ไม่ทำให้ผิดหวัง! เปิดโมเมนต์ ลิซ่า ขึ้นประกาศรางวัลบนเวที Golden Globes 2026

ไม่ทำให้ผิดหวัง! เปิดโมเมนต์ ลิซ่า ขึ้นประกาศรางวัลบนเวที Golden Globes 2026

ไม่ทำให้ผิดหวัง! เปิดโมเมนต์ ลิซ่า ขึ้นประกาศรางวัลบนเวที Golden Globes 2026

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

12 มกราคม 2569 ก้าวไปอีกขั้นบนเวทีโลกอย่างแท้จริง สำหรับศิลปินซุปตาร์สาวระดับโลก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” (LISA) ที่ล่าสุดได้ปรากฏตัวร่วมงานประกาศรางวัล 83rd Golden Globe Awards หรือ งานลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 83 ท่ามกลางเหล่าดาราและคนดังจากทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : จารึกประวัติศาสตร์ ลิซ่า ลลิษา ผงาดพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัล

ทันทีที่ลิซ่าปรากฏตัวบนพรมแดง ก็สร้างเสียงฮือฮาอย่างมาก ด้วยลุคสุดเซ็กซี่หรูหรา สมฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับอินเตอร์ ก่อนจะยิ่งตอกย้ำความปังอย่างต่อเนื่อง เมื่อเธอได้รับเกียรติขึ้นทำหน้าที่ ประกาศรางวัลสาขา Best Male Actor in a Television Series บนเวทีใหญ่ระดับโลก

โดยลิซ่าปรากฏตัวประกบคู่กับนักแสดงสาวชื่อดังชาวอินเดีย ปริยังกา โจปรา ซึ่งโด่งดังในวงการฮอลลีวูด เรียกเสียงชื่นชมจากผู้ชมทั่วโลก และนับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ ลิซ่าถือเป็นศิลปินหญิงชาวไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติขึ้นประกาศรางวัลบนเวที Golden Globes

สำหรับลุคบนเวที ลิซ่ามาในชุดเดรสสีเงินคัสตอมจากแบรนด์หรู Thom Browne ประดับด้วยเหลื่อมและลูกปัดสีเทาหลายเฉด เล่นแสงระยิบระยับทั่วทั้งชุด เผยความสวยสง่าแอบเซ็กซี่เบา ๆ ส่งออร่าความโดดเด่นจนยากจะละสายตา

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม goldenglobes

‘โยเกิร์ต’ ภูมิใจ! คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์ ได้สำเร็จ

‘โยเกิร์ต’ ภูมิใจ! คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์ ได้สำเร็จ

‘โยเกิร์ต’ ภูมิใจ! คว้าปริญญาตรี ม.ธรรมศาสตร์ ได้สำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.02 น.

เรียกว่าดีใจและภูมิใจสุดๆ สำหรับบัณฑิตป้ายแดง “โยเกิร์ต โยษิตา วสุภิรักษ์” นักแสดงสาวสวยน้องใหม่สังกัด GMMTV” ที่ล่าสุดสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี Bachelor of Arts Program in Journalism (BJM) คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 มาครองได้สำเร็จสมที่ได้ตั้งใจไว้ ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจและทุ่มเทมากๆ พร้อมเดินหน้าทำงานในวงการบันเทิงอย่างเต็มที่ ทั้งยังมีแผนเรียนต่อปริญญาโท หากมีโอกาสที่เหมาะสมอีกด้วย โดยมีครอบครัวและเพื่อนๆ มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ศูนย์รังสิต

เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร

เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร

เปิดภาพล่าสุด นางเอกละครยุคบุกเบิก แดง เยาวเรศ ยิ้มสดใสเข้าเยี่ยม ไพรัช สังวริบุตร

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

12 มกราคม 2568  ก่อนหน้านี้ ลอร์ด สยม สังวริบุตร ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “lorddida” กับคุณพ่อ ไพรัช สังวริบุตร เจ้าของตำนานผู้สร้างละครจักรๆ วงศ์ๆ 

ล่าสุด ลอร์ด สยม ได้ออกมาอัปเดตภาพของ อดีตนางเอกดังยุคแรกของจักร์ๆ วงศ์ๆ อย่าง แดง เยาวเรศ นิสากร พร้อมลูกชายเดินทางมาเยี่ยมไพรัช สังวริบุตร พร้อมระบุข้อความว่า ” พี่แดง เยาวเรศ นิสากร นางเอกยุคบุกเบิกแห่งภาพยนตร์–โทรทัศน์จักรๆ วงศ์ๆ รุ่นแรก แวะมาเยี่ยมคุณพ่อ พร้อมน้องตั๋มลูกชาย นั่งคุยกันเพลิน ยิ้มกันทั้งบ้าน วันนี้พี่แดงและน้องตั๋มคือเจ้าของ Star Hill River Kwai Resort ที่พักริมแม่น้ำแควน้อย วิวสวย อากาศดี บริการอบอุ่น ใครกำลังมองหาที่พักพักใจ แนะนำเลยครับ”

ท่ามกลางโซเชียลเข้าไปคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เป็นภาพที่น่ารัก อบอุ่นที่สุดเลยหล่ะครับ , ขอให้ทุกๆท่าน สุขภาพแข็งแรง ทุกๆวันครับ

ร่างทองมาแล้ว! โฟกัส จีระกุล ทวงคืนหุ่นเป๊ะ ทำแฟนๆ แห่ซูมรัวๆ

ร่างทองมาแล้ว! โฟกัส จีระกุล ทวงคืนหุ่นเป๊ะ ทำแฟนๆ แห่ซูมรัวๆ

ร่างทองมาแล้ว! โฟกัส จีระกุล ทวงคืนหุ่นเป๊ะ ทำแฟนๆ แห่ซูมรัวๆ

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

12 มกราคม 2569 เรียกเสียงฮือฮาในโลกโซเชียลได้อีกครั้ง สำหรับนักแสดงสาว “โฟกัส จีระกุล” หลังล่าสุดกลับมาทวงคืนหุ่นเป๊ะ จนแฟนๆ ต่างพากันชื่นชมอย่างล้นหลาม

ก่อนหน้านี้ โฟกัสเคยออกมายอมรับว่า ช่วงหนึ่งของชีวิตใช้ชีวิตแบบปล่อยใจ ปล่อยปาก ส่งผลให้น้ำหนักตัวและรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความตั้งใจและวินัยในการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ล่าสุดเธอสามารถพลิกกลับมามีรูปร่างเพรียวบาง สุขภาพดีได้อีกครั้ง

โดยสาวโฟกัสได้โพสต์ภาพอวดลุคสวยสดใส พร้อมแคปชั่นว่า “เกือบหลับ แต่กลับมาได้ 555555”

งานนี้ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลก์ พร้อมคอมเมนต์ชื่นชมในความพยายามและความมุ่งมั่นของเธอจำนวนมาก หลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของคนที่กำลังอยากกลับมาดูแลสุขภาพและรูปร่างของตัวเองอีกครั้ง

‘ปุยฝ้าย’เลือดออก 3 รอบ หลังฝังตัวอ่อน สามีออกปาก ‘อยากท้องแทน’

'ปุยฝ้าย'เลือดออก 3 รอบ หลังฝังตัวอ่อน สามีออกปาก 'อยากท้องแทน'

‘ปุยฝ้าย’เลือดออก 3 รอบ หลังฝังตัวอ่อน สามีออกปาก ‘อยากท้องแทน’

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.34 น.

แต่งงานมาด้วยกันทั้งหมด 4 ปี ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่มีลูก ล่าสุด “ปุยฝ้าย ภัทณชา” หรือ “ปุยฝ้าย AF” ควงคู่กับสามี “ตาม เธียรวิชญ์“ มาเล่าถึงการเปลี่ยนความคิด ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากมีลูก พร้อมเล่าถึงกระบวนการการฝากไข่จนถึงการฝังตัวอ่อน จนทำให้สองพิธีกรอย่าง “ดีเจ.พุฒ-เป๊กกี้” ถึงกับกลางการ คุยแซ่บโชว์ เพราะปุยฝ้ายได้เล่าถึงเหตุการณ์เลือดออกสามครั้งหลังฝังตัวอ่อน รวมไปถึงฝันถึงเจ้าแม่กวนอิม ว่าท่านเป็นคนประทานลูกคนนี้มาให้

ความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไง ที่รู้ว่ากำลังท้อง?

ตาม : ตื่นเต้นนะครับ กำลังจะเป็นคุณพ่อป้ายแดง 

ปุยฝ้าย  : คือความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ซึ่งได้อัพเดทกับพี่พุฒิ ไปว่าฝ้ายกำลังเตรียมตัวอยู่นะ และมันกังวลตั้งแต่ตอนที่เราใส่ตัวอ่อน เราก็ได้ยินหลายคนพูดมาว่า มันจะติดยากนะ แต่ฝ้ายก็พยามจะไม่กดดันตัวเอง แต่มันก็งง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว ตอนเราไปเราก็ไปตัวเปล่า แต่พอไปถึงโรงพยาบาล เค้าใส่ตัวอ่อนให้เรา เราก็ต้องมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องดูแล ช่วงเจ็ดวันแรกที่ใส่ เราร้องไห้ เหมือนเรากำลังงง ปกติเราจะทำน้ำพริกอยู่ที่โรงงาน แต่พอเราอยู่บ้านคนเดียว เราถามตัวเองว่าเราเป็นโรคจิตหรือเปล่า ถามว่าเรากำลังอยากมีลูกจริงไหม ทำไมฉันสับสนแบบนี้ พอโทรปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเดี๋ยวลดยาให้ เพราะยาที่ให้เรานั้น พอเราทานเข้าไปแล้ว จะทำให้อารมณ์สวิง แต่ในทุกๆครั้งที่เราไปตรวจ มันก็มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ มันดีใจที่เรามีเขา และล่าสุดก็เพิ่งไปฝากครรภ์มา คุณหมอบอกว่าให้ควบคุมอาหาร เพราะน้ำหนักคุณแม่เริ่มเยอะขึ้น

ทำไมอยู่ดีดีความคิดถึงเปลี่ยนจากการไม่มีจนตอนนี้อยากมีน้อง?

ปุยฝ้าย : หนูเชื่อแล้วว่าความคิดของมนุษย์ มันเปลี่ยนเนื่องด้วยสถานการณ์ วันนึงถ้าเราเจอผู้ชายที่เราจะรู้สึกว่าเค้าจะเป็นพ่อของลูกได้ มันทำให้เราเกิดความปลอดภัย และก่อนหน้านี้ที่เราปฎิบัติธรรมมา เราก็รู้สึกว่าเราไม่อยากมีลูก เพราะเราไม่อยากมีห่วง ตอนนั้นเราคิดว่า ฉันมีลูก ฉันต้องให้เขาอีกหรอ เพราะกลัวว่าถ้ามีลูก เราจะรักเขาเกินไป เราจะห่วงเค้าเกินไป พอเรามีสติ เราก็คิดว่าสิ่งที่เราปฏิบัติธรรมมาคือเราสอบตกใช่มั้ย มันทำให้เรารู้สึกว่า เราอยากจะทดสอบตัวเองในบทบาทความเป็นแม่ มันเลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต

ตาม : ตอนแรกเลยเราตื่นเต้น ที่เขาพร้อมจะเป็นแม่ ไม่คิดว่าเค้าจะยอมที่จะมีลูก ไม่รู้จะพูดยังไงเลย

ปุยฝ้าย : คือรู้ป่ะตอนแรกๆ ที่เราใส่ตัวอ่อน แล้วเราอารมณ์สวิง เค้ามาโดนตัวเรา เรายังบอกเลยว่าอย่ามาโดน (ยิ้ม) 

ก่อนที่จะใส่ตัวอ่อน ทำไมเราถึงไม่ใส่กันก่อนล่ะ?

ปุยฝ้าย : คือเราข้ามจากวิธีธรรมชาติ ไปปรึกษาแพทย์เลย ด้วยเราสองคนอายุเยอะแล้ว อีกอย่างเราสองคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง อย่างฝ้ายก็มีความเครียดสูง แล้ววันที่เราไปตรวจ ความสมบูรณ์ของร่างกาย เราทั้งคู่ไม่ได้สมบูรณ์นัก ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นธรรมชาติ ลูกเราอาจจะออกมาไม่สมบูรณ์ ซึ่งถามว่าถ้าให้เค้าโชว์ฝีมือ แล้วถ้ามันติดขึ้นมา กลัวลูกออกมาไม่สมบูรณ์ แล้วถ้าพอเค้าเกิดขึ้นมาแล้วมีภาวะบางสิ่งบางอย่าง แล้วเราอาจจะรับภาวะนั้นไม่ได้ เลยทำให้คิดว่าการมีลูกของเราอยากจะให้เขาออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด เราจึงเลือกทางนี้ เพราะว่ารู้สึกว่าเป็นทางที่ปลอดภัย

แล้วเราเริ่มกระบวนการการกระตุ้นไข่ ตอนไหน?

ปุยฝ้าย : ตอนที่เราเล่นละครเวทีเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เราก็เลยต้องจิ้มกระตุ้นไข่ตั้งแต่ตอนนั้น เค้าก็เลยบอกว่าเราแต่งงานกันแล้ว ก็เลยทำตัวอ่อนเลยดีกว่า ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แล้วหลังจากเล่นละครเวทีเสร็จ และในช่วงเดือนตุลาเราจึงไปใส่ตัวอ่อน ทุกอย่างตามเวลาเป๊ะ และเค้าก็อยู่จริงๆ โดยที่ไม่ต้องเริ่มทำใหม่

ขอย้อนกลับไป ตอนฉีด ตัวอ่อนเข้าไป ในตอนนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง?

ตาม : จากเมื่อก่อนคุยเรื่องนี้ได้ แต่พอมาคุยหลังจากที่ฉีดตัวอ่อนเข้าไปแล้ว เราก็เลยงงว่า ทำไมเปลี่ยนไป แต่ตอนกระตุ้นไข่เค้าก็โอเค แต่มันก็มีหลายพีเรียด

ปุยฝ้าย : ก่อนหน้านี้ เราเป็นคนห้าวมาก แต่พอกระตุ้นไข่เราเปลี่ยนเป็นคนพูดจาละมุนละม่อมมากขึ้น อ้อนเขา

ตาม : เราก็ขนลุกขึ้นมาทันที (ยิ้ม) ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็ดูแปลกๆ มันไม่ค่อยชิน

ปุยฝ้าย : คุณหมอท่านนี้เค้าก็ไม่ได้ห้ามอะไรมาก แต่เขาก็บอกว่า ให้เราค่อยๆ ระวัง เนื่องจากเราเป็นคนไฮเปอ ซึ่งเราก็ใช้ชีวิตปกติ เค้าห้ามขึ้นลงบันได แต่เราก็ขึ้นลง แล้วพอเราใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านคนเดียว เราก็ไม่รู้ทำอะไร ก็เลยทำกับข้าว ซึ่งมันใช้เวลา อยู่ดีๆก็เลือดออก ก็คุยกับหมอ หมอถามว่ายืนนานไหม เราก็บอกว่าไม่นานนะ แค่ 40 นาทีเอง หมอก็บอกว่านานเกินไป เพราะเราเพิ่งใส่ คุณหมอก็เลยส่งยามาให้กิน และให้นอนราบ พอเรารู้สึกว่าปกติ ก็ลุกขึ้นมาถูพื้นให้ซะหน่อย 

คุณสามีรู้สึกยังไง หลังจากที่ทราบว่าภริยาตกเลือด?

ตาม : มันห่วง เราก็พูดตรงๆ เลยว่าจากนี้ไปเราขอนะ บอกว่าอยากทำอะไรรอหน่อยเดี๋ยวเรากลับบ้านมา เดี๋ยวเราทำให้ แต่ด้วยความฝ้าย ถามว่าเราดุไหม ผมพูดครั้งเดียว แล้วแต่นะ เพราะว่าสุดท้ายที่ต้องรับผล คือตัวเรานะ ถ้ารับได้ ก็โอเค

ปุยฝ้าย : อย่างเวลา ที่เรานั่งทำผม เค้าก็บอกว่าทำไมฝ้ายถึงไม่ใส่แมส เพราะว่ามันมีสเปรย์ อย่างวันนั้นที่มันมีเลือด มันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวมาก เพราะว่าตัวอ่อนดันแข็งแรงมาก นางมุดไปที่ผนังมดลูก จนไปโดนเส้นเลือดฝอย เพราะว่าตอนที่เราไปตรวจล่าสุด ค่าฮอร์โมนขึ้นสูงมาก หมายถึงว่าเค้าเกาะที่ผนังแน่นมาก เพราะเลือดออกสามรอบ 

ตาม : คือไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ก็อยากให้เขาได้คิด ว่าตัวเราเองก็ทำเต็มที่แล้ว ออกไปทำงาน ถูบ้านเราก็ทำแทน ทำงานบ้านทุกอย่างโดยไม่ต้องรอใคร ให้เขาได้เห็น ก็เลยเหลืออย่างสุดท้ายเราก็เลยบอกเขาไปว่า ถ้าท้องแทนได้ก็จะท้องแทนให้

ปุยฝ้าย : เค้าก็บอกว่าถ้าเค้าเป็นคนที่โดนใส่ตัวอ่อนเอง เค้าจะดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่ฝ้ายดูแลตัวเองได้ในตอนนี้

ตาม : แล้วรู้สึกยังไงอ่ะ

ปุยฝ้าย : ก็ดีสิ ก็ลองท้องดู แต่เลือดมันไม่ได้เยอะมาก แต่พอมันออกมานิดนึงแล้วก็ถ่ายรูปให้หมอดู

หลังจากผ่านการเลือดออกมาแล้วสามรอบ แล้วพอมันติดแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?

ปุยฝ้าย : สำหรับตัวฝ้าย ความสับสนที่รู้สึกว่าอยากมีหรือไม่มี แต่พอเรารู้ว่าเค้าติด มันทำไมให้เราเคลียร์ความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจากหัวได้ มันดีใจมาก และรู้สึกรับไม่ได้ถ้าเขาจะต้องเป็นอะไรไป ยิ่งรู้สึกว่าเราอยากจะดูแลเค้าดีที่สุด

ตาม : เรารู้ว่าติดแล้ว เราเตรียมหาเครื่องปั๊มนม โรงเรียนลูกอยู่ที่ไหน 

แต่จริงๆแล้วที่ไม่ใช่ใส่เข้าไปเยอะ เพราะว่ากลัวจะติดแฝด เพราะฝ่ายสามีเราก็เป็นแฝด?

ปุยฝ้าย : คือบางท่านก็จะใส่ไปเผื่อไว้ ปลอดภัยซักหนึ่ง แต่อีกหนึ่งอาจจะไม่ปลอดภัย คือ คุณหมอเค้าไม่ใส่ให้ฝ้าย เพราะว่าพี่ตามเค้าเป็นแฝดแท้ คือถ้าใส่ไปแล้วสอง แล้วอยู่ดีๆ เค้าแตกเป็นสาม มันจะวุ่น เพราะว่าถ้าใส่หนึ่ง อาจจะมีโอกาสที่เขาแตกออกมาอีกหนึ่งก็ได้ สรุปเค้าไม่แบ่ง เค้าอยู่คนเดียวเลย

แล้วความแพ้ท้องเป็นยังไงบ้าง?

ปุยฝ้าย : แซ่บมาก กินได้ทุกอย่าง ไม่ค่อยอาเจียนเลย ก็ถือว่าโชคดีมาก แต่เราได้ไวมาก แต่พอได้กลิ่นหอมกระเทียม มันเวียนหัว และเลเวลสองก็เหม็นผัว นั่งดูทีวีข้างๆ กัน นั่งใกล้ๆ กัน แล้วได้กลิ่นเขา เราเวียนหัว เราก็เลยเขยิบออกมานิดนึง เราก็เลยอ้างไปว่าน้ำหอมที่ฉีดมามันกลิ่นอะไร แต่เราก็ค่อยๆ พยายามบอกเขา

แล้วเรื่องเพศล่ะ?

ปุยฝ้าย : คือเราไม่ได้เลือกเพศ เพราะว่าถ้าเราอยู่ได้ผู้ชาย เราก็ต้องอยากได้ผู้หญิงอีก และเราก็อยากลุ้น อยากให้เป็นธรรมชาติที่สุด เราก็บอกไปเลยว่าขอทราบเพศ แล้วตอนที่ใส่ตัวอ่อนลง เราก็ให้คุณหมอเลือกตัวที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด

ตาม : ลึกๆ แล้วผมอยากได้ลูกสาว แต่ปุยฝ้ายอยากได้ลูกผู้ชาย สุดท้ายแล้วเราก็ให้เลือกลูกเองว่าจะมาเกิดในเพศไหน 

ปุยฝ้าย : คือที่เราอยากได้ลูกชาย เพราะว่าเราเป็นลูกคนเดียว ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้อยู่กับพ่อ เราก็เลยรู้สึกว่าอยากได้ผู้ชายมาอยู่ด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น ก็เราอยากให้ลูกชายคนโตเอาไว้ดูแลน้อง เพราะแผนเราคิดแล้วว่าเราอยากมีมากกว่าหนึ่ง แต่ก็ต้องขอดูคนแรกรอให้เขาเกิดก่อน ต้องรอดูตอนท้องโตว่าตอนนั้นฟิวลิ่งมันเป็นยังไง แล้วเสาร์หน้าก็จะได้เฉลยเราว่าจะได้ลูกสาวหรือลูกชาย

เห็นว่าลูกในท้อง น่าจะเป็นลูกของเจ้าแม่กวนอิม?

ปุยฝ้าย  : คือตอนที่เราใส่ตัวอ่อนได้สองวัน เราก็ฝันถึงเจ้าแม่กวนอิม 1000 มือ คือฝ้ายไม่ใช่สายเทพจีน เราไม่ได้บูชาท่านเป็นพิเศษ เราบูชาท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งในฝันบอกว่าให้เรากินมังเจ็ดวัน และหนูก็กิน และเราก็ไปตามหาเจ้าแม่กวนอิมที่เราเห็นในฝัน ก็ไปเจอที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเหมือนท่านให้เราทำความสะอาดร่างกาย ก่อนที่เค้าจะมาจุติ แล้วท่านก็ทักว่าลูกของเราเป็นผู้ชาย  แล้วเค้าก็บอกว่าให้ไปดูเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างข้างเจ้าแม่กวนอิมถือพัดอยู่ เค้าก็บอกว่าลูกฝ้ายจะหน้าตาแบบนี้เลย ซึ่งเป็นความฝันใหญ่ที่เราฝัน ตอนแรกทุกคนก็จะทายว่าเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้คนที่ไทยก็เริ่มเปลี่ยนว่ามันเป็นผู้หญิง เค้าบอกว่าคุณแม่สวย

ล่าสุดเห็นว่าจะซื้อบ้านราคา 10 ล้าน?

ปุยฝ้าย  : ตอนนี้ก็ซื้อ คือราคาก็ตามกำลังเรา เผื่อปู่ย่าตายายมาอยู่ด้วย เพราะว่าบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ตัดสินใจนาน เราเป็นคนที่ถ้าตัดสินใจอะไรแล้ว เราจะมุ่งมั่นทันที เพราะดูแล้วมันจะคุ้มค่า ซึ่งบ้านมีทั้งหมดสามชั้น เค้ามีลิฟท์ให้เลย เข้าอยู่เดือนกุมภา ในส่วนโรงงานเราก็เพิ่งขยายออกไป 

‘วงซาซ่า’ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโล่! พร้อมเผยชีวิต’แก้ว จรีนา’11 ปีที่ต่างแดน มันไม่ง่าย

'วงซาซ่า'ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโล่! พร้อมเผยชีวิต'แก้ว จรีนา'11 ปีที่ต่างแดน มันไม่ง่าย

‘วงซาซ่า’ทะเลาะกันหนัก ถึงขั้นอัลฟอลโล่! พร้อมเผยชีวิต’แก้ว จรีนา’11 ปีที่ต่างแดน มันไม่ง่าย

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.

ตำนานก็คือตำนาน ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ZAZA คือวงเกิร์ลกรุ๊ปอันดับต้นๆ ของวงการ เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ทุกคนก็ต้องรู้จักชื่อของทั้งสามสาว “พิม พิมพ์มาดา, น้ำหวาน ฐิติรัศมิ์, แก้ว จรีนา” และในวันนี้ทั้งสามคนได้กลับมารันวงการทีป๊อบอีกครั้ง! เรียกได้ว่าเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ แต่กว่าจะมารวมตัวกันได้ในวันนี้ ก็ต้องแลกด้วยน้ำตา ถึงขั้นอัลฟอลโล่กันเลยทีเดียว รวมไปถึงเรื่องหัวใจ ว่าสถานะของแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง?

Zaza จากวันนั้นถึงวันนี้ 30 ปีแล้ว? 

น้ำหวาน : ใช่ค่ะ 30 ปีแล้ว อย่างเมื่อเดือนธันวาที่ผ่านมา เราสามคนก็รับงานกันฉ่ำมาก ตอนแรกมีแค่สามงาน ถัดมาอาทิตย์ละสองวัน เขยิบมานิดนึง 4-5 งานต่ออาทิตย์

แก้ว : เหมือนสมัยตอนเด็กๆ ที่มารวมตัวกันที่บ้านแล้วนั่งรถตู้ไปคันเดียวกัน

พิม : ก็ตื่นเต้นที่ได้ทิป เพราะว่าในยุคของพวกเราตอนนั้น เค้ามีกฎว่าห้ามรับทิป ซึ่งการรับเงินบนเวที มันดูผิดคาแรกเตอร์ แต่สมัยนี้คือขอบคุณค่ะ เป็นน้ำใจที่เป็นแฟนๆ ให้มา และอย่างการกลับมารวมตัวครั้งนี้ พิมก็ตื่นเต้น เหมือนว่าเราต้องซ้อมในทุกๆวัน เพราะเวลาปกติเราเล่นละคร เราห่างจากการร้องเพลง การที่เรากลับมารวมตัวกัน มันก็ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เราเคยทำและเราห่างมาสักพักใหญ่ 

แก้ว  : ก็จะบอกเขาว่าร้องดีขึ้น

แต่เค้าบอกว่าเวลาซ้อม คุณแก้วก็คือจะเต้นยืนหนึ่ง?

พิม : พลังเขาจะเยอะมาก ทุกคนจะบอกว่าแก้วสุดยอดมาก

แก้ว : ด้วยเราออกกำลังตลอด มันก็มีแรง 

พิม : พอมีคนชมว่าแก้วยืนหนึ่ง แก้วก็ตอบกลับทันที ใครยืนหนึ่ง แก้วเต้นตลอดเลยนะคะ (ยิ้ม) 

แก้ว : เราหันหน้าควับ ถามกับยืนอะไรคะ แต่ตอนนี้เข้าใจความหมายแล้วค่ะ 

และหนึ่งในสามคนนี้  เพื่อนบอกว่า กิจกรรมแน่นมาก หาเวลามาเจอกันยากมาก?

น้ำหวาน : ไม่จริง จริงๆ หวานไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น เพื่อนก็พูดไป แต่เพียงแค่ว่าเรามีกิจกรรมหลายอย่าง มีดำน้ำ เป็นอาจารย์มหาลัย อาจจะยุ่งนิดนึง แต่เขาก็จะแซวเล่น เราก็ต้องพยามจัดตารางเวลา 

แต่ก็จะมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่ซาซ่าเกือบจะยุบวง?

แก้ว : ต้องถามว่าเป็นเพราะใคร

พิม : คำถามดูคลุมเครือ ถามว่าใครเป็นคนทำ พิมไม่ได้เป็นคนทำ แต่พิมแค่เป็นคนที่มีรีแอ๊คชั่น ซึ่งจริงๆเป็นเรื่องปกติที่เราสามคนทะเลาะกันตลอด เคลียร์กัน คุยกัน มันก็เกิดความเข้าใจมากขึ้นในทุกๆครั้งที่เราคุย ถึงได้อยู่กันนาน แต่ในครั้งล่าสุด มันมีการวางแผน มีคนเข้ามาช่วยจัดการแพลนคอนเสิร์ต รอแก้วกลับมา คือเวลาพิมทำอะไร พิมจะเป็นคนทำจริงจัง ก็เลยอยากจะได้คำตอบเร็วๆ ว่าโอเคไหม 

แก้ว : ประเด็นคือว่างานของเราจะมีเดือนธันวา ตอนนั้นคือเดือนมิถุนา พิมพ์มาดา ถามกลับมาว่าทำไมไม่ตอบโทรศัพท์ แกเลยบอกว่า พี่พิมอย่าพึ่งวุ่นวาย รอก่อน คือนางโกรธ

พิม : คือเสียใจมาก ปกติแล้วเป็นคนไม่ทำอะไรให้ใคร คือเรื่องของซาซ่า พิมไม่ยุ่งเลย

แก้ว -น้ำหวาน : พี่พิมคือรักน้องๆ มาก

พิม : แต่เธอใช้คำว่าวุ่นวาย

แก้ว : คือเราอยู่ที่เมกา เวลามันต่างกัน 15 ชั่วโมง เราก็จะมีช้าบ้างอะไรบ้าง แต่มันก็ไม่มีอะไร เราก็เลยบอกว่าให้พักก่อน

พิม : อย่างพอเราเจอแบบนี้ขึ้นมา เราก็คิดว่ามันไปต่อไม่ได้แล้ว มันเหมือนว่าคนหนึ่งที่ตั้งใจทำ แต่อีกสองคนเค้าไม่เห็น อันนี้หมายถึงในมุมที่พิมคิด พิมหรือคิดว่าไม่งั้นมันก็หยุดดีกว่า ถ้าเราคิดว่าอีกคนนึงทำ อีกคนนึงไม่อยากทำ งั้นก็เบรคก่อน

แก้ว : ในมุมของวงเรา ถ้าคนหนึ่งไม่สบายใจ อีกสองคนก็ต้องมาคุยกัน เราก็ต้องหาทางให้อีกคนหนึ่งเค้าสบายใจ เพื่อคุยให้รู้เรื่อง การ ปรับความเข้าใจกัน เราสองคนพยามจะแท็กทีมกัน อธิบายว่าไม่ใช่แบบนี้นะครับพี่พิม 

น้ำหวาน : ไม่ใช่เป็นการนินทานะคะ หวานกับแก้วก็เลยบอกว่าไปคุยกันพร้อมกัน เพราะถ้าเราสองคนไปคุยกันเองมันจะดูเหมือนเป็นการนินทา เราไม่อยากทำแบบนั้น 

แก้ว : เหมือนเวลาคุยในไลน์ มันไม่มีเสียง มันเป็นแค่ตัวอักษร เราจะไม่รู้ว่าฟิลลิ่งของแต่ละคนคืออะไร ก็บอกว่าพักก่อนสองเดือน สองเดือนก็เลยไม่คุยกันเลย และพี่พิมก็อันฟอโล่แก้วกับน้ำหวาน แรงมาก

พิม : ในมุมพิม พิมต้องไปฮีลใจกับตัวเองก่อน แล้วที่เราเลือกอันฟอลโล่ เพราะเราไม่อยากเห็นเค้าโผล่ขึ้นมา มันทำให้นึกถึงคำพูดที่เขาพูด งั้นขอเบรค พิมเบรคจริงๆ เรื่องนี้มันใหญ่ที่สุดสำหรับพิม

แก้ว : หวานพิมมาบอกแก้วว่า มึงอันฟอลโล่ด้วยนะ

น้ำหวาน : เพราะในสตอรี่ เค้าต้องหมายถึงเราแน่ๆ ก็เลยแคปให้ดู หวานก็บอกว่าถ้าเรายังมีปัญหาตรงนี้กันอยู่ หวานก็ไม่อยากเห็นเหมือนกัน เราก็เลยอัลฟอลโล่ ซึ่งข้อความในสตอรี่ เราก็ไม่อยากตีความว่าเป็นเรา แต่พออ่าน แล้วตีความมันก็คือเรา

แก้ว : แต่เบื้องหลังแก้วก็คุยกับผู้จัดการอยู่แล้วว่า ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าเราเจอกัน เราได้คุยกัน เราก็ได้เคลียร์กัน แล้วทุกอย่างความรู้สึกดีๆ มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม และมันก็เป็นจริงๆค่ะ

น้ำหวาน : ตอนแรกเราก็คิดว่ามันเป็นข่าวหรือเปล่า แต่พอเราได้มาคุยกันสามคนพร้อมกัน ก็เป็นเหมือนที่แก้วพูดความรู้สึกดีๆ มันก็กลับมาเหมือนเดิม

โมเมนต์ที่จะต้องกลับมานั่งเคลียร์กันเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าต้องเสียน้ำตา?

พิมพ์ : วันนั้นที่ต้องเจอกัน คือต้องมาซ้อมวงเลย ก่อนหน้านั้นที่เราอึนๆ เรายังไม่ได้เคลียร์กัน แต่ต้องซ้อมวงเลย พิมยอมรับว่าเราต้องฮึบ เพราะว่ามันต้องมีสิ่งอื่นที่เราต้องรับผิดชอบมากกว่า ก็เลยคุยว่าเดี๋ยวเราไปกินข้าวกันต่อ

น้ำหวาน : ต่างคนก็ต่างเขิน แต่ทุกอย่างมันก็พยามไม่ให้ผิดปกติ ความสัมพันธ์ของซาซ่ามันเป็นแฟน แต่เวลามานั่งคุยกัน มันก็ต้องมีเปิดใจ ต้องมาพูดคุยกัน เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือเราไม่ได้มานั่งนินทากัน เรามาเปิดใจคุยกันตรงๆ เราไม่กลัวว่าที่เราจะต้องมาพูดคำว่าขอโทษ ใครทำอะไรผิดก็ยอมรับ บางทีขอโทษ จนบอกว่าฟังให้จบก่อน 

แล้วแก้ว ไปใช้ชีวิตอยู่อเมริกา 11 ปี ชีวิตเป็นยังไงบ้าง? 

แก้ว : ก็ไม่ได้มานั่งสัมภาษณ์แบบนี้นานมาก คือเราไปอยู่ที่นี่เราก็เป็น Personal Trainer เทรนลูกค้าแบบส่วนตัว ก็เป็นส่วนใหญ่ แรกๆ เราก็ไปออดิชั่น ทำโฆษณา ถ่ายโฆษณานิดหน่อย ซึ่งมันยากเวลาเราไปอยู่ตรงนั้น มันเหมือนว่าเราต้องเริ่มต้นใหม่ เราก็ต้องรอว่าเค้าจะเลือกใคร เราก็ต้องไปแคสเป็นสิบๆ งาน ได้บ้างหรือไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แล้วเค้าก็ไม่บอกเราหรอกว่าไม่ได้เพราะอะไร มันก็ท้อเหมือนกัน คือในช่วงสามปีแรก พูดตามตรงว่าลำบาก แต่มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ชีวิตเราได้มีความถ่อมตัว สร้างชีวิตตัวเองขึ้นมาใหม่ ก็คือถ้าเราอยู่เมืองไทย เราคงไม่ได้ทำแบบนั้น เพราะว่าเราร้องเพลงตั้งแต่ 15 เข้าแกรมมี่ตั้งแต่อายุ 13 อะไรที่มันผ่านเข้ามาในตอนนั้นมันค่อนข้างที่จะได้มาง่าย แต่พอเราเอาชีวิตออกจากการเป็นนักร้อง แล้วเราไปอยู่ที่โน่น เราเลยคิดว่าที่ผ่านมาเราโชคดีมากเรามีเพื่อนเพื่อนเรามีครอบครัวที่คอยสนับสนุน 

ถัดมาที่คุณพิม เห็นเพิ่งไปยกหน้ามาใหม่ แต่ก็เสียใจเพราะโดนทักว่าอะไรนะ?

พิม : โดนทักมาว่าทำไมเหมือนเดิม ทำไมมัน ไม่สวยขึ้น หรือว่ามันดีขึ้น แต่ว่าเราก็บอกหมอไปว่าเอาแบบไม่เปลี่ยนมาก เพราะว่ามันเจ็บมาก เจ็บเหมือนโดนรถบรรทุกทับ แต่ทำไมมันไม่เปลี่ยน ซึ่งเราก็ไปดึงหน้ามา ถามว่าเรานอยด์ไหม มันก็นอยด์นิดนึง 

และอีกเรื่องหนึ่งที่ขออัพเดทคือเรื่องการเป็นมะเร็ง ที่ตอนนี้คืออาการเป็นยังไงบ้าง?

พิม : ตอนนี้ผ่านมา 10 ปีแล้ว และเราก็ไม่ได้ไปตรวจมาสองปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เราเจอคุณหมอมาโดยตลอด แล้วพอได้ยินว่ามันตรวจไม่เจอแล้ว เราอยากจะเบรคการเจอคุณหมอ เบรคการเจาะเลือด แต่ว่ามาปีนี้ต้องไปเช็คแล้ว อย่างก่อนหน้านี้ที่พอเราเจอ เราโชคดีที่เราเจอเร็ว เราก็รักษาได้เร็ว มันก็มีโอกาสได้มากขึ้น พอเราคุยกับคุณหมอ ความเครียดมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งเครียดมะเร็งมันยิ่งชอบ อยู่กับมันแบบมีความสุข อยู่กับแบบเข้าใจ 

แก้ว : บอกแล้วไว ว่าอย่าเครียด

พิม : ก็เครียดเพราะพวกเธอไง(หัวเราะ) 

ถัดมาที่น้ำหวาน เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล?

น้ำหวาน : คือเป็นโรคเวรโรคกรรม(หัวเราะ)  ปวดไมเกรน คือมันจะปวดเป็นประจำ และมันในช่วงของกลางปี มันจะปวดหนัก ก็เลยต้องหาวิธีรักษา แบบจริงจังในปีนี้แล้ว เรายังบอกคุณหมอเลยว่าให้ฉีดอะไรมาก็ได้ให้มันหายปวด 

ย้อนกลับไปก็ยังมีประสบการณ์ชวนหลอน  ซาซ่าเจอผีกุมารหลอก?

พิม : อันนี้เจอที่เชียงใหม่ ตั้งแต่ออกอัลบั้มแรก แล้วเมื่อก่อนเราไปไหนเราต้องนอนห้องเดียวกัน หวานต้องนอนตรงกลาง เพราะว่าหวานกลัวผีมาก และเราอยู่ที่โรงแรมที่เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดที่มีผีดุมาก คือตอนนั้น พิมกับแก้วก็ยังไม่นอน แต่ก็ปิดไฟแล้วนะ สักพักเราก็ได้ยินเสียงกระดิ่งข้อเท้า ซึ่งเราจินตนาการว่าเหมือนเด็กกำลังเดินอยู่ในห้องเรา ส่วนแก้วได้ยินเสียงเหมือนคนคุ้ยถุง สักพักนึงเราก็ถามแก้วว่าได้ยินไหม แก้วบอกว่าให้เงียบ อย่าพูด ก็บอกว่าให้หลับเลย 

สถานะหัวใจเป็นยังไงบ้าง ?

พิม : โสดค่ะ โสดร้อยเปอร์เซ็นต์ โสดมาก ตั้งใจอยากจะโสด ซึ่งเราไม่ได้ปิด แต่แค่เราตั้งใจอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยโสด หมายถึงว่าเรามีคนคุยมาโดยตลอด แต่พอเราได้โสด พอผ่านช่วงโควิดมา เรารู้สึกว่า เราชอบเอาความสุขไปฝากไว้ที่คนอื่น เพราะสุดท้ายแล้วเราก็เฮิร์ท เราก็เลยคิดว่าเราจะลองมีความสุขด้วยตัวเอง อยู่กับตัวเองให้เป็นจริงๆ แล้วมันก็ทำได้ ก็ห่วงพื้นที่ส่วนของเรา

น้ำหวาน : ณ ปัจจุบันเรามีความรักที่ดีแล้วก็มีความสบายใจ มีคนคุยแล้ว เค้าก็เป็นคนนิสัยดี ที่ทำให้ตัวเราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีในวันนี้ ซึ่งเขาก็ไม่ใช่คนในวงการ เราก็ให้เค้าอยู่ในพื้นที่ของเขา 

แก้ว : สะบักสะบอม เวลาที่เราคบกันนานนาน บางทีมันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้าสมมุติเรามองอนาคตของเราไม่เหมือนกัน ตอนนี้ก็ต้องมาถามตัวเองว่าเราสองคนต้องการอะไร ห่างกันสักพักนึง ลองดูว่าเราจะอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ไหม ตอนนี้มีเพื่อนๆ ดูแล มีครอบครัวดูแล ก็โอเค ซึ่งเราก็ยังไม่กำหนดเวลาว่ามันจะต้องดูแลตัวเองไปเท่าไหร่ เรารู้สึกว่าเราดูแลเขามานานแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าขอดูแลตัวเองบ้าง 

คำถามสุดท้ายแล้วตอนนี้ผ่านมา 30 ปีแล้วมีความในใจของกันและกันยังไงบ้าง ?

แก้ว : ไอเลิฟยู

พิม : สิ่งที่เราย้ำมาโดยตลอดว่าพวกเราสามคนรักกัน

แก้ว : ซึ่งเราเข้าใจอยู่ตลอดว่าคนหนึ่งขี้งอน คนหนึ่งดื้อ อีกคนไม่ใส่ใจ เราก็พร้อมเสมอที่จะปรับตัวเข้าหากัน 

จารึกประวัติศาสตร์ ลิซ่า ลลิษา ผงาดพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัล

จารึกประวัติศาสตร์ ลิซ่า ลลิษา ผงาดพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัล

จารึกประวัติศาสตร์ ลิซ่า ลลิษา ผงาดพรมแดงงานลูกโลกทองคำ ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ประกาศรางวัล

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.54 น.

12 มกราคม 2569 ศิลปินสาวระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ปรากฏตัวบนพรมแดงงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 83 (83rd Annual Golden Globe Awards) ประจำปี 2026 ณ โรงแรมเบเวอร์ลี ฮิลตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย 

โดยงานนี้ สาวลิซ่า ไม่ได้ปรากฏตัวบนพรมแดงในฐานะนักแสดงจากซีรีส์ The White Lotus ซีซัน 3  เท่านั้น แต่เธอยังมาในฐานะ ผู้ประกาศรางวัล (Presenter) ซึ่งถือเป็นศิลปิน K-Pop คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเกียรตินี้อีกด้วย 

ลิซ่า ลลิษา มาในชุดยาวสีดำซีทรู  โดยมีลักษณะเป็นผ้าโปร่งบางที่ให้ลุคดูโฉบเฉี่ยว ด้านสวมด้วยเกาะอกสีดำ แขนเสื้อที่มีลักษณะเป็นพู่ยาว สวมเครื่องประดับสุดอลังการจาก Bulgari จาก Bulgari 

แฟนๆเทใจเคมีแรงเกินต้าน‘ยิ่งศักดิ์-เทพไท’ย่อยการเมืองเดือดให้ดูสนุก

แฟนๆเทใจเคมีแรงเกินต้าน‘ยิ่งศักดิ์-เทพไท’ย่อยการเมืองเดือดให้ดูสนุก

แฟนๆเทใจเคมีแรงเกินต้าน‘ยิ่งศักดิ์-เทพไท’ย่อยการเมืองเดือดให้ดูสนุก

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กระแสแรงต่อเนื่อง สำหรับ “ยิ่งคุย เสาร์-อาทิตย์” รายการเจาะลึกทุกข่าวร้อน ให้ย่อยง่ายแต่ถึงแก่น ดำเนินรายการโดยพิธีกรคู่หูคุยข่าว  อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ และ เทพไท เสนพงศ์  พร้อมพิธีกรเสริมสุดยอดฝีปากกล้า ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์, อัญชะลี ไพรีรัก และ ธนพร ศรียากูล ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีงามจากโซเชียลมีเดีย ต่างคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน ว่าทำให้การเมืองดูสนุกสนาน เข้าใจง่ายขึ้น

ด้าน อาจารย์ยิ่งศักดิ์ เปิดใจถึงการทำงานร่วมกันว่า “ต้องบอกว่าปลื้มใจมาก ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอกับคู่ดูโอ้ที่เข้าขาแบบนี้ ต้องบอกว่าพี่เทพเป็นคนที่ไวมาก  พูดอะไรปุ๊บพี่เทพ ก็เข้าใจปั๊บเลย  ทำงานกับพี่เทพมีความสนุก ความสุข และคิดว่าผู้ชมที่บ้านก็สนุกเหมือนกัน เดินไปตลาด ก็มีคนทักว่าอาจารย์มีรายการใหม่กับพี่เทพไทเหรอ ชอบมาก มีความลงตัวเข้าขาจริง ๆ กับรายการนี้อาจารย์คิดว่า เราต้องยอมรับว่าการเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วชาวบ้านเขาทำมาหากิน เขาก็เครียดอยู่ในแต่ละวัน พอเราเอาเรื่องการเมืองไปใส่ คนก็ไม่อยากจะยอมรับ แต่พอเรามาทำให้การเมืองดูสนุกสนาน บวกกับความสนุกของพี่เทพ ชาวบ้านเขาเลยมาใส่ใจการเมืองมากขึ้น คนดูรู้สึกว่าเขาได้เติมเต็มความรู้ด้านการเมือง เขาก็จะเห็นการเมืองเป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น”          

ขณะที่ เทพไท เผยว่า การทำงานร่วมกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ช่วยให้บรรยากาศการคุยข่าวเป็นธรรมชาติ “เรารู้จักสนิทกันอยู่แล้ว  ทำให้รับลูกกันไปมา  รับมุกกันได้  คนดูสนุก คนดูรู้สึกใกล้ชิดกับรายการมากขึ้น  ฟีดแบ็กจากคนดู  เขารู้สึกว่าเราทำให้เรื่องการเมือง เรื่องเครียด ๆ มาให้เป็นการเมืองที่บันเทิง ไม่เครียด  ดูน่าสนใจมากขึ้น  เหมือนเราได้ดึงกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาดูได้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ตัวเราคุ้นเคยกับรายการมากขึ้น  ลดความตื่นเต้นลง  รู้แล้วว่าคนดูต้องการอะไร เหมือนกับอาหาร รู้ว่าลูกค้าชอบแบบไหนก็เสิร์ฟแบบนั้น  เราจะพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ  เชื่อว่าแฟน ๆ จะติดตามรายการใกล้ชิดมากขึ้น  และช่วงนี้เรื่องการเมืองเข้มข้นมาก ก็อยากฝากถึงคนดู อยากให้ดูรายการของเรากันครับ  เราจะย่อยการเมืองให้เป็นเรื่องสนุก  บันเทิงแบบมีสาระ ท่านใดที่ชอบการเมืองวาไรตี้  ต้องติดตามรายการ ยิ่งคุย เสาร์-อาทิตย์ นะครับ”  ชมความเข้มข้นแบบย่อยง่ายแต่ถึงแก่นได้ในรายการ ‘ยิ่งคุย เสาร์-อาทิตย์’ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา
12.30 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV  และรับชมย้อนหลังทาง BUGABOO.TV  และ YouTube  Ch7HD

พลอยชมพู ปล่อยภาพความแซ่บ สวมบิกินีจิ๋ว ทำใจสั่นทั้งโซเชียล

พลอยชมพู ปล่อยภาพความแซ่บ สวมบิกินีจิ๋ว ทำใจสั่นทั้งโซเชียล

พลอยชมพู ปล่อยภาพความแซ่บ สวมบิกินีจิ๋ว ทำใจสั่นทั้งโซเชียล

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.35 น.

11 มกราคม 2569 ทำเอาโซเชียลร้อนแรงรับต้นปีไปตามๆ กัน เมื่อนักร้องลูกครึ่งสาว “พลอยชมพู ญานนีน” ออกมาเผยภาพกับลุคสดใสปนเซ็กซี่ในชุดทูพีชสีเขียวสะดุดตา ท่ามกลางบรรยากาศสดใสรับลมทะเล จนแฟนๆ พากันกดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความแซ่บกันอย่างถล่มทลายเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพ @jannineweigel

สุดภูมิใจ! ‘น้องภู’ลูกชายตั๊ก-นุ้ย จบปริญญาตรี เตรียมบินต่อโทต่างประเทศ

สุดภูมิใจ! 'น้องภู'ลูกชายตั๊ก-นุ้ย จบปริญญาตรี เตรียมบินต่อโทต่างประเทศ

สุดภูมิใจ! ‘น้องภู’ลูกชายตั๊ก-นุ้ย จบปริญญาตรี เตรียมบินต่อโทต่างประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.

สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวไม่น้อย เมื่อ “น้องภู ภูสิษฐ์” ลูกชายสุดรักของ “ตั๊ก ศิริพร” และ “นุ้ย เชิญยิ้ม” ที่สำเร็จการศึกษาและเข้ารับปริญญาบัตร ท่ามกลางความยินดีของคนในครอบครัวและแฟน ๆ ที่ติดตามมาโดยตลอด

ล่าสุด ตั๊ก ศิริพร ได้โพสต์ภาพลูกชายในชุดครุยลงบนอินสตาแกรม พร้อมข้อความแสดงความภาคภูมิใจว่า “ภูจบแล้วคับปริญญาตรีสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร สาขาวิศวกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลูกแม่เก่งมากๆ คับเพราะภูเรียนหนักมากๆ เลย

       นี่คือก้าวแรกของลูก ส่วนก้าวต่อไปภูจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ แม่ขออวยพรให้ลูกโชคดี ชีวิตนี้เป็นของลูกจงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดนะลูก ไปผจญโลกกว้าง ไปเรียนรู้อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและประเทศของเรา

       ตัวแม่เองไม่มีโอกาสอย่างนี้ ทำมันเผื่อแม่ด้วยนะลูก ใช้ชีวิตที่เกิดมาในชาตินี้ให้มีคุณค่าที่สุดนะลูก..รักลูกที่สุดในโลกเลย”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป คนในวงการบันเทิงและแฟน ๆ ต่างเข้ามาร่วมแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม