เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร2568 พร้อมยกระดับวงการหนังไทย

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.08 น.

เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568 (Bangkok International Film Festival 2025 /BKKIFF 2025) คืนชีพอีกครั้งหลังจากปี 2551โดยทีมงานชุดใหม่ภายใต้การสนับสนุนของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA (Thailand Creative Culture Agency) จับมือโรงภาพยนตร์ทุกเครือในกรุงเทพมหานคร ฉายภาพยนตร์จากหลากหลายประเทศทั่วโลกกว่า 200 เรื่องระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 15 ตุลาคมนี้ ชูภาพยนตร์ไทย “ธี่หยด 3” เปิดม่านเทศกาล

นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ครั้งนี้ กล่าวว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์คือหนึ่งในหัวใจของซอฟต์พาวเวอร์ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรม ตลอดจนความคิดสร้างสรรค์ของไทยสู่สายตาชาวโลกได้อย่างทรงพลัง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ THACCA จึงร่วมกันผลักดันให้เกิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568 ภายใต้แนวคิด Power in Collaboration เพื่อสื่อถึงแนวทางการทำงาน ที่ต้องอาศัยพลังจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน ผู้สร้างสรรค์ และประชาชนทุกคน

“เรามุ่งมั่นยกระดับกรุงเทพมหานครสู่การเป็นศูนย์กลางภาพยนตร์และวัฒนธรรมร่วมสมัยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นพื้นที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงบุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลกทั้งผู้สร้างภาพยนตร์และนักลงทุนมาเจอกัน เพื่อสร้างเครือข่ายต่อยอดโอกาสทางธุรกิจสำหรับนักสร้างสรรค์ของไทย”      นพ. สุรพงษ์กล่าว

นพ. สุรพงษ์เปิดเผยว่า การจัดงาน BKKIFF 2025 ไม่เพียงตั้งเป้าหมายให้กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายของคนสร้างภาพยนตร์ระดับนานาชาติเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างเวทีให้คนไทยได้พัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมงานกับผู้สร้างภาพยนตร์จากทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานการผลิตและขยายโอกาสทางธุรกิจของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในระยะยาว เป็นการบูรณาการความร่วมมือ แลกเปลี่ยนความรู้และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งส่งเสริมศิลปินและผู้ประกอบการภาพยนตร์ของไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดและเวทีระดับนานาชาติได้มากขึ้น

“การสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เติบโตสู่ตลาดโลกเป็นการผลักดัน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยออกไปสู่สากล” นพ. สุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

นายดรสะรณ โกวิทวณิชชา อนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ สารคดี และแอนิเมชัน และผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร 2568  เปิดเผยว่า งาน BKKIFF 2025 ในครั้งนี้เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดฉายภาพยนตร์มากกว่า 200 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว ขนาดสั้น สารคดี และแอนิเมชัน จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งมีการประกวดภาพยนตร์ขนาดยาวและขนาดสั้น พร้อมงานเสวนากับทีมงานของภาพยนตร์กว่า 70 เรื่อง

สำหรับไฮไลต์ของ BKKIFF 2025 คือ ตลาดหนัง ที่จะเปิดพื้นที่ให้ผู้สร้าง ผู้จัดจำหน่ายและนักลงทุน มาพบปะและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจภาพยนตร์และซีรีส์ระดับนานาชาติ โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการออกบูทจากผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยกว่า 50 บริษัท เวทีสัมมนาเชิงลึกจากผู้ซื้อภาพยนตร์นานาชาติ กิจกรรมมาสเตอ ร์คลาสจากผู้กำกับและนักแสดงระดับโลก กิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้น รวมถึงกิจกรรม Asian Project Pitching และ Thai Project Pitchingที่ให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ได้นำเสนอโปรเจกต์ต่อผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง

“เชื่อว่าเทศกาลในปีนี้ นอกจากจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในวงการแล้ว ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจระดับนานาชาติให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย พร้อมเสริมพลังซอฟต์พาวเวอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการที่เรามี ‘ธี่หยด 3’ ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดม่านเทศกาล ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของหนังไทยซึ่งสามารถยืนหยัดและเฉิดฉายบนเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง” ดรสะรณกล่าว

BKKIFF 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 15 ตุลาคม 2568 ณ โรงภาพยนตร์ทั่วกรุงเทพมหานครทั้งในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, เอส เอฟ ซีเนม่า, เฮ้าส์ สามย่าน และลิโด้ คอนเน็คท์ โดยพิธีเปิดเทศกาลจะมีขึ้นในวันที่ 29 กันยายน 2568 ณ พินาเคิล ฮอลล์ ไอคอนสยาม พร้อมจัดฉายรอบปฐมทัศน์ของภาพยนตร์ “ธี่หยด 3” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดม่านเทศกาล ถ่ายทอดเรื่องราวบทใหม่ของ ลุงยักษ์ ยศ ยอด และจ่าประพันธ์ กับการเผชิญหน้าดงผีแห่งใหม่ “บ่องสะโหนดเบียง” ที่จะพาผู้ชมสัมผัสบรรยากาศสยองขวัญบทใหม่อย่างเข้มข้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BKKIFFofficial ทั้ง FacebookInstagramTikTok และ X

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

'บุ๋ม ปนัดดา' เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

วันอังคาร ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.57 น.

