‘ผู้กองแคท’สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

'ผู้กองแคท'สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

‘ผู้กองแคท’สุดเศร้าสูญเสียคุณแม่กะทันหันเตือนสติคนที่ยังมี พ่อ-แม่อยู่ ขอให้ดูแลกายใจท่านเป็นอย่างดี

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.43 น.

นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของ ผู้กองแคท ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ที่ต้องสูญเสียคุณแม่นภา บุญประสม ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ในคืนวันอังคาร ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวเพิ่งได้เติมเต็มหัวใจซึ่งกันและกันในช่วงปีใหม่ที่ผ่านพ้นมา

โดยเช้าวันพุธที่ 7 มกราคม 2569 ตี้ ธีรชัย เบ็ญจะปัก น้องชายคนเดียวของผู้กองแคท ได้โพสต์ข้อความในเฟสบุ๊ค  ส่วนตัวถึงการจากไปของคุณแม่ว่า “แม่ผมร่างกายเเข็งแรงไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคอะไร แต่เมื่อคืนแม่อยู่ในห้องน้ำนานผิดปกติ พอพังประตูเข้าไปพบว่าแม่นั่งบนชักโครกพิงกำแพงอยู่ ทางบ้านเลยรีบเอาตัวออกมาและเรียกรถพยาบาล หลังจากนั้นได้ทำ CPR(กู้ชีพ) แต่ก็ไม่ทันแล้วเนื่องจากไปเจอช้าเกินไป ผมเลยอยากใช้โพสนี้เพื่อเตือนสติทุกคน ว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนเลยจริงๆ ตอนเช้าอยู่ตอนค่ำอาจจะไม่ได้คุยกันแล้วก็ได้ อยากให้ทุกคนเอาใจใส่กับคนข้างๆเยอะๆ ทำดีกับเขาถึงแม้บางสิ่งอาจจะไม่ถูกใจบ้าง ยิ่งเฉพาะกับคนในครอบครัว รักกันพูดแต่สิ่งดีๆให้กัน ดูแลเขาให้ดีที่สุดในทุกๆวัน วันนี้แม่ผมไม่อยู่แล้ว ถึงจะเสียใจแค่ไหนแต่ผมไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะผมได้ทำทุกวันอย่างเต็มที่ได้ขับรถพาแม่ไปที่ ที่ แม่อยากจะไปได้อยู่คอยดูแลในทุกวัน ได้บอกรักแม่ และเชื่อเลยว่าแม่ก็จะไม่เสียดายเหมือนกัน เพราะแม่ได้ทำหน้าที่ของแม่อย่างดีที่สุดแล้ว สุดท้าย มีเกิดก็ต้องมีตายเป็นเรื่องปกติอยู่ที่ว่าเราจะใช้เวลาที่มีกับคนที่รักให้คุ้มค่าแค่ไหน อย่ากลัวที่จะทำอะไรเพื่อเขาอย่าอายที่จะกอดและบอกรักกันนะครับทุกคน สัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุดเหมือนที่แม่เชื่อในตัวตี้มาตลอดจะดูแลทุกคนให้ดีเหมือนที่แม่คอยดูแล หลังจากนี้ทุกอย่างจะกลายเป็นความทรงจำดีๆให้นึกถึงตลอดไป รักแม่จุ๊บ ๆ เดี๋ยวจะเรียกไปนั่งรถด้วยทุกวันเหมือนเดิม สัญญาว่าจะโตไปอย่างดีที่สุดให้สมกับที่แม่ตั้งใจเลี้ยงมา”

ทางด้านผู้กองแคท ได้โพสต์ถึงคุณแม่ว่า “นางฟ้าของแคท ปีที่แล้ว แม่บอกกับแคทว่า “แม่มีความสุขมาก ลูกไปไหนแม่จะไปกับลูกทุกที่ พาไปไหนแม่ไปหมด ลูกโตกันทุกคน แคทก็ดูแลตัวเองได้ ดูแลน้องได้เราไม่มีหนี้ ไม่มีกังวลอะไรแล้ว” ไม่เคยเสียดายเวลา และไม่เคยเสียดายความสุขที่มี เพราะสิ่งที่ทำอยู่ มันล้นออกมาทุกๆวัน เราทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เสียดายที่ช่วงเวลาแห่งความสุขของเรามันสั้นเกินไป อยากเป็นผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขที่สุดไปนานๆกว่านี้อยากให้เขาอยู่ด้วยกับทุกความสำเร็จ เห็นการเติบโตทุกอย่างของแคท แต่อย่างน้อยตอนนี้ แม่ได้เห็นหมดแล้วนะ ส่งแคทถึงฝั่งทุกๆที่แล้ว แคทได้ทำตามฝันที่แม่อยากเป็นแต่ไม่มีโอกาสได้เป็น คือการเป็นนักร้องลูกทุ่ง มีเพลงเป็นของตัวเอง อัดแผ่นเสียง อยากเห็นลูกอยู่หน้าจอทีวี แต่งตัวสวยๆ และคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้างให้ทุกการประกวด ทุกงานที่ทำ ทุกการเดินทางของชีวิต และแคทจบปริญญาเอก ให้ครอบครัวบุญประสม และเบ็ญจะปัก ได้แล้วนะ ไม่ต้องอายใครเค้าแล้ว ว่าครอบครัวของเราไม่มีการศึกษา เรียนไม่สูง ครอบครัวเราสมบูรณ์แล้วนะแม่ แคทรู้ว่าแม่ภูมิใจ ดีใจ และมีความสุขมาก…ครอบครัวสุขสันต์ วันนี้พร้อมเดินหน้าและลุยงานต่อ ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง ขอบคุณทุกความห่วงใยและกำลังใจ แม่คงมองลงมาจากสวรรค์อย่างชื่นใจและภูมิใจ ลูกจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้แม่ยิ้มได้เสมอ รักแม่”

จากเหตุการณ์การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัวผู้กองแคทในครั้งนี้ ทำให้เราได้ตระหนักถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ถึงแม้ครอบครัว เบ็ญจะปัก จะเป็นหนึ่งครอบครัวที่ไม่เคยละเลยการแสดงความรักต่อกันในทุก ๆ วัน แต่เมื่อถึงวันบอกลาก็ยังคงความเศร้าเสียใจมายังครอบครัวเป็นอย่างมาก ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณแม่นภา บุญประสม ไว้ ณ ที่นี้ อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ ขอให้ทุกคนดูแลคนรอบข้างให้ดีทั้งร่างกาย และจิตใจ แล้วใช้ทุกเวลาที่มีค่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ตอบแทนบุญคุณพ่อ แม่ ผู้มีพระคุณก่อนที่มันจะสายเกินไป เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ ผู้กองแคท (แคท อาทิติยา) และสามารติดตามความเคลื่อนไหวของ แคท อาทิติยา ผ่านช่องทางออนไลน์กันได้ที่

Facebook : แคท อาทิติยา https://www.facebook.com/share/1V3C3GtWqM/?mibextid=wwXIfr

Instagram : cat_atitiya https://www.instagram.com/cat_atitiya?igsh=ZWFlN3VlY3E5aGho

Tiktok : ผู้กองแคท อาทิติยา https://www.tiktok.com/@catatitiya?_t=ZS-8zbZ2Jk0hG6&_r=1

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วิธีใช้ยาที่ทำกันจนชินอาจกำลังทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัว!

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.25 น.

Tuck Talk สัปดาห์นี้พบเรื่องใกล้ตัว เตือน! วิธีใช้ยาที่คนไทยเข้าใจผิดมาตลอดชีวิต? กินผิดเสี่ยงกระเพาะทะลุ ไตวาย ตับพัง? มารู้เคล็ดลับการเลือกยาให้ถูกต้อง หายไว และปลอดภัย กับ “รศ. ภก. ธนรัตน์ สรวลเสน่ห์” อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อย่าปล่อยให้การกินยา กลายเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ยาพาราเซตามอลแค่เป็น ยาแก้ไข้ แก้ปวดหัว ถูกผิดขนาดไหน ?

