เปิดใจครั้งแรก! ‘เพลง ชนม์ทิดา’เผยเหตุเก็บร่าง’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ไว้ที่บ้านนานกว่า 2 ปี

เปิดใจครั้งแรก! 'เพลง ชนม์ทิดา'เผยเหตุเก็บร่าง'เอ๋ ชนม์สวัสดิ์'ไว้ที่บ้านนานกว่า 2 ปี

เปิดใจครั้งแรก! ‘เพลง ชนม์ทิดา’เผยเหตุเก็บร่าง’เอ๋ ชนม์สวัสดิ์’ไว้ที่บ้านนานกว่า 2 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.21 น.

ตู่ นันทิดา คัมแบ็กวงการบันเทิง เพลง ชนม์ทิดา เล่านาที นายกฯ อนุทิน ขับเครื่องบินพาไปหา พ่อเอ๋ ที่บุรีรัมย์ พร้อมเผยเหตุผลทำไมเก็บร่างคุณพ่อไว้นานกว่า 2 ปี

ออกมาเปิดใจที่แรก! สำหรับ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ที่ล่าสุดควงลูกสาวคนสวย เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม มาพูดถึงสาเหตุการจากไปของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ และตัดสินใจยังเก็บร่างไว้นานกว่า 2 ปี และตอนนี้กลับมาทำงานในวงการบันเทิงแล้ว หลังผันตัวไปรับใช้พี่น้องประชาชนในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยทั้งคู่จะมาเปิดใจทุกเรื่องราว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne 31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

วันแม่ที่ผ่านมา น้องเพลง ได้รับรางวัลลูกกตัญญู?

ตู่ : ความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ เราไม่ได้คาดหวัง แต่เราก็มีความหวัง เลี้ยงลูกก็ต้องได้ดี ให้ลูกชนะใจตัวเองในการทำความดีนั้นแล้ว พี่ถือว่านั่นคือสิ่งสมบูรณ์ในความเป็นแม่แล้ว เราหมดห่วงแล้ว เพราะลูกมีต้นทุนของความดี

จริงๆ คนที่จะภูมิใจในตัวเองมากๆ ก็คือลูก?

เพลง : เพลงพูดเสมอว่ามีทุกวันนี้ได้เพราะคุณแม่ คุณแม่เป็นแบบอย่างให้กับเพลงด้วยการที่คุณแม่เป็นลูกกตัญญูด้วยเช่นกัน เพลงรู้สึกว่าทุกสิ่ง ทุกอย่าง มันเกิดจากที่เพลงได้เห็นคุณแม่ ว่าคุณแม่ปฏิบัติ และทำยังไง ไม่ได้ถูกสอนอย่างเดียว แต่คุณแม่เป็นตัวอย่างให้กับเพลง ดังนั้นทุกสิ่ง ทุกอย่างในวันนี้กลับไปหาคุณแม่กับคุณยาย

ทราบมาว่าตอนนี้ไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ?

ตู่ : ใช่

เพราะอะไรทำไมถึงตัดสินใจยุติบทบาททางด้านการเมือง ?

ตู่ : ทำงานด้านนี้มันมีเทอม เทอมของพี่คือ 4 ปี ก็หมดเทอมพอดี เราเลยกลับมาทำหน้าที่ตรงนี้ งานร้องเพลงเป็นอะไรที่เราทำมาตลอดชีวิตอยู่แล้ว แต่การทำงานตรงนั้นมันก็มีความสุข ทำงานเต็มที่ในช่วงที่ทำงานตรงนั้นเช่นกัน

อันนี้คือครบเทอม ?

ตู่ : ก็ครบเทอม หมดวาระของเราแล้ว 4 ปี ทำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย

มีเหตุการณ์แปลกๆ หรือเหตุการณ์ตลกที่สามารถแชร์ได้ มีไหม?

ตู่ : ทักผิด ทักถูก สลับตำแหน่งให้ด้วย ก็เป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านไป แต่ก็ให้อภัย ทุกคนน่ารักกับเรา

ตอนนี้กลับมารับคอนเสิร์ต  หรือรับงานในวงการหรือยัง?

ตู่ : หลายคนยังไม่ทราบ อยู่แล้ว กลับมาแล้ว

มี๋บอกว่าจะกลับมาร้องเพลง แต่น้องเพลงทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้า?

เพลง : เป็นเสื้อผ้ารักษ์โลก ตอนที่เริ่มต้นทำธุรกิจนี้ อยากทำอะไรที่มันสะท้อนความเป็นตัวเอง คือเราอยากจะทำอะไรให้กับสังคม หนีไม่พ้นในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพลงตระหนักถึงปัญหาของสิ่งแวดล้อมมากๆ ก็เลยเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่คิดว่าตัวเองทำได้ เริ่มทำเสื้อผ้าที่ใช้วัตถุดิบที่ทำได้ในประเทศไทย เส้นใยธรรมชาติ ที่ไม่ใช้สารเคมีเลย เอาเสื้อผ้าเก่าฉีกเส้นใยแล้วทอขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องฟอกย้อม คือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดขยะที่จะไปอยู่ในกองขยะอีกที

อีกอันคือธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ ?

เพลง : มันเกิดจากความคิดถึงพ่อเอ๋ เป็นการดูแลรถแบบครบวงจร ตั้งแต่ขายไปจนถึงเซอร์วิส ทุกวันนี้จะเซ็นเตอร์ใหม่ คือจะทำเป็น car Hotel เพลงรู้ว่าพ่อรักรถแบบไหน ดูแลรถยังไง รู้สึกว่าทำยังไงดีคิดถึงพ่อมาก ก็เลยเอาคุณพ่อมาเป็นแรงบันดาลใจ แล้วทำธุรกิจนี้ขึ้นมา

แล้วงานในวงการบันเทิงล่ะ นี่มี๊เค้ากลับมารันวงการแล้วนะ?

เพลง : ละครเรื่องสุดท้ายคือเล่นกับ พี่พุฒ ประมาณ 7 ปีที่แล้ว จริงๆ คิดถึงงานวงการบันเทิง ไม่ได้ปิดโอกาสตัวเอง ถ้ามีมีบทบาทที่เหมาะสม ก็มีแต่ความคิดถึง ยิ่งละครเวทีเป็นสิ่งที่ฝังลึกมากๆ ถ้าพูดก็คือรักที่สุด

ถ้าพูดถึงการร้องเพลง  ถ้าต้องร้องเพลงกับคุณแม่น้องเพลงคือเครียดมาก?

เพลง : ทำตัวไม่ถูก ด้วยความเป็นละครเวที เราหายใจเป็นตัวละคร เมื่อเราสวมบทเป็นตัวละครนั้น เราแทบละลายพฤติกรรมของตัวเอง แต่ถ้าเราไปร้องเพลง เราเป็นเพลงลูกแม่ตู่ มันจะมีความเกร็ง แต่ถ้าเป็นละครเวทีมันไม่ต้องคิด เพราะมันไม่ใช่เรา มันแค่นั้นเลย

ตู่ : อยากเห็นลูกอยู่บนเวที ร้องเพลงบ้าง ลูกทำให้แม่หน่อย

เห็นแบบนี้เคยตีลูกตั้งหนึ่งครั้ง  ตีเรื่องอะไร?

ตู่ : พูดจาไม่สมควรจะพูด

เพลง : สมัยก่อนตอนประถม มันยังไม่มีบัตร เค้าใช้เป็นชิป แล้วเพลงทำชิปที่มีมูลค่าเยอะหาย ก็เลยเอาสองคำนั้นมารวมกัน ก็เลยกลายเป็น ชิป หาย มันคือหายไป คือแม่ชิปมันหายไป แต่เราพูดว่า ชิป หาย โดนเลย ซึ่งเพลงไม่เคยโดนแม่ตี 

เหตุการณ์นี้จบยังไง ?

ตู่ : กอด ซึ่งเขาไม่เคยโดนตี ก็บอกเค้าว่าซอรี่ลูก

ความสะอาดของพี่ตู่เกือบทำให้เสียชีวิต  เพราะไปดื่มน้ำยารีดผ้า?

ตู่ : ชอบตรวจความสะอาดตอนดึกๆ ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่คนสงบนิ่งและนอนกันหมดแล้ว วันนั้นเลยไปเปิดดูชั้นวางของ ที่มันเก็บของต่างๆ ซึ่งมันจะมีขวดที่พี่ทานน้ำมองเฟอร์ ซึ่งชั้นตรงนั้นเค้าก็จะชอบวางน้ำ ซึ่งเราก็คิดว่าทำไมทานแล้วไม่เก็บเข้าที่ เราก็เอาออกมาจะทิ้งโมโห แต่แม่บ้านหลับไปแล้ว ก็เลยเอาไปวางไว้ที่อ่างล้างจาน แล้วมานั่งดูข่าว ก็หยิบมาเพราะลืมไปแล้วว่าจะทิ้ง ก็กินเข้าไปมันกินไปแล้วรู้เลยว่ารสมันไม่ใช่ สิ่งแรกเลยคือวิ่งไปที่ห้องน้องเพลง

เพลง : คือไม่มาเคาะประตูเสร็จแล้วทำหน้าแบบเหมือนคนทำอะไรผิด แล้วบอกว่าแม่ดื่มน้ำยารีดผ้า แล้วถือขวดขึ้นมา อารมณ์แบบไม่กล้าบอก เพลงก็เลยถามว่าแล้วแม่ไปทำอะไรในตู้ในเวลานั้น

น้องเพลงบอกเสมอว่าคุณแม่คุยได้ทุกเรื่อง  ไม่มีความลับกันเลย?