‘บุ๋ม ปนัดดา’ เปิดภารกิจหนึ่งวันที่ชายแดน ชีวิตนี้ได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้ว

19 ส.ค.68 บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ในฐานะโฆษกจิตอาสา ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)  เปิดเผยกับแนวหน้าออนไลน์ถึงภารกิจในหนึ่งวันที่ชายแดน ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง บุ๋ม กล่าว่า จะเดินทางไปตามฐานจุดต่างๆ เพื่อสำรวจว่าแต่ละแห่งขาดเหลืออะไรบ้าง โดยเฉพาะหลังการปะทะครั้งล่าสุด บางจุดที่บังเกอร์เสียหายก็จะต้องมีการซ่อมแซมหรือเสริมความแข็งแรงให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ทีมของคุณบุ๋มจะจัดหาสิ่งของที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ ของใช้ และอาหาร ไปมอบให้กับทหาร และในพื้นที่บางฐานที่ยังไม่มีไฟฟ้าหรือครัว ก็จะเข้าไปช่วยจัดตั้งให้ใหม่เพื่อให้ทหาร ชาวบ้านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

เมื่อถูกถามว่าเอาพลังมาจากไหนในการลงพื้นที่ ? บุ๋มตอบว่าเธอทำงานแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว และรู้สึกว่าชีวิตได้อุทิศเพื่อประเทศชาติไปแล้วไม่ว่าจะในสถานการณ์น้ำท่วมหรือตึกถล่ม การได้ดูแลความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่เธอรักมากจนรู้สึกนอนไม่หลับหากไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ

บุ๋มยังเล่าติดตลกด้วยว่า ถ้าใครอยากเจอเธอ นั่นหมายความว่าคนคนนั้นกำลังเป็นผู้ประสบภัยค่ะ

เมื่อถามว่าความต่างระหว่างการช่วยน้ำท่วมกับการช่วยชายแดน ?

บุ๋ม บอกว่าความเดือดร้อนทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกัน แต่ก็คือความเดือดร้อนเหมือนกัน อย่างช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่เกิดน้ำท่วมในภาคเหนือพร้อมกับการปะทะที่ชายแดน บุ๋มต้องบริหารจัดการการช่วยเหลือถึง 5 จังหวัดพร้อมกัน ทำให้เธอต้องลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองในทุกๆ ที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

https://www.tiktok.com/embed/v2/7540175049576172801?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F907990

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

'สยามเซ็นเตอร์' จับมือ 'ไปรษณีย์ไทย'ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

‘สยามเซ็นเตอร์’ จับมือ ‘ไปรษณีย์ไทย’ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์  จับมือ ไปรษณีย์ไทย และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ร่วมแสดงความภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านงาน รักเธอประเทศไทย ในรูปแบบ POP UP SHOWCASE สุดครีเอทีฟ ให้ได้อินไปกับพลัง Thai Spirit ผ่านแฟชั่น อาร์ต และไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของสยามเซ็นเตอร์ ด้วยการรวมผลงานและสินค้าสร้างสรรค์จากดีไซเนอร์และแบรนด์ไทยตัวจริงที่ร่วมส่งกำลังใจให้ชาวไทยผ่านพ้นสถานการณ์ไปด้วยกัน

เริ่มจากกิจกรรม DIY โปสการ์ด ‘รักเธอประเทศไทย’ โดยสยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ร่วมส่งต่อความรักและกำลังใจถึงทหารที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่และพี่น้องทั่วประเทศ ผ่านโปสการ์ดกับสติกเกอร์ลายเอ็กซ์คลูซีพมากมาย จากนักออกแบบสายเลือดครีเอทีฟ และแบรนด์ไทยชื่อดัง นำโดย 27 FRI, ลงนวมบอยส์, FLYNOW III, Greyhound Original, Kloset and Etcetera, Leisure Projects, Maison Wonder Anatomie, NNJT, PORIIN,  Sleeping Cloud, SmileyHound, Daddy and the muscle academy, Vinn Pattararin และ ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ ที่พร้อมใจกันมาแสดงพลังสร้างสรรค์เฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์  เท่านั้น

