‘ทาทา ยัง’ถวายอาลัย’พระพันปีหลวง’ เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์

'ทาทา ยัง'ถวายอาลัย'พระพันปีหลวง' เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์

‘ทาทา ยัง’ถวายอาลัย’พระพันปีหลวง’ เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตเคยถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.14 น.

25 ตุลาคม 2568 นับเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ทางสำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต

ล่าสุดนักร้องชื่อดัง ‘ทาทา ยัง’ หรือ ‘อมิตา มาเรีย ยัง’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความถวายความอาลัย โดยเล่าถึงความทรงจำที่เคยได้ถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์พระองค์ท่าน ระบุข้อความว่า “ด้วยความอาลัยและระลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

วันนี้ ข้าพเจ้า นางสาวอมิตามาเรีย ยัง และ ครอบครัว ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และขอถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother)

พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของหญิงไทยผู้ทรงคุณค่าทรงอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติและประชาชนด้วยพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะในทุกพระราชกรณียกิจ

ข้าพเจ้าเติบโตมาพร้อมกับความชื่นชมและเทิดทูนในพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ ความอ่อนโยน ความสง่างาม และพระเมตตาที่มีต่อพสกนิกรไทย ล้วนเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าเคยมีโอกาสได้ ถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ทั้งสองพระองค์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (His Majesty King Bhumibol Adulyadej The Great)

และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother)ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต และเป็นวันที่ข้าพเจ้าจะจดจำด้วยความซาบซึ้ง และสำนึกในพระเมตตาตลอดไป

แม้วันนี้พระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว แต่พระเมตตาและพระราชกรณียกิจของพระองค์ จะยังคงเป็นแสงสว่างนำทางในใจของข้าพเจ้าและครอบครัว ตราบชั่วนิรันดร์

ข้าพเจ้าขอกราบถวายบังคมฝ่าพระบาท ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดหัวใจ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

นางสาวอมิตา มาเรีย ยัง

(Amita Marie Young)

#queensirikit #พระพันปีหลวง”

หัวใจแตกสลาย! ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’ ยกย่องพระองค์ทรงเป็นฮีโร่

หัวใจแตกสลาย! 'ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์'ถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง' ยกย่องพระองค์ทรงเป็นฮีโร่

หัวใจแตกสลาย! ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’ถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’ ยกย่องพระองค์ทรงเป็นฮีโร่

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.39 น.

25 ตุลาคม 2568  อดีตนางงามจักรวาลปี 2531 ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์  นาคหิรัญกนก ไซม่อน ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดซึ้งผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ “หัวใจของคนไทยแตกสลายเมื่อได้ยินว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นที่รักของเรา ได้เสด็จสวรรคต

สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ทรงดำรงพระยศเป็นพระบรมราชินีนาถเคียงข้างสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี 1960 จนถึงปี 2016 และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “แม่แห่งแผ่นดิน” (Mother of the Nation) จากพระราชกรณียกิจเพื่อสังคมและการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ 

ในแง่ส่วนตัว พระองค์ทรงเป็นฮีโร่ของฉัน… และยังทรงประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้กับฉันและสามีในปี 2001 พร้อมทั้งพระราชทานพรแก่เราด้วยความจริงใจและความอบอุ่น

ฉันจะจดจำอิทธิพลอันลึกซึ้งจากความสง่างามและแบบอย่างของพระองค์ในชีวิตของเราตลอดไป… มรดกของพระองค์จะคงอยู่เป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาและความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของประเทศไทย… พระองค์จะทรงสถิตอยู่ในใจของเราตลอดไป”

‘เจ เจตริน’ประกาศชัดเรื่องจองคิวโชว์ ยินดีคืนเงินหากงดจัดงาน ขอความร่วมมือเรื่องแต่งกาย

'เจ เจตริน'ประกาศชัดเรื่องจองคิวโชว์ ยินดีคืนเงินหากงดจัดงาน ขอความร่วมมือเรื่องแต่งกาย

‘เจ เจตริน’ประกาศชัดเรื่องจองคิวโชว์ ยินดีคืนเงินหากงดจัดงาน ขอความร่วมมือเรื่องแต่งกาย

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.40 น.

