สิ้น’สาธิต ทองจันทร์’หมอลำในตำนาน เจ้าของเพลงดัง’มือสังหาร’

สิ้น'สาธิต ทองจันทร์'หมอลำในตำนาน เจ้าของเพลงดัง'มือสังหาร'

สิ้น’สาธิต ทองจันทร์’หมอลำในตำนาน เจ้าของเพลงดัง’มือสังหาร’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.43 น.

ญาติแจ้งข่าวเศร้า! สาธิต ทองจันทร์ สุดยอดหมอลำชื่อดังแดนอีสาน เสียชีวิตวัย 68 ปี

มีรายงานข่าวการเสียชีวิตของ สาธิต ทองจันทร์ หมอลำชื่อดังเสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามด้วยอาการสโตรก

สาธิต ทองจันทร์ หรือ นายสานิต ไชยทองศรี เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2500 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นหนึ่งในศิลปินหมอลำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงการเพลงลูกทุ่งหมอลำ โดยมีผลงานเพลงอมตะมากมาย เช่น “มือสังหาร” และ “ปากโกรธใจคิดถึง” เป็นต้น การจากไปของท่านนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการเพลงหมอลำ

ขณะที่เฟซบุ๊ก สาธิต ทองจันทร์ ยังได้โพสต์ข้อความอำลาครั้งสุดท้ายด้วยว่า กราบลาแฟนๆ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดเป็น “พี่นิดคนเดิม” ให้อ้ายนิดเกิดมารับใช้แฟนเพลงคือเก่า อ้ายนิดขอโทษแฟนเพลงที่บ่สามารถร้องเพลงให้ฟังได้อีกต่อไป ขอบคุณเจ้าภาพทุกคิวงานจนถึงปี69 กำหนดการจะแจ้งทางเพจอีกทีนะครับ #สาธิตทองจันทร์ #พี่นิดคนเดิม

‘มิเชล เบอร์แมนน์’ปล่อยของ รับบทวิญญาณสาวใน ‘ผีตาโขน’

‘มิเชล เบอร์แมนน์’ปล่อยของ รับบทวิญญาณสาวใน ‘ผีตาโขน’

‘มิเชล เบอร์แมนน์’ปล่อยของ รับบทวิญญาณสาวใน ‘ผีตาโขน’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นการกลับมาที่ไม่ธรรมดา สำหรับนักแสดงสาวลูกครึ่งสุดฮอต “มิเชล เบอร์แมนน์” ที่ครั้งนี้พร้อมท้าชนทุกอารมณ์ในละครดรามา ลี้ลับ “ผีตาโขน” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป กับบทบาท “ลลิตา” วิญญาณสาวผู้ถูกพันธนาการแห่งรัก เธอถูกฆ่าอย่างมีเงื่อนงำ ไม่รู้ว่าใครคือคนร้าย แต่หัวใจกลับยังยึดติดอยู่กับ “ฉัตรบรรณ” ผู้ชายที่เธอรักจนวันตาย จนแฟนละครต้องอินไปตาม ๆ กัน มิเชลเปิดใจว่า

 “บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เล่นง่าย ๆ ค่ะ มันโหดกับจิตใจมาก เพราะต้องร้องไห้เกือบทุกฉาก ดรามาแทบจะไม่มีที่หายใจ แต่ความแซ่บคือ นี่เป็นครั้งแรกที่มิเชลต้องเล่นเป็น วิญญาณ ซึ่งมันไม่ใช่แค่หลอน แต่ต้องทำให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงพลังของความรักที่แรงจนไม่ยอมปล่อยวาง เครียดและกดดันเหมือนกันเพราะเราก็ไม่เคยที่จะเล่นแนวนี้มาก่อน ไม่เพียงแต่เล่นกับอารมณ์หนัก ๆ เรายังต้องลงสนามจริงกับฉากสุดขลังที่ถ่ายทำในเทศกาลผีตาโขนที่ด่านซ้าย จังหวัดเลยด้วยตอนอยู่ในกองที่เราได้ลงไปถ่ายทำกับบรรยากาศจริง ๆ มันทั้งขลัง ทั้งอึ้ง ทั้งสวยงาม  และพอเราอินกับบทมาก ๆ บางทีแยกไม่ออกเลยว่ากำลังเป็นมิเชลหรือกลายเป็นลลิตาไปแล้ว สำหรับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ที่มิเชลได้ร่วมงานกับทางช่อง 8 เรื่องแรกจะเป็นแนวคอเมดี้ฮา ๆ แต่เรื่องนี้คือความยากคูณสิบค่ะ ทั้งร้องไห้ ทั้งเจ็บปวด แถมต้องเล่นความหลอนให้สมจริง แล้วเราต้องไปสิงในหน้ากากผีตาโขนสีน้ำเงินที่ทีมงานทำขึ้นมาใหม่ สวยแปลกตา แต่มองนาน ๆ ก็มีความหลอนเหมือนกัน ทุกคนจะได้เห็นอีกด้านที่ไม่เคยเห็นจากมิเชลมาก่อนแน่นอนจากละครเรื่องนี้ค่ะสุดท้ายแล้ว ใครที่คิดว่า ผีตาโขน มีแต่ความหลอน คุณคิดผิดค่ะ เพราะมันเต็มไปด้วยความรัก ความลับ และดรามาที่ร้อนแรงสุด ๆ เตรียมอิน เตรียมหลอน และเตรียมเสียน้ำตาไปพร้อมกับลลิตาได้เลย แฟน ๆ สามารถ รับชมละคร ผีตาโขน ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี  เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย ค่ะ  