เพลง : เป็นความโชคดีของเพลง ที่เพลงมีคุณแม่ที่สามารถคุยกันได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องสุข เรื่องทุกข์ และทุกอย่างที่ปรึกษา คือเป็นผู้ฟัง เพลงจะพูดกับคุณแม่เลย วันนี้เพลงมาเล่าให้แม่ฟัง เพลงไม่ได้อยากได้คำแนะนำอะไร เพลงอยากให้แม่ฟังความรู้สึก หรือบางวันเราอยากจะขอคำแนะนำ เพลงมีตรงนี้ ที่เป็นที่สบายใจ คุยกับคุณแม่ได้ทุกเรื่อง โดยที่คุณแม่จะไม่ตัดสินเรา ว่าอันนี้ได้ อันนี้ไม่ได้ คือสามารถให้เราได้คิดและปรึกษาคุณแม่ได้

ส่วนใหญ่คนจะชอบคิดลูกสาวชอบคุยกับคุณแม่ แต่จริงๆ น้องเพลงก็คุย ปรึกษากับคุณพ่อ?

เพลง : มันเป็นการคุยปรึกษาในทุกเรื่อง ที่คิดว่าคุณพ่อน่าจะให้ข้อคิดในเรื่องเหล่านั้นกับเราได้

มันต่างกันไหมเวลาเราไปปรึกษา ?

เพลง : คุณพ่อจะสั้นกว่า แต่คุณแม่จะปล่อยต่อได้เป็นชั่วโมง แต่ว่าก็ปรึกษาได้

ลูกสาวสวยขนาดนี้ ห่วงลูกขนาดไหน?

ตู่ : เพลง 15 เอ๋ ไม่อยากให้ลูกแต่งงาน พอ 18 แม่ เพลงมัน 18 แล้ว พอ 19-20 เอ๋ไม่ให้ลูกแต่งงานนะ ซีเรียส  เอ้าาา..ห้ามได้ยังไงอะพ่อ

หวงแบบไหน มีคนมาจีบได้ไหม?

เพลง : ประเภทที่ว่าบอกลูกไม่ต้องแต่งงาน เดี๋ยวพ่อเลี้ยงเอง

พ่อเอ๋ หลับไป 2 ปีกว่า สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง?

ตู่ : ยังคิดถึง คิดถึงมากขึ้น มากขึ้น มากๆ ตอนนั้นมันช็อค ตอนนั้นเรายังไม่รู้คำตอบว่าคุณพ่อหลับไปแล้ว นั่งเครื่องบินไปหาที่บุรีรัมย์

เพลง : มันเป็นความรู้สึกตอนที่เพลงได้รับสายโทรศัพท์ บอกว่าคุณพ่อ ฮีทสโตรก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแล้ว อันนั้นคือข้อมูลที่เพลงได้รับ เพลงก็คิดในหัวว่าก็แค่เป็นลม เราไม่ได้คิดว่ามันร้ายแรงถึงขนาดนั้น แล้วเพลงก็เลยโทรกลับไปใหม่ คือยังไงนะ แต่ในขณะเดียวกัน เพลงเพิ่งคุยกับคุณพ่อ ประมาณ 20 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ก็พ่อเพิ่งพิมพ์มาเมื่อกี้แล้วจะบอกว่าตอนนี้ปั๊มหัวใจคุณพ่ออยู่ แปลว่าอะไร  ไทม์ไลน์มันแบบเพิ่งชั่วโมงที่แล้วพ่อเพิ่งพิมพ์มา เพลงเพิ่งพิมพ์ตอบคุณพ่อ แล้วมันคืออะไร

เราย้อนเหตุการณ์นี้ให้ฟังหน่อย?

เพลง : พ่อไปซ้อมขับรถ ในวันที่คุณพ่ออยากไปขับรถเล่นในสนาม เพราะอีก 1-2 อาทิตย์จะมีการแข่งขัน ในวันนั้นคุณพ่อพูดกับทีมว่า จะไปขับรถแป๊บเดียว ไม่ต้องใส่คลูสูท คือชุดที่ใส่ข้างในชุดแข่งรถ ที่จะมีน้ำวิ่ง เพื่อระบายความร้อนในร่างกาย คุณพ่อบอกผมลง 2-3 รอบเอง เพื่อไปเทสต์รถที่จูนเครื่องมา เดี๋ยวผมก็ออกมาแล้ว เพลงว่าอุณหภูมิที่คุณพ่ออยู่มันคงจะร้อนมากๆ คุณพ่อไม่ได้สลบในรถ แต่คุณพ่อบอกผมเริ่มมองไม่เห็น ผมรู้สึกไม่ค่อยโอเคแล้ว คุณพ่อถึงออกมาจากรถแล้วเดินออกไปห้องพัก แล้วจะไปโรงพยาบาลด้วยซ้ำ แต่ช่วงที่กำลังจะไปมันหมดสติ

แล้วพอได้รับโทรศัพท์เราทำยังไง?

เพลง : เพลงโชคดีคุณพ่อหนู เป๊กเอง บินพาเพลงไปเลย การเดินทางครั้งนั้นต่อให้เราไปเร็วที่สุด เพราะคุณพ่อหนูขับเครื่องบินไปให้เพลงเองเลย เพื่อไปหาพ่อเอ๋ให้เร็วที่สุด แต่การเดินทางครั้งนั้นเป็นการเดินทางที่รู้สึกว่าไกลที่สุด คือทราบปุ๊บ รถมารอข้างล่างไปสนามบิน ต่อรถ ไปให้ถึงเร็วที่สุด มันเป็นการเดินทางที่ไกลที่สุด แล้วเพลงนั่งหลับตาตั้งแต่ออกมาจากบ้าน เพราะภาวนาตลอดทางว่ารอเพลงก่อน

คืนก่อนเกิดเหตุคุณพ่อก็ยังคุยกับน้องเพลงอยู่?

เพลง : ใช่ เช้าวันนั้นที่เพลงไปยื่นเอกสารเกี่ยวกับงาน บอกพ่อว่าเรียบร้อยแล้วนะ แล้วคุณพ่อก็พิมพ์มาบอกเพลงว่า แมสเสจสุดท้ายคือ เพลงกับคุณแม่คือความภาคภูมิใจของพ่อ นั่นคือคำสุดท้ายที่คุณพ่อพูดไว้กับเพลงกับคุณแม่ เพลงพิมพ์ตอบคุณพ่อแต่คุณพ่อไม่ได้อ่านเพราะกำลังลงไปขับรถ คือมันแป๊บเดียวก่อนคุณพ่อขับรถจริงๆ ทุกครั้งที่เพลงท้อ เพลงก็จะย้อนกลับไปดูคำพูดสุดท้ายของพ่อ วันนี้เราเดินไปโดยไม่มีคุณพ่อ เค้ามองจากฟ้า เค้าก็ต้องภูมิใจ

วันที่ไปเจอคุณพ่อเราพูดอะไรกับคุณพ่อบ้าง?

เพลง : เพลงพูดกับคุณพ่อว่า ไม่ต้องรีบ ถ้าร่างกายพอไหว พ่อค่อยๆ กลับมา เพราะมอนิเตอร์มันยังมีชีพจรที่มันยังขึ้น-ลง เราก็แค่เพ่งอยู่กับมอนิเตอร์นั้นรอปาฏิหาริย์ ตอนนั้นเพลงเชื่อใน energy และพลังงาน ขอแค่ได้พูดกับพ่อ แต่ถ้าพ่อไม่กลับมา แล้วเราได้มีเวลาช่วงสุดท้าย มีช่วงที่เราต้องถอดเครื่องปั๊มออก มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุด เราต้องเป็นคนเซ็นว่าเราจะปล่อยเครื่องนั้น มันต้องเป็นเพลง เพราะเพลงเป็นลูก ได้แต่พูดกับพ่อว่า พ่อไม่ต้องห่วง พี่จะทำทุกอย่างที่พ่อทำให้ดีที่สุดเท่าที่เพลงจะทำได้ แล้วเพลงก็เอามือพ่อไว้ที่ศีรษะ เหมือนพ่อจะให้สติปัญญา และพ่อจะอยู่กับเพลงตรงนี้ นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เพลงพูดกับคุณพ่อ

วันที่รับคุณพ่อมากรุงเทพฯ น้องเพลงบอกว่าเข้าใจคำว่าช็อกจนมือไม้สั่น?