25 ตุลาคม 2568 เป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังจากที่ทางสำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อวางกรอบการจัดพระราชพิธี และแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการจัดงานรื่นเริง คอนเสิร์ตต่างๆ ย้ำไม่ห้ามจัดงานรื่นเริงแต่ต้องยึดตามความเหมาะสม

ล่าสุด เจ เจตริน วรรธนะสิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เรียนท่านลูกค้าที่จองคิวการแสดงของ Jetrin Team มาแล้ว งานของหน่วยงานจากราชการสามารถแจ้งงดหรือเลื่อนการจัดงานได้เลย (ทางทีมยินดีคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน)  

ส่วนงานของเอกชน เป็นงานภายใน หรืองานอีเวนต์ในสถานที่ปิด ขอความร่วมมือการแต่งกายให้เหมาะสม และขอยืนสงบเพื่อร่วมถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาทีก่อนเริ่มแสดง ส่วนแฟนคลับที่จองโต๊ะหรือจองบัตรในงานต่างๆ รบกวนให้ตรวจเช็กกับทางผู้จัดงานอีกครั้ง กราบขอบพระคุณทุกท่านครับ”

‘เกลือ กิตติ’โศกเศร้า ขอทำหน้าที่กวีแต่งกลอนถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เกลือ กิตติ'โศกเศร้า ขอทำหน้าที่กวีแต่งกลอนถวายอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เกลือ กิตติ’โศกเศร้า ขอทำหน้าที่กวีแต่งกลอนถวายอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.19 น.

25 ตุลาคม 2568 ถือว่าเป็นช่วงเวลาโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังสำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ส่งผลให้กิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดพิธีกรชื่อดัง เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล ได้ออกมาโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความเล่าว่า 25 ตุลาคม 2568 ได้รับคำสั่งให้แต่งกลอนถวายอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแต่งกลอนที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ก็ขอทำหน้าที่ของตัวเองในฐานะกวีคนหนึ่งให้ดีที่สุดเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน ขอพระองค์ทรงสถิตย์สู่สวรรคาลัย เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙

ขอทรงสถิตย์ในดวงใจชาวไทยชั่วนิรันดร์

In remembrance of our beloved Queen Mother.

-กวีตีสาม-

#สมเด็จพระพันปีหลวง #intheremembranceofqueensirikit

‘เจนนี่’แจ้งถึงนักช้อป งดไลฟ์ 3 วัน ถวายอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เจนนี่'แจ้งถึงนักช้อป งดไลฟ์ 3 วัน ถวายอาลัย 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เจนนี่’แจ้งถึงนักช้อป งดไลฟ์ 3 วัน ถวายอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.52 น.

‘เจนนี่’แจ้งถึงนักช้อป งดไลฟ์ 3 วัน น้อมถวายอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

25 ต.ค.68 เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น หรือ รัชนก สุวรรณเกตุ ได้โพสต์แจ้งนักช้อปออนไลน์ งดการไลฟ์ขายสินค้า 3 วัน เพื่อร่วมถวายอาลัยต่อ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” “ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ได้หมดถ้าสดชื่น จำกัด” 

‘สมปอง นครไธสง’ขอเลื่อนงานแต่งออกไป 1 ปี

'สมปอง นครไธสง'ขอเลื่อนงานแต่งออกไป 1 ปี

‘สมปอง นครไธสง’ขอเลื่อนงานแต่งออกไป 1 ปี

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

วันที่ 25 ตุลาคม 2568  ท่ามกลางความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังสำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต

ล่าสุด สมปอง นครไธสง โพสต์ข้อความผ่านเพจของตัวเองประกาศเลื่อนงานแต่ง โดยระบุว่าขออนุญาตเลื่อนงานแต่ง “ส้มปอง” ออกไป 1 ปี