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดเทพธิดารามวรวิหาร’ พากราบ ‘หลวงพ่อขาว’

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดเทพธิดารามวรวิหาร’   พากราบ ‘หลวงพ่อขาว’

‘หนุ่ม-แท่ง’ พาทัวร์ ‘วัดเทพธิดารามวรวิหาร’ พากราบ ‘หลวงพ่อขาว’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง พาแฟนรายการ มาเที่ยววัดเทพธิดารามวรวิหาร   พระอารามหลวงที่สำคัญอีกวัดหนึ่ง  ในหลวงรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างวัดเทพธิดารามวรวิหารขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระราชทานแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ (พระองค์เจ้าหญิงวิลาส)  พระราชธิดาองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ 3   นอกจากนี้ยังเป็นเพียงวัดเดียวที่มีรูปหล่อภิกษุณี  ซึ่งประวัติความเป็นมา และเรื่องราวต่าง ๆ ของวัดเทพธิดารามจะเป็นอย่างไร ตามหนุ่มแท่งมาได้เลย

จุดแรกที่มาถึงวัดเทพธิดารามวรวิหาร  ต้องมากราบขอพรหลวงพ่อขาว โดยนอกจากหนุ่มแท่งจะพามากราบแล้ว ยังบอกวิธีการขอพรขอบารมี   พร้อมกับบอกวิธีการแก้บนอีกด้วย จากนั้นพาไปทัวร์จุดต่าง ๆ ที่สำคัญ  ต้องบอกว่าที่นี่ในทุกจุดที่ไปล้วนมีเรื่องราวความเป็นมาที่น่าสนใจมาก อาทิ พระวิหาร, พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่   ซึ่งที่นี่ต้องบอกว่ามีไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดนั่นคือ  การถ่ายภาพทะลุมิติเพื่อดูสิ่งสำคัญที่เป็นถาวรวัตถุภายในวัดเทพธิดาราม เช่น พระประธานในพระอุโบสถ พระปรางค์ 4 ทิศ และหน้าบันปั้นอย่างเมืองจีนกัน ด้วยโปรแกรมพิเศษ Augmented Reality (AR SCAN)  จะเป็นอย่างไรรอติดตามได้ในรายการก่อนกลับ หนุ่มแท่ง พาไป อร่อยตบโต๊ะ  หาของอร่อยกินรอบวัด  และรีวิวเมนูเด็ดของ  ร้านข้าวต้มเป็ด เป็ดอ้วนเจ้าเก่า (ประตูผี)  เป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่ในย่านประตูผี และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของข้าวต้มเป็ดรสชาติดั้งเดิม และมีอีกหลากหลายเมนูให้ได้ชิม ยืนยังความอร่อยยาวนานกว่า 60 ปี  เรียกว่าครบถ้วนทั้งสาระและความอร่อยสำหรับสัปดาห์นี้จริง ๆ โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “เรียกได้ว่าวัดเทพธิดารามเป็นวัดสำคัญเลยทีเดียว เพราะสร้างโดยพระเจ้าแผ่นดิน และยังเป็นเพียง 3 วัดที่ในหลวงรัชกาลที่ 3 ท่านทรงสร้างเอาไว้อีกด้วย  แถมยังได้มากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อขาว และชมรูปหล่อภิกษุณี ที่เรียกได้ว่า unseen จริง ๆ ตามหนุ่มแท่งมาเที่ยวกันเยอะ ๆ นะครับ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)’

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)'

