‘ศิลปินจีเอ็มเอ็มมิวสิค’ยกทัพคว้ารางวัล ‘เพชรในเพลง’ วันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2568

‘ศิลปินจีเอ็มเอ็มมิวสิค’ยกทัพคว้ารางวัล ‘เพชรในเพลง’ วันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2568

‘ศิลปินจีเอ็มเอ็มมิวสิค’ยกทัพคว้ารางวัล ‘เพชรในเพลง’ วันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2568

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศิลปินระดับแนวหน้า นำโดย ครูสลา คุณวุฒิ  ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2564 สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล – ประพันธ์เพลงไทยลูกทุ่ง) พร้อมด้วยเหล่าศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค พลพล, มนต์แคน แก่นคูน, จ๋าย ไททศมิตร, แพร ชนา, เล็ก รัชเมศฐ์,  กอกี้ กวิสราและ บักฟ้า ชฎาพร คว้ารางวัล “เพชรในเพลง” ของกรมศิลปากร เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2568   จัดโดย  กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อยกย่องบุคคลในวงการเพลงผู้มีผลงานดีเด่นด้านการใช้ภาษาไทย และสนับสนุนให้สร้างสรรค์ผลงานอย่างมีคุณภาพทั้งการประพันธ์ คำร้อง และการขับร้องสำหรับ พิธีมอบรางวัลเพชรในเพลง ในงานวันภาษาไทยแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 จะจัดขึ้นวันอังคารที่  29 กรกฎาคม 2568  ณ  หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยปีนี้ ศิลปินแกรมมี่กวาดรางวัลกันไปหลายสาขา ได้แก่

ครูสลา คุณวุฒิ: ชนะเลิศผู้ประพันธ์คำร้องเพลงไทยลูกทุ่ง จากเพลง ผู้หญิงหัวใจอีสาน พลพล: ชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย จากเพลง อยากให้รู้ว่าห่วงใย แพร ชนา: ชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตหญิง จากเพลง คลื่นเล็ก รัชเมศฐ์: รองชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลชาย จากเพลง ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว มนต์แคน แก่นคูน: รองชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยลูกทุ่งชาย จากเพลง แฟนบ่ว่าบ้อกอกี้ กวิสรา: รองชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงไทยสากลหญิง จากเพลง Life of อีหล่า จ๋าย ไททศมิตร: รองชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตชาย จากเพลง แอบเก็บความในใจไว้ภายในแว่นเรย์แบนสีดำบักฟ้า ชฎาพร: รองชนะเลิศผู้ขับร้องเพลงเพื่อชีวิตหญิง จากเพลง พรหนึ่งข้อ

โดยงานนี้ พลพล เปิดเผยว่า “รู้สึกดีใจและยินดีมากครับ ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้อีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2551 และยังคงเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดภาษาไทยผ่านบทเพลงให้ทุกคนฟัง ซึ่งเพลงเป็นสื่อที่ทำให้เราได้มาเจอกัน ทั้งแฟนคลับ รวมถึงศิลปินด้วยกันเอง     อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางแทนความรู้สึกมากมาย การทำเพลงของผมจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากๆ เพราะภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความงดงามครับ สำหรับวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาร่วมกิจกรรมในวันภาษาไทยแห่งชาติ ได้พบปะศิลปินมากมายที่มาในวันนั้นด้วยครับ” .

‘เทอร์โบ โฟร์วีล’ สองดูโอ้ จากค่าย Rabbit Moon รับรางวัล ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4

‘เทอร์โบ โฟร์วีล’ สองดูโอ้ จากค่าย Rabbit Moon  รับรางวัล ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4

‘เทอร์โบ โฟร์วีล’ สองดูโอ้ จากค่าย Rabbit Moon รับรางวัล ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สองหนุ่มศิลปินดูโอ้ Turbo4Wds (ทอร์โบ -โฟร์วีล)  จากค่าย Rabbit Moon ในเครือ บริษัท ที แอนด์ บี มีเดียโกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด รับรางวัล ในสาขา ศิลปินดูโอ้ดาวรุ่ง จากงาน ASIA TOP AWARDS 2025 ครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 ที่จัดขึ้นภายใต้ธีม “Soft Power & Wellness Grand Tourism”  Presented  by APEX  Hospital & Beauty  Clinic

โดย เทอร์โบ (ชนกชนม์ บุญมานะวงศ์)ได้เปิดเผยว่า เป็นรางวัลแรกของพวกเราในฐานะศิลปินคู่ turbo4wds เลยครับ ขอบคุณแรงซัพพอร์ตจากทุกๆคน พวกเราจะตั้งใจซ้อม ตั้งใจฝึก ตั้งใจทำผลงานให้ดียิ่งๆขึ้นไปทุกวัน เติบโตไปด้วยกันนะครับ ขอบคุณครับ“

ส่วน โฟร์วีล (ชญานนท์ บุญมานะวงศ์)ได้เสริมว่า ก่อนอื่นต้อง ขอขอบคุณงาน Asia Top awards 2025 ที่มอบรางวัล ศิลปินดูโอ้ดาวรุ่งให้กับพวกเรา พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ดีใจมากๆ ขอบคุณที่เห็นว่าพวกเราเหมาะสมกับรางวัลนี้ ขอบคุณทีมงาน พี่ๆทีมRabbit moon ทุกคน รางวัลนี้ไม่ได้มาจากใครคนเดียว แต่เกิดจากความทุ่มเทของทุกคนครับ”

‘อ๋อม สกาวใจ’ขอความร่วมมือ! เวลานี้’ทุกสีเสื้อ’หยุดความบาดหมาง ควรหันไปโฟกัสที่ชายแดน

'อ๋อม สกาวใจ'ขอความร่วมมือ! เวลานี้'ทุกสีเสื้อ'หยุดความบาดหมาง ควรหันไปโฟกัสที่ชายแดน

‘อ๋อม สกาวใจ’ขอความร่วมมือ! เวลานี้’ทุกสีเสื้อ’หยุดความบาดหมาง ควรหันไปโฟกัสที่ชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.20 น.

24 กรกฎาคม 2568 หลังจากเกิดเหตุปะทะเดือดระหว่างไทย-กัมพูชา โดยกัมพูชาเปิดฉากยิงเข้าฝ่ายไทยก่อนและชาวบ้านต่างได้รับบาดเจ็บอีกทั้งยังมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ล่าสุด ‘อ๋อม สกาวใจ’ได้โพสต์ข้อความฝากถึงคนไทยทุกคน ทุกสีเสื้อ ในสถานการณ์เช่นนี้อยากให้หยุดความบาดหมางกันก่อน  โดยระบุว่า “ในสถานการณ์ ณ เวลานี้ อยากขอความร่วมมือจากทุกสีเสื้อ หยุดบาดหมางกันก่อน แล้วโฟกัสที่ชายแดน พื้นที่ปะทะ วิเคราะห์ เสนอแนะ หาทางเอาชนะผู้รุกราน ยุติสงคราม ปกป้องพี่น้องทหาร และคุ้มครองประชาชนในพื้นที่กันก่อนค่ะ” และเขียนแคปชั่นว่า “ตอนนี้ขอความร่วมมือกันก่อนค่ะ ทุกๆ ท่าน”

EP 2 ‘รันเวย์แคบ’ ประเดิมแคมเปญแรก ‘The Face Thailand SS 6’

EP 2 ‘รันเวย์แคบ’ ประเดิมแคมเปญแรก ‘The Face Thailand SS 6’

EP 2 ‘รันเวย์แคบ’ ประเดิมแคมเปญแรก ‘The Face Thailand SS 6’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.12 น.

หลังจากสร้างกระแสถล่มทลายใน EP 1 พร้อมขึ้นแท่น Top 1 บน Netflix Thailand ล่าสุด The Face Thailand Season 6 ปล่อย Teaser EP 2 เรียกเสียงฮือฮาอีกระลอก กับแคมเปญแรกที่ไม่ธรรมดา ทั้งความแคบของรันเวย์ และความท้าทายที่ต้องรักษาผมสวยสลวยตลอดการเดิน ภารกิจนี้จัดเต็มโดย TRESemmé ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก

เตรียมเปิดฉากแคมเปญแรกใน EP 2 ของ The Face Thailand Season 6 กับภารกิจสุดท้าทายบนรันเวย์ที่ทั้งแคบและกดดัน พร้อมโจทย์สำคัญที่เหล่า Fighter ต้องพรีเซนต์ “ผมเงาสวย Glossy เล่นแสง” แบบไร้ที่ติ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของเมนเทอร์และกล้องทุกมุม งานนี้การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยอาจสะกดสายตาคนดู หรือทำให้พลาดโอกาสสำคัญ ใครจะผ่านบททดสอบแรกจาก TRESemmé ไปได้อย่างเฉิดฉาย?  ใครจะโดนเมนเทอร์สะกิดแรงจนแทบหลุดทีม?  

‘บัวขาว’ทนไม่ไหว! โพสต์รัวๆประณาม’กัมพูชา’ หลังใช้อาวุธมุ่งโจมตีพลเรือนในไทย

'บัวขาว'ทนไม่ไหว! โพสต์รัวๆประณาม'กัมพูชา' หลังใช้อาวุธมุ่งโจมตีพลเรือนในไทย

‘บัวขาว’ทนไม่ไหว! โพสต์รัวๆประณาม’กัมพูชา’ หลังใช้อาวุธมุ่งโจมตีพลเรือนในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.25 น.

24 กรกฎาคม 2568 จากกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาปะทะเดือด กัมพูชาเปิดฉากยิงจรวดตกในเขตชุมชนบ้านเรือนฝั่งไทย ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายนั้น ล่าสุด ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ได้ออกมาโพสต์รัวๆ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)” ที่มีผู้ติดตาม 5.6 ล้านคน โดย ‘บัวขาว’ ได้แชร์ข่าวของเพจ’กองทัพบก Royal Thai Army’ พร้อมระบุแคปชั่นว่า “เราขอประณามการกระทำของฝ่ายกัมพูชา กรณีใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายพลเรือนในเขตแดนไทย We condemns the Cambodian actions of using weaponry to attack civilian targets within Thai territory.”

‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ยังโพสต์อีกว่า “ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองให้หน่วยทหาร และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ กรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน (รองรับภัยจากการสู้รบ) และเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดอย่างเร่งด่วน” อีกทั้งยังแชร์ข้อความ “ขอความร่วมมือ งดลงภาพหลุมหลบภัย บังเกอร์ ภาพจุดสำคัญ หรือบอกพิกัด เพราะตอนนี้เขมรไม่ได้เล็งทหาร แต่เล็งประชาชน”

‘เบลล่า ราณี’เคลื่อนไหว! ลั่นความรุนแรงไม่ควรเกิดกับใครทั้งนั้น หลังชายแดนปะทะเดือด

'เบลล่า ราณี'เคลื่อนไหว! ลั่นความรุนแรงไม่ควรเกิดกับใครทั้งนั้น หลังชายแดนปะทะเดือด

‘เบลล่า ราณี’เคลื่อนไหว! ลั่นความรุนแรงไม่ควรเกิดกับใครทั้งนั้น หลังชายแดนปะทะเดือด

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

24 กรกฎาคม 2568 จากกรณีชายแดนไทย-กัมพูชาปะทะเดือด กัมพูชาเปิดฉากยิงจรวดตกในเขตชุมชนบ้านเรือนฝั่งไทย ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยคนในวงการบันเทิงได้ออกมาโพสต์เคลื่อนไหวผ่านทางโซเชียลส่วนตัว 

ล่าสุดนางเอกดัง ‘เบลล่า’ ราณี แคมเปน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@bellacampen” ระบุข้อความว่า “ทุกชีวิตมีค่า ความรุนแรงไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น ขอส่งกำลังใจให้กับทุกคนที่ได้รับผลกระทบ Every Life matters. Violence should never happen to anyone. Sending Strength and compassion to every life affected”

ความสุขเต็มโรงหนังจาก’You Better Love V The Movie’ภาพยนตร์คอนเสิร์ตแรกของ’วี-วิโอเลต วอเทียร์’

ความสุขเต็มโรงหนังจาก'You Better Love V The Movie'ภาพยนตร์คอนเสิร์ตแรกของ'วี-วิโอเลต วอเทียร์'

ความสุขเต็มโรงหนังจาก’You Better Love V The Movie’ภาพยนตร์คอนเสิร์ตแรกของ’วี-วิโอเลต วอเทียร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.33 น.

โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ ร่วมยินดีกับความสำเร็จของภาพยนตร์คอนเสิร์ต You Better Love V The Movie” เทปบันทึกภาพคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในชีวิตของ “วี-วิโอเลต วอเทียร์” ศิลปินหญิงมากความสามารถเจ้าของฉายา Queen of Alternative Pop ของไทย ที่สร้างปรากฏการณ์บัตรเข้าชม Sold Out ทันทีหลังเปิดจำหน่าย โดยมี คุณพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับพร้อมมอบดอกไม้แสดงความยินดี ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้นักร้องสาว “วี-วิโอเลต วอเทียร์” จัดเซอร์ไพรส์พิเศษด้วยการมาร่วมชมภาพยนตร์คอนเสิร์ตกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากแฟนคลับที่มาซัพพอร์ทอย่างอบอุ่น หลังจบยังมีกิจกรรมแฟนมีตที่สาว “วี-วิโอเลต” มาร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์และความรู้สึกตลอดเส้นทางการเป็นศิลปิน พร้อมเปิดโอกาสให้ชาว Wauter ได้แชร์ความประทับใจและพูดคุยกันแบบเป็นกันเอง ก่อนปิดท้ายด้วยการถ่าย Group Photo ร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งรอยยิ้มและความสุขตลอดทั้งงาน

ภาพยนตร์คอนเสิร์ต You Better Love V The Movie” เป็นหนึ่งในคอนเทนต์ดนตรี ที่จัดฉายผ่านระบบภาพและเสียงที่ดีสุดในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ  กับโปรเจกต์ SF MUSIC IN CINEMA’ ซึ่งนอกจากภาพยนตร์คอนเสิร์ตเรื่องนี้ ยังมีอีกหลากหลายคอนเทนต์ดนตรี ที่จะชวนทุกคนมาอินไปด้วยกัน ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารและกิจกรรมความพิเศษ เพียงติดตามโซเชียลมีเดีย SF CINEMA หรือ #SFcinema รวมถึงแอปพลิเคชัน SF Cinema, http://www.sfcinema.com

‘แทค ภรัณยู’หัวร้อน! โพสต์ฟาด’พวกมึxเปิดก่อนนะ’ หลังเหตุปะทะเดือดชายแดนไทย-กัมพูชา

'แทค ภรัณยู'หัวร้อน! โพสต์ฟาด'พวกมึxเปิดก่อนนะ' หลังเหตุปะทะเดือดชายแดนไทย-กัมพูชา

‘แทค ภรัณยู’หัวร้อน! โพสต์ฟาด’พวกมึxเปิดก่อนนะ’ หลังเหตุปะทะเดือดชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.58 น.

