โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘ตงจี๋เรส’ คิวพลิกนรกกู้ชีพ(Dongji Rescue)

โอ๊ยเล่าเรื่อง'ตงจี๋เรส'คิวพลิกนรกกู้ชีพ(Dongji Rescue)

โอ๊ยเล่าเรื่อง’ตงจี๋เรส’คิวพลิกนรกกู้ชีพ(Dongji Rescue)

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“การสังหารหมู่ที่ถูกลิมการช่วยเหลือที่กล้าหาญ”เกาะตงจี๋ประชากรชาวประมง58ครอบครัวญี่ปุ่นยึดครองกดขี่ทารุณห้ามออกทะเล3ปี1 ตุลาคม 1942 เรือลิสบอนมารู ขนเชลยศึกอังกฤษจากฮ่องกง เดินทางไปค่ายเชลยที่ญี่ปุ่น ผ่านมามี่เกาะ ถูก เรือดำน้ำอเมริกา ยิงตอร์ปิโดใส่ เรือกำลังค่อยๆจม บันทึกประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่2 เมื่อชาวประมงจีน ช่วยเหลือ 384 คน จาก 1816 คน เชลยศึกอังกฤษ ใน เรือลิสบอนมารู ที่กำลังค่อยๆ ล่ม ท่ามกลางการคีดขวางของเรือเล็กญี่ปุ่น”ช่วยคนๆหนึ่งเท่ากับเพิ่มมนุษย์1ชีวิต“

 ผลงานการกำกับของ กวนหู กับ  เฟ่ย เจิ้นเสียง ใช้งบประมาณกว่า 80 ล้านดอลลาร์( 500 ล้านหยวน หรือราว 2,300 ล้านบาท ) เพื่อสร้างฉากเรือและฉากน้ำที่สมจริง ทีมงานใช้สตูดิโอถ่ายทำใต้น้ำขนาด 9,000 ตารางเมตร พร้อมฟื้นเทคนิคต่อเรือแบบดั้งเดิมของโจวซานเพื่อสร้างภาพยนตร์ที่สมจริงที่สอดคล้องกับบริบททางประวัติศาสตร์ ใช้เวลาเตรียมการสร้างนาน  6 ปี และใช้เวลาถ่ายทำ200วันหนังเปิดเรื่องด้วย เรือลิสบอนมารู ถูกยิง เริ่มต้นนับถอยหลัง ก่อนที่จะล่ม  ตามไปดู ชีวิตบนเกาะตงจี๋ ที่ถูกดึงเมาเกี่ยวพันด้วย ก่อนที่ จะจบลง ในช่วงท้าย ตอนเรือล่มจมดิ่งสู่ทะเล และมีการช่วยเหลือเชลยบนเรือ

หนังเล่าเรื่อง ผ่าน สองพี่น้อง อาปี้ กับ อาตง ที่บังเอิญ ได้ ช่วยเชลยศึกทหารอังกฤษ ที่ หนีรอดจากคุกใต้ท้องเรือ  จุดเริ่มต้นที่ทำให้ ทหารญี่ปุ่นขึ้นเกาะมาตามล่า และเตรียมจัดการขัดเด็ดขาดกับชาวบ้านหนังเล่นกับ ความขัดแย้งกันทางด้านความติด ความลังเล การถูกญี่ปุ่นข่มเหง เน้นๆ ที่คนบนเกาะ ไม่ว่าจะเป็น สองพี่น้อง อาปี้กับอาฮัวแฟนสาว สองพี่น้องกับชาวบ้าน ฯลฯ

ยังแทรกด้วย ความเชื่อ ของชาวบ้าน วิถีชีวิตของชาวประมง การเชื่อทำตามผู้นำ อาทิลูกโจรสลัด ที่แม้จะถูกนำมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก แต่ก็ ห้ามเข้าหมู่บ้าน เป็นเพียงคนนอก
ห้ามผู้หญิง ออกเรือ ถือเป็นสิ่งอัปมงคลหนังเน้นๆ ไปที่ Home หรือบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ชาวประมงบนเกาะ บ้านของสองพี่น้องโจรสลัด บรรดาเชลยศึกที่นึกถึงคนทางบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านเกิด หรือคนรักชาวฮ่องกง ที่พบรักกันระหว่างสงคราม“ผมคงกลับบ้านไม่ได้แต่คุณยังสามารถกลับบ้านได้“

ตัวละครหลักในเรื่อง มีแค่ ไม่กี่คนสองพี่น้องโจรสลัดอาฮัวลูกของผู้นำเกาะ ผู้นำเกาะเฉียนจิน ทหารหนีทัพที่มาเป็นครูของเด็กๆ บนเกาะหลี่หยวนซิง ชาวเกาะที่เป็นล่ามให้ทหารญี่ปุ่นนายทหารญี่ปุ่นผู้โหดเหี้ยมโธมัส นิวแมน เชลยศึกชาวอังกฤษ ที่ หนีมาบนเกาะบทเด่นบทนำ อยู่ที่สามนักแสดงนำ ที่เล่นดีตรึงคนดูให้อยู่ดับตัวหนัง แบกหนังไว้ทั้งเรื่อง’พวกเขามาจากทะเล ต้องกลับไปที่ทะเล ทะเลเป็นบ้าน พวกเขาต้องกลับไปบ้าน“

จูอี้หลง กับ อู๋เล่ย มารับบท สองพี่น้อง แม้จะ ตัวดำในแบบชาวประมง แต่ก็บดบังความหล่อ ไม่ได้ แถมยังโชว์ซิกแพ็ก โชว์กล้อมหุ่นงามๆ ท่าว่ายน้ำ ที่พริ้วดุจปลาว่ายน้ำ เล่นดีๆ มากๆ ทั้งดราม่า และแอ็คชั่นฉากสองพี่น้อง กับ การช่วยคนบนเรือ ดูดีจริงๆ

หนี่หนี บท อาฮัว เล่นไม่ห่วงสวย ดูโทรม ดูแกร่งๆ เป็นหญิงห้าวๆ ประจำเกาะ บทเด่นมากๆ ดูดีทั้งฉากรัก หรือ ฉากเป็นตัวตั้งตัวดี พาสาวออกสู่ทะเล ช่วยเหลือ คนบนเรือ
”เราดื่มเลือดกันแล้ว ประเพณีแต่งงานโจรสลัด ฉันเป็นของเธอแล้วนะ“