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“คนตายกลับมามีสองสาเหตุ หนึ่ง วิญญาณยังจำได้ว่าใครได้ทำอะไรกับมันไว้ สอง มีคนเป็นยังจำคนตายคนนั้นได้” หนังที่แรกๆ อาจจะไม่มีคนรู้จัก เฉยๆ เงียบๆ แต่เปิดตัวอย่างงดงาม เมื่อเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่  รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ผู้กำกับนำหนังไปคว้ารางวัล AMI Paris Grand Prize ในสาย Critics’ Week หรือสายประกวดสำหรับหนังยาวเรื่องที่หนึ่งหรือสองของผู้กำกับมาจาก เทศกาลหนังเมืองคานส์ 2025

ก่อนจะม้ามืดถูกสมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ เลือกให้เป็น ตัวแทนหนังไทยชิงรางวัลออสก้าร์ประจำปีนี้จากหนังแค่ รู้เพียงว่ามี ใหม่ ดาวิกา เป็น นักแสดงนำกลายเป็นหนังดังในบ้านเรา ขึ้นมาในทันที ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost)  เล่าเรื่องของ แนท ที่เสียชีวิต เข้ามาสิงในเครื่องดูดฝุ่น เพื่อกลับมาหา มาร์ช สามี แต่ถูกขัดขวางจาก สุมาลย์ แม่สามี เครื่องดูดฝุ่นผีแนท จึงพยายามทำทุกเรื่อง เพื่อให้ ครอบครัวสามียอมรับ

ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) มีหน้าหนัง ออกไปในแนว ผี แฟนตาซี รักโรแมนติก ขำๆ แต่ตัวหนังจริงๆ กลับไม่เหมือนหน้าหนัง กลับเป็น หนังการเมือง แบบเน้นๆ เกริ่นตั้งแต่เปิดเรื่อง ก่อนมาแบบมาๆ ไปๆ และเปิดตัว แบบชัดเจน ตั้งแต่กลางเรื่องไปจนจบ ชัดเจน..ในการเลือกข้าง เลือกฝ่าย พูดถึง เรื่อง นักการเมือง ประวัติศาสตร์การเมือง ที่ผ่านมา ทั้งที่ปกปิด เคยรับรู้ ได้รับข่าวสาร เคยเห็น หรือ อาจจะเคยอยู่ร่วมมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ นอกจากเรื่อง การเมืองแล้ว หนังยัง พูดถึง หยิบยกเอาเรื่องหนักๆ ปัญหาหลากหลาย มานำเสนอ อาทิฝุนPM2.5 มลภาวะ กลุ่มนายทุน พระสงฆ์ ระบบกงสีของคนจีน ตำรวจ ระบบราชการ โรงพยาบาล ฯลฯ หรือแม้แต่ การหยิบเอา เรื่องของ LGBTQ+ มาใช้กับ ตัวละครทั้งตัวหลัก และตัวสมทบ

บรรยากาศของตัวหนังไม่ได้ชวนให้นึกถึง หนังตลาด หนังเอาใจคนดู แต่ออกมาในโทน หนังอาร์ต หนังอินดี้ ที่ต้องการนำเสนอพูดถึงสิ่งที่อยากพูดถึง  ผี ในเรื่อง คือตัวแทน เชิงสัญลักษณ์ ต่างๆที่ตัวหนังต้องการ พูดถึง ไม่ใช่แค่ คนที่ตายแล้วเท่านั้น ยังแทนสิ่งที่ถูกลืม สิ่งที่ ถูกใช้งาน คอยแก้ปัญหาอยู่เบื้องหลัง ไม่เปิดตัว เมื่อมารวมกับ เครื่องดูดฝุ่น ก็คือ สิ่งที่มาชำระสะสาง ทำความสะอาด ให้กับทุกๆ สิ่ง ไม่ว่าจะเป็น แค่ผงเข้าตา ไปจนถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ สวยสง่าดูดีในทุกฉากทุกตอนที่ ‘แนท’ออกมา และด้วย หน้าหนังที่เน้นขายตัวใหม่ เหมือนเรื่องนี้ คือหนังของ ใหม่ล้วนๆ แม้ ในครึ่งแรก มาแต่เสียง มาแบบผลุบๆโผล่ กว่าจะมาแบบเต็มๆ ตัว ก็ครึ่งเรื่องไปแล้ว แต่ก็ให้ ความรู้สึก เหมือน อยู่กับคนดูตลอดทั้งเรื่องบท ‘แนท’ในเรื่องดูเหมือนเล่นแข็งเหมือนเล่นไม่ดี แต่ เอาจริงๆบทนี้ ถูกสร้าง ให้รู้สึก เหมือน เป็นหุ่นยนต์ ต้องทำตามคนโน้นคนนี้ ตั้งแต่ตอนเป็นคน หรือ สิง ในเครื่องใช้ไฟ้า