เพลง : วันนั้นหลังจากกลับจากโรงพยาบาล เพลงตัวสั่น มันไม่ได้หนาวแต่ทำไมเป็นแบบนี้ มันสั่นมันเหมือนตกใจสุดขีด เพิ่งเข้าใจคำว่าช็อก กรามก็คือเกร็ง เพลงไม่รู้ว่าเพลงเป็นอะไร ตื่นมาตอนเช้าก็สั่น จนพาคุณพ่อกลับบ้าน

พี่ตู่เป็นยังไงบ้างตอนนั้น?

ตู่ : จำวันนั้นได้เลย เพลงก็ประคองแม่ ต่างคนต่างประคองกัน

คุณพ่อจากไป 2 ปี 5 เดือนแล้ว ทางครอบครัวตัดสินใจเก็บร่างของพ่อเอ๋ยังนอนหลับอยู่ที่บ้าน?

เพลง : อันนี้เป็นความเชื่อ ใช้วิจารณญาณของแต่ละท่าน มันเป็นแค่ความเชื่อสำหรับเพลง อย่างที่เพลงบอกว่าคุณพ่อคือแหล่งรวมความรักและทุกอย่างของเราในบ้าน ณ วันนี้ เพลงเชื่อว่าถ้าคุณพ่อเป็นดวงจิต ถ้าคุณคุณพ่อจะไปคุณพ่อไปได้ทุกที่ หรือแม้แต่จะไปอยู่ในภพภูมิที่ดีขึ้น หรือจะไปเกิดใหม่ ร่างที่นอนอยู่ เป็นร่างให้หัวใจของเพลงตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าในวันนี้เรายังดูแลร่างของคุณพ่อได้ อย่างที่บอกบางทีการดูแลร่าง ก็ต้องนอนอยู่ในอุณหภูมิที่ควบคุม ไม่เช่นนั้นร่างกายก็จะสลายตามสภาพ หลายท่านอาจจะดูแลไม่ได้เพราะไม่มีเวลา และไม่มีคนที่จะช่วยดูแลตรงนั้น แต่เพลงทำได้ ครอบครัวของเราดูแลคุณพ่อได้ แล้วมันไม่ได้ยากเกินไปสำหรับเรา ถ้าเพลงท้อในวันนี้ เพลงก็ยังอยากได้พลังจากคุณพ่อ ว่าเพลงควรตัดสินใจยังไง เพลงควรเดินหน้ายังไงต่อ เป็นกำลังใจให้กับเพลงเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่ายึดติด ไม่ปล่อยคุณพ่อไปนะคะ แค่อยากจะขอเวลาสักนิดนึง เราก็มีกันอยู่แค่นี้ ถ้าสิ่งนี้มันทำให้เรามีพลังกาย พลังใจ ให้เรามาชาร์จแบตได้ มีพลังในการเดินต่อ มันไม่มีผิด ไม่มีถูก ที่จะให้คนที่เรารักยังอยู่ตรงนี้ พร้อมเมื่อไหร่ วันไหน ที่มันถึงวาระและเวลา เพลงเชื่อว่าการตัดสินใจนั้นจะเกิดขึ้นเอง เรายึดติดกับอะไรตลอดไปไม่ได้หรอก แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดสำหรับเราไม่ใช่วันนี้

ความเชื่อของคนไทยถ้าไม่ฌาปนกิจวิญญาณก็จะไม่ไปในที่ที่ควรจะไป พี่ตู่บอกว่ายังไง?

ตู่ : เช่นเดียวกันค่ะ เอาที่ความรู้สึกของเรา มันไม่ใช่คิดถึงอย่างเดียวนะ เป็นความเชื่อมั่นของเรา เป็นความรักที่มันรวมกันตรงนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเราในตอนนี้ไม่ใช่หรอ มีกำลังใจตรงนี้คอยซัพพอร์ต เราเคยถามเกจิอาจารย์เหมือนกัน ท่านบอกไม่เป็นไรเลยโยม น้องชายของอาตมาเอง เก็บไว้ 12 ปีแล้ว โยมแม่ไม่พร้อม

เพลง : เวลาทุกคนคิดถึงมากๆ เพื่อนๆ ก็จะโทรมา ขอเข้าไปหาคุณพ่อ ไปนั่งเล่าเรื่องวันวาน กลายเป็นเพื่อนคุณพ่อมาคุยกับเราว่าตอนเด็กๆ ว่าคุณพ่อแสบยังไง มันเป็นความทรงจำ เพลงบอกว่าเรามีสิทธิ์ที่จะนึกยิ้ม นึกเสียใจ ร้องไห้และหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เห็นต้องรีบทำใจ ค่อยๆ ทำใจยอมรับกับสิ่งนี้ว่ามันไม่มีอีกแล้ว 

พี่ตู่มีอะไรอยากจะบอกพี่เอ๋ไหม?

ตู่ : ขอบคุณที่รักแม่ตู่ มากกว่าคำว่าเพื่อนยูเป็นทุกอย่างให้พี่ตู่จริงๆ แล้วก็ขอบคุณที่รักลูกสาวคนนี้ ทำหน้าที่พ่อได้สมบูรณ์แล้ว

น้องเพลงมีอะไรอยากจะบอกคุณพ่อ?

เพลง : เพลงรักคุณพ่อมาก เพลงจะพูดกับคุณแม่เสมอว่าพ่อเอ๋ไม่ได้ไปไหน เพราะว่าหัวใจที่เต้นอยู่ตรงนี้ ก็คือหัวใจของพ่อเอ๋เหมือนกัน ครึ่งหนึ่งของเพลงก็คือคุณพ่อ ถ้าคิดถึงพ่อก็กอดเพลงแล้วกัน เพลงจะบอกพ่อว่า ถึงแม้พ่อจะหลับไป แต่พ่อก็อยู่ใกล้ชิดเพลง ไม่ว่าเพลงจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร พ่อก็จะอยู่กับเพลงเสมอ ทุกที่

น้องเป็นห่วงคุณแม่มาก เพราะเฉียดความเป็นความตาย มาถึง 3 ครั้ง?

ตู่ : ตอนนั้นทำงานเยอะ เราก็คิดว่าเป็นลำไส้ พอไปตรวจก็ไม่มีอะไร ปรากฏว่าเป็นเนื้องอก ต้องผ่าตัดเอาออก วันที่ 10 ธันวาคม แล้วมีงานวันที่ 24 25 ธันวาคม ก็ถามคุณหมอว่า ถ้าผ่าตัดโอเคไหม คุณหมอบอกว่าสบายมาก ร้องเพลงได้ อยู่โรงบาลประมาณสามวัน  แล้วก็มีงานปีใหม่ ขอจอกกิ้ง พี่ก็จอกกิ้งวันนั้นต้องสแตนด์บายตอนสี่ทุ่ม เพราะเที่ยงคืนต้องเค้าดาว มันดันมาหมดเลย แผลปริ เลือดไหลออกมาหมดเลย ก็เปิดห้องโรงพยาบาลที่นั่น หมอบอกว่าคงไม่ต้องวางยาสลบ เพราะมันคงไม่ทันกับเวลาที่พี่ตู่ไปร้องเพลง

หมายความว่าจะทำแผลแล้วกลับไปร้องเพลง?

ตู่ : ใช่ วันนั้นก็ไปร้องเพลงแต่มีหมออยู่หลังเวที 

เสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต?

ตู่ : มันเป็นรอบกาล่าของละครเวที คือนักแสดงที่เล่นด้วยกันชนที่หน้า เราได้ยินเสียงก๊อก แล้วมันชาทั้งตัว ขามันเดินไม่ได้ แต่อีก 5 นาทีซีนนี้จะจบ ก็บอกตัวละครที่อยู่ข้างๆ ว่าเอาไปหน้าเวทีที

เพลง : เพลงเห็นทุกอย่างเพราะเพลงนั่งอยู่แถว 4 ทุกวันนี้ยังจำได้ แล้วเพลงก็หันไปสะกิดพี่ชายว่า แม่โดนชน ตู่ : ก็เข้าโรงพยาบาล มันคือกระดูกคอร้าวแล้วไปทับเส้นประสาท วันนั้นมันยังไม่เป็นอะไร พอไปได้ หมอกายภาพทุกวัน ละครเวทีมันมี 50 กว่ารอบ พี่เล่นไป 41 รอบ เล่นเสร็จไปนอนโรงพยาบาล พี่บอยมาขอที่โรงพยาบาล ขอให้หยุดเถอะ หมอบอกว่าพี่โชคดีมากนะที่ไม่เป็นอัมพฤกษ์

ผ่าตัดเรียบร้อยส่งผลถึงการใช้ชีวิตในวันนี้ไหม?