ทหารญี่ปุ่น ยังคงเป็น ตัวร้ายโหดเหี้ยม แบบสุดๆ กับทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็น ชาวประมง ชาวบ้านตาดำๆหรือเชลยศึก แม้เรือล่ม ก็ยังมี ทหารที่พร้อมพลีชีพ ยิงถล่ม เชลยศึกบนเรือ
งานโปรดักขั่นดีงาม ภาพสวย ท้องทะเล ท้องฟ้า สวยงามมากๆๆ ตัวหนัง ถ่ายทำด้วย กล้องIMAX เพื่อให้ ภาพที่ออกมาดูยิ่งใหญ่ ตระการตา นับเป็น อีกหนึ่ง ที่ดีงาม ฉากใต้น้ำดูสวยงามตัวหนังดูแล้ว หดหู่ รันทด กับ ความทารุณ ของ ทหารญ๊่ปุ่น ที่มีต่อ ชาวประมง ชาวบ้าน เชลยศึก แรกๆ แค่หดหู่ แต่ช่วงท้ายๆ มีหลายตอนที่ เล่นเอาน้ำตาซึม ไปเหมือนกัน
ฉากนับถอยหลัง ก่อนเรือจมสู่ทะเล เชลยศึกลอยคอ นี่คือ ไททานิค ชัดๆ เทคนิคซีจีสุดยอด ไล่ตามฮอลลีวู้ดมาติดๆ สมจริงมากๆๆตงจี๋ เรสคิว พลิกนรกกู้ชีพ (Dongji Rescue) ก็คือ ไททานิค ในเวอร์ชั่น สงคราม ดีๆ นี่เองหลงรัก เพลงร้องในเรื่อง ทั้ง ของ ชาวบ้าน หรือ ของ ทหารอังกฤษ ไพเราะ ขยี้เข้าไปถึงข้างใน พอมาได้ยิน ในช่วงเครดิต ก็นั่งฟังจนเครดิตหนังจบ (มีการแปลความหมายของเนื้อเพลง ยิ่งทำให้ อิน เข้าไปอีกเช่นเดียว กับ ดนตรีประกอบ ก็ยิ่งทำให้ หนังดูสุดขึ้นช่วงเครดิตท้าย มีการแนะนำ ตัวละครหลักๆ ว่า อิงคาแรคเตอร์ มาจากใคร (ชอบ ที่ตัวหนัง ใช้ คำว่าอิงคาแรคเตอร์ ที่ให้ความรู้สึกเป็น หนังมากกว่า สารคดี)ต่อด้วย ลูกหลานทั้งเชลยศึก/ ชายประมง มาพูดแสดงความรู้สึกนั่งดู เครดิตท้ายเรื่อง ทีมงานเบื้องหลัง โดยเฉพาะเทคนิคพิเศษ คนไทย เพียบ งานคนไทยเนี้ยบในระหว่างดู เสื้อผ้าหน้าผม ชาวประมง เรือประมง ท้องทะเล ชาวบ้านทหารญี่ปุ่น อดนึกถึง ภสพจาก หนังชอว์บราเดอร์ หลายเรื่อง ที่เกี่ยวกับ ชาวประมง หรือกับ ทหารญี่ปุ่น

ตงจี๋ เรสคิว พลิกนรกกู้ชีพ (Dongji Rescue) อาจจะมาตามสูตร หนัง ที่ อวยชาติตัวเอง จนบางคน อาจจะรู้สึกว่า อวยแบบเว่อร์วังอลังการ ดูไร้เหตุผลไปบ้าง แต่ถ้าดูแบบ ปล่อยใจ ดูกันแบบสบาย คงข้ามจุดนี้ หนังคือ ความบันเทิง ก็น่าจะสนุกไปกับตัวหนังได้และที่สำคัญ หนังเรื่องนี้ พาให้ รู้จัก โศกนาฏกรรม และ วีรกรรมชาวประมงเกาะตงจี๋ ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ ได้รับรู้ และ ไม่ถูกเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์โดนใจแบบเต็มๆ เป็นหนังจีนที่ชอบ อันดับต้นของปีนี้เอาไปเลย 9/10 คะแนน

‘ผอ.แตงโม’ เปิดชีวิตชะนีจริง! จากที่เคยคิดจบชีวิตสู่ตัวแม่ไวรัลเปลี่ยนทุกข์เป็นพลังฮา

‘ผอ.แตงโม’ เปิดชีวิตชะนีจริง! จากที่เคยคิดจบชีวิตสู่ตัวแม่ไวรัลเปลี่ยนทุกข์เป็นพลังฮา

‘ผอ.แตงโม’ เปิดชีวิตชะนีจริง! จากที่เคยคิดจบชีวิตสู่ตัวแม่ไวรัลเปลี่ยนทุกข์เป็นพลังฮา

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายการ “เกิดมาเว่า”พาไปพบกันอินฟลูฯ ขวัญใจโลกออนไลน์ที่แจ้งเกิดจากคลิปไวรัล ผอ.โรงเรียน สู่การแต่งตัวโคฟเวอร์ตามกระแสที่แต่ละครั้งเรียกเสียงฮาสนั่น “ผอ.แตงโม” มาเปิดชีวิตชะนีจริงกับเรื่องลับๆที่หลายคนไม่เคยรู้ ครั้งหนึ่งเคยเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต เครียดถึงขั้นเกือบคิดจบชีวิต ใช้ธรรมะและความฮาเยียวยาใจ

เป็นคนจังหวัดอะไร ?

ผอ.แตงโม : เป็นคนอีสานค่ะ คนขอนแก่น อำเภอเขาสวนกวาง

ถ้าพูดถึงขอนแก่นต้องนึกถึงอะไร ?

ผอ.แตงโม :  เด่นเรื่องผ้าไหม นึกถึงอันพระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน คิดถึงที่สุดก็คือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะว่าเราจบอยู่ที่นั่น เป็นตัวแม่อยู่ขอนแก่น แอ๊บชะนีอยู่ช่วงหนึ่ง (หัวเราะ) ช่วงเรียนเป็นช่วงที่สนุกที่สุด

พอได้มาย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วได้กลับบ้านบ่อยไหม ?

ผอ.แตงโม :  กลับบ่อยเดือน 1-2 ครั้ง แต่ตั้งแต่แปลงเพศมา 2-3 ปีมานี้ไม่ขึ้นเครื่องบินเลย เพราะว่าเป็นแพนิค ไม่กล้าขึ้นเครื่อง แต่ก่อนนี้ขึ้นสุดลงสุด คือไปตั้งแต่เช้ากลับเย็น บินตลอด เดี๋ยวนี้เราก็คิดไปว่ากลัวมันตก เหงื่อออก หายใจไม่ออก แพนิคไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปปรึกษาแพทย์ เป็นการคุมอารมณ์ตัวเองมากกว่า แต่ว่าชอบขับรถเอง

แล้วเวลากลับไป เราไปทำอะไร ?

ผอ.แตงโม : ไปหาผู้ชาย (หัวเราะ) จริงๆอยู่กรุงเทพฯก็เริศ ขอนแก่นก็เริศ แต่เรามีไม้ล็อคอยู่ที่นั่น คุยหลายคน ค่าเทอมเอาไป 4,000 – 5,000  เป็นฟีลนักฟุตบอล เราแอ๊บชะนีจริงๆเรามี IG ลับๆ อยู่ เวลาผู้ชายมาหาเราก็แอ๊บชะนี จะแต่งตัวประมาณชุดนอนสาวอวบแบบนี้ (หัวเราะ)

ทำไมถึงได้ได้แปลงเพศ ?

ผอ.แตงโม : ก็ชอบผู้ชายเนอะ แต่ก่อนก็เป็นฟิวส์แบบว่า ช่วงนั้นก็คืออยู่กับลูกสาวที่แปลงเพศเยอะ แล้วเพื่อนเรามหาลัยก็พากันแปลง คือตอนนั้นเราก็มีความรัก มีผู้บ่าว คุยกันมาเป็นปี เขาตอบว่าพี่จะเป็นอะไรก็ได้นะ ขอแค่มีแบบผู้หญิงให้ผม ฉันก็กดโทรศัพท์ขึ้นมา ตอนนั้นทำนมแล้วไง แต่ไม่มีข้างล่าง ก็โทรศัพท์มาจองหมอเลย

ตั้งแต่ทำมารู้สึกว่าใช้คุ้มยัง ?

ผอ.แตงโม : มันหลายกว่าคุ้ม (หัวเราะ) ถ้าเราพร้อมอยากจะเป็นผู้หญิงแล้วก็ทำเลย มันเป็นความสุข หลังจากนั้นก็มีความสุขจริงๆ นะ ถ้าเราอยากเป็นผู้หญิงจริงๆ เจ็บแป๊บเดียว แล้วหลังจากนั้นคุณจะมีความสุขมาก แล้วก็เลือกหมอที่ดีๆ

เป็นคนตลกกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็ก ?

ผอ.แตงโม : ใช่ แต่ว่าถ้าไม่สนิทกันเราก็จะอายนิดหนึ่ง แต่ว่าถ้าสนิทคือเปิดหมดเลย คนอื่นเห็นก็จะว่าเราหยิ่ง แต่จริงๆเราไม่ได้หยิ่ง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเราก็เป็นตัวเด่นอยู่ ก็เป็นฟีลดีเจแคมฟรอก เราก็เป็นห้องชะนีจริง ใส่วิกช่วงนั้นเราก็ผอมเลยมีผู้ชายมาดิว แล้ว ม.ขอนแก่น ใกล้ค่ายทหารด้วย เราก็แอ๊บเป็นแม่ค้าเป็นอะไร (หัวเราะ)

เวลาที่แต่งโคฟเวอร์เป็นคนนั้นคนนี้เคยมีปัญหากับเจ้าตัวเขาไหม ?

ผอ.แตงโม : ไม่มี เขาชอบ เขาทักมา ก็ติดตามเราทุกคน มาสนับสนุนเรา

ก่อนที่จะมาเป็นอินฟลูฯ เป็นหมอกระเป๋ามาก่อน ?

ผอ.แตงโม : เป็นหมอกระเป๋า จัดดอกไม้ ทำซุ้มเค้ก รับแต่งหน้ากีฬาสี  รำหน้าไฟก็ทำ

เป็นคนตลกแต่ใครจะรู้ว่ามีช่วงหนึ่งที่เคยอยากจบชีวิต ?

ผอ.แตงโม : มี ตอนนั้นพูดกับแม่อยู่ที่บ้าน เพราะว่าช่วงนั้นคือพี่ชายเสียชีวิต เราทำร้านส้มตำมาด้วยกัน ตอนนั้นก็พอมีชื่อเสียง แล้วช่วงนั้นก็ทะเลาะกับแม่ แม่ทั้งร้องไห้ทั้งมาด่าเรา ตอนนั้นแม่ก็เริ่มป่วย เริ่มผอม เราก็เครียดเพราะว่าตอนนั้นมันมีร้านที่ต้องดูแลอยู่มี 3 สาขา เหม่อขับรถไปจากขอนแก่นเกือบถึงเพชรบูรณ์ ดีที่เพื่อนโทรมาดึงสติว่าอยู่ไหน เป็นฟีลอยากขับลงรถลงข้างทาง แต่ว่าก็ไม่ได้ทำ แล้วแม่กับพ่อเราจะอยู่กับใคร ก็มีสิ่งที่ดึงกลับมา ซึ่งตอนนั้นเครียดทุกอย่าง ล้มไปหมดทุกอย่าง คือเราจะไปร้องไห้ก็ไม่ได้พ่อกับแม่จะว่าเราอ่อนแอไปอีก เราก็เลยขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็เลยเคลียร์ใจกันกับพ่อแม่ เราต้องอยู่ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ไม่ต้องห่วงอะไรเลย ให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยากไปไหนก็ไป แล้วช่วงนั้นเราทุกข์ใจมากก็เลยเข้าวัดเข้าวา นั่งสมาธิ เลยรู้ว่าคนเรามีเกิดแก่เจ็บตาย ช่วงนั้นก็พาแม่ไปก็เลยดีขึ้น

จัดบุญใหญ่! ‘บุ้ง ใบหยก’ รวมพลังศรัทธาสร้างท้าวเวสฯ เนื่องในวันเกิด

จัดบุญใหญ่! ‘บุ้ง ใบหยก’ รวมพลังศรัทธาสร้างท้าวเวสฯ เนื่องในวันเกิด

จัดบุญใหญ่! ‘บุ้ง ใบหยก’ รวมพลังศรัทธาสร้างท้าวเวสฯ เนื่องในวันเกิด

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 ในวันคล้ายวันเกิด (8 ตุลาคม) ที่ผ่านมา “บุ้ง ใบหยก” เลือกฉลองวันพิเศษของตัวเองด้วยการแบ่งปันความสุขในรูปแบบของ “การทำบุญ” โดยได้รวมทีม “เสือใบหยก” อาทิ แมน การิน , เกล รดา และ ธันวา สุริยจักร  ร่วมกัน สร้างองค์ท้าวเวสสุวรรณ ถวาย ณ วัดบางสาม จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต

บุ้ง ใบหยก โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า“เอาบุญมาฝากทุกคนค่ะ ทีมเสือใบหยก สร้างท้าวเวสฯ ถวายวัดบางสาม เนื่องในวันเกิดปีนี้ค่ะ”แม้จะไม่ได้มีงานเลี้ยงใหญ่โต แต่บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ดี ๆ ที่สะท้อนถึงหัวใจงดงามของ “บุ้ง ใบหยก” และทีมเสือใบหยก ที่เชื่อว่าความสุขแท้จริง คือการได้ “ให้” และ “แบ่งปันบุญ” แก่ผู้อื่น

หมอลำเกิร์ลกรุ๊ปครั้งประวัติศาสตร์กับ 4 ศิลปิน‘ศิริพร เวียง ปลาย แอ้ม’กับเพลงใหม่ ‘ตั้งสติ’

หมอลำเกิร์ลกรุ๊ปครั้งประวัติศาสตร์กับ 4 ศิลปิน‘ศิริพร เวียง ปลาย แอ้ม’กับเพลงใหม่ ‘ตั้งสติ’

หมอลำเกิร์ลกรุ๊ปครั้งประวัติศาสตร์กับ 4 ศิลปิน‘ศิริพร เวียง ปลาย แอ้ม’กับเพลงใหม่ ‘ตั้งสติ’

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ถึงคิวม่วนรับช่วงออกพรรษา กับเพลงที่สามจากอัลบั้ม “ปลายปากกาตราครูบ้านนอก” ที่ครั้งนี้แฟนหมอลำต้องร้องว้าว เพราะเป็นการรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของลูกศิษย์ “ครูสลา คุณวุฒิ” กับ 4 ศิลปินหมอลำ 4 รุ่น ได้แก่ “ศิริพร อำไพพงษ์ , เวียง นฤมล , ปลาย กนกพร และ แอ้ม ชลธิชา“ ในเพลงใหม่ “ตั้งสติ”