และต้องชม ใหม่ ที่ทำให้ หนังดูดี ทั้งบทสบายๆ บทรัก หรือดราม่าหนักๆ

โมสต์- วิศรุต หิมรัตน์ในบท มาร์ช ดูเป็นเด็กน้อย ในครอบครัวนักธุรกิจ แบบกงสี ดูเป็นตนจริงจังในเรื่องของความรัก แต่ดูหยาบคายรุนแรง เมื่อ ระเบิดสิ่งที่เก็บกดที่ซ้อนภายใน เล่นดี ทำให้เชื่อว่า เป็นตัวละครที่ถูกครอบงำ ตามน้ำ กับทุกๆ ชีวิตรอบช้าง

อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน ออร่า/พลังการแสดง เล่นนิ่งๆ แต่เยอะ ดีงามมากๆ กับบทบอสสุนาลย์ ดึงให้เข้าไปสู่เรื่องได้แบบเต็มๆ ในทุกๆ ฉากทุกตอน ทำให้เรื่องไม่น่าเบื่อ 

บลาบูม-วิศรุต หอมหวน ในบท กะเทยวิชาการ กับ อุ้ม-วัลลภ รุ่งกำจัด ในบท ครอง คือ คนที่เล่นเป็นธรรมชาติ ลอยหน้าลอยตา น้ำเสียง การแสดง ดูดี ในช่วงที่เป็น คนเล่าเรื่อง/คนฟังเรื่อง ที่ขโมยซีน แต่พอ เขยิบมาเป็น ตัวละคร ดูเยอะไปสักนิด

คานธี วสุวิชย์กิต ในบท รมต. ดร. พอล ที่แรกๆ เหมือนจะไม่มีอะไร เน้นเฮฮา ก่อนที่จะเขยิบ ภาพ ลักษณ์ ภาพนักการเมือง ในชีวิตจริง แบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็น ปากหวาน พระเดช พระคุณ การดึง คนเข้ามาใช้งาน บทนี้ถูกเสริม ตัว ตัวภรรยา ที่ออกคู่กัน มาทีไร ดูมีพลัง มีความชัดเจนเพิ่มขึ้น ทุกที สะท้อนให้เห็นถึง หน้าบ้าน/หลังบ้าน ของนักการเมือง

งานด้านภาพของ ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) มีทั้งที่ดูสวยงาม แปลกตา สีสันสดใส บางภาพ หม่นหมองหดหู่ ดูดิบเถื่อนบางช่วงดูอาร์ต แต่ก็มี หลายช่วง ที่ภาพมาดูรกๆ ขัดหูขัดตา

ที่ไม่ชอบ ไม่โดนมากๆ คือ ภาพโป๊ เปลือย ตัวละครแก้ผ้า ที่ รวมถึงฉากร่วมเพศ ในหนัง มันออกมาดูสกปรก เลอะๆ ไม่ได้ชวนดู ออกมาดูสะอิดสะเอียน ชวนแหวะ มากกว่าจะน่าดู

ในขณะที่ ดนตรีประกอบ/เพลงประกอบ  ยังโอเค ฟังแล้วรื่นหู

ผีใช้ได้ค่ะ (A Useful Ghost) ไม่ใช่หนังที่ดูยากออกไปในแนวย่อยง่าย ไม่ซับซ้อน แต่อาจจะดูยากสำหรับ คอหนังที่นิยมหนังตลาด อาจจะไม่ถูกใจ คนที่ไม่ชอบ หนังการเมืองจ๋า 

อาจจะผิดหวัง กับคนที่ อยากมาดูหนังขำๆ หนังล้อเลียนเช่นเดียวกับ หนังรางวัล..จากเมืองนอก ก็ใช่ว่า ทุกคนจะชอบ ลางเนื้อชอบลางยา ทางใครทางมัน ดีไม่ดี ชอบ/ไม่ชอบ อยู่ที่ แนวทาง/ความชอบ สไตล์การดูหนังของ คนดู แต่ละคนแต่สำหรับ ‘โอ๊ยอยากเล่า’ไม่ชอบ ไม่ปลื้ม ไม่โดน ไม่สนุก แต่เนื้องานนักแสดง บางส่วนยัง รู้สึกโอเค5/10 คะแนน

‘อ๋อม สกาวใจ’จำใจยอมรับผลโหวตนายกฯ ส่งกำลังใจให้’สีส้ม’อย่าเผลอหลงทาง

'อ๋อม สกาวใจ'จำใจยอมรับผลโหวตนายกฯ ส่งกำลังใจให้'สีส้ม'อย่าเผลอหลงทาง

‘อ๋อม สกาวใจ’จำใจยอมรับผลโหวตนายกฯ ส่งกำลังใจให้’สีส้ม’อย่าเผลอหลงทาง

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 21.35 น.

