Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘กสม.-สสส.’จัดเวทีเสวนา สิทธิยุติตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683776

‘กสม.-สสส.’จัดเวทีเสวนา  สิทธิยุติตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

‘กสม.-สสส.’จัดเวทีเสวนา สิทธิยุติตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“วันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล (Safe Abortion Day)” ตรงกับวันที่ 28 กันยายนของทุกปี ซึ่งนานาชาติจะมีกิจกรรมรณรงค์สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงในการเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์ หรือ“ทำแท้ง” อย่างปลอดภัย สำหรับประเทศไทยนั้นก็มีหลายองค์กรที่จัดกิจกรรม รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาเรื่อง“ความก้าวหน้าด้านสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์ :สิทธิในการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย” เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา

น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิด้านสุขภาพที่เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์ซึ่งได้รับการรับรองในอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตาม

โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญประจำกติกา ICESCR เห็นว่า การขาดบริการฉุกเฉินด้านสูติกรรมหรือการปฏิเสธการทำแท้งมักนำไปสู่การเสียชีวิตและการเจ็บป่วยของผู้หญิงที่เป็นมารดา ซึ่งถือเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนในการมีชีวิตและสุขภาพอนามัยที่ดี ขณะที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ประเทศไทยได้มีประมวลกฎหมายอาญาฉบับแก้ไข ซึ่งมาตรา 301 กำหนดให้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สามารถทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

และมาตรา 305 ที่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาให้บริการยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไม่มีความผิด อย่างไรก็ดี จากรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปี 2564 ของ กสม. พบว่าภายหลังจากที่กฎหมายบังคับใช้ ยังมีปัญหาในการให้บริการยุติการตั้งครรภ์หลายประการ เช่น โรงพยาบาลของรัฐจำนวนมากยังขาดความพร้อมในการให้บริการยุติการตั้งครรภ์และไม่ส่งต่อ (Refer) ไปยังสถานบริการอื่นที่พร้อมให้บริการ

นอกจากนี้ ในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2565 พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังไม่ทราบข้อมูลแหล่งบริการโรงพยาบาลที่ให้บริการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งกสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลให้เร่งรัดการออกกฎหมายลำดับรองเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเสริมสร้างความเข้าใจต่อประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายและกลไกที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กสม. จะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังจากเวที ไปประกอบการจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปี 2565 ที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา รวมทั้งนำไปสู่การจัดทำรายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามอนุสัญญา CEDAW ของไทย

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. กล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่26 ก.ย.2565 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์ ตามมาตรา 305 (5) แห่งประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2565 กำหนดให้หญิงซึ่งมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ที่จะยุติการตั้งครรภ์

ต้องได้รับการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมก่อน เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน รอบด้าน ส่งผลให้ผู้ให้บริการสุขภาพและผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อม มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าทางกฎหมายท่ามกลางความท้าทายในทางปฏิบัติ เช่น ข้อจำกัดเรื่องจำนวนหน่วยบริการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย

รศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยกำหนดให้การยุติการตั้งครรภ์เป็นทางเลือกของผู้หญิงแบบกำหนดเงื่อนไข เช่น การกำหนดอายุครรภ์ที่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปลายปี 2564 ระบุว่า 6 ใน 10ของผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมทั่วโลกเลือกยุติการตั้งครรภ์ และร้อยละ 45 ต้องยุติการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการที่ไม่ปลอดภัยซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงสุขภาวะใหญ่ของโลก

ทั้งนี้ การยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยควรเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้หญิงมีสิทธิเลือกและได้รับการดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แต่อุปสรรคที่ผู้หญิงต้องเผชิญในการเลือกยุติการตั้งครรภ์ของตน คือ การเข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ที่ปลอดภัย ในเวลาที่เหมาะสม ในราคาที่จับต้องได้ และได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ ซึ่งถือเป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง

ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “Abortion Rights=Health Rights=Human Rights” สรุปว่า ประเทศไทยยังมีผู้หญิงที่ท้องไม่พร้อมและต้องการเข้าถึงบริการทำแท้งที่ปลอดภัยอยู่จำนวนมาก แม้ว่าจะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ 305ที่แก้ไขใหม่แล้วก็ตาม แต่รัฐยังต้องมีหน้าที่ในการเคารพ ปกป้อง และเติมเต็มสิทธิของผู้หญิงทั้งกลุ่มที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายและที่ต้องการตั้งครรภ์ต่อให้ได้เข้าถึงระบบบริการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม และสวัสดิการที่ควรได้รับ

“กสม. ตระหนักถึงความจำเป็นในการร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องจัดให้ผู้หญิงเข้าถึงบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ในพื้นที่ใดหรือถือสิทธิประโยชน์ใดอยู่ เพราะสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยคือสิทธิสุขภาพและสิทธิมนุษยชน” น.ส.สุภัทรากล่าวปิดท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เสริมศักยภาพ‘แกนนำครูอาชีวะ’ ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยง-อบายมุขในสถานศึกษา

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683763

สกู๊ปพิเศษ : เสริมศักยภาพ‘แกนนำครูอาชีวะ’  ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยง-อบายมุขในสถานศึกษา

สกู๊ปพิเศษ : เสริมศักยภาพ‘แกนนำครูอาชีวะ’ ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยง-อบายมุขในสถานศึกษา

วันอาทิตย์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ (สอศ.) มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดกิจกรรมอบรมพัฒนาหนุนเสริมศักยภาพครูแกนนำ ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษา ป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษา

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อต้องการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติและพัฒนากลไกที่เป็นจริง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในนักเรียน นักศึกษาระดับอาชีวศึกษา ขณะนี้โครงการได้สนับสนุนงบประมาณให้กับวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 25 แห่ง ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษาเป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้เกิดบทเรียนและพัฒนาวิทยาลัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนร่วมกัน

ดร.นิติ นาชิต ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ (สอศ.) กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นสถานที่ที่จะผลิตกำลังคนสำคัญของประเทศดังนั้นกิจกรรมต่างๆ ต้องเริ่มต้นจากสถานศึกษา ที่ต้องลงสู่การพัฒนาครูแกนนำว่ามีแนวทางในการพัฒนาลูกศิษย์อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่การทำกิจกรรมของเด็ก เด็กๆ ก็จะมีภูมิคุ้มกันที่จะไปป้องกันตัวเขาเอง รวมถึงขยายผลไปสู่เพื่อนๆ ทำให้นำไปสู่การลดปัจจัยเสี่ยง

ดร.นิติ กล่าวต่อว่า สำหรับการรณรงค์ ลดปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษานั้น ปัจจุบันมีกิจกรรมที่ป้องกันยาเสพติดอยู่แล้ว ซึ่งเราเอามาเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ สสส. ทำโครงการในส่วนนี้ เพื่อทำให้เด็กมีกิจกรรม และได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อให้เขามีความเข้มแข็ง และมีภูมิคุ้มกัน โดยตอนนี้มีสถานศึกษาทั้งหมด 25 แห่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งทั้ง 25 แห่ง อยู่ในโครงการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ซึ่งเป็นนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้สถานศึกษาพัฒนาผู้เรียน ซึ่งนอกจากในด้านความสามารถแล้ว ก็อยากให้เป็นคนดีด้วย ซึ่งกิจกรรมช่วยป้องกันเหล้า บุหรี่ ก็จะช่วยเสริมสร้างให้เขาเป็นคนดีด้วยเช่นกัน

ดร.นิติ นาชิต 

“ต้องยอมรับว่าเด็กอาชีวะ เป็นเด็กวัยรุ่น ถ้าหากิจกรรมที่น่าสนใจ และเข้าถึงเขาได้ก็เป็นเรื่องที่ดี ฉะนั้นกิจกรรมที่ร่วมมือกับ สสส. ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่ทำให้เด็กมีความสนใจ และสอดคล้องกับช่วงวัยของเขา ฉะนั้นกิจกรรมต่างๆ เขาให้ความสนใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี”ดร.นิติ กล่าว

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. ได้สนับสนุนโครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษาป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) ในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายแนวร่วมในการทำงานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ที่เป็นต้นเหตุต่อเนื่องไปยังปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ยาเสพติดรวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านการพนัน ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ การช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมให้ปลอดจากปัจจัยเสี่ยง โดยมีครู นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกแผนกวิชาเข้าร่วมฝึกฝนทักษะ จนเกิดเป็นแกนนำครู นักเรียน นักศึกษา เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการช่วยป้องกันปัจจัยเสี่ยง ส่งผลหลายด้าน ต่อนักเรียน นักศึกษา เช่นผลการเรียนดีขึ้น ลดการเกิดอุบัติเหตุ ลดการบาดเจ็บ การเสียชีวิต จากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

ทั้งนี้ จากรายงานการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากรไทยปี 2564 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน อายุ 15-24 ปีอยู่ที่ร้อยละ 12.7 ซึ่งลดลงจากปี 2560 (ร้อยละ 15.4) สอดคล้องกับอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มเยาวชนก็ลดลงเช่นกัน แต่จากสถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้า พบ 78,742 คนสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีสัดส่วนเป็นเยาวชน 15-24 ปีมากที่สุด (ร้อยละ 30.5%) ซึ่งกลุ่มเยาวชนควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ

น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ

ส่วนสถานการณ์พนัน ประจำปี 2562 โดยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน พบประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าร้อยละ 98.9 เกิดจากการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนรอบข้างเล่นการพนัน โดยมีเยาวชนที่อายุ 15-25 ปี เล่นการพนันจำนวน 4.3 ล้านคนและมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นปัญหาอยู่ 6 แสนคน จึงควรมีการสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้รู้เท่าทันปัจจัยเสี่ยง

“ครูแกนนำ มีความสำคัญอย่างมากคือเด็กทุกคนเขาอยากรู้อยากลอง แต่เราจะทำอย่างไร ที่จะกล้าเดินเข้าไปหาเด็กเพื่อให้เขาเปิดใจ ต้องกล้าบอก กล้าเตือน ดึงเขาออกมาให้ได้ เราต้องทำให้เขารักตัวเอง แล้วเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง” อ.นิอร น้ำใจดี วิทยาลัยพณิชยการธนบุรี สะท้อนความรู้สึกผ่านเวทีอบรมเป็นครูแกนนำในโครงการฯ

อ.นิอรกล่าวว่า จากการเข้าอบรมพัฒนาศักยภาพครูแกนนำ ทำให้ปัจจุบันสามารถขยายผลเข้าสู่วิทยาลัย โดยแกนนำ 4 คน จะประชาสัมพันธ์โครงการหน้าเสาธงโดยหาอาสาสมัครห้องละ 4 คน เป็นการอบรมโครงการ TCC เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมแก้ไขปัจจัยเสี่ยง โดยป้องกันปัจจัยเสี่ยงหลักคือ เหล้า และ บุหรี่ ในสถานศึกษา ซึ่งจากแกนนำ 4 คน ได้ขยายผลไปสู่แกนนำอีก 50 คน โดยเป็นตัวแทนจิตอาสาห้องละ1 คน รวมกับครูที่ปรึกษา ทำให้ตอนนี้มีแกนนำหลักเป็นนักศึกษา 50 คน ครูอีก 50 ท่าน