โดยสมปองยังเผยอีกว่า “ผมเป็นคนที่จัดงานทีต้องสนุกสนานสุด บรรยากาศตอนนี้ผมสนุกไม่ได้จริงๆครับ ขอเลื่อนไปปลายปีหน้าครับ”

ไม่มีกำหนด! ประกาศเลื่อนขายบัตรคอนเสิร์ต’BamBam HOMETOWN’

ไม่มีกำหนด! ประกาศเลื่อนขายบัตรคอนเสิร์ต'BamBam HOMETOWN'

ไม่มีกำหนด! ประกาศเลื่อนขายบัตรคอนเสิร์ต’BamBam HOMETOWN’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

25 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท iMe Thailand ผู้จัดคอนเสิร์ตของศิลปินหนุ่มชื่อดังระดับโลก “แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ BamBam GOT7 ได้ออกประกาศผ่านทางโซเชียลมีเดีย แจ้งเลื่อนการเปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต “2025 BamBam HOMETOWN Concert in Bangkok” ออกไปก่อนชั่วคราว

โดยในประกาศระบุว่า “บริษัทขอประกาศเลื่อนการเปิดจำหน่ายบัตรสำหรับรอบวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเดิมมีกำหนดเปิดจำหน่ายในวันนี้ ออกไปก่อนชั่วคราว ทั้งนี้ จะประกาศกำหนดการเปิดจำหน่ายใหม่ให้ทราบในภายหลัง ขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความเข้าใจ”

ไม่ยกเลิก! ขอผู้ชมแต่งขาว-ดำเข้าชมคอนเสิร์ต BLACKPINK

ไม่ยกเลิก! ขอผู้ชมแต่งขาว-ดำเข้าชมคอนเสิร์ต BLACKPINK

ไม่ยกเลิก! ขอผู้ชมแต่งขาว-ดำเข้าชมคอนเสิร์ต BLACKPINK

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

25 ตุลาคม 2568 หลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อวางกรอบการจัดพระราชพิธี และแต่งตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งนายอนุทิน กล่าวถึงการจัดงานรื่นเริง คอนเสิร์ตต่างประเทศว่า เรื่องคอนเสิร์ตก็คงต้องขอความร่วมมือ

ซึ่งในวันนี้ (25 ต.ค.68) มีงานคอนเสิร์ตของ BLACKPINK WORLD TOUR <DEADLINE> in BANGKOK ที่จัดขึ้นวันที่ 24-26 ตุลาคม 2568 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ล่าสุด ทางผู้จัด Live Nation Tero ก็ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับคอนเสิร์ต BLACKPINK เอาไว้ว่า 

“เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยและแสดงความเคารพต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ผู้จัดฯ ขอความร่วมมือผู้เข้าชม คอนเสิร์ต ‘BLACKPINK WORLD TOUR <DEADLINE> IN BANGKOK’ ที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 25 และ 26 ตุลาคม สวมเครื่องแต่งกายสีขาว-ดำ เข้าร่วมชมการแสดง

In observance of, and to demonstrate our deep respect for Her Majesty Queen Sirikit, The Queen Mother, we kindly ask all attendees of the ‘BLACKPINK WORLD TOUR <DEADLINE> IN BANGKOK’ concerts at Rajamangala Stadium on 25 and 26 October to wear black attire as a mark of mourning and respect.”

‘บุ๋ม ปนัดดา’ย้อนความทรงจำถึง’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'บุ๋ม ปนัดดา'ย้อนความทรงจำถึง'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘บุ๋ม ปนัดดา’ย้อนความทรงจำถึง’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 11.48 น.