5 กันยายน 2568 หลังจากที่ประชุมสภาฯ 5 ก.ย. มีมติเห็นชอบให้ อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตหนึ่งเดียวจากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยนั้น ล่าสุด ‘อ๋อม’ สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@oomsakaojai” ระบุข้อความว่า “อ๋อมอยู่ “สีแดง” ถ้ามีโอกาสโหวต อ๋อมเลือก อ.ชัยเกษม แน่นอน แต่สุดท้ายต้องยอมรับ”ความจริง” เมื่อผลออกมาแบบนี้ อ๋อมต้องให้เกียรติและยอมรับในระบบรัฐสภา ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ในวันนี้และจากนี้ไปอีก 4 เดือน ขอส่งกำลังใจให้ “สีส้ม” ดำเนินภารกิจที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จด้วยดี ให้เดินบนเส้นทาง”ประชาธิปไตย” ผิดถูกยังไง ก็ว่ากันไป ตามระบอบหรือระบบรัฐสภา ไม่พลาดเผลอหลงทาง! (ไม่ได้ประชดและไม่ได้มีเจตนาไม่ดีใดๆ แฝงเลยนะคะ สื่อสารตรงไปตรงมา แค่ฝากไว้ในมือพวกท่าน) ขออนุญาตส่งกำลังใจและฝากไว้พิจารณาค่ะ” พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า “และอ๋อมจะกลับมาสู้กับพวกคุณอีกครั้งในสนามแข่งขันครั้งต่อไป (ถ้ายังมีโอกาส) ด้วยความเคารพ อ๋อม สกาวใจ”

สะใภ้นายกฯตัวจริง! ‘เพลง ชนม์ทิดา’สาวสวยผู้คว้าหัวใจ’เป๊ก เศรณี’ลูกชาย’ว่าที่นายกฯ อนุทิน’

สะใภ้นายกฯตัวจริง! 'เพลง ชนม์ทิดา'สาวสวยผู้คว้าหัวใจ'เป๊ก เศรณี'ลูกชาย'ว่าที่นายกฯ อนุทิน'

สะใภ้นายกฯตัวจริง! ‘เพลง ชนม์ทิดา’สาวสวยผู้คว้าหัวใจ’เป๊ก เศรณี’ลูกชาย’ว่าที่นายกฯ อนุทิน’

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 19.26 น.

5 กันยายน 2568 ขึ้นแท่นว่าที่สะใภ้นายกฯทันที สำหรับ ‘เพลง’ ชนม์ทิดา อัศวเหม ลูกสาวคนสวยของ นักร้องดีว่าระดับตำนาตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องดีว่าระดับตำนาน  โดยตอนนี้ ‘เพลง’ ก้าวเข้าสู่สถานะ ‘สะใภ้นายกฯ’ โดย ‘เพลง ชนม์ทิดา’ เป็นคู่หมั้นของ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และล่าสุดกำลังจะขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย

หลังจากที่ ‘เป๊ก เศรณี และ เพลง ชนม์ทิดา’ คบหาดูใจกันมานาน ทั้งคู่ได้คุกเข่าขอแต่งงานไปแล้วเมื่อปี 2567 สวมแหวนหมั้นหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ทำให้สถานะของ เพลง ชนม์ทิดา กลายเป็น “ว่าที่ลูกสะใภ้นายก” ทันที และไม่ใช่เพียงแค่การรวมตัวของคนดังสองคน แต่เป็นการผสานสองตระกูลใหญ่อย่าง “ตระกูลอัศวเหม” และ “ตระกูลชาญวีรกูล” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งนับเป็นงานมงคลที่หลายคนต่างรอคอยและจับตามองเรียกได้ว่าต้องเป็นงานระดับประเทศอย่างแน่นอน 

เปิดตัว30สาวงามร่วมชิงตำแหน่ง’นางสาวถิ่นไทยงาม 2568′

เปิดตัว30สาวงามร่วมชิงตำแหน่ง'นางสาวถิ่นไทยงาม 2568'

เปิดตัว30สาวงามร่วมชิงตำแหน่ง’นางสาวถิ่นไทยงาม 2568′

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.13 น.