เพลงนี้พูดแทนใจใครหลายคนที่เจอกับรักไม่สมหวัง แต่สุดท้ายก็ต้อง “ตั้งสติ” แล้วเดินต่ออย่างมีพลัง พร้อมทำนองม่วนๆ กลิ่นอายหมอลำร่วมสมัยที่ฟังแล้วติดหูจนหลายคนบอกว่าเอาออกจากหัวไม่ได้ความอลังการไม่หยุดแค่เสียงเพลง เพราะใน MV ยังจัดเต็มด้วยโปรดักชั่น บวกกับแดนเซอร์กว่า 40 คน และทีมงานเกือบร้อยชีวิต เพื่อให้ภาพออกมาสวยครบทุกมุม สมกับเป็นงานรวมพลังของหมอลำหญิงแห่งยุคตอนนี้แฟนเพลงสามารถฟังและชม MV “ตั้งสติ” ได้แล้วทาง YouTube: Grammy Gold Official หรือจะไปเล่นแผ่นเสียงเต้นหรือครีเอทท่าท่อนฮิต “ตั้งสติ ตั้งสติ ตั้งสติ ตั้งสติ” ใน TikTok ก็ได้ รับรองม่วนจนหยุดไม่ได้!

‘กรีนเวฟ’ลุยสร้างความยั่งยืนรอบด้าน ช่วยโลก ช่วยน้องอิ่มท้องกับ GREEN WAVE อร่อย…ไม่ลืมโลก

‘กรีนเวฟ’ลุยสร้างความยั่งยืนรอบด้าน ช่วยโลก ช่วยน้องอิ่มท้องกับ GREEN WAVE อร่อย...ไม่ลืมโลก

‘กรีนเวฟ’ลุยสร้างความยั่งยืนรอบด้าน ช่วยโลก ช่วยน้องอิ่มท้องกับ GREEN WAVE อร่อย…ไม่ลืมโลก

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีดีต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว GREEN WAVE อร่อย…ไม่ลืมโลก ที่ กรีนเวฟ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์คนสำคัญอีกหลายส่วน มาช่วยกันรณรงค์ให้ความรู้ และให้ทุกคนเห็นความสำคัญของ “อาหารส่วนเกิน” และ “ขยะรีไซเคิล” นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการเกิด Food waste อย่างยั่งยืน  เพื่อช่วยโลก ช่วยน้อง ให้อิ่มท้องไปพร้อมกัน โดยวันนี้ ดีเจอั๋น ภูวนาท / ดีเจเป้ วิศวะ / ดีเจพี่เฟี้ยต ธัชนนท์ และดีเจโบ ธนากร มาร่วมกิจกรรมแสนอบอุ่นเปิดโครงการกันที่ ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู  เริ่มจากรับอาหารส่วนเกินจาก SOS THAILAND มาปรุงเป็นอาหารมื้อใหม่ได้ถึง 3 เมนูสุดอร่อยทั้ง ยำไก่แซ่บ / ต้มยำหัวปลาแซลมอน และหมูหวาน มอบเป็นอาหารกลางวันให้ศูนย์พัฒนาเด็กชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู ตามด้วยขนมโดนัท100 ชิ้น จากวันเกิดครบรอบ 34 ปีของกรีนเวฟ เรียกได้ว่าส่งต่อความรัก เติมรอยยิ้มให้กับคนในชุมชน ได้อย่าง  แสนอบอุ่น 

ดีเจอั๋น เป็นตัวแทนเผยว่า “ตลอดเดือนตุลาคม กรีนเวฟ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร , SOS THAILAND , BKK FOODBANK , มูลนิธิมือวิเศษ , Waste Buy Delivery , รีไซเคิลเดย์ และมูลนิธิ CCF อยากชวนคุณมาเป็นผู้ให้ ดูแลทั้งโลกและสังคมไปพร้อมกันกับ GREENWAVE อร่อย…ไม่ลืมโลก เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็ช่วยกันได้ครับ ทุกคนสามารถส่งต่อ “อาหารส่วนเกิน” เป็น “อาหารมื้อใหม่” หรือจะส่งต่อ “ขยะรีไซเคิล” มาเปลี่ยนเป็นเงินทุนเพื่อ “มื้ออาหารคุณภาพ” ให้น้องๆ ได้ถึง 4 ช่องทาง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.atime.live/Greenwave หรือจะร่วมสมทบ 50 บาท ผ่านบัญชี มูลนิธิ SOS THAILAND ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี Scholars of Sustenance เลขที่บัญชี 030-273178-9 ก็ช่วยให้น้องมีมื้ออาหารคุณภาพได้ถึง 10 มื้อ ผ่านการจัดการ FOOD RESCUE ของ SOS THAILAND ได้เช่นกัน มาช่วยกันนะครับ นี่ไม่ใช่เพียงแค่ได้อาหารมื้อใหม่ให้น้อง แต่ GREEN WAVE อร่อย…ไม่ลืมโลก ครั้งนี้ยังได้ช่วยกันดูแลโลก ลดการเกิด Food waste อย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับช่วยน้องอิ่มท้องกับ ไปด้วยกันนะครับ”

‘7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’สนุกยกแพ็ก 18 ตุลาคมนี้

‘7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’สนุกยกแพ็ก 18 ตุลาคมนี้

‘7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล’สนุกยกแพ็ก 18 ตุลาคมนี้

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ทำถึง !  เสิร์ฟความสนุกกันต่อใน 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ในเดือนตุลาคมนี้ มาปลุกตำนานเพลงเพื่อชีวิตไปด้วยกัน กับวง มาลีฮวนน่า  ที่มากันแบบครบวง เสริมทัพความสนุกกับ แม่เม้า-สุดา ชื่นบาน, แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์ และพระเอกหนุ่มช่อง 7HD  อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา ที่จะมามามอบเพลงพิเศษ ผลิตโดย บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด  ซึ่งจะเป็นเพลงแนวไหนรอติดตามกันได้เลย นอกจากนี้ยังมีแขกเซอร์ไพรส์ จะเป็นใครมาลุ้นกัน  แน่นอนครั้งนี้ยังคงความสนุกการันตีโดยพิธีกรคู่หูคู่เดิม เจด้า-ศรัณย่า และแอมป์-พีรวัศ

แฟน ๆ  เตรียมล็อกวันมาจัดเต็มทุกความสุข สนุกเต็มอิ่มกับศิลปินในดวงใจได้เลย ย้ำกันอีกครั้ง งานนี้เข้าชมฟรี ! วันเสาร์ที่ 18 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 15.30 น. ที่ ชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซา ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค หรือร่วมรับชมถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30-17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD และ Bugaboo.tv  ที่มันไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น. ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘มินนี่ i-dle’ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