25 ตุลาคม 2568 ท่ามกลางความโศกเศร้าของพสกนิกรชาวไทย หลังสำนักพระราชวังออกประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต

ล่าสุดนักแสดง ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี อย่าง “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” อดีตนางสาวไทย ปี 2543 ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความร่วมถวายความอาลัยว่า

“บุ๋มเคยมาเดินแฟชั่นโชว์ให้พระองค์ท่าน ท่านตรัสถามว่า หนูนางสาวไทย ใช่ไหมจ๊ะ หนูสวยมากจ่ะ บุ๋มแบบเข่าอ่อนเลย ในใจก็คิดว่าพระองค์ท่านช่างสง่างามและมีพระสิริโฉมงดงามมาก แต่ตอนนั้นตื่นเต้นพูดไม่ออกได้แต่ตอบว่าเพคะแบบปากสั่น เป็นความทรงจำที่ไม่เคยลืม

วันนี้ตื่นมาพบข่าวร้าย ว่าพระองค์ท่านจากไปแล้ว บุ๋มขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เสือ (4 Tigers)’

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'เสือ (4 Tigers)'

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เสือ (4 Tigers)’

วันเสาร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากทำ ขุนพันธุ์ 1-3 จนประสบความสำเร็จได้รับทั่งคำชม เละรายได้ สหมงคลฟิล์ม เลยต่อยอด ด้วย เสือ ที่ดึงเอา 4 เสือ จากใน ขุนพันธุ์ ออกมาเป็นตัวเด่น “ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2  ทองคำมหาศาลที่ฝ่ายอักษะมอบไว้กับรัฐบาลไทยเพื่อสร้างทางรถไฟสายใหม่ที่หวังทั้งการค้าและกำจัดฝั่งสัมพันธมิตรถูกปล้นหายไป “จอมพลเลิศ”ฝ่ายปกครองที่มีอำนาจล้นมือจึงประกาศกวาดล้างชุมโจรโดยตั้งค่าหัวล่า “เสือ” ทั่วประเทศเพื่อหาคนมารับผิดชอบ พร้อมใช้อำนาจสกปรกดีล “เสือฝ้าย” เสือที่แกร่งที่สุดในภาคกลางมาเป็นพันธมิตรลับในการถอนรากเสือ แถมยังมีมือขวาเลือดเย็นอย่าง “หลวงประสาน” และกองทัพคอยคุ้มกันอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน “เสือใบ”และ“เสือดำ” ก็ถูกว่าจ้างจากดาราสาว “รสริน” ให้โค่นอำนาจทางการเมืองของจอมพลด้วยค่าจ้างคนละ 1 ล้านบาท ซึ่งทุกอย่างไม่อาจรอดพ้นสายตาของ “เสือมเหศวร” ผู้ปลอมตัวเป็นนักข่าวที่กำลังตามสืบเรื่องราวนี้เพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายและอิทธิพลมืดของท่านจอมพลให้ทั้งประเทศได้รับรู้ ถึงเวลา “เสือ” ต้องล่า “เสือ” และเลือกข้างเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่ใช่เสือทุกตัวจะถูกล่าได้ง่ายๆ เพราะเขี้ยวเล็บและกระสุนปืนล้วนฉาบไปด้วยคาถาและอาคมเกินที่ใครจะต้านทาน”

โขม-ก้องเกียรติ์ โขมศิริ ทำ เสือ ออกมาดูสนุกชัดเจนในลายเซ็นต์งานกำกับงานสร้างของทีมงานก้องเกียรติ์โปรดักชั่นกับหนังแอ็คชั่นแนวนี้ที่ดูแล้ว ก้าวข้ามขีดจำกัดหลายอย่างดูลงตัว กว่างานชิ้นก่อนหน้า เสือ นำเสนอ ตำนานของ สี่เสือชื่อดัง ที่อิงมาจากเรื่องจริง นำมาสร้าง เรื่องใหม่เน้นความสนุกสนานความบันเทิงเป็นหลัก โดยมีการใส่ประเด็นทางการเมือง นักการเมืองเข้ามาเป็นเรื่องหลัก เป็นตัวร้ายของเรื่อง (หรือถ้ามีใครมองว่า เสือ คือหนัง การเมือง ที่นำเสนอในรูปแบบ ของหนังแอ็คชั่น ก็คงจะมองได้)บรรดาเสือ ในเรื่อง ล้วนเป็นคนดี ไม่ใช่คนคนร้าย กลายเป็นเสือ เพราะถูกกระทำ ชาวบ้านสวมชุดดำ เป็น กลุ่มเสือเชิ้ตดำ เพื่อเรียกร้อง ความเป็นธรรมนักทางเมือง/ผู้นำ คนของทางการ ชัดเจน ในความเป็นตัวร้าย