เปิดโฉมหน้าเรียบร้อยแล้วสำหรับกองประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2568″ ซึ่งนำโดย สมใจนึก เองตระกูล ประธานที่ปรึกษา และสินีนารถ เองตระกูล ประธานบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ซึ่งจัดการคัดเลือกผู้สมัครเข้าประกวดในปีนี้ที่มีผู้สมัครกว่าร้อยคน โดยคัดเหลือเพียง 30 คนสุดท้าย ซึ่งทั้งหมดจะเข้าร่วมประชันความงามในรอบตัดสินในโอกาสฉลองการประกวดครบ 75 ปี

โดย สินีนารถ เองตระกูล เปิดเผยว่า “ในปีนี้เรามุ่งเฟ้นหาสาวงามที่เพียบพร้อมด้วยความสวย บุคลิกภาพดี มีความสามารถรอบด้าน พร้อมที่จะนำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้อย่างเต็มภาคภูมิ ซึ่งมีผู้สมัครคึกคักเช่นเคยกว่าร้อยคน โดยรอบคัดเลือกที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งคณะกรรมการได้พิจารณาจากใบสมัคร และวิดีโอแนะนำตัว ให้เหลือ 50 คน จากนั้นจึงได้นัดหมายเพื่อทำการสัมภาษณ์ และให้เหล่าสาวงามได้แสดงความสามารถและโชว์ปฏิภาณไหวพริบขับเคี่ยวกันอย่างสูสีจนเป็นที่หนักใจของคณะกรรมการเป็นอย่างมาก”

โดยเหล่า 30 สาวงามที่ผ่านด่านรอบสัมภาษณ์ ได้อวดโฉมพร้อมกันครั้งแรกด้วยการเข้าเยี่ยมชม และถ่ายทำ VTR ในอาณาจักรเอสพาร์ค รังสิต (ESC Park) ศูนย์รวมสนามกีฬาและแหล่งสันทนาการชั้นนำ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บตัวหลัก  โดยบรรยากาศการถ่ายทำ VTR เป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนานทั้งนี้ระหว่างวันที่ 7-12 กันยายน ผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน จะร่วมขับเคลื่อนเพื่อคัดเลือกตำแหน่งพิเศษ อาทิ TIP ICONIC STAR , QUEEN OF SALES By Tel2tell tv shopping และเหล่าสาวงามจะได้ร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่ให้ประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ กิจกรรมเล่าประกันภาษาถิ่น กับ ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) , เยี่ยมชม บริษัท อีเอ ไบโอ อินโนเวชั่น จำกัด (EBI) บริษัทในเครือของ บมจ. พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เพื่อชมกระบวนการผลิต Bio Products อาทิ Bio PCM สำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น สิ่งทอ (ผ้าไทย) รวมถึงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) , ท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทำกิจกรรม  Workshop ผ้ามัดย้อม กับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) , สนุกกับกิจกรรมช้อปปิ้งจาก บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด  มารังสรรค์เมนูอาหารพื้นถิ่น 4 ภาค และยังสนุกกับกิจกรรมกันแดดทั่วถิ่น กับ BB Careส่วนการประกวดรอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงาม

‘ใหม่ ดาวิกา’ผวา! โดนโรคจิตสะกดรอยตามถึงหน้าบ้าน หากไม่หยุดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

'ใหม่ ดาวิกา'ผวา! โดนโรคจิตสะกดรอยตามถึงหน้าบ้าน หากไม่หยุดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

‘ใหม่ ดาวิกา’ผวา! โดนโรคจิตสะกดรอยตามถึงหน้าบ้าน หากไม่หยุดจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.30 น.

5 กันยายน 2568 ทำเอาแฟนๆ แห่เป็นห่วงเมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง ‘ใหม่’ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่เธอได้ออกมาโพสต์ผ่านเอ็กซ์ส่วนตัว “@DavikaH” หลังถูกบุคคลลึกลับตามติดชีวิต ขับรถสะกดรอยไปทุกที่ ทั้งยังบุกมาจอดรอหน้าบ้าน และก่อกวนถึงกองถ่ายที่ควรเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทำให้เจ้าตัวทั้งเครียดและรู้สึกไม่ปลอดภัย ถึงขั้นต้องโทรแจ้งตำรวจทันที

โดย ‘ใหม่ ดาวิกา’ โพสต์ข้อความยืนยันว่าเธอมีหลักฐานครบ ทั้งทะเบียนรถและบัตรประชาชนของคนก่อเหตุ พร้อมประกาศชัดเจนว่าได้ดำเนินการแจ้งความแล้ว และขอให้หยุดการกระทำนี้ทันที ไม่อย่างนั้นจะเอาเรื่องถึงที่สุด ระบุว่า … 