‘มินนี่ i-dle’ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

‘มินนี่ i-dle’ส่งต่อพลังคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เหตุผลของคำว่า “ให้” ยังคงยิ่งใหญ่ และสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ไม่ตกยุคสมัย แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร รูปแบบการให้ ก็เปลี่ยนไปตามไลฟ์สไตล์และวิถีคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกด้านจิตอาสา  การส่งต่อสิ่งของ หรือร่วมบริจาคเงินผ่านช่องทางออนไลน์ แม้รูปแบบการบริจาคอาจจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นเหตุผลของคำว่า “ให้” เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างความเท่าเทียมให้สังคมไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน ล่าสุดมูลนิธิศุภนิมิตฯ จึงได้เปิดตัว น้องมินนี่ สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี i-dle นักร้องสาวชาวไทยที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั้งไทยและต่างประเทศ ประชาสัมพันธ์โครงการอุปการะเด็ก ผ่านคลิปวิดีโอใหม่ล่าสุด โดย น้องมินนี่ i-dle ได้พูดถึงความรู้สึกภายหลังจากที่ได้เข้ามาอุปการะเด็ก ในโครงการอุปการะเด็กของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ว่า

 “รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะ มันเป็นความฝันของมินนี่ตั้งแต่เด็ก ๆ เลย ตอนที่อยู่โรงเรียนจะมีโครงการ ให้แต่ละห้องเรียนช่วยกันสนับสนุนน้อง 1 คน  ตอนนั้นมันเป็นความทรงจำที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าโตขึ้น มีโอกาส มีรายได้เพียงพอ ก็อยากดูแลน้องสักคนหนึ่ง มาวันนี้ เราอยู่ในจุดที่สามารถแบ่งปันให้น้อง ๆ ได้ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก ๆ ที่เราได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง ช่วยให้น้องได้มีโอกาสที่ดีเหมือนกับเรา ตอนนี้มินนี่ดูแลน้องคนหนึ่งอยู่ น้องฝันอยากเป็นหมอ แต่ความเป็นอยู่ไม่เอื้อให้น้องทำตามความฝันได้เลย มินนี่อยากให้ฝันน้องเป็นจริง อยากให้น้องได้มีการศึกษาที่ดีไปเรื่อย ๆ ผ่านโครงการอุปการะเด็ก ที่เราได้เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง มินนี่รู้สึกว่า มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ และมินนี่ก็อยากจะเชิญชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคน ที่สนใจ แล้วก็อยากมาสัมผัสกับพลังงานแห่งการให้ ผ่านการช่วยเหลือน้อง ๆ ที่ยังขาดแคลนให้เขาได้มีโอกาส มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝันของตัวเอง ก็สามารถร่วมบริจาคได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เหมือนที่มินนี่ทำอยู่นะคะ เพียงร่วมอุปการะเด็กอย่างต่อเนื่อง 700 บาท/ เดือน เท่านั้นค่ะ หวังว่าพวกเราจะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตของน้อง ๆ หลาย ๆ คน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกันนะคะ”

‘ดร.บุ๋ม ปนัดดา-อ.นิติกฤตย์’ปลุกพลังหึกเหิม! นำทีมนักแสดง-คนดัง ทำบุญใหญ่ให้วีรชนไทยในพิธีกตัญญูแผ่นดิน

'ดร.บุ๋ม ปนัดดา-อ.นิติกฤตย์'ปลุกพลังหึกเหิม! นำทีมนักแสดง-คนดัง ทำบุญใหญ่ให้วีรชนไทยในพิธีกตัญญูแผ่นดิน

‘ดร.บุ๋ม ปนัดดา-อ.นิติกฤตย์’ปลุกพลังหึกเหิม! นำทีมนักแสดง-คนดัง ทำบุญใหญ่ให้วีรชนไทยในพิธีกตัญญูแผ่นดิน

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.56 น.

เลือดรักชาติสูบฉีดเต็มร่างกายในพิธีกตัญญูแผ่นดิน ทำบุญใหญ่ให้วีรชนไทย หรือพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถวายพระมหาบูรพกษัตริย์และเจ้ากรรมนายเวรประเทศ เมื่อวันที่ 7 ตค. 2568 ที่ผ่านมา ณ จุดประกาศอิสรภาพ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายโพธิ์สามต้น อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จัดขึ้นโดย “อาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์” ผู้คิดค้นศาสตร์พลังตัวเลข(พลิกชีวิต) ซึ่งเป็นพิธีที่ให้ประชาชนคนไทยระลึกและสำนึกในการสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินของวีรชนไทย โดยประชาชนที่รักชาติต่างมาเข้าร่วมพิธีบวงสรวงนับพันคนเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณบูรพมหากษัตริย์ไทย และวิญญาณนักรบที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อประเทศชาติ และสวดมนต์ใหญ่เพื่ออุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของประเทศ

ภายในงานจัดให้มีการบวงสรวงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์และวีรชนไทย, พระสงฆ์เจริญพุทธมนต์, ตักบาตรเทโว และพิธีไหว้ฟ้าขมาดิน ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายทวิช เที่ยวมาพบสุข นายอำเภอบางปะหัน ร่วมเป็นเกียรติในงาน โดยมี “ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ประธานมูลนิธีองค์กรทำดี ที่รวมพลคนดังรักชาติอย่าง อ้น อัครวัฒน์, เกรซ พัชร์สิตา, วาม จิรกิตต์, จิลล์ จักรพงศ์, โกบอย และอีกมากมาย มาร่วมขอขมาแผ่นดิน สิ่งที่ติดค้างแผ่นดิน และยังเป็นการรวมตัวของคนรักชาติแผ่นดินเพื่อแสดงความกตัญญูต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในรูปแบบร่วมสมัยวิถีโบราณและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว และมีความกตัญญูกตเวทิตาของคนไทยเป็นหัวใจหลัก โดยมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นตัวแทนของกษัตริย์ผู้กอบกู้ชาติ มีความกตัญญูกตเวทิตาต่อแผ่นดินเกิด วีรกรรมของท่านสามารถจุดประกายความรักชาติในตัวของลูกหลานไทยทุกคนได้เป็นอย่างดี ทั้งทรงเป็นผู้รวมพลังความสามัคคีของคนไทยในขณะที่บ้านเมืองล่มสลาย และกลับมากอบกู้ชาติได้สำเร็จ รวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น พระองค์ยังทรงมีส่วนสำคัญต่อพุทธศาสนาอย่างมากในยุคเมืองแตกแล้วกลับมาสร้างเมือง ท่านทุ่มเทสละทรัพย์ส่วนพระองค์บำรุงวัดวาอารามอย่างเต็มกำลัง