ร่วมแชร์ความรักแบบไดเร็คเพียงถ่ายรูป DIY Postcard พร้อมติด #รักเธอประเทศไทย แชร์ลงบนช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย รับฟรี สติกเกอร์ #รักเธอประเทศไทย และพบกับโปสการ์ดดีไซน์ของคุณบนจอทั่วสยามเซ็นเตอร์ และยังสามารถร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยนำใบเสร็จภายในศูนย์ฯ ครบ 200 บาท หรือ สมาชิก ONESIAM SuperApp ใช้เพียง 1 ONESIAM Coin เพื่อแลกสิทธิ์ ฟรี!  และลูกค้าทั่วไปสามารถบริจาค เพื่อร่วมกิจกรรม DIY Badge โดยเงินบริจาคทั้งหมดร่วมสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พลาดไม่ได้ กับ สยามเซ็นเตอร์ x Absolute Siam Store เปิดคอนเซ็ปต์ป๊อปอัพ ร่วมกับแบรนด์ไทยสุดฮอต ที่มาอวดไอเดียอาร์ท ดึงจิตวิญญาณไทยมาทวิสต์ใหม่ในมุมมองสุดคูล ยูนีค และแตกต่าง ทั้ง T-Shirt, Tote Bag, ผ้าพันคอ จัดมาเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ และสินค้าสุดครีเอทีฟมากมายจาก ไม่ว่าจะเป็น  Akkara, NNJT, Tai, Daroon, ArtSaveWorld, Windwear, Bangkok OK, Being A Bro Studio, Dawood, Choui, Ek Ka Nek, Anona และ Araya

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน สยามเซ็นเตอร์  ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวบรวมผลงานสุดครีเอทีฟจากเหล่านักออกแบบและยังก์ทาเลนท์ไทย ทั้งแฟชั่นและอาร์ททอย อาทิ Hayak Studio, Liko Loko, Motmo Studio, Sawasdee Cat, Yak Kiku Studio, Caliico, CocoSui, JapFac และ MaMad มาให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

พบกับงาน รักเธอประเทศไทย พร้อมร่วมส่งความรักและกำลังใจให้กันได้แล้ววันนี้ที่เอเทรียม 1 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันนี้ – 28 สิงหาคม 2568

#SiamCenter  #TheIdeaopolis #BeInspired#BeTheFirst #รักเธอประเทศไทย

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

'ช่อง 8 ปันน้ำใจ'สานต่อพลังแห่งการให้จาก 'ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร'สู่มือชาวบ้าน และทหาร 'ชายแดนไทย–กัมพูชา'

‘ช่อง 8 ปันน้ำใจ’สานต่อพลังแห่งการให้จาก ‘ประชาชน-กลุ่มพันธมิตร’สู่มือชาวบ้าน และทหาร ‘ชายแดนไทย–กัมพูชา’

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.03 น.

สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์แห่งการแบ่งปันจากพี่น้องประชาชน ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา โดยได้รับการสนับสนุนจากธารน้ำใจของประชาชนทั่วประเทศ ที่ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ และ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจที่เข้าร่วมสมทบสิ่งของจำเป็น เพื่อแบ่งปันจัดถุงยังชีพ และอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจทหารในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ บมจ.ยูโรเปี้ยนฟู้ด, บจก.แมสมาร์เกตติ้ง ,บจก.อ้วยอันโอสถ, บจก.โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย, บจก.โกลด์ มิ้นท์ โปรดักส์, บจก.ไลอ้อน (ประเทศไทย), บจก.โนโวไลฟ์, บจก.สมุนไพร หนุมาน, บจก.มัลติพลาย บาย เอท และ บจก.แลคตาซอย

โดยการดำเนินการภารกิจแบ่งปันเพื่อพี่น้องประชาชน และเหล่าทหารแนวหน้าในครั้งนี้ นำโดย คุณนงลักษณ์ งามโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายมัลติมีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ พร้อมด้วยทีมผู้ประกาศข่าวช่อง 8 ได้แก่ คุณโจ ธีระ ธัญญอนันต์ผล, คุณเจี๊ยบ จิตดี ศรีดี, คุณเมย์ ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ และ คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู พร้อม นักแสดงช่อง 8 ศิลปินอาร์สยาม และ คูลเจสถานีเพลง COOL fahrenheit ร่วมด้วยพนักงานจิตอาสาช่อง 8 ที่ร่วมแรงร่วมใจกันขนย้าย และจัดเตรียมสิ่งของ ก่อนกระจายสู่ 5 หน่วยทหารหลัก และจุดช่วยเหลือในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา , ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี, ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์/ศรีสะเกษ, ค่ายสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก จ.บุรีรัมย์, จุดส่งต่อน้ำใจให้ทหารชายแดน จังหวัดตราด โดยเครือข่ายทหารผ่านศึก จ.ตราด อีกทั้งยังได้จัดส่ง รั้วลวดหนามหีบเพลง 100 ชุด, เครื่องปั่นไฟ 20 ชุด, Power Box 20 ชุด และ ของใช้จำเป็นอีกหลายรายการ ไปยัง หน่วยเฉพาะกิจที่สองกองกำลังสุรนารี จังหวัดสุรินทร์ อีกด้วย

ในส่วนของการช่วยเหลือประชาชน เมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ไปยังพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัดหลัก ได้แก่ จ.สุรินทร์ (อ.กาบเชิง) จำนวน 500 ชุด แจกจ่ายทั้งที่ว่าการอำเภอ, หมู่บ้านพื้นที่สีแดงติดชายแดน และกลุ่มเปราะบาง จ.ศรีสะเกษ (อ.กันทรลักษณ์) จำนวน 500 ชุด แจก 3 จุด โดยมีหน่วยทหารเข้ามารับเอาไปกระจายตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อมอบให้กับชาวบ้าน 6 หมู่ ในพื้นที่ติดชายแดน นอกจาก คุณต้นกล้า ชัยอนันต์ ปันชู เป็นผู้นำส่ง ยังได้นำถุงยังชีพใส่รถช่อง 8 เพื่อตระเวนแจกกลุ่มเปาะบาง ตามบ้านติดชายแดน ที่ไม่สามารถออกมาด้านนอกได้

ภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยพลังธารน้ำใจจากประชาชน และการสนับสนุนจากพันธมิตรของช่อง 8 ที่เข้ามาเติมเต็ม ทำให้ความช่วยเหลือเดินทางถึงมือประชาชนและทหารในพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ติดตามความคืบหน้าของโครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ”  เพื่อประชาชนและทหารที่ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 กดเลข 27 และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 8 ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมเป็นพลังความดีไปกับเรา

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

'แอ็คมี่ วรวัฒน์'นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

‘แอ็คมี่ วรวัฒน์’นักร้องนำวง DoubleDeep ลั่น!ทุ่มงินซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดช่วยชาติ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

สร้างความสั่นสะเทือนไปทุกวงการอีกครั้งสำหรับแอ็คมี่ วรวัฒน์ นักร้องนำวง DoubleDeep ผู้ก่อตั้งเหรียญ ACT(ACET) ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวใหญ่รุนแรงสะเทือนไปทุกวงการเสมอ หลังจากเริ่มมีข่าวว่ากำลังซุ่มทำเพลงใหม่ของตัวเองได้ไม่นานซึ่งแว่ว ๆ ว่าจะส่งผลงานให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงกันเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด แอ็คมี่-DoubleDeep ก็ได้สร้างความฮือฮาครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการโพสต์ลงโซเชียลตัวเองประกาศโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการเพลงโดยตรง แต่เป็นภารกิจเพื่อชาติ เพื่อคืน “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กับพี่น้องคนไทย กับการซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดที่มีมูลค่ารวม 100 ล้านบาทมอบให้กองทัพไทย นี่ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินผู้ไม่เคยนิ่งเฉยต่อปัญหาสังคม และพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อแผ่นดินเกิด

โปรเจกต์ดังกล่าว แอ็คมี่-DoubleDeep ประกาศร่วมกับแฟนคลับ ACT Warriors จัดซื้อหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดรุ่น DOK-ING MV-4 มูลค่ารวม 100 ล้านบาท ที่พร้อมสั่งตรงจากประเทศโครเอเชียมาเพื่อมอบให้กับกองทัพไทย นำไปใช้ในภารกิจเก็บกู้ระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่สถานการณ์กำลังคุกรุ่น ทั้งยังสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินแบบประเมินมูลค่าไม่ได้ และสร้างความหวาดผวาให้กับพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่อยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญโครงการนี้จะไม่มีการเปิดระดมทุนเพื่อรับบริจาค กรุณาอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างทุกกรณีโดยหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิด DOK-ING MV-4 ดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูง สามารถควบคุมได้จากระยะไกลในรัศมี 1,500 เมตร ความเร็วในการกวาดทุ่น 3–5 กม./ชม. ทนทานต่อแรงระเบิดและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ มีอายุการใช้งานยาวนาน 10–15 ปี ทำให้สามารถเข้าปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้ชีวิตของเจ้าหน้าทหารหรือสุนัขกู้ภัยเข้าไปเสี่ยง จึงตรงใจและความต้องการของแอ็คมี่-DoubleDeep เป็นอย่างยิ่ง จึงได้โพสต์ประกาศเจตนารมณ์เอาไว้อย่างหนักแน่นผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมแท็กถึงเพจ กองทัพบก Royal Thai Army ความว่าหุ่นยนต์กวาดทุ่นระเบิดควบคุมระยะไกลตัวนี้ควรค่าแก่ประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ยังมีกับระเบิดฝังอยู่ในผืนแผ่นดินไทยซึ่งไม่ได้เลือกหรือแยะแยะเป้าหมาย และได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก DOK-ING MV-4 คือ เครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บกู้ระเบิดเหล่านั้นโดยไม่ต้องเสี่ยงต่อชีวิตเจ้าหน้าที่ของเราอีกต่อไป เพื่อให้พื้นที่เหล่านั้นกลับมาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ให้ผู้คนได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข“ประเทศไทย…สมควรมีสิ่งนี้ ไม่ใช่เพื่อรบกับใคร แต่เพื่อหยุดการสูญเสีย และเพื่อยืนยันว่า ชีวิตของประชาชนไทยทุกคน มีค่ามากเกินกว่าจะปล่อยให้ถูกพรากไปเพราะกับระเบิด แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากและซับซ้อนเพียงใด แต่ผม…และแฟนคลับชาว ACT Warriors คนธรรมดาตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา จะพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อให้ได้มันมาเพื่อส่งมอบ และบริจาคให้แก่กองทัพไทยและในไม่ช้าผู้คนจะได้เห็นมันโลดแล่นบนแผ่นดินที่อันตรายเพื่อเก็บกู้ระเบิดและคืนผืนแผ่นดินให้แก่คนไทยทุกคนเพราะนี่ไม่ใช่การซื้อเครื่องจักร แต่มันคือการซื้อ “ชีวิต”…และการคืน “ชีวิต” ให้กับแผ่นดินและผู้คนของเรา”#SaveThailand #MV4 #StopLost #ACTWarrios #ACTisThePeople

‘โอปอล’เดินหน้าโครงการ Opal for Her จับมือมูลนิธิกาญจนบารมีส่งต่อการตรวจคัดกรองและความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมสู่ชุมชนทั่วประเทศ

'โอปอล'เดินหน้าโครงการ Opal for Her จับมือมูลนิธิกาญจนบารมีส่งต่อการตรวจคัดกรองและความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมสู่ชุมชนทั่วประเทศ

‘โอปอล’เดินหน้าโครงการ Opal for Her จับมือมูลนิธิกาญจนบารมีส่งต่อการตรวจคัดกรองและความรู้เรื่องมะเร็งเต้านมสู่ชุมชนทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.35 น.

มิสเวิลด์ 2025 “โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” ไม่รอช้าในการสานต่อพันธกิจ หลังเพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจในสหราชอาณาจักร ก็ลุยงานต่อทันที กับโครงการ Opal for Her เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เรื่องมะเร็งเต้านมและกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้เข้าถึงผู้คนอย่างกว้างขวางพร้อมสู้เคียงข้างผู้ป่วยแบบสุดพลังอย่างที่เคยกล่าวไว้บนเวทีมิสเวิลด์

ในครั้งนี้ Opal for Her ได้ร่วมมือกับ มูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อสานต่อโครงการพระราชดำริด้านสาธารณสุขของในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงให้การดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ขาดโอกาส ผ่านการให้บริการตรวจคัดกรองด้วยรถตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ พร้อมเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และแนวทางการรับมือกับโรค ซึ่ง มิสเวิลด์ 2025 “โอปอล-สุชาตา” เปิดใจถึงความภาคภูมิใจในการร่วมภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ว่า

“โอปอลรู้สึกปลาบปลื้มและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจร่วมกับมูลนิธิกาญจนบารมี เพื่อส่งมอบโอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตามรอยพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในครั้งนี้ โอปอลได้รับหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง รู้เท่าทันโรค และสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ที่สำคัญ ทางมูลนิธิฯ ยังได้จัดเตรียมรถตรวจมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง (Mammogram) ไว้ให้บริการประชาชนทั่วไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจได้ทันที และสามารถติดตามภารกิจครั้งต่อไปได้ทาง Facebook: มูลนิธิกาญจนบารมี และ Facebook: Miss World Thailand” โรคนี้รู้ก่อนก็รักษาหายได้นะคะ โอปอลขอเป็นกำลังใจและสู้ไปกับทุกคนค่ะ ฝาก Opal for Her ไว้ด้วยนะคะสัญญาว่าจะเดินหน้าสุดกำลังและจะนำความรู้ความช่วยเหลือเข้าถึงทุกพื้นที่ที่โอปอลและทีมมิสเวิลด์ได้ไปเยือนค่ะ”

‘aespa’ ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.01 ล้านชุด เตรียมขึ้นแท่น Million Seller ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6

‘aespa’ ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.01 ล้านชุด เตรียมขึ้นแท่น Million Seller ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6

‘aespa’ ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.01 ล้านชุด เตรียมขึ้นแท่น Million Seller ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

aespa (เอสป้า) เสิร์ฟรสชาติเหล็กที่แท้จริง ในซิงเกิลใหม่ล่าสุด Dirty Work’ (เดอร์ตี้ เวิร์ก) ที่ปล่อยออกมาให้รับฟังกันแล้ววันนี้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงต่าง ๆ ทั่วโลก (https://aespa.lnk.to/DirtyWork) โดยซิงเกิลนี้ ประกอบด้วยทั้งหมด 4 เพลง ได้แก่ ดับเบิลไตเติลอย่าง Dirty Work’ กับ Dirty Work’ เวอร์ชันที่มี Flo Milli ร่วมร้อง‘Dirty Work’ เวอร์ชันภาษาอังกฤษ และ Dirty Work’ เวอร์ชัน Instrumental ที่สำคัญ ยังสร้างสถิติมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.01 ล้านชุด (ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2025) และคาดว่า aespa (เอสป้า) จะขึ้นแท่น Million Seller (หรือศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มทะลุล้านชุด) ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 ต่อจากมินิอัลบั้มชุดที่ 2 ‘Girls’, มินิอัลบั้มชุดที่ 3 ‘MY WORLD’, มินิอัลบั้มชุดที่ 4 ‘Drama’, อัลบั้มเต็มชุดแรก ‘Armageddon’ และมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ‘Whiplash’

เพลงไตเติล Dirty Work’ (เดอร์ตี้ เวิร์ก) เพลงแดนซ์แนวฮิปฮอปที่มีจุดเด่นอยู่ตรงเสียงซินธ์เบสสุดติดหูและทำนองของเสียงร้องแบบเท่ ๆ ซึ่งจะแตกต่างจากเสน่ห์ที่แข็งแกร่งของ aespa (เอสป้า) ในช่วงที่ผ่านมา ด้านการแสดงของเพลงนี้มาพร้อมท่าเต้นที่เน้นให้เห็นถึงความแตกต่างกัน ตั้งแต่ท่าที่มีความฮิปและทรงพลัง ไปจนถึงความรู้สึกเซ็กซี่แบบผ่อนคลาย โดยเฉพาะช่วงแดนซ์เบรกที่โชว์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละสมาชิก และช่วงคอรัสสุดท้ายที่ดำเนินไปอย่างทรงพลังตามจังหวะดนตรีที่สูงขึ้น

นับตั้งแต่ aespa (เอสป้า) เดบิวต์ในปี 2020 พวกเธอได้สร้างความอิมแพ็คอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘Black Mamba’ ตามด้วยเพลงฮิปฮอปแดนซ์ ‘Next Level’ ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลากหลายแบบอย่างโดดเด่น และเพลงแนวแทร็ป ‘Savage’ ที่เน้นความรู้สึกโจมตีอย่างทรงพลัง ซึ่งประสบความสำเร็จได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะตัวที่เรียกว่า ‘รสชาติเหล็ก’ สำหรับเพลงใหม่ Dirty Work’ (เดอร์ตี้ เวิร์ก) ทุกคนจะได้สัมผัสกับเสน่ห์สุดชิลล์และเท่ของ aespa (เอสป้า) ซึ่งวิดีโอการแสดงที่ปล่อยออกมาให้ฟังเพลงบางส่วนก่อนหน้านี้ (https://youtu.be/1dxDjcKg21o) ถูกผลิตขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Shot On iPhone’ ผ่านความร่วมมือกับ Apple และกระบวนการทั้งหมดก็ถ่ายทำด้วย iPhone 16 Pro โดยใช้ภาพสโลว์โมชัน 4K120 สำหรับท่อนหลักของเพลงนี้ ทำให้วิดีโอยิ่งดูน่าตื่นเต้นมากขึ้น และแฟน ๆ ต่างพูดถึงกันอย่างร้อนแรง เช่น ‘รสชาติเตาหลอมเหล็ก’, ‘เสียงเหล็กหลอมละลาย’, ‘aespa ช่างตีเหล็ก’

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุผลที่ทำให้ ‘รสชาติเหล็ก’ ในแบบฉบับของ aespa (เอสป้า) ยิ่งพิเศษมากขึ้นไปอีกก็คือ การรักษาเนื้อสัมผัสของเสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้ ที่เพียงแค่ฟังท่อนแรกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็น ‘เพลงของ aespa’ ขณะเดียวกัน ก็พยายามเปลี่ยนแปลงดนตรีต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสนุกในการรับฟังมากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาพวกเธอประสบความสำเร็จกับการแสดงให้เห็นถึง ‘aespa ที่สมกับเป็น aespa ที่สุด แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน’ ด้วยเพลงไตเติล ‘Supernova’ และ ‘Armageddon’ ของอัลบั้มเต็มชุดแรก และมินิอัลบั้มชุดที่ 5 ‘Whiplash’ ที่สร้างกระแสความนิยมไปทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น มิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ Dirty Work’ (เดอร์ตี้ เวิร์ก) ยังถูกถ่ายทำขึ้นในโรงงานเหล็ก Hyundai Steel ที่เมืองทังจิน เผยภาพอันสวยงามที่สามารถสัมผัสได้ถึง ‘รสชาติเหล็ก’ ที่แท้จริง ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมแบบสมจริง โดย aespa (เอสป้า) ได้พลิกโฉมเป็นกลุ่มผู้ต่อต้านที่ไม่ยอมท้อถอย และไม่ลังเลที่จะลงมือทำ ‘งานสกปรก (dirty work)’ ทุกรูปแบบเพื่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ อีกทั้งยังเน้นย้ำถึงความรู้สึกยิ่งใหญ่และสเกล พร้อมนำเสนอความเพลิดเพลินในการรับชมอย่างเหนือชั้น ด้วยลานเก็บของสุดกว้างใหญ่, เครื่องจักรกลหนัก, นักแสดงตัวประกอบ 225 คน ฯลฯ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของพวกเธอ

ทั้งนี้ aespa (เอสป้า) สร้างสถิติเป็นเกิร์ลกรุ๊ปเค-ป็อปวงแรก ที่ได้ขึ้นแสดงในฐานะเฮดไลน์เนอร์ของเทศกาลดนตรีระดับโลก ‘Mawazine Festival’ ที่กรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) นอกจากนี้ พวกเธอยังมีแผนจัดเวิลด์ทัวร์ครั้งที่ 3 ชื่อว่า ‘2025 aespa LIVE TOUR – SYNK : aeXIS LINE –’ เริ่มต้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 29-31 สิงหาคมนี้ ณ KSPO DOME รวมถึงประกาศตารางทัวร์อารีน่าในประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมด 10 รอบใน 4 เมือง เริ่มต้นที่ฟุกุโอกะ วันที่ 4 ตุลาคมนี้ ตามด้วยโตเกียว ไอจิ และโอซาก้า สำหรับคอนเสิร์ตที่ประเทศไทย แฟน ๆ สามารถรอติดตามข่าวสารได้ทางบัญชีโซเชียล มีเดียต่าง ๆ ของ SM True

สวยสง่ามาก! ‘ศรีริต้า’สวมผ้าไหมไทยสุดหรู เผยภูมิใจทุกครั้งที่ได้สวมใส่

สวยสง่ามาก! 'ศรีริต้า'สวมผ้าไหมไทยสุดหรู เผยภูมิใจทุกครั้งที่ได้สวมใส่

สวยสง่ามาก! ‘ศรีริต้า’สวมผ้าไหมไทยสุดหรู เผยภูมิใจทุกครั้งที่ได้สวมใส่

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.47 น.

17 สิงหาคม 2568 นักแสดงและคุณแม่ลูกสองคนสวย “ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” เรียกเสียงชื่นชมจากแฟนๆ หลังโพสต์ภาพสวมใส่ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินสุดหรูอลังการ อวดความสวยเลอค่าเกินต้าน พร้อมตอกย้ำความภาคภูมิใจในผ้าไหมไทย สวยปังระดับควีนตัวจริง

โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพลงอินสตาแกรม พร้อมข้อความระบุว่า “Thai silk is more than just fabric, it’s a piece of living art. ริต้าภูมิใจทุกครั้งที่ได้สวมใส่ผ้าไหมไทยค่ะ”

‘กอบสุข จารุจินดา’ส่งกำลังใจถึงทหารแนวหน้า ขอบคุณจากหัวใจคนไทย

'กอบสุข จารุจินดา'ส่งกำลังใจถึงทหารแนวหน้า ขอบคุณจากหัวใจคนไทย

‘กอบสุข จารุจินดา’ส่งกำลังใจถึงทหารแนวหน้า ขอบคุณจากหัวใจคนไทย

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.22 น.

17 สิงหาคม 2568 เพจ ดาราภาพยนตร์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของ คุณกอบสุข จารุจินดา ผู้จัดละครและบุคคลเบื้องหลังมากความสามารถของวงการบันเทิง ที่ออกมาแสดงความขอบคุณและส่งกำลังใจให้กับทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในคลิป คุณกอบสุขได้กล่าวว่า “ผู้กล้าของเราทุกท่านนะคะ ขอขอบพระคุณด้วยใจจริง สำหรับแนวหลังขอส่งกำลังใจให้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัย ขอให้พระคุ้มครอง ขอให้เรามีแต่ความแข็งแรง แข็งเกร่ง และเป็นรั้วของชาติที่ทำให้แนวหลังอย่างเราอบอุ่นใจ ขอให้ทุกท่านปลอกภัยนะคะ ขอบคุณค่ะ”

นอกจากคลิปดังกล่าว เพจยังได้แนบแคปชั่นที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจ ว่า “#กราบหัวใจทหารหาญกล้าทุกท่าน #นักรบแนวหน้า #คำขอบคุณจากหัวใจ จากใจคนไทยถึงผู้กล้าแนวหน้า ขอขอบคุณในความเสียสละและความกล้าหาญของพี่ๆ ทหารและกำลังพลอาสาทุกท่าน #ขอบุญรักษาคุณพระคุ้มครอง #ความสงบสุขของเราแลกมาด้วยความทุ่มเทของพวกท่าน พวกเราจะไม่มีวันลืมบุญคุณ #รักชาติรักแผ่นดิน #สื่อดีสังคมดีดาราภาพยนตร์ และแฟนเพจขอร่วมส่งกำลังใจ”

‘ครูลูกกอล์ฟ’เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่’ลิซ่า’ที่ลอนดอน

'ครูลูกกอล์ฟ'เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่'ลิซ่า'ที่ลอนดอน

‘ครูลูกกอล์ฟ’เผยโมเมนต์สุดประทับใจ กระทบไหล่’ลิซ่า’ที่ลอนดอน

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

เรียกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มตามและอิ่มใจสุด ๆ เมื่อ “ครูลูกกอล์ฟ” คณาธิป สุนทรรักษ์ ได้โพสต์ภาพถ่ายและคลิปสุดพิเศษคู่กับ “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK ขณะเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งครูลูกกอล์ฟเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนร้านดังกล่าว

ล่าสุด ครูลูกกอล์ฟ ก็ได้โพสต์ภาพถ่ายกับ ลิซ่า ในลอนดอน พร้อมเล่าถึงเบื้องหลังการเจอกันครั้งนี้ในลอนดอน โดยเล่าว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ลิซ่าเข้ามาที่ร้านอาหาร และด้วยความเป็นกันเอง ทำให้เกิดโมเมนต์อบอุ่นที่ทั้งน่ารักและน่าจดจำ