ตู่ : มันจะมีเหล็กอยู่ด้านหน้ากระเดือก ช่วงนั้นที่เราต้องกลับไปทำงานร้องเพลง เราต้องทำความเข้าใจกับร่างกายว่าฉันแหงนคอสูงไม่ได้ แล้วก้มเวลาที่คนอยากจะมอบของให้เรา เราก้มไม่ได้นะ สระผมในร้านทำผมไม่ได้ ต้องนั่งสระผมอย่างเดียว เพราะมันยังไม่ประสานกัน ต้องใช้เวลาสามปี แต่ล้มอีกไม่ได้แล้ว ครั้งที่3 ไม่มีถุงน้ำดี ก็ไปร้องเพลง ทำไมท้องอืด พอไปหาหมอ หมอบอกไม่น่ามีอะไร ลองเช็คอีกทีเพราะมันปวดมาก ปวดจนตัวเขียว คือปวดมาเป็นปีแต่ไม่รู้ ค่อยๆ ท้องอืด เป็นแล้วกินยาหาย จนวันนั้นมันซีเรียส การปวดตรงนั้นมันทำให้เราเสียชีวิตได้ มันช็อคไปเลย อันนั้นนับหนึ่งถึงสามยังไม่ได้เลย เวลาคุณจะไปเป็นอย่างนี้นี่เอง

พี่ตู่อยากจะบอกอะไรน้องเพลง?

ตู่ : อยากบอกลูกว่าแม่ขอนอนกับลูกบ้างได้ไหม บางทีอยากนอนซุกเค้าบ้าง แต่ลูกก็ต้องมีความเป็นส่วนตัวของลูก เค้าน่ารักแต่แม่ไม่กล้ากวนใจลูกเท่านั้นเอง ลูกงานเยอะ

ลูกบอกคุณแม่บ้าง?

เพลง : เพลงบอกรักทุกวันอยู่แล้ว เพลงอยากให้หม่ามี้รักคนอื่นแล้วรักตัวเองด้วย แม่รักเพลงรักคุณยายมาก แต่แม่อยากลืมดูแลตัวเอง แม่เอาพวกเราขึ้นหน้าเสมอ แม่ห่วงคุณยาย ห่วงเพลง แต่แม่ลืมห่วงตัวเอง ลืมดูแลร่างกายตัวเอง หัวใจตัวเอง เราอยู่เพื่อซัพพอร์ตกันและกัน แม่ก็ต้องรักตัวเองด้วยถ้าแม่รักเพลงกับยาย

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ฮอตฉ่า! ‘แยม มทิรา’เสิร์ฟลุคเซ็กซี่โชว์หุ่นเป๊ะริมทะเล

ฮอตฉ่า! 'แยม มทิรา'เสิร์ฟลุคเซ็กซี่โชว์หุ่นเป๊ะริมทะเล

ฮอตฉ่า! ‘แยม มทิรา’เสิร์ฟลุคเซ็กซี่โชว์หุ่นเป๊ะริมทะเล

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.29 น.

ไอจีไฟลุกเลยทีเดียว เมื่อล่าสุดนักแสดงสาวสวย “แยม มทิรา ตันตกาญจน์” ได้เผยความสดใสปนเซ็กซี่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว กับลุคในชุดว่ายน้ำ พร้อมแคปชั่นเก๋ๆ ว่า “Boat day & blue skies” ท่ามกลางบรรยากาศชิลริมทะเล อวดรูปร่างที่ทั้ง เฟิร์มกระชับ หน้าท้องแบนราบ และผิวขาวเนียนใส ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนๆ ในวงการแห่กดไลก์กันรัวๆ พร้อมคอมเมนต์ชมความสวยฉ่ำกันอย่างล้นหลาม

‘หยาดทิพย์’ตอบชัด! ชาวเน็ตตั้งคำถาม หลังสามีโผล่ถือเค้กในวันเกิดลูกสาว

'หยาดทิพย์'ตอบชัด! ชาวเน็ตตั้งคำถาม หลังสามีโผล่ถือเค้กในวันเกิดลูกสาว

‘หยาดทิพย์’ตอบชัด! ชาวเน็ตตั้งคำถาม หลังสามีโผล่ถือเค้กในวันเกิดลูกสาว

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.11 น.

7 กันยายน 2568 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอีกครั้งในโลกออนไลน์ หลังจากนักแสดงสาว “หยาดทิพย์ ราชปาล” ได้โพสต์คลิปวิดีโอบรรยากาศอบอุ่นฉลองวันเกิดลูกสาวสุดน่ารัก โดยมีสามี “เมฆ รามา” ร่วมปรากฏตัวในคลิปด้วย สร้างความแปลกใจให้กับหลายคน เนื่องจากก่อนหน้านี้ เมฆ เคยตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อปี 2566 จากกรณีเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้าน หลังสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดี Forex-3D และเว็บพนันออนไลน์ จนทำให้ต้องห่างจากครอบครัวในช่วงเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในคลิปวันเกิดดังกล่าว เมฆ รามา ได้ยกเค้กก้อนโตมาเซอร์ไพรส์ลูกสาว ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นแบบพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก ซึ่งชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยต่างแสดงความสงสัย

และคอมเมนต์ถามนักแสดงสาวว่า “สามีเขาออกมาจากคุกแล้วเหรอคะ?” โดย หยาดทิพย์ ได้ตอบกลับว่า “ศาลตัดสินยกฟ้องค่ะ และได้กลับมาอยู่กับครอบครัวแล้ว”

ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความยินดีอย่างล้นหลาม

‘ป้าตือ’ เปิดใจยุคนี้พูดตรงได้ อดีตถูกมองว่าแรงสู่ไอดอลที่เด็กๆ รุมรัก!

‘ป้าตือ’ เปิดใจยุคนี้พูดตรงได้ อดีตถูกมองว่าแรงสู่ไอดอลที่เด็กๆ รุมรัก!

‘ป้าตือ’ เปิดใจยุคนี้พูดตรงได้ อดีตถูกมองว่าแรงสู่ไอดอลที่เด็กๆ รุมรัก!

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 07.00 น.

เผยเบื้องหลังการกลายพันธุ์ทางพลังงาน ป้าตือ สมบัษร  ไอดอลแห่งโลกออนไลน์ในวัย 63 ผู้อยู่ทุกยุค! ที่ยังสนุกกับการทำงานและการใช้ชีวิต เล่าปรับตัวเข้าใจความแตกต่างระหว่างวัย อดีตเคยถูกมองว่าแรง สู่ความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ทำให้การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาเป็นที่ยอมรับมากขึ้น เปิดวิชาอยู่ร่วมกับทุกเจนตั้งแต่ Baby Boomer ยัน Gen Z ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และกลุ่มเพื่อนเพื่อสร้างความสุขและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มได้อย่างกลมกลืน

คนอาจจะยังสงสัยว่า ป้าตือ อายุเท่าไหร่แล้ว ?

ป้าตือ : 63 สำหรับฉันคือไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอายุ 63 นี่พูดจริง ๆ นะ ถ้าคนไม่ถามเรื่องอายุ ก็จะไม่ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเลข 63 ลอยเข้ามา

พลังงานในการเปลี่ยนไป จากที่คนไม่กล้าเข้าหาคนกลัว กลายเป็นว่าคนเข้าหาเยอะมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ เกิดอะไรขึ้นในตัวป้า ?

ป้าตือ : เด็กไม่น่าจะกลัว เด็กคงจะเกรงกลัวด้วย คือถ้าเราไม่ได้พูด จะเป็นคนที่ดูนิ่งที่สุด คิดว่าด้วยภาพรวมและความแบบนิ่ง ๆ บางทีภาษากายของเรามันเคลื่อนไหวน้อย ถ้าเวลาอยู่นิ่ง ๆ ภาษากายมันจะไม่พูดอะไรเลย แล้วคนจะจับทางไม่ถูก ประกอบกับการใส่แว่นดำ ประกอบกับการที่เราคิดอะไรอยู่ในหัว มันก็เลยจะไม่ได้แบบว่าโฟกัสกับสิ่งรอบข้าง เป็นไปได้ว่าคนรอบข้างจะรู้สึกว่าคนนี้อย่าไปยุ่งกับมันนะ อาจจะเจออะไรบางอย่างในตัวที่อาจจะตู๊ม! ขึ้นมาได้ แต่จริง ๆ ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ สมองฉันนี่โล่งหมดเลย

เรื่องของการ Connect กับคน เห็นตัวเองว่าต้องปรับอะไรด้วยไหม ?