เสือ คือหนังแอ็คชั่นแบบเต็มรูปแบบ ออกมาในแนวสนุกสนานเฮฮาในแบบการ์ตูนแฟนตาซี คาถาอาคม   คิวบู๊จริงจังสวยงาม สู้กันทุกรูปแบบ ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ปืนผาหน้าไม้ ระเบิด หรือ สู้กันด้วยคาถาอาคม  โชว์CG  แม้ หนังจะมีภาพความรุนแรง แขนขาขาดกระจุยกระกายไส้ทะลัก  แต่ ด้วยโทนหนังออกมาแบบการ์ตูนๆ ขำๆ แม้ไม่รู้สึกถึงความรุนแรง คาถาต่างๆ ของตัวละครหลักดูดี ทำให้หนังสนุก (จริงๆแล้วก็มาจากขุนพันธุ์)แต่ พอมาเป็น เรื่องของ ตัวเอง แล้ว เลยยิ่งดีขึ้น

 ไม่ว่าจะเป็นเสือมเหศวรอมพระมเหศวรเบี่ยงกระสุนคาถาแคล้วคลาดหลบได้ทุกอันตรายและรวดเร็วดุจลิงลม วิวังกังหะเสือใบ กระสุนคตที่ไม่เคยพลาดเป้าหมาย นะโมพุทธายะเสือดำ- นักมวยหมัดเหล็ก คาถาซัดฝุ่น เสกฝุ่น สลายอาคม จัดการทุกอาวุธให้แหลกเป็นผุยผง วินาสสันตุ เสือฝ้าย คาถาตวาดหิมพานต์ นะจังงัง ที่กระทืบเท้าทีเดียวเกิดวินาศสันตะโร วา โธ โน อะ มะ มะ วา วาหลวงประสาน-นารายณ์แปลงรูป จริงๆ แล้ว เส้นเรื่องของ เสือ ก็คือสูตรสำเร็จ หนังแอ็คชั่น รวมทีม เพื่อปฏิบัติภารกิจ ที่ ยากลำบาก มีการทคยศหักหลัง หักมุมไปมาเมื่อรวมดาราดัง เลยมีจุดขาย ที่ ทุกคนต้อง มีฉากมาปะทะ เป็นหนึ่งฉากโชว์ของเรื่อง ที่เรื่องนี้ ฉาก สี่เสือปะทะกัน ทำออกมาได้ดี สนุกในแบบที่ไม่ซ้ำกัน

เสือ คือหนังบู๊ที่อลังการงานสร้าง จัดเต็ม ไปแบบสุดๆ ในยุคนี้พ.ศ.นี้ โปรดักชั่นดีงามทั้ง ฉาก เสื้อผ้า หน้าผม อุปกรณ์ประกอบฉาก การพาย้อนกลับไปสู่ ในยุค สงครามโลกครั้งที่2 

และที่ชอบมากๆคือ ดนตรีในเรื่องในเข้ากับทุกช่วงของหนัง กับ เพลงประกอบที่มีความไพเราะ ฟังสบายหู ขยี้ความอารมณ์เพิ่มความเป็นยุคสมัยเก่าหรือแม้แต่ เพลง เสือ ของ เป้-อารักษ์ ก็ยังโอเค.ตัวหนัง อาจจะมีช่วงเนือยหลุดรั่วหรือ ยาวไปสั้นไปไม่กระฉับในบางฉากบางตอน การตัดต่อบางตอนอาจรู้สึกกระตุกๆคิวบู๊/ซีจีเทคนิคพิเศษอาจจะดูหลอกตาไม่เนียนไปบ้าง ข้อบกพร่อง รอยแผล ยังมีให้เห็นแต่ด้วย ความสนุก ของหนัง เลยทำให้ มองข้าม ส่วนที่ไม่ดีไปได้

