‘ปั้นจั่น ปรมะ’โพสต์ระบาย ลั่นสันติที่ไม่มีศักดิ์ศรีนั้นไม่อาจยอมรับได้

'ปั้นจั่น ปรมะ'โพสต์ระบาย ลั่นสันติที่ไม่มีศักดิ์ศรีนั้นไม่อาจยอมรับได้

‘ปั้นจั่น ปรมะ’โพสต์ระบาย ลั่นสันติที่ไม่มีศักดิ์ศรีนั้นไม่อาจยอมรับได้

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.48 น.

27 กรกฎาคม 2568 จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทวีความตึงเครียดมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้มีเสียงสะท้อนจากหลายภาคส่วน รวมถึงคนในวงการบันเทิงที่ออกมาแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในนั้นคือ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง “ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย” ที่ได้โพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย แสดงความรู้สึกอึดอัดใจต่อสถานการณ์

“อึดอัดใจไม่ไหวแล้วครับ ในหัวใจของคนไทยทุกคน ลึกลงไปมีความปรารถนาเดียวกันคือ “ความสงบ” — ความสงบที่ให้ลูกหลานเติบโตได้อย่างปลอดภัย ความสงบที่ทำให้ผู้คนทำมาหากินได้โดยไม่หวาดกลัว และความสงบที่ก่อร่างสร้างแผ่นดินนี้มาจนถึงทุกวันนี้

เราไม่เคยแสวงหาความรุนแรง เราไม่เคยต้องการสงคราม แต่หากใครบางคนย่างกรายเข้ามา เพื่อย่ำยีแผ่นดินของเรา บิดเบือนความจริง และเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแห่งชาติเรา

เราจะลุกขึ้น ไม่ใช่เพราะเรารักการรบ แต่เพราะเรา “จำเป็น” ต้องรบเพื่อปกป้องในสิ่งที่รัก เพื่อรักษาเกียรติภูมิของบรรพชน และเพื่อส่งต่อแผ่นดินที่ปลอดภัยให้รุ่นต่อไป

เรารักสันติ แต่สันติที่ไม่มีศักดิ์ศรีนั้นไม่อาจยอมรับได้ การยอมให้คนอื่นกดขี่ ไม่ใช่ความสงบ

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ขอให้ทหารหาญและพี่น้องคนไทยทุกคนปลอดภัยครับ”

‘ต้าห์อู๋’บริจาคเงิน 2 แสนบาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-เหตุปะทะชายแดน

'ต้าห์อู๋'บริจาคเงิน 2 แสนบาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-เหตุปะทะชายแดน

‘ต้าห์อู๋’บริจาคเงิน 2 แสนบาท ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-เหตุปะทะชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.28 น.

จากสถานการณ์ในประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาหลายด้าน ทั้งพายุ “วิภา” ที่ส่งผลให้จังหวัดน่านเกิดน้ำท่วมในระดับวิกฤต และเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ส่งผลให้หลายภาคส่วนเร่งให้ความช่วยเหลือและส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด นักแสดง-นักร้องหนุ่มสุดฮอต “ต้าห์อู๋ พิทยา” พร้อมครอบครัว ได้บริจาคเงินจำนวน 200,000 บาท เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในแถบชายแดนและน้ำท่วม จ.น่าน

ไม่เคยเหยียดใคร! ‘ใหม่ ดาวิกา’โต้กลับหลังโดนทัวร์เขมรถล่ม

ไม่เคยเหยียดใคร! 'ใหม่ ดาวิกา'โต้กลับหลังโดนทัวร์เขมรถล่ม

ไม่เคยเหยียดใคร! ‘ใหม่ ดาวิกา’โต้กลับหลังโดนทัวร์เขมรถล่ม

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.51 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีแบบไม่ทันได้ตั้งตัว สำหรับนางเอกสาวชื่อดัง “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” หลังจากเกิดกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ เมื่อมีคนนำภาพของเธอไปใช้โดยใส่คำว่า “Cambodia” ไว้บริเวณเท้าในภาพดังกล่าว ทำให้ชาวเน็ตชาวกัมพูชาจำนวนมากไม่พอใจ และเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าเธออย่างหนักในอินสตาแกรมส่วนตัว

โดยล่าสุด ใหม่ ดาวิกา ได้ออกมาเคลื่อนไหว ตอบโต้เรื่องดังกล่าวแล้ว โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเป็นภาษาอังกฤษว่า

“I will never did that to anyone. I never look down on anybody that’s not my intentions please stop spreading hate. I’m here just spreading love and kindness. My fans know me well. I hope this will make everyone understand me more”

ซึ่งก็แปลเป็นไทยได้ว่า “ฉันไม่เคยทำแบบนั้นกับใครเลย ฉันไม่เคยมองใครต่ำกว่าเลย นั่นไม่ใช่เจตนาของฉันเลย ได้โปรดหยุดเผยแพร่ความเกลียดชังเถอะ ฉันมาเพื่อเผยแพร่แต่ความรักและความเมตตา แฟนๆ ของฉันรู้จักฉันดี หวังว่าสิ่งนี้จะทำให้ทุกคนเข้าใจฉันมากขึ้นนะ”

สวยสมมงฯ ‘แซมมี่ ชนิตา’ตัวแทนจาก จ.นครนายกคว้ามงฯฟ้าจากเวที#MrsThailandWorld2025

สวยสมมงฯ 'แซมมี่ ชนิตา'ตัวแทนจาก จ.นครนายกคว้ามงฯฟ้าจากเวที#MrsThailandWorld2025

สวยสมมงฯ ‘แซมมี่ ชนิตา’ตัวแทนจาก จ.นครนายกคว้ามงฯฟ้าจากเวที#MrsThailandWorld2025

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.00 น.