ป้าตือ : จริง ๆ เป็นคน Connect กับคนตั้งแต่วัยเด็กแล้วนะ แต่ว่าการ Connect ของเรา มันอาจจะเป็นในเวลาที่ไม่ถูกต้อง คือเป็นคนพูดตรง เป็นคนพูดจริง เป็นคนไม่โกหกคน ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มนุษย์จะไม่สามารถที่จะฟังเรื่องที่เป็นความจริงได้ แต่มันไม่เหมือนยุคนี้ ยุคนี้มันเป็นยุคที่มนุษย์สามารถฟังความจริงได้หมดทุกอย่าง และก็ดีเบตกันได้ มันก็เลยทำให้คนเรามันลดการมีแก๊ปเกิดขึ้น สมัยก่อนเป็นคนพูดตรง พูดชัด พูดสิ่งที่ต้องการตรงประเด็น เร็ว กระชับ ไม่มีเวลารอ แล้วคนก็อาจจะรู้สึกว่า คนนี้ Aggressive แต่ว่าจริง ๆ แล้วก็คือว่าไม่ ฉันพูดความจริง ความต้องการฉันแค่นี้เอง แต่เธอดันไม่เข้าใจสิ่งที่ฉันสื่อสารกับเธอ

แล้วทำไมเอเนอร์จี้ที่ตรง กระชับ ในอดีตทำไมสังคมรับเราไม่ได้ แล้ววันนี้กลับกลายเป็นว่ามันเป็นเรื่องรับได้มากขึ้น เพราะอะไร ?

ป้าตือ : มันมีคนประเภทนี้เยอะขึ้นในโลกใบนี้ที่พูดชัด พูดตรงประเด็น และพูดซ้ำ ๆ ซิกมันด์ ฟรอยด์ บอกว่า 16 ครั้ง ครั้งที่ 17 ของขมจะกลายเป็นของหวาน เพราะฉะนั้นจะมีคนประเภทนี้เกิน 16 คนในโลกใบนี้ ฉันเชื่อในทฤษฎี ซิกมันด์ ฟรอยด์ แล้วเป็นอย่างนั้นกับเราด้วยนะ เราก็มา Adapt ด้วยนะ สิ่งที่เราพูดบางทีเราอาจจะพูดชัด ตรง เสียงดัง เพราะเราหูตึง แต่จริง ๆ แล้ว เราเรียนรู้อย่างหนึ่งว่าคนบางคนถ้าเค้าเป็นคนประเภทนี้ เราจะต้องมีวิธีการพูดชัดตรงแบบนี้กับเขา คือต้อง Tailor-Made ในการพูดใหม่

งั้นสมัยก่อนก็เปิดกว้างเลยเป็นลำโพง คือกระจายเลยไม่ได้ Tailor-Made ?

ป้าตือ : มันพูดผ่านไมค์เลย ใครจะคอนโทรลไมค์กับลำโพงได้สมัยก่อน แต่สมัยนี้คือมันอาจจะมีเรื่องของการที่เราอยู่ร่วมกันกับคนหลาย ๆ ประเภท คือตอนนี้เพื่อนเรา ไม่ได้เป็นเลเวลเดียวกันตลอด เพื่อนเรามีทั้งแบบอายุมาก อายุน้อยไปจนเด็ก แบบว่าอายุ 20 อายุ 10 กว่าก็มี มันก็จะต้องมีการที่เราจะต้องอยู่กับเขา ภาษาที่ใช้ หรือวิธีการใช้ชีวิตร่วมกัน มันคือต้อง Tailor-Made แต่ละกลุ่มให้ต่างกันจริง ๆ นะ แต่ก็ไม่ได้ Fake ก็คือเป็นใน Way ที่เราเป็น ถ้าเกิดว่าเราไปอยู่กับกลุ่มนี้ๆ แล้วเราเหมือนกันหมด เราจะไม่มีเพื่อน อันนี้คือสิ่งที่เรียนรู้

แล้วเวลา Tailor-Made จาก Gen Baby Boomer ไป Gen Z, Gen X, Gen Y , Alpha สื่อสารยังไงแต่ละกลุ่ม มีวิธีที่ต่างกันยังไง ?

ป้าตือ : คือสมมุติว่าเพื่อนที่เป็นกลุ่มแบบ Baby Boomer กลุ่มเพื่อนเรา จะรู้ทันทีว่าสิ่งหนึ่งที่เราจะอยู่กับเขา จะไม่พูดเรื่องความแก่ จะไม่พูดในเรื่องดราม่าของชีวิตเขา จะพูดในเรื่องของสุขรายวันกันเถอะ ความสุขที่เหลือ มีความสุขไปวัน ๆ สุขรายวัน ทำความดีวันละ 1 ข้อ แล้วก็จะพูดอย่างงี้ แล้วก็ Enjoy กิน เที่ยว ใช้ชีวิตด้วยกัน แล้วก็พูดเรื่องที่มันเป็นอดีตที่มันตลก จะไม่พูดเรื่องอดีตที่มันเป็น Trauma และก็จะบอกว่ามันมีสิ่งใหม่นี้เกิดขึ้นมาแชร์กัน จะไม่มีการพูดเรื่องที่มัน Toxic ไม่มา Gossip อะไรแบบนี้ เราจะสร้าง Environment กับเพื่อนเรากลุ่มนี้ เพราะกลุ่มนี้ 60 กว่าทั้งนั้น และจะไม่พูดเรื่องการตาย เรารู้อยู่แล้วว่าอุโมงค์สุดปลายทางเดินไปตรงไหน แต่เราเก็บเกี่ยวความสุขระหว่างทางไป สำหรับตือนะเพื่อนกลุ่มนี้เรื่องการเจ็บป่วยของพ่อแม่เขา การเจ็บป่วยของคนในครอบครัวเขา หรือเรื่องเกี่ยวกับ Finance ของครอบครัวเขา เราเลือกที่จะไม่คุย เพราะว่าถ้าเขาจะคุยส่วนตัว แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มจะไม่คุย เพราะว่าเราถือว่าเรื่องอย่างงี้บางทีมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะต้องมานั่งแชร์ให้หมดเลย มันควรจะเป็นเรื่องที่เรารับฟังแล้วก็ไม่ได้มี Solution ให้เค้านะ แต่จะบอกว่าเธอคิดว่าอยากทำยังไง ฉันเชื่อในการตัดสินใจของเธอ มันคือการให้พลัง ให้กำลังใจกับเพื่อนกลุ่มนี้

กลุ่ม Generation X

ป้าตือ : กลุ่ม X สำหรับตือ กลุ่มนี้สิ่งที่ตือคุยกับเขา คิดว่าเขาเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะแข็งแรง และก็มีตัวตนแล้ว มีความเป็นอยู่ที่ดี สถานะการเงินทุกอย่างแข็งแรงหมดแล้ว สิ่งที่ตือคุยกับเขาจะไม่คุยเรื่องพวกนี้เลย จะคุยเรื่องเกี่ยวกับว่า เธอ เราไปหาอะไรใหม่ ๆ ทำกันดีกว่า เช่น เราไปทำอะไรในสิ่งที่เราไม่เคยทำ เพราะอะไร เพราะคนพวกนี้เขา Secure อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องการการเจออะไรใหม่ ๆ อย่างล่าสุด ไปเที่ยวบาร์ข้าวสาร ทุกคนกรี๊ด คือทุกคนก็จะมีความสุขกับว่ามันมีโลกแบบนี้ด้วย แล้วทุกคนก็จะมีความสุขกับการได้ไปเที่ยว หรือว่าพาไปกินอาหารที่มันเป็นเพิง คือปกติมันก็ไป Michelin กันไปต่าง ๆ แต่เราก็บอกว่า อันนี้อร่อยมากไปกิน คือจะเน้นกิน เน้นเที่ยว เน้น Enjoy

กลุ่ม Generation Y

ป้าตือ : อันนี้สำหรับตือ เป็นกลุ่มที่คิดว่าเค้ากำลังเริ่มที่อยากจะมีความมั่นคงในชีวิต รู้สึกว่ากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่ถ้าเราทำตัวเป็นครู ทำตัวเป็นพี่มันเมื่อไหร่ มันจะไม่อยากคุยกับเราทันที เราต้องเป็นเพื่อน แล้วเราก็รู้สึกว่าการเป็นเพื่อนของมันคือ ถ้าเขาถามเราตอบ และเราจะไม่บอกว่า แกต้องอย่างงี้ ๆ อย่าไปแบบอย่าไปทำตัวเป็นแม่ เป็นพี่มัน คือพอถ้าเราไปทำตัวอย่างงี้ มันจะรำคาญเรา เพราะว่าเขาก็มีสิ่งที่กำลัง Find out กับชีวิตอยู่แล้ว แต่เพียงแต่ว่าบอกว่า แกทำอะไร โอเค เอามานี่ฉันช่วยแก อะไรอย่างงี้ เราก็จะมีวิธีการที่จะเข้าไป Support มาเดี๋ยวฉันช่วยนี่แกฉันมีคนนี้ ฉันแนะนำให้แกรู้จักคนนี้นะ ก็จะมีการเอา Connection ของคนเจนนี้มามาผสมกับเจนนี้มาเจอกัน แต่คนกลุ่มเนี้ยเขาก็จะต้องชอบเที่ยวกลางคืน ดิฉันก็จะต้องกลายเป็นแบบว่าราตรีกับพวกเขาได้ แต่ไม่ได้แบบทุกวัน ไม่ใช่ อาทิตย์หนึ่งครั้งหนึ่ง หรือสองอาทิตย์ครั้งหนึ่ง ดึกสุดได้ถึงตี 5

กลุ่ม Generation Y

ป้าตือ : เราจะไม่พยายามตัวเองที่จะเข้าไปแทรกอยู่ในตัวคนกลุ่ม Gen Z นะ จะเอาคนพวกนี้มาเป็นครูสอนหมดทุกอย่างเลย อยากรู้เรื่องอะไร ถามเค้าแล้วก็ไป Brain อยู่กับเขาแล้วก็บอกว่า เออแกมันอย่างงี้ยังไง ทำเป็นเพื่อนมันเลย แบบเพื่อนสนิทด้วยนะ และก็เรียนรู้จากสิ่งนี้และคนกลุ่มนี้เขาสอนเราเยอะมาก เขาเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น พูดในสิ่งที่เราไม่ได้พูด แต่พอเราได้คุยกับเขา เขาเป็นครู ฉันเอาเขามาเป็นครู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโซเชียล ไม่ว่าในเรื่องของการกิน การใช้ชีวิต คือคน Gen Z เค้าจะกินไม่เหมือนเรานะ เราจะกินของที่แบบว่าโตมากับการกินอาหาร 7-8 อย่างอยู่บนโต๊ะ แต่เขาจะกินกับอะไรที่มันแบบว่าเป็นคนๆ แล้วก็แบบว่า Comfort ง่าย ๆ แล้วก็แบบ Simple ไม่ต้องซับซ้อน แกจะกินอะไรก็เรื่องของแก ไปถึงปั๊บก็คือกดสั่ง แล้วก็นั่งกินบนพื้น หรือบางคนก็ไปนั่งกินตรงระเบียงแล้วก็ไปนั่งคุยกันตรงระเบียง คือมันไม่มีการมานั่งแบบคนรุ่นเรา จะแบบนั่งดูทีวี เดี๋ยมานั่งดูรีแคปนางงาม มันเป็นความอิสระมากเลย แต่ว่าอย่างหนึ่งคือที่เราก็จะไม่ถามเขาว่าแบบทำไมแกต้องอย่างงี้อย่างงั้น ทำไมคือห้ามถามเด็ดขาด กลุ่ม Gen Z ถ้าถามว่าทำไมจะรู้สึกทันทีเลยว่าเราทำตัวสงสัย เริ่มรำคาญ คือไปบ้านมันต้องเตรียมของเราไปเองเลย เขาจัดการระบบชีวิตของเขาเอง แล้วถ้าเพื่อนจะมาร่วมด้วยให้ร่วมได้นะแต่ว่าต้องเอามาแชร์กับเขาด้วย ไม่ถามตัวว่าทำไมแต่งตัวอย่างนี้คือใครจะใส่ชุดนอนมา ในขณะที่เพื่อนอีกคนหนึ่งใส่ชุดเป็น Evening Gown มาเดินลงมา ก็ไม่มีคำถาม คือมัน Mix คือใครจะทำอะไรก็ทำจริง ๆ อยากทำอะไรก็ทำแล้วเราก็ไม่ได้แคร์เพื่อน

แล้วเอเนอร์จี้ของแก๊งหิ้วหวีล่ะ เพราะว่าป้าสนิทมากเลยได้เรียนรู้อะไรจากแก๊งนี้ ?

ป้าตือ : เอเนอร์จี้เราเวลาอยู่กับเขา เรากลายเป็นแบบว่าเหมือนแบบเป็นแม่เขา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องอยู่กันแบบเพื่อน คือเขาก็เรียกเราว่าแม่ เราก็คือแม่ที่สามารถจะแบบว่าคุยทุกเรื่องกับเขาได้ กินทุกอย่างกับเขาได้ ไปไหนกับเขาได้ ลุยกับเขาได้ แต่ขณะเดียวกันเขาอยากทำอะไร เราก็แบบไปเลย Open เต็มที่สามารถจะไปอยู่ด้วยกันได้โดยที่ไม่ต้องมาบอกว่า แกวันนี้นะแม่มานะต้องจัดบ้านให้เรียบร้อย ไม่ใช่วันนี้มาเขานอนเล่นตรงโซฟาเราก็นอนเล่นตรงโซฟาคือทำทุกอย่างเหมือนเขา ขออย่างเดียวคือ ฉันขอใส่ถุงเท้าอยู่ในบ้านเพราะว่าฉันเป็นคนไม่เคยถอดรองเท้าในบ้านฉันขอแค่นี้ นอกนั้นนี่ทุกอย่างคือ Blended in หมด กินข้าวก็ไม่ต้องไปวุ่นวายว่าฉันจะต้องนั่งแล้วลูกต้องตัก ไม่ต้องไปตักเองทำเอง เราก็ต้องเรียนรู้ในการที่จะอยู่กับคน เรามีความสุขมาก ขอบคุณพวกเขาเลยนะ ขอบคุณมากที่พวกเอ็งมาเติมเต็มความสุขในเวลานี้ของฉัน พูดตรงๆ เลยนะเวลาเราเดินไปอยู่ในกลุ่มไหนไม่เคยคิดว่าจะต้องไป Lead บางทีเราไปเป็น Extra นะ เพื่อซัพพอร์ทให้เขา คิดอย่างงั้นเสมอแล้วเราก็ไม่ได้จำเป็น คือสมัยก่อนโอเคตอนเป็นเด็กเราอาจจะมี Mindset บางอย่างที่ว่า I’m not your Extra แต่ ณ วันนี้พอสังคมและโลกมันเปลี่ยนไปเร็วมากทุกอย่างมันเปลี่ยนไป เราก็ต้องกลายพันธุ์ คืออยู่ในที่ๆ เราแฮปปี้แล้วพอใจอยู่ ไม่ใช่ให้เค้าจับวางนะ เราอยู่ในที่ๆ พอใจ ถึงเวลานี้ Moment นี้คือเพื่อนในกลุ่มทุกกลุ่มมันจะมี Moment ของมัน ในช่วงเวลาที่เจอกัน Moment นี้เราต้องทำตัวเป็นอะไร Extra  ใน Moment นี้เราต้องเป็น Leader หรือ Moment นี้เราอาจจะต้องเป็นผู้ฟังเงียบอย่างเดียวแล้วก็กลายเป็นตัว 3 ตัว 4 ไปเลย คือมันขึ้นอยู่กับ Moment ของกลุ่มแต่ละกลุ่มด้วยนะ

Celebrity Gossip : 7 กันยายน 2568

Celebrity Gossip : 7 กันยายน 2568

Celebrity Gossip : 7 กันยายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

  • ดเวย์น “เดอะร็อค” จอห์นสัน นักแสดงและอดีตซูเปอร์สตาร์ WWE สุดปลื้ม หลังภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Smashing Machine เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เทศกาลภาพยนตร์เวนิส พร้อมเสียงปรบมือกึกก้องของผู้ชมทั้งโรงต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 นาที ทำเอาเดอะร็อค และ เอมิลี่ บลันต์  นักแสดงร่วม ถึงกับเช็ดน้ำตา เป็นการยกย่องผลงานการแสดงที่ทั้งคู่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทำเอาหลายสื่อบันเทิงชี้ว่า กระแสตอบรับครั้งนี้ ส่งให้เดอะร็อคกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งออสการ์ในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เสียงชื่นชมที่เวนิส ยังถูกเปรียบเทียบกับปฏิกิริยาที่ เบรนแดน เฟรเซอร์ ได้รับจาก The Whale ในปี 2022 ซึ่งนำไปสู่การคว้าออสการ์ และจุดไฟเส้นทางอาชีพของเขาอีกครั้ง The Smashing Machine เป็นภาพยนตร์ดราม่ากีฬา ผลงานกำกับและเขียนบทโดย เบนนี ซาฟดี เล่าเรื่องชีวิตจริงของ มาร์ก เคอร์ นักสู้ MMA ผู้เคยเป็นเจ้าของสารคดีฮิตทาง HBO ในชื่อเดียวกัน โดย เอมิลี่ บลันต์ รับบทเป็น “ดอว์น” แฟนสาวผู้คอยเคียงข้างเคอร์ ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 3 ตุลาคมนี้
  • สื่ออเมริกันตีข่าวโดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า เบลก ไลฟ์ลีย์ นักแสดงสาว ไม่ได้ติดต่อหรือส่งความยินดีกับอดีตเพื่อนสนิทอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ทั้งที่เพิ่งประกาศหมั้นกับ ทราวิส เคลซี แฟนหนุ่มนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง แหล่งข่าวระบุว่า ไลฟ์ลีย์ไม่มีความตั้งใจจะติดต่อไป พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม และไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น เธอมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องจัดการ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่ไลฟ์ลีย์มีคดีฟ้องร้องกับ จัสติน บัลโดนี นักแสดงและผู้กำกับเมื่อต้นปีนี้ โดยทีมกฎหมายของบัลโดนีกล่าวหาทนายของไลฟ์ลีย์ว่า เคยขู่จะเปิดเผยข้อความส่วนตัวจากสวิฟต์ หากสวิฟต์ไม่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนเธอ แม้ทนายของไลฟ์ลีย์ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เกิดความตึงเครียด จนต่อมาศาลยกเลิกการเรียกสวิฟต์ไปให้การ เมื่อเวลาผ่านมาถึงปลายเดือนสิงหาคม ความสัมพันธ์ก็ยังคงเงียบงัน คนใกล้ชิดเชื่อว่า ไลฟ์ลีย์กำลังให้ความสำคัญกับคดีความกับบัลโดนีมากกว่าแวดวงเพื่อนฝูง
  • สื่อ TMZ ยืนยันเป็นที่แรกว่า สกู๊ตเตอร์ บราวน์ วัย 44 ปี และ ซิดนีย์ สวีนีย์ นางเอกสุดฮอตวัย 27 ปี กำลังคบหากันอยู่ หลังจากถูกพบไปออกเดตกันหลายครั้ง แม้แหล่งข่าวยืนยันว่าเป็นความสัมพันธ์แบบสบาย ๆ ไม่ได้จริงจังนัก แต่ก็สร้างกระแสฮือฮาไม่น้อย ทั้งคู่ถูกจับตาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างร่วมงานวิวาห์ของ เจฟฟ์ เบโซส์ และ ลอเรน ซานเชซ ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี โดยมีรายงานว่าพวกเขาได้พบกันในงานดังกล่าว ก่อนจะเริ่มสานสัมพันธ์กันต่อมา แม้อายุห่างกันถึง 17 ปี แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อุปสรรค เพราะซิดนีย์เองก็เคยคบหาคู่หมั้นที่อายุมากกว่าเช่นกัน ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ออกมาแถลงยืนยันหรือปฏิเสธความสัมพันธ์ ซิดนีย์เพิ่งเลิกรากับคู่หมั้น โจนาธาน ดาวิโน วัย 42 ปี เมื่อช่วงต้นปี ส่วนสกู๊ตเตอร์เคยแต่งงานกับ ยาเอล โคเฮน นาน 7 ปี มีบุตรด้วยกัน 3 คน ก่อนจะหย่าร้างในปี 2022
  • สนูป ด็อกก์ แร็ปเปอร์รุ่นใหญ่ชื่อดัง ต้องออกมาขอโทษและถอนคำพูด หลังถูกกระแสวิจารณ์ว่ามีท่าทีเหยียดเพศ จากการพูดถึงประเด็นตัวละคร LGBTQ+ ในภาพยนตร์แอนิเมชัน ก่อนหน้านี้ เจ้าของเพลงดัง Drop It Like It’s Hot ได้เล่าในรายการ It’s Giving ว่าเขารู้สึกกลัวที่พาหลานไปดูหนัง เพราะมีการใส่ตัวละคร LGBTQ+ ในภาพยนตร์ที่เด็ก ๆ ชอบดู พร้อมยกตัวอย่างตอนพาหลานไปดู Lightyear ของดิสนีย์เมื่อปี 2022 แล้วพบว่ามีตัวละครที่มี “แม่สองคน” ซึ่งทำให้หลานถามคำถามมากมายจนเขาตอบไม่ถูกจนพาลรู้สึกอึดอัด แต่หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจาก ที.เอส. แมดิสัน นักแสดงและนักเคลื่อนไหวกลุ่ม LGBTQ+ ที่ออกมาพูดตรง ๆ ว่าเขามีท่าทีเหยียดเพศ สนูปก็ได้ออกมาพูดอีกครั้งว่า จริงๆ แล้วแค่ไม่ทันตั้งตัว และไม่รู้จะตอบหลานชายวัย 6 ขวบยังไง เขาขอโทษที่ตอบไม่ได้และอยากเรียนรู้ต่อไป และเขาไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ
  • จอร์โจ อาร์มานี ตำนานแฟชั่นอิตาลี ราชาแห่งอาณาจักรไลฟ์สไตล์หรู เสียชีวิตลงแล้วที่บ้านในเมืองมิลาน ด้วยวัย 91 ปีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามแถลงการณ์ของกลุ่มอาร์มานี พิธีศพจะจัดขึ้นแบบส่วนตัว แต่ประชาชนสามารถเข้าร่วมไว้อาลัยได้ในห้องพิธีศพที่จะเปิดในวันเสาร์และอาทิตย์นี้ที่เมืองมิลาน ก่อนหน้านี้ อาร์มานีได้ยกเลิกโชว์เสื้อผ้าผู้ชายในมิลานปีนี้ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และพลาดการเข้าร่วมงานโชว์ Armani Prive ที่ปารีสตามคำสั่งแพทย์ อาร์มานีถือเป็นดีไซเนอร์ร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุด เขาเปิดแฟชั่นเฮาส์ในมิลานเมื่อปี 1975 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว และต่อมาได้กลายเป็นผู้ออกแบบชุดให้เหล่าดารา ตำนานแฟชั่นรายนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นแฟชั่นบนพรมแดง แต่ก็ยังแตกไลน์ไปสู่กลุ่มวัยรุ่นและราคาจับต้องได้มากขึ้นผ่าน Emporio Armani รวมถึงขยายสู่ธุรกิจโรงแรมหรู การเสียชีวิตของอาร์มานี เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแบรนด์ในชื่อของเขาเอง ซึ่งปัจจุบัน คาดว่ามีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 12,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ชาวเน็ตเริ่มเอ๊ะ! ‘เพลง’โพสต์สื่อถึงการเปลี่ยนแปลง จับตาไร้โมเมนต์หวาน’เป๊ก’นาน5เดือน

ชาวเน็ตเริ่มเอ๊ะ! 'เพลง'โพสต์สื่อถึงการเปลี่ยนแปลง จับตาไร้โมเมนต์หวาน'เป๊ก'นาน5เดือน

ชาวเน็ตเริ่มเอ๊ะ! ‘เพลง’โพสต์สื่อถึงการเปลี่ยนแปลง จับตาไร้โมเมนต์หวาน’เป๊ก’นาน5เดือน

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.02 น.

6 กันยายน 2568 เรียกได้ว่าถูกจับตาเป็นอย่างมากหลังจากที่ ‘เพลง’ ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนเดียวของนักร้องดีว่า ‘ตู่’ นันทิดา แก้วบัวสาย กับอดีตนักการเมืองชื่อดังผู้ล่วงลับ ‘เอ๋’ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่ล่าสุด ‘น้องเพลง’ ขึ้นแท่นว่าที่สะใภ้นายกฯ เพราะเธอคือว่าที่เจ้าสาวของ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นั่นเอง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะใภ้นายกฯตัวจริง! ‘เพลง ชนม์ทิดา’สาวสวยผู้คว้าหัวใจ’เป๊ก เศรณี’ลูกชาย’ว่าที่นายกฯ อนุทิน’)

โดยย้อนไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2567 ‘เป๊ก เศรณี’ เซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ ‘เพลง ชนม์ทิดา’ แต่งงานท่ามกลางความยินดีของทั้งสองครอบครัวที่ติดตามความรักของทั้งสองคนมาเนิ่นนาน และในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาทั้งคู่ได้ลงเรื่องราวเส้นทางความรัก 7 ปี พร้อมกับถ่ายภาพรวมครอบครัวแก้วบัวสาย ที่มีคุณแม่ตู่และคุณยายและมีว่าที่ลูกเขยอย่าง เป๊ก เศรณี ร่วมเฟรมด้วย แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีโมเมนต์หวานด้านความรักให้เห็นอีก 

ต่อมาในเดือนพฤษภาคม ‘เพลง ชนม์ทิดา’ ได้โพสต์บอกความรู้สึกผ่านแคปชั่นภาษาอังกฤษที่แปลเป็นเวอร์ชั่นไทยได้ใจความในทำนองว่า ถึงแม้ภายนอกจะดูมั่นคง มีรอยยิ้ม แต่จริงๆ แล้วฉันเหนื่อยและพยายามประคองทุกอย่างไว้ และแฟนคลับของเธอต่างส่งกำลังใจให้เธออย่างล้นหลาม

ล่าสุด ‘เพลง ชนม์ทิดา’ ได้เปิดธุรกิจใหม่เพื่อสานต่อธุรกิจที่คุณพ่อเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เคยสร้างไว้ ก็คือการเปิดโรงแรมรถหรูแบบ 24 ชม. ดูแลรถแบบครบวงจรให้กับคนรักรถ โดยเจ้าตัวได้โพสต์คลิปและเขียนข้อความว่า “You are My Inspiration, @chonsawat28 “28 Car Group” was founded in honor of my late father’s passion for automobiles and motorsport. Our mission is to provide engine enthusiasts and collectors with a one-stop experience, offering top-tier cars, specialized repairs, car care, detailing, and a 24-hour car hotel—all under one roof. At 28 Car Group, we don’t just sell cars—we fuel your passion and love your car just the way you love.” 

(คุณคือแรงบันดาลใจของฉัน @chonsawat28 “28 Car Group” ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ความหลงใหลในรถยนต์และมอเตอร์สปอร์ตของคุณพ่อผู้ล่วงลับ ภารกิจของเราคือการมอบประสบการณ์แบบครบวงจรให้กับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์และนักสะสม ด้วยรถยนต์ระดับพรีเมียม บริการซ่อมเฉพาะทาง การดูแลรถยนต์ การทำความสะอาดรายละเอียด และโรงแรมรถยนต์ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในที่เดียว ที่ 28 Car Group เราไม่ได้แค่ขายรถยนต์ แต่เรา “เติมเต็มความหลงใหลของคุณและรักรถของคุณในแบบที่คุณรัก”)

อีกทั้ง ‘เพลง ชนม์ทิดา’ ยังได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านไอจีสตอรี่ “Still the same girl, with the same name. Just a different mindset, And a new game- PCA” (ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดิม ชื่อเดิม เพิ่มเติมคือความคิดที่เปลี่ยนไป และบทใหม่ที่ต้องก้าวเดิน)

ใกล้ถึงคิวแล้ว! ‘บัวขาว’โพสต์ภาพร่วมเฟรมนายกฯไทย แซวตัวเองลุ้นเป็นคนที่33

ใกล้ถึงคิวแล้ว! 'บัวขาว'โพสต์ภาพร่วมเฟรมนายกฯไทย แซวตัวเองลุ้นเป็นคนที่33

ใกล้ถึงคิวแล้ว! ‘บัวขาว’โพสต์ภาพร่วมเฟรมนายกฯไทย แซวตัวเองลุ้นเป็นคนที่33

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.33 น.

6 กันยายน 2568 หลังจากประเทศไทยได้ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ‘นายอนุทิน ชาญวีรกูล’ ทำเอาคนดังออกมาโพสต์ข้อความแสดงความยินดีกันทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่นักมวยคนดังระดับโลกอย่าง ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ที่ออกมาโพสต์ภาพเด็ดผ่านทางเฟซบุ๊ก “Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ” เป็นภาพการร่วมเฟรมกันระหว่าง ‘บัวขาว’ และ 3 นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย นายเศรษฐา ทวีสิน (นายกฯ คนที่ 30) และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (นายกฯ คนที่ 31)  และ นายอนุทิน (นายกฯ คนที่ 32) สมัยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

โดยทาง ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ได้ระบุแคปชั่นแซวตัวเองอีกด้วยว่า “เอาระว่ะจะถึงคิวเราแล้ว ลุ้นคนต่อไป” ทำเอาแฟนคลับถึงกับฮาและแห่คอมเมนต์กันยกใหญ่ อาทิเช่น ได้33มานี้บ้านเมืองสงบสุขแน่55555 , 33นะคะพี่บัว , สนันสนุนท่านที่ 33 ค่ะ

คนลูกทุ่งอาลัย’สาธิต ทองจันทร์’ เทพบุตรเสียงฮิต ท่านจะอยู่ในหัวใจเราเสมอ

คนลูกทุ่งอาลัย'สาธิต ทองจันทร์' เทพบุตรเสียงฮิต ท่านจะอยู่ในหัวใจเราเสมอ

คนลูกทุ่งอาลัย’สาธิต ทองจันทร์’ เทพบุตรเสียงฮิต ท่านจะอยู่ในหัวใจเราเสมอ

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.33 น.

คนลูกทุ่งอาลัย’สาธิต ทองจันทร์’ เทพบุตรเสียงฮิต ท่านจะอยู่ในหัวใจเราเสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 145 ม.3 บ้านหนองหูลิง ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ครอบครัวได้นำร่าง “สาธิต ทองจันทร์” หรือ นายสานิต ไชยทองศรี ศิลปินลูกทุ่งหมอลำคนดัง เจ้าของบทเพลง มือสังหาร และ ปากโกรธใจคิดถึง มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด หลังจากเสียชีวิตอย่างสงบในวัย 68 ปี ด้วยอาการล้มป่วยจากอาการสโตรค ท่ามกลางบรรยากาศความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติ เพื่อนบ้าน และแฟนเพลง

มนต์แคน แก่นคูน “ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อการจากไปของ “อาจารย์สาทิตย์ ทองจันทร์” ศิลปินหมอลำชื่อดังระดับตำนาน “ท่านจะอยู่ในหัวใจของเราเสมอ”

ดอกรัก ดวงมาลา ” ส่งอ้ายไปสวรรค์ #มักคักชุดนิว่าแต่น้องว่าหล่อ #สาธิต ทองจันทร์ จะอยู่ในใจพวกเราตลอดไป “

หนุ่มโจ ยมนิล นามวงษา สาวน้อยเพชรบ้านแพง ” อาลัยยิ่ง เทพบุตร เสียงฮิต สาธิต ทองจันทร์ เมื่อครั้ง สร้างความสุขบนเวทีสาวน้อย “

เฉลิมพล มาลาคำ “สู่สวรรค์ครับคูบา” 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สิ้น’สาธิต ทองจันทร์’หมอลำในตำนาน เจ้าของเพลงดัง’มือสังหาร’

‘ดัง พันกร’โพสต์ความในใจถึง’พี่หนู อนุทิน’ พร้อมเผยสิ่งเดียวที่ขอจากท่านนายกฯ

'ดัง พันกร'โพสต์ความในใจถึง'พี่หนู อนุทิน' พร้อมเผยสิ่งเดียวที่ขอจากท่านนายกฯ

‘ดัง พันกร’โพสต์ความในใจถึง’พี่หนู อนุทิน’ พร้อมเผยสิ่งเดียวที่ขอจากท่านนายกฯ

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.17 น.

6 กันยายน 2568 เรียกได้ว่าช่วงนี้เนื้อหอมสุดๆ สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ล่าสุด นักร้องหนุ่ม’ดัง’ พันกร บุณยะจินดา ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดัง พันกร – DK Official” ด้วยการโพสต์ภาพพร้อมข้อความที่เรียกเสียงฮาและเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว

‘ดัง พันกร’ โพสต์ข้อความว่า น้ำชอบพี่หนูมาก ชอบมา 3 ปีแล้ว น้ำทำทุกอย่าง เปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างก็เพื่อพี่ น้ำ…ไปคัดเลือกนางรำ เล่นละครเวที ไปเป็นดรัมเมเยอร์ เรียนหนังสือให้เก่งก็เพื่อพี่ แต่ตอนนี้น้ำรู้แล้วว่า สิ่งที่น้ำควรจะทำมากที่สุดและน่าจะทำมาตั้งนานแล้ว คือ บอกกับพี่หนูตรงๆ ว่า…น้ำขอเก้าอี้สักกระทรวง

ซึ่งหลังจากที่ ‘ดัง พันกร’ ได้โพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นเรียกได้ว่าถูกใจชาวโซเชียลเป็นอยากมาก โดยชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิเช่น  เธอหล่อเหมือนกันนะอนุทิน , รักพี่หนูไม่ไหว 5555 , รู้สึกฮอร์โมนว๊าวุ่น555 

‘บิลลี่ โอแกน’เผยนิสัยอีกด้านของ’นายกฯอนุทิน’ เชื่อมั่นสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้

'บิลลี่ โอแกน'เผยนิสัยอีกด้านของ'นายกฯอนุทิน' เชื่อมั่นสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้

‘บิลลี่ โอแกน’เผยนิสัยอีกด้านของ’นายกฯอนุทิน’ เชื่อมั่นสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติได้

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.23 น.

6 กันยายน 2568 เฟซบุ๊กนักแสดง-นักร้องชื่อดัง ‘บิลลี่ โอแกน’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความยินดี หลังประเทศไทยได้นายกฯคนที่ 32 ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ โดยระบุข้อความว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้รับเสนอชื่อและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 รักษาตัวให้ดีๆนะครับ คุณอนุทิน ดีใจที่มีศิษย์เก่าอัสสัมชัญบางรักดำรงตำแหน่งสำคัญของประเทศอีกครั้งหนึ่ง

คุณอนุทินเป็นคนใจเย็นและรอบคอบเชื่อว่าจะสามารถประคับประคองและเอาอยู่แม้จะเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็มั่นใจว่าคนอย่างคุณอนุทินสามารถสร้างผลงานและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้ ผมและศิษย์เก่าอัสสัมชัญทุกคนเป็นกำลังใจให้ครับ AC98

ซึ่งหลังจากที่ ‘บิลลี โอแกน’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้น ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก จน ‘บิลลี โอแกน’ ต้องมาคอมเมนต์ว่า “แบนพวกปากหมาไปสองสามตัวแล้ว ระวังปากตัวเองด้วย ไปเห่าที่อื่น คุณอนุทินเพื่อนผม ไม่รู้จริงอย่าเจ๋อ เสล่อปล่าวๆ แล้วพวกแทรกเรื่องการเมือง มาอีกประเภทนึง น่ารำคาญมาก ไปเพจการเมืองนู่นเลย”