‘ดัง พันกร’โพสต์ฟาดใคร?! ลั่นแผ่นดินไม่ปลอดภัยจะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องได้อย่างไร

'ดัง พันกร'โพสต์ฟาดใคร?! ลั่นแผ่นดินไม่ปลอดภัยจะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องได้อย่างไร

‘ดัง พันกร’โพสต์ฟาดใคร?! ลั่นแผ่นดินไม่ปลอดภัยจะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องได้อย่างไร

วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 08.38 น.

12 กันยายน 2568 เรียกว่าได้ใจชาวโซเชียลอย่างถล่มทลายเมื่อตัวแม่ ตัวมัม ‘ดัง’ พันกร บุณยะจินดา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดัง พันกร – DK Official” ที่มีผู้ติดตาม 1.2 ล้านคนบนเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า … 

“ปากท้องสำคัญแน่นอน แต่พูดมาได้ไงว่าปากท้องสำคัญกว่าแผ่นดิน แผ่นดินมีข้อพิพาท ไม่ปลอดภัย จะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องด้วยความรู้สึกยังไง? ในภาวะแผ่นดินเป็นแบบนั้นละพ่อหนุ่ม”

พร้อมกันนี้ ‘ดัง พันกร’ ยังได้ออกมาโพสต์ข้อความต่อในคอมเมนต์รัวๆ ว่า “ไม่มีแผ่นดิน จะทำมาหากินเลี้ยงปากท้องยังไง ? สำคัญพอยังคับพรี่” และ “เรียงลำดับความสำคัญใหม่โดยด่วน แผ่นดินต้องดีก่อน ถึงจะทำมาหากินได้เตียงต้องแห้งก่อน ถึงจะนอนได้ไม่ใช่พูดว่าการนอนสำคัญกว่าที่นอนโดยไม่สนใจว่าที่นอนเปียกโชก”

ต่อมา ‘ดัง พันกร’ ยังได้ออกมาโพสต์ต่ออีกว่า “แผ่นดินต้องมาก่อน ต้องปลอดภัยก่อน ถึงจะทำมาหากินได้ เตียงต้องแห้งก่อน ถึงจะนอนได้ เอาแต่พูดว่าการนอนสำคัญ โดยไม่สนใจว่าที่นอนเปียกโชก ไม่ด้ายค่ะคุณพี่”

ซึ่งหลังจากที่’ดัง พันกร’ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้น ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น รักแม่นาย… ดีใจฉันรักคนไม่ผิด , ถูกต้องค่ะ , รักแม่ แม่เริ่ด แม่รักชาติ รักความถูกต้อง , ปกติเรียกแม่นาย วันนี้ขออนุญาตเรียกแม่ย่านางที่รักและหวงแหนแผ่นดินไทยสุดหัวใจค่ะแม่

‘หนุ่ม-แท่ง’ชวนขอพร ‘หลวงพ่อรอดเสือ’

‘หนุ่ม-แท่ง’ชวนขอพร ‘หลวงพ่อรอดเสือ’

‘หนุ่ม-แท่ง’ชวนขอพร ‘หลวงพ่อรอดเสือ’

วันศุกร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง พาแฟนรายการ มาเที่ยววัดประดู่ทรงธรรม วัดที่เป็นตักศิลาของเมืองกรุงเก่า  เป็นที่รวบรวมศาสตร์วิชาทุกแขนงมาอยู่ที่วัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นไสยเวท  ตีดาบ  วิชาป้องกันตัว  ล้วนต้องมาศึกษาที่นี่ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีพระเกจิชื่อดัง  หลวงพ่อรอดเสือ และฆราวาสชื่อดัง ก๋งจาบ   ก็ได้มาร่ำเรียนอยู่ที่วัดประดู่ทรงธรรมแห่งนี้ด้วย  วันนี้ หนุ่ม-แท่ง จะพาทุกคนไปเจาะลึกวัดประดู่ทรงธรรม แบบทัวร์ทุกมุมเลยทีเดียว  ทั้งพากราบขอพรหลวงปู่พ่อรอดเสือ  เยี่ยมชมเจดีย์อัฐิหลวงพ่อรอดเสือ, อุโบสถ, วิหาร, บ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์   ก่อนกลับขอพาไป อร่อยตบโต๊ะ  หาของอร่อยกินรอบวัดที่ ร้านบ้านผู้การ  ร้านอาหารลับที่ไม่ลับอีกต่อไป การันตีด้วยรางวัล Michelin guide  ร้านเปิดในบ้านบรรยากาศกันเองเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน ปรุงอาหารไทยด้วยวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม อาหารอร่อยลงตัวในทุกเมนู

โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “วัดประดู่ทรงธรรม อีกหนึ่งตักศิลาของเมืองไทย ที่น่ามากราบไหว้ขอพร เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยาที่ประวัติความเป็นมายาวนานจริง ๆ ยิ่งใหญ่เข้มขลังครับวัดนี้ เป็นอีกวัดของอยุธยาที่หนุ่มแท่งบอกได้เลยว่าต้องมาสักครั้ง”

แฟนคลับสุดเศร้า! ‘อวี๋เมิ่งหลง’ดาราจีนชื่อดังพลัดตกตึกเสียชีวิต

แฟนคลับสุดเศร้า! 'อวี๋เมิ่งหลง'ดาราจีนชื่อดังพลัดตกตึกเสียชีวิต

แฟนคลับสุดเศร้า! ‘อวี๋เมิ่งหลง’ดาราจีนชื่อดังพลัดตกตึกเสียชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.50 น.

11 กันยายน 2568 หลังจากเกิดข่าวลือสะพัดตลอดวันที่ผ่านมาว่า อวี๋เมิ่งหลง พระเอกชื่อดังจากประเทศจีน พลัดตกอาคารแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่ง และเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 11 กันยายน แต่ยังไม่มีการยืนยันใดๆ จากต้นสังกัด และปล่อยให้มีข่าวลือออกมาตลอดทั้งวัน

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. สตูดิโอของ อวี๋ เหมิงหลง ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “แถลงการจากสตูดิโอ #อวี๋เมิ่งหลง เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า เมิ่งหลง ผู้เป็นที่รักของเรา ได้เสียชีวิตลงจากการพลัดตกจากอาคาร เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ผลการสอบสวนของตำรวจได้ยืนยันแล้วว่า เมิ่งหลงไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้ผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ และขอให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จงเข้มแข็ง Yu Menglong Studio 11 กันยายน 2568”

ทั้งนี้ อวี๋ เหมิงหลง เกิดเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2531 ที่เมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ปัจจุบันอายุ 37 ปี เขาเป็นนักแสดง นักร้อง และผู้กำกับมิวสิกวิดีโอชาวจีน เขาเข้าร่วมรายการประกวดร้องเพลง “Happy Boy” และได้รับรางวัลอันดับที่ 10 ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับชาติ เขาเคยปรากฏตัวในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายเรื่อง เช่น “Go Princess Go,” “Eternal Love” และ “The Legend of White Snake”

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ชนะคดีเกรียนคีย์บอร์ด คู่กรณีต้องโพสต์ขอโทษ 100 วัน

'เป็กกี้ ศรีธัญญา'ชนะคดีเกรียนคีย์บอร์ด คู่กรณีต้องโพสต์ขอโทษ 100 วัน

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ชนะคดีเกรียนคีย์บอร์ด คู่กรณีต้องโพสต์ขอโทษ 100 วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 20.37 น.

