‘คายอ้อ’บทบาทใหม่พิสูจน์ฉายาพระเอก 700 ล้าน ของ’เน็ค นฤพล’และ ครั้งแรกของ ‘อ๋อมแอ๋ม เพชรบ้านแพง’

'คายอ้อ'บทบาทใหม่พิสูจน์ฉายาพระเอก 700 ล้าน  ของ'เน็ค นฤพล'และ ครั้งแรกของ 'อ๋อมแอ๋ม เพชรบ้านแพง'

‘คายอ้อ’บทบาทใหม่พิสูจน์ฉายาพระเอก 700 ล้าน ของ’เน็ค นฤพล’และ ครั้งแรกของ ‘อ๋อมแอ๋ม เพชรบ้านแพง’

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์สุดหลอนสำหรับ “คายอ้อ ลบหลู่ ศรัทธา อาถรรพ์” ซึ่งลงโรงให้ได้สยองกันแล้ว แบบเต็มตา กับผลงานสร้างของ “โจ ยมนิล นามวงษา” บอสใหญ่วงสาวน้อยเพชรบ้านแพง กำกับภาพยนตร์โดย ใหม่ ภวัต พนังคศิริ เขียนบทโดย เอี้ยง สวนีย์ อุทุมมา  นำแสดงโดย เน็ค นฤพล, ตูมตาม ยุทธนา พร้อมด้วยกานต์ ทศน, เบลล์ นิภาดา, อุ๋งอิ๋ง รัตนาภรณ์, อ๋อมแอ๋ม ละมัย, บอสโจ ยมนิล และ น้ำแข็ง ทิพวรรณ  พร้อมสมาชิกวงหมอลำ ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่เวทีที่ไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือบททดสอบแห่งความเชื่อ ความศรัทธา นำมาซึ่งเงามืดและหายนะที่ไม่มีใครหลีกพ้น งานนี้พระเอก700ล้านอย่าง เน็ค นฤพล และนักแสดงน้องใหม่ อ๋อมแอ๋ม เพชรบ้านแพง ได้เปิดใจกับ ‘ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า’ ถึงจุดเริ่มต้นและบทบาทการแสดงในเรื่องนี้ว่า

ตอนแรกที่บอสโจทาบทามให้เล่นหนังเรื่องนี้เราเป็นยังไงบ้าง

เน็ค :  “ติดต่อไปครั้งแรก พอผมรู้ชื่อเรื่องผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครทํา เขาบอกว่ามีหนังเรื่องนึง อยากได้เน็ค เน็คอยากเล่นไหม ผมลองถามว่าชื่อเรื่องอะไรครับ คายอ้อ ตอนนั้นหน่ะ ผมอยู่สนามฟุตบอล ผมจําได้เลย ผมก็ตอบว่า โห อยากเล่นครับ ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยนะว่าเราได้รับบทเป็นอะไร แต่คําว่าคายอ้อมันอยู่กับผมมาตั้งแต่สมัยร้องเพลงแล้วจําความได้มา พ่อยกพ่อยอผู้ให้มันเห็นวัฒนธรรมการไหว้การอะไรแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร เราก็เลยรู้สึกว่าอยากจะเล่น อยากจะแบบเอามาถ่ายทอดให้คนได้รู้จัก ซึ่งเรายังไม่ได้รู้เลยว่าเนื้อเรื่องมันเป็นอะไรยังไง แต่ผมเชื่อว่าถ้าขึ้นต้นเรื่องด้วย คําว่าคายอ้อ มันก็ต้องเกี่ยวกับอะไรแบบนี้ที่เราเชื่ออยู่แล้ว ก็เลยรับปากเปล่าไปก่อน แล้วคราวนี้ประสานงานนู้นนี่นั่นก็เลยได้รู้ว่า อ๋อ หนังเรื่องนี้ เป็นของ บอสโจ ยมนิล คณะสาวน้อยเพชรบ้านแพงที่จะเป็นผู้อํานวยการสร้าง ก็เลยรู้สึกว่า เออเนี่ย มันต้องคนที่แบบรู้จริงจริงแล้วมาทําจริงๆ มันก็จะออกมาดี มันก็ออกมาคนดูก็จะเชื่อครับ เพราะว่าเค้าอยู่วงการนี้จริงๆ”

ในตัวอย่างไม่ใช่0มีแค่วงสาวน้อยเพชรบ้านแพง มีหมดเลย ทั้งพ่อครูแม่ครูหลายวงเลย อ๋อมแอ๋ม เองเหมือนกัน เรื่องแรกใช่ไหมจากนางเอกหมอลําเป็นนักแสดง

