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ “น้ำผึ้ง” มาสู่คนเมือง โดยมีฟาร์มเลี้ยงผึ้งและทำการเกษตรอยู่ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ได้นำความรู้เรื่องน้ำผึ้งด้วยวิธีให้คนได้ชิมรสชาติของน้ำผึ้งในแต่ละพื้นที่ในไทยซึ่งแตกต่างกัน เช่น น้ำผึ้งที่เทือกเขาบรรดทัด และในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จะมีรสชาติเข้มข้น ขมอมเปรี้ยวเล็กน้อย โดยน้ำผึ้งบางขวดนั้นมาจากดอกสะเดาก็มี ทำให้มีรสชาติขมเข้ามา, น้ำผึ้งบริเวณป่าชายเลน จะมีรสชาติกร่อยของน้ำเค็มเข้ามาด้วย ส่วนรสชาติน้ำผึ้งในจังหวัดภาคกลางและภาคเหนือนั้น เป็นราชาติที่คุ้นเคย คือ หวานกลมกล่อม  

น้ำผึ้งในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีรสชาติแตกต่างกันถึง 130 ขวด ที่ถูกวางเรียงรายให้คนเมืองมาชิม เพื่อรู้จักรสชาติของน้ำผึ้ง และ เรียนรู้ผ่านการชิมว่า น้ำผึ้งในไทยที่นิยมนำมารับประทาน ส่วนใหญ่เป็นน้ำผึ้งชันโรง ที่มีทั้งหมด 35 สายพันธุ์ ซึ่งบางสายพันธุ์เลี้ยงได้ แต่บางสายพันธุ์ก็เลี้ยงไม่ได้ 

นายวีรวิชญ์เล่าว่า ทุกวันนี้ที่ “บำรุงฟาร์ม” สอนเรื่องเกษตร และ การเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งทางภาคกลางเลี้ยงได้ไม่กี่สายพันธุ์ เพราะต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีความแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน เช่น พันธุ์ขนเงิน ถ้วยดำ และ รุ่งอรุณ  

“ผมเลี้ยงผึ้งชันโรงมา 3 ปี แต่สะสมน้ำผึ้ง 6 ปี แต่ก่อนทำเรื่องหัตถกรรม ส่งเสริมชาวบ้าน โดยหาแบบไปให้เขาทำ และ ทำผลิตภัณฑ์ชุมชนมาขาย จริงๆ เพราะเราชอบของเก่า เราอยากให้วิถีสินค้าเหล่านี้ยังคงอยู่ อยากให้คนรุ่นหลังได้เห็น เพราะตอนนี้ระดับครูช่างเสียชีวิตไปแล้ว 3 คน ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นก็หายไปเรื่อยๆ เพราะอาชีพของคนในท้องถิ่น คือ ทำสวน หาของป่า และ ทำเครื่องจักสานในเวลาว่าง รวมทั้งมีทำนา ทำไร่ สลับกันไป ซึ่งเรามีคอนเซปต์ คือ ปัจจัย 4 โดยส่วนของเสื้อผ้า และ เครื่องนุ่งห่ม เราไม่ได้ทำ ส่วนเรื่องที่อยู่อาศัยก็มีเรื่องเครื่องจักสานแทรกเข้าไป ส่วนการทำอาหารและยารักษาโรค เราทำ คือ ทำเรื่องการแปรรูปอาหาร เช่น ปลาร้านครสวรรค์  และ ยารักษาโรค เรื่องน้ำผัก ต้องบอกว่า กินของสดจะยืดอายุ รวมทั้งจับเรื่องน้ำผึ้งเป็นยา ซึ่งเป็นของที่มูลค่าสูง ทำให้การทำฟาร์มในช่วง 4 ปี เราเหมือนต้นไม้ ที่รอผลิดอกออกผล รอให้คนเห็น” นายวีรวิชญ์เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