หมอธนรัตน์ : ถูกครึ่งเดียว เพราะว่าพาราเซตามอลเป็นยาที่ผมว่าทุกบ้านที่ฟังเราอยู่มีติดบ้านหมดเลย บางบ้านมีมากกว่า 1 ยี่ห้อด้วยซ้ำ ทีนี้ตัวพาราเวลาที่เราใช้ด้วยฤทธิ์ของมันอย่างที่เข้าใจว่ามันแก้ปวดศีรษะ ลดไข้ อันนี้ไม่ผิดเพราะว่าเรามักจะเห็นภาพของพาราเป็นแบบนั้น แต่จริง ๆ แล้วปัจจุบันพาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดที่เราใช้ในการรักษาอาการปวดแบบอ่อน ๆ เช่น ปวดหลัง ปวดต้นคอเวลาที่นอนตกหมอนบ้าง พลิกตัวเร็ว ๆ หมุนตัวเร็ว ๆ แล้วมันเจ็บนิดหนึ่ง หรือเจ็บเข่าในคนไข้ที่เป็นเข่าเสื่อม หรือแม้แต่ในกรณีที่เล่นกีฬาแล้วมีการบาดเจ็บเล็กน้อย พาราเซตามอลก็เพียงพอที่จะใช้

กินทีกี่เม็ด ?

หมอธนรัตน์ : ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แล้วก็วิธีใช้ ซึ่งมันจะต่างกัน ถ้าเป็นไข้โดยทั่วไปเราจะคิดตามน้ำหนักตัว ถ้าหนัก 45 ใช้ตัวเลข 10 คูณ 45×10 คือ 450 แปลว่าเม็ดเดียว 500 พอ แล้วกินซ้ำทุก 6 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมง

ในกรณีที่เล่นกีฬาพาราจะช่วยได้ไหมถ้าเราปวดขาปวดแขน ?

หมอธนรัตน์ : ได้ครับ พาราในลักษณะการปวดที่เป็นเรื่องของระบบกระดูกระบบกล้ามเนื้อ ใช้ได้หมด

ถ้าน้ำหนักตัว 45 กินเม็ดเดียว 2 เม็ดได้ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ประเด็นคือเมื่อกี้ผมบอกให้คูณ 10 ในกรณีที่เราใช้เพื่อแก้ปวดศีรษะหรือลดไข้ธรรมดา แต่ถ้าเกิดเป็นกรณีของการปวดที่มาจากกล้ามเนื้อ มาจากกระดูกที่เกิดจากการบาดเจ็บแบบนี้ เราจะขอว่าไม่ต้องสนใจน้ำหนักตัว ถ้าเป็นไปได้เราเพิ่มเป็น 2 เม็ดเลย แล้วกินซ้ำทุก 6 หรือ 8 ชั่วโมงเหมือนกัน

กินพาราเข้าไปแล้วไม่หายก็ไปกิน ไอบูโพรเฟน ซึ่งแรงกว่าหรือเปล่า ?

หมอธนรัตน์ : ถูกต้องอันนี้คือสิ่งแรกที่บอกว่าถูกต้องคือว่าไอบูโพรเฟนเป็นยาในกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นยาสำหรับรักษาการปวดของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเหมือนกัน ซึ่งในยาในกลุ่มนี้มีเยอะไปหมดเลย บางทีเราจะได้ยินคนเรียกยากลุ่มนี้ว่าเป็นยาแก้อักเสบ เพราะว่าอย่างนี้ครับคือการปวดที่เกิดขึ้นจากระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่มันเกิดการบาดเจ็บ มันมาจากกระบวนการอักเสบของกระดูกและกล้ามเนื้อก่อน เพราะฉะนั้นการอักเสบคือพื้นฐานเมื่ออักเสบก็เลยทำให้ปวด ดังนั้นถ้าเกิดเราสามารถรักษาต้นเหตุได้ ก็คือลดการอักเสบได้ มันก็เลยทำให้อาการปวดดีขึ้น ตรงไปตรงมา ถ้าถามว่ามันแรงกว่าไหมก็ต้องบอกว่ามันแรงกว่า เพราะว่าด้วยความที่ยากลุ่มแก้อักเสบหรือกลุ่มไอบูโพรเฟนเป็นยากลุ่มที่เวลาเข้าไปออกฤทธิ์ในร่างกาย มันไปรักษาการอักเสบทุกจุดในร่างกายเลย แต่อะไรก็ตามนะที่มาพร้อมคำว่าแรงกว่า สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนตระหนักไว้ร่วมกันเสมอคือเมื่อมันแรงกว่าแปลว่ามันอาจจะอันตรายมากกว่าด้วยเช่นกัน

บางคนซื้อยากินเอง จะหยุดยาตอนไหน จะกินตอนไหน ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเกิดซื้อกินเองอันดับแรกเลย เนื่องจากยากลุ่มนี้ทั้งหมดเราจัดเป็นยาอันตราย เพราะฉะนั้นคำว่ายาอันตรายในทางการแพทย์แปลว่าจะต้องถูกส่งมอบหรือถูกคัดเลือกโดยบุคลากรทางวิชาชีพเป็นหลัก ซึ่งอาจจะเป็นแพทย์เป็นเภสัชกร เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะซื้อทานเองก็ต้องหาร้านที่มีเภสัชกรก่อน คืออันดับแรกเลยหรือไปพบคุณหมอ อันที่ 2 หลังจากได้ยามาแล้วถ้าเกิดว่าเป็นกรณีของการปวดแบบเฉียบพลัน อย่างเช่นไปเล่นกอล์ฟแล้วบาดเจ็บ ปวดขึ้นมา อย่างนี้อาจจะแค่วัน 2 วันแล้วจบ เพราะว่ากล้ามเนื้อมันได้หยุดพักแล้ว เราไม่ได้ตีกอ์ฟทุกวันหรือเราไม่ได้เล่นทุกวัน แค่นั้นแล้วจบ พอเป็นใหม่ก็ทานใหม่ อันนี้คือกรณีหนึ่ง แต่ถ้าเกิดว่าเรามีโรคบางอย่างที่มันเป็นโรคเรื้อรังของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น เป็นโรคข้อเสื่อม เป็นโรคข้ออักเสบอยู่แล้ว อันนั้นจำเป็นต้องทานทุกวันก็ต้องทานทุกวัน

กินทุกวันจะติดไหม ?

หมอธนรัตน์ : มันไม่ติดแต่มันอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียงอื่น เช่น แผลในกระเพาะอาหาร ทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหาร ทำให้ความดันขึ้น

ถ้าไม่กินยา แล้วใช้ยานวดหรือแผ่นแปะผิดไหม ?

หมอธนรัตน์ : ต้องบอกไม่ผิด แล้ววิธีที่ถูกด้วยเพราะว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าเราจะมียาดีแค่ไหนก็ตาม พื้นฐานสำคัญเวลาที่เราเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อก็คือ เราต้องปฐมพยาบาลก่อน การปฐมพยาบาลเลยก็คือ 1 หยุดใช้ ต้องหยุดพักก่อน อันที่ 2 คืออาจจะใช้วิธีการประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกอันนี้ได้ แล้วก็ฟิกมันไว้ คืออย่าขยับมัน พอยิ่งขยับมันยิ่งอักเสบมากขึ้น ส่วนยาที่เราใช้ไม่ว่าจะเป็นยาทาภายนอกที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด เช่น อย่างกรณีที่เราทาแล้วมันรู้สึกร้อน ๆ พวกนี้หรือว่าเป็นแผ่นปิดผิวหนังก็แล้วแต่ พวกนี้วัตถุประสงค์จริง ๆ ก็คือเพื่อให้หลอดเลือดมันขยายตัว ช่วยทำให้มันพยายามเร่งกระบวนการซ่อมแซมที่เสียไปประมาณนั้น

โดยเฉลี่ยยาเม็ดถ้าอยู่ในกระเพาะเราประมาณกี่นาทีกี่ชั่วโมง ?

หมอธนรัตน์ : โดยทั่วไปครับในมาตรฐานของยา ยาทุกตัวที่ออกมาเป็นรูปแบบยาเม็ด เมื่ออยู่ในกระเพาะแล้วต้องแตกตัวสมบูรณ์ไม่เกิน 15 นาที ต้องไม่เกิน ถ้าเกินแปลว่าตกมาตรฐาน

การแตกตัวเร็วเท่ากับว่าดูดซึมเร็ว การดูดซึมเร็วเท่ากับว่าเห็นผลเร็ว ?

หมอธนรัตน์ : ใช่ เพราะฉะนั้นยาทุกตัวไม่ได้บอกว่าต้องแตกตัวเร็วเสมอไป แต่ว่าถ้าเรากำลังใช้ยาตัวนั้นเพื่อต้องการผลที่รวดเร็ว ก็ควรจะต้องได้ควรจะถูกต้อง สมมติถ้าเกิดเราเจอยารูปแบบที่ไม่แตกอย่างนี้ต้องกลับมาถามตัวเองก่อนว่า ปกติยาตัวนี้ที่เราไว้ที่บ้านเราเก็บถูกไหม เก็บที่ไหน

ไม่ควรเอายาไว้ที่รถ ?

หมอธนรัตน์ : ไม่ควร ร้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำยาเม็ด ที่ชื้นอย่างเช่น ถ้าเราดูหนังต่างประเทศจะเห็นว่าฝรั่งชอบเก็บยาในห้องน้ำ ที่ตู้เก็บของสำหรับห้องน้ำ บางทีจะชื้น อันนี้ก็จะเป็นทางหนึ่ง เพราะอย่างยาตัวนี้ที่ผมเอามาให้ เป็นตัวอย่างยาที่ถูกแกะออกมาจากแผง แล้วมันตากอยู่กับโต๊ะ ตากอยู่กับอากาศข้างนอกเป็นระยะเวลาหนึ่ง พอเรามารับประทานเราก็จะเห็นว่าอาจจะไม่ออกฤทธิ์เกิดขึ้น

ยาน้ำเปิดแล้วควรหรือไม่ควรใส่ตู้เย็น ?

หมอธนรัตน์ : ยาน้ำจริง ๆ ไม่ต้องเก็บตู้เย็น อุณหภูมิปกติได้เลย ยาน้ำปกติมีหลายรูปแบบ คำว่าหลายรูปแบบแปลว่าในขวดที่เราเห็น ส่วนใหญ่อาจจะมีที่เรารู้จักกันดีก็คือเป็นยาน้ำหวาน หรือยาน้ำเด็ก ซึ่งจะมีการเติมน้ำเชื่อมเข้าไป กับยาน้ำอีกแบบหนึ่งที่จะมีการเติมพวกแอลกอฮอล์ไปเป็นตัวช่วยละลาย ปริมาณนี้น้อย ๆ นะไม่เมา แต่ว่าก็จะเติมลงไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นยาน้ำอื่น ๆ ที่มีแอลกอฮอล์พวกนี้ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นเลย ยาพวกนี้สามารถอยู่ข้างนอกได้เลย

ใส่ตู้เย็นแล้วจะเก็บได้นานจริงไหม ?

หมอธนรัตน์ : ไม่จริง ความเชื่อที่บอกว่าเก็บอยู่ตู้เย็นแล้วเก็บได้นานขึ้น เพราะว่าเขาเข้าใจว่าหรือเชื่อว่าการอยู่ในตู้เย็นจะทำให้เชื้อไม่ขึ้น หรือเชื้อโรคไม่ขึ้น เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่จำเป็นเลย อยู่ข้างนอก ยาทุกตัวที่เมื่อกี้เล่าให้ฟังทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำหวาน ยาน้ำที่มีแอลกอฮอล์ผสมทั้งหลาย เมื่อเปิดแล้วอยู่ข้างนอกตู้เย็นได้เลย แล้วส่วนใหญ่คำแนะนำที่เรามักจะแนะนำก็คือเมื่อเปิดแล้วถ้าใช้ไม่หมดภายใน 1 เดือนอยากให้ทิ้ง ไม่ต้องเก็บไว้อย่าเสียดายครับ

ยาแก้หวัดมีหลายยี่ห้อ ประสิทธิภาพมันดีกว่ามันต่างกว่ากันยังไง ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเรามองถึงคำว่ายาแก้หวัดก่อน เพราะว่ายาพวกนี้วัตถุประสงค์ออกมาคือเพื่อใช้สำหรับรักษาการหวัด ทีนี้เวลารักษาการหวัดยาที่มีหลายชั้นหรือยาที่มีรูปแบบแปลก ๆ ใช้คำนี้แล้วกัน ก็มักจะมีส่วนผสมแปลก ๆ ตามไปด้วย อย่างเช่นยาส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของยา 3 ชนิด ที่สำหรับรักษา 3 ข้อบ่งใช้เลย ก็คืออันที่ 1 ยาพื้นฐานคือพาราเซตามอล ยาพวกนี้ผสมพารา อยู่ในยาหวัดอยู่แล้ว เพราะว่าบางทีเป็นหวัดก็จะมีไข้มีปวดหัว ก็เติมตรงนี้เข้าไป ตัวที่ 2 คือยาลดน้ำมูกชนิดง่วงนอน อยู่ในชั้นหนึ่ง เพราะพวกนี้เวลาเป็นหวัดเราก็มักจะมีน้ำมูก ก็อาจจะใส่ยาน้ำมูกเข้าไปเลย อันที่ 3 คือยาช่วยลดอาการคัดแน่นจมูก เพราะมันคือหวัดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหรือบางยี่ห้ออาจจะมียาแก้ไอก็ได้แล้วแต่ มีอยู่ในนั้นเลย หลักการก็คือว่าเวลาที่เป็นหวัดขึ้นมา ถ้าเกิดเรามีอาการครบ 3 อย่าง กิน 1 เม็ดเข้าไปหรือกิน 2 เม็ดเข้าไป เราได้ยาทั้ง 3 ตัว อันนี้ก็ช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าเกิดว่าเราไม่ได้เป็นหวัดครบทุกอาการ เช่น เราเป็นแค่ปวดศีรษะ ไม่มีน้ำมูก ไม่มีอาการคัดแน่นจมูก ไม่มีอาการไอ คำถามคือแล้วไปกินอีก 2 ตัวที่ได้เข้าไปเพื่ออะไร

ต้องกินตามอาการ แต่ถ้าคัดจมูก แน่นจมูก มีน้ำมูก ก็ทานยาที่มีหลาย ๆ สีได้ ?

หมอธนรัตน์ : ใช่ ก็จะเป็นการลดจำนวนเม็ดยา แทนที่จะต้องไปกิน 3 เม็ด ก็กินเม็ดเดียว แล้วก็ได้ทั้งหมด

หวัดแบบไหนต้องกินยาแก้ ?

หมอธนรัตน์ : แพ้มันมีหลายแบบ อย่างช่วงนี้เราแพ้อากาศเยอะเพราะว่าฝุ่นเริ่มมา จะมี 2 แบบคือ แพ้ด้วยฝุ่นหรือแพ้ด้วยแพ้อากาศที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูก หรือมีอาการแพ้เพราะมีหวัด หรือมีการติดเชื้อไวรัส อันนี้จะเป็นสิ่งที่ต่างกัน การใช้ยาประสิทธิภาพก็จะต่างกันไปด้วย เพราะว่าถ้าเกิดสมมติว่าเราเป็นหวัดจากไวรัส เช่น ไปติดคนนู้นมาคนนี้มา แล้วมีอาการคัดจมูกยาลดน้ำมูก พวกนี้จริง ๆ ถ้าจะได้ผลดีครับต้องง่วงนอน มันจะออกฤทธิ์ดีกว่า

ยาแก้แพ้ถ้าดีต้องง่วงนอนไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้ายาแก้แพ้ ถ้าเกิดเป็นภูมิแพ้ธรรมดาไม่ได้เป็นหวัด ไม่ได้เป็นเรื่องของติดเชื้อไวรัส กินยาแก้แพ้ง่วงไม่ง่วงประสิทธิภาพเท่ากัน ได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นคำถามคือยาแก้แพ้ที่ง่วงต้องกินวันละหลายครั้ง กินแล้วง่วงด้วย เทียบกับยาแก้แพ้ที่ไม่ง่วงกินวันละครั้ง แล้วไม่ง่วง เลือกได้ ประสิทธิภาพเท่ากันเลยไม่ต่างกัน ต้องแยกแยะให้ดี