ทำเอาเหล่าเกรียนคีย์บอร์ดต้องหนาว ๆ ร้อน ๆ กันถ้วนหน้า เมื่อล่าสุดพิธีกรสาวสายฮา “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เอาจริง เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ใช้โซเชียลที่กระทำการหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จนศาลมีคำสั่งให้ คู่กรณีต้องโพสต์ข้อความขอโทษเป็นเวลา 100 วันติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568

โดย สาวเป็กกี้ ได้แชร์โพสต์ที่คู่กรณีขอโทษ พร้อมกับแคปชันว่า “วันนี้ คือ วันที่ 3 นับจากวันที่ 9 กันยายน 2568 ทางคู่กรณี ต้องโพสต์ ขอโทษ ทุกวัน ทั้งหมด 100 วัน จากการกระทำความผิดต่อ คุณเป็กกี้ ศรีธัญญา หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียนให้ทุกคนในการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ และเคารพซึ่งกันและกัน

บางคนบอกทางนี้ใจดีมากไปที่ยอมแบบนี้ มันมีเหตุและผลที่เราไม่ขอเปิดเผย แต่เชื่อเถอะนะคะ ผลของการกระทำมันมีเสมอ #คิดก่อนพิมพ์ #เคารพผู้อื่น”


ขอบคุณที่มา : เป็กกี้ ศรีธัญญา  (Pexky Sretunya)

เรื่องจริงของคู่รัก ‘ป๋าต๊อบ – ปีใหม่’ จับคู่ ‘ติ๊นา – นาน่า’ ถ่ายทอดใน ‘รัก OVERDOSE’

เรื่องจริงของคู่รัก ‘ป๋าต๊อบ - ปีใหม่’  จับคู่ ‘ติ๊นา - นาน่า’ ถ่ายทอดใน ‘รัก OVERDOSE’

เรื่องจริงของคู่รัก ‘ป๋าต๊อบ – ปีใหม่’ จับคู่ ‘ติ๊นา – นาน่า’ ถ่ายทอดใน ‘รัก OVERDOSE’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.56 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ต้องการสร้าง การรับรู้ ความเข้าใจ สร้างพฤติกรรมและสอดแทรกเกร็ดความรู้และแง่มุมการใช้ชีวิตไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จับมือกับ ช่องวัน31 ผลิตซีรีส์น้ำดีเรื่อง รักOVERDOSE โดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของคู่รักอย่าง ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล กับ ปีใหม่ ภีมวรา ธารานิติสกุล ที่จับมือฝ่าฟันผ่านเรื่องราวมากมายทั้งร้ายดี  มาบอกเล่าสะท้อนปัญหาครอบครัว LGBTQ และยาเสพติด นำแสดงโดย ติ๊นา ศุภนาฎ และ นาน่า ศวรรยา ร่วมด้วย กบ ทรงสิทธิ์, น้ำฝน สรวงสุดา, พรีน รวิสรารัตน์, ปู้ กิตติพงษ์, ราตรี วิทวัสวอ จิราวัฒน์ เค้าโครงเรื่องโดย ปฏิญญา ควรตระกูลภีมวรา ธารานิติสกุล, อรรถพล ปานดี, กรณิภา ดวงมุสิทธิ์ บทโทรทัศน์โดย อรรถพล ปานดี, กรณิภา ดวงมุสิทธิ์  กำกับการแสดงโดย  อาร์ท จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์

รักOVERDOSE” เป็นเรื่องราวของ ต้าร์(ติ๊นา ศุภนาฎคาสโนว่าสาวเท่ ที่เกิดอาการ Overdose เพราะเสพยาเกินขนาด แต่โม(นาน่า ศวรรยานักแสดงสาวดาวรุ่ง ที่เห็นเหตุการณ์ก็ได้เข้าช่วยเธอไว้ได้ทันเวลา ในขณะที่จิตใจของต้าร์กำลังเปราะบาง ก็มีโมคอยอยู่ข้างๆ ทำให้ต้าร์เกิดความประทับใจ กลายเป็นความรักที่ผลักดันให้ต้าร์พยายามจีบโมทุกวิถีทาง  แม้โมจะปฏิเสธเพราะไม่อยากคบคนเจ้าชู้และเสพยา แต่เมื่อเห็นความจริงใจของต้าร์ที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธอ โมจึงยอมเปิดใจและรับรักต้าร์ในที่สุด  ถึงแม้ต้าร์จะให้สัญญาว่าจะเลิกเสพยา แต่เส้นทางก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เธอยังแอบกลับไปใช้ยาอย่างหนักจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกครั้ง!!