นายวีรวิชญ์ยังเล่าด้วยว่า ปัจจุบันคนไทยรู้จักน้ำผึ้งหลายสายพันธุ์ขึ้น โดยเขาพยายามให้คนไทยได้มีโอกาสศึกษาเรื่องแมลงเพื่อรักษาระบบนิเวศ เพราะรสชาติไม่เหมือนกัน คำว่า อร่อยก็ไม่เท่ากัน 

“จริงๆมีหลายสายพันธุ์ที่กินอร่อย กินไม่อร่อย ซึ่งมีสายพันธุ์อิตาม่า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหญ่ ให้คุณค่าอาหารสูง เป็นพันธุ์ใหญ่ที่รสน้ำผึ้งที่มีรสเปรี้ยวเหมือนน้ำส้มสายชูก็มี ซึ่งรูปลักษณ์ของน้ำผึ้งก็ไม่ได้หนืดอย่างเดียว น้ำผึ้งที่ดีก็ไม่ใช่น้ำผึ้งเดือนห้าอย่างเดียว เราเปรียบเทียบกับสตอเบอร์รี่ และ ทุเรียน ซึ่งถ้าไปปลูกแต่ละพื้นที่ก็จะได้รสชาติความอร่อยไปอีกอย่างหนึ่ง โดยการให้ความรู้เรื่องผึ้ง โดยน้ำมาให้ชิมกันนั้น เราครีเอทเอง เพราะเป็นนักเรียนในโครงการหนึ่งไร่หนึ่งแสน ของอาจารย์อดิศร พวงชมภู อาจารย์จะสอนให้สังเกตุ พอเราทำเรื่องอาหาร ทำให้เราสนใจเรื่องความหลากหลายของน้ำผึ้ง และ ความหลากหลายของพื้นที่ แตกประเด็นออกมา และน้ำผึ้งไทยดีกว่าต่างประเทศ ทำให้พอสอนเรื่องการทำเกษตรก็มีความหลากหลาย โดยเราก็สอนดูน้ำผึ้งแท้ น้ำผึ้งปลอม ทางกายภาพ ดมกลิ่น ชิม บอกได้ แต่การใช้ไม้ขีดไฟจุ่ม หรือ หยอดใส่น้ำ บอกไม่ได้” นายวีรวิชญ์บอกเล่าถึงที่มาที่ไปบนเส้นทางกว่าจะเป็นผู้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งโดยเฉพาะ 

นายวีรวิชญ์ทิ้งท้ายว่า น้ำผึ้งที่กินแล้วสนุกคือภาคใต้ เพราะป่าเขาสมบูรณ์ แต่น้ำผึ้งที่ได้จากทางภาคเหนือและภาคกลางกินแล้วอร่อย ซึ่งตอนนี้พยายามหาน้ำผึ้งให้ได้ครบ 200 กว่าแห่ง จากปัจจุบันมีน้ำผึ้งอยู่ 130 แห่ง 

เรียกว่างานนี้ “คนเมือง” มีความรู้เกี่ยวกับน้ำผึ้งและผึ้ง มาให้เรียนรู้อย่างสนุกสนานพร้อมกับการทำเกษตรในแบบฉบับที่คนเมืองสามารถทำได้ รวมทั้งได้ความรู้เรื่องสุขภาพที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพของคนเมือง 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผึ้งชันโรง(Stingless Bee) เป็นแมลงจำพวกผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน  Subfamily Meliponinae, family Apidae, Order Hymenoptera  ชันโรงจะมีความสัมพันธ์และวิวัฒนาการที่ใกล้ชิดกับผึ้งพันธุ์ (honey bee), ผึ้งหึ่ง (bumble bee), และผึ้งกล้วยไม้ (orchid bee)  ชันโรงมีวิวัฒนาการมายาวนานถึง 80 ล้านปีแล้ว  ปัจจุบันทั่วโลกพบชันโรงประมาณ 500 ชนิด  โดยพบมากในเขตร้อนตลอดจนบริเวณใกล้เคียงที่ติดกับเขตร้อน  จำนวนชนิดของชันโรงที่จำแนกชนิดแล้ว  จะพบในทวีปแอฟริกา 50 ชนิด, ทวีปอเมริกา 300 ชนิด, ทวีปเอเชีย 60 ชนิด, ทวีปออสเตรเลีย 10 ชนิด และที่มาดากัสก้า 4 ชนิด (Bradbear, 2009)  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 สกุล คือ Melipona, Trigona, Meliponina, Detylurina, และ Lestrimelitta  โดยสกุล Trigona จะพบบ่อยในพื้นที่เขตร้อน (Heard, 1999; Michener, 2000; Klakasikorn et al., 2005) 

ในประเทศไทย  มีรายงานผลการสำรวจชันโรงสกุล Tetragonula  ว่าพบและจำแนกชนิดแล้วประมาณ 30 ชนิด โดยมีการแพร่กระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศ แต่จำนวนชนิดที่อาศัยในแต่ละภาคจะต่างกัน ภาคใต้เป็นภาคที่มีความหลากชนิดของชันโรงสูงสุด ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความหลากชนิดของชันโรงน้อยที่สุด  สำหรับชนิดชันโรงที่พบทั่วทุกภาคได้แก่  ผึ้งจิ๋วขนเงิน (Tetragonula pagdeni Schwarz),ผึ้งจิ๋วหลังลาย (T. fuscobalteataCameron),  ผึ้งจิ๋วรุ่งอรุณ (T. laeviceps Smith), ชันโรงใต้ดิน (T. collina Smith),และชันโรงปากแตร (T. terminata  Smith)  (Schwarz, 1939; Sakagami et al., 1985; Micheener and Boongird, 2004; สมนึก, 2552) ชันโรงจะมีขนาดที่แตกต่างกันมาก เช่น Melipona fulginnosa  มีลำตัวยาวกว่า 13  มิลลิเมตร  ส่วน Trigona  duckei  ลำตัวยาวเพียง 2 มิลลิเมตรเท่านั้น  ขนาดของโคโลนีก็แตกต่างกัน  ตั้งแต่หลักร้อยในสกุล Melipona  ไปจนถึงหลักหมื่นในสกุล Trigona   (Sommeijer, 1999)

ชันโรงจัดเป็นแมลงสังคมชั้นสูง (eusocial insects) ที่ภายในรังประกอบด้วยวรรณะ 3 วรรณะด้วยกัน คือ นางพญา (queen), เพศผู้ (drone), และชันโรงงาน (worker) (Velthuis,  1997)โดยในแต่ละวรรณะจะทำหน้าที่ภายในรังแตกต่างกันไป ซึ่งผึ้งนางพญาจะมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้และชันโรงงาน ใน 1 รวงรัง จะมีนางพญา 2 ตัวหรือมากกว่า ทำหน้าในการวางไข่และดูแลชันโรงทุกตัวในรังให้อยู่ในความเรียบร้อย ส่วนชันโรงเพศผู้จะทำหน้าที่ในการผสมพันธุ์เพียงอย่างเดียว สำหรับชันโรงงานจะทำหน้าที่ในการซ่อมแซมรัง คอยทำความสะอาดและเป็นพี่เลี้ยงช่วยนางพญาดูแลตัวอ่อน 

ตลอดจนหาอาหารเลี้ยงสมาชิกภายในรัง โดยการออกเก็บละอองเกสรและน้ำหวานของดอกไม้ ละอองเกสรที่ได้จากดอกไม้จะเป็นแหล่งโปรตีน ส่วนแหล่งของพลังงานจะได้จากคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลที่มีในน้ำหวานของดอกไม้  (Bradbear N., 2009) รังของชันโรงส่วนใหญ่จะสร้างรังอยู่ภายในช่องว่างที่ปลอดภัย เช่น รอยแตกของต้นไม้, โพรงไม้, ใต้ดิน เป็นต้น สารที่นำมาใช้สร้างรังหลัก คือ ซีรูเมน (cerumen) ซึ่งเกิดจากส่วนผสมของไขผึ้งและยางไม้ ทางเข้ารัง ( entrance tube )จะมีลักษณะเป็นช่องแคบ  (Sommeijer, 1999) ซึ่งจะช่วยป้องกันการเข้ารุกรานของศัตรู ได้แก่ ผึ้งชนิดอื่นๆ, แมลงวันหลังค่อม (phorid fly: Pseudohypocera sp.), แมลงวันหัวบุบ (robber flies), มวนเพชฌฆาต (assassin bug),มด, นก, กิ่งก่า เป็นต้น  (Macharia et al., 2007; Wattanachaiyingcharoen and Jongjitvimol, 2007; Bradbear, 2009)

ลักษณะโครงสร้างภายในรังของชันโรงจะประกอบไปด้วยห้องของตัวอ่อน (brood chamber)แยกเป็นสัดส่วนออกจากพื้นที่สะสมอาหาร  บริเวณห้องของตัวอ่อนจะมีการสร้างเซลล์ตัวอ่อน (brood cells)  เป็นชั้นๆ ตามแนวนอน โดยเซลล์ตัวอ่อนของนางพญาใหม่ (Queen cell) จะมีขนาดใหญ่กว่าเซลล์ของชันโรงงาน และจะอยู่ส่วนบนสุดของเซลล์ตัวอ่อน  ห้องของตัวอ่อนจะถูกห่อหุ้มด้วยผนังที่ทำจากไขและโพรโพลิส  เรียกว่า involucrum   

ส่วนบริเวณพื้นที่สะสมอาหารจะประกอบไปด้วย ถ้วยน้ำผึ้ง (honey pots) และ ถ้วยเกสร (pollen pots)  ชันโรงแต่ละชนิดจะมีขนาดของเซลล์ตัวอ่อน ถ้วยเกสร และถ้วยน้ำผึ้งที่แตกต่างกัน  ขึ้นอยู่กับขนาดของลำตัวชันโรง  ถ้าชันโรงมีลำตัวขนาดใหญ่ ก็จะสร้างเซลล์ตัวอ่อน ถ้วยเกสรและถ้วยน้ำผึ้งใหญ่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น ชันโรง (Stingless bee : Trigona sp. หรือ Melipona sp.) คือ ผึ้งชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นของไทยมานานแล้ว และมีชื่อเรียกแตกต่าง กันไปตามท้องถิ่น เช่น ขี้ตังนี (ภาคเหนือ) ขึ้สูด (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อุง (ภาคใต้) และติ้ง (นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี) ชันโรงจัด อยู่ในอันดับ Hymenoptera วงศ์ Apidaeและวงศ์ย่อย Meliponinae มีแหล่งกำเนิดอยู่ในประเทศแอฟริกา แล้วกระจายตัวไปยังประเทศอื่นๆ ในเขต ร้อน มีจำนวนมากกว่า 400 ชนิด พบในประเทศไทย 24 ชนิด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685205

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

500 นางรำร่วมรำบวงสรวงบูชาพญานาคเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.07 น.

นางรำชาวหนองคายกว่า 500 คนร่วมกันรำบวงสรวงบูชาพญานาคในงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ไม่ลืมติดริบบิ้นสีดำ ไว้อาลัยเหตุโศกนาฎกรรมกราดยิงที่หนองบัวลำภู

เมื่อเย็นวันที่ 7 ต.ค.65 ที่ผ่านมาที่ลานวัฒนธรรม พญานาคคู่ ริมแม่น้ำโขงวัดลำดวน เขตเทศบาลเมืองหนองคาย นางสาวสิริมา วัฒโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นางรนิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค หนึ่งในกิจกรรมงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคที่เทศบาลเมืองหนองคายจัดขึ้น โดยหลังจากพิธีพราหมณ์บวงสรวงบูชาพญานาคเสร็จแล้ว นางรำกว่า 500 คน ซึ่งแต่งกายสวยงาม ร่ายรำด้วยท่ารำที่อ่อนช้อยสวยงาม ทั้งนางรำและผู้ที่มาร่วมงานต่างพากันติดริบบิ้นสีดำเพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยต่อโศกนาฎกรรมกราดยิงที่จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย

สำหรับงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ประจำปี 2565 ในครั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมใน 6 อำเภอที่ติดกับแม่น้ำโขง เช่น อ.สังคม อ,ศรีเชียงใหม่ อ.ท่าบ่อ อ.เมืองหนองคาย อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี โดยในวันออกพรรษาปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 10 ต.ค.2565 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคในแต่ละจุด ซึ่งนอกจากการชมบั้งไฟพญานาคแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและท้องถิ่นได้จัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยว เช่น เทศบาลเมืองหนองคาย จัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 7-13 ต.ค. มีถนนอาหาร ถนนคนเดิน การลอยเรือไฟบูชาพญานาค การลอยกระโป๋ไฟ การแสดงแสงสีเสียง และการยกยอดฉัตรองค์พระธาตุหล้าหนอง เป็นต้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

Posted on October 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/685204

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

ศุลกากรหนองคายเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.54 น.

ศุลกากรหนองคาย เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวเที่ยวงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาค คาดคนเข้าออกประเทศมากกว่าหมื่นคน ย้ำต้องมีพาสปอร์ตรถ ซื้อเหล้า บุหรี่ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

วันที่ 8 ต.ค.65 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการศุลกากร 1ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ให้บริการและอำนวยความสะดวกประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกประเทศ ซึ่งหลังจากที่มีการเปิดประเทศเนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด 19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นนับตั้งแต่เดือน พ.ค65 เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีประชาชนเดินทางเข้าออกไทย – ลาว วันละหลายพันคน 

โดยเฉพาะความนิยมของคนไทยต่อการเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยรถไฟความเร็วสูงลาว – จีน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มมากขึ้น ยิ่งในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องกันจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกไม่ต่ำกว่าวันละหมื่นคน และในเวลาอันใกล้นี้จะถึงเทศกาลออพรรษาบั้งไฟพญานาค มีการคาดการณ์กันว่าจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค และใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

นายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการศุลกากร 1ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ประจำ ณ ด่านพรมแดนหนองคาย ได้จัดเตรียมกำลังบุคลากรเพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนนักท่องเที่ยวให้เพียงพอ เน้นการบริการที่สุภาพ เป็นมิตร แต่เข้มแข็ง กล่าวคือ ให้บริการด้วยดีควบคู่กับการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย การลักลอบนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ไม่ให้กระทบกับบรรยากาศการท่องเที่ยว โดยเน้นว่าการเดินทางเข้าออกประเทศสำหรับผู้ที่ต้องการนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปเองจะต้องมีพาสปอร์รถทุกครั้ง หากไม่ใช่เจ้าของรถจะต้องมีใบมอบอำนาจให้นำยานพาหนะข้ามพรมแดนไปได้ 

ส่วนการซื้อเหล้า บุหรี่ ยาเส้น กรณีใช้พาสปอร์ตเดินทางจะซื้อได้ไม่เกิน 1 ลิตร ยาเส้นไม่เกิน 200 กรัม บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หากมีการซื้อกลับเข้าประเทศเกินกว่าที่กฎหมายศุลกากรกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่จะมีกล่องสำหรับหย่อนเหล้าบุหรี่ที่เกินกำหนดเหล่านั้นเพื่อจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากมีการลักลอบเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,504 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d