“ขณะนี้มีบุคคลท่านหนึ่งที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขับรถตามใหม่ไปยังสถานที่ต่าง ๆ และมาจอดรถหน้าบ้าน รวมถึงก่อกวนในกองถ่ายที่เป็นพื้นที่ private ซึ่งใหม่มีหลักฐานทั้งทะเบียนรถและบัตรประชาชนของบุคคลดังกล่าว และได้ดำเนินการแจ้งความกับตำรวจเรียบร้อยแล้ว ขอให้หยุดการกระทำนี้โดยเด็ดขาด ใหม่รู้สึกไม่ปลอดภัยในการถูกคุกคามครั้งนี้เป็นอย่างมาก (รถคันสีแดง) หยุดการกระทำเดี๋ยวนี้!!!!

ตื่นเช้ามาต้องมาดิวกับเรื่องอะไรแบบนี้รำคาญจิตใจมากๆ เมื่อพี่เต๋อขับรถออกจากบ้านแล้วโทรกลับมาว่าเห็นรถโรคจิตจอดรออยู่หน้าบ้าน แทนที่จะเป็นวันดีดีกับกลายมาเป็นวันที่เราจะต้องเครียดหวาดกลัวรู้สึกไม่ปลอดภัยและโทรขอความช่วยเหลือจากตำรวจ เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ เรารู้สึกว่าเค้าควรไปรักษาหรือไม่ก็อยู่กับครอบครัว ครอบครัวไม่ควรปล่อยให้เค้ามาทำอะไรแบบนี้เลย ถ้ายังมาปรากฏตัวอีกหรือมาจอดแถวบ้านคุกคามใหม่แบบนี้ใหม่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด!!!!

มีอยู่ครั้งนึงเราคุยกับแฟนคลับหลังงานอีเวนต์รวมพลกันอยู่มีความสุขมากๆ คุยกันสนุกเสียงหัวเราะดังมากแต่อยู่อยู่ทุกอย่างต้องจบลงเมื่อ บอดี้การ์ด เดินมาบอกว่าคนคนนั้นที่สะกดรอยตามเราตามมาที่งาน และกำลังยืนมองเราอยู่ !!!แฟนคลับเราบอกว่าพี่ใหม่รีบกลับบ้านเถอะอันตราย คือใหม่เสียใจมากๆที่ต้องแยกกับแฟนคลับเพราะเราเรากำลังมีเวลาที่ดีอยู่ด้วยกัน…เพราะคนคนเดียวมาทำให้ทุกอย่างมันพังไปหมด !!!”

ร่วมลุ้น!แชมป์ถ้วยพระราชทานคนใหม่’The Golden Song ซีซั่น 7′

ร่วมลุ้น!แชมป์ถ้วยพระราชทานคนใหม่'The Golden Song ซีซั่น 7'

ร่วมลุ้น!แชมป์ถ้วยพระราชทานคนใหม่’The Golden Song ซีซั่น 7′

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 12.28 น.

กว่า 6 เดือนกับเส้นทางการแข่งขันสุดเข้มข้นบนเวทีแห่งบทเพลงทองคำ   The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 7  ในที่สุดก็ได้นักร้องเสียงเพราะ 6 คนสุดท้ายมาทำการแข่งขันใน  รอบชิงชนะเลิศ สุดทรงเกียรติ เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  โดยฝีมือ อาจารย์ภัทรไชย  แสงดอกไม้ อาจารย์จากสาขาหัตถศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์  นับเป็นการแข่งขันที่สมศักดิ์ศรี  เพราะฝีไม้ลายมือ 6 คนสุดท้ายที่จะฝ่าด่าน 4 กรรมการ เม้า, โจ้, กบ, กัน มาถึงรอบนี้ได้ไม่มีธรรมดา   โดย 6 คนสุดท้ายที่จะมาชิงดำกันในรอบนี้ได้แก่   อ๊อฟ-ธาดาพงศ์ ยี่ผาสุข   บาริสต้าหนุ่มลุคเกาหลี  จาก จ.กาญจนบุรี    อั่งเปา-ตะวันวาด นิลบัว ลูกสาวชาวสวนผู้มีหัวใจรักการร้องเพลงจาก จ.จันทบุรี   พลอย-อิสรีย์ภัค เกษมศรี  สาวเสียงหวานจาก จ.เชียงใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการมาเชียร์เพื่อนใน The Golden Song ซีซัน 6  นัท-มาลิสา ชุบขุนทด  อดีตศิลปินลูกทุ่งจาก จ.ปทุมธานี   ผู้มีผลงานเพลงดังกว่า 20 ล้านวิว   แอน-ณัฏฐ์ณัชชา นำเจริญสมบัติ   นักร้องเสียงดี ดีกรีรองแชมป์ AF6   จาก กรุงเทพมหานคร  และ  ณัฐ-ณัฐภัทร จตุรทิศพาณิชย์  เจ้าของร้านดอกไม้  จาก กรุงเทพมหานคร  ที่มาเพื่อทำลายปมในใจกับคำดูถูกที่ทำให้เธอไม่ประกวดเวทีไหนเลยมา 16 ปี 

โดยทั้ง 6 คนจะมาโชว์เสียงสุดไพเราะ และพลังลูกคอจัดเต็ม  กับการแข่งขัน  รอบชิงชนะเลิศ   กันถึง 2 สัปดาห์  โดยจะแบ่งเป็น รอบเก็บคะแนน กับ โจทย์เพลงเร็ว และ รอบตัดสิน กับ  โจทย์เพลงช้า   ซึ่งผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว จะได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   พร้อมเงินรางวัลจาก Carrier มูลค่า 500,000 บาท ใครจะเป็นแชมป์ถ้วยพระราชทานคนใหม่  The Golden Song ซีซั่น7?  มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขาทั้ง 6 คนกัน   วันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย.นี้  เวลา 18.00 น.  ทางช่องวัน31#โกลเด้นซอง   #TheGoldenSong7  #ช่องวัน31

เปิดตัวยิ่งใหญ่ เหล่านักแสดงผู้กำกับ ‘HUMAN RESOURCE’ ปรากฏตัวบนพรมแดงหนังนานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82

เปิดตัวยิ่งใหญ่ เหล่านักแสดงผู้กำกับ ‘HUMAN RESOURCE’ ปรากฏตัวบนพรมแดงหนังนานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82

เปิดตัวยิ่งใหญ่ เหล่านักแสดงผู้กำกับ ‘HUMAN RESOURCE’ ปรากฏตัวบนพรมแดงหนังนานาชาติเวนิส ครั้งที่ 82

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

งานนี้ บรรดานักแสดง ทั้ง เอิงเอย-ประภามณฑล เอี่ยมจันทร์เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข, อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม, พิมพ์มาดา ใจสักเสริญ (พิมมา PiXXiE)  และผู้กำกับ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์  ได้เข้าชมภาพยนตร์ที่ได้ฉายเป็นรอบแรกของโลก ร่วมกับสื่อมวลชน และ แขกผู้มีเกียรติจากวงการภาพยนตร์ทั่วโลก

ทั้งนี้ ‘HUMAN RESOURCE’ เป็นภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียว ที่เข้าสายประกวด Orizzonti Competition ของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสประจำปีนี้

โดยหลังจากนี้ ‘HUMAN RESOURCE’ ยังมีกำหนดเข้าฉายอีกหลายเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น  เทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ครั้งที่ 30 (Busan International Film Festival) ในสาย A Window on Asian Cinema หมวดภาพยนตร์ที่ผู้กำกับสามารถถ่ายทอดความสร้างสรรค์ การเล่าเรื่องอันมีชีวิตชีวา สะท้อนพลังของวงการภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 17-26 ก.ย. นี้

เทศกาล Zurich Film Festival ครั้งที่ 21 ในสาย Border Lines ที่คัดสรรภาพยนตร์และสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวสิทธิมนุษยชนและความขัดแย้งทางสังคมร่วมสมัยได้อย่างลึกซึ้งและทรงพลังระหว่าง 25 ก.ย.-5 ต.ค.นี้

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแวนคูเวอร์ (Vancouver International Film Festival) กับการฉายเปิดตัวครั้งแรกในทวีปอเมริกาเหนือ ในสาย Panorama ที่พิจารณาภาพยนตร์เนื้อเรื่องโดดเด่นจากทุกมุมโลก ระหว่างวันที่ 2-12 ต.ค. นี้ และเทศกาลภาพยนตร์ Jakarta World Cinema อินโดนีเซีย ระหว่างวันที่  27 ก.ย. – 4 ต.ค.นี้

ถือเป็นก้าวสำคัญของหนังไทยสำหรับการก้าวออกสู่สายตาชาวโลก ส่วนแฟนภาพยนตร์ที่ไทย อดใจรออีกไม่นาน