โมที่กลัวจะเสียต้าร์ไปตลอดกาล และรู้ว่าต้าร์ไม่รักตัวเองแต่รักคนอื่น  เธอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่   ไม่มีใครคาดคิด…ซึ่งเธอหวังว่าวิธีที่เธอเลือก จะช่วยดึงต้าร์ขึ้นมาจากขุมนรกได้ แต่ความรักที่มาพร้อมกับการเสพยาครั้งนี้กลับทำให้ทั้งคู่ยิ่งจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของยาเสพติดไปพร้อมกัน  สุดท้ายแล้วพวกเขาจะหาทางหลุดพ้นจากนรกครั้งนี้ได้อย่างไร?  มาร่วมเอาใจช่วยทั้งคู่ในซีรีส์น้ำดีจาก สสส. เรื่อง  รักOVERDOSE ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 16.00-16.30 น. เริ่มเสาร์ที่ 20 กันยายนนี้ ทางช่องone31 

‘จอย ศิริลักษณ์’สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

'จอย ศิริลักษณ์'สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

‘จอย ศิริลักษณ์’สลัดผ้าโชว์หุ่นสุดเป๊ะสวมบิกินี่ริมทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.02 น.

11 กันยายน 2568 เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อ “จอย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” อดีตนางเอกชื่อดังขวัญใจแฟนละครยุค 90 ได้เผยภาพสุดแซ่บ ขณะเดินเล่นชิลๆ ริมทะเล ในชุดบิกินี่สีดำสุดเซ็กซี่ แมตช์เข้ากับผ้าพันเอวแสนเก๋ งานนี้มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม

‘เป๊ก-เพลง’ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

'เป๊ก-เพลง'ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

‘เป๊ก-เพลง’ไปต่อหรือพอแค่นี้? วงในเมาท์แรงหลังจัดตั้งครม. รู้เรื่อง!

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.02 น.

หลังจากที่ “เป๊ก” เศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแฟนสาว “เพลง” ชนม์ทิดา อัศวเหม บุตรสาวของ “ตู่” นันทิดา แก้วบัวสาย และนักการเมืองผู้ล่วงลับ “เอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม แต่งงานไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา หลังคบหาดูใจกันมายาวนานหลายปี ก็ทำให้แฟนๆ ต่างชื่นชมในความรักที่มั่นคงของทั้งคู่

ไม่เพียงแค่ความรักของสองหนุ่มสาวที่สวีตจนหลายคนอิจฉา ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวยังแน่นแฟ้นไม่แพ้กัน โดยมักจะเห็นครอบครัวชาญวีรกูล และอัศวเหม ร่วมทำกิจกรรมหรือท่องเที่ยวด้วยกันอยู่เสมอ อย่างเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ยังโชว์ฝีมือเล่นเปียโนเพลง “Happy Birthday” เซอร์ไพรส์วันเกิดครบรอบ 61 ปีให้กับ “ตู่ นันทิดา” แม่ของเพลง ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น จนหลายคนคาดการณ์ว่าทั้งสองครอบครัวอาจจะเกี่ยวดองกันอย่างเป็นทางการในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของ “เป๊ก-เพลง” เริ่มมีประเด็นให้จับตามอง เมื่อแฟนๆ สังเกตว่าไม่มีโมเมนต์หวานๆ ระหว่างทั้งคู่บนอินสตาแกรมมานานกว่า 5 เดือน โดยโพสต์สุดท้ายที่ทั้งคู่ปรากฏตัวด้วยกันคือคลิปฉลองครบรอบความรัก 7 ปี ซึ่งถูกโพสต์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ไม่เพียงเท่านั้น วันเกิดของ “ตู่ นันทิดา” เมื่อเดือนสิงหาคมที่เพิ่งผ่านมา ยังไร้เงาของ “เป๊ก” เข้าร่วมงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามักจะไม่เคยพลาดช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวฝ่ายหญิง