อ.นิอร กล่าวอีกว่า ที่ทำในส่วนนี้ไม่ได้มั่นใจว่าจะทำให้สถานศึกษาปลอด เหล้า บุหรี่ 100% ถามว่าห้ามได้ไหม ก็ห้ามไม่ได้ ฉะนั้น สิ่งที่ทำได้ในระดับแรกคือการสร้างกระแสปลูกจิตสำนึกของเด็ก ให้เขารู้ว่าสิ่งไหนผิด และกล้าปฏิเสธ ซึ่งเราให้แกนนำหลัก 4 คนเล่าจากเพื่อนสู่เพื่อน นำสิ่งดีๆ ไปบอกต่อ กล้าที่จะบอกคุณครู เตือนเพื่อน และกล้าที่จะดึงคนเดินทางเสี่ยงให้กลับมาทางที่ถูก ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้แกนนำ เมื่อมีแกนนำนักศึกษาเหล่านี้ก็จะไปเตือนเพื่อนถึงสิ่งที่ไม่ดี อีกอย่างที่เราทำคือการสร้างจิตสำนึกปลุกกระแส ด้วยการประกวดทำคลิปติ๊กต็อก อย่างน้อย 1 ห้อง 1 คลิป ให้สมาชิกในห้องช่วยทำคลิป คิดวิเคราะห์ และรณรงค์ หวังว่าการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ จะช่วยขยายผลให้ไปสู่วงกว้างได้

อ.โชติพงศ์ สังข์น้อย

อ.นพรัตน์ เบ้าหล่อ วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ กล่าวว่า โครงการของวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ คือ โครงการลด ละ เลิกบุหรี่ในสถานศึกษา ภายใต้โครงการพัฒนาเครือข่ายและหนุนเสริมศักยภาพครูและแกนนำนักศึกษาอาชีวศึกษาป้องกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่)ในสถานศึกษา โดยกิจกรรมหลักๆ ทำเกี่ยวกับสื่อ คลิปวีดีโอ หนังสั้น ลงในติ๊กต็อก รวมทั้ง เฟซบุ๊ค ยูทูบ วัตถุประสงค์ของโครงการคือให้นักศึกษาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ให้ลด ละ เลิกอบายมุข ตอนแรกตั้งเป้าให้นักศึกษาเข้าร่วมโครงการ 100 คน แต่เมื่อมาพิจารณาดูแล้วอยากให้เด็กได้รับโอกาสและความเสมอภาค จึงให้เด็กทั้งแผนกเข้าร่วมเพื่อให้เด็กรู้โทษ เหล้า บุหรี่

“สิ่งที่เราเริ่มทำโครงการคือ อบรมเรื่องการทำสื่อวีดีโอ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนสคริปต์ การตัดต่อวีดีโอ และให้เด็กอัปคลิปผ่านช่องยูทูบของ กสศ. (EEF Tomorrow) โดยทำควบคู่กับการอบรมให้ความรู้ โดยให้หมอจากโรงพยาบาลอำนาจเจริญมาให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ ก่อนให้เด็กจับกลุ่มระดมสมองว่าได้ความรู้อะไรบ้าง และให้เขานำเสนอ พร้อมกับมีเงินรางวัลเป็นกำลังใจให้กับเขา ทั้งนี้อยากให้ สสส.มีโครงการดีๆ แบบนี้ให้เด็กห่างไกลจากยาเสพติด ทั้งเหล้า และ บุหรี่ เพื่อหวังให้เด็กเป็นพลเมืองที่ดีในสังคมต่อไป” อ.นพรัตน์ ระบุ

อ.โชติพงศ์ สังข์น้อย วิทยาลัยเทคนิคถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า สิ่งแรกเคยเป็นนักเรียน ปวช.,ปวส. ทำให้รู้บริบทของนักศึกษาดีว่ากลุ่มเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญของ
พวกเขา ซึ่งส่วนตัวเคยลองมาทั้ง บุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้รู้ว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย ยิ่งสูบยิ่งดูดยิ่งทำให้เลิกยาก เมื่อมาเป็นครู จึงได้เข้าร่วมอบรมพัฒนาหนุนเสริมศักยภาพครูแกนนำ ร่วมกับทาง สสส. และทางมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน โดยนำนักเรียนแกนนำ 4 คน เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกันนี้ได้เสนอโครงการ TLTC สร้างคนรุ่นใหม่ห่างไกลสิ่งเสพติด บุหรี่ เหล้า ในสถานศึกษา จุดเริ่มต้นเรามีแกนนำแค่4 คนที่เข้าร่วมโครงการ ก่อนเริ่มขยายผลไปสู่นักเรียนคนอื่นๆ ภายในวิทยาลัย

อ.นพรัตน์ เบ้าหล่อ

“วัตถุประสงค์ของเราคือให้นักเรียนมีความรู้ และลด ละ เลิก บุหรี่ สุรา โดยเราจะสร้างนักเรียนแกนนำทุกแผนก ให้ขยายผลไปสู่แผนกของตนเอง ซึ่งมีเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ถึงวิธีแก้ปัญหาเหล้า บุหรี่ ภายในวิทยาลัยอย่างไร เพื่อให้เพื่อนในโรงเรียนลด ละ เลิก ให้ได้ ซึ่งเป้าหมายต่อไปของเราคือสร้างแกนนำภายในแผนกให้มากขึ้น เพื่อนช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้นักเรียนสูบบุหรี่ หรือ ดื่มสุราในวิทยาลัย รวมทั้งการทำสื่อ ทำคลิปให้นักเรียนรู้ถึงโทษของสิ่งเสพติด” อ.โชติพงศ์กล่าว