ในระหว่างดู เสือ รู้สึกสนุกๆ ชวนติดตาม ดึงให้ดูกับตัวหนัง และ ยังชวนให้นึก ถึง หนังหลากหลายแนว ที่เคยผ่านๆ ตามา อาทิ บรรยากาศ โทนหนัง เน้นเฮฮา ความสบายๆ ของเรื่อง/ตัวละคร มาใน แบบ ที่เคยอ่าน พล-นิกร-กิมหงวน ที่นำเอา บรรดาเสือ มานำเสนอ ที่รวม สี่เสือ และตอนแยก เมื่อตอนเด็กๆการนำเอา พระเอกแถวหน้าดังๆ มารับบทนำ เดินตามรอย หนังไทยในอดีต  นึกถึงชัดเจนใน สามเสือสุพรรณ (เสือใบ/ดำ/มเหศวร-พิศาล อัครเศรณี/สรพงษ์ ชาตรี/ไกรสร แสงอนันต์) หรือ ดาราดังๆ อย่าง มิตร ชัยบัญชา สมบัติ เมทะนี ครรชิต ขวัญประชา ไชยันณ์ สรไกร ก็ยังเคยรับบทเหล่านี้มาแล้ว (ตอนแยก เสือใบ/เสือมเหศวร เป็นตัวเอง เสือดำ มักจะเป็นตัวสมทบ) จะมีแค่ใน ฟ้าทะลายโจร ที่อาจจะ ฉีกให้ บางเสือ ดูเป็นตัวร้าย ส่วนเสือฝ้าย จะออกมาในแนวผู้ใหญ่ๆ ส.อาสนจินดา, สมบัติ เมทะนีเคยเล่นไว้อย่างดี

ฉากมิวสิคัล นักร้อง/วงดนตรี เต้นรำ ในแบบรุ่นเก่า สลับไปมา กับ ฉากยกพวกถล่มกัน อดนึกถึง หนังของ โจวชิงฉือ อย่าง คนเล็กหมัดเทวดา (ยิ่งฉาก แก๊งอั้งยี่ ยกพวกมาถล่ม นี่ นึกถึงสุดๆ) รวมทั้ง ยังนึกถึง ฉากร้องเพลง ในบาร์ ใน ฉีจี้ ของเฉินหลงไม่ได้นึกไปถึง หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ทั้งฝั่ง มาร์เวล/ดีซี ที่มาในรูปแบบไทยๆ เปลี่ยนจาก พลังพิเศษ มาเป็น คาถาอาคมบางอารมณ์ ชวนให้นึกว่า มาดู หนังที่สร้างจาก มังงะ ของญี่ปุ่น ฉากถ่ายหนังในเรื่อง เสียงพากย์ นึกถึง หนังซ้อนหนัง หนังตลกสนุกสนานเฮฮา หลายๆ เรื่องใน ขุนพันธุ์ 1-3 สี่เสือ คือ ตัวละครที่มาสร้างสีสัน เติมความสนุกให้กับเรื่อง แต่ใน เสือ ทั้งสี่เสือ มากันเป็นแก๊ง มาเป็นทีม เด่นๆ เท่าๆ กัน ไม่มีใครเด่นกว่าใคร