ยิ่งไปกว่านั้น “เพลง” ยังได้โพสต์คลิปเล่าถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมาผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม ทำให้แฟนๆ ต่างพากันตีความไปต่างๆ นานาเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ของทั้งสองในปัจจุบัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา “เพลง” ได้โพสต์เปิดตัวธุรกิจใหม่เกี่ยวกับรถยนต์ พร้อมข้อความภาษาอังกฤษที่หลายคนอ่านแล้วต้องตั้งคำถามว่าเธอกำลังจะส่งสัญญาณบางอย่างหรือไม่ “Still the same girl, with the same name. Just a different mindset, And a new game – PCA” หรือแปลว่า “ยังคงเป็นผู้หญิงคนเดิม ชื่อเดิม แต่มีทัศนคติที่เปลี่ยนไป และมีเกมใหม่ที่ต้องเล่น”

ในขณะที่วันที่ 7 กันยายน ซึ่งเป็นวันสำคัญของครอบครัว “เป๊ก” เพราะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 “เป๊ก” ได้ปรากฏตัวร่วมพิธีพร้อมครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น แต่กลับไร้เงา “เพลง” เข้าร่วมแสดงความยินดี ทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

อย่างไรก็ตาม เพลง ชนม์ทิดา ยังคงเดินหน้าธุรกิจส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ไลฟ์ขายเสื้อผ้าคอลเล็กชันใหม่จากแบรนด์ MATTERS ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องสุขภาพจิต และการอนุญาตให้ตนเอง “รู้สึก” อย่างอิสระ พร้อมทั้งชวนคุณแม่ “ตู่ นันทิดา” มานั่งพูดคุยและแบ่งปันแนวคิดในไลฟ์ครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ แหล่งข่าววงในกระซิบว่า “เป๊ก” และ “เพลง” อาจเตรียมออกมาแถลงข่าวร่วมกันถึงสถานะความสัมพันธ์ หลังจากที่กระบวนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เสร็จสิ้น

งานนี้ความสัมพันธ์ของ “เป๊ก-เพลง” จะเดินหน้าไปอย่างไร? ยังหวานเหมือนเดิมหรือมีการเปลี่ยนแปลง? แฟนๆ คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด!

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

‘ตุ๊กตา อุบลวรรณ’ อวดหุ่นแซ่บ! สลัดผ้าถ่ายชุดว่ายน้ำในวัยใกล้ 50

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.12 น.

“ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด” อดีตนางเอกชื่อดัง วัย 47 ปี ย้อนเล่าถึงชีวิตช่วงที่ต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยโรคร้ายหลายโรคจนต้องหยุดรับงาน ทำให้สูญเสียทั้งรายได้และเงินเก็บไปหลายล้านบาทเพื่อการรักษา

แต่ด้วยความกตัญญูที่ดูแลคุณพ่ออย่างเต็มที่จนท่านอาการดีขึ้น ทำให้เธอเชื่อว่านี่คืออานิสงส์ที่ส่งผลให้ปัจจุบันเธอมีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิต นอกจากได้หุ่นดีกลับคืน ยังกวาดพรีเซ็นเตอร์ปังๆ ถึง 3 ตัวรวด! ได้ผลิตภัณฑ์ ชัวร์พลัส, ชัวร์ไนท์, ไฟเบอร์แล็กซ์ชัวร์

“ปีนี้อายุ 47 ย่าง 48 ปี ใกล้จะอายุ 50 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวมากๆ ด้วยความที่เราผันตัวเองมาทำงานเบื้องหลังเป็นสิบๆ ปี แล้วไม่ได้ดูแลตัวเองเลย จนน้ำหนักเคยขึ้นไปสูงสุดเลย ถึง 76 กิโล เราก็พยายามลดด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ ด้วยความที่เราต้องทำงานเยอะ