อ๋อมแอ๋ม :  “ก่อนหน้านี้ก็จะเล่นเป็นเอ็มวี ซีรีส์ แต่ว่าภาพยนตร์คือเรื่องแรกครั้งแรกค่ะ แล้ววันนั้นที่บอสถามว่า อ๋อมแอ๋ม กล้าเล่นบทนี้บ่ หนูก็จะถามว่าบทอะไรค่ะ บทโน้นนี้นั่นตึดๆๆ หนูก็เลยบอกว่า โอ้ว กล้าค่ะ ตอบไปแบบกล้าก่อน เพราะเรามองว่ามันคือโอกาสแค่เราได้รับโอกาสว่าได้มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้เราก็ดีใจแล้วค่ะ แต่พอมาหน้างานจริงๆ ซีนแรกก็เอาเรื่องเลย”

เล่นเป็นใคร  คาแรคเตอร์ อีแหววเป็นยังไงบ้าง

เน็ค :  “สนุก ตัวละครตัวนี้ผมมองว่า เป็นตัวละครที่แบบเป็นสีสันของเรื่อง มันเป็นจุดเชื่อมต่อของหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่จะนําพาให้หนังเรื่องนี้สนุกขึ้น แล้วก็มีหลายๆ บทหลายๆ ช่วงที่แบบว่าคนบุคลิกเหมือนเขาอะครับ ไม่คิดว่าจะทําได้ แต่เขาทําได้นะครับ ทําถึงด้วย

สาวสายเดี่ยวคนนั้นใช่ไหม ผมด้วยผมสั้น

อ๋อมแอ๋ม :  “แซ่บ”

เน็ค :  “ใช่ครับ พอผมสั้นจะกลายเป็นอีกคนหนึ่งแล้วคราวนี้ พอผมเปิดทีเซอร์ให้ไป ผมสั้นๆนั้นใครวะ ผมก็เลยเปิดรูปให้ดูเค้าแบบจริงปะเนี่ยแม่งทําไมมันพลิกได้ขนาดนั้นจริงๆ ใช่ ตัวจริงจริงเค้าก็เรียบร้อย เว่าน้อยๆ หวานหวาน ในเรื่องคืออีกแบบนึง ใช่ครับ ซึ่งผมมองว่า บทเนี้ยถ้าในความเป็นนักแสดงที่ผมได้มีโอกาสได้เล่นหรืออะไรเพราะบทเนี่ยยากที่สุด เพราะความเป็นตัวเค้ามันเป็นอีกแบบนึงแล้วเค้าต้องเล่นให้มันเป็นอีกแบบนึง ซึ่งมันต้องใช้จินตนาการในการที่จะแบบกระแดะ”

อ๋อมแอ๋ม :  “ท้าทาย ใช่อีหลีจากบ่เคย กระแดะก็ต้องไปดู หนูทําการบ้านหนักมากนะคะ เพราะว่าหนูกดดันมากรู้ว่าตายแล้ว ขาสั้นก็ใส่อยู่ดอก ใส่อยู่กับเพื่อน แต่ว่าไม่เคยใส่ออกให้คนเห็นข้างนอกเนาะ พอมารับบทอีแหวว สั้นแบบสั้น ผู้กำกับบอกให้ใส่สั้นๆ ก็ต้องให้มีบุคลิกที่ตรงอะเนอะ มันจะเป็นอะไรที่แบบหนูต้องทิ้งตัวตนหนูทุกอย่างเลย ทลายกําแพงความกลัวที่เราเคยคิดว่าเราจะไม่กล้าทําสิ่งแบบนี้ แต่พอได้มารับบทอีแหววคือทุกอย่างคือโละหมดเลย แล้วก็สวมจิตวิญญาณ เป็นอีแหววเลย”

เน็คเป็นไงเรื่องนี้

เน็ค : “เรื่องนี้ผมเล่นเป็น เคน ครับ น่าจะเป็นอีกตัวหนึ่งที่เป็นเหมือนตัวดําเนินเรื่องเหมือนกันครับ ก็จะมีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับ ว่าแบบถ้าเราเชื่อแล้วมันจะมีผลดียังไงกับเราแล้วถ้าเราไม่เชื่อมันจะมีผลเสียยังไงกับเรา มันก็จะมีความเป็นตัวละครที่มี ความคิดอยู่ในหัว ตั้งคําถามอะไรยังไง แต่ก็ไม่ลบหลู่นะครับ ไม่เชื่อแต่ไม่ได้ลบหลู่ เพราะว่าตัวเคนเองเนี่ยมีปมในพาร์ทของครอบครัว เรื่องความเชื่อพ่อก็จะมีอยู่อย่างนึง แม่ก็จะเป็นอยู่อย่างนึง มันเลยกลายเป็นทําให้เรารู้สึกว่าตกลงมันคือยังไง เราต้องอะไรยังไง  เค้าจะมีความคิดแบบนี้อยู่ตลอดนะครับ”

ยากง่าย จาก บทเดิมที่เราเคยเล่นมั้ย หรือว่า

เน็ค :  “เรื่องนี้ผู้กํากับค่อนข้างที่จะให้ผมเป็นผม ก็เลยค่อนข้างที่จะไม่ยาก ผมก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแค่ลดความขี้เล่นของตัวเองลง แล้วก็ต้องนิ่งขึ้น ด้วยเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในเรื่อง มันต้องนิ่งอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นคนร่าเริง แต่ในเรื่องเค้าไม่ได้เล่าครับ แต่ว่าพอกลับมาในพาร์ทของที่เราจะเอาเรื่องคายอ้อมาเล่ามันมีเหตุการณ์ที่ทําให้เราต้องนิ่งขึ้น ต้องสุขุมขึ้นแล้วมันต้องมีความคิด”

แล้วในโปสเตอร์ที่เห็น นั่นก็คือเรามั้ยหรือเปล่าไม่รู้

เน็ค :  “โปสเตอร์ที่เห็นตูดนั้นเหรอ ผมแชร์ไปในเพจของผมในโซเชียล นี่ดากผมเองครับ ทุกคนก็เชื่อ เออ แน่จริงก็หันหน้ามาสิ คือว่าเขาก็แซวเล่นเล่นสนุกสนานกันไป ซึ่งในหนังอะ เอางี้เราอุบไว้ดีกว่า ไปดูดีกว่าว่าดากใครกันแน่”

คายอ้อมันคือการผิดครู แต่ในเรื่องนี้มันเป็นเรื่องราวยังไง

เน็ค :  “ถ้าในมุมมองของความเชื่อจริงๆ ผมมองว่าใครทําอะไรมันก็จะมีผลที่ตามมา โดยที่แบบถ้าในความเชื่อก็จะคิดว่าแบบเป็นครูบาอาจารย์ เขาทํามาแกล้ง แต่จริงๆ แล้วผมมองคําว่าคายอ้อ มันไม่ได้ผีสาง ไม่ได้มาทําอะไรเราหรอก มันก็จะมีอธิบายอยู่ในเรื่องครับว่าแบบไม่ใช่ผีสาง ผีครูบาอาจารย์เนาะ ครูบาอาจารย์เขาไม่มาทําอะไรเราหรอก อย่างที่เรานับถือจริงๆ คายอ้อมันมีไว้ให้เราปฏิบัติแล้วก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้ทุกคนรักใคร่สามัคคี กลมเกลียวกันในวงแค่นั้นเอง ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ”

อ๋อมแอ๋ม :  “ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทําตามครรลองครองธรรม”

มันเป็นเรื่องของการผิดครู เลยทําให้ต้องเจอกับหายนะจุดจบอะไรที่มันแบบเราคาดไม่ถึงอะไรแบบนี้ถูกมั้ย สําหรับเนื้อเรื่อง

เน็ค :  “ใช่ครับ ถ้าทางวิทยาศาสตร์ก็คือใครทําอะไรก็ได้รับแบบนั้นประมาณเนี้ยครับ ตัวอีแหววเองมันก็มีเหตุและผลของมันเองที่เป็นแบบนี้”

อ๋อมแอ๋ม :  “ก็เพราะมึงทํามึงเอง”

เน็ค :  “อะไรประมาณเนี้ยครับ แต่ในพาร์ทความเชื่อมันก็จะมีนะครับที่แบบว่า มีมุมที่แบบโดนเหมือนผีเข้าบ้าง ซึ่งในโลกของความเป็นจริง คายอ้อ จริงๆ ก็น่าจะมีเนาะ”

เคยเจอไหมใครที่มีประสบการณ์ไหม หรือว่าคนรอบตัวข้างๆ ที่ทํางานด้วยกัน เคยมีที่เค้าเป็นไหม

เน็ค :  “ของผมถ้ารู้สึกด้วยตัวของผมเองนะ คือผมจะไปประกวดร้องเพลงรายการ ซึ่งเป็นรายการเริ่มต้นเลยของผมก็คือรายการไมค์ทองคํา ในวันนั้นผมซ้อมยังไงก็ไม่มีเสียงร้องมันหลุดระเนระนาดแล้ว แบบป่วยด้วย ก็มีความรู้สึกว่า แหมกูตกรอบนี้แน่ นั่นแหละนอยตัวเองชิบหาย แต่ก่อนจะขึ้นเวทีไปร้องจริง ผมก็ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เรานับถือครูบาอาจารย์ก็เหมือนว่าไหว้คายอ้อ ขึ้นไปปุ๊บ ปรากฏว่าตัวเองตอนพูดยังแหบเลยนะครับ แต่เปล่งเสียงมาคําแรก เสียงมาจากไหนวะ แล้วแบบมันมีความสุขมากกับการร้องเพลงวันนั้นแล้ว มันก็ทําให้เราชนะนี่คือสิ่งที่ผมพบเจอได้กับตัวเอง แล้วก็เป็นแบบนี้ในหลายครั้งครับในการร้องเพลงที่มันเป็นอะไรที่สําคัญน่ะ”

อ๋อมแอ๋ม :  “ในส่วนของอ๋อมแอ๋มนะคะ ก็จะเป็นวันไหนที่ลืม ลืมระลึกถึงก่อนขึ้นเวทีปกติ เฮาต้องขอก่อน แต่มันมีวันนึงที่หนูรีบมากแล้วแบบมันกะทันหันที่จะต้องรีบขึ้นเวทีด่วน เพราะว่าคิวมันสลับอะไรอย่างเงี้ยค่ะ ขึ้นไปปุ๊บเราก็ลืมไหว้เวทีด้วย ลืมไหว้คายอ้อวง ลืมไหว้คายอ้อตัวเอง เหงือกแห้งหลุดออกจากหัวสมองเลย จําอะไรก็ไม่ได้ แล้วก็คิดว่าเห้ย! มันสติเป็นจั๋งใดหว่ะ ทั้งๆ ที่ก็ร้องเพลงเดิมมา นี่จะปิดฤดูกาลแล้วแต่ว่าแบบ สาวรอผ้าไหมน่ะ ที่เราร้องเหมือนแบบท่อนที่ 2 มันร้องว่าอะไรคิดเนี่ยก็ไม่ออก ที่ไหนได้ระลึกได้ว่าลืมไหว้ แล้วทีนี้หนูก็แบบครูบาอาจารย์ช่วยหนูด้วยค่ะ หนูก็ดึงสติกลับมา ก็ค่อยแบบไปต่อได้ มันเหมือนแบบมันแว๊บออกไปเลย อันนี้ใช่มันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ แต่ว่าในความรู้สึกเนี่ยหนูเชื่อเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะว่าเวลาเราไหว้ปุ๊บทุกอย่างมันจะไหลลื่น บางทีเนื้อเพลงนี่แทบมาบ่ต้องคิดเลยปากมันไปหมดเลย”

เน็ค :  “มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะตัวเน็คเองถ้าร้องงานปกติอะ ไม่เท่าไหร่ แต่ว่าเน็คผ่านการประกวดมาใช่ไหมครับ แล้วการประกวดคือมันรอบเดียว มันลืมไม่ได้ เป็นบ่อยมาก บางทีเพลงนั้น เราคิดว่าก็มึงซ้อมบ่อยไง ถึงตอนนั้นมึงตื่นเต้น สุดท้ายร่างกายเรามันจํา มันก็จะฟึดมาเอง แต่ผมไม่มีเวลาซ้อม เวลาซ้อมมันน้อยแต่บทมันจะอยู่ดีๆ ปากมันไปเองเลยนะครับ มันจะเป็นอย่างนั้น มันแบบเป็นเสี้ยววินาทีที่มันจะพึ่บออกมาเองเนี่ยครับ นี่แหละครับที่เค้าว่าถ้าเราเชื่อเรื่องครูบาอาจารย์ บ้านเฮา ภาษาอีสานเพิ่ลว่า มันสิมีแนวของมัน”

บอสโจเป็นยังไงบ้างในฐานะผู้อํานวยการสร้าง และก็เล่นด้วย

อ๋อมแอ๋ม :  “คือเราเห็นตั้งแต่จุดเริ่มต้นของแกอยู่แล้ว แกมีความตั้งใจสูงมาก แล้วช่วงที่ถ่ายทํา คือแกยอมทิ้งวงไปเลย ก็คือไม่ได้ไปขึ้นเวทีกับลูกน้องเลย เพราะว่าต้องมาทุ่มเททําหนัง ก็คือตั้งใจมากๆอะค่ะ เราเห็นตั้งแต่ความตั้งใจของแกแล้ว ทีนี้พอยิ่งช่วงนี้คือก็ให้กําลังใจบอสตลอดค่ะว่าเดี๋ยวหนังฉายบอสสิหายเหนื่อยแล้วจ้ะ ตอนนี้ก็ให้กําลังใจเติมกําลังใจให้แก เพราะว่าคือระดับผู้อํานวยการสร้าง แต่ว่าทําไมต้องลงมาทําอะไรทุกอย่างเนาะ คือหนูก็เพิ่งเคยเห็น คือบอสเป็นคนที่สุดยอดมากคือทําอะไรทําจริงแล้วมีความตั้งใจสูงมาก รวมถึงทีมผู้กํากับเราด้วย มืออาชีพทุกอย่างก็เลยราบรื่นทุกอย่างเลยค่ะ”

พี่ใหม่ ผู้กำกับ ใจดีไหม

อ๋อมแอ๋ม :  “ใจดีน้า ไม่ใช่การทํางานทุกคนก็ต้องมีบ้างที่แบบต้องกดดันกันบ้าง แต่ว่าคือในความน่ารักของพี่ๆ คือน่ารักทุกคนเลยค่ะ”

เน็ค :  “พี่ใหม่ใจดีมากครับ มืออาชีพมากๆ”

ฝากภาพยนตร์หน่อย

เน็ค :  “อยากฝากทุกๆ คน บางคนอาจจะมองว่าบอสโจทําคอนเทนต์ตลกเฮฮาไปวันๆ หนังออกมามันก็จะเล่นๆ หรือเปล่า มันก็ดีเหมือนกันครับ ที่คนไม่คาดหวังเพราะผมเชื่อว่าทุกคนจะไม่ผิดหวังแน่นอน ถ้าเลือกที่จะซื้อบัตรไปดู คายอ้อ อย่างพี่ใหม่เป็นผู้กํากับ แกเคยกํากับบุพเพสันนิวาสมาก่อน แกไม่มีทางที่จะเอาชื่อของเขามาทิ้งแค่นี้แน่นอน เพราะฉะนั้นผมกําลังจะบอกว่าเราตั้งใจในทุกๆ พาร์ต ในทุกๆ มุมของหนังเรื่องนี้ พี่โจจริงจังมากๆ อย่างที่อ๋อมแอ๋มพูด เขาตั้งใจทําแบบตั้งใจจริงๆ ลงมาโปรโมตด้วยตัวเอง ทําทุกอย่างเพื่อที่จะเชิญชวนให้ทุกๆ คน ลองเปิดใจไปดูหนังเรื่องนี้ ผมว่ามันไม่มากเกินไปครับ ถ้าผมจะพูดคําว่ามันเป็นวาระของคนอีสานที่แบบจะลองเปิดใจให้กับหนังอีสานเรื่องหนึ่งที่มีคนสร้างเป็นคนหมอลําจริงๆ มาเล่าเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเราลองเปิดโอกาสให้หนังเรื่องนี้นะครับ”

อ๋อมแอ๋ม :  “เข้าโรงแล้วค่ะ ฝากพี่น้องทุกท่านนะคะ ไปให้กําลังใจแล้วก็พิเศษอีกอย่างนึงคือในภาพยนตร์เรื่องนี้คือบอสสามารถรวมตัวคนหมอลําและคนบันเทิง อินฟลูเอนเซอร์ ที่มีแต่คนมีชื่อเสียง มีผู้ติดตามหลักแสนหลักล้าน คือมารวมตัวกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ นั่นก็คือมีเซอร์ไพรส์อะไรให้แฟนๆ ในหนังแน่นอนนะคะ และอยากเชิญชวนให้พี่น้องสนับสนุนหนังอีสานบ้านเฮาค่ะ เป็นหนังของวงหมองลำวงแรกที่เป็นคนสร้างหนังนะคะ ฝากสนับสนุนด้วยจ้า”

มารู้จักกับศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม ‘ซีน’ เปิดตัวสุดโรแมนติก ‘ฝันถึงเธอ (Daydream)’

มารู้จักกับศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม ‘ซีน’ เปิดตัวสุดโรแมนติก ‘ฝันถึงเธอ (Daydream)’

มารู้จักกับศิลปินหนุ่มเสียงนุ่ม ‘ซีน’ เปิดตัวสุดโรแมนติก ‘ฝันถึงเธอ (Daydream)’

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เวฟส์ โปรเจ็กต์ (WAVS Project) โปรเจ็กต์ทางดนตรีที่ วอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย จัดขึ้น เพื่อสนับสนุนคนดนตรีรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานของตัวเอง ได้ศิลปินน้องใหม่ทยอยปล่อยผลงานให้ฟังกันไปบ้างแล้ว อย่าง เอ็นเอสแอล (NSL)

วันนี้ก็เป็นทีของ ซีน (Zene) หนุ่มเสียงนุ่ม อดีตสมาชิกของ ซันเด (Sunde’) วงดนตรีจากเวฟส์ โปรเจ็กต์ รุ่นแรก ที่จะมาเปิดตัวให้แฟนเพลงรู้จักในฐานะศิลปินเดี่ยวคนใหม่ของ เวย์เฟอร์ เรคอร์ดส์ (Wayfer Records) ภายใต้ บริษัท วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทยจำกัด ด้วย “ฝันถึงเธอ (Daydream)” ซิงเกิ้ลโรแมนติก ทีี่จะพาทุกคนตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน ซาบซึ้งไปกับเนื้อร้องที่เป็นภาษาง่ายๆ แต่ทัชใจ

“อยากบอกรักเธอให้บ่อยๆ หากว่าได้กอดเธอเอาไว้ ถ้ารั้งสักหน่อย คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานให้เหงาหัวใจอยู่อย่างนี้…” และ ความทรงจําสิ่งดีๆ ที่ฉันยังไม่พร้อมลา หลากคําถามที่ยังคงค้างคา

ซีน เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า “เริ่มจากทํานองสั้นๆ ที่ได้ยินในฝัน ผมตื่นมาอัดเก็บไว้เเละค่อยมานั่งเเกะเอามาเเต่งเป็นเพลงทีหลัง” จากนั้นก็เรียงร้อยมาเป็นเรื่องราว ที่ศูนย์กลางคือ ความคิดถึง “เพลงนี้พูดถึงความคิดถึง คิดถึงใครสักคนมากๆ คิดถึงเเละสงสัยทั้งวันว่า เขาจะเป็นอย่างไร ทําอะไรอยู่ คิดถึงจนเก็บเอาไปฝันถึงเขา เป็นความคิดถึงที่ได้เเค่คิดถึง เเต่ไม่สามารถทําอะไรได้เลย”

ด้วยจุดเริ่มต้นแสนโรแมนติก ฝันถึงเธอ (Daydream)” จึงมีเรื่องราวที่ทัชใจ ส่วนดนตรีก็พาคนฟังไปอยู่ในโลกแห่งความฝันได้ตั้งแต่โน้ตแรกของเพลง เพลงนี้ได้เพื่อนๆ ผมสองคนมาช่วยทํา ได๋เป็นคนช่วยเรียบเรียงท่อนต่าง ๆ ในเพลงให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง เเละมี ลูกพี่ จากวง ทิวลิปส์ (Twlips) ที่มาโปรดิวซ์ ใส่ซาวด์ซินธ์ เเละเสียงต่างๆ ให้มีความเพ้อๆ ฝันๆ

“ฝันถึงเธอ (Daydream)” ฉบับมิวสิควิดีโอ ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน โรแมนติก ซาบซึ้ง และเหงา โดยเจ้าตัวรับบทนำในมิวสิกวิดีโอด้วยตัวเอง

มิวสิควิดีโอตั้งใจจะสื่อถึงเรื่องของการค้นหา โดยผมจะเดินหลงทางไปเรื่อย ๆ พยายามค้นหาอะไรสักอย่างหรือใครบางคน จนมาพบเครื่องเล่นคาสเส็ตต์ ที่เปรียบเป็นความทรงจำเก่า ๆ ที่ถูกขุดขึ้นมา ผมวนเวียนอยู่กับความทรงจําเหล่านี้จนจบเพลง และสุดท้ายก็ต้องทําใจปล่อยมันไป

หมอพามูฯ แถมดูแลสุขภาพใจแบบครบสูตร ในรายการ ‘Healthy Journey by BDMS’

หมอพามูฯ แถมดูแลสุขภาพใจแบบครบสูตร  ในรายการ 'Healthy Journey by BDMS'

หมอพามูฯ แถมดูแลสุขภาพใจแบบครบสูตร ในรายการ ‘