พิธีทำบุญสงฆ์ถวายบูรพมหากษัตริย์และเทวดารักษาประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นการรวมวิญญาณนักรบทั้งหลายให้ได้รับอนุโมทนาบุญ โดย อ.กฤช ชาย ผ้าขาว ผู้นำพิธีกตัญญูแผ่นดิน คือการรวมตัวของประชาชนเพื่อสวดมนต์ให้เจ้ากรรมนายเวรของประเทศไทย ด้วยพุทธปาฏิหาริย์ด้วยบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวรเป็นบทสวดพุทธปาฏิหาริย์ที่พลิกชีวิตหลายต่อหลายคนมาแล้ว ซึ่งอานิสงส์ในการร่วมพิธีในครั้งนี้ทั้งเป็นรูปธรรมและนามธรรม คือพลังจิตกุศลบริสุทธิ์ของมวลชน จะแก้ไขบรรเทาวิบากกรรมของประเทศ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการสร้างความสามัคคีและรักชาติของคนไทยไม่มีแบ่งแยกชาติพันธุ์ ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย โดยผู้ที่มาร่วมงานยังได้รับเหรียญเทพพระคลังรุ่น 1 เปิดขุมทรัพย์ ซึ่งด้านหลังของเหรียญจะมีพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าตากสินมหาราช และอาจารย์นิติกฤตย์ยังได้มอบเหรียญให้กับ ดร.บุ๋ม ปนัดดา เพื่อไปมอบให้กับทหารกล้าที่ชายแดนอีกด้วย

‘มารายห์ แครี่’ถึงไทยแล้ว! ก่อนเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลอง 20 ปี ‘The Emancipation of Mimi’

'มารายห์ แครี่'ถึงไทยแล้ว! ก่อนเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลอง 20 ปี ‘The Emancipation of Mimi’

‘มารายห์ แครี่’ถึงไทยแล้ว! ก่อนเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลอง 20 ปี ‘The Emancipation of Mimi’

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.06 น.

มารายห์ แครี่ (Mariah Carey) ศิลปินดีวาเสียงทรงพลังระดับตำนานแห่งวงการเพลงโลก เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมาถึงสนามบินดอนเมือง ท่ามกลางบรรยากาศต้อนรับอบอุ่นจากคณะผู้จัดงานเบนซ์ธนบุรี นำโดย บิ๊กบอสกลุ่มธนบุรีพานิช“ปภณ วิริยะพันธุ์” และ แม็กซ์ อิมเมจ “วิวรรณ กรรณสูต” เพื่อรอพบเจ้าของเสียงอมตะจากเพลง Hero, We Belong Together และ All I Want for Christmas Is You อย่างใกล้ชิด

ดีว่าระดับโลก ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มสดใส แต่งกายเรียบหรูในสไตล์เฉพาะตัว โบกมือทักทายแฟน ๆ พร้อมส่งความรักถึง “ไทยแลนด์” ก่อนจะพักผ่อนและเตรียมเที่ยวชมสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ ก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ “Mariah Carey Live in Bangkok 2025 – The Celebration of Mimi World Tour” ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ที่อิมแพ็คชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

การมาเยือนไทยในรอบเกือบ 10 ปีครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ “The Celebration of Mimi” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีอัลบั้มระดับตำนาน The Emancipation of Mimi ที่มียอดขายกว่า 15 ล้านชุดทั่วโลก โดยมารายห์กล่าวก่อนเริ่มทัวร์ว่า

“เรากำลังจะพา The Celebration of Mimi ทัวร์ไปทั่วโลก! ฉันแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้พบกับทุกคนในปีครบรอบพิเศษของอัลบั้ม Mimi แล้วพบกันเร็ว ๆ นี้”

เบื้องหลังการนำศิลปินระดับโลกมาเยือนไทยในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ เบนซ์ธนบุรี กรุ๊ป ภายใต้แนวคิด “Culture-level Marketing” ที่มุ่งผลักดันพลังของศิลปะและดนตรีให้เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงประเทศไทยกับเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อน Soft Power ไทยผ่านพลังของศิลปินหญิงระดับโลกที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยืนหยัดและแรงบันดาลใจ

แหล่งข่าวในวงการบันเทิงเผยว่า คอนเสิร์ตครั้งนี้จะไม่ใช่โชว์ธรรมดา แต่จะมีการออกแบบโปรดักชันพิเศษสำหรับแฟนไทยโดยเฉพาะ ทั้งในด้านแสง สี เสียง และการร้อยเรียงบทเพลงฮิตตลอด 3 ทศวรรษให้เป็นการเดินทางทางดนตรีของ “ดีว่าในตำนาน” ที่ไม่เคยหยุดสร้างแรงบันดาลใจ

ในส่วนของโชว์ “The Celebration of Mimi” จะนำเสนอเพลงดังจากอัลบั้ม The Emancipation of Mimi อาทิ Say Somethin’, Shake It Off, It’s Like That, Don’t Forget About Us, We Belong Together และ Fly Like A Bird รวมทั้งเพลงใหม่จากอัลบั้ม Here For It All ได้แก่ Play This Song, In Your Feelings, Type Dangerous และ Sugar Sweet ที่จะถูกแสดงสดบนเวทีเป็นครั้งแรก ๆ ของโลก

มารายห์ยังมีส่วนร่วมออกแบบโชว์ด้วยตัวเอง ทั้งการจัดลำดับเพลง การเลือกแฟชั่นการแสดง และการเตรียมชุดคัสตอมพิเศษสำหรับทัวร์เอเชีย โดยจะมีทั้งมินิเดรสและกาวน์หรูประดับเพชร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ

แม้คอนเสิร์ตของมารายห์จะไม่ได้ใช้เทคนิคตระการตาเทียบเท่าคอนเสิร์ตระดับโปรดักชันใหญ่ แต่ความโดดเด่นของเธออยู่ที่ พลังเสียงสดและอารมณ์การถ่ายทอด ที่สะกดใจผู้ชมทุกครั้ง โดยมีทีมดนตรีและคอรัสที่ร่วมงานกับเธอมานานกว่าสิบปีมาร่วมเสริมความสมบูรณ์แบบ

ทั้งนี้ การเลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ทัวร์นี้จะมาเยือน  สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมของเอเชีย โดยความร่วมมือจาก “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” และภาคเอกชนที่ต้องการผลักดัน “Soft Power ไทย” ให้ปรากฏบนเวทีโลกผ่านพลังของศิลปินระดับตำนาน

คอนเสิร์ต Mariah Carey Live in Bangkok 2025 จะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม 2568 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์เมืองทองธานี บัตรเริ่มต้นไม่ถึงหมื่นบาท โดยบางโซนถูกจองหมดตั้งแต่เปิดขายวันแรก คาดว่าจะมีผู้ชมจากหลายประเทศในเอเชียเดินทางมาร่วมชมคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์นี้

การกลับมาของ Mariah Carey ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองอัลบั้มแห่งยุค แต่ยังเป็นการต่อยอดพลังของดนตรีให้กลายเป็น Soft Power ที่สะท้อนถึงพลังของศิลปินหญิง และบทบาทของประเทศไทยบนเวทีบันเทิงระดับโลก

แฟนเพลงเตรียมพบกับการแสดงสดแบบจัดเต็มจากตำนานดีว่าระดับโลก “มารายห์ แครี่” โอกาสสุดพิเศษและหายากที่ทุกท่านไม่ควรพลาดกับคอนเสิร์ต Mariah Carey : The Celebration of MIMI Live in Bangkok วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ ที่อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์เมืองทองธานี บัตรราคา 20,000 / 15,000 / 12,000 / 9,000 / 7,500 บาท ซื้อบัตรได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com หรือ โทร. 02-405-8818

#MariahCareyLiveInThailand#MariahCareyLivelnBangkok #PPKritxMariahCarey #MariahCareyThailand#TheCelebrationOfMimi #MariahCarey#ThonburiPhanich #BenzThonburi #BenzThonburiEvents #ThonburiGroup #ThaiTicketMajor

หมายเหตุ ข้อมูลเพิ่มเติม (จากที่ มารายห์ เคยให้สัมภาษณ์)

 Mariah Carey เผยว่า “เรากำลังจะพา The Celebration of Mimi ทัวร์ไปทั่วโลก!  ฉันแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้พบกับทุกคนในปีครบรอบพิเศษของอัลบั้ม Mimi แล้วพบกันเร็ว ๆ นี้” โดย เมื่อครั้งปี 2014 ที่เธอเคยมาทัวร์ The Elusive Chanteuse Show ที่ไทย  Mariah Carey ได้พูดประโยค “ฉันรักคุณค่ะไทยแลนด์”  ขึ้นอยู่บนมอนิเตอร์เป็นซัพคาราโอเกะว่า Chen Luck Coon Ka Thailand และมีช่างภาพจับจังหวะนั้นได้จนเป็นไวรัลในโลกอินเตอร์เน็ตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการมาไทยในรอบล่าสุดนี้ เตรียมชมว่าเธอจะมีประโยคไหนมาเอาใจแฟนเพลงชาวไทย และกลุ่ม Thai Lambily

 เจ้าตัวเผยเพิ่มเติมว่า การ World Tour ในครั้งนี้ เพราะเป็นการฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ อัลบั้ม The Emancipation of Mimi โดยมียอดขายกว่า 15 ล้าน unit ทั่วโลก    ไม่ใช่ใครทุกคนที่จะทำได้ในขณะที่ออกอัลบั้มมาแล้วกว่า 10 ชุด ในเวลากว่า 15 ปี ณ ขณะนั้น เชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนต้องเป็นเจ้าของอัลบั้มนี้ในยุค physical CD แน่นอน และจากการจัดทัวร์เฉพาะใน USA เธอได้ขยายทัวร์ไปยัง Southeast Asia, Japan และ Australia ตามเสียงเรียกร้องจากแฟนๆทั่วโลกที่ต้องการเติมแม่หมี

ไฮไลท์ของ World Tour ในโซน SE Asia เป็นช่วงที่ Mariah Carey เพิ่งมีอัลบั้มใหม่ Here For It All ซึ่งตามธรรมเนียมของศิลปินที่เวลามีอัลบั้มใหม่หรือเพลงใหม่ก็จะนำเพลงมาเล่นโชว์ด้วย ซึ่งเพลงจากอัลบั้ม Here For It All ได้แก่ Play This Song, In Your Feelings, Type Dangerous และ Sugar Sweet จะนำมา Live บน World Tour เป็นที่แรกๆ นอกจากนั้นยังมี deep cut อื่นๆ อีกมากมายนอกจากเพลงฮิตที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว อาทิ I’m That Chick, และ Your Girl เป็นต้น

 คอนเสิร์ตของ Mariah ไม่ได้มีเทคนิคตระการตา สิ่งที่โฟกัสคือการพรีเซนต์vocal ของมารายห์ movement, และ interactive ต่างๆ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าแฟนๆ จึงสนใจสิ่งเหล่านี้มากกว่าโปรดักชั่นที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับโชว์ครั้งนี้คือทีมงานดนตรี แบนด์และคอรัสที่มารายห์ฟอร์มทีมมาเอง บางท่านทัวร์กับเธอมามากว่า 10 ปี

นอกจากแฟชั่นเสื้อผ้าสวยๆ ที่เธอมักจะ custom ใหม่เมื่อเปลี่ยนสถานที่โชว์ แน่นอนว่าเธอจะมาพร้อมกับชุดสำหรับแสดงใหม่ใน SE Asia ไม่ว่าจะเป็น Mini dress หรือ Gown ก็ดี พร้อมด้วยเครื่องเพชร กำไลเพชร สร้อยเพชร ต่างหูเพชร สำหรับการดีไซน์โชว์ คุณ Mariah Carey ได้มีการร้อยเรียง Set List สำหรับโชว์ขึ้นมาใหม่ โดยไม่ซ้ำกับ Las Vegas Residency แต่ยังคงคอนเซปต์การเฉลิมฉลองให้กับ The Emancipation of Mimi ที่ครบ 20 ปีในปีนี้ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ด้วยเพลงจากอัลบั้มนี้กว่า 7 เพลง ได้แก่ Say Somethin’, Your Girl, Shake It Off, It’s Like That, Don’t Forget About Us, We Belong Together, และ Fly Like A Bird

 แม้ว่าทิศทางแนวทางเพลงของโลกที่เปลี่ยนไป ศิลปินอุบัติใหม่ขึ้นมากมาย คุณ Mariah Carey กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ Here For It All สตูดิโออัลบั้มลำกับที่ 16  ซึ่งเธอเผยในเครดิตของ booklet อัลบั้ม Here For It All เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ท่ามกลางการคัดค้านและแรงต้านจากรอบข้างกลับยิ่งเป็นเชื้อไฟให้เธอตั้งใจสร้างอัลบั้มนี้ขึ้นมา  เมื่อมารายห์ถูกท้าทาย มันยิ่งกระตุ้นให้เธอสร้างสรรค์ ทุกคำว่า ‘ไม่’ ทุกประตูที่ปิด ทุกกฎเกณฑ์ที่ตีตรา กลับกลายเป็นพลังให้ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างไม่ต้องเสียใจด้วยประการใด และด้วยอัลบั้มนี้ เธอตั้งใจที่จะเผยทุกแง่มุมของตัวเองออกมา ไม่ว่าจะเปราะบางหรือไม่สมบูรณ์แบบเพียงใดก็ตาม — นั่นคือการยืนยันถึงความซื่อสัตย์ต่อหัวใจตนเอง ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แฟนๆแลมบิลี้รักเธอมาเสมอ

 ดังนั้น The Celebration of Mimi ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่คือการเดินทางย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เราเติบโตมา ได้ผ่านเหตุการณ์สุขและเศร้าแห่งความสุขความทรงจำ และในปีนี้ เราทุกคนมีโอกาสได้กลับไปสัมผัสช่วงเวลานั้นอีกครั้ง

 ที่มาจากการเป็น World Tour ในครั้งนี้ เพราะเป็นการครบรอบ 2 ทศวรรษ อัลบั้ม The Emancipation of Mimi ซึ่งเป็นที่มาของการทัวร์นี้ และมียอดขายกว่า 15 ล้าน unit ทั่วโลก  — ไม่ใช่ใครทุกคนที่จะทำได้ในขณะที่ออกอัลบั้มมาแล้วกว่า 10 ชุด ในเวลากว่า 15 ปี ณ ขณะนั้น เชื่อว่าแฟนๆ ทุกคนต้องเป็นเจ้าของอัลบั้มนี้ในยุค physical CD แน่นอน และจากการจัดทัวร์เฉพาะใน USA เธอได้ขยายทัวร์ไปยัง Southeast Asia, Japan และ Australia ตามเสียงเรียกร้องจากแฟนๆทั่วโลกที่ต้องการเติมแม่หมี

20 ปีแห่งตำนานของ ‘SUPER JUNIOR’ เปิดเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR in BANGKOK’

20 ปีแห่งตำนานของ ‘SUPER JUNIOR’ เปิดเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR in BANGKOK’

วันศุกร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

SM True (เอสเอ็ม ทรูร่วมเป็นประจักษ์พยาน 20 ปีแห่งตำนานของ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์ในเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR in BANGKOK’ (ซูเปอร์จูเนียร์ ทเวนตี้ แอนิเวอร์ซารีย์ ทัวร์ <ซูเปอร์โชว์ เท็น> อิน แบงค็อก) ที่จะพาทุกคนเฉลิมฉลองเส้นทางตลอดสองทศวรรษของวงที่ขึ้นแท่นเป็น ‘ตำนานแห่งเค-ป็อป’ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

จากระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) ถือเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกกระแสเพลงเกาหลีไปสู่ระดับสากล และสร้างปรากฏการณ์เค-ป็อปให้เป็นที่รักของแฟนคลับทั่วโลก จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า พวกเขาสร้างสรรค์เพลงฮิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลง Miracle’, ‘U’, ‘쏘리 쏘리 (SORRY, SORRY)’, ‘Mr. Simple’, ‘Devil’, ‘Black Suit’ และ ‘Lo Siento ยิ่งไปกว่านั้น SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) ยังได้รับการชื่นชมว่าเป็น “กลุ่มศิลปินมากความสามารถ” ที่สมาชิกแต่ละคนต่างมีเสน่ห์และความสามารถเฉพาะตัวอันโดดเด่น และเป็นศิลปินกลุ่มแรก ๆ ในวงการที่แตกไลน์ยูนิตย่อย มีผลงานเพลงและเวทีคุณภาพ ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกรอบแนวเพลงใด ๆ แต่เปรียบดั่ง ‘ตำราต้นแบบแห่งเค-ป็อป’ ที่กำหนดทิศทางดนตรีของตัวเอง และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่จนถึงปัจจุบัน

สำหรับแบรนด์คอนเสิร์ต ‘SUPER SHOW’ (ซูเปอร์โชว์) ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ยืนยันถึงชื่อเสียงของ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) ได้เป็นอย่างดี จากจุดเริ่มต้นในปี 2551 คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นมาแล้วกว่า 200 รอบการแสดงทั่วโลก รวมผู้ชมสะสมประมาณ 3.3 ล้านคน โดย ‘SUPER SHOW 10’ (ซูเปอร์โชว์ เท็น) คราวนี้ ทั้ง 9 สมาชิกอย่าง LEETEUK (อีทึก), HEECHUL (ฮีชอล), YESUNG (เยซอง), SHINDONG (ชินดง), EUNHYUK (อึนฮยอก), DONGHAE (ทงเฮ), SIWON (ชีวอน), RYEOWOOK (เรียวอุค) และ KYUHYUN (คยูฮยอน) ได้เชิญชวน E.L.F. (เอลฟ์ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) มาย้อนความทรงจำแสนล้ำค่า ผ่านโชว์ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนเรื่องราวของวงในทุกยุคสมัย ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จากการนำเซ็ตลิสต์ตลอด 20 ปีของ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) มาตีความใหม่ ตั้งแต่เพลงเดบิวต์ เติมเต็มด้วยโปรดักชันยิ่งใหญ่ตระการตา และพลังบนเวทีที่สมกับฉายา ‘Legendary Performance King’ หรือ ‘ราชาแห่งการแสดงในตำนาน’

ยิ่งไปกว่านั้น เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR in BANGKOK’ ยังสร้างสถิติอันน่าภาคภูมิใจให้กับ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์กับการครองบัลลังก์ศิลปินเกาหลีวงแรกที่สามารถจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยได้ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 10 โดยคอนเสิร์ตนี้ นับเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ชาวไทยจะได้สัมผัสการแสดงจากอัลบั้มเต็มชุดล่าสุด Super Junior25’  (ซูเปอร์จูเนียร์ อีโอ) ที่ปล่อยในเดือนกรกฎาคม 2568 ผลงานที่แสดงถึงศักยภาพของศิลปินมากประสบการณ์ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์และแนวดนตรีมากมาย อาทิ Express Mode เพลงไตเติลแนวคลับป็อปจังหวะเร็ว, ‘Delight’ เพลงป็อปที่นำเสนอความสดใสและความหวัง, ‘Say Less’ แนวอาร์แอนด์บีป็อป และเพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์อย่าง ‘D.N.A.’ เรียกได้ว่า สานต่อเรื่องราวจากอัลบั้มเดบิวต์ ‘Super Junior05’ (ซูเปอร์จูเนียร์ คงโอ) พร้อมตอกย้ำการหวนคืนสู่ความตั้งใจแรกเริ่ม และคำมั่นสัญญาที่จะปกป้องชื่อของ SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) ต่อไป 

‘SUPER SHOW 10’ (ซูเปอร์โชว์ เท็น) เปิดฉากขึ้น ณ กรุงโซล วันที่ 22-24 สิงหาคม 2568 ด้วยผู้ชมนับ 30,000 คน กับบัตรที่จำหน่ายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง พร้อมออกเดินทางไปมอบความประทับใจในเมืองอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 16 เมือง ได้แก่ ฮ่องกง วันที่ 5-6 กันยายน, จาการ์ตา วันที่ 13 กันยายน, มะนิลา วันที่ 4 ตุลาคม, เม็กซิโก วันที่ 12 ตุลาคม, มอนเทอร์รีย์ วันที่ 14 ตุลาคม, ลิมา วันที่ 16 ตุลาคม, ซานติเอโก วันที่ 18 ตุลาคม, ไทเป วันที่ 14-16 พฤศจิกายน, กรุงเทพฯ วันที่ 29-30 พฤศจิกายน, นาโกยา วันที่ 13-14 ธันวาคม, สิงคโปร์ วันที่ 3 มกราคม 2569, มาเก๊า วันที่ 10-11 มกราคม 2569, กัวลาลัมเปอร์ วันที่ 17 มกราคม 2569, เกาสง วันที่ 24 มกราคม 2569 และไซตามะ 7-8 มีนาคม 2569 ซึ่งได้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟน ๆ ทั่วโลกที่จะมาร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกัน

สายสัมพันธ์ระหว่าง SUPER JUNIOR (ซูเปอร์จูเนียร์) และ E.L.F. (เอลฟ์) เพื่อนคู่ใจตลอดกาลจะยังคงดำเนินต่อไปไม่เสื่อมคลาย ในคอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR 20th Anniversary TOUR in BANGKOK’ ที่จะกลายเป็นช่วงเวลาและประสบการณ์ที่ทุกคนไม่มีวันลืม เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก “E.L.F.” Membership (GL) Pre-Sale ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. – 15:59 น. และรอบสมาชิก JOY CLUB Pre-Sale ในวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. – 15:59 น. และรอบบุคคลทั่วไป ในวันจันทร์ที่ 13 ตุลาคม 2568 เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