กินยาแก้แพ้ทุกวันจะดื้อยาไหม แล้วดื้อยาแล้วเจะเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่นไปเรื่อย ๆ ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ปกติยาแก้แพ้เรากินเพื่อบรรเทาอาการ คีย์เวิร์ดสำคัญคือบรรเทาอาการ ไม่ใช่ทำให้หาย ไม่ใช่ใช้เพื่อป้องกัน เพราะฉะนั้นหลักการคือเวลาที่เราจะใช้ยาแก้แพ้พวกนี้ เช่น ผื่นขึ้น มีน้ำมูก จมูกเราใช้แค่บรรเทาอาการ เหมือนปวดศีรษะเมื่อกี้ก็คือใช้แค่ระยะเวลาสั้น ๆ อาทิตย์ 2 อาทิตย์แล้วจบ ไม่ค่อยกินนาน ถ้าเกิดว่ากรณีเป็นภูมิแพ้อากาศจริง ๆ ปัจจุบันเรามียาที่ออกฤทธิ์ดีกว่า เช่น เป็นยาพ่นจมูก พวกนี้ก็จะสามารถที่จะบรรเทาอาการได้ดี แล้วผลข้างเคียงก็น้อยกว่า แต่ถามว่ามันดื้อยาไหม ต้องตอบว่าไม่ดื้อ แต่มันก็ไม่ควรกิน

บางคนกินยาแก้แพ้เพื่อช่วยการนอน มียาแก้แพ้แล้วง่วงด้วยใช่ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถามว่าผิดไหมจริง ๆ ไม่ผิด แต่ต้องรู้ว่าถ้าเกิดเรากินยาแก้แพ้เพื่อช่วยการนอน เนื่องจากว่ายาแก้แพ้ที่ง่วงมันมีอาการข้างเคียงเยอะ ถึงแม้ว่าเราจะบอกว่าเรากินยาทุกวันได้ เราไม่เบื่อนะเรากินได้ แต่ว่าถามว่ากินทุกวันยาทุกตัวเป็นสารเคมี ยาเป็นดาบสังคมเสมอ กินเข้าไปนอกจากประโยชน์โทษมันจะมาด้วย แต่โทษบางทีมันไม่ได้มาแบบชัดเจนมาก อย่างเช่นยาแก้แพ้ที่ง่วงแล้วเอามาใช้เพื่อช่วยนอนไม่หลับ ถามว่าดีไหมจริง ๆ ดี เราหลับ แต่เราลืมไปหรือเปล่าว่ายาแก้แพ้พวกนี้ถ้าเราใช้ติดต่อกัน 1 มันมีข้อมูลว่าทำให้เกิดสมองเสื่อมได้ถ้าเป็นสมผู้สูงอายุ 2 อาจจะทำให้สับสน 3 มันจะทำให้ถ้าเป็นคุณผู้ชายอายุเยอะหน่อย ต่อมลูกหมากตัวโตนิดหนึ่งฉี่ไม่ออก ใครที่ท้องผูกอยู่แล้วบางทีท้องผูก ซึ่งผลข้างเคียงพวกนี้บางทีมันเป็นผลข้างเคียงที่มันไม่ได้ดูรุนแรง แต่มันจะไปเรื่อย ๆ แล้วบางทีเราไม่รู้ว่ามันเป็นจากยา สมมติเช่นตอนนี้ท้องผูก ปัสสาวะไม่ออกปัสสาวะลำบาก เดินไปหาคุณหมอคุณหมอก็ให้ยาไปกินตัวที่ 2 ตัวที่ 3 มันก็จะเกิดการเพิ่มยาไปเรื่อย ๆ ซึ่งอันนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่อาจจะต้องระมัดระวังกรณีกินยา

กลไกการออกฤทธิ์ของยา พอเข้าไปอยู่ในร่างกายแล้วมันออกฤทธิ์ยังไง ?

หมอธนรัตน์ : มันเดา เดาคือแปลอย่างนี้คือเวลาเราประทานยาเข้าไปเมื่อกี้เราเล่าให้ฟังแล้วว่า ยาเวลาจะเข้าร่างกายก็คือต้องแตกตัว ละลายแล้วก็ดูดซึมเข้าร่างกาย พอเข้าไปอยู่ในเลือด เลือดก็คือวิ่งไปทั่วร่างกาย เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามยาเข้าไปในเลือด แปลว่ายาไปทั่วร่างกายได้หมด ปวดไหล่ปวดคอจังเลย ถามว่ายารู้ได้ยังไง ยาก็ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นตรงนี้ แต่ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่ในเลือด ฉันมีสิทธิ์ที่จะวิ่งไปตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นเธอก็เลยหาย เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่จำเป็นที่เราจะต้องกินยาหลายตัว เพื่อช่วยในแต่ละข้อบ่งใช้ที่ต่างกัน เช่น ปวดหัวกินพารา ปวดไหล่กินยาลดการอักเสบ แต่ถามว่าก็มันก็คือช่วยเหมือนกัน ก็กินตัวเดียวก็ช่วยได้แล้ว

ยาแก้อักเสบกับยาปฏิชีวนะ มีวิธีดูอะไรยังไง ?

หมอธนรัตน์ : วิธีดูอันดับแรกดูก่อนว่าเราเป็นอะไร เราเป็นอะไรคือแปลว่า ถ้าเกิดว่าสาเหตุหรือของโรคที่เป็น มันเป็นเรื่องของการบาดเจ็บ มีอาการบวม แดง ร้อน เช่น บางทีเวลาเราออกกำลังกายเราผิดท่ามันก็จะมีการเจ็บมีบวมต่าง ๆ พวกนี้จะเป็นกระบวนการที่เราเรียกว่าเป็นกระบวนการอักเสบของร่างกาย ส่วนใหญ่คำว่าอักเสบเราจะใช้กับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเวลาที่มีปัญหาปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเอว ปวดนู่นปวดนี่ เราก็จะบอกว่าน่าจะต้องไปกินยาแก้อักเสบนะหรือพาราก็ได้

อักเสบ ปวด บวม ร้อน แดง ต้องกินอะไร ?

หมอธนรัตน์ : อันนี้ก็กินเป็นยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือภาษาทางการแพทย์เราเรียกว่ากลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน เช่น ถ้าเป็นน้อง ๆ ที่ปวดท้องประจำเดือน ก็คือพวกตัวพอนสแตน หรือเมฟีนามิก หรือว่าอย่างปวดจากนักกีฬาส่วนใหญ่ก็อาจจะมีใช้อีโทริคอกซิบที่เป็นยาแรง ๆ หน่อยอะไรอย่างนี้

พอนสแตนถือว่าแรงไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถือว่าแรงไหม ยาพวกนี้ถ้าเทียบกับพาราแรงกว่า

พอนสแตนแก้ปวดตกหมอน ปวดเข่าได้ไหม ?

หมอธนรัตน์ : ได้หมดเลย มันเข้าไปในร่างกายแล้ว นอกจากมดลูกมันวิ่งที่อื่นด้วย

ยาปฏิชีวนะกับยาแก้อักเสบเหมือนกันไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าเกิดเป็นยาปฏิชีวนะ สาเหตุที่เราจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะคือมีการติดเชื้อแบคทีเรีย แปลว่าจะต้องมีการติดเชื้อเกิดขึ้น เช่น เป็นแผลที่ผิวหนังแล้วมีหนอง มีหนองที่คอ ติดเชื้อ เพราะฉะนั้นยาที่จะใช้จะเป็นยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อเป็นหลัก

สเตียรอยด์กินนาน ๆ แล้วมีปัญหา อันตรายจริงไหม ?

หมอธนรัตน์ : เรื่องจริง สเตียรอยด์เป็นปัญหามาก

โรงพยาบาลรัฐบาลกับโรงพยาบาลเอกชนจ่ายยาเหมือนกันไหม ?

หมอธนรัตน์ : ถ้าตอบความจริง ยาที่ให้เป็นยาตัวเดียวกัน คือเป็นยาที่เป็นตัวยาสำคัญเท่ากันและตัวเดียวกัน เพียงแต่ว่าอาจจะคนละยี่ห้อ อาจจะมาจากบริษัทนอก มาจากบริษัทในประเทศแล้วแต่ หรือแม้แต่รัฐบาลด้วยกันในแต่ละที่ก็อาจจะมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วอันที่ 1 คือถ้าเราดูในคุณภาพยาจะบอกว่าขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่ายาจริง ๆ เหมือนกัน คุณภาพใกล้เคียงกัน อาจจะชื่อไม่เหมือนกัน อย่างที่บอกพอได้จ่ายตังค์ก็เลยรู้สึกว่าต้องหายแล้ว ไม่หายไม่ได้ประมาณนั้น ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ไม่ได้แตกต่างมาก อีกอันหนึ่งที่อาจจะมีความแตกต่างกันนิดหนึ่งก็คือในแง่ของความแรงของยาที่คุณหมออาจจะเลือกใช้ อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างในบางกรณี

บางคนเกินยายาก แล้วหักครึ่งแต่กินพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน บดหรือเอาไปใส่กล้วยใส่นม วิธีการต่าง ๆ สามารถทำได้แค่ไหน ?

หมอธนรัตน์ : ยาส่วนใหญ่เราทำอะไรกับมันก็ได้ หักแบ่งบดได้หมด เพราะสุดท้ายมันลงไปที่กระเพาะเหมือนกัน แต่มันแค่จะทำให้เรากลืนลงไปให้มันได้แค่นั้นเอง เพราะตราบใดที่ยาไม่กลืนมันไม่มีทางออกฤทธิ์ ทีนี้ประเด็นคือมันมีข้อยกเว้นอยู่ตรงที่ว่ายาบางตัวเราออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ยามันมีปริมาณเยอะมาก อย่างเช่นยาตัวหนึ่งปกติเราต้องรับประทานวันละ 3 ครั้ง เราดีไซน์ขึ้นมาโดยการทำให้มันกินเหลือแค่วันละครั้งเดียวได้ เพราะฉะนั้นยาที่เป็นรูปแบบวันละครั้งเดียว แปลว่าเราต้องเอายา 3 มื้อมารวมอยู่ในเม็ดเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไปหักมัน เราไปบดมัน แปลว่าเราก็จะทำให้ปริมาณยาทั้ง 3 เม็ดออกมาทีเดียวเลย แถมออกฤทธิ์สั้นต่างหาก เพราะว่าหลักการออกของยาคือถ้าเราเอามันมารวมกันเมื่อไหร่ หรือเราทำให้มันมีรูปแบบพิเศษเมื่อไหร่ แปลว่ามันจะค่อย ๆ ปลดปล่อยยาออกสู่ร่างกาย ไปทุบมันแล้วอย่างนี้มันก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นยาพวกนี้บางทีมันอันตราย บางทีมันมีข้อจำกัด วิธีสังเกตครับยาที่เรามักจะเจอในชีวิตประจำวันก็คือยาที่มีชื่อห้อย บางทีดูจากชื่อยาก็เดาได้ เช่น – -SR – -XL – – XR ตัวย่อพวกนี้ SR XL CR พวกนี้มันคือสัญลักษณ์ที่เหมือนกับบอกให้รู้ว่ายามันโดนดัดแปลง ให้อยู่ในรูปแบบที่ออกฤทธิ์นาน ๆ หรือมีปริมาณยาเยอะ ๆ  เพราะฉะนั้นยาที่เห็นแบบนี้อันดับแรกเลยคืออย่าไปยุ่งกับมัน หรือถ้าเกิดจะแปรรูปก็ถามคุณหมอถามเภสัชก่อนว่ามันแปลรูปได้ไหม ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดการไปกินแล้วอันตราย เช่นยาบางตัวอ้วกเลย คือกินแล้วอ้วกเลย เพราะว่าเดิมยามันโดนกระจายมื้ออยู่อย่างนี้ครับ

ไม่กินกับน้ำเปล่ากินกับน้ำผลไม้ นม น้ำอัดลม ไม่ควรใช่ไหม ?

หมอธนรัตน์ : พื้นฐานทั่วไปไม่มีปัญหา สุดท้ายมันไปปนกันอยู่ในกระเพาะ

นมจะทำให้ยาหรือวิตามินนั้นแย่ลง ?

หมอธนรัตน์ : อันนี้เป็นข้อยกเว้น มันจะมีบางบางกรณี ถ้าเขามาร์คไว้ เช่น อย่างในวิตามินที่อาจจะมีพวกธาตุเหล็ก มีเกลือแร่บางตัว ซึ่งพวกนี้ถ้าเกิดเรากินพร้อมนม นมมันจะไปจับ

ยาเม็ดยาน้ำยาแคปซูลมีอายุกี่ปี ?

หมอธนรัตน์ : โดยทั่วไปถ้าเป็นยารูปแบบที่เป็นยาเม็ดแข็ง แคปซูล ยาเม็ดพวกนี้วันหมดอายุก็คือดูตามแผงยาได้เลย

สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากจะฝากทิ้งท้ายเกี่ยวกับเรื่องยา ?

หมอธนรัตน์ : ผมว่าสิ่งที่ในมุมของบุคลากรทางวิชาชีพที่อยากจะฝากไว้ คือเนื่องจากยาเป็นสารเคมี ยาเป็นสิ่งที่มีทั้งประโยชน์และมีโทษ การใช้ให้ถูกจะทำให้เกิดประโยชน์ที่ดีมาก แต่การที่ใช้แบบไม่ถูกหรือไม่รู้ข้อมูลใด ๆ เลย มันจะเสี่ยง ถ้าเป็นไปได้จะหยิบยาตัวหนึ่งรับประทานเข้าไป จะหยิบกินเข้าไปเราควรจะต้องรู้จักมันดีมากพอ ควรจะต้องรู้ว่าเรากินเพื่ออะไรก่อน เรากินเพื่อป้องกันจริงไหม มันอาจจะป้องกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดข้อบ่งใช้ไม่ชัด ประโยชน์ไม่ชัดเจน ต้องคิดก่อนว่าจะควรกินไหม ในขณะเดียวกันกินแล้วก็ต้องรู้ว่าโอกาสที่จะเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยามันมีอะไรบ้าง ยาบางตัวกินแล้วง่วงนอน ยาบางตัวกินแล้วปวดท้อง ยาบางตัวกินแล้วท้องเสีย ซึ่งมันเจอได้หมดเลย เพราะฉะนั้นข้อมูลพวกนี้ถ้าเกิดเรารู้ก่อนล่วงหน้า เหมือนกับเรารู้ว่ามันจะเกิดอะไรกับเรามันจะทำให้เราสามารถติดตามตัวเองได้  แล้วถ้ามีปัญหาอะไรจริง ๆ เราจะได้รีบบอกคุณหมอหรือบอกเภสัชกรต่อไปได้

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

มดดำ คชาภา ลุยฟ้องอดีตเพื่อนรัก เรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ยืนยันไม่ยกฟ้องแน่นอน

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.24 น.

16 มกราคม 2569 จากที่วานนี้นางเอกดัง นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี พร้อมด้วยสามี ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ขึ้นศาลเพื่อไกล่เกลี่ยนัดแรกปมฟ้องหมอดูชื่อดัง 20 ล้านบาท ปกป้องสิทธิ์ของตัวเองหลังจากนำชื่อไปแอบอ้างสร้างความเสียหาย

ล่าสุด มดดำ คชาภา ตันเจริญ ได้ออกมาพูดในรายการข่าวใส่ไข่ ถึงประเด็นหมอดูชื่อดัง อาจารย์อุ๋ย ซึ่ง มดดำ ก็ไปฟ้อง 10 ล้านบาท และมีกำหนดขึ้นศาลแล้ว 23 กุมภาพันธ์ 2569 ข้อหาเดียวกัน หมิ่นประมาท 

โดยมดดำ บอกว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างทนายพูดคุยไกล่เกลี่ย ค่าทนายที่เรียกไป 10 ล้าน หลังจากนี้จะทำอย่างไร เพราะหลักๆแล้วเราฟ้องเรื่องค่าเสียหาย ส่วนเรื่องที่เอาชื่อเสียงเราไปใช้ ก็เหมือนของคุณนุ่น สรุปคุณจะชดใช้ยังไง ฉันถาม อุ๋ย แล้ว ฉันก็ยังคุยกับ อุ๋ย นะ

เขาบอกเขาได้ส่งไลน์ไปหานุ่น ซึ่งนุ่น อ่านแต่ไม่ตอบ ส่งไปขอโทษขออะไรอย่างนี้ ทีแรกจะขอเจรจานอกศาลนอกกระบวนการ นุ่น เขาไม่ได้ตอบ ให้ไปคุยในศาล ของมดดำก็คุยอยู่ให้ทนายเป็นคนจัดการทั้งหมด

เราคุยแบบไม่ได้โกรธเกลียดกัน แต่เรื่องขึ้นศาลก็ให้ทนายจัดการ เพราะฉันก็ถือเป็นผู้เสียหาย ต้องปกป้องตัวเอง ในที่สุดคุณจะชดใช้มาเป็นอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องชดใช้

ตอนแรกก็โกรธ แล้วมันได้อะไร แต่เราอย่าคุยกันนะ กินข้าว เที่ยวด้วยกันปกติ เพื่อนเหลือน้อยแล้วแก่ขนาดนี้ แต่เรื่องคดีมึงอย่ามาคุยกับกูนะ ให้คุยกับทนาย มันจะจบยังไงก็จบอย่างนั้น แต่วันดีคืนดีฉันจะเอาเข้าคุกมั้ย ก็ไม่ได้อาฆาตขนาดนั้น

ถ้าพูดไม่ต้องแอ๊บเลยนะ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ก็ยังคุยกันอยู่ เดินหน้าฟ้องตามกระบวนการ ของมดดำ ศาลนัด 23 กุมภาพันธ์ 2569 หลังตรุษจีน ก็ไกล่เกลี่ยเธอจะเอาเงินให้ฉันเท่าไหร่ ก็ว่ากันไป ฉันจะเอาเงินไปทำบุญให้หมาแมวก็ว่ากันไป มันน่าจะจบที่แบบนี้ ฉันไม่ยก ฉันไกล่เกลี่ยเป็นเงินอยู่แล้ว แต่ถามว่ายกฟ้องไหม รับรองว่า ไม่ยก เพราะตอนแรกเอาความจริงนะ ฉันจะไม่แจ้งความด้วย จนพี่หนุ่ม กรรชัย บอกว่า “มด เชื่อพี่นะมดฟ้องไว้หน่อย เผื่อมีอะไรมาถึงตัวมด เป็นการฟ้องกันตัวเอง” ฉันก็เลยไปฟ้อง

ขอบคุณคลิป : Polyplus Entertainment

แอฟ ทักษอร โชว์ภาพเกิดอุบัติเหตุในคฤหาสน์ มาดามแป้ง แก๊งนางเอกเมนต์แซวสนั่น

แอฟ ทักษอร โชว์ภาพเกิดอุบัติเหตุในคฤหาสน์ มาดามแป้ง แก๊งนางเอกเมนต์แซวสนั่น

แอฟ ทักษอร โชว์ภาพเกิดอุบัติเหตุในคฤหาสน์ มาดามแป้ง แก๊งนางเอกเมนต์แซวสนั่น

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.45 น.

16 มกราคม 2568 หลังจากที่ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ เปิดคฤหาสน์จัดปาร์ตี้ปีใหม่ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในทุกปี โดยปีนี้เหล่าแก๊งนางเอกตัวแม่ของวงการบันเทิง แอน ทองประสม , อั้ม พัชราภา , แอฟ ทักษอร , นุ่น วรนุช , นัท มีเรีย , ศรีริต้า เจนเซ่น , เชอร์รี่ เข็มอัปสร ก็ไม่พลาดรวมตัวสังสรรค์กันอย่างพร้อมหน้า

ล่าสุด นัท มีเรีย ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “myriabenedetti” พร้อมระบุข้อความว่า หัวอกหัวโนเดียวกัน ปีที่แล้วบ้านพี่แป้ง @panglamsam ที่หัวหินอันตัวข้าใส่ sleeper shoe ลื่นล้มคำนับกับขอบเก้าอี้ 

ปีนี้หวยออกน้องสาวของพี่ @aff_taksaorn เอ็นดูน้องจำลองเหตุการณ์เบาๆ สวยๆ  (ถ้าแตกแอนตาซินมอบให้3หมื่นบาท!!) แต่เรารอดจ่ะ  น้องนน @nonkul พี่ทำตามที่บอกแล้วนะ ฝากดูแลน้องสาวพี่ด้วยน้าาา

ซึ่งหลังจากที่ นัท มีเรีย ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้น สาวแอฟ ก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นทันทีว่า “สียงหัวเราะอาจารย์ช้างชัดมากค่ะ” , “แปลว่าปีหน้าแอฟจะโชคดีเหมือนพี่นัท” ส่วนทางด้านแก๊งนางเอกที่ไปร่วมงานก็เข้ามาคอมเมนต์แซวด้วยว่า “มีฉากคนหัวโนค่ะ” , “มีหลักฐานที่พี่นะ”

ด้าน นนกุล แฟนของสาวแอฟ ก็ได้ออกมาโพสต์ภาพในงานปาร์ตี้ พร้อมแคปชั่น ขอบคุณสำหรับงานเลี้ยงปีใหม่สนุกๆเช่นเคยครับคุณแป้ง @panglamsam และดีใจที่ได้เจอทุกคนอย่างเคยค้าบบบ  เสียดายปีนี้ต้องกลับก่อน อดเห็นฉากหัวโขกประตูเลย  @aff_taksaorn ต่อมาสาวแอฟ ตอบกลับทันทีว่า “ถ้าอยู่ จะโอ๋ หรือจะขำ”

ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘เกษตรสุข’ เปิดโลกเกษตรยุคใหม่ เริ่ม 17 ม.ค.นี้

ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘เกษตรสุข’ เปิดโลกเกษตรยุคใหม่ เริ่ม 17 ม.ค.นี้

ช่อง 7HD เสิร์ฟ ‘เกษตรสุข’ เปิดโลกเกษตรยุคใหม่ เริ่ม 17 ม.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เติมเต็มความสุขทุกเช้าวันเสาร์  ช่อง 7HD จัดให้ ส่งรายการน้องใหม่ “เกษตรสุข”  รายการที่จะพาคุณไปสัมผัสไปเห็นชีวิตเกษตรกรไทย  เกษตรยุคใหม่แบบเป็นกันเอง  โดยมี 2 พิธีกร คู่หูพลังบวก “โต๋นแตร–ทินกร ภูวศักดิวงศ์” กับ “จุกบี้–พรเทพ แก้วทรัพย์ศักดิ์” ดำเนินรายการ ซึ่งจะพาทุกคนไปสัมผัสลงพื้นที่จริง ทุกวันเสาร์ เวลา 07.00 น.ในอีพีแรก จะพาคุณผู้ชมเดินทางไปที่  ชิตทรัพย์ฟาร์ม จ.สุพรรณบุรี  ตามหาดอกกล้วยไม้หนึ่งเดียวในไทย “แดงอุดร” ที่เจ้าของฟาร์ม “พี่ตุ้ย” ใช้เวลาหลายปีในการเพาะเลี้ยงขึ้นมา พร้อมเรียนรู้แนวคิดและวิธีการที่ปลูกดอกกล้วยไม้ พืชดอกที่ชื่นชอบความชื้น แต่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแห้ง และสภาพดินที่ไม่เอื้ออำนวยของพื้นที่บริเวณนี้ เขาใช้วิธีอย่างไร ห้ามพลาดเด็ดขาด  โดย  โต๋นแตร-ทินกร  ขอเป็นตัวแทนเผยถึงความสนุกในอีพีแรกนี้ว่า

 “สนุกมากกับอีพีแรกที่ จ.สุพรรณบุรี  ไปดูเขาทำกล้วยไม้  คิดว่า เป็นแรงบันดาลใจที่ดีกับเกษตรกรมาก  รู้เลยว่าอาณาจักรที่เขาสร้าง กว่าจะมีวันนี้ได้ ไม่ธรรมดาเลย  กับอาณาจักรกล้วยไม้ ที่เริ่มจาก 2 ไร่ เป็น 200 ไร่ แล้วรายได้ต่อเดือน 7 หลัก น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนที่อยากจะทำการเกษตรในรูปแบบใหม่ ๆ  เพราะคนรุ่นใหม่ ชอบคิดว่าการเกษตรเป็นเรื่องของคนรุ่นเก่า ๆ  ทำเงินไม่ได้มาก  แต่ครั้งนี้อยากให้ลองเปิดใจชมไปพร้อมกัน  ฝากด้วยนะครับ เกษตรสุข ทุกวันเสาร์ 7 โมงเช้า  ตื่นมาดูพวกเราสองคนพาไปเปิดโลกเกษตรของคนรุ่นใหม่ด้วยกันนะครับ”            ออกเดินทางไปตามหาดอกกล้วยไม้หนึ่งเดียวในไทย “แดงอุดร”  ที่ ชิตทรัพย์ฟาร์ม จ.สุพรรณบุรี  ในรายการ “เกษตรสุข” วันเสาร์ที่ 17 มกราคมนี้ เวลา 07.00 น. ทาง ช่อง 7HD  กด 35 

หวานซ่อนแซ่บ! เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดผ้าสวมบิกินีสีชมพูเว้าสูงปรี๊ด

หวานซ่อนแซ่บ! เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดผ้าสวมบิกินีสีชมพูเว้าสูงปรี๊ด

หวานซ่อนแซ่บ! เบียร์ เดอะวอยซ์ สลัดผ้าสวมบิกินีสีชมพูเว้าสูงปรี๊ด

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.19 น.

ทำเอาหนุ่มๆ ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียวในช่วงนี้ สำหรับนักร้องสาวหน้าหวานแต่ดีกรีความแซ่บไม่เคยแผ่วอย่าง “เบียร์ เดอะวอยซ์” หรือ “เบียร์ ภัสรนันท์” ที่เรียกว่าแต่ละโพสต์นั้นไม่มีคำว่าเบา เสิร์ฟความร้อนแรงต่อเนื่องจนแฟนๆ ละสายตาไม่ได้

ล่าสุด เบียร์ได้โพสต์ภาพและคลิปในชุดว่ายน้ำทูพีซสีชมพูหวาน แต่ความแซ่บต้องบอกว่าเกินต้าน เพราะดีไซน์เว้าสูงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โชว์สัดส่วนสุดเป๊ะ ทำเอาโซเชียลร้อนระอุทันที แฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์ คอมเมนต์ชื่นชมความสวยแซ่บกันอย่างล้นหลาม

ชีวิตมนุษย์แม่! ปาย สิตางศุ์ เล่าประสบการณ์หลังคลอดลูก 7 วัน

ชีวิตมนุษย์แม่! ปาย สิตางศุ์ เล่าประสบการณ์หลังคลอดลูก 7 วัน

ชีวิตมนุษย์แม่! ปาย สิตางศุ์ เล่าประสบการณ์หลังคลอดลูก 7 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.26 น.

15 มกราคม 2569 หลังจากนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่ “ปาย สิตางศุ์ ปุณภพ” คลอดลูกสาวคนแรก “น้องนิชา” ด.ญ.ธนิชา ภูวนัตตรัย เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวและแฟนคลับ โดยมีคุณพ่อนิกคอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจทั้งคุณแม่และลูกน้อยอย่างใกล้ชิด

ล่าสุด ปาย สิตางศุ์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเล่าประสบการณ์การเป็นคุณแม่มือใหม่ หลังคลอดลูกได้ครบ 7 วัน เปิดใจถึงความเป็นจริงของการเลี้ยงลูกแรกเกิด ที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด

      “คืนแรกหลังกลับบ้าน ตอนอยู่รพ. รู้สึกลูกเราเลี้ยงง่ายจัง กินเสร็จก็หลับ กลับบ้านไปสบายแน่ๆ แต่ของจริงกำลังมาถึง

       คืนแรก หนูเค้าตื่นตอนตี 3 แล้วก็ร้องไม่หยุด จนเกือบ 6 โมงเช้า ร้องหนักจนแม่อยากร้องไห้ตาม ไม่รู้ว่าหนูต้องการอะไร กินนมก็แล้ว เปลี่ยนเพิร์สก็แล้ว หนูก็ยังร้อง

       วันที่ 2 ตอนเที่ยง หนูก็ร้องไม่หยุด ตอนหนูร้องหนูมีเสียงงี้ดๆในจมูก จนต้องลองแคะ หนูมีขี้มูกก้อนใหญ่มาก หนูหายใจไม่สะดวก หนูเลยร้องไม่หยุด
      คืนที่ 2 หนูมาแผลงฤทธิ์ตอน 6 โมงเช้า ร้องจนถึง 8.30 ร้องแต่ละที เสียงหนูมันน่าสงสารเหลือเกิน

       แต่ละวันเหมือนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากหนู ให้นม ปั๊มนม เปลี่ยนเพิร์ส นวดนม วนๆไป เจ็บนมแค่ไหนหม่ามี๊ก็จะทน หนูจะได้อิ่ม จะได้กินนมแม่ อยากให้หนูเติบโต แข็งแรง ขอบคุณตาตายายยาย ที่มาอยู่ด้วยตั้งแต่วันคลอด ช่วยทุกอย่าง คุณปู่ปู่ คุณยาย่า ที่มาหาหนูบ่อยๆ ขอบคุณแดดดี้ ที่ตื่นมาช่วยทุก 3 ชม. ผลัดกันอุ้ม ช่วยกันอาบน้ำ ช่วยป้อนนม ช่วยทุกอย่างที่ทำได้ อยากบอกหนูว่า ถึงเราจะเจอหน้ากันมาแค่ 7 วัน แต่รักหนูเหลือเกิน หม่ามี๊ แดดดี้ พี่เบลล่า พี่บอนนี่ พี่เบอร์ดี้จะรัก ดูแล และปกป้องหนูตลอดไปนะคะ”

ถูกใจชาวเน็ต! ดีเจมะตูม โพสต์เดือดปมเครนถล่มพระราม 2

ถูกใจชาวเน็ต! ดีเจมะตูม โพสต์เดือดปมเครนถล่มพระราม 2

ถูกใจชาวเน็ต! ดีเจมะตูม โพสต์เดือดปมเครนถล่มพระราม 2

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.52 น.

15 มกราคม 2569 จากกรณีเหตุเครนถล่มใส่รถไฟในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องด้วยเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 อีกครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย

ล่าสุด “ดีเจมะตูม” เตชินท์ พลอยเพชร พิธีกรและดีเจชื่อดัง ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวพร้อมเขียนแคปชั่นว่า “14/01/26 ขอให้ทุกดวงวิญญาณสู่สุคติครับ”

ซึ่งภาพข้อความดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้ “ขอพูดตรงๆ สักครั้ง เพราะมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ระบบการก่อสร้างงานสเกลใหญ่ในหลายประเทศ เขาเลือก “ปิด” ปิดพื้นที่ ปิดบริการ หรือเลี่ยงเส้นทางไปเลย ถ้ายังไม่ปลอดภัยพอ เขาจะไม่เอาประชาชนไปเสี่ยง

แต่บ้านเรา เลือกทํางานก่อสร้างควบคู่กับการใช้งานจริง กี่ครั้งแล้วที่เราขับรถขณะถนนถูกขุด เจาะ รื้อ กี่ครั้งที่แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า เห็นปูนซีเมนต์หนาๆ เครื่องมือหนักๆ และคนงานอยู่เหนือหัวเรา แล้วถามจริง ครั้งไหนที่มันจะหล่นลงมาใส่เรา ไม่มีใครรู้ และไม่มีใครรับประกัน 

หลายคนบอกว่า “ก็อุบัติเหตุ” ใช่… ไม่มีใครเถียง ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้ ไม่ใช่อุบัติเหตุจากโชคชะตา มันคืออุบัติเหตุจากความไม่รอบคอบอย่างร้ายแรง และมัน “ป้องกันได้” ด้วยการวางแผนงานที่จริงจัง และการให้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่อันดับรอง

จะได้ไม่ต้องมานับศพ ไม่ต้องมานับความสูญเสีย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ คนใช้ชีวิต คนเสียภาษีถูกต้อง มันเหนื่อย มันท้อ พูดตรงๆ ขอให้ทุกดวงวิญญาณไปสู่สุคติ และขอให้ความสูญเสียครั้งนี้ ไม่ถูกกลบด้วยคําว่า “อุบัติเหตุ” อีกต่อไป”

‘BLKGEM The Art Of Entertainment Academy’ เจนเนอเรชั่นใหม่อุตสาหกรรมเพลงไทย

‘BLKGEM The Art Of Entertainment Academy’ เจนเนอเรชั่นใหม่อุตสาหกรรมเพลงไทย

‘BLKGEM The Art Of Entertainment Academy’ เจนเนอเรชั่นใหม่อุตสาหกรรมเพลงไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

ในยุคที่วงการเพลงของไทยมีการเติบโตขึ้นทุกวันแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นสร้างแรงดึงดูดให้คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวงการเพลง ไม่ว่าจะในฐานะของการเป็นศิลปินที่ทำงานเบื้องหน้าหรือการทำงานเบื้องหลัง ซึ่งหากบุตรหลานของคุณกำลังสนใจในเส้นทางสายนี้ “จุดเริ่มต้น” คือส่วนสำคัญ เพราะถ้าเริ่มต้นในจุดที่ใช่ก็เหมือนได้เดินเข้าสู่ประตูของอุตสาหกรรมเพลงตั้งแต่ก้าวแรก

BLKGEM : The Art Of Entertainment Academy คือจุดเริ่มต้นที่เรากำลังพูดถึงนี้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้สถาบันนี้น่าจับตามองที่สุด ณ เวลานี้ คือวิสัยทัศน์ และแนวคิดที่แตกต่าง สร้างสรรค์ ของ คุณฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรมประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด GMM MUSIC และ ครูเจด้า อภิสราฐ์ เพชรเรืองรอง Executive Vice President of BLKGEM  ผู้บริหารที่สร้างความสำเร็จให้กับศิลปินไทยมาแล้วจำนวนมาก โดยวิสัยทัศน์และแนวคิดของสถาบัน BLKGEM คือการสร้างโอกาสให้วงการเพลงไทย และศิลปินรุ่นใหม่ได้ ขยายและขับเคลื่อนวงการเพลงไทย รวมถึงการต่อยอดการเติบโตไปยังต่างประเทศ โดยมุ่งหวังการยกระดับพร้อมเพิ่มศักยภาพของบุคลากรทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างผลงานคุณภาพไปสู่ระดับนานาชาติได้

เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของสถาบัน BLKGEM แล้วเราจะยิ่งเห็นชัดขึ้นว่า ที่นี่คือสถาบันที่จะสร้างบุคลากรเจนเนเรชั่นใหม่ สำหรับยุคใหม่แห่งอุตสาหกรรมเพลงไทยอย่างแท้จริง ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีความพิเศษและแตกต่าง เพราะถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์ทำงานกับศิลปินตัวจริงอย่างใกล้ชิดของครูเจด้า พร้อมทีมงานครูมืออาชีพอีกกว่า 40 คน รวมถึงหลักสูตร Customize ที่มาพร้อมทีมโค้ชมากประสบการณ์ ที่จะมาเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเพื่อออกแบบหลักสูตรเฉพาะให้เหมาะสมกับผู้เรียน ทำให้สามารถพัฒนาได้จริงตามเป้าหมายที่วางไว้

จากหลักสูตรตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรมคือตัวโปรเจ็กต์หรือคอร์สเรียนต่างๆของ BLKGEM จะเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่คำนึงถึงประสบการณ์สุดพิเศษที่ผู้เรียนจะได้สัมผัส อาทิเช่น GEM Record โปรเจ็กต์ที่ให้ผู้เรียนได้ร่วมทำงานกับทีมProducer จาก GMM MUSIC และยังได้ลิขสิทธิ์เพลงเป็นของตัวเอง

BLKGEM Concert โชว์ใหญ่ประจำปีที่ให้นักเรียนทุกคน ทุกรุ่นขึ้นโชว์แสดงบนเวที บนโชว์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดี พร้อมจัดเต็มแสง สี เสียง Production เทียบเท่าคอนเสิร์ตของศิลปินจริงๆ หรืออีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นคือ BIRDBOX x BLKGEM POP100 ที่เพิ่งจบไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ต่ออนาคตอุตสาหกรรมเพลงไทยของ GMM MUSIC ด้วยการส่งต่อแรงบันดาลใจจากศิลปินไอคอนแห่งยุคสู่เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่จะมาเป็นกำลังสำคัญให้กับวงการเพลงไทยในอนาคตต่อไป โดยนักเรียน BLKGEM 100 คนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้โอกาสขึ้นโชว์บนเวทีจริงร่วมกับศิลปินอันดับหนึ่งตลอดกาลอย่าง พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ซึ่งประสบการณ์ Exclusive แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและมีเพียง BLKGEM เท่านั้นที่มอบให้ได้

เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าก้าวแรกที่ผู้เรียนได้เข้ามาสู่สถาบัน BLKGEM ก็เหมือนกับได้เข้ามาสู่วงการเพลงไปครึ่งตัวแล้ว เพราะอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ BLKGEM มอบให้คือ “โอกาส” จากเครือข่ายค่ายเพลง และสตูดิโอที่ทำงานเบื้องหลังในเครือ GMM MUSIC รวมถึงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศที่มีตลอดระยะเวลาของการเป็นผู้นำธุรกิจวงการเพลงไทยทำให้ผู้เรียนมีโอกาสและหนทางเข้าสู่สายงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังได้แบบที่ไม่มีสถาบันไหนมอบให้ได้ ดังตัวอย่างของศิลปินเจเนอเรชั่นใหม่ที่ถูกปลุกปั้นโดย BLKGEM อย่าง PERSES จากค่าย G’NEST วงที่ถูกพัฒนาโดย BLKGEM ตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งวง ด้วยการแสดง Performance ที่โดดเด่นจนเป็นที่ยอมรับในวงการและกลุ่มแฟนเพลง T-Pop ทำให้วันนี้ PERSES คือศิลปินกลุ่มมาแรงที่คว้ามาแล้วหลายรางวัล เช่นศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมแห่งปีจาก THE WORLD’S HIGHEST AWARDS 2023 รวมถึง JOOX SPOTLIGHT GROUP OF THE YEAR จาก JOOX TOP MUSIC NIGHT 2025 และด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากสถาบัน BLKGEM ในอนาคตอันใกล้นี้เราน่าจะได้เห็นผลงานคุณภาพที่มาในระดับภูมิภาค Asia จาก PERSES ให้ได้ติดตามกันต่อ รวมถึงอีกหนึ่งความภูมิใจของ BLKGEM อย่าง Samui จากค่าย White Music เด็กหนุ่มที่มีความฝันและไม่หยุดพัฒนาตัวเอง โดยมีสถาบัน BLKGEM คอยสนับสนุนและร่วมพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในศิลปินคุณภาพที่ไปคว้ารางวัลทั้งในประเทศอย่างศิลปินดาวรุ่งจากงาน Asia Top Awards 2025 รวมถึงรางวัลระดับนานาชาติจาก Weibo Music Awards ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนในสาขาศิลปินหน้าใหม่แห่งปี

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นรูปธรรมของสถาบัน BLKGEM ที่ทำให้สถาบันแห่งนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะสิ่งที่สถาบันแห่งนี้ทำ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเพลงไทย โดยคนรุ่นใหม่ที่จะถูกฝึกสอนให้มีศักยภาพพร้อมในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่มาพร้อมคุณภาพและความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

BLKGEM The Art Of Entertainment Academy จุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่ โอกาสและความเป็นไปได้แบบไม่มีที่สิ้นสุดของเจนเนอเรชั่นใหม่อุตสาหกรรมเพลงไทย

จ๋าย ไททศมิตร ตั้งคำถามเดือด หลังเครนถล่มพระราม 2 หลายครั้ง

จ๋าย ไททศมิตร ตั้งคำถามเดือด หลังเครนถล่มพระราม 2 หลายครั้ง

จ๋าย ไททศมิตร ตั้งคำถามเดือด หลังเครนถล่มพระราม 2 หลายครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

15 มกราคม 2569 จากเหตุการณ์เคลนถล่มบนถนนพระราม 2 บริเวณหน้าโรงแรมปารีส ส่งผลให้มีรถยนต์ถูกทับจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกใจและความหวาดผวาให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องสัญจรผ่านถนนพระราม 2 เป็นประจำ จนเกิดกระแสตั้งคำถามในสังคมอีกครั้งว่า เหตุใดอุบัติเหตุจากการก่อสร้างจึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนถนนสายสำคัญเส้นนี้

ล่าสุด นักร้องหนุ่มชื่อดัง “จ๋าย ไททศมิตร” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถามระบุข้อความว่า “พระราม 2 ถ้าสร้างเสร็จ มึงกล้าขึ้นปะ ? แล้วมันควรสร้างต่อหรือทำอะไรกับมันดี ? อยากฟังความเห็นครับ ?”

       โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากโลกออนไลน์ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันจำนวนมาก