ฟิวเจอร์ ไวบ์ส ผนึก Insomniac กางแผน 5 ปี ปั้น ‘EDC Thailand’ สู่ Music Destination ระดับโลก

ฟิวเจอร์ ไวบ์ส ผนึก Insomniac กางแผน 5 ปี ปั้น ‘EDC Thailand’ สู่ Music Destination ระดับโลก

ฟิวเจอร์ ไวบ์ส ผนึก Insomniac กางแผน 5 ปี ปั้น ‘EDC Thailand’ สู่ Music Destination ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.58 น.

กรุงเทพฯ, 17 ธันวาคม 2568 – ฟิวเจอร์ ไวบ์ส (Future Vibes) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Insomniac บริษัทบันเทิงระดับโลกผู้อยู่เบื้องหลัง Electric Daisy Carnival (EDC) หนึ่งในเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ และทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ยืนยันพันธกิจการขับเคลื่อนงานเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ ระยะยาวในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ “ภูเก็ต” ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกด้านดนตรี วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ (High-value tourism) พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยบนแผนที่เทศกาลดนตรีนานาชาติ

นายธันว์ วุฒิธรรม ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามอบหมายให้มาร่วมงาน) และนายณพมนัส สังขทรัพย์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิวเจอร์ ไวบ์ส จำกัด

ต่อยอดจากความสำเร็จอย่างล้นหลามของการจัดงานครั้งแรกในปี 2568 การกลับมาของ EDC Thailand ในครั้งนี้ ดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางหลักด้านดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของเอเชีย โดยคาดการณ์ว่าประสบการณ์ทางดนตรีระยะยาวนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 12,500 ล้านบาท และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากกว่า 460,000 คน ตลอดระยะเวลา 5 ปี ในช่วงของการจัดงาน รวมถึงช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวขาเข้าของภูเก็ตในช่วงเดือนมกราคมได้สูงขึ้นกว่า 25%

EDC Thailand 2026: Bigger, Brighter, and More Immersive Than Ever

งาน EDC Thailand 2026 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 มกราคม 2569 ณ Rhythm Park จังหวัดภูเก็ต ภายใต้คอนเซปต์หลัก “Bigger, Brighter, and More Immersive Than Ever” โดยในปีนี้งานจะขยายสเกลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งด้านพื้นที่ โปรดักชัน และประสบการณ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จะมีการนำมาตรฐานการผลิตเต็มรูปแบบระดับเดียวกับ EDC Las Vegas มาสู่ประเทศไทย

ภายในงาน (Main Event) จะประกอบด้วยเวที kineticFIELD ที่เป็นหัวใจสำคัญ และสัญลักษณ์ของ EDC ที่มาพร้อมวิวัฒนาการของแสง และเสียง, circuitGROUNDS โดดเด่นด้วยกำแพง LED ขนาดมหึมา และเอฟเฟกต์ไฟสุดตระการตา, stereoBLOOM เวทีที่รวบรวมแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลาย, bionicJUNGLE เวทีเฮาส์มิวสิกท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันเขียวชอุ่ม และ boombox Art Car ที่มอบประสบการณ์ทางดนตรีเพื่อสนับสนุนศิลปินท้องถิ่นและศิลปินในภูมิภาค

นอกเหนือจากเวทีการแสดง EDC Thailand 2026 จะขยายขนาดพื้นที่จัดงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เปลี่ยน Rhythm Park ให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เสมือนจริง โดยมีหัวใจสำคัญคือการเปิดตัว Downtown EDC ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่นำเสนอประสบการณ์พิเศษเฉพาะประเทศไทย (Thailand-exclusive experiences) ผสมผสานวัฒนธรรม EDM ระดับโลกเข้ากับจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของภูเก็ต ผ่านไฮไลต์สำคัญ อาทิ Center Tower, Wedding Chapel, Kandi Casino, Diva Show และ Karaoke Battle ซึ่งจะเติมเต็มความสนุก การมีส่วนร่วม และสีสันทางวัฒนธรรมที่แตกต่างให้กับเทศกาล

นอกจากนี้ ยังมีโซน Binary Beach พื้นที่สำหรับเติมเต็มจิตวิญญาณ (Space for the soul) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ทะเล (Sea Anemone) เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นตัวของตัวเอง ความสนุกสนาน และอิ่มเอมใจผ่านดนตรี และงานดีไซน์ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ Mini Tropical Stage, Ya-Dong Bar, Workshop Zone และ Wellness Area รวมถึงงานศิลปะจัดวาง (Art Installations) ที่กระจายอยู่ทั่วโซนต่างๆ เช่น Daisy Fields, Bamboo Village, และ Pixel Forest

ความยั่งยืนของชุมชน และการผลักดันระดับประเทศ

EDC Thailand 2026 ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และความร่วมมือเป็นหัวใจหลักของวิสัยทัศน์ระยะยาว โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการงานเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ มีระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ผ่านโครงการลดขยะโดยชุมชนมีส่วนร่วม และการสร้างงานในท้องถิ่น ครอบคลุมทั้งภาคการบริการ การขนส่ง การผลิต และงานบริการด้านอีเวนต์

EDC ผสมผสานดนตรี ศิลปะ แสงสี และเทคโนโลยี เพื่อนิยามความบันเทิงสดใหม่ในรูปแบบการเฉลิมฉลองที่สัมผัสได้หลายมิติ เน้นย้ำความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกถึงตัวตน ภายใต้ปรัชญาหลัก “All Are Welcome Here”

ซื้อบัตรเข้าร่วมงาน EDC Thailand 2026 ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.eventpop.me/e/89319-edc-thailand-2026

ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

·       Website: www.edcthailand.com

·       Instagram: @edc_thailand

·       Facebook: Electric Daisy Carnival – EDC Thailand

·       TikTok: @edc_thailand

·       Twitter: @edc_thailand

มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.52 น.

20 ธันวาคม 2568 เรียกว่าเป็นงานรวมพลคนดังระดับประเทศเลยทีเดียว สำหรับงานวิวาห์สุดอลังการของนางเอกสาว ‘มายด์ ลภัสลัล’ และหวานใจ ‘พาย สุนิษฐ์ สก็อต’ ทายาทตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่นและเต็มไปด้วยความสนุกสนานกับธีมงานที่ทั้งคู่ ได้เนรมิตงานให้เป็น Music Festival 2025 ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองของคู่บ่าวสาวสุดๆ 

ทั้งนี้นอกจากครอบครัวและญาติๆ ของตระกูลภิรมย์ภักดีแล้ว ยังมีเพื่อนพ้องคนดังในวงการบันเทิงหลายท่าน ที่ไปร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้อย่างคับคั่ง  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก , มาร์ช จุฑาวุฒิ , พอลล่า , วุ้นเส้น , เมย์ พิชญ์นาฏ , เป้ อารักษ์ , เข้าร่วมงานอีกด้วยบอกเลยว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักและอบอุ่นมากจริงๆ

ทางด้าน เต้-ต๊อด ภิรมย์ภักดี รวมถึงนางเอกสาวสวย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ก็ได้โพสต์ภาพถ่ายพร้อมหน้ากันอย่างน่ารักๆ ในงานฉลองแต่งของ มายด์-พาย โดยเขียนแคปชั่นสั้น “Big day” 

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

ฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ช, กลุ่มบริษัท ซี.เอ.เอส ในนาม บรรจุภัณฑ์จาก โกวแพ็คเกจจิ้ง (Grow Packaging) , ถุงยางอนามัยวันทัช (ONETOUCH), โรงเรียนกวดวิชา มังกี้เอเวอรี่เดย์ (Monkey Everyday) ,บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ห้างขายยาตราเสือดาว จำกัด, เครื่องปรับอากาศแคเรียร์, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, นิกาโอะ (NIGAO) แชมพูสูตรพิเศษ 3 คุณค่า 3 คุณประโยชน์ เพื่อเส้นผมสุขภาพดี และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการจัดทำปฏิทินครอบครัวข่าวประจำปีม้า ปี 2569  ชุด “มุ่งมั่น มั่นคง มั่งมี” ความหมาย คือ

มุ่งมั่น –  ในการนำเสนอข่าวสาร

มั่นคง –  ในจรรยาบรรณของคนข่าว 

มั่งมี –  ขออวยพรให้ทุกท่านมีเงินทองมหาศาลในปีมงคลนี้

ปฏิทินครอบครัวข่าว ประจำปี 2569 ปีนี้ มาในรูปแบบแขวน ซึ่งได้จัดทำกันต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 แล้ว และยังคงคอนเซปต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวมตัวกันของทีมผู้ประกาศข่าวคุณภาพของทางช่อง 3 นำทีมโดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา – พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ กรรชัย กำเนิดพลอย – อริสรา กำธรเจริญ จากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ภาษิต อภิญญาวาท – ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ กิตติ สิงหาปัด จากรายการข่าว 3 มิติ ประวีณมัย บ่ายคล้อย , อติรุจ กิตติพัฒนะ, เมจกา สุพิชญางกูร จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ เสาร์-อาทิตย์ และผู้ประกาศข่าวน้องใหม่ สุชาดา นิ่มนวล จากรายการ 3 ตามติดข่าว สำหรับปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างสวยงาม โดยฝีมือการถ่ายภาพของ คุณ Vin Buddy 

โดยปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ จุดประสงค์เพื่อนำไปมอบให้กับสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่ไปร่วมบริจาคโลหิต กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมทั้งมอบให้ผู้ชมช่อง 3 ผ่านการร่วมสนุกในกิจกรรมแต่ละรายการต่างๆ ของทางช่อง 3 โดยไม่มีการจำหน่าย!!

ความพิเศษของปฏิทินครอบครัวข่าว ประจำปี 2569 นี้ สามารถรับฟังคำอวยพรที่ผู้ประกาศข่าวทั้ง11 ท่าน ตั้งใจอวยพรให้แฟนๆ ข่าวช่อง 3 โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถรับฟังได้ง่ายๆ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดในหน้าปฏิทิน

โดยเมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้สำหรับกิจกรรมบริจาคโลหิต โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และผู้สนับสนุน ที่มีส่วนร่วมในการผลิตปฏิทิน เข้าร่วมการส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ นำโดย คุณวิบูลย์ ลีรัตนขจร รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณนพดล เขมะโยธิน รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักการเงินและบัญชี บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณสุบัณฑิต สุวรรณนพ รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักผังรายการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

ร่วมด้วยผู้สนับสนุนในการจัดทำปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ ได้แก่ คุณสุรพล ดารารัตนโรจน์  กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ซีเอเอส, คุณปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนจาก บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณนที ศรีรัศมี ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป, คุณขจี จงศรีจันทร์  Head of Brand, Integrated Marketing & Communication  บริษัท บิวตี้เบลนด์ จำกัด สินค้า NIGAO (นิกาโอะ) แชมพูสูตรพิเศษ 3 คุณค่า 3 คุณประโยชน์ เพื่อเส้นผมสุขภาพดี, คุณฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), คุณกิตติพล ลีปิพัฒนวิทย์ จากโหราศาสตร์เคี้ยงคุง และ คุณกัณติกา ลีรัตนขจร กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเซิร์ช โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบปฏิทินครอบครัวข่าว

ทั้งนี้ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา, คุณพิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ,คุณภาษิต อภิญญาวาท, คุณปรินดา คุ้มธรรมพินิจ, คุณประวีณมัย บ่ายคล้อย, คุณเมจกา สุพิชญางกูร และคุณสุชาดา นิ่มนวล เป็นตัวแทนผู้ประกาศข่าว มาร่วมพูดคุยบนเวทีถึงบรรยากาศการถ่ายทำปฏิทินในครั้งนี้

สำหรับท่านใดที่ต้องการรับปฏิทินครอบครัวข่าวปี 2569  ชุด “มุ่งมั่น มั่นคง มั่งมี” นี้ ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะมอบปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ ให้กับที่ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย ระหว่างวันที่ 12-14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ

ผนึกกำลังเตรียมจัดงานเจรจาธุรกิจพลังงาน ASEE & ARHC 2026

ผนึกกำลังเตรียมจัดงานเจรจาธุรกิจพลังงาน ASEE & ARHC 2026

ผนึกกำลังเตรียมจัดงานเจรจาธุรกิจพลังงาน ASEE & ARHC 2026

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตอบรับความต้องการพลังงานของภูมิภาคอาเซียนที่จะเพิ่มขึ้น 60% ในปี 2040 ภาครัฐ-เอกชนของประเทศไทยและจีน เตรียมจัดงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ เพื่ออุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะ เทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบปรับอากาศ ทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ โซลูชันอาคารประหยัดพลังงาน นำทัพผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 รายร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีและบริการพร้อมกันสองงานภายใต้ชื่อ ASEE 2026 : ASEAN Smart Energy & Energy Storage Expo ซึ่งมุ่งเน้นโซลูชันพลังงานอัจฉริยะและระบบกักเก็บพลังงาน และ ARHC 2026 : ASEAN RHVAC & Cleanroom Industry Expo ที่เน้นเทคโนโลยีระบบปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น และห้องปลอดเชื้อ ระหว่างวันที่ 25 – 27 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นรุณ สุขสมาน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (TISI) กระทรวงอุตสาหกรรม ณรงค์ วัชรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) หวัง เจ้าหยุน ประธานบริหาร บริษัท กวางตงแกรนเดอร์เอ็กซิบิชั่น กรุ๊ป และ กรรมการบริหารสมาคมส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน สุรนาท พิพัทธกุศลกุล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายอุตสาหกรรมการแสดงสินค้านานาชาติ สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (TCEB) รณเวท โพธิ์ทอง ผู้จัดการสมาคมไทยไอโอที (Thai IoT Association) เสวิตา ถิ่นสันติสุข ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (RE100)

‘คิมเบอร์ลี่’ คัมแบ็ก!! พร้อมประชันบทบาทเข้ม ‘แพร–โยเกิร์ต’

‘คิมเบอร์ลี่’ คัมแบ็ก!! พร้อมประชันบทบาทเข้ม ‘แพร–โยเกิร์ต’

‘คิมเบอร์ลี่’ คัมแบ็ก!! พร้อมประชันบทบาทเข้ม ‘แพร–โยเกิร์ต’

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทำเอาแฟนละครเฮกันถ้วนหน้า เมื่อช่อง 3 ปล่อยภาพฟิตติ้งผลงานเรื่องใหม่ Translator” ของค่ายสเต็ปเพาเวอร์ทรี ซึ่งถือเป็นการคัมแบ็กจอแก้วในรอบหลายปีของนางเอกมากฝีมือ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส หลังห่างหายจากงานละครไปพักใหญ่ นับเป็นการกลับมาที่ท้าทายความสามารถทางการแสดงอย่างมาก นอกจากนี้ยังรวมทีมนักแสดงฝีมือเฉียบมาร่วมประชันบทบาทเข้มข้นอย่าง แพร พิชาภา และ โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ ที่มาเติมเต็มเรื่องราวให้ดราม่าเข้มข้นขึ้น

งานนี้คิมเบอร์ลี่เผยความรู้สึกผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ได้ตัดสินใจรับบทดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบอกเล่าความตื่นเต้นกับตัวละครที่มีมิติ ลึก และซับซ้อน เต็มไปด้วยความลับและเชื่อมโยงกับ “ความจริงที่ยังไม่ถูกแปล” ตามคอนเซ็ปต์ของเรื่อง”

การกลับมาครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดที่สำคัญในเส้นทางนักแสดงของคิมเบอร์ลี่ ที่แฟนๆ ต่างเฝ้ารอชมพัฒนาการและพลังการแสดงในบทบาทใหม่ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสและความน่าสนใจให้กับวงการละครอีกครั้งอย่างแน่นอน

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ 8/10 ข้างบ้าน

'โอ๊ยเล่าเรื่อง' 8/10 ข้างบ้าน

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ 8/10 ข้างบ้าน

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 “ปิดประตูลงกลอนให้ดี ถ้าคิดจะอยู่บ้านหลังนี้ กฏเหล็กคือ ห้ามยุ่งกับเพื่อนบ้าน! เมื่อบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้าไปอยู่ มีเพื่อนบ้านไม่ใช่..คน”จากเรื่องเล่าน่ากลัวๆ ของ ‘คุณหนวด’ ใน The Ghost Radio ที่มีผู้ฟังสูงถึง 13 ล้าน ใช้เวลาเล่านานถึง 4 ปี ใน4 ตอน ข้างบ้าน (2563) กลับเข้าบ้าน (2564) ปฐมบท บ้านผีเฮี้ยน (2566) และ ปัจฉิมบท บ้านผีเฮี้ยน (2567)ถูก ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ กับ เดอะโกสต์ เรดิโอ หยิบเอา เรื่องเล่านี้ มาขึ้นจอ โดยมี โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ รับหน้าที่กำกับ “บ้านของกู…กฎของกู”เมื่อความสยองเริ่มอาละวาดทั้งบ้านเขาคือคนเดียวที่จะยืนสู้กับวิญญาณอาฆาตพร้อมเดิมพัน…ให้ตายกันไปข้างเตรียมเข้ามา “อยู่ด้วยกัน”

‘วิน’ ตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ด้วยน้ำพักน้ำแรง เพื่อพา ‘แพท’ภรรยาสาวท้องแก่ เข้ามาอยู่อาศัยแต่ เมื่อเข้ามาอยู่ ใน บ้านในฝัน ไม่นาน สิ่งผิดปกติเริ่มเกิดขึ้น ‘ ข้างบ้าน’ มาใน บรรยากาศที่ น่ากลัว จากโครงเรื่องเส้นเรื่องที่ชัดเจนตั้งแต่ชื่อเรื่อง วิธีการเล่าเรื่อง จังหวะสะดุ้งตุ้งแช่ การแสดงของนักแสดงแม้จะเป็นหนังผี แต่ ‘ข้างบ้าน’ ยังคงให้ความรู้สึก เหมือน ฟังเรื่องเล่า เรื่องผีๆในรายการวิทยุ ที่เล่าแบบให้เห็นภาพ แต่ยังคงชวนติดตาม ผ่านการเล่าเรื่อง งานด้านภาพ การจัดแสง สร้างความน่ากลัว ได้แบบสุดๆ ทั้ง ภาพในบ้าน/นอกบ้าน บ้านข้างๆ หมอกควัน ความมืด ดีงามไปหมด ขยี้ด้วย ดนตรีประกอบ เสียงประกอบ ที่ทำให้หนังดูสมบูรณ์รวมทั้ง บทหนัง ที่ดูดีลื่นไหล แม้อาจจะ รู้สึกสะดุดๆ อยู่บ้าง ในบางอย่าง แต่ ก็ ถูกกลบ ด้วย การที่ หนัง ดึงเราให้ไป ติดกับ ครอบครัวของตัวเอก  และการหักมุม ไปมา ในแต่ละตอน

อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เป็น ‘วิน’ เด่นมาก แบกหนัง ดันหนัง อุ้มหนัง ทำให้ ข้างบ้าน ออกมา ดูสนุก ชวนติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ดูแล้วเหนื่อยแทนกับการแสดงหนักๆทั้ง ดราม่า หรือ ต้องสู้กับผี  มีพัฒนาการ การเปลี่ยนไป ไปตาม ช่วงเวลา ในเรื่อง และ ยังทำให้เชื่อ ว่า ‘วิน’ เป็นคนที่ หวงบ้าน รักครอบครัว ทำทุกอย่างเพื่อลูกเมีย

กชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ เล่นเก่ง ลื่นไหลไปกับบท ‘แพท’ ที่มีทั้งความสวย ดูเป็นสาวมั่น สาวสมัยใหม่ดูเป็นธรรมชาติ ทั้งบทแรงๆ บทดราม่า หรือ เลิฟซีน ดูดีไปหมด
‘อาเล็ก’ กับ ‘กชเบล’ เล่นกันแบบเข้าขา ดูแล้วเชื่อว่า เป็น ครอบครัว เป็นสามีภรรยา ที่รักกัน

โบกี้ไลอ้อน-ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ เป็น ‘นก’สาวชุดแดงข้างบ้าน มาแบบครบรส ทั้ง ลึกลับ น่ากลัว น่าสงสาร โหด เซ็กซี่ หลอนเหงาหง่อย

วิยะดา อุมารินทร์ ในบท ‘ป้าสมพิศ’ สีหน้าท่าทาง แววตา น้ำเสียง ดูหลอนน่ากลัวชวนให้ อยากรู้ อยากเห็น..อยากตามต่อว่า ป้าข้างบ้าน เป็นใคร

โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์ รับบท ‘นุ’ เจ้าของบ้านคนเดิม ดูดี เล่นกับ ความกลัว ในทุกๆตอนที่ออกมา ฝ้าย-รุจรวี จีระเดชากุล รับบท ‘พลอย’ สาวเห็นผี หมอผีสาว  รุ่นใหม่ มาดดี มาดเข้ม เรียกรอยยิ้ม ให้กับเรื่อง

นุ่น ไกอา-ภาณิศา อุดมเรืองเกียรติ รับบท ‘เตย’ คนเลี้ยงเด็กในบ้าน ที่สวยใสน่ารักๆ เซ็กซี่ๆ วิทย์-พชรพล จั่นเที่ยง รับบท ‘หนุ่ม’ กับ ออฮาย-ศศธร บัวอิน รับบท ‘แนน’พี่เขยพี่สาวของนุ ที่มาสร้างความร้อนแรง ให้กับเรื่อง ยู-กตัญญู สว่างศรี คือตัวละคร ที่มาช่วย เบรค ความน่ากลัว ในเรื่องและที่ชอบมากๆ คือ นักแสดง เด็กน้อย ที่มารับบท น้องพิม ตั่งแต่แรกเกิด โตขึ้นมานิด มาแบบ น่ารักๆ ทุกๆ คน และ น้องคนโตสุด เล่นเก่งแบบเด็กๆ ที่ เสียงร้องไห้อาการหวาดกลัว ทำให้ รู้สึก เอาใจช่วย ได้จริงๆและยัง นักแสดงสมทบ ที่ คุ้นหน้าคุ้นตา หลายคน หนึ่งในบั้น มี ครูบอย-พิศาล พัฒนพีระเดช หรือ ช่างที่มาทำบ้านตอนต้นเรื่อง

โขม-ก้องเกียรติ์ โขมศิริ ทำ ข้างบ้าน ออกมา เป็น หนังผี ที่ดีดูสนุก เล่าเรื่องสนุก ลายเซ็นต์ชัดเจน ในด้านความพิถีพิถันของ โปรดักชั่น การแสดงของนักแสดง ที่ ดูแล้ว ไม่ธรรมดา ไม่ต้อง ยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้าง แต่ ออกมาดีงามและ แม้ โขม จะเคย ทำ หนังผีน่ากลัวๆ โหดๆ เลือดสาด มาก่อน แต่ ใน เรื่องนี้ เป็น หนังผี ในแบบที่ ฉีก ไปจาก งานก่อนๆ ที่เคยทำมาและที่อยากชม มากๆ ใน ข้างบ้าน ที่ เป็นหนังผี ในยุคนี้ ที่ มีเสียงหมาหอน ใส่เข้ามา นานแล้ว ที่ ไม่มี เสียงหมาหอน ..ใน หนังไทยหนังปิดท้าย ได้แบบ น่าจดจำด้วยเพลง  “นกน้อย” เสียงร้องและแต่งของ ‘โบกี้ไลอ้อน’ ที่บอกเล่าความรู้สึก ของ นก ตัวละครที่เธอแสดงในเรื่องข้างบ้าน อาจจะไม่ใช่ หนังผีที่น่ากลัว มากมาย ไม่น่ากลัวแบบสุดๆ แต่ก็เป็น หนังผี ที่หลอน เสียวสันหลัง ตลอดเรื่องหลอนๆน่ากลัวๆ ชวนขนหัวลุก ในระดับ 8/10 หัวกะโหลก

‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

‘อ.ประจักษ์ชัย’ แจงปมดราม่า ค่าลิขสิทธิ์เพลงเผยเลือกใช้งานโบรกเกอร์ต้องระวัง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อ.ประจักษ์ชัย ไหทองคำ” นำทีมจัดงาน ไหทองคำแฟร์ มันส์ ม่วน แซ่บ เป็นครั้งที่ 2 ณ ลานกิจกรรม เซ็นทรัลโคราช ตั้งแต่วันที่ 15–21 ธ.ค. 68 ซึ่งในแต่ละวันยังขนทัพศิลปินค่ายไหทองคำ มาร่วมสนุก และชวนมาอิ่มจุกๆ กับความอร่อยจากบูธอาหารทั่วประเทศกว่า 60 ร้านค้าอีกด้วย

งานแฟร์ของ ‘ไหทองคำ’ ประสบความสำเร็จจนต้องมีครั้งที่2?

“ก็ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะครั้งแรกจัดที่เซ็นทรัลนครสวรรค์ และครั้งนี้ครั้งที่ 2 จัดที่นี่โคราช ก็ถือว่าเป็นมือใหม่ในการจัดงานแฟร์ ตอนแรกแอบกังวลว่าจะมีคนมาไหม แต่ด้วยความไหทองคำกลัวเสียสถิติ แต่วันนี้ก็ถือว่าชาวโคราชให้การตอบรับดีมากๆ รอบนี้คัดสรรมา 60 กว่าร้านค้า ความอร่อยและมีความหลากหลายก็มีพ่อค้าแม่ค้าที่ติดตามกันมาตลอดเอาสินค้ามาให้เลือกชมเลือกชิมมากมาย”

ค่ายไหทองคำ เดินทางมาครบรอบ 10 ปี ?

“ก็เรียกว่าเติบโตขึ้นในการสร้างเพลง ก็เริ่มจาก “ลำไย” เป็นคนแรกในปี 59 ที่กระแสมาแรงก็ยังไม่มีแผ่วลงเลย ก็มีช่วงโควิดที่เบาไปบ้าง แต่หลังจากนั้นเราก็ยังทำงานกันเหมือนเดิม ก็เรียกว่าน้อง “ลำไย” คิวแน่นทุกวัน อย่างที่บอกถ้าคิววันนี้ไม่ได้น้องก็จะไม่ว่างแล้ว”

จะมีการจัดงานฉลองไหม ?

 “ก็อยากจะจัดงาน 10 ปี ไหทองคำ ก็เล็งไว้ว่าอยากจะจัดงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จริงๆ แล้วมันมีคิวนี้ที่โบรกเกอร์หรือว่าผู้จัดใหญ่ๆ อยากได้คิวนี้ไปจัดงานเฟสมากๆ แต่เราจะขอจัดงานเพื่อเป็นการตอบแทนแฟนคลับก่อน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการวางแผนงาน คือหลังปีใหม่ค่อยว่ากัน ในรูปแบบงานก็จะเป็นการฉลอง 10 ปี ไหทองคำ”

แต่ค่ายนี้มันก็มาพร้อมกับกระแสดราม่า ?

 “ซึ่งมันหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตีคู่กันมา สิ่งที่มันเป็นดราม่ามันก็คือจะทำให้กระทบแฟนคลับแฟนเพลงซึ่งเราเป็นคนที่ที่อยู่ในโซเชียล ก็ยังอยากจะรักษาภาพลักษณ์จนชีวิตจะหาไม่ ซึ่งเราพยายามจะบอกลูกๆ ทุกคนว่าพยายามรักษาตรงนี้ไว้ แล้วก็คือสิ่งที่ต้องเคารพคือครูเพลง เป็นสิ่งที่ดีและสวยงามแล้วก็อยู่ให้เป็นที่รักเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลง”

รู้สึกยังไงบ้าง ที่บอกว่าเป็นฝ่ายรับจบทุกดราม่า ?

 “ก็คือเราเคยอยู่ในจังหวะชีวิตที่แถกันไปแถกันมา แก้ตัวกันไปแก้ตัวกันมามันก็ยืดเยื้อ แต่ถ้าอะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิดมีการขอโทษขออภัย แล้วก็พยามจะบอกน้องๆ ว่ารักษาคุณภาพ เพื่อสร้างผลงานที่ดีออกมา”

มีการต่อยอดแนวเพลงไปทางลูกทุ่งแท้ ?

 “ในวันที่แบรนด์เราเป็นที่รู้จักและแข็งแรงขึ้น และมีชื่อเสียงออกไปทั่วประเทศ และมีเอฟซีที่ต่างประเทศ ซึ่งโซเชียลสมัยนี้มันไว ทั้งคอนเทนท์ต่างๆ ก็ไปไว เราก็เลยรู้สึกว่าในรอบ 10 ปี ที่เป็นที่รู้จักก็เลยอยากจะพัฒนาความเป็นมืออาชีพของไหทองคำ เพราะว่าวงการเพลงลูกทุ่งอาจจะเงียบเหงาเศร้ามาหลาย 10 ปี ในช่วงที่มีเพลงอินดี้ เพลงหมอลำ อาจจะไม่หลากหลายมากมายเท่าสายอินดี้ ก็เลยไปลองจับประเด็นจับกระแสว่าตอนนี้เพลงไปในแนวไหน แล้วทาง “ลำไย” เองก็เคยเอาเพลงลูกทุ่งภาคกลางมาร้องโชว์ ก็รู้สึกว่าเป็นการโคฟเวอร์เพลง ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเราเลยรู้สึกว่าน้องไม่ได้จบที่การร้องเพลงได้ร้องเพลงดี แต่เป็นการนำมาโชว์แล้วมีเอกลักษณ์มีความจดจำ เราก็เลยมองว่าถ้าทำหมอลำอินดี้แล้วน่าจะขยายแพลตฟอร์มไปถึงรูปแบบแนวอื่นๆ ด้วย”

กลัวไหม เรื่องลิขสิทธิ์เพลงย้อนหลัง ?

 “เพราะเชื่อว่าเพลงลูกทุ่งยังมีความว่างอยู่ ก็เลยไปขอลิขสิทธิ์ครูเพลงในการใช้เพลงเก่าเพื่อเอามาเผยแพร่ เอามาใช้สิทธิ์เพื่อจะไม่ให้มีการเกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องของการจ่ายค่าลิขสิทธิ์แล้ว บางทีมันเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจจะมีความคาบเกี่ยวกัน ก็ต้องไปเคลียร์ลิขสิทธิ์ที่มันค้างกันอยู่ น้องบางคนก็เลยอาจจะทำไปโดยไม่รู้ในเรื่องของลิขสิทธิ์เพลง ก็มีการไปขอคำปรึกษาทั้งครูเพลงทั้งนายห้างค่ายเพลงต่างๆ ว่าขออนุญาตใช้สิทธิ์เพลงเก่าเอามาทำใหม่ และเอามาเผยแพร่เพื่อการแสดง และทำให้มันถูกต้อง จะไม่มีการทำให้เกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องของลิขสิทธิ์ภายหลัง  คือเมื่อก่อนเราเป็นค่ายเพลงหน้าใหม่ จะไปซื้อให้ถูกที่ถูกต่างที่เป็นค่ายเพลงที่สร้างมาใน 30-40 ปีที่แล้ว ลิขสิทธิ์นั้นอาจจะย้อนกลับไปอยู่ที่ทายาท ซึ่งมันเป็นระหว่างทางที่เราไม่รู้ว่าจะกลับคืนมาเมื่อไหร่ บางทีมันเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งที่จริงมันไม่ได้อยากเป็นข่าวไม่อยากเป็นดราม่าไม่อยากเป็นคนแถ การที่จะจ่ายก็จะขอความเป็นธรรมว่า เป็นเรทที่ตามสังคมพึงปฏิบัติ อย่ามาเป็นศาลเตี้ยหรือเรียกค่าเสียหายหลักล้าน เพราะตามจริงมันจะมีมาตรฐานอยู่ในหลักแสน  คืออันนี้เป็นการขออนุญาตใช้สิทธิ์ เพราะเขาไม่ได้ขายเป็นสิทธิ์ขาด ส่วนใหญ่ทางค่ายจะขายขาดลิขสิทธิ์เผยแพร่แบบปีต่อปี บางค่ายก็ซื้อ 5 ปี บางค่ายก็ 10 ปี”

รูปแบบแนวเพลงที่จะทำใหม่ ?

            “จะเห็นเพลงเก่าเอามารีเมคใหม่ ก็จะเป็นการเอามาทำใหม่ความหนาแน่นของดนตรีความสนุกสนาน ให้เป็นลูกทุ่งโมเดิร์นหรือเป็นลูกทุ่งเจนใหม่”

ลงทุนไปเท่าไหร่กับการซื้อลิขสิทธิ์ ?

 “ซึ่งอันนี้มันเป็นสิทธิทางปัญญาเนอะ ก็เป็นการให้มูลค่าพอสมควรตามเพลง สิ่งที่ตั้งใจซื้อไว้ก็เป็น 1000 กว่าเพลง ในหลายยุคที่โด่งดังในช่วงนั้น”

ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เพลงก่อนหน้าเคลียร์จบหรือยัง ?

 “จริงๆ ก็ยังไม่จบ ก็มีการต่อรองกันอยู่ มันก็หลายล้านพอสมควร”

คิดว่าจะจบตรงไหน ?

 “มันยังเป็นการต่อรอง ดึงกันไปกันมา เราไม่ได้อยากจ่ายน้อย แต่เราอยากจ่ายในมูลค่าที่เหมาะสม แต่ถ้ามันอยู่หลักแสนยังพอไหว แต่ถ้าหลักล้านมันก็ยังอาจจะต้องพูดคุยกันก่อน ซึ่งเราก็มีความรู้ทางด้านกฎหมายอยู่บ้าง อ่านกฎหมายเป็น”

ปัญหาหลักของเรื่องคืออะไร ?

 “ตอนนี้มีปัญหาหลายเพลงมาก แต่เราก็ยังไม่อยากให้แสง เพราะว่าบางท่านอาจจะอยากมีประเด็น อยากจะให้เราฉายแสงว่า ค่ายไหยังจ่ายเลยแล้วคุณเป็นใครทำไมถึงจะไม่จ่าย เพราะว่าบางคนอาจจะไม่ได้หวังผล แต่ใช้อ้างว่าเป็นเจ้าของก็คือเหมือนยืมมือเราเกิด ก็เลยไม่อยากที่จะพูดถึง ซึ่งมันก็เป็น 10 เพลงที่โดนแจ้งมา ซึ่งทุกอย่างก็ให้มันเป็นไปตามเรื่องของกฎหมาย ก็มีการเจรจาประนีประนอมยอมความ สุดท้ายต้องจบที่ศาล เพราะว่าเราก็บอกว่าไม่มีเจตนาที่จะละเมิด เป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเราก็ไม่รู้ว่าลิขสิทธิ์ในระยะ 10 ปี ถึง 30 ปี ที่ผ่านมา มันต้องผ่านใครแล้วไปอยู่ที่ใคร ใครเป็นคนแต่ง แล้วเสียชีวิตไปแล้วไปขายให้ค่ายอื่น หรือพ่อแม่ตายแล้วลูกเอาไปขายให้กับคนนั้นคนนี้อีกค่ายหนึ่ง ซึ่งลิขสิทธิ์มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เรามีหน้าที่จ่ายแต่เราไม่รู้ว่าจะเป็นผู้ซื้อจากไหน”

อยากบอกอะไรกับคนที่ไม่รู้บ้าง ?

“คืออยากจะให้มีองค์กร เพื่อรองรับข้อมูลตรงนี้ เป็นเหมือนคล้ายๆ กับทะเบียนราษฎร์ เวลาเข้าแอปไปแล้วก็จะรู้ข้อมูลทั้งหมด จะได้รู้ว่าเพลงมันอยู่ที่ใคร แต่ละค่ายได้มีข้อมูลแจ้งว่าเพลงนี้อยู่ที่ไหน ใครถือสิทธิ์อยู่ เราก็จ่ายกันไปตามความเหมาะสม แจ้งมาเลยว่าเก็บค่าลิขสิทธิ์ปีละเท่าไหร่  ใครเป็นคนถือเพลงไหนหรือมีข้อมูลอะไร ซึ่งเราจะได้รู้ ในฐานะผู้บริโภค อยากจะทำให้มันถูกต้อง ซึ่งใจจริงอยากให้เกิดอุปกรณ์แบบนี้ ซึ่งเราพูดไปก็เสียงไม่ดังพอก็ไม่รู้จะไปเริ่มตรงไหน”

ปัญหาโบรกเกอร์มีคิดเห็นยังไง ?

“คือโบรกเกอร์มันก็มีหลายประเภท มีทั้งดีไม่ดี มันมีในทุกสายอาชีพ บางคนก็เอาชื่อเสียงศิลปินของค่ายไปใช้อ้าง ก็จะเป็นลักษณะนี้เยอะ อยู่ที่ว่าใครจะเจอน้อยเจอมาก มันเป็นการไว้เนื้อเชื่อใจ การทำมาค้าขายกัน บางคนก็ไม่ได้มัดจำ หรือมัดจำแล้วก็เอาเงินของศิลปินไปใช้แล้วก็หอบเงินหนีไปและศิลปินก็ไม่ได้มาขึ้นโชว์ในวันนั้น สุดท้ายก็จะไปโวยวายกันในโซเชียล ซึ่งจริงๆ แล้วตัดปัญหาง่ายๆ ก็คือการซื้อตรงผ่านค่ายหรือโซเชียลของค่ายโดยตรง ถึงแม้ปัญหาของการซื้อผ่านโบรกเกอร์จะลดลงไปบ้าง แต่เราก็อยากให้ความเคารพทุกท่าน เพราะเราเคยผ่านจุดนี้มาก่อน อยากจะบอกว่าการเป็นโบรกเกอร์เป็นอาชีพที่ดี เราควรจะต้องรักษาเครดิตไว้ให้นานที่สุด เพราะมันใช้ความน่าเชื่อถือ มันเป็นการน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ต่างคนต่างต้องพึ่งพากัน”

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ศรัทธาล้นใจ ‘รุ่ง นครพนม’ สร้างรูปปั้น ‘ท้าวภังคี–นางไอ่’ ปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“รุ่ง นครพนม” ศิลปินหนุ่มจากค่ายไทดอลมิวสิค (จีเอ็มเอ็ม มิวสิค) พร้อมด้วยครอบครัวผู้มีจิตศรัทธาและแฟนคลับ ร่วมกันสร้างและถวายรูปปั้น “ท้าวภังคี–นางไอ่” ตัวละครสำคัญในตำนานผาแดงนางไอ่ แด่วัดมหาพรมโพธิราช บ้านท่าวัดเหนือ ต.เหล่าปอแดง อ.เมือง จ.สกลนคร เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสืบสานความเชื่อทางวัฒนธรรมอีสาน“รุ่ง นครพนม”  เผยว่า

การสร้างรูปปั้นครั้งนี้เกิดจากแรงศรัทธาและความเชื่อส่วนตัว โดยก่อนเข้าสู่วงการเพลง ตนและครอบครัวเคยสร้างบทเพลงเกี่ยวกับตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำพาให้ก้าวสู่การเป็นศิลปินในสังกัดไทดอลมิวสิคอย่างไม่คาดคิดผมเชื่อว่าศรัทธาที่มีต่อท่าน ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น จึงตั้งใจไว้ว่าหากมีกำลังและมีแฟนคลับร่วมบุญ จะสร้างองค์ท่านถวาย วันนี้ทุกอย่างสำเร็จด้วยแรงศรัทธาจากทุกสายบุญ” รุ่ง นครพนม กล่าวด้วยความปลื้มใจ พร้อมเผยว่าในวันประกอบพิธีบวงสรวง ตนถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ด้วยความซาบซึ้งการสร้างรูปปั้นครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการผสานศิลปะ ดนตรี ความเชื่อ และวัฒนธรรมอีสาน ที่คนรุ่นใหม่ร่วมกันสืบสานและถ่ายทอดสู่สังคมอย่างงดงาม

เอาคะแนนผมไปเลย! ‘น็อต วรฤทธิ์’โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

เอาคะแนนผมไปเลย! 'น็อต วรฤทธิ์'โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

เอาคะแนนผมไปเลย! ‘น็อต วรฤทธิ์’โพสต์ตัดสินใจแล้ว จนคนแห่คอมเมนต์สนั่น

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.10 น.

19 ธันวาคม 2568 กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลทันที เมื่อนักแสดงและพิธีกรหนุ่ม น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งได้ออกมาแสดงจุดยืนและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองไทยที่เริ่มคุกรุ่น เนื่องจากกำลังจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งในปีหน้า

โดยน็อตได้แชร์ข่าวความสำเร็จของ คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่เดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และสามารถปิดดีลความร่วมมือกับบริษัท ARASCO ผู้นำด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ส่งผลให้มีการสั่งนำเข้ามันสำปะหลังอัดเม็ดจากประเทศไทยเพิ่มทันที 30,000 ตัน และตั้งเป้าขยายปริมาณการนำเข้าในปีหน้าสูงถึง 100,000 ตัน

พร้อมกันนี้ น็อต วรฤทธิ์ ยังได้เขียนแคปชั่นแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนถึงแวดวงการเมือง ระบุว่า “ถ้านักการเมืองทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองกันจริงจัง แบบมืออาชีพ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยจะดีขนาดไหนน้อวววววว… เลือกตั้งครั้งหน้า พรรคไหนนำเสนอ รมต. มืออาชีพแบบนี้ เอาคะแนนผมไปเลยจ้ะ”

ตอนรับปีใหม่ กับลูกทุ่งมหานครในกิจกรรม’มหานคร CANIWOW !ดนตรีแห่งภูษาศิลป์’

ตอนรับปีใหม่ กับลูกทุ่งมหานครในกิจกรรม'มหานคร CANIWOW !ดนตรีแห่งภูษาศิลป์'

ตอนรับปีใหม่ กับลูกทุ่งมหานครในกิจกรรม’มหานคร CANIWOW !ดนตรีแห่งภูษาศิลป์’

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.15 น.

FM 95 ลูกทุ่งมหานคร  ขอเชิญชวนมาม่วนซื่นโฮแซวกับนักร้องเด็กแนวแถวหน้าที่จะมาร่วมสนุกสนานเบิกบานสำราญใจต้อนรับปีใหม่ 2569ในงาน “มหานคร CANIWOW (คานิว้าว) “ดนตรีแห่งภูษาศิลป์ ในวันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2568 เริ่มตั้งแต่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ณ ลานอเนกประสงค์บมจ. อสมท โดยประชาชนที่มาร่วมงานเริ่มลงทะเบียนรับ ริชแบนด์ เพื่อลุ้นรางวัลมากมายภายในงาน หลังจากนั้นประชาชนที่มางานร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อด้วยชมโชว์สุดพิเศษจาก FM95 ลูกทุ่งมหานครวิทยุ FM 95 ลูกทุ่งมหานครชมฟรี คอนเสิร์ตตั้งแต่ เที่ยงวันยันเที่ยงคืน พบกับ ดอกอ้อ ทุ่งทอง,ตรี ชัยณรงค์ จากค่าย แกรมมี่ โกลด์ต้อย หมวกแดง VS อู๊ด เป็นต่อ,ปีเตอร์ โฟดิฟาย พร้อมทั้ง น้องอาย นภัชชา  ศิลปินนักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งGEN-Yจากค่ายเพลงพุ่มฤทธิ์ เรคคอร์ด เจ้าของซิงกิ้ลเพลงใหม่“อย่าชักช้า  ที่มา กับ โปรเจกต์ พิเศษ“สนุกสนานมันส์ฮา!! กับ อาย นภัชชา & ซ่าส์ หมาว้อ ตัวพ่อก็อปปี้โชว์”  ตามมาด้วย กุหลาบ ร้อยรัศมี หรือแนนซี่ ท็อปไลน์ นอกจากจะได้ ชม คอนเสิร์ตกันฟรีๆในงานนี้แล้ว  ยังได้ร่วมกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ฟรี100ค้นแรก และมีบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า(ขนาดเล็ก)ฟรี จากศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน(Fixlt Center) บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นฟรี ให้คุณได้สัมผัสครบในงานเดียว พร้อมร่วมลุ้นของรางวัลมากมาย จากศิลปินและดีเจพร้อมทั้งผู้สนับสนุนห้ามพลาด !! เพียงแค่ลงทะเบียนรับบัตร สำหรับเข้างานในวันนั้น ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลแบบจัดเต็ม! พิเศษสุด! สำหรับ 100 ท่านแรก ที่ดาวน์โหลดแอป MCOT Connect และโชว์หน้างานก็รับของรางวัลสุดพิเศษทันที!! แถมยังมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่เพิ่มอีกหนึ่งต่อ!พบกันในงาน “มหานคร CANIWOW “ดนตรีแห่งภูษาศิลป์” วันอาทิตย์’21 ธันวาคม 2568ณ ลานอเนกประสงค์บมจ. อสมท.ตั้งแต่เที่ยงตรง เป็นต้นไป  ‘หมึก มายา’ ประธานชมรมเพื่อนสื่อมวลชนสร้างสรรค์ประเทศไทยรายงาน