ในค่ำคืนแห่งความภาคภูมิใจและสง่างามนี้ คุณคิตตี้ กิจติพร นันท์ตานนท์ ผู้อำนวยการกองประกวด Mrs. Thailand World และคุณจิรัฐฏ์ รัตนวงค์ผัน Co-Partner ผู้จัดการประกวด Mrs. Thailand World กรรมการผู้จัดการบริษัท ช้อยส์ทูเวิร์ค จำกัด ได้ร่วมประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า เวที Mrs. Thailand World 2025 คือเวทีแห่งพื้นที่ของผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ ผ่านสถานภาพการสมรสแล้ว แต่ยังคงเปี่ยมด้วยพลัง ความสง่างาม และคุณค่าที่ควรได้รับการยอมรับอย่างสูงสุด เวทีนี้ไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือเวทีที่ยืนยันและยกย่องบทบาทของผู้หญิงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความงาม ความสามารถ และจิตวิญญาณที่ไม่เคยหยุดเติบโต

เราภูมิใจที่ได้สร้างเวทีที่ผู้หญิงเหล่านี้ได้เป็นตัวแทนเสียงของหญิงไทยทั่วประเทศ ผู้ซึ่งพร้อมจะเดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจ และแสดงพลังแห่งความสุข ความมั่นใจ และความสง่างามอันไม่สิ้นสุดบนเวทีระดับโลกเมื่อค่ำคืนที่ 24 กรกฎาคม 2568 ค่ำคืนรอบไฟนอล รังสรรค์โชว์เปิดสุดอลังการ ซึ่งได้รับเกียรติจากซูเปอร์สตาร์หญิงแห่งยุค “ ทาทา ยัง ” มาร่วมเปิดโชว์อย่างเร้าใจ พร้อมการแสดงร่วมกับผู้เข้าประกวดทั้ง 28 จังหวัด เพื่อถ่ายทอดพลังหญิงอันสง่างามภายใต้ธีม “Shine Your Aura” ที่สะท้อนความงาม ความสามารถ และจิตวิญญาณของผู้หญิงในทุกมิติ และร่วมร้องเพลงพิเศษเพื่อแสดงความยินดีกับผู้เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องและพลังแห่งความสุขอันเปล่งประกาย  ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ไอส์แลนด์ฮอลล์ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

รายชื่อผู้เข้ารอบ 15 คนสุดท้าย ได้แก่ตัวแทนจากจังหวัด:

1. จังหวัดชลบุรี

2. จังหวัดปราจีนบุรี

3. จังหวัดสงขลา

4. จังหวัดกาญจนบุรี 

5. จังหวัดกรุงเทพฯ

6. จังหวัดตราด

7. จังหวัดนนทบุรี

8. จังหวัดระยอง

9. จังหวัดขอนแก่น

10. จังหวัดสุพรรณบุรี

11. จังหวัดเชียงใหม่

12. จังหวัดสมุทรปราการ

13. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

14. จังหวัดนครนายก

15. จังหวัดภูเก็ต

และในค่ำคืนนี้ เวที Mrs. Thailand World 2025 ได้ประกาศผลผู้ครองตำแหน่งสูงสุด ได้แก่

• Mrs. Thailand World 2025  คุณชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น (แซมมี่) ตัวแทนจังหวัดนครนายก

• 1st  Runner Up   Mrs. Thailand World 2025   คุณกชนันท์ ซิดดิค (เคเค) ตัวแทนจังหวัดภูเก็ต​

• 2nd  Runner Up   Mrs. Thailand World 2025   คุณขจี สุวรรณวงศ์ (กิ๊ฟ) ตัวแทนจังหวัดสงขลา

• 3rd  Runner Up   Mrs. Thailand World 2025   คุณฉัตรญาดา วงศ์นากลาง (พลอยลี่) ตัวแทนจังหวัดตราด

• 4th Runner Up Mrs. Thailand World 2025   คุณฌัญฌิรันด์ ตั้งสุทธิธรรม (ปอร์เช่) ตัวแทนจังหวัดนนทบุรี

• รางวัล Brand Ambassador Mrs. Thailand World 2025   คุณอุษณีย์ หงส์ประภัศร (เอ๋) ตัวแทนจังหวัดกรุงเทพฯ

• รางวัล Elite Mrs. Thailand World 2025   คุณนิชนันท์ มาลา (นิชา) ตัวแทนจังหวัดปราจีนบุรี

รางวัล

• Classic Mrs. Thailand World 2025   คุณรุจิกาญจน์ พูลศิริวิลัย (เก่ง)ตัวแทนจังหวัดกาญจนบุรี

• Brand Ambassador of มูลนิธิเพจอีจัน คุณอาทิตยา  ไชยนา (ยุ้ย) ตัวแทนจังหวัดชลบุรี

หลังจบการประกาศผล ผู้เข้าประกวดทั้ง 28 จังหวัดพร้อมด้วยคณะกรรมการและทีมงาน ได้ร่วมบันทึกภาพความทรงจำบนเวทีแห่งนี้อีกครั้ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางอันทรงคุณค่า และมิตรภาพของผู้หญิงจากหลากหลายภูมิภาค ที่รวมพลังสร้างแรงบันดาลใจให้สังคม

ผู้ครองตำแหน่ง Mrs. Thailand World 2025 จะเป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปประกวดบนเวที Mrs. World ระดับนานาชาติ เพื่อแสดงศักยภาพ ความมั่นใจ วิสัยทัศน์ และคุณค่าของผู้หญิงไทยสู่สายตาทั่วโลก

สุดท้ายนี้ ทางกองประกวด ขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ให้การสนับสนุนเวทีแห่งพลังหญิงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก แขกผู้มีเกียรติ คณะกรรมการ ทีมงาน พันธมิตร สื่อมวลชน และแฟน ๆ ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ผู้เข้าประกวดทุกคน ด้วยความตั้งใจของเรา เวที Mrs. Thailand World จะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเติบโต แรงบันดาลใจ และศักดิ์ศรีของผู้หญิงไทยในระดับโลก

#MrsThailandWorld

#FinalCompetition #ShineYourAura #BeTheLightBeTheLegacy

 #MrsThailandWorld2025 #FinalCompetition #ShineYourAura

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ รวมพลคนโสด แท็กทีมร้องเพลง ‘โปรดส่งใครมารักฉันที’ของ’Instinct’

'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม' รวมพลคนโสด แท็กทีมร้องเพลง 'โปรดส่งใครมารักฉันที'ของ'Instinct'

‘ดวลเพลงดัง พลังมัธยม’ รวมพลคนโสด แท็กทีมร้องเพลง ‘โปรดส่งใครมารักฉันที’ของ’Instinct’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

คนโสดมารวมกันตรงนี้ “ดวลเพลงดัง พลังมัธยม” เปิดศึก 3 หนุ่มน้อยมาดเท่ผ่านเพลง “โปรดส่งใครมารักฉันที”ของวงร็อก “Instinct” เจอกัน วันพุธที่ 30 กรกฎาคมนี้

สัปดาห์นี้คึกคักเป็นพิเศษ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม ส่ง 3 หนุ่มน้อยชาวร็อกดวลพลังเสียงผ่านเพลงฮิตประจำตัวคนโสด ไม่รอช้าเปิดตัวพิธีกรคู่หู โหน-ธนากร ศรีบรรจง และอ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์ ที่ชวนเหล่ากรรมการอารมณ์ดี ตั๊ก-ศิริพร, ปอ-อรรณพ และเกรซ-พัชร์สิตา มาร่วมเฟ้นหาแชมป์คนเก่ง ร้องดี ลีลาชนะเลิศ ถ่ายทอดความรู้สึกของคนโสดได้อินสุด ๆ และไม่พลาดเติมเทคนิคพร้อมคำแนะนำดีๆ ให้กับผู้เข้าแข่งขัน พูดเลยว่าได้ประสบการณ์จากมืออาชีพไปเต็ม ๆ แต่ขออุ่นเครื่องด้วยการแสดงของ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ มาเรียกน้ำย่อยก่อนทำการแข่งขัน

ได้เวลาคว้าไมค์ประชันความมันของ 3 หนุ่มน้อย น้องตั้น, น้องอู๋ และน้องจอร์แดน กับการเปิดศึกประชันเพลงฮิตประจำตัวคนโสด โปรดส่งให้มารักฉันที ของวงร็อก Instinct แต่ละคนทำโชว์ได้น่าสนใจ มีเสียงร้องที่มีเสน่ห์และสไตล์เป็นของตัวเอง ขณะที่โน้ตประหารก็ทำได้ดี อินเนอร์มาเต็ม ทำให้งานยากไปตกอยู่ที่กรรมการ งานนี้เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว ต้องมาลุ้นกันว่าใครจะถ่ายทอดความรู้สึกของคนโสดได้โดนใจและคว้าแชมป์ไปครอง ห้ามพลาดวันพุธนี้ติดตามความสนุก และร่วมส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขันได้ในรายการ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม วันพุธที่ 30 กรกฎาคมนี้
เวลา 13.25 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment  และสามารถชมความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ :  www.ch7.com

เอส เอฟ จัดรอบพิเศษ ‘นากรักมากม๊ากมาก’มอบรายได้ช่วยเหลือเหตุการณ์ชายแดน

เอส เอฟ จัดรอบพิเศษ 'นากรักมากม๊ากมาก'มอบรายได้ช่วยเหลือเหตุการณ์ชายแดน

เอส เอฟ จัดรอบพิเศษ ‘นากรักมากม๊ากมาก’มอบรายได้ช่วยเหลือเหตุการณ์ชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.38 น.

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ร่วมกับ Black Dragon Entertainment จัดรอบฉายพิเศษ เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์ “นากรักมากม๊ากมาก” รอบระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2568 ที่โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ สาขาที่ร่วมรายการ รายได้ทั้งหมดจะนำไปช่วยเหลือ โรงพยาบาล และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดน

สามารถตรวจสอบสาขาร่วมรายการพร้อมซื้อบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน SF Cinema,  http://www.sfcinema.com  รวมถึงติดตามข่าวสารหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านโซเชียลมีเดีย SFcinema หรือ #Sfcinema

‘นาว ทิสานาฏ’เจอทัวร์เขมรบุกไอจี หลังโพสต์ภาพธงชาติไทย

'นาว ทิสานาฏ'เจอทัวร์เขมรบุกไอจี หลังโพสต์ภาพธงชาติไทย

‘นาว ทิสานาฏ’เจอทัวร์เขมรบุกไอจี หลังโพสต์ภาพธงชาติไทย

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.32 น.

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา กลายเป็นประเด็นร้อนที่ลุกลามจากสนามรบสู่โลกโซเชียล เมื่อชาวเน็ตทั้งสองประเทศเปิดศึก “สงครามคีย์บอร์ด” วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อน โดยเฉพาะเหล่าคนบันเทิงไทยที่ออกมาแสดงจุดยืน ต่างเจอกระแสทัวร์ลงถล่มในพื้นที่โซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด นางเอกสาว “นาว ทิสานาฏ” ได้โพสต์ภาพธงชาติไทยลงอินสตาแกรมส่วนตัว ทำให้ชาวกัมพูชาจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ต่อว่าและตำหนิว่าเป็นการไม่ให้เกียรติเพื่อนบ้านกันเพียบ

พูดที่แรก! ‘ญดา’ ยอมรับชอบ’ผู้หญิง’อยู่ใกล้แล้วใจฟู เผยสเปค ‘สาวคนนี้แหละ หนูชอบมาก’

พูดที่แรก! 'ญดา' ยอมรับชอบ'ผู้หญิง'อยู่ใกล้แล้วใจฟู เผยสเปค 'สาวคนนี้แหละ หนูชอบมาก'

พูดที่แรก! ‘ญดา’ ยอมรับชอบ’ผู้หญิง’อยู่ใกล้แล้วใจฟู เผยสเปค ‘สาวคนนี้แหละ หนูชอบมาก’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.59 น.

ควงคู่กันมาเปิดใจถึงเส้นทางในวงการบันเทิงที่กว่าจะมีวันนี้ได้ สำหรับ “ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร” ที่มาพร้อมกับ “คุณแม่พลอย“ พูดคุยอย่างเป็นกันเองในรายการ คุยแซ่บShow  ทางช่องone 31 ซึ่งบางเรื่องไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เพราะเส้นทางการเป็นดาราของญดานั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะดังจะปัง นอกจากฝึกฝนเพิ่มสกิลความสามารถแล้ว ยังต้องมูเตลูเปลี่ยนชื่อจนพลิกชะตาชีวิต พร้อมพูดเรื่องความรักครั้งแรก!! เหมือนว่าตอนนี้หัวใจเหมือนจะไม่ว่างแล้ว 

กว่าจะมีทุกสิ่งทุกวันนี้  เราต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้าง 

ญดา : ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่แยกทางกันตั้งแต่เราอายุสามขวบ ตอนนั้นเริ่มจำความได้แล้ว แต่เราก็ยังไม่เข้าใจเพราะด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราแค่รับรู้อย่างเดียวว่าเราต้องย้ายโรงเรียน ย้ายที่อยู่อาศัย เราก็ไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันคืออะไร เท่าที่จำความได้ เราต้องผ่านความยากลำบากพอสมควร

แม่พลอย : ก็จากที่เค้าอยู่โรงเรียนดีๆ ครอบครัวคุณพ่อก็ดูแล ทำให้เขาไม่ลำบาก แต่ทั้งหมดมันคือเป็นเรื่องส่วนตัวและการตัดสินใจของผู้ใหญ่ เราก็เลยตัดสินใจพาเค้าไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด ซึ่งตอนนั้นเราได้เลี้ยงลูกเรา ใช้คำว่าลำบากได้เปลืองมาก ลำบากมาก และเนื่องจากเราเลี้ยงคนเดียว เราต้องเข้มงวดมาก ซึ่งถ้าเค้าโตแล้วไม่ดี ต่อไปเค้าจะเป็นยังไง พยามกดดันตัวเองและกดดันเขาทั้งสองคน เข้มงวดถึงขั้นไม่ให้ไปเล่นบ้านใคร แล้วถ้าจะไปเล่นบ้านเพื่อนจริงๆ จะมีกฎ 3 ข้อ หนึ่งห้ามเอาเรื่องในบ้านไปเล่าให้ใครๆฟัง ห้ามเอาเรื่องนอกบ้านมาเล่าให้แม่ฟัง และห้ามไปหยิบของเขา ก่อนที่จะออกไปเล่นต้องยืนท่องให้ครบ 3 ข้อนี้ก่อน แต่ตอนหลังเค้าก็ไม่ไปแล้ว เพราะขี้เกียจท่อง (หัวเราะ) 

ญดา : ดีมากเลยตั้งแต่ที่แม่สอนในวันนั้น มันทำให้เราเป็นเราในวันนี้ ทำให้เรามีระเบียบวินัย

กดสามข้อที่แม่เข้มงวดกับเรา มันส่งผลอะไรให้เราในวันนี้บ้าง?

ญดา : เรื่องระเบียบวินัยที่คุณแม่สั่งสอนมา ตื่นเช้ามาต้องเก็บที่นอน หรือถ้าเข้าสังคม เห็นของอะไรก็ไม่ควรไปหยิบ เดี๋ยวตำรวจจะมาจับเราเลยนะ ซึ่งพอเราโตมาเราก็เรียนรู้ว่าสิ่งที่แม่สอนนั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ตอนนั้นที่เราเป็นเด็ก เรายังไม่รู้ ว่าสิ่งไหนผิดมากแค่ไหน 

แล้วตอนที่เราเป็นเด็กเราคิดไหมว่าเราจะได้เข้าสู่วงการ?

ญดา : ไม่เคยคิดเลยค่ะ มันเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก เราเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่เราก็ไม่รู้ว่าวงการคืออะไร เห็นคนดุ๊กดิ๊กได้อยู่ในจอก็ตื่นเต้นแล้ว แต่เราเป็นเด็กกิจกรรมมาตั้งแต่อนุบาล เราทำมาตั้งแต่เด็กจนเป็นเรื่องปกติ 

แม่พลอย : ถามว่าเราเห็นแววไหม เอาจริงๆเราเห็นว่าเค้าไม่เหมือนคนอื่น เค้าเหมือนคนไม่ค่อยปกติ (ยิ้ม) เค้าชอบเล่นคนเดียว ชอบมีแอ็คติ้งกับตัวเองตลอดเวลา ซึ่งเราก็มองว่าลูกเราปกติเหมือนเด็กทั่วไปหรือเปล่า อย่างวันนึงเค้าก็พูดว่าวันนึงหนูไปฮอลลีวูด เราก็บอกว่าฮอลลีวูดคืออะไรก่อน 

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการ ?

แม่พลอย : หลังจากที่เราแยกทางกับคุณพ่อเค้าไปแล้ว และอาม่าหรือคุณย่าของญดา เค้าเริ่มป่วย ช่วงนั้นเป็นช่วงปิดเทอม อยากให้น้องมาเยี่ยม ก็เลยให้มาเยี่ยม เผอิญเจอคนที่อยู่ในซอยบ้านเดียวกับอาม่า เค้าเป็นเอ็กซ์ตร้า เค้าก็บอกว่าน้องหน้าตาน่ารัก พาไปโมเดลลิ่งถ่ายรูปไว้ จากนั้นเราก็พาลูกเรามาแคส ตีรถจากสุพรรณมากรุงเทพ

ญดา : แคสไปประมาณ 13 งาน แล้วถ้ามันไม่มีประโยคนี้ออกมาจากคุณแม่ มันอาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้นจะได้งาน 

แม่พลอย : อย่างครั้งแรกเราเข้าใจว่ามาแคสแล้วได้เลย แล้วพอมันไม่ได้ มันทำให้เราเฟล และในวันที่เราไปแคส ก็เจอเด็กที่เค้าเคยออกทีวีแล้ว แล้วเราก็เลยมองหน้าลูก เรารู้ว่าลูกเราอยากทำ แต่ก็ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกเขา เรามีคำพูดอยู่ในใจ แต่เราไม่อยากบอกลูก เพราะการที่เข้ามาอยู่ในวงการนี้ ทุกอย่างมันต้องมีต้นทุน ทุกอย่างมันมีความพยายาม ซึ่งลูกเรามี แต่พอมันมีองค์ประกอบต่างๆ อีกหลายอย่างหรือศักยภาพทางร่างกายก็เป็นรอง

ญดา : 13 งานติดต่อกัน มันก็ผิดหวัง ไม่ได้ซักงาน แต่หนูมีเทคนิค การที่เราไม่ได้โฆษณานั้น เรากลับบ้านไป เซิร์ชดูโฆษณาแบรนด์นั้น ฝึกซ้อม เค้าทำแอ็คติ้งกันยังไง และมีวันนึงถ้าไม่มีประโยคนี้จากคุณแม่ หนูคงไม่เป็นหนูในทุกวันนี้ แม่พูดว่า ‘นี่เป็นการแคสงานครั้งสุดท้ายของหนูแล้ว ถ้าหนูไม่ได้อีก แม่จะไม่พามาแล้ว’ ซึ่งพอเราได้ยินประโยคนี้เราร้องไห้เลย หนูร้องไห้แข่งกับฝนที่ตกลงมา รู้สึกเสียใจมากที่คุณแม่จะไม่พาเรามาแล้ว

หลังจากที่คุณแม่พูดประโยคนั้นออกมา  จากนั้นเราทำยังไง?

ญดา : เหมือนเราคิดสู้ขึ้นมา มากกว่าปกติ มีความมั่นใจว่า มันต้องได้ เป็นการให้ความหวังตัวเอง สรุปวันนั้นก็แคสผ่าน 3 งานเลย

แม่พลอย : สิ่งที่เราพูดกับลูกวันนั้น อย่างที่บอกว่าทุกอย่างมันมีต้นทุน เราเลี้ยงลูกค่อนข้างลำบาก ในการมาทุกครั้งมันมีค่าใช้จ่าย การที่เราพาลูกมา เราต้องทิ้งงานตัวเอง ซึ่งแสงมันริบหรี่มาก เราก็บอกลูกว่าวันนี้มา เราทำให้เต็มที่ แต่ถ้ามันยังไม่ได้ เราพักก่อนเนอะ รอให้ลูกโตกว่านี้ แล้วเราค่อยมาเริ่มใหม่

ญดา : วันนั้นที่เราได้สามงาน เราดีใจมาก หนูเป็นคนไม่ยอมแพ้ ชอบอะไรที่มันท้าทาย 

ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?

ญดา : การที่เราได้สามงาน มันคือจุดเริ่มต้นก้าวแรกในวงการบันเทิง แล้วคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลย 

แล้วเราอยู่วงการมานาน  เราก็มีความรู้สึกว่าทำไมยังไม่มีใครรู้จักเรา?

ญดา : อยู่ประมาณ 7-8 ปี แล้วไม่อยู่วันนึงเราก็ไปเซิร์ชใน Google ถึงความหมายของชื่อ เดิมชื่อเล่นว่าน้องเบนซ์ ณัฐธิดา แต่ว่าหญิงสาวลูกคนนักปราชญ์ เราก็รู้สึกว่าเอ๊ะ…ทำไมเค้าถึงทักเราตรงขนาดนี้ ที่ผ่านมาสุขภาพก็ไม่ค่อยดี เราจึงตัดสินใจบอกแม่ว่าขอเปลี่ยนชื่อนะ แล้วหลังจากที่เปลี่ยนชื่อมาได้สามวัน จีดีเอช ก็ติดต่อมาให้รับบทเป็นมิ้ง ในเรื่องร่างทรง

ในส่วนของเรื่องความรัก คุณแม่จะเป็นคนเปิดไพ่เช็คให้ก่อน?

แม่พลอย : ด้วยอายุของน้องเค้าเอง ก็ไม่ติดเรื่องการมีความรัก ในเรื่องของหน้าไพ่ และการทำงานในวงการ มันเป็นเหมือนเส้นขนาน มันต้องเลือกระหว่างความรักกับการทำงาน 

ญดา : ก็คือก่อนหน้านี้ไม่เคยมีแฟน (และตอนนี้ล่ะ?) ยังเป็นสีขาวอยู่ 

คือเราไม่ได้ชอบผู้ชาย เราชอบผู้หญิง ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่แรกเลยไหม?

ญดา : เราไม่รู้มาก่อน ยังไม่เคยมีแฟน สังเกตจากการเข้าฉาก เข้าฉากกับผู้ชายหนูตาแข็งมาก เราจะไม่ใจสั่น แต่เวลาเข้าฉากกับผู้หญิงเราจะใจฟู (การที่เราชอบผู้หญิง ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นแบบไหน?) ชอบผู้หญิงหวานๆ ชอบคนเรียบร้อย ชอบคนหน้าตาเรียบร้อย เรียบร้อยกว่าหนูอีก 

สเปคคนในวงการ ที่เราชอบเป็นแบบไหน?

แม่พลอย : เค้าชอบอิ๊งค์ วรันธร ตอนแรกเราก็สงสัย ไม่เห็นเค้าชอบดาราผู้ชายเลย ซึ่งในส่วนของเรา ก็แล้วแต่เค้าเลย มีสิ่งเดียวที่แม่จะไม่บังคับ ก็คือเรื่องความรัก

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘วันสร้างสุข’ สู้วิกฤต ‘พายุวิภา’ พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะ ‘ไทย–เขมร’

‘วันสร้างสุข’ สู้วิกฤต ‘พายุวิภา’ พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะ ‘ไทย–เขมร’

‘วันสร้างสุข’ สู้วิกฤต ‘พายุวิภา’ พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบเหตุปะทะ ‘ไทย–เขมร’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้จะมีเหตุการณ์ที่น่ากังวลใจเกิดขึ้นในประเทศหลากหลายด้าน ทั้งเรื่องของ “พายุวิภา” ที่เคลื่อนเข้าฝั่งประเทศเวียดนาม ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเฉียบพลันในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน  รวมถึง “เหตุปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา” ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ, เสียชีวิต และได้รับผลกระทบจำนวนมาก 

โครงการ วันสร้างสุข” โดย กลุ่ม เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ ร่วมกับ มูลนิธิเรวัต พุทธินันทน์  จึงได้เร่งจัดเตรียมถุงยังชีพที่ผลิตขึ้นจากเงินบริจาคของคนไทยจำนวน 100 ถุง  นำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่  โดยมีทีมข่าวจาก “สำนักข่าววันนิวส์” เดินทางไปยัง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน  มอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านเพื่อบรรเทาทุกข์ เมื่อบ่ายวานก่อน

อีกหนึ่งสถานการณ์ของพี่น้องชาวไทยที่น่าเป็นห่วงมากเช่นกันในขณะนี้ คือเหตุปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมทั้งมีประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โครงการ
วันสร้างสุข” จึงร่วมเป็นสื่อกลางเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมบริจาค เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงและพื้นที่เสี่ยงภัย  ผ่านบัญชี มูลนิธิเรวัต พุทธินันทน์ สำหรับโครงการวันสร้างสุข เพื่องานสาธารณสุข บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 925-3-01123-4 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนอโศกมนตรี

นับเป็นอีกครั้งที่โครงการ วันสร้างสุข” ยังคงเดินหน้าอยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยในทุกวิกฤตเสมอมา 

กินยังไงให้ถึงแก่น!ที่‘ขอนแก่น’ กับ ‘มาวิน’และ ‘เชฟบุช’ ใน ‘เที่ยวฟินกินฉ่ำ’

กินยังไงให้ถึงแก่น!ที่‘ขอนแก่น’ กับ ‘มาวิน’และ ‘เชฟบุช’ ใน ‘เที่ยวฟินกินฉ่ำ’

กินยังไงให้ถึงแก่น!ที่‘ขอนแก่น’ กับ ‘มาวิน’และ ‘เชฟบุช’ ใน ‘เที่ยวฟินกินฉ่ำ’

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“เที่ยวฟินกินฉ่ำ” รายการวาไรตี้ที่ตอบโจทย์เรื่องกินเที่ยวแบบเรียลๆ ซึ่งเป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกของนักรีวิวสายกินเจ้าของวลี “สามทุ่ม สี่ทุ่ม ห้าทุ่ม…ลุย!” อย่าง “มาวิน ทวีผล” จับมือเดินทางไปทั่วประเทศพร้อมกับ “เชฟบุช ” เจ้าของคำทักทายที่สาวๆ ต่างคุ้นหู “สวัสดีครับ…เบบี๋” ทางช่องไทยรัฐทีวี 32

จับคู่กันไปตะลุยกินเที่ยวทั่วไทย ตามล่าหาวัตถุดิบสุดพิเศษ เพื่อนำมาปรุงอาหารเสิร์ฟจานอร่อยเอาใจแฟนๆ มาพักใหญ่แล้ว สำหรับรายการ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” ทางไทยรัฐทีวี 32 โดย 2 พิธีกรหนุ่มคู่หูคู่ใหม่ของวงการ “มาวิน ทวีผล” และ “บุช เลอชาญ” ล่าสุด 2 หนุ่ม ควงคู่กันไปเยือนถิ่นอีสาน จังหวัดขอนแก่น เมืองแห่งรอยยิ้มภาคอีสาน อาหารแซ่บ ผู้คนน่ารัก สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มาขอนแก่นทั้งทีต้องแวะไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นศิริมงคลกันที่ “วัดธาตุพระอารามหลวง” วัดคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น ซึ่งภายในโบสถ์มีหลวงพ่อพระลับองค์จำลอง นอกจากนี้ 2 หนุ่มยังแวะสูดโอโซนให้ฉ่ำปอดกันที่ “บึงแก่นนคร” แลนด์มาร์คจุดสำคัญของจังหวัด ก่อนที่จะบุกตะลุยไปกินให้ถึงแก่นถิ่นอีสาน เรียกว่า ส้มตำ ลาบ ก้อย หม่ำ อึ่งอ่าง ถือว่าเบสิค ไปอีสานทั้งทีของแปลกของหายากแซ่บนัว มีเสิร์ฟอย่างแน่นอน ตาม “มาวิน” และ “เชฟบุช” ไปม่วนไปแซ่บกันเลย

เชฟบุช  “สวัสดีครับชาวขอนแก่น เที่ยวฟินกินฉ่ำมาแล้วนะครับเบบี๋ ต้องบอกว่าเป็นการมาเยือนขอนแก่นที่ประทับใจและจำไม่ลืมเลยครับ เพราะว่าอาหารบางเมนูผมไม่เคยทานมาก่อน แล้วก็แอบกลัวด้วยซ้ำ เพราะว่าเห็นในโซเชียลเขากินดูแซ่บมาก เราไม่คิดว่าเราจะกินได้แซ่บขนาดเขา แต่ว่าพอกินแล้วก็รู้สึกประทับใจ ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมการกินของชาวอีสานมากขึ้น และชอบมาก ผมได้กินรกวัวเป็นครั้งแรก วัวทั้งตัวผมสนับสนุนให้กินนะ เพราะไหนๆ เขายอมแลกชีวิตให้เราแล้ว พอได้กินรกวัวครั้งแรกก็ประทับใจ เขาปรุงได้แซ่บมาก แล้วยิ่งรู้ว่าทางร้านเขาเป็นแฟนคลับเราด้วยก็ยิ่งประทับใจมากครับ ความน่ารักของขอนแก่นนั้นทุกร้านที่เราไปน่ารักมาก บรรยากาศเป็นทุ่งนา บ้านๆ หรือในเมืองก็มีคือครบเลย แต่ละร้านก็มีตำนานอยู่มายาวนานคู่คนขอนก่น ขอบคุณพี่ป้าน้าอาทุกคนมากนะครับที่เข้ามาทักทาย ทีมงานเราหลายคนก็เป็นคนขอนแก่น ซึ่งเราสัมผัสได้อยู่แล้วล่ะว่าคนขอนแก่นน่ารัก”

มาวิน  “ต้องบอกว่าประทับใจทุกครั้งที่มาเยือนครับขอนแก่น คือแต่ละจังหวัดเขาก็จะมีวัฒนธรรมการกินที่แตกต่างกันออกไป สำหรับอีพีขอนแก่นทำให้เรา 2 คน ได้ไปเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชุมชน และสนุกมากในกิจกรรมที่ทำ คุณผู้ชมจะได้เห็นเรา 2 คน ลงไปจับปลา เรียกว่าบันเทิงสุดๆ กับอาหารอีสาน เพราะว่าวินเป็นคนชอบอาหารอีสานอยู่แล้ว น้องชายผมเป้าแตกด้วย สนุกดีครับ ด้วยความที่เราเป็นคนชอบทานอาหารอีสานอยู่แล้ว พอได้มาเยือนถิ่นอีสาน ได้กินอาหารถิ่น ได้กินร้านที่มันถึงมันใช่ ได้จัดครบทุกอย่างจริงๆ นอกจากนี้เรายังได้แวะจุดสำคัญที่เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัด  อย่างเช่น วัดธาตุพระอารามหลวง บึงแก่นนคร  ความน่ารักของคนขอนแก่น สัมผัสได้ตั้งแต่เครื่องแลนดิ้งแล้วครับ (ยิ้ม) ได้รับการต้อนรับจากสาวขอนแก่น หนุ่มขอนแก่นอย่างอบอุ่นเลย ไม่ว่าเราจะแวะร้านไหนก็มีคนเข้ามาทักทายขอถ่ายรูป แฮปปี้มากชอบมาก ทุกคนคือกำลังใจสำคัญของพวกเราครับ”

ครั้งแรกกับแขกรับเชิญเจ้าถิ่น ?

เชฟบุช  “เรามีถึง 2 อีพีเลยนะครับ ซึ่งอีพีแรกสนุกมากฮาน้ำตาเล็ดเลยล่ะเรื่องเมนูอาหาร ที่ขำคือโปรดิวเซอร์รายการให้เรา 2 คนไปกิน แต่ว่าตัวเขาเองไม่กิน เราก็เลยจับให้ทุกคนมากินเหมือนที่พวกเรากินด้วยกัน พี่วินจับทีมงานทุกคนมายืนต่อคิวกินเลย ซึ่งก็ดีนะครับเพราะว่าทุกคนก็เอ็นจอยสุดท้ายแล้วมันก็เป็นของดีด้วยซ้ำ ดีแล้วที่เราได้ชิมได้ลอง ส่วนอีพีที่ 2 เรามีแขกรับเชิญสุดพิเศษเรียกว่าเป็นเจ้าถิ่น “เซียนหรั่ง” (โน่-ภูวเนตร สีชมภู) มาจอยด้วยกัน ซึ่งผมรู้สึกว่าผมอยากจะมาเรียนรู้จากเขา เขาเป็นคนที่เก่งมาก พลังเยอะและฮามาก ต้องดูครับ ชอบมากที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและได้ลุยไปกับเซียนหรั่ง”

มาวิน  “สุดยอดมากครับโน่ พาพวกเราไปกินกันถึงแก่นจริงๆ ทำให้เราได้เรียนรู้จากเซียนหรั่งว่าอาหารอีสานแต่ละเมนูกว่าจะได้มามันไม่ได้ง่ายนะ เขามีขั้นตอนในการทำที่พิถีพิถันมาก บางอย่างเขานำไปย่างก่อน ไปต้ม ไปคั่ว ต้องใช้เวลากว่าจะได้กิน”

ความแอดเวนเจอร์ไม่มีแผ่ว ?

มาวิน  “เราไม่เคยแผ่วครับ มีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวดำขึ้นทุกวันเก็บสกิลสีผิวให้รู้เลยว่าเราแกร่งขึ้นเรื่อยๆ มันมาก ยิ่งเราทำได้เยอะขึ้น โปรดิวเซอร์ก็ยิ่งเขียนให้เราหนักขึ้นเรื่อยๆ ไปสุดขึ้นเรื่อยๆ เหนือใต้ออกตกเจอกันแน่นอน ทุกที่ที่มีของอร่อย”

เชฟบุช  “ถูกต้องครับพี่ชายผม ผมถึงบอกไงว่าเราจะต้องกั๊กไว้บ้าง เพราะไม่อย่างนั้นโปรดิวเซอร์เขาก็จะเขียนให้เราทำอีก ผมเนี่ยนะเจ็บตัวเกือบทุกอีพี (หัวเราะ) แล้วยอมเจ็บด้วยนะ รู้ว่าจะต้องเจ็บก็ทำ คือเราบอกเขาไปว่าทำได้นิดหน่อย แต่เขาก็จัดมาให้เต็มเลยครับ งงมากเพราะว่าเราเองก็ไม่ขัดเขาด้วย ผมขอฟ้องคุณผู้ชมหน่อยได้ไหมครับ ที่ผ่านมานะเจ็บตัวเยอะมาก โดนกุ้งหนีบ ปูหนีบ กระโดดน้ำแล้วเป้าแตกกางเกงก็ทิ้งไปบ้าง ตกคลองบ้าง”

มาวิน  “ของผมไม่ค่อยมีอุปสรรคเท่าไหร่ มีแต่ความสนุกความมัน แล้วเราได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำ กระโดดลงไปในคลองลากทะลายมะพร้าว ลงไปจับปลาช่อนในบ่อ ไปช่วยเขาลากอวน ล่องเรือไปกลางทะเลเพื่อจับปู แต่ละกิจกรรมคือสนุกมากๆ”

รับชม “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” กันแบบจุกๆ หนึ่งชั่วโมงเต็ม ?

มาวิน “ตอนนี้รายการเรา เปลี่ยนวันเวลาออกอากาศ มาเป็นทุกวันอาทิตย์ เวลา 12.45 น. หนึ่งชั่วโมงเต็ม ทางไทยรัฐทีวี 32 ฝากด้วยนะครับ ทุกจังหวัดในประเทศไทยเจอเราแน่นอน หลายคนบ่นมาอยากได้เสื้อยืดรายการ ก็ต้องรอลุ้นนะครับว่าเราจะมีกิจกรรมอะไรมาให้ร่วมสนุก”

เชฟบุช  “รายการเราเป็นรายการกินเที่ยว แต่ว่าเราแฝงความรู้ไว้เยอะเลยนะครับ แฝงวัฒนธรรมการกิน ซึ่งเราเสิร์ฟคนดูให้ผ่อนคลาย ผมเชื่อว่า 1 ชั่วโมงเต็ม จะทำให้ทุกคนอมยิ้มได้แน่นอน ขอบคุณที่ติดตามพวกเรานะครับ ถ้าไม่มีคนดู เราไม่มีวันนี้แน่นอน ยิ่งดูกันไปยาวๆ ยิ่งจะรักกันมากขึ้น”ติดตามชมรายการ “เที่ยวฟินกินฉ่ำ” อีพี 24 ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฏาคม และอีพี 25 ที่จะออกอากาศต่อเนื่องกันในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคมนี้ เวลา 12.45 – 13.45 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : Thairath Variety