ชอบที่สรุป ปม ของตัวละครหลัก ที่อาจจะมองข้ามในขุนพันธุ์ หรือ ลืมเลือนไปแล้ว ให้กลับมา ทำให้เรื่องสนุกขึ้นเสือฝ้าย..รับเลี้ยงลูกสาวของคนที่เขาฆ่าเสือใบ..ภาพการฆ่าเมียตัวเองยังติดตาเสือมเหศวร.. เห็นพ่อตัวเองฆ่าตัวตายต่อหน้าเสือดำ..โง่ ไม่รู้หนังสือรวมทั้ง รสริน รู้สึกผิด ที่ เอาตัวรอดทิ้ง หลิน เพื่อนซี้ในวัยเด็กแม้แต่เป็นเรื่อง บรรดาเสือ แต่ หนัง ใช้ รสริน มาเป็นตัวเชื่อม ทุกตัวละครเข้าหากัน ได้อย่างมีสีสัน มีลูกเล่น ทำให้หนัง มีความสนุกในทุกๆ ส่วนโชว์บู๊กับเสือเมเหศวร เป็นชนวนคู่แข่งความรักของเสือใบกับเสือดำ ดราม่ากับเสือฝ้าย หรือแม้แต่สร้างรอยยิ้มเมื่อมีหนุ่มๆ นายทหารมาตามจีบ

สี่เสือ เสื้อฝ้าย-เสือมเหศวร-เสือใบ-เสือดำ เวียร์-มาริโอ้-เป้-โตโน่ เอาอยู่ เล่นดี มีเสน่ห์ น่ารักทุกคนมาริโอ้ เมาวเร่อ ยังคง ลื่นไหล กะล่อนพริ้วไหว น่ารักสดใส เป็น เสือมเหศวร ที่ออกไปทางน่ารักๆ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ทำให้ เสือใบ ดูน่ารัก ทั้งลีลาการจีบสาว การร้องเพลงเล่นดนตรี ลีลาคิวบู๊ ดูดี ออกแนว เจ้าชู้ในแบบนักดนร้องนักดนตรี มีเสียงเพลงในหัวใจ เสือมเหศวร กับ เสือใบ คือ สองตัวละคร ที่ต่อยอด มาจาก ขุนพันธุ์2-3 ไม่ต้องปู ที่มา รายละเอียด มากมาย แต่ เพิ่ม ความน่ารัก ลีลาคิวบู๊ แบบ เต็มๆ เข้ามา

เสือดำ ต่อยอดมาจาก ขุนพันธุ์3 ที่ดูแล้ว รู้สึกไม่ค่อยเด่นเท่าไหร่ แต่พอมาในเสือ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กลับกลายเป็นตัวขโมยซีน น่ารัก สร้างความสนุก ได้ในทุกๆ ฉาก ที่ออกมา ทำให้คนดูรัก ด้วย บุคลิค ซื่อๆ โง่ๆ เน้นใช้กำลัง ใน เรื่องนี้ มีการ ใส่รายละเอียด ปมวันเด็กของ เสือดำ เข้ามาในแบบที่กำลังดี ไม่มากจนไม่รู้ว่า มากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะ กำเนิด ตรอกโรงมวย และคาถาอาคมในตัว

เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ ดูดี มีมาด ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็น เสือฝ้าย ที่ดูลดวัยไปจากเสือฝ้าย ในหนังไทยเรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา มีบทดราม่ามากกว่า เสือคนอื่นๆ สีหน้าท่าทาง ลีลา มาดถือปืน เท่ห์ มากๆ (ในขุนพันธุ์2 นำแสดงโดย ผู้พันเบิร์ด-วันชนะ สวัสดี)

หลิน-มชณต สุวรรณมาศ เสน่ห์ล้นเหลือ  สวยเซ็กซี่ ในแบบสาวเสน่ห์แรงสาวเปรี้ยวในยุคนั้น ด้วย เสื้อผ้าหน้าผม การแสดง ที่มีทั้งยั่วยวน ดราม่า ลีลาการต่อสู้ แม้บทจะ ดูร้ายๆ แต่ ออร่า!! ความรู้สึกในการเป็น นางเอกหนังไทยยุคเก่า มาแบบจัดเต็ม(ฉากเปล่อยเปล่า เลิฟซีน ภาพออกมาดูดี ในแบบที่มีทสแตนอิน ในแบบ หนังไทยยุคก่อน ที่ดูกลมกลืน เนียนๆ) 

ท็อป-ทศพล หมายสุข เป็น หลวงประสาน ที่เน้นๆ โชว์คิวบู๊ฉากแอ็คชั่น กระจายๆ ร้ายทั้งลีลาท่าทาง ทำให้ ฉากบู๊ออกทาดีทุกฉาก 

ต้อม-พลวัฒน์ มนูประเสริฐ ดูดีมีมาดของ ท่านผู้นำ นายพล ที่ดูร้ายแบบสุดๆ นุ้ย-เกษรินทร์ เอกธวัชกุล คืนจออีกครั้ง ในบท ลินดา คนใกล้ตัว นักการเมือง โชว์ลีลาคิวบู๊ที่ถนัด มีดราม่า เล็กๆ มีฉากที่ต้องมา สู้กันตัวต่อตัวกับ รสริน ตามสูตรของ หนังแอ็คชั่น (ขำๆ เมื่อนึกถึง สองสาวบู๊กัน ในเรื่อง นุ้ยชื่อ หลิน ต้องมาต่อยตีกับ หลิน-มชนต เหมือนตีกับตัวเอง 555)อัค-อัครัฐ นิมิตรชัย หล่อในแบบโบราณๆ ในบท ท่านเสรี คู่แข่งทางการเมืองของ ท่านผู้นำ 

ผู้กำกับการแสดงชื่อดัง ก็มาร่วมเฮฮา ก็โผล่หน้าบนจอด้วย อาทิ ปี๊ด-ธนิตย์ จิตนุกูล ในบท ผู้กำกับหนังของรัฐบาล มะเดี่ยว-ชูเกียรติ์ ศักดิ์วีระกุล เป็นคุณชายผู้มีอิธิพลทางการเมือง ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ ในบท หัวหน้าแก๊งค์ ลูกพี่เก่า เสือฝ้าย หรือแม้แต่ ผู้กำกับโขม ก็ยังมาโผล่แว่บๆ บนจอ (รอสื่อ แต่เห็นหน้า คนหัวเราะเสียงดังกันทั้งโรง ก็ไม่รู้ว่า รอบฉายจริง คนดูทั่วๆ ไป จะรู้จักหรือ ขำไหมนา)

นักแสดงสมทบสร้างสีสัน ให้กับตัวเรื่อง มากๆ ทั้ง 5เสือเฒ่า ในตรอกโรงมวยพ่อเลี้ยงของเสือดำแก๊งนักดนตรีวงใบไม้ ของ เสือใบครู/เด็กๆ/นักเรียน ในโรงเรียนของ เสือฝ้ายน้องๆ เล่นดีดูดีน่ารัก ทำให้มีรอยยิ้ม และเสียน้ำตา โดยเฉพาะ เด็กน้อยน้องนายตำรวจ เด็กน้อยใกล้ชิดเสือฝ้าย  หรือ รสรินกับหลิน เพื่อนซี้ เด็กปั้นลูกศิษย์-ศิษย์รักของเสือฝ้ายบรรดาชาวบ้าน ทหาร นักข่าว นักการเมือง ทหารผีดิบ ฯลฯ นักแสดงสมทบ ที่หลายคน คุ้นหน้าคุ้นตากันดี จากหนังหลายๆ เรื่อง สร้างสีสัน ทำให้เรื่องดูสนุก ขึ้นดู เสือ แล้ว ถ้าจะขยายเรื่อง หรือ ดึงเอา ตัวละคร ตัวใดตัวหนึ่ง ออกมา สร้าง เรื่องต่อๆไป สามารถ ทำได้ทุกๆ ตัวละคร ทำออกมาเป็น จักรวาลเสือ ได้แบบสบายๆ เสือ อาจจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์เสือ..อาจจะมีหลุดๆ รั่วๆ เนือยๆ ไปบ้าง..

แต่..ก็ เป็น.. หนังไทย..ที่ดีที่สุดสนุกที่สุด..โดนใจ..ชอบมากที่สุด ในปีนี้แม้หนังจะยาว ถึง 139 นาที แต่รู้สึกเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สนุกสุดๆ โดนใจ ในระดับ 10/10