ขณะที่ อ.อนุวัต ราชสมบัติ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กล่าวว่า เนื่องจากเป็นครูกิจกรรมนักเรียน-นักศึกษา ทำให้มีโอกาสทำกิจกรรมกับนักเรียน นักศึกษาเป็นประจำ ทำให้รู้และเข้าใจว่านักเรียนอาชีวะเป็นอย่างไร โดยวิทยาลัยของเรามีนักเรียนประมาณ 3,200 คน และหลังจากได้เข้าร่วมอบรมครูแกนนำ ได้นำความรู้มาสานต่อในวิทยาลัย โดยเริ่มจากประกาศเจตนารมณ์ให้ครู นักเรียน นักศึกษาในวิทยาลัยทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมในวันงดสูบบุหรี่โลก พร้อมกับออกแบบป้ายรณรงค์ถึงโทษและพิษภัยของสิ่งเสพติดโดยให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วม พร้อมจัดทำโมเดลรณรงค์ รวมถึงการจัดการแข่งขันฟุตซอล ซึ่งหวังให้นักเรียนตระหนักถึงโทษของยาเสพติด

ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดที่จัดขึ้นมาต้องขอขอบคุณ สสส. มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ที่สนับสนุนงบประมาณที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

อ.นิอร น้ำใจดี 

อ.อนุวัต ราชสมบัติ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรรมฐานทำไม่ยาก ที่ยากเพราะไม่เข้าใจ โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683803

กรรมฐานทำไม่ยาก ที่ยากเพราะไม่เข้าใจ โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

กรรมฐานทำไม่ยาก ที่ยากเพราะไม่เข้าใจ โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.04 น.

การที่จะได้ดีหรือไม่ได้ดี มันอยู่ที่ความจริงใจของเราเท่านั้น การเจริญพระกรรมฐานที่บอกว่าทำแล้วไม่ได้ดี ก็เพราะคนเราหาความจริงไม่ได้นั่นเอง ไม่ใช่มีอะไรยากลำบากที่ไหน เป็นของธรรมดา

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ทรงหาอะไรมาสอนเรา นอกจากนำกฎธรรมดาที่เรามีอยู่ ให้เรามาใช้ปฏิบัติให้ถูกทางเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาธิจิต เราก็ใช้กันอยู่เป็นปกติ แต่ว่าองค์สมเด็จพระชินศรีเห็นว่า สมาธิแบบนั้นเป็นโลกียสมาธิ ไม่เป็นทางหมดทุกข์

องค์สมเด็จพระบรมครูต้องการให้เรามีความสุข จึงให้ใช้สมาธิด้านกุศลจิต คิดหากุศลเข้าใส่ใจไว้เป็นประจำ ให้จิตมันจำไว้เฉพาะด้านกุศลอย่างเดียวจนเป็นเอกัคตารมณ์

เมื่อจิตทรงสมาธิได้ดีแล้ว องค์สมเด็จพระประทีปแก้วก็สอนวิปัสนาญาน มีอริยสัจ เป็นต้น ให้พิจารณาเห็นทุกข์ เหตุแห่งความทุกข์ที่มันจะมีขึ้นมาได้ก็เพราะอาศัยตัณหา มีความผูกพันในร่างกาย ซึ่งมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราก็วางร่างกายเสีย เพื่อพระนิพพาน

โอวาทธรรทมคำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ขอบคุณลานธรรมจัก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=39732 – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเทรนด์ ‘เกษตรคนเมือง’ แห่งอนาคตใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำข้ามพ้นภัย Disruption

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683789

เปิดเทรนด์ 'เกษตรคนเมือง' แห่งอนาคตใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำข้ามพ้นภัย Disruption

เปิดเทรนด์ ‘เกษตรคนเมือง’ แห่งอนาคตใช้เทคโนโลยีก้าวล้ำข้ามพ้นภัย Disruption

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.08 น.

เทรนด์ (trend) หรือ ทิศทางเกษตรคนเมืองแห่งอนาคต เป็นไปตามที่ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ปาฐกถาพิเศษบนเวทีเปิดงานมหกรรม “Sustainability Expo 2022” ถึงการทำเกษตรในอนาคตนั้น จะต้องเอาเทคโนโลยี เช่น แพลตฟอร์ม ไปดักจับ ก็จะทำให้รอดพ้นภัยจากการถูกดิสรัปชั่น (Disruption) หรือ ถูกทำลายลงไป 

ขณะที่ล่าสุดสำนักข่าวซินหัวรายงานมาจากเมือง “ฉงชิ่ง” ประเทศจีนว่า ปัจจุบันมีบริษัท “ฉงชิ่ง หงจิ่ว ฟรุต” (Chonqing Hongjiu Fruit) นำเข้า “ทุเรียนไทย” หรือ “ราชาผลไม้” เป็นสินค้าพระเอกของบริษัท จนทำให้บริษัทดังกล่าวนั้น สามารถนำตัวเองเข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดยเมื่อปี 2564 มียอดนำเข้าทุเรียนไทยกว่า 90,000 ตัน หรือ ร้อยละ 33.9 ของยอดจำหน่ายผลไม้ทั้งหมดในปีเดียวกัน และผู้บริโภคจีนยังมีความต้องการบริโภคทุเรียนไทยสูง โดยสามารถทำราคาได้สูงสุดกิโลกรัมละ 500 บาท 

ส่วนเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ปาฐกถาพิเศษบนเวทีสัมมนา “ท่องเที่ยวไทยท้าชน PERFECT STROM” โดยมีเนื้อหาส่วนหนึ่งกล่าวถึง “ทุเรียน”ว่า ปัจจุบันที่เนิน 491 ในจังหวัดชุมพรมีการปลูกทุเรียนเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สร้างชื่อเสียงด้านการเกษตรเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว และยังมีจังหวัดจันทบุรี, ระยอง ซึ่งนอกจากจะมีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับพระเจ้าตากสินแล้ว ยังเป็นเมือง “ผลไม้” โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ที่เป็นราชาผลไม้ (King of Fruit) มียอดอันดับหนึ่งในการส่งออกของไทย

ทั้งนี้ จากการสำรวจของพบว่า แม้ประเทศไทยจะมี “ทุเรียน” เป็นผลไม้เลิศรสเป็น “ราชาผลไม้” แต่ยังไม่พบว่ามีแอพพลิเคชั่น “ทุเรียน” ของไทยที่ส่งเสริมหรือดำเนินการเกี่ยวกับการตลาดทุเรียนในไทยโดยตรง มีแต่แอพพลิเคชั่น Durian ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกทุเรียนของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ระบุว่า สินค้าเกษตรไทยยังขาดเรื่องการสร้างแบรนด์ และ การแปรรูปเพื่อการส่งออก ซึ่งในจีนเองจะพบว่า มีผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมอย่างทุเรียน แต่ผู้ส่งออกทุเรียนยังไม่มีการสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าอย่างจริงจัง จะทำให้ขาดการต่อยอดเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาทำตลาดสินค้าเกษตรด้วย 

ขณะที่เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2564 สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ร่วมกับคณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ มอ.หาดใหญ่ กำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่น “หมอนทอง” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตสินค้าการเกษตรตามศาสตร์พระราชา 

นอกจากนี้ นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บรรยายหัวข้อ “โอกาส-ทางรอด เศรษฐกิจไทย” ในเวทีสัมมนาดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึง ผลการสำรวจโดยรวมของคนในสังคมไทย และ จากผู้ประกันตนมาตรา 33 นั้นพบว่า ในแรงงานกลุ่มนี้มีสัดส่วนถึง 60% ที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ และ อาชีพที่ต้องการเป็นอันดับหนึ่ง คือ 1.สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ 2.ธุรกิจร้านอาหารและร้านกาแฟ 3.ขายของออนไลน์ และ 4.ขับรถส่งของเดลิเวอร์รี่ (Rider) 

สำหรับ ช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมา มีหลายบริษัทในไทยที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า “สตาร์ทอัพ” ฝังตัวขับเคลื่อนอยู่ในภาคเกษตรกรรม และ เริ่มก่อตัวขึ้นด้วยจุดเริ่มต้นจากการเป็น “สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” (SMART FARMER) หนึ่งในนั้น คือ “ฟาร์ม-โตะ” (FARMTO) ซึ่งมีผู้ก่อตั้ง 4 คน ได้แก่ นายอาทิตย์ จันทร์นนทชัย (Young Smart Farmer, ปทุมธานี) , นายประณัศเดช ตันติพงศ์ ครีเอทีฟโฆษณา ซึ่งมีประสบการณ์ 15 ปี, นางสาวภัททิยา อัครทวี นักพัฒนาซอฟท์แวร์ ซึ่งมีประสบการณ์ 10 ปี และ นายพิชิต พิชิตนภากุล โค-ฟาวเดอร์ (Co-Founder/MD)  

ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นางสาวบัณฑิตา แสงทอง ครีเอทีฟ และ กราฟฟิก ดีไซน์เนอร์ ถึงแนวคิดของ “ฟาร์ม-โตะ” สู่การก้าวขึ้นเป็นสตาร์ทอัพที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นในภาคการเกษตรว่า ฟาร์ม-โตะ ก่อตั้งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยเริ่มจากการเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และ ใช้เครื่องมือโซเชียลมีเดีย เช่น เฟสบุ๊ค และ ไลน์ ในการเปิดตัวและการทำตลาดไปยังเกษตกร ต่อมาได้ต่อยอดมาทำ “แอพพลิเคชั่น” ซึ่งแอพพลิเคชั่นของฟาร์ม-โตะ นั้น มีรูปแบบ 360 องศา เพื่อเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรและผู้บริโภค 

สำหรับแอพพลิเคชั่นของ “ฟาร์ม-โตะ” มีด้วยกัน 5 ฟีเจอร์ (features) ได้แก่ ฟีเจอร์ที่ 1.การร่วมเป็นเจ้าของผลผลิต ให้ผู้บริโภคจองผลผลิตตั้งแต่ยังไม่ปลูก สามารถเข้าไปเยี่ยมเยียน เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ วันที่เก็บเกี่ยว เกษตรกรก็เก็บเกี่ยวให้ผู้บริโภคที่บ้าน, ฟีเจอร์ที่ 2.กรณีที่ผลผลิตเหลือ หรือ มีสินค้าแปรรูป มาลงขายที่มาร์เก็ตเพลส ของฟาร์มโตะทันที ซึ่งฟีเจอร์ มาร์เก็ต เพลส เป็นพื้นที่ที่ให้เกษตรกรตั้งราคาเองได้ จะคิดค่าจีพี หรือ ค่าบริการ 10% เพื่อเป็นค่าบริหารจัดการ, ฟีเจอร์ที่ 3. เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ให้กับผู้ที่มีฟาร์ม หรือ โฮมสเตย์ หรือ พื้นที่บางแห่งที่มีการจัดกิจกรรมอยู่แล้ว เพื่อใช้แอพพลิเคชั่นฟาร์มโตะเป็นช่องทางในการจัดกรุ๊ป เช่น ฟาร์ม เอ มีทริปอยู่แล้ว และ มาใช้แอพพลิเคชั่นนี้ได้ทันที ซึ่งทางฟาร์ม-โตะ บวกค่าบริหารจัดการ 10-20% ตรงนี้จะเป็นการพูดคุยกับเกษตรกรและเจ้าของพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง, ฟีเจอร์ที่ 4 ฟาร์ม ฟีด (FARM  FEED)  เป็นช่องทางในการสื่อสาร บอกเล่าเรื่องราวให้กับผู้บริโภค ได้รับรู้ว่าคุณค่าของเขาเป็นอย่างไร มีสตอรรี่ อย่างไร จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และฟีเจอร์ที่ 5 เกษตรแบ่งปัน ให้เกษตรกรกับเกษตรกรด้วยกันใช้งาน เกษตรกรสามารถปล่อยเช่าเครื่องมือ ตรงนี้กำลังพัฒนาโปรแกรมหลังบ้าน  

“ฟังก์ชั่นการทำงาน ตัวแอพพลิเคชั่นตัวนี้ คุณโต (นายอาทิตย์ จันทร์นนทชัย) มองเห็นเพนพอยท์ ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่สามารถหาการตลาดได้ ผู้บริโภคก็ไม่ทราบที่มาของผลิตผล ดังนั้น ฟาร์ม-โตะ ก็เป็นแอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ค้า และผู้บริโภคที่เข้ามาซื้อสินค้า” นางสาวบัณฑิตาเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 
ปัจจุบัน “ฟาร์ม-โตะ” 

มีสมาชิกเคลื่อนไหว (active) ในแอพพลิเคชั่น 4,000 กว่าราย ซึ่งโอกาสหน้าจะพาไปดูผลงานของฟาร์ม-โตะ ที่สามารถต่อยอดรายได้ให้เกษตรกรไทย โดยใช้เทคโนโลยีมาทำให้เกษตรกรไทยมีพลังในการขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่ และ พ้นภัยดิสรัปชั่น (Disruption)


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง 
https://www.dailynews.co.th/news/1526624/
https://www.bangkokbiznews.com/business/956614

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ภูกระดึงคึกคัก! รองผู้ว่าฯเลยลั่นฆ้องเปิดภูรับ นทท.จัดกิจกรรมพักแรมบนยอดภู

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683783

ภูกระดึงคึกคัก! รองผู้ว่าฯเลยลั่นฆ้องเปิดภูรับ นทท.จัดกิจกรรมพักแรมบนยอดภู

ภูกระดึงคึกคัก! รองผู้ว่าฯเลยลั่นฆ้องเปิดภูรับ นทท.จัดกิจกรรมพักแรมบนยอดภู

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 17.39 น.

วันที่ 1 ต.ค.65 นายณรงค์ จีนอ่ำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานพิธีเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ประจำปีการท่องเที่ยว 2566 พร้อมเปิดกิจกรรม Ultra-Trail Phu Kradueng Wake Up Run 2022 ที่บริเวณลานด้านหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูกระดึง โดยมีนายประชา แสนกลาง นายอำเภอภูกระดึง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งนักวิ่งเทรล นักท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก 

โดยก่อนพิธีเปิดงานมีการปล่อยตัวนักวิ่งเทรล รุ่นระยะทาง 100 ,70,50, 20 กิโลเมตร เริ่มวิ่งขึ้นตั้งแต่เวลา 05.00 น. ส่วนเวลา เวลา 07.00 น.ได้ทำพิธีและเปิดปล่อยตัวรุ่น 10 กิโลเมตร ท่ามกลางอากาศสดชื่น เย็นสบาย เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องตลอดทั้งคืน โดยมีนักวิ่งเทรลร่วมกิจกรรมกว่า 1,213 คน และนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาพิชิตยอดภูกระดึงอีกนับพันคน ได้ขึ้นสัมผัสบรรยากาศบนภูกระดึง

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นพัก ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.- 30 ก.ย.65 ของทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัว รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยต่อการท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝน และเปิดให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 1 ต.ค.- 31พ.ค.ของทุกปีเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงอีกครั้งหนึ่ง 

ในปีการท่องเที่ยว 2566 นี้ ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้จัดกิจกรรม Ultra-Trail Phu Kradueng Wake Up Run 2022 วิ่งปลุกภูกระดึง เป็นปีที่ 4 ในระหว่างวันที่ 1-2 ตุลาคม 2565 เพื่อดึงดูดนักวิ่ง นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งพิชิตภูกระดึง ตลอดจนปลุกจิตสำนึกรักษาความสะอาดในเส้นทางการวิ่ง รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ผู้พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง รวมทั้งทำให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเลย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลวงพ่อแจงแล้ว ลุยอุ้มร่างคุณตา ฝ่าทำท่วมไปทำฌาปนกิจ

Posted on October 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683750

หลวงพ่อแจงแล้ว ลุยอุ้มร่างคุณตา ฝ่าทำท่วมไปทำฌาปนกิจ

หลวงพ่อแจงแล้ว ลุยอุ้มร่างคุณตา ฝ่าทำท่วมไปทำฌาปนกิจ

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

โซเชียลแห่อนุโมทนาสาธุ! ภาพพระช่วยชาวบ้าน ที่แท้ อุ้มคุณตาเสียชีวิตแล้ว รอทำพิธีฌาปนกิจ ท่ามกลางน้ำท่วม

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพ พระสงฆ์รูปหนึ่ง ชื่อว่า พระนพพร “วัดไผ่ล้อม” อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กำลังอุ้มคุณตา หรือ นายเภา ทองสอาด วัย 98 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 1 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลุยน้ำท่วมออกมาจากในบ้าน โดยระบุว่า เพื่อนำตัวคุณตาส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการป่วย 

ล่าสุด พระสมุห์นพพร ญาณสัมปันโน เลขานุการเจ้าคณะตำบลโพนางดำตก วัดไผ่ล้อม ซึ่งเป็นพระที่อุ้มนายเภา ตามภาพข่าว ซึ่ง นายเภา เสียชีวิตก่อนที่พระจะไปถึง เป็นการอุ้มศพไปที่วัด ไม่ใช่อุ้มไปส่งโรงพยาบาลแต่อย่างใด

โดยนายเภาเสียชีวิตด้วยโรคชรา ทางวัดถูกน้ำท่วมความลึกประมาณ 1–1.20 เมตร ศาลาธรรมสังเวช ถูกน้ำท่วม จึงนำร่างนายเภา ขึ้นไปตั้งบนศาลาใหญ่และกำหนดทำการฌาปนกิจในวันพรุ่งนี้ (2ตค.65) เพราะเกรงว่าระดับน้ำจะสูงกว่านี้แล้วจะประกอบพิธีไม่ได้นั่นเอง 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.เกาะสมุยจัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวกลุ่มเพศทางเลือก

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683734

ททท.เกาะสมุยจัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวกลุ่มเพศทางเลือก

ททท.เกาะสมุยจัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวกลุ่มเพศทางเลือก

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.17 น.

วันที่ 1 ต.ค.65 บริเวณลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางศุภกาญจน์ ยอดฉุน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเกาะสมุย ได้ร่วมกับนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย พร้อมด้วยกลุ่มแอลทีบีจีคิว (LTBGQ) หรือกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ 

นำโดยนายหฤษฎ์ วีระพันธ์ ผู้ประสานงานได้ร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมท่องเที่ยวกลุ่มเพศสภาพ หรือ (WONDER PRIDE SAMUI) เพื่อสื่อถึงเพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศของบุคคลได้อย่างเป็นกลาง การขับเคลื่อนให้มีการยอมรับ กลุ่ม LTBGQ นั้น มีมาทุกยุคทุกสมัยในแง่มุมที่แตกต่างกันออกไป และการจัดกิจกรรมรั้งนี้คเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า 

สำหรับขบวนพาเหรดเป็นการแสดงออกถึงความต้องการสิทธิความเท่าเทียมกันในสังคมอีกด้วย สำหรับขบวนพาเหรดได้ทำให้บรรยากาศถนนเลียบชายหาดเฉวงกลับมีสีสันคึกคักจัดเต็มด้วยการโบกธงรวมทั้งวัสดุสีรุ้งที่สะบัดโบกและประดับตามร่างกายของผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรมนี้ยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวรวมถึงการใช้จ่ายในช่วงโลว์ ซีซั่น ของเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ให้กลับมามีสีสันคึกคัก สำหรับกลุ่ม LGBTQ เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเดินทางและการใช้จ่าย ที่สำคัญเกาะสมุยมีที่พัก มีสินค้า และการบริการด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ที่สำคัญมีความสะดวกสบาย มีมาตรฐาน เป็นมิตรซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มดังกล่าว 

สำหรับขบวนพาเหรดได้มีการแต่งชุดที่หลากหลายสวยงามทำให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมาก และทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความภาคภูมิใจในเพศสภาพของตนเองที่สังคมไทยได้ให้การยอมรับมากขึ้น

นายหฤษฎ์ วีระพันธ์ ผู้ประสานงาน กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวหลังจากที่การแพร่ระบาด ของไวรัสโควิด หายและนักท่องเที่ยวได้กลับเข้ามา กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ ความเท่าเทียมทางเพศที่มีการจัดงานขึ้นมาทั่วโลกและที่อื่นๆของประเทศไทย ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่และยังเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย การรณรงค์ความเท่าเทียมทางเพศในเรื่องนี้ชาวต่างชาติต่างให้การยอมรับ จึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกด้วย

ด้านนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เปิดเผยว่า กลุ่มตลาดแอลจีบีทีคิวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มตลาดที่สำคัญ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้ความสำคัญเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังจับจ่ายและชอบเมืองไทย สำหรับเกาะสมุยก็มีกลุ่มแอลจีบีทีคิวอยู่หลากหลายและเกาะสมุยก็มีสถานที่เที่ยว ที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นอย่างดี การจัดงานครั้งนี้จะมีการประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มแอลจีบีทีคิวทั่ว โลกให้ตัดสินใจมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่มแอลจีบีทีคิวเป็นกลุ่มที่ใหญ่มาก ที่สำคัญการจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมกัน โดยจะมีการสื่อสารกิจกรรมนี้ออกไปทั่วโลก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปางอุ๋ง’ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองสามหมอกพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683726

'ปางอุ๋ง' แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองสามหมอกพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว

‘ปางอุ๋ง’ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเมืองสามหมอกพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.57 น.

“ปางอุ๋ง” แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเปิดแล้วใน 1 ตุลาคม 2565 นี้ พร้อมรับนักท่องเที่ยว การันตีด้วยรางวัลมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวระดับดีมาก จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 1 ต.ค.65 นายเกียรติศักดิ์ วังวล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า แหล่งท่องเที่ยวปางอุ๋ง พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.65 นี้เป็นต้นไป โดยได้มีการจัดระเบียบลานจอดรถ ลดจำนวนเต๊นท์ให้น้อยลง เพื่อลดความแออัดของนักท่องเที่ยว รวมไปถึงเปิดให้จองผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต และระบบออนไลน์ของหน่วยงานอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ 

สำหรับการจองเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถจองเต็นท์ได้โดยตรงที่อุทยานฯ ผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือทางออนไลน์ โดยทางอุทยานจะเป็นผู้กำหนดจุดกางเต็นท์ให้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย ด้านความปลอดภัยในปีนี้ จะได้จัดเจ้าหน้าที่ไปดูแลให้มีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับนักท่องเที่ยว 

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวปางอุ๋ง มีสภาพภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ภูมิทัศน์ที่เป็นไฮไลท์จนถูกขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย คือ อ่างเก็บน้ำหรือทะเลสาบที่ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่บนผืนน้ำ มีหงส์ขาวและหงส์ดำเป็นฉากหลัง อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศโรแมนติก กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำที่ปางอุ๋งก็คือการล่องแพชมวิวและบรรยากาศโดยรอบของปางอุ๋ง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย.65 ที่ผ่านมา อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ได้โล่รางวัล ผู้ผ่านการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2564 ประเภท มาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว ระดับดีมาก จากกรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จากนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือว่าเป็นรางวัลที่การันตีคุณภาพและมาตรฐานของแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

นอกจากปางอุ๋งแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สวยงามน่าสนใจ เช่น ถ้ำปลา น้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง บ้านรักไทย นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดการเดินทางและการจองเต็นท์ได้ที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ โทร.085 706 6663 โทรสาร.053-695392

– 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุณแม่’ชัยวุฒิ’นำขบวน เฮ’ลุงตู่อยู่ต่อ’ รำแก้บน3รอบหน้าศาลหลักเมือง

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683705

คุณแม่'ชัยวุฒิ'นำขบวน เฮ'ลุงตู่อยู่ต่อ' รำแก้บน3รอบหน้าศาลหลักเมือง

คุณแม่’ชัยวุฒิ’นำขบวน เฮ’ลุงตู่อยู่ต่อ’ รำแก้บน3รอบหน้าศาลหลักเมือง

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.46 น.

คุณแม่ ‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม นำขบวนรำเเก้บนศาลหลักเมืองสิงห์บุรี หลัง ‘บิ๊กตู่’ รอดปม 8 ปี                                                     

1 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.09 น. ที่ศาลหลักเมืองสิงห์บุรี กลุ่มคนรักนายกตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำโดย  นางภรณี ธนาคมานุสรณ์ ซึ่งเป็นคุณเเม่ของ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม ได้รวมตัวกันบริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมกับขบวนกลองยาว เเต่งกายด้วยชุดผ้าไทยสีสันสดใส ไปรำเเก้บน จำนวน 3 รอบ

หลังจากที่มาขอพรให้ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เเคล้วคลาดปลอดภัยเเละกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ “ลุงตู่อยู่ต่อ” คุณเเม่ภรณี กล่าว ท่ามกลางการส่งเสียงดีใจ ของชาวบ้านที่พร้อมใจมาร่วมกันรำถวายองค์พ่อหลักเมืองสิงห์บุรี

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

งง! ไทยแบน’พาราควอด’อย่างไว ทั้งที่81ประเทศ รวม’สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น’ยังใช้

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683695

งง! ไทยแบน'พาราควอด'อย่างไว ทั้งที่81ประเทศ รวม'สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น'ยังใช้

งง! ไทยแบน’พาราควอด’อย่างไว ทั้งที่81ประเทศ รวม’สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น’ยังใช้

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’งง ไทยแบน ‘พาราควอด’ อย่างไว ทั้งที่ 81 ปท. รวม ‘สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น’ ยังใช้ จี้ตรวจสอบงานวิจัยเหตุกังขาวิธีเก็บข้อมูล

1 ต.ค.2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างปลอดภัย โพสต์ข้อความระบุว่า

เรื่องแปลกแต่จริงของ #พาราควอต

ทั่วโลก 81 ประเทศที่ยังใช้พาราควอตไม้เคยมีรายงานว่า. #โรคเนื้อเน่ามีสาเหตุมาจากพาราควอต ยกเว้นประเทศเดียว คือ ไทย‼️

ก่อนแบน ราคาพาราควอต อยู่ที่แกลลอนละ 500 บาท แต่หลังแบน ราคาพาราควอต อยู่ที่แกลลอนละ 900 – 1,050 บาท

เกษตรกรไทยใช้พาราควอตกันทั่วประเทศ 77 จังหวัด แต่มีรายงานว่าพาราควอตเป็นสาเหตุของโรคเนื้อเน่า ที่จังหวัดเดียว คือ หนองบัวลำภู

ประเทศที่มีขั้นตอนแบนพาราควอตได้รวดเร็วที่สุดในโลกคือ ไทย‼️

มีงานวิจัยชิ้นเดียวในโลกที่พบว่า หากหญิงตั้งครรภ์ไปขุดดินที่ฉีดพ่นด้วยพาราควอตแล้ว จะมีโอกาสที่พาราควอตจะซึมผ่านชั้นผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดของมารดาทำให้ตรวจพบพาราควอตในเลือดจากสายสะดือทารกแรกเกิดและในน้ำคร่ำ

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นของทีมนักวิจัยไทย‼️ 

มีงานวิจัยชิ้นเดียวที่โรงพยาบาล 2 แห่ง มีจดหมายเป็นทางการยืนยันว่า “ไม่เคยเก็บตัวอย่างเซรั่มของทารกแรกเกิดให้ทีมนักวิจัย” แต่นักวิจัยระบุในเอกสารตีพิมพ์ว่า ได้รับตัวอย่างมาจากโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง 

ถ้าโรงพยาบาลไม่ได้เก็บตัวอย่างให้ ทีมนักวิจัยเอาตัวอย่างมาจากไหน❓️ 

ถามไปก็ไม่ตอบ‼️ แต่กลับถูกใช้เป็นหลักฐานในการแบนพาราควอต.
 

ขอบคุณ : สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย

ขอบคุณ : สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,806 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d