น้องโสน ลูกสาว พ่อมอส ปฏิภาณ ฉายแววความเก่ง สปีชโชว์วิสัยทัศน์รักษ์โลกบนเวที UNESCO

น้องโสน ลูกสาว พ่อมอส ปฏิภาณ ฉายแววความเก่ง สปีชโชว์วิสัยทัศน์รักษ์โลกบนเวที UNESCO

น้องโสน ลูกสาว พ่อมอส ปฏิภาณ ฉายแววความเก่ง สปีชโชว์วิสัยทัศน์รักษ์โลกบนเวที UNESCO

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.08 น.

24 มกราคม 2568 ทำเอาพ่อมอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ และ แม่เกม ดวงพร ภูมิใจในตัวลูกสาวหนักมาก เมื่อ น้องโสน วัย 14 ปี  ได้ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์รักษ์โลกบนเวทีสากล UNESCO Bangkok ซึ่งทาง แม่เกม  ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@gamiegamie” ระบุว่า วันนี้โสนได้มีโอกาสไปแชร์ประสบการณ์ และความคิดเห็น ในหัวข้อ “Voices for the Ocean” ที่จัดขึ้นโดย @unescobangkok ร่วมกับ @uniqlothailand และ กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการ Sustaining our oceans เป็นโครงการที่มีประโยชน์มาก

ทาง unesco และ uniqlo ได้ร่วมมือกันผลิตสื่อการเรียนการสอนเกี่ยวกับโลกใต้น้ำ ปัญหา และการอนุรักษ์ ซึ่งเป็น interactive ที่เข้าถึงทุกคน ทุกวัย ลองเข้าไปเล่นและศึกษากันได้ที่ http://www.sustainingouroceans.com หรือพาลูกหลานเข้าไปเล่น ที่พิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพมหานคร ได้ลองใส่ VR เล่นด้วย จะสนุกมากมาย และได้ความรู้

ขอบคุณ @eecthailand ที่ให้โอกาสโสนนะคะ และขอบคุณพี่ฟ้า MC ที่ช่วยโสนดีมาก เพราะปกติโสนพูดไม่ค่อยเก่ง ทำให้วันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี

ซึ่งหลังจากที่ แม่เกม ได้โพสต์ภาพนี้ออกไปทำเอาพี่ป้าน้าอาในวงการบันเทิง ภูมิใจในตัว น้อง โสน เป็นจำนวนมาก คอมเมนต์ชื่นชมของ น้องโสน กันสนั่นไอจี แม่เกม เลยทีเดียว

เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด

เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด

เปิ้ล ลูกสาว เด๋อ ดอกสะเดา เปิดข้อความลายมือพ่อ ย้ำคำพ่อสอนกตัญญูสำคัญที่สุด

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.14 น.

24 มกราคม 2569 หลังจากที่ เป็ด เชิญยิ้ม หรือ ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร ศิลปินตลกอาวุโส ที่ทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ จัดงานคอนเสิร์ต “ลูกผู้ชาย ชื่อนายเด๋อ ดอกสะเดา” คอนเสิร์ตการกุศลรวมพลศิลปินตลก นักร้องชื่อดังทั้งเมืองไทย เพื่อเสริมสร้างกำลังใจ และจัดหาทุนเพื่อรักษา เด๋อ ดอกสะเดา ในยามที่ต้องรักษาตัวในขณะนี้

ล่าสุดบนเฟซบุ๊ก ‘Der Doksadao’ ของตลกชื่อดัง ‘เด๋อ ดอกสะเดา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า ความสำเร็จของงานคอนเสิร์ต “ลูกผู้ชาย นายเด๋อ ดอกสะเดา ศิษย์ช่วยครู น้องช่วยพี่ เพื่อนช่วยเพื่อน” ได้เสร็จสิ้นลุล่วงไปด้วยดี

ณภัทร (เปิ้ล) ในฐานะลูกสาวของพ่อเด๋อ ขอใช้พื้นที่นี้กราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่เมตตาและรักคุณพ่อเสมอมา 

ณภัทร ขอกราบขอบพระคุณศิลปินทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงาน, ขอบพระคุณคุณโอบะสมาคมศิลปินตลก (ประเทศไทย)    รวมถึงกราบขอบพระคุณ คุณอาทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น อาเป็ด, อาหม่ำ, อากิ๊ฟ, อาโน๊ต ลุงเทพและศิลปินตลกศิลปินเพลงทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม

น้ำใจของทุกท่านยิ่งใหญ่จนณภัทรไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรให้ครบถ้วน สิ่งที่ณภัทรทำได้ดีที่สุด คือการตั้งใจดูแลคุณพ่อให้ดีที่สุดในฐานะลูกสาวค่ะ คุณพ่อจะเน้นย้ำเรื่องความกตัญญูรู้คุณ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ในส่วนรายได้จากคอนเสิร์ตได้รับความเมตตาจากอาเป็ดและทนายความ เข้ามาช่วยกำกับดูแลให้เกิดความถูกต้องโปร่งใสและรอบคอบที่สุดค่ะ 

ณภัทรขอยืนยันว่า ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะดูแลคุณพ่ออย่างเต็มกำลัง สุดท้ายนี้ ณภัทรขอขอบพระคุณทุกกำลังใจ และทุกความห่วงใยที่ส่งมาให้ครอบครัวของเรา ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะเต็มความสามารถ และจะอยู่เคียงข้างดูแลท่านตลอดไปอย่างดีที่สุดค่ะ

ย้อนตำนานรัก 15 ปี กระติ๊บ หลังรู้ความจริงจากปาก ผู้หญิงอีกคน จนวิวาห์ล่ม

ย้อนตำนานรัก 15 ปี กระติ๊บ หลังรู้ความจริงจากปาก ผู้หญิงอีกคน จนวิวาห์ล่ม

ย้อนตำนานรัก 15 ปี กระติ๊บ หลังรู้ความจริงจากปาก ผู้หญิงอีกคน จนวิวาห์ล่ม

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.09 น.

ถือเป็นข่าวช็อกชวนหยุดหายใจส่งท้ายเดือนมกราคม 2569 เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง “กระติ๊บ ชวัลกร” หรือ “ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” ออกมาประกาศยุติความสัมพันธ์กับ “ปั่น พจศกร” แฟนหนุ่มนอกวงการแบบสายฟ้าแลบ ปิดฉากเส้นทางรักมาราธอนที่ยาวนานถึง 15 ปี ทั้งที่เพิ่งจะมีโมเมนต์คุกเข่าขอแต่งงานสุดหวานไปเมื่อปีที่ผ่านมา

วันนี้ แนวหน้าออนไลน์ จะพาทุกท่านย้อนเส้นทางความรัก 15 ปี ของ “กระติ๊บ ชวัลกร” และ “ปั่น พจศกร” กันครับ

กระติ๊บ

จาก “จูบแรก” ที่ท้าทาย สู่รักแท้ 15 ปี

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของความรักของทั้งสองคน ที่ถูกขนานนามว่าเป็นพล็อตที่แปลกยิ่งกว่าละคร โดยเริ่มจากฝ่ายชายท้าทายให้ กระติ๊บ จูบเพื่อพิสูจน์ว่าจะสามารถทำให้เขาลืมรักครั้งเก่าได้หรือไม่ ซึ่งดาราสาวก็ตอบรับคำท้า จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยาวนาน แม้ในช่วงแรกทั้งสองคนต้องฝ่าฟันอุปสรรคใหญ่ โดยเฉพาะกำแพงจากครอบครัวฝ่ายชายที่ไม่ปลื้มดาราสาวคนนี้ แต่ด้วยความหนักแน่นของ “ปั่น” ที่ยืนยันว่า “คนนี้คือคนที่ผมเลือก” ก็ทำให้ทั้งคู่จูงมือกันฝ่าฟันผ่านบททดสอบแสนทรหดนี้มาได้

กระติ๊บ

วิกฤตปีที่ 12 และการขอแต่งงานในฝัน

ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผ่านมา ความรักของทั้งคู่ไม่ได้เดินบนกลีบกุหลาบแสนสวยหรือพรมแดงแสนเลอค่า ในปีที่ 12 ของความสัมพันธ์ พวกเขาเคยเผชิญกับภาวะความรักที่อิ่มตัวและไร้ความตื่นเต้น แต่ก็สามารถประคับประคองกันมาได้จนกลับมาหวานชื่นมื่นอีกครั้ง

กระทั่งในวันครบรอบปีที่ 13 (กุมภาพันธ์ 2568) ฝ่ายชายได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ กระติ๊บ แต่งงานท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมแหวนเพชรเม็ดโต ซึ่ง กระติ๊บ ก็ได้ตอบตกลงท่ามกลางเสียงยินดีของแฟนคลับทั่วประเทศ ทำให้ในเวลานั้นกลายเป็นตำนานความรักที่หลายคนต่างก็จดจำได้เป็นอย่างดีของทั้งสองคน

กระติ๊บ

บทสรุปสุดช็อก: เมื่อความจริงจาก “ผู้หญิงอีกคน” ปรากฏ

อย่างไรก็ตามความฝันที่สวยงามก็แตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อ กระติ๊บ ตัดสินใจประกาศ “ยกเลิกงานแต่งงาน” และจบความสัมพันธ์ 15 ปี กับแฟนหนุ่ม “ปั่น พจศกร” ลงทันที หลังจากที่เธอได้รับรู้ความจริงสุดเจ็บปวดหัวใจจากปากของผู้หญิงอีกคนหนึ่งว่า ฝ่ายชายนอกใจ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความ “ใจเด็ด” ของ กระติ๊บ ชวัลกร ที่เลือกจะเจ็บแต่จบ ดีกว่าเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์บนความไม่ซื่อสัตย์ของฝ่ายชาย และข่าวนี้ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล โดยแฟนคลับของ กระติ๊บ ต่างเข้าไปส่งกำลังใจให้ดาราสาวอย่างล้นหลามกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครั้งนี้

กระติ๊บ
กระติ๊บ
กระติ๊บ
กระติ๊บ

>>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกเลย <<<

– กระติ๊บ ประกาศเลิกแฟนหนุ่ม ปิดฉากรัก 15 ปี ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าพิธีวิวาห์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก รายการคุยแซ่บ Show, อินสตาแกรม kratip, เฟซบุ๊ก กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล 

ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม kratip

โบว์ แวนดา เปิดภาพความทรงจำ ทำเพลงระลึกถึง 10 ปีการจากไปของ ปอ ทฤษฎี

โบว์ แวนดา เปิดภาพความทรงจำ ทำเพลงระลึกถึง 10 ปีการจากไปของ ปอ ทฤษฎี

โบว์ แวนดา เปิดภาพความทรงจำ ทำเพลงระลึกถึง 10 ปีการจากไปของ ปอ ทฤษฎี

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

24 มกราคม 2569 แม้พระเอกชื่อดัง  ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ จะจากโลกนี้ไปครบ 10 ปี แต่ความคิดถึงยังอยู่ในความทรงจำของภรรยาสาวอย่าง โบว์ แวนดา สหวงษ์ ไม่มีเสื่อมคลาย 

ล่าสุด ‘โบว์ แวนดา’ ได้ออกมาโพสต์ภาพคู่หวานๆ พร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@vanda29” ระบุว่า 23.01.23 @portid มาแชร์ความรักทุกแบบที่มีความทรงจำที่ดีและสวยงามของทุกคนกันนะคะ

พร้อมยังได้ฝากเพลง “เธอยังมีชีวิตในความทรงจำ” วันนี้เพลงออนเต็มแล้วนะคะ 18.00 น. ฟังและชม MV เพลงนี้โบว์ตั้งใจทำมันเพื่อเป็นความทรงใจที่ดีและสวยงามให้กับพี่ปอ และเพื่อทุกคนที่มีความรักความทรงจำที่สวยงามตลอดไปนะคะ

นอกจากนี้ โบว์ แวนดา ยังปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง “เธอยังมีชีวิตในความทรงจำ” ร้องโดย หนึ่ง อภิวัฒน์ พงษ์วาท หรือ หนึ่ง ETC โดยระบุว่า “เพลงนี้ทำขึ้นเพื่อระลึกถึง 10 ปีการจากไปของ ”ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์“ เป็นความตั้งใจที่อยากจะเล่าเรื่องราวความคิดถึงและความรู้สึกที่สวยงาม ถ่ายทอดผ่านเสียงเพลง เพราะสำหรับพวกเรา “เธอยังมีชีวิตในความทรงจำ” เสมอ และหวังว่าเธอจะฟังอยู่ที่ไหนสักแห่ง”

เข็ม ตีสิบ เดือด ฟาดสังคมบิดเบี้ยว ป้อง ทนายแก้ว โยนความผิดให้เหยื่อ

เข็ม ตีสิบ เดือด ฟาดสังคมบิดเบี้ยว ป้อง ทนายแก้ว โยนความผิดให้เหยื่อ

เข็ม ตีสิบ เดือด ฟาดสังคมบิดเบี้ยว ป้อง ทนายแก้ว โยนความผิดให้เหยื่อ

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.58 น.

หลังจากเกิดกรณีข่าวลือของ ทนายแก้ว กระทำเรื่องไม่สมควรกับเด็กสาวอายุ 18 ปี ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมายอมรับ จนชาวเน็ตวิพาก์วิจารณ์อย่างหนักราวกับไฟลามทุ่ง กระทั่งในเวลาต่อมา หนุ่ม กรรชัย ดาราพิธีกรชื่อดังได้ออกมาเปิดใจถึงกรณีของ ทนายแก้ว ผ่านรายการข่าวดัง และภายในวันเดียวกันนั้นเอง ทนายเป้งได้ออกแถลงข่าวโต้ ทนายแก้ว คู่กรณีลูกความของตนเอง จนวันรุ่งขึ้นทนายแก้วก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนและในเวลาต่อมาเจ้าตัวก็ได้ไป ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย ต่อสภาทนายความ

วานนี้ 23 มกราคม พ.ศ. 2569 เข็ม ตีสิบ หรือ กฤตธีรา อินพรวิจิตร นักแสดงพิธีกรชื่อดังของไทย ออกมาโพสต์วิพาก์วิจารณ์ในประเด็นของ ทนายแก้ว กับเด็กสาวอายุ 18 ปี ที่โลกออนไลน์มีท่าทีปกป้องทนายคนดังเสียมากกว่า โดยมีข้อความทั้งหมด ว่า “กรณี #ทนายแก้ว กับเด็ก #อายุ18 วันนี้ได้ดู รายการข่าว ได้ยินการพยายามช่วยให้เบาลง ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม กรณีทนายแก้ว เราจะไม่พูดถึงนิสัยในอดีต แต่ความมีชื่อเสียงเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าทำให้น้องผู้หญิงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เมื่อถึงจุดนึง ด้วยความปฏิเสธไม่เป็นก็ปล่อยเลยตามเลยแต่ไม่โอเคทีหลัง ควรให้เกียรติ ผู้หญิงมากกว่านี้ เจอ คอมเม้นต์ไปในทิศทางที่ว่า…เช่น เข้าใจทนายแก้วแล้วล่ะว่าทำไมถึงมีสิทธิ์ไปคุกคามน้องเขา น้องอ่อยแหล่ะ บลาๆ

เข็ม ตีสิบ

กรณีนี้สะท้อน ตรรกะที่บิดเบี้ยวของสังคมบางส่วน ที่เอาความสวย หรือความเซ็กซี่ของผู้หญิงมาใช้เป็นเหตุผลลดทอนความผิดของผู้ชาย ทั้งที่ความจริงแล้ว “ความยินยอม” ไม่ได้หมดอายุเพราะรูปลักษณ์ และสามารถ “ถอน” ได้ตลอดเวลา ต่อให้เคยยินยอมมาก่อน แต่ เมื่อผู้หญิงบอกว่าไม่โอเค = ต้องหยุดทันที นี่คือหลักพื้นฐานของการเคารพสิทธิในร่างกายมนุษย์การที่มีคนเข้าไปคอมเมนต์เข้าข้างว่า “เข้าใจได้” ไม่ใช่ความเข้าใจ แต่คือการ ทำให้ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติ และผลักภาระความรับผิดชอบไปให้เหยื่อ

ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องเสน่ห์หรืออายุ แต่คือเรื่อง เส้นเขตแดน ความยินยอม และศักดิ์ศรีความเป็นคน ซึ่งไม่มีใครมีสิทธิ์ล้ำเส้น ไม่ว่ากรณีไหนก็ตามส่วนเรื่องเงินที่พ่อเรียก เข้าใจเลยนะว่า ความโมโหสุดขีดมันเป็นยังไงเชื่อว่าพิธีกรชายก็จะเข้าใจถ้าสมมติว่าน้องผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกตัวเอง แล้วเพื่อนมาวอแว หรือพ่อคนอื่นๆในสังคม ก็จะเข้าใจไม่ใช่อยากได้เงินหรอก อยากแก้แค้นให้สาสม อยากเห็นทนายแก้วเดือดร้อนนั่นคือความรู้สึกของพ่อค่ะ เข้าใจพ่อนะ เชื่อว่าพ่อต้องโกรธน้องด้วยแน่ๆ ไม่ว่าเด็กสมัยนี้จะเป็นยังไง ตามที่ตัดสินน้องไป ต้องยอมรับกันให้ได้นะคะว่าน้องแค่ 18 เองส่วนเรื่องอื่นๆรอฟังพ่อมาพูดดีที่สุด * ยังยืนยันว่าไม่พูดถึงเรื่องในอดีตนะคะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องในอดีตมันจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

เข็ม ตีสิบ

ชาวโซเชียลหลายคนต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับโพสต์ของ เข็ม ตีสิบ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตรรกะของผู้คนในสังคมที่มีต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

“เห็นด้วยครับ”

“น้องยังอายุน้อยอาจจะสับสน กลัว ไม่กล้าปฎิเสธคงปนเปกัน ตกใจด้วย”

“พี่เข็มเขียนได้ดีมากเลยครับ “ตรรกะที่บิดเบี้ยว ที่เอาความสวยความ sexy ของผู้หญิงมาลดทอนความผิดของผู้ชาย”

“อย่าบอกพ่อนะ ไม่บอกพ่อค่ะ แปลว่า กอดได้ หอมได้ หมาแก่มาก น้อง18 เอง เมียก็มีลูกก็มี คิดยังไง จะสานต่อไปถึงเมื่อไร ถ้าน้องยอม จบยังไง มันผีสิงจริงๆอ่ะ”

“คนที่เจ็บปวดที่สุด คือ ภรรยาของทนายแก้ว ค่ะ”

“เห็นด้วยค่ะ”

“เห็นด้วยค่ะv

“ทุเรศมาก ผิดก็คือผิด มาโทษเด็กที่เป็นเหยื่อ กรรมสนองกรรมเร็วมาก ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย”

“จริงครับ ลองคิดว่าน้องคนนั้นเป็นลูกตัวเองบ้าง จะรู้สึกยังไง”

“ต่อให้ผู้หญิงมายืนแก้ผ้าต่อหน้าคุณ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปล่วงละเมิดเค้า”

เข็ม ตีสิบ
เข็ม ตีสิบ
เข็ม ตีสิบ
เข็ม ตีสิบ
เข็ม ตีสิบ


>>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ <<<<

– ‘ทนายแก้ว’ขอโทษที่เผลอใจ ‘กอด หอม จูบ’สาวผู้เสียหายจริง ชี้พ่อน้องลั่นไม่มี10ล้านไม่ต้องมาคุย

– หนุ่ม กรรชัย โอด ทนายแก้ว อ้างชื่อเคลียร์ใจพ่อเด็ก 19 ลั่น พี่มีลูกสาว พี่รับไม่ได้

– แชตลับ 23 หน้า เพจดังเปิดแชต อ้าง ทนายแก้ว เด็ก 19 ซัด มีลูกเมียแต่เต๊าะสาว

– ตัวตึงทุกอีเวนต์ เบ๊น อาปาเช่ แจงปม ทนายแก้ว ก่อนส่งไม้ต่อให้ กรรชัย

-เปิดประวัติ ทนายแก้ว นักกฎหมายชื่อดัง ก่อนเจอวิกฤตข่าวฉาวสะเทือนวงการ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก เพจเฟซบุ๊ก Khem Krithera 

กระติ๊บ ประกาศเลิกแฟนหนุ่ม ปิดฉากรัก 15 ปี ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าพิธีวิวาห์

กระติ๊บ ประกาศเลิกแฟนหนุ่ม ปิดฉากรัก 15 ปี ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าพิธีวิวาห์

กระติ๊บ ประกาศเลิกแฟนหนุ่ม ปิดฉากรัก 15 ปี ทั้งที่วันนี้ต้องเข้าพิธีวิวาห์

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.51 น.

ช็อกวงการ! “กระติ๊บ ชวัลกร” ประกาศเลิกแฟนหนุ่ม ปิดฉากรัก 15 ปี หลังรู้ความจริงบางอย่างในคืนก่อนวันแต่งงาน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการต่างตกใจและส่งกำลังใจให้รัวๆ เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถ “กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศยุติความสัมพันธ์กับ “ปั่น” แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมานานเกือบ 15 ปี ทั้งที่ความจริงแล้ววันนี้ควรจะเป็นวันวิวาห์ของทั้งคู่

กระติ๊บ ระบุข้อความว่า ” วันนี้ควรจะเป็นวันที่ติ๊บแต่งงาน แต่เราเลือกขอเลื่อนมันออกไปก่อน เพราะเรื่องงานและเรียน ก่อนหน้านี้แล้ว

โชคชะตาเหมือนเล่นตลก เมื่อคืนติ๊บได้ทราบความจริงบางอย่าง ขอบคุณผู้หญิงคนนั้นที่เลือกเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยความตรงไปตรงมา

ติ๊บไม่มีความโกรธหรือความรู้สึกไม่ดีใด ๆ ต่อคุณเลย ขอให้คุณสบายใจนะคะ

สำหรับปั่น ความสัมพันธ์ที่เรารู้จักและเดินมาด้วยกันเกือบ 15 ปี เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายเสมอสำหรับติ๊บ
ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีจุดสิ้นสุดของมัน แม้เราอาจไม่ได้เป็นคนที่จับมือกันไปจนแก่ แต่ติ๊บให้คุณค่ากับทุกช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันอย่างจริงใจ

ในเวลานี้ ติ๊บยังไม่พร้อมจะพูดคุย หรือเคลียร์เรื่องใด ๆ เพิ่มเติม ขออนุญาตดูแลหัวใจของตัวเองก่อน ขอความกรุณาไม่ติดต่อ ไม่ส่งสาร และไม่มาที่บ้านหรือที่พักของติ๊บในช่วงนี้
ในอนาคต หากวันหนึ่งติ๊บพร้อม เรายังสามารถเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้เสมอ

ติ๊บไม่ได้โทษ ไม่โกรธ และไม่อยากทะเลาะเกลียดใครทั้งนั้น แค่เลือกเมตตาทุกคน รวมถึงตัวเอง

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนิทและเป็นห่วง ติ๊บโอเค แต่อย่าเพิ่งโทรมานะ ขอต่อจิ๊กซอว์ ใจตัวเอง เก็บขึ้นมาทีละนิดก่อน ขอโทษที่คงไม่ได้มาดูเราใส่ชุดเจ้าสาวแล้วนะ “

>>> อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกเลย <<<

– ย้อนตำนานรัก 15 ปี ‘กระติ๊บ’ หลังรู้ความจริงจากปาก ‘ผู้หญิงอีกคน’

‘จ๋า ยศสินี’เปิดใจถึงคำสอนของแม่ เมื่ออกหักครั้งแรก

‘จ๋า ยศสินี’เปิดใจถึงคำสอนของแม่ เมื่ออกหักครั้งแรก

‘จ๋า ยศสินี’เปิดใจถึงคำสอนของแม่ เมื่ออกหักครั้งแรก

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อ จ๋า ยศสินี ควงคุณสามี เปิ้ล ณัฐบูร มารายการ Club Friday Show ได้เปิดใจถึงคำสอนของแม่ เมื่อ “จ๋า ยศสินี” อกหักครั้งแรกความรักก็เหมือนขี้ ขี้ให้สุดเดี๋ยวหยุดเอง รักระยะไกล “ไทย-อเมริกา” ที่ต้องจบลง เพราะสุดท้ายมองไม่เห็นปลายทาง…  “เปิ้ล & จ๋า” เผยทะเลาะกันบ่อยเพราะไลฟ์สไตล์ต่างกันจนเกือบเลิก !?  ทริปแรกเกือบขอหยุดความสัมพันธ์ !? ร้องไห้คิดขอเลิกเกิดอะไรกับการไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรกของ “เปิ้ล & จ๋า” รอยสัก !? อีกเรื่องที่เป็นปัญหาชีวิตคู่ทั้งคู่มีวิธีประนีประนอมกันอย่างไร ?? แตกสลายไปหมดชีวิตในช่วงที่ “จ๋า” สูญเสียคุณพ่อจนเกือบเสียศูนย์ โชคดีที่มี “เปิ้ล” อยู่ข้างๆ กัน…

คำสอนของคุณแม่ในเรื่องของความรัก

จ๋า ยศสินี : คำสอนของพ่อแม่เป็นการตั้งมายเซ็ตของเราสำหรับความรัก จ๋า อกหักครั้งแรกจ๋านั่งร้องไห้อยู่ในห้อง แม่เดินเข้ามาเอาไงยังรักเขาอยู่ใช่ไหมรักเขาก็กลับไปมันเหมือนขี้ ขี้ให้สุดเดี๋ยวหยุดเอง ทุกความรักจ๋าจะทำเต็มที่แล้ววันที่เลิกจ๋าเศร้าไม่นานเพราะว่าเราเต็มที่แล้ว

ความรักที่เราคิดว่ามันเป็นจริงเป็นจัง

จ๋า ยศสินี : เป็นคนอเมริกันจ๋าต้องกลับเมืองไทยเขายังต้องอยู่ตรงนั้น Long Distance ไม่น่ากลัวถ้ามีจุดจบที่แน่นอนว่าเราจะมาเจอกันนะมันยิ่งแยกออก แยกออกปลายทางมันไม่มีมันเริ่มเอาเปรียบกันและกัน

มันเริ่มไม่มีความรักแล้วใช่ไหม ???

จ๋า ยศสินี : เขาใช้คำว่า …..

ทะเลาะกันเพราะไลฟ์สไตล์บางอย่างไม่เหมือนกันเลย

จ๋า ยศสินี : จ๋า เป็นคนที่ชอบเที่ยวคนเดียว ต้องให้จ๋าไปเที่ยวคนเดียวนะจ๋าทิ้งสิ่งนี้ไม่ได้ พี่เปิ้ล เป็นคนติดแฟนพี่เปิ้ลก็ไม่เข้าใจแล้วจ๋าการที่เราไปเที่ยวคนเดียวที่ไหนอเมริกาซึ่งเป็นดินแดนของแฟนเก่า

เปิ้ล ณัฐบูร แล้วเราก็เป็นคนมีปม

จ๋า ยศสินี : พี่เปิ้ลก็คือเป็นคนขี้หึง

เปิ้ล ณัฐบูร : แล้วเราก็ทะเลาะกันจุดนั้นเป็นจุดที่ว่าจะไปต่อได้หรือเปล่าเราจะไว้ใจได้ใช่ไหม เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นด้วยนะแล้วจะมีปัญหาเรื่องพวกนี้ด้วยเราก็เลยถอยออกเลย

ไปเที่ยวด้วยกันทริปแรก

จ๋า ยศสินี : โอ้โห !! พี่ฉอด

เปิ้ล ณัฐบูร วิธีการเที่ยวของเรามันต่างกัน

จ๋า ยศสินี : มันเที่ยวไม่เหมือนกันมันไม่มีความสุข เราแบบฉันอยู่กับผู้ชายคนนี้ไม่ได้ ร้องไห้ตั้งแต่คืนแรกที่แตะพื้นเลย ทะเลาะกันกลับไปคิดเลยว่าเลิกแน่

รอยสักก็เป็นส่วนหนึ่งที่เคยเป็นปัญหาในชีวิตคู่

จ๋า ยศสินี : พี่เปิ้ลบอกว่าความฝันของพี่คือพี่อยากสักทั้งตัว

เปิ้ล ณัฐบูร :กว่าจะขอได้

จ๋า ยศสินี : ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้

ทะเลาะไหม

จ๋า ยศสินี : ทะเลาะค่ะ ร้องไห้น้ำตาไหลเลย

ความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือสูญเสียคุณพ่อ

จ๋า ยศสินี : ใช่ค่ะ ไม่มีพี่เปิ้ลจ๋าแย่แน่ๆตั้งแต่วันที่คุณพ่อไปฟอกไตแม่ก็กลัว จ๋าก็กลัว น้องก็กลัว พี่เปิ้ลเขาก็จะอยู่ด้วยคอยดูแลทั้งหมด

วันที่สูญเสียคุณพ่อไปตอนนั้นเราถึงขั้นบอกกับตัวเองว่าฉันไม่ควรค่าที่จะมีความสุข

จ๋า ยศสินี : พ่อตายหัวเราะได้ไหม มีความสุขได้ไหม

จ๋า เขาพังขนาดไหนเอ่ย

เปิ้ล ณัฐบูร ในความคิดหลายๆอย่างมันรวบรวมอะไรไม่ได้เลยมันแตกสลายไปหมด

จ๋า ยศสินี : จ๋ากองอยู่กับพื้นเลยร้องไห้แบบหยุดไม่ได้ พัง !!

เปิดศักราชใหม่!ทูบีนัมเบอร์วันยกทัพศิลปินทัวร์ส่งพลังบวกเติมความสุขรับต้นปี

เปิดศักราชใหม่!ทูบีนัมเบอร์วันยกทัพศิลปินทัวร์ส่งพลังบวกเติมความสุขรับต้นปี

เปิดศักราชใหม่!ทูบีนัมเบอร์วันยกทัพศิลปินทัวร์ส่งพลังบวกเติมความสุขรับต้นปี

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เตรียมตัวให้พร้อม! เติมพลังบวกและความสนุกรับต้นปี ไปกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด โครงการทูบีนัมเบอร์วัน เพื่อรณรงค์ป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี   เป็นองค์ประธานโครงการ จัดโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข งานนี้ยกทัพศิลปินและนักแสดงมาร่วมสร้างรอยยิ้มและความสุขอย่างใกล้ชิดแบบจัดเต็มทั้ง 5 จังหวัด นำโดย ไตเติ้ล – ธนธัช ทิพย์จักษุ ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ ล็อตเต้ – ฐกร พรหมสถิตกุล ในวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี 2   จ.สุราษฎร์ธานี และในวันพุธที่ 28 มกราคม 2569 ณ โรงเรียนกระบุรีวิทยา จ.ระนอง

นอกจากนี้ พบกับ คีน – สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์ และ หลุยส์ – ธณวิน ธีรโพสุการ นักแสดงจาก สังกัด GMMTV ในวันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี จ.ราชบุรี ต่อเนื่องด้วย สมุย – สมุทร     แก้ววัน ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ แอมป์ – ภูริกูลกฤษฎ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล ในวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569  ณ โรงเรียนหนองคายวิทยาคาร จ. หนองคาย ก่อนปิดท้ายด้วย เต๋า – ภูศิลป์ ศิลปินจาก จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ แอมป์ – ภูริกูลกฤษฎ์ ชูศักดิ์สกุลวิบูล   ในวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงเรียนปากคาดพิทยาคม จ. บึงกาฬ พร้อมด้วย วง 4TEEN ที่เดินทางไปมอบความมันส์ในทุกจังหวัด บอกเลยว่า เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่อัดแน่นทั้งความสนุก เสียงเพลง และแรงบันดาลใจ  ใครอยู่ใกล้พื้นที่ไหน ห้ามพลาด!

เต๋า –  ภูศิลป์ เปิดเผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากครับ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมโครงการ  ทูบีนัมเบอร์วันในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ใช้เสียงเพลงมอบพลังส่งต่อกำลังใจให้กับเยาวชน อยากให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลังบวก ใช้ชีวิตอย่างมีสติและห่างไกลยาเสพติดครับ”

สมุย – สมุทร เปิดเผยว่า “การได้มาพบกับทุกคนในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีมาก ที่จะได้แลกเปลี่ยนพลังดีๆ และกำลังใจซึ่งกันและกัน อยากให้น้องๆ เชื่อว่าทุกความฝันมีความหมาย ขอแค่กล้าที่จะเริ่มและเดินต่ออย่างตั้งใจ แล้วมาร่วมสนุก เก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างความทรงจำไปด้วยกันนะครับ”

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โอมุคาเดะ (Omukade)คือ การต่อยอด หนังสัตว์ประหลาดของ เนรมิตรหนังฟิล์ม ร่วมกับ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์อีกครั้งกับ เพื่อน-ภาคภูมิ วงษ์จินดา กับ  เต้ย-ชาลิต ไกรเลิศมงคล (Fatcat Studios) สองผู้กำกับ หลังจากที่ ทำ ๑๐๐ ร้อยขา (The One Hundred) เมื่อปี 2565เจ้าตะขาบ 100 ขา กลับมาอีกครั้ง เหมือนกับ พาไปดูที่มาที่ไป ของ ตะพองพลำ หัวหน้าตะขาบยักษ์ ภายใต้ชื่อใหม่ โอมุคาเดะ (Omukade)

จากตำนานเล่าขานของชาวบ้านมีภูเขาลูกหนึ่งทางตะวันตกของไทย ที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่างเข้าไป เพราะเชื่อกันว่า มีปีศาจร้ายจากตำนานญี่ปุ่นอาศัยอยู่ และทุกคนที่ก้าวเข้าไป ไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย สถานที่นั้น..เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?เรื่องราวเกิดขึ้นในเหมืองต้องคำสาป ทหารญี่ปุ่นและเชลยศึกถูกขังอยู่ด้วยกัน เมื่อความตึงเครียดระหว่างศัตรูใกล้ถึงจุดแตกหัก พวกเขาจึงถูกบีบบังคับให้เผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดโบราณสุดสยองที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

โอมุคาเดะ (Omukade) พาย้อนกลับไป ในช่วงท้ายๆ ของสงครามโลกครั้งที่สอง เส้นเรื่องง่าย เล่าเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องมี ตัวละครหลักมากมาย เน้น ดึง ให้ เข้ามาอยู่กับ ความน่ากลัว ของ เจ้าตะขาบยักษ์ ในตำนาน

โอมุคาเดะ (Omukade) แบ่งเรื่องออกเป็น สองช่วงเปิดเรื่อง ด้วยฉากสงคราม ภาพการต่อสู้ ระเบิดภูเขา ระเบิดสะพาน เผากระท่อม เครื่องบินรบ การต่อสู้ด้วยปืนผาหน้าไม้ มีดดาบซามูไร ฯลฯ  ที่ทำออกมาได้ไม่เลว ภาพของ หนังสงคราม หนังแอ็คชั่นที่ ชัดเจน มีฉากเลือดสาด เลือดพุ่ง ร่างแหลกกระจุยกระจายก่อนที่จะ พาเข้าถ้ำ โทนหนัง เปลี่ยน มาเป็น การต่อสู้ เพิ่มเอาชีวิตรอด จาก สัตว์ประหลาด โทนหนัง สยองขวัญ สั่นประสาท มาแบบ เต็มๆ

เพื่อน-ภาคภูมิ วงษ์จินดา ยังคงแม่นยำในทำภาพรวมตัว  หนัง ชาลิต ไกรเลิศมงคล กำกับในเรื่องของ CG เทคนิคต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างตัวตะขาบให้ออกมามีชีวิตชีวา
สองผู้กำกับคุมโทนหนังได้ดี ความมืดมิด โทนหนังมืดๆ หม่นๆ  บรรยายกาศสัตว์ประหลาด ภายในเหมืองเก่า ใต้ถ้ำชวนให้ขนหัวลุกการใช้ภาพ เสียง ดนตรีประกอบ มาช่วยขยี้เพิ่มความน่ากลัว มีการคุมโทนหนังให้ไปใน ทิศทางของหนังสยองขวัญ ไม่มีการใส่มุขตลก เข้ามาทำให้หนังเป๋ออกนอกจาก น่าเสียดายที่ หนังอาจจะไม่สนใจ ปูรายละเอียดตัวละคร แทบจะไม่มีที่มาที่ไปไม่เน้นความสัมพันธ์ของตัวละคร ตัวร้ายที่เป็นคน ก็ไม่มี เลยทำให้ไม่ดึงไม่รู้สึกผูกพันกับ ตัวละครใครตาย..ใครจะอยู่ แทบจะไม่ มีผลกับ อารมณ์ เหลือแค่รอดู ว่า จะตายอย่างไร สยองแค่ไหนหนังไม่เสียเวลา กับตัวละคร เดินเรื่องไปข้างหน้า เล่าบางช่วง ด้วยภาพอดีต

ตัวหนัง เน้นย้ำ ในเรื่องของ การหวงแหน ปกป้องแผ่นดิน ของ ทุกๆเชื้อชาติ ไม่ว่าจะคน ทั้ง อังกฤษ ไทย ชาวดอย หรือแม้แต่ เจ้าโอมุคาเดะ ก็หวงรังของมัน หรือ เส้นเรื่อง ที่ พูดถึง การจับมือ ร่วมกันช่วย เอาชีวิตรอด แม้จะเป็นศัตรู ไม่ถูกกันก็ตาม ใน โอมุคาเดะ (Omukade) ทำ ซีจี งานสร้างภาพ สัตว์ประหลาด บรรดาตะขาบตัวเล็กตัวน้อย ออกมา ได้ดีงาม ดูสมจริงเหมือนจริง แทบจะไม่รู้สึกว่า เป็นงานสร้างภาพหลายๆ ตอน ภาพออกมาดีงาม อาทิ เจ้าโอมุคาเดะเขมือบช้าง กลายเป็น ตะขาบยักษ์ร่างช้างหรือ บรรดา ตะขาบในร่างคน ก็โอเค

รายละเอียด งานสร้างภาพ ต่างๆ ดูโอเค บรรยากาศภาพนอก ในป่า ดูสมจริง ในถ้ำการจัดแสง ช่วยเพิ่มความน่าสะพรึงในเรื่องนี้ ขนทัพ นักแสดงหลายๆ ชาติ มาร่วมแสดง ทำให้ หนังดูอินเตอร์ เข้ากับเรื่อง

ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร เด่นกว่าทุกๆ คน ในบท ซะนอร์ ที่มาลุคที่แทบจะหาความสวยไม่เจอ ขมุกขมอม แต่ต้อง ลีลาคิวบู๊ที่หลากหลาย ทั้งกับคน หรือ สัตว์ประหลาด

เดาง์ นักแสดงชาวพม่า เป็น เรนจา ผู้ช่วยนายทหารญี่ปุ่น ที่มี ความหลังกับ ซะนอร์ เล่นดี ดูลุยๆ ในลุค พรานป่า พูดไทยสำเนียงพม่า ฟังชัดดี

ฮิเดกิ นากายาม่า (นักฮ็อกกี้ทีมชาติไทยลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น) เป็น อากิระ นายทหารผู้ตามล่า เชลยฝรั่ง มาพร้อมกับความหล่อ ชัดเจนในความ ทหารญี่ปุ่น จะมีแค่รู้สึก ขัดๆ ตรง เวลาพูดไทย ชัดเจนเป็นคนไทย ถ้า เปล่งๆ ญี่ปุ่นพูดไทย เหมือนตัวละครอื่นๆ (ฝรั่ง คนดอย) น่าจะดีกว่า

เรียวตะ มอยส์เจอร์ อินฟลูเอนเซอร์ญี่ปุ่นชื่อดัง) เป็น ทามูระ นายทหารตู่ใจ ของ อากิระ ที่ต้องการเอาชีวิตรอด เพื่อกลับไปหาครอบครัว

โอ๊ค-กีรติ ศิวะเกื้อ รับบทเป็น บุญชู ตัวละครคนไทย เพียงคนเดียว เสรีไทย ที่แฝงตัวในกองทัพญี่ปุ่น

เจมส์ เลเวอร์ รับบททิม เชลยศึก ทหารฝรั่ง ที่หนีจากค่ายปู-ยะสะกะ ไชยสร รับบท นอตอง พ่อของ ซะนอร์ ครูของ เรนจา ที่ หายตัวไปในถ้ำ  เอี้ยง-สวนีย์ อุทุมมา มาร่วมแสดงในบท มะอู ชาวบ้านที่หา สาวมาส่งค่ายทหารญี่ปุ่น

เอาเข้าจริงๆ ดูไปดูมา  โอมุคาเดะ (Omukade) กับ ๑๐๐ ร้อยขา (The One Hundred) แทบ จะ เหมือน หนังเรื่องเดียวกัน แค่เปลี่ยนช่วงเวลา สถานที่ ตัวละครจากในยุคหลังโควิท มาเป็น ช่วงท้าย สงครามโลกครั้งที่2จาก ในโรงแรม มาเป็น ในถ้ำตะขาบ กินคน สิงร่างคน เหมือนๆ กัน แถม ยังมี ‘ตะบองพลำ’ เหมือนๆ กันอีก อารมณ์ยังคง ชวนให้คิดถึง หนังฝรั่งดังๆ อย่าง ไอ้ตัวเขมือบโลก (The Thing) หรือ บรรดา หนังสัตว์ประหลาดเอเลี่ยนสิงร่างถล่มเมือง ในยุคหลังๆตัวละคร 100 พ่อพันแม่ ต่างที่มาที่ไปเหมือนๆ กัน แค่ใน เรื่องนี้ ดูไม่เทาเท่า มีแค่ คนหนี คนตามล่า คนพาหนี ที่ต้อง มาจับมือกันสู้สัตว์ร้าย  โอมุคาเดะ (Omukade) อาจจะดูบางเบา ดูเรียบ ง่าย แต่ ก็โดนใจ ดีงาม ใน แง่ของ ความเป็นหนังสัตว์ประหลาด หนังเลือดสาด ที่ทำออกมา ได้ไม่เลวทีเดียว สนุกในระดับ 7/10 คะแนน

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง

น็อต วรฤทธิ์ วอนอย่าคุกคาม เผยมีคนบุกหาเรื่องถึงร้าน ปมเห็นต่างทางการเมือง

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.56 น.

23 มกราคม 2569 จากกรณีประเด็นร้อนแรงสนั่นโลกออนไลน์ สำหรับภาพตึงเครียดหวิดวางมวยในรายการ แฉ ระหว่าง น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ในฐานะพิธีกรผู้ดำเนินรายการ และ เพชร กรุณพล เทียนสุวรรณ แขกรับเชิญ-ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน โดยทั้งสองมีการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนถึงขั้นมีการผลักอกกัน ทำให้เกิดกระแสตั้งคำถามว่าเป็นเหตุทะเลาะรุนแรงนอกจอหรือไม่

ต่อมาทาง น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ได้ออกมาพูดผ่านทางรายการแฉ กล่าวว่า วันนี้ก็มีคนมาที่ร้าน (ร้านลูกโต้งชนวัว) คือเหมือนจะมาหาเรื่องหรือเปล่าไม่รู้ พอดีไม่ได้อยู่ที่ร้าน และเขาก็มาเขียนข้อความทิ้งเอาไว้ซึ่งก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ก็อยากจะบอกว่าอย่าทำแบบนี้กันเลย ต่างคนต่างทำมาหากินกัน มีความคิดเห็นอะไรไม่ตรงกันแต่เราคนไทยเหมือนกัน เราอยู่ประเทศเดียวกัน เราอยู่ร่วมกันได้ เหมือนผมกันมดดำ ทุกคนในนี้ไม่มีใครเห็นเหมือนกันหรอก เราอยู่ร่วมกันได้ แต่อย่ามาทำร้ายกัน อย่าปิดทางทำมาหากินกัน 

น็อต วรฤทธิ์ ได้บอกต่ออีกว่า มี อาจจะเป็นคลั่งอะไรแบบนี้  อย่าให้เยอะเกินไป ประมาณนึงพอ ซึ่งมดดำ ได้พูดว่า คืออย่าเข้าถึงเรื่องส่วนตัว คือที่สุดแล้วต้องเคารพซึ่งกันและกัน ทุกวันนี้โอเค ธุรกิจเขาไม่ต้องไปทำร้ายธุรกิจเขา มันไม่เกี่ยว มันคนละเรื่องกันและเรื่องมันก็ไม่ได้ใหญ่ถึงขนาดนั้น คอขาดบาดตายอะไร

ขอบคุณคลิปจาก : รายการแฉ , วันบันเทิง

https://www.tiktok.com/embed/v2/7598522576876375297?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F942718