จนเรารู้จักกับ อีฟ เจ้าของอีฟ แอนด์ จึงรู้สึกว่าอยากมีผลิตภัณฑ์ดีๆ สักตัวในการเอาน้ำหนักเรากลับมาได้เหมือนสมัยเราเป็นวัยรุ่นอีกครั้งนึง ก็เลยคุยกัน จากนั้นอีฟก็ส่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชัวร์พลัสมาให้ เราก็กินแล้วก็ทดสอบ ทดลองด้วยตัวเองอยู่ประมาณ 6 เดือน จนปัจจุบันน้ำหนักอยู่ที่ 47 กิโล อีฟเลยอยากให้ตุ๊กตามาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวนี้ และมีการต่อสัญญามาเรื่อยๆ จนได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งสามตัว”

มั่นใจรูปร่าง กล้าถ่ายชุดว่ายน้ำอีกครั้ง แม้วัยใกล้ 50 ปี

“ด้วยความที่เราอายุใกล้ 50 แล้ว เราก็ไม่ได้ถ่ายชุดว่ายน้ำมานานมากแล้ว เกือบ 30 ปีอยู่ในวงการมา เคยถ่ายสมัยเป็นวัยรุ่น เข้าวงการใหม่ๆ เลย และไม่เคยถ่ายอีกเลย พอตอนนี้เรามั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ด้วยความอายุก็ใกล้จะ 50 ก็คิดว่าหลังจากนี้คงไม่มีโอกาสได้ถ่ายอีกแล้ว ตอนนี้เราได้กินผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวนี้ มันทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้น และเรามีการไปตรวจด้วยหลังเราทานผลิตภัณฑ์มา เราไปตรวจว่าตอนนี้ในร่างกายเรามีไขมันอยู่เท่าไหร่ มีไขมันเยอะหรือน้อย ปรากฏว่าทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ดีหมดเลย ไปตรวจมาน้ำในร่างกายก็อยู่ในเกณฑ์ดี กล้ามเนื้อก็อยู่ในเกณฑ์ดี  แต่ที่เหลือน้อยมากๆ คือไขมัน มันเลยยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าถ้าเราไม่ถ่ายชุดว่ายน้ำตอนนี้ ก็ไม่รู้จะถ่ายชุดว่ายน้ำตอนไหนแล้ว เพราะอายุเราใกล้จะ 50 แล้ว”

กวาดพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3 ตัวรวด

“ตอนแรกก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าจะได้พรีเซ็นเตอร์ถึง 3 ตัว มันเกิดจากที่เรากินผลิตภัณฑ์ของเขาจริงๆ ก่อนได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แล้วผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัว เรากินจริงๆ เราใช้เวลาทดลอง ทดสอบทุกตัว ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งเรามองว่าการที่เราจะกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้วได้ผลลัพธ์ เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ถูกต้อง ปลอดภัย และถูกกฎหมาย อย่างน้อยต้องใช้ระยะเวลาในการลอง อย่างน้อย 6 เดือนทำให้เรารู้เลยว่าผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถ้าเรากินต่อเนื่องมันจะเห็นผลลัพธ์จริง คุณอีฟเห็นว่าเรากินจริง เราอิน และเห็นผลลัพธ์จริงๆ เขาก็เลยอยากให้เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ทั้งสามตัวนี้”

เชื่ออานิสงส์ความกตัญญู  

“ค่อนข้างเชื่อว่าเป็นเพราะความกตัญญู เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ตุ๊กตาไม่ได้รับงานเลย แทบไม่ได้ทำงานเลย เพราะว่าตุ๊กตาต้องดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยตัวเอง คุณพ่อเป็นหลายโรคมากๆ เป็นทั้งสโตรก เส้นเลือดสมองตีบ เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดที่ขาตีบ เป็นทั้งไตวายเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เบาหวาน ไขมัน ความดัน จนทำให้คุณพ่อล้ม”