24 กรกฎาคม 2568 หลังจากที่เกิดเหตุปะทะรุนแรงบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีดังกล่าวนั้นพบมีทหาร-ชาวบ้านบาดเจ็บและเสียชีวิต ล่าสุดดารา-นักแสดงชื่อดัง ‘แทค’ ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม ได้ออกมาโพสต์ข้อความกำลังใจทหารไทยผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Tack Pharunyoo” ระบุด้วยว่า “เป็นกำลังใจให้ทหารไทยทุกคนขอให้ปลอดภัย” พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า “พวกมึงเปิดก่อนนะ…อย่าร้องนะ” ซึ่งหลังจากที่ ‘แทค ภรัณยู’ โพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากพร้อมทั้งส่งกำลังใจให้ทหารไทย

‘โต๋ ศักดิ์สิทธิ์’เตรียมแพลนมีลูก! ควง ‘แม่โอ๋’เล่าชีวิต 60 ยังแจ๋ว

'โต๋ ศักดิ์สิทธิ์'เตรียมแพลนมีลูก! ควง 'แม่โอ๋'เล่าชีวิต 60 ยังแจ๋ว

‘โต๋ ศักดิ์สิทธิ์’เตรียมแพลนมีลูก! ควง ‘แม่โอ๋’เล่าชีวิต 60 ยังแจ๋ว

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ควงคู่ คุณแม่โอ๋ – ธนภรณ์ เวชสุภาพร เปิดสูตรชีวิตวัยเกษียณในรายการ Tuck Talk เล่าเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข วิธีดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีในวัยสูงอายุ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าดูแลตัวเองดีไม่มีคำว่าแก่ รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว มีสุขเต็มที่ ปล่อยวางเรื่องลูกหลาน

เวลาไปไหนมาไหน มีคนชมคุณแม่

โต๋ : ผมสนิทกับคุณแม่มากตั้งแต่เด็ก ๆ คุณแม่เป็นคนแบบพาขับรถพาไปเรียนเปียโนตั้งแต่เด็ก ๆ ทุกสเต็ปในการใช้ชีวิตของเรา คุณแม่ก็จะสอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ พอโตขึ้นมา เราเข้าวงการคุณแม่ก็จะช่วยดูแลโน้นนี่ แต่พอเราเริ่มมีรายการออนไลน์ แล้วพอชวนคุณแม่มาทำรายการ กลายเป็นเวลาไปที่ไหนคุณแม่ไม่ต้องไปด้วยเลย เจอหน้าผมปุ๊บ แม่มาเปล่า ถามถึงแต่แม่ตอนนี้ครับ อยากเจอคุณแม่มาก คนจะพูดถึงคุณแม่

มีความรู้สึกยังไงกับคำนี้ ถ้า 60 แล้วเราไม่ต้องทำผมแต่งตัวมากก็ปล่อยไปตามกาลเวลา

แม่โอ๋ : ทำไมเราต้องปล่อยไปตามอายุนะ พอคนเราอายุมากขึ้น แม่ว่ามันต้องแต่งมากขึ้น เพราะว่าถ้าเราไม่แต่ง ผิวพรรณเราก็ไปตามวัย มันก็เหี่ยว ส่องกระจกก็ตกใจตัวเอง แล้วเราจะไปตกใจทำไม ทุกวันเราก็แต่งเลยค่ะ แต่งมันทุกวัน แต่งตั้งแต่สมัยก่อน

โต๋เมาท์คุณแม่หน่อยเรื่องการแต่งตัวเวลาไปงานไปงาน แต่งมากกว่าโต๋กับน้องไบร์ทหรือเปล่า

โต๋ : ทุกเช้าทุกคนเห็นคุณแม่ว่า ถ่ายรายการ ถ่าย TikTok หรือทำคอนเทนต์นู่นนี่ จริง ๆ มันคือธรรมชาติของเขาเลยครับ ทุกเช้าเลยนะ ตั้งแต่เช้า ๆ 6 – 8 โมง ลงมาคือหน้าผมพร้อมแล้ว ไม่ว่าจะมีถ่ายรายการหรือไม่ก็ตาม หรือจะไปแค่ซูเปอร์มาร์เก็ต เขาก็พร้อมเสมอครับ เรื่องผมนี่ก็สระเองทุกวันเลยนะครับ ไม่ใช่ไปทำร้านนะสระเอง เป่าผมเอง ทุกวันจริง ๆ ลองถามดูได้เลยครับ

แม่โอ๋ : ผมสั้นมันง่ายมาก แค่จับ ๆ ใส่บำรุงนิดหน่อยก็อยู่แล้วค่ะ เข้าร้านจริง ๆ ก็มีแค่ไปทำสี ดัด ซอยเท่านั้นเอง นอกนั้นทำเองหมดทุกวันเลยค่ะ

มีวันไหนไหมที่ลงมาจากห้องแบบซีด ๆ ยังไม่แต่งหน้า

แม่โอ๋ : ก็มีบ้างนะคะ นาน ๆ ที แบบขี้เกียจแต่ง ก็ลงมาก่อน

คุณนครว่าไงบ้างคะ เวลาเห็นคุณโอ๋แต่งตัวสวย ๆ ทุกวัน

แม่โอ๋ : เขาเคยถามนะ ทำไมต้องแต่งหน้าทุกวัน ฉันก็บอก “ก็แต่งให้เธอไง สวยมั้ยล่ะ?” เขาก็ตอบ “เออ ใช่ สวย” ถ้าเราไม่แต่งหน้าเนี่ย ผู้หญิงก็กลายเป็น ป้า ผู้ชายก็เป็น อาแปะ ไหวไหม ลองมองตัวเองในกระจกสิ บางวันยังตกใจเลย แบบนี้ต้องแต่ง ต้องสวย ต้องหอมตลอด

ในความรู้สึกของลูกชายอย่างโต๋ เวลาที่เห็นคุณแม่สวย ๆ หอม ๆ รู้สึกยังไง

โต๋ : รู้สึกดีครับ รู้สึกดีใจ แล้วก็ภูมิใจมากครับ เพราะในมุมของผม การที่คุณแม่ดูแลตัวเอง แต่งตัวสวยๆ แบบนี้ มันหมายความว่าเขามีความสุข คือถ้าเรามีความสุขจากข้างใน มันจะมีแรงในการตื่นมาดูแลตัวเอง พอเรามีพลังแบบนั้น เราก็ส่งต่อพลังดี ๆ ให้คนรอบตัวได้ แล้วนั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมรักมาก พอทุกเช้าผมลงมาเจอคุณแม่แต่งตัวสวย แฮปปี้ ผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะคิดว่าคนที่ดูแลเรามาครึ่งชีวิต ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้ชีวิตของเขาเองแล้วนะ ได้แต่งตัว ได้ไปเที่ยว ได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ไม่ต้องห่วงเราแล้ว เขาดูแลเรามาแล้วเต็มที่

มีโรคประจำตัวอะไรไหม

แม่โอ๋ : ไม่มีเลยค่ะ ทุกอย่างปกติดีหมด

ร่างกายยังแข็งแรงดี

แม่โอ๋ : เดี๋ยวนี้แข็งแรงขึ้นเยอะค่ะ แต่ก่อนนี่ไม่ออกกำลังกายเลย เพราะกลัวหน้าละลาย จนวันหนึ่งไปเที่ยวกับลูก ๆ แล้วมีทางขึ้นเขา เห็นบันไดแล้วรู้เลยว่าไม่ไหวก็เลยไม่ได้ขึ้นไป แล้วลูก ๆ เขาก็เป็นห่วง ไม่ขึ้นกันหมดเลยเพราะเป็นห่วงแม่ เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่าเราจะเป็นตัวถ่วงเขาทำไม ถ้ามาเที่ยวแล้วเราไม่ไหว ทุกคนก็ไม่สนุกต้องไม่เป็นภาระคนอื่น จากนั้นก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มจากเดิน เดินในหมู่บ้านนี่แหละ เดินไปเดินมาก็ได้เกือบ 3 กิโล ทุกคนเจอก็ทักกัน เหมือนเป็นเจ้าของหมู่บ้าน เดินไปเดินกลับ 3 กิโลกว่า แต่รถมันเยอะ เขาก็เป็นห่วงบอกว่า คุณแม่จะไปเดินทำไมนอกบ้านไม่เดินในบ้าน อุตส่าห์ทำห้องให้แล้วก็ไม่เดิน เราก็เดินฟังเพลงของเราไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวรถเฉี่ยว ก็เลยทำให้เดินในบ้านเลย เดินก็ชั่วโมงนึงก็ประมาณเกือบ 3 กิโล แล้วก็จ้างเทรนเนอร์เลย อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เวทเทรนนิ่งกันไป บาลานซ์กันไป กระฉับกระเฉงขึ้น

 โต๋ : คุณแม่เขาน้ำหนักลงมา

แม่โอ๋ : 14 กิโล

โต๋ : ดูแลทั้งอาหารและออกกำลังกาย ผมก็คอยช่วยดูเรื่องอาหารด้วย ถามตลอดว่ากินอะไร ลดน้ำตาล ลดแป้งไหม เดินหรือยังอะไรแบบนี้ คุณแม่เขาชอบเดินข้างนอกเพราะอากาศดี แต่บางทีก็ห่วงความปลอดภัย ก็เลยทำห้องฟิตเนสไว้บนบ้าน ซื้อเครื่องลู่วิ่งมา เปิดซีรีส์ดูไป เดินไปด้วย ก็อย่างที่คุณแม่บอกครับยิ่งอายุมากขึ้น การดูแลตัวเองยิ่งสำคัญมาก พอคุณแม่เริ่มทำเอง เราในฐานะลูกก็สบายใจครับ เห็นแล้วก็รู้สึกว่าเขาแข็งแรงดี

เรื่องอาหารการกินในการดูแลตัวเองของคุณแม่ ต้องดูแลขนาดไหน

แม่โอ๋ : เราดูแลตัวเองหมดเลยค่ะ เป็นคนซื้ออาหารเองด้วย เราโตแล้วก็เข้าใจว่าอะไรเหมาะกับตัวเรา อย่างตอนเย็นนี่ เราจะไม่กินของหนัก ๆ เพราะมันทำให้นอนไม่หลับค่ะ กินแล้วมันอึดอัด ก็จะเลือกกินเบา ๆ อย่างปลาแทน เช่น ปลาต้ม ปลาย่าง ก็สลับกันไปค่ะ กลางวันหนักได้ ตอนเช้าก็เรียบง่ายมาก ทานแค่กาแฟดำกับไข่ต้ม ถ้ากลางวันเผลอทานเยอะ เย็นวันนั้นจะลดเลยค่ะ อาจจะทานแค่นิดเดียว

อยากจะให้โต๋แชร์เรื่องอาหารการกินสำหรับผู้สูงวัย

โต๋ : เรื่องการลดแป้งกับน้ำตาล แต่ไม่ใช่ว่าจะห้ามกินเลยนะ แบบที่คุณแม่พูดเสมอคืออยากกินก็กินได้แต่ต้องกินในปริมาณที่พอดี พอให้หายอยาก ไม่ใช่ไปห้ามตัวเองจนไม่มีความสุข ผมว่ามันสำคัญมากสำหรับผู้ใหญ่ คุณแม่เป็นคนทำอาหารเองด้วยนะครับที่บ้าน ตั้งแต่เด็กผมโตมากับอาหารฝีมือแม่

บ้านของโต๋กับคุณแม่ยังอยู่ในบริเวณเดียวกัน ถึงแม้แต่งงานแยกไปอยู่กับน้องไบร์ทแล้ว ยังเดินไปมาหากันได้ไหม

โต๋ : ติดกันเลยครับ เดินถึงกันได้เลย

แม่โอ๋ : ไม่แยกครัวค่ะ ใช้ครัวเดียวกัน

โต๋ : บ้านผมก็มีครัวนะ แต่ถามว่าทำเองทำไม เพราะมีคุณแม่อยู่ตรงนี้ทำให้ การกลับมากินข้าวที่บ้าน มันก็ได้รสชาติแบบที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก

เด็กสมัยใหม่หลายคนพอโตแล้วก็มักอยากแยกออกไปอยู่เอง ไม่ค่อยอยากอยู่กับพ่อแม่ แต่โต๋ยังเลือกอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ คุณแม่คิดว่ายังไง

แม่โอ๋ : แม่วางยาไว้มั้ง

โต๋ : ผมว่าคุณพ่อคุณแม่เขาก็ยังอยากเห็นเรา แค่เห็นรถเราขับเข้าออกบ้านก็สบายใจแล้ว ผมเองก็สนิทกับคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้วครับ เป็นลูกชายคนโตด้วย ก็เลยรู้สึกว่าอยากเจอเขาทุกวัน อย่างบางทีผมกลับจากทำงานดึก ถ้ารู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่นอน ประมาณสัก 4 ทุ่ม ผมก็จะเดินขึ้นไปหา ไปนั่งคุยว่าวันนี้เป็นยังไง เจอใครมาบ้าง ถ้าวันไหนมีเวลาว่าง รู้ว่าพรุ่งนี้งานเริ่มบ่าย ผมก็จะบอกเลยว่า พรุ่งนี้เที่ยงผมกินข้าวบ้านนะ

เมนูโปรดของโต๋

แม่โอ๋ : ตอนนี้เมนูโปรดของโต๋ก็คือพวกเนื้อ เพราะเขากลับมาเล่นเวท เขาจะไม่กินแป้งเลย กินแต่เนื้ออย่างเดียว จะเป็นเนื้อสเต็ก ไก่ก็ได้ หมูก็ได้นิดหน่อย

ได้ยินมาว่าคุณแม่ยังทำกับข้าวเลี้ยงทีมนักดนตรีด้วย

โต๋ : 2 ปีหลังมานี้ พอหมดสัญญาในฐานะศิลปิน ผมก็เปิดบริษัทของตัวเอง ทำรายการเอง เล่นเปียโนเอง ทำคอนเสิร์ตเอง ทีนี้พอเริ่มจัดคอนเสิร์ตครั้งแรก เราก็มีทีมงาน มีนักดนตรี แล้วเขาก็จะมีสวัสดิการมาจากกอง เช่น ข้าวกล่องอะไรแบบนั้น แล้วคุณแม่ก็มาอยู่ที่กองซ้อมด้วยนะครับ มาเห็นว่าทีมงานกินข้าวกล่องกัน คุณแม่บอกผมว่าเห็นแล้วขัดใจอยากทำเอง พอมีคอนเสิร์ตครั้งถัดมา ไม่ใช่แค่ทำอาหารธรรมดาแล้วนะครับกลายเป็นบุฟเฟ่ต์เต็มรูปแบบ มีทั้งข้าวเหนียวมะม่วง กุ้ง คือคุณแม่ทำเองหมด ทำเพราะสนุก เพราะอยากให้ทุกคนได้กินของอร่อย นักดนตรี ทีมงาน หรือแม้แต่ศิลปินที่มาซ้อม อย่างพี่ปู พงษ์สิทธิ์ พี่แบงค์ วง Clash หรือ เจฟ Saturทุกคนพอรู้ว่ามีคุณแม่ทำอาหารก็จะบอกว่า ซ้อมเสร็จเดี๋ยวแวะชิมฝีมือแม่โอ๋นะ กลายเป็นความอบอุ่นอย่างหนึ่งของกองซ้อม ทุกคนรู้กันหมดว่า ซ้อมกับพี่โต๋ ได้กินข้าวฝีมือแม่โอ๋

การทำอาหารทานเองที่บ้านดีต่อสุขภาพยังไงบ้าง

แม่โอ๋ : ดีกว่าเยอะเราสามารถเลือกเองได้ว่าอะไรควรกิน อะไรไม่ควรกิน แล้ววัตถุดิบที่ใช้ เราก็เลือกเองได้หมดเลย สะอาด ถูกสุขอนามัย

ความสุขของแม่โอ๋ในตอนนี้คืออะไร

แม่โอ๋ : ในวัยนี้ ลูก ๆ ก็โตกันหมดแล้ว เป็นฝั่งเป็นฝา การงานก็ดี มีชีวิตเป็นของเขา ทีนี้เราก็ต้องมีชีวิตของเราเองบ้าง อยากไปไหน อยากทำอะไรก็ทำ อย่างคุณนคร เขาก็มีของเขา ชอบตกปลาก็ไปตกปลา เราไม่เอาหรอกค่ะ ไม่ชอบออกแดด แพ้แดด หน้าแพง เราชอบ ไปกินข้าวกับเพื่อน ฟังเพลง คุยกันสนุก ๆ เสื้อผ้า หน้าผม ผิวพรรณนี่เป็นเรื่องหลักเลยค่ะ

ห่วงคุณแม่เรื่องอะไรบ้าง

โต๋ : จริง ๆ ก็ห่วงแค่เรื่องสุขภาพ เราก็คุมให้แม่ด้วยส่วนหนึ่ง นอกนั้นไม่ห่วงเลย คุณแม่จะไปเที่ยว จะไปปาร์ตี้กับเพื่อน กลับดึกยังไงไม่ว่า แต่ถ้าผมกลับจากคอนเสิร์ตดึก ๆ แล้วแม่ยังไม่กลับ ผมนี่โทรเลย คุณแม่อยู่ไหน ยังไม่ถึงบ้านเหรอ ผมเล่นคอนเสิร์ตจบแม่ยังไม่กลับบ้าน จริง ๆ แล้วเรามีความสุขกับสิ่งนี้มากครับ จะไปกิน ไปเที่ยวที่ไหนไปเลย คือเราแบบคุณแม่เดี๋ยวเตรียมรถตู้ให้ มีคนขับคนช่วยดูแลให้คุณแม่ อยากจะไปไหนคือเรา เราดีใจเราไปส่งด้วย ถ้าเราว่างเราไปส่งเราไปรับได้ คืออยากให้เขาเอนจอยกับชีวิตครับ

ลูก ๆ แยกย้ายไปมีครอบครัว บางคนอาจจะรู้สึกเหงา น้อยใจที่ลูกหลานไม่ค่อยแวะมาดูแล แม่โอ๋มีวิธีดูแลความรู้สึกตัวเองยังไง

แม่โอ๋ : ลูกเขาก็ต้องมีชีวิตของเขา มีครอบครัวของเขา ต้องไปดูแลครอบครัวของตัวเอง หน้าที่เราเสร็จแล้ว ลูกโตหมดแล้ว เราก็ต้องหันกลับมาห่วงตัวเอง ใช้ชีวิตของเราให้มีความสุข อยากไปเที่ยวก็ไป ไปกินข้าวกับเพื่อน ไปฟังเพลง ไปดูหนัง อยากทำอะไรก็ทำ อย่าไปกังวลเขา เพราะเขามีความสุขแล้ว เราก็ต้องหาความสุขของเราเอง ถ้ามัวแต่น้อยใจ เราจะเครียด จะรู้สึกแก่ลง เพราะงั้นออกไปใช้ชีวิต

อยากฝากอะไรถึงลูก ๆ ที่อาจจะยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาดูแลคุณพ่อคุณแม่บ้างไหม

โต๋ : ผมเข้าใจทั้ง 2 ฝ่าย ผมเข้าใจลูก ๆ ด้วยที่งานยุ่ง ผมเองก็ยุ่ง แล้วเราเข้าใจดีว่าการที่เราเริ่มทำงาน การที่เรามีความฝัน แล้วคนรุ่นใหม่สมัยนี้เรามีความฝันแล้วเราอยากจะสร้างอะไรของตัวเองเยอะ มันจะเหนื่อย แล้วมันก็จะแบกรับความกดดันอะไรหลาย ๆ อย่าง ผมเข้าใจเลย ผมแค่จะบอกว่า อย่าลืมว่าเวลาทุกคนมีจำกัด เวลาที่เราพยายามจะตามความฝันของเรา เราก็มีช่วงเวลานั้น อย่าลืมว่าเวลาของเราที่มันเดินไปข้างหน้า เวลาของคุณพ่อคุณแม่เราก็เดินไปข้างหน้าเหมือนกัน แบ่งเวลาให้ดี ๆ แค่นี้เลย เพราะว่าวันนึงเราจะไม่เสียดายเลย เพราะว่าเราได้ใช้เต็มที่

แม่โอ๋ห่วงเรื่องหลานด้วยไหม

แม่โอ๋ : ไม่อยากกดดัน แต่ถามทุกวันเลย เมื่อไหร่จะมี

แพลนไหม หรือว่าปล่อยเข้าไปตามธรรมชาติ

โต๋ : ก็คิดครับ มีในใจกันบ้างครับ คือเราทำงานกันหนัก แล้วผมคิดว่าทุกคนก็ต้องมีเป้าหมายในชีวิตว่า เราจะทำอะไรกัน เราก็มีแพลนคร่าว ๆ ในใจ อยากจะทำไป Next Step ต่อไปในชีวิตเราจะเป็นยังไง

ฝากเคล็ดลับการดูแลตัวเองในวัยเกษียณ

แม่โอ๋ : ก็ปล่อยวางค่ะ อยากทำอะไรก็ทำเลย อย่าไปห่วงลูกมาก เขาโตแล้ว เขามีชีวิตของเขา เราก็ต้องดูแลสุขภาพและอารมณ์ของเราเอง อย่าวีนลูกบ่อย ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาเยอะ ครอบครัวเขาก็เรื่องของครอบครัวเขา อย่าไปชำเลืองบ่อย มองตรง ๆ

‘ไผ่ – โบนัส’ ศิลปินอาสาสร้างเสียงเพลง ส่งต่อรอยยิ้มผู้ต้องขังเรือนจำกลางบางขวาง

'ไผ่ - โบนัส' ศิลปินอาสาสร้างเสียงเพลง ส่งต่อรอยยิ้มผู้ต้องขังเรือนจำกลางบางขวาง

‘ไผ่ – โบนัส’ ศิลปินอาสาสร้างเสียงเพลง ส่งต่อรอยยิ้มผู้ต้องขังเรือนจำกลางบางขวาง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไผ่ – พงศธร และ โบนัส – ภัทรธิรา ร่วมให้กำลังหน่วยแพทย์ พยาบาล จิตอาสา คณะทำงาน และผู้เข้ารับบริการทันตกรรมในเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นกิจกรรมในโครงการ “ราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน” จัดโดย สำนักงานพระคลังข้างที่ แพทย์อาสาจาก คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน่วยงานภาคีเพื่อสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมั่นคง และประชาชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี จึงน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

โดยมีภารกิจเพื่อสังคมด้านสุขภาพ ในการช่วยเหลือและสนับสนุนให้กับประชาชนทั่วไปทุกกลุ่มวัย ได้เข้ารับบริการสิทธิการรักษาพยาบาลในด้านต่างๆ ทั้งการตรวจสุขภาพดวงตา รักษาโรคต้อกระจก และด้านทันตกรรม ในรูปแบบการออกหน่วยเคลื่อนที่ โดยมี พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ พร้อมด้วยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานกรรมการโครงการฯ ตรวจเยี่ยม ณ เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรีการออกหน่วยครั้งนี้ ผู้ต้องขังได้รับมอบฟันเทียมพระราชทาน จำนวน 74 ราย และเข้ารับการบริการด้านทันตกรรม ได้แก่ ตรวจสุขภาพช่องปาก ถอนฟัน อุดฟัน ผ่าฟันคุด จำนวน 500 ราย ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการอคอยการรักษา รวมถึงช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการรักษาได้รับบริการอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สนับสนุนให้ผู้ต้องขังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งนี้ ศิลปินแกรมมี่ ไผ่ – พงศธร และ โบนัส – ภัทรธิรา ยังร่วมเป็นจิตอาสาแจกของที่ระลึกชุดดูแลสุขภาพฟันให้ผู้ต้องขัง พร้อมส่งต่อบทเพลงฮิต อย่าง ไม่มีข้อแม้ คนบ้านเดียวกัน สาวนาสั่งแฟน คิดอะไรอยู่ คลื่น และแม่ เติมเต็มรอยยิ้มแก่ผู้ร่วมงานโครงการ “ราษฎรสุขใจ พลานามัยสมบูรณ์ แพทย์พระราชทาน” เริ่มจัดตั้งปี 2565 ปัจจุบันดำเนินการออกหน่วยจำนวน 47 ครั้ง ครบทุกภูมิภาค ครอบคลุมพื้นที่ 27 จังหวัด มีส่วนช่วยเหลือให้ประชาชนเข้าถึงการผ่าตัดรักษาโรคตาและบริการทันตกรรม เป็นจำนวนรวม 23,198 ราย สำหรับ ในปี 2568 ยังคงมุ่งมั่นรวมพลังแพทย์อาสาพร้อมหน่วยงานภาคี เพื่อมอบความมั่นคงทางด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง “สานพลัง สร้างสุขราษฎร”.