โดย ครูลูกกอล์ฟ ได้เขียนข้อความไว้ดังนี้

“ตอนนี้ยังงงอยู่ว่า ทั้งหมดคือความจริงหรือฝันไป หลายวันมานี้ ใช้แต้มบุญไปเยอะแน่ ๆ

ทุกอย่างเริ่มจาก น้องต้าเหนิงบอกว่า น้องลิซ่าอยากทานอาหารที่ร้าน เพราะนางแนะนำไป นี่ก็ร้องกรี๊ดแบบ หาาาาาาาาาาาาา

สุดท้ายจองโต๊ะให้น้อง และไม่คิดว่าน้องจะมา แต่น้องมาจริง ตอนเจอครั้งแรก ความเกร็งทั้งหมดหายไป น้องเข้ามากอด และทักทายด้วยความเป็นมิตรที่สุด

ตอนทานอาหาร ตั้งใจจะไม่ยุ่งกับน้องเลย ปล่อยให้น้องได้พัก เพราะรู้ว่าจะมี concert ใหญ่ ไม่อยากกวนน้อง แต่… คุยไปมา น้องชวนให้นั่งทานข้าวด้วย นี่ก็ร้องหาาาาาาาา ในใจอีกรอบ

ระหว่างทานข้าว เม้ากันมากมาย กับน้องและพี่อลิซ อยู่ ๆ น้องบอกอยากถ่ายคลิป #Walkวนไป นี่ก็ร้องกรี๊ดในใจอีกรอบ หาาาาาาาาาาาาาา เพราะใครจะไปกล้าชวนน้องถ่ายคลิปเดินต่อหน้าผู้จัดการ และ พี่ bodyguard สักพักน้องแซวพัดคุณยายในกระเป๋านี่ แล้วสักพักน้องเอาหมึกกรุบมาให้ลองทาน นี่ก็แบบ กรี๊ดดดดดในใจ น้องให้หมึกกรุบยี่ห้อที่น้องชอบ งงงงงง ได้หมึกกรุบจากลิซ่า!

ทานข้าวจะเสร็จ น้องกับพี่อลิซ ชวนไปดู concert นี่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรเลย จริง ๆ จะไปอยู่แล้ว เดี๋ยวจัดการตั๋วเอง เพราะรอบที่แล้วก็ซื้อตั๋ว ทางน้องก็ไม่ยอม ขอดูแล นี่ก็แบบ ร้องกรี๊ดในใจอีก ว่าหาาาาาาาาาาา

สักพักน้องถามว่า มีบาร์ไหนในลอนดอนแนะนำมั้ยนอกจากที่ Slurp นี่ก็บอกว่ามีที่นึง เลยแนะนำไป สักพักน้องและพี่อลิซชวนให้ไปด้วยกัน นี่ก็งงอีก ว่าจริงเหรออออออ

สุดท้ายก็ได้ถ่ายคลิปเดิน และจบลงด้วยการพาน้องเที่ยวกลางคืน ที่งงที่สุดคือ น้องรู้จักพี่พอลว่าเป็นคนถ่ายคลิปเดินให้นี่ คุยไปคุยมา น้องบอกชวนพี่พอลมาได้นะ เลยโทรหาพอล คราวนี้พอลงง ว่าเรื่องจริงหรือหลอก

สุดท้ายพอลได้มาเที่ยวกลางคืนกับน้อง แล้วคุยกันหลายเรื่องมาก หลักๆ คือ เรื่องผี และดูดวง 55555 งงมาก

ค่ำคืนจบลง น้องขอบคุณพี่พาเที่ยว เพราะถ้าไม่ได้เจอกัน น้องคงไม่ได้เที่ยวลอนดอนแบบนี้ และก็ลากันไป โดยคิดว่า ไม่ได้เจอน้องแล้ว

วัน concert มาถึง พี่อลิซจัดแจงบัตรให้มาเป็นแขกของน้อง แล้วทักมาบอกว่า มาเจอน้องก่อนขึ้นเวทีก่อนน้องแสดงนะ นี่ก็บอกว่า ไม่เป็นไรเลย เข้าใจว่าน้องยุ่ง แต่พี่อลิซก็จัดเวลาให้มาเจอ แล้วพอมาถึงคือ ได้รับการดูแลดุจญาติผู้ใหญ่มาก น้องส่งพี่ bodyguard มาดูแล นี่งงแบบจะร้องไห้ ในใจคือร้องหาาาาาา รอบที่ล้าน

และก็เจอกันสั้นๆ ก่อนน้องขึ้นแสดง น้องเอาตากล้องมาถ่ายภาพให้อีก ที่ดีใจที่สุดคือได้โอกาสมอบพัดส่วนตัวที่มีคำว่า “รวยหนัด” เป็นของขวัญให้น้อง เพื่อให้น้องรู้ว่า I will always be one of your biggest FANS.”