“เราเป็นลูกคนเดียวก็ต้องดูแลคุณพ่อ เราเลยยอมสละงานหลายๆ งาน โอกาสดีๆ หลายๆ โอกาสที่เข้ามา เพื่อเลือกดูแลคุณพ่อด้วยตัวเอง หลังจากคุณพ่อออกจากรพ. ซึ่งการดูแลผู้ป่วยติดเตียงมันเป็นอะไรที่ยากมากๆ ส่วนใหญ่ถ้าคุณพ่อป่วยติดเตียง หรือมีญาติป่วยติดเตียง เขาจะเอาไปอยู่ศูนย์ หรือไม่ก็จ้างคนมาดูแลที่บ้าน แต่เราเลือกดูแลคุณพ่อด้วยตัวเราเองในช่วงคุณพ่อเจ็บหนัก เลยทำให้เรารู้สึกว่าน่าจะเป็นอานิสงส์ของการที่เราดูแลคุณพ่อด้วยตัวเราเอง และพยายามต่อสู้ทุกอย่างเพื่อรักษาคุณพ่อ จนคุณพ่อกลับมามีอาการดีขึ้น น่าจะเป็นอานิสงส์จากตรงนี้ ทำให้อยู่ๆ ปีนี้ก็ไม่คิดว่าจะได้พรีเซ็นเตอร์เข้ามาสามตัวในเวลาเดียวกันก็ได้พรีเซ็นเตอร์ค่ะ ที่ผ่านมาตุ๊กตาไม่ได้รับงานเลย ดูแลคุณพ่อที่ป่วยติดเตียงด้วยตัวเอง ตุ๊กตาใช้เงินในการรักษาคุณพ่อ หมดไปหลายล้านอยู่เหมือนกันนะคะ ต่อสู้เพราะอยากรักษาคุณพ่อให้ดีที่สุด ก็จะเลือกใช้ตัวยาที่ดีที่สุด รพ.ที่ดี คุณหมอดี คุณหมอเก่งๆ ทำให้เราต่อสู้ คุณพ่อก็ไม่ได้มีประกัน เราก็ใช้เงินเก็บของเรา เราไม่ได้รับงานเลย แทบไม่ได้ทำงานเลย มันก็เลยทำให้คิดว่าอานิสงส์จากตรงนี้ ทำให้อยู่ๆ ก็มีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาให้เราได้เงิน ในเงินที่เราเสียไป ก็น่าจะเป็นอานิสงส์จากตรงนี้ด้วยค่ะ”

สวยแซ่บในวันเกือบ 50 ปีจริงๆ สำหรับ “ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด” และด้วยกตัญญูของเธฮทำให้ปีนี้เป็นทองของผู้หญิงคนนี้

-(016)

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

'Thai Music Meetup – Gan Bei'กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

‘Thai Music Meetup – Gan Bei’กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.06 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” กิจกรรมส่งเสริมภาพลักษณ์อุตสาหกรรมดนตรีของไทยในไต้หวัน ภายใต้โครงการผลักดัน Soft Power ผ่านธุรกิจบริการศักยภาพ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก พร้อมสร้างโอกาสเจรจาธุรกิจ คาดสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาทภายใน 5 ปี

ตามแผนงานสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของ DITP ในสาขาต่างๆ เช่น หนังสือ เกม ดนตรี และแฟชั่น เพื่อต่อยอดทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดใหม่ๆ พร้อมบทบาทสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ จึงได้จัดงาน “Thai Music Meetup – Gan Bei” โดยมุ่งเน้นตลาดไต้หวัน ซึ่ง มีประชากรมากกว่า 23 ล้านคน และมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเพลงดิจิทัล คาดว่าภายในปี 2568 จะมีมูลค่าสูงถึง 1.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 45,000 ล้านบาท) โดยร้อยละ 88 ของรายได้มาจาก Music Streaming  ศิลปินไทยมียอดรับฟังจากผู้ใช้งานในไต้หวันสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย และมีการสร้างกระแส (Buzz) พร้อมการประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบผ่านสื่อออนไลน์ วิทยุ โทรทัศน์ และ Social Media ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนที่จำเป็นต่อการผลักดันศิลปินไทยสู่เวทีโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการรับรู้ สร้างฐานแฟนคลับ และสร้าง Country of Origin Branding ให้ศิลปินไทยเป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวแทนในการส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ

สำหรับงาน“Thai Music Meetup – Gan Bei” จะจัดขึ้นในวันที่ 17 กันยายน 2568 นี้ ที่ไต้หวัน โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการเจรจาธุรกิจ การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และความร่วมมือทางการค้ากับต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้จัดเทศกาลดนตรี ผู้นำเข้าศิลปินไทยและสื่อมวลชน เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวยังมีการจัดเสวนาพิเศษในหัวข้อ อุตสาหกรรมดนตรีไทยไปไกลได้แค่ไหน โดยได้รับเกียรติจาก คุณนัดส์ เจดีย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ลาวด์ลี่ พรีเฟอร์ จำกัด กล่าวว่า “การสนับสนุนศิลปินไทยไปแสดงในต่างประเทศ เป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่เวทีโลก ทั้งการสร้างฐานแฟนเพลงใหม่และการเปิดตลาดสากล ขณะเดียวกันการมีพื้นที่แสดงและรางวัลเชิดชูเกียรติภายในประเทศ จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวไประดับนานาชาติ”

อุตสาหกรรมดนตรีไทยยังมีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้ระดับโลก แต่ก็ยังเผชิญกับอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านการเดินทาง การขอวีซ่า และภาษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ศิลปินไทยต้องเตรียมความพร้อมอย่าง

รอบด้าน หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสมจากภาครัฐและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ก็จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและโอกาสในการขยายผลงานสู่เวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลล่าสุดจาก IFPI Global Music Report 2024 สะท้อนชัดว่า อุตสาหกรรมดนตรีของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ในปี 2567 รายได้จากอุตสาหกรรมดนตรีโลกมีมูลค่ากว่า 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังคงเติบโตต่อเนื่องปีละกว่าร้อยละ 10 สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมดนตรีมีมูลค่าตลาดกว่า 107 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือ 3,400 ล้านบาท)  เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 18.1 จากปีก่อนหน้า และได้รับการจัดอันดับว่า เป็นประเทศที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมเพลงติดอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  อันดับที่ 5 ของเอเชีย และอันดับที่ 26 ของโลก ซึ่งสะท้อนว่า อุตสาหกรรมดนตรีของไทยกำลังก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะ Soft Power ที่สร้างทั้งรายได้ทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจ

‘อ๋อม สกาวใจ’โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง’ทักษิณ’ เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

'อ๋อม สกาวใจ'โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง'ทักษิณ' เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

‘อ๋อม สกาวใจ’โพสต์ภาพยืนเคียงข้าง’ทักษิณ’ เผยคำสอนที่ท่านพูดตอนเจอกันครั้งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.58 น.

11 กันยายน 2568 อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ อดีตที่ปรึกษา แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ได้ออกมาโพสต์ภาพ และข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@oomsakaojai” เป็นภาพยืนคู่กับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ระบุว่า “ขออนุญาตลงภาพร่วมกับท่านนายกทักษิณ หลายคนถามว่าทำไมอ๋อมยังอยู่เพื่อไทย ขอตอบแบบตรงไปตรงมาแบบสั้นๆนะคะ เพื่อไทยคือบ้าน “หลังแรก” ที่เปิดประตูให้อ๋อมทำงานด้านการเมือง 

พร้อมกับคำสอนที่ท่านนายกทักษิณ บอกกับอ๋อมในครั้งแรกที่ได้พบท่าน เราต้องตอบแทนแผ่นดินเกิดและต้องทำงานให้ประชาชนนะอ๋อม สู้นะเรา ตัวเล็กนิดเดียว อ๋อมจำคำสอนท่านไว้เสมอค่ะท่าน เพราะท่านให้โอกาส เพราะเพื่อไทยคือบ้านหลังแรก เพราะเชื่อว่าเราจะกลับมาได้ 1 ปีแปปเดียว รอท่านค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูง อ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ *ทุกพรรคต่างมีข้อดีต่างกันและเคารพในความเห็นต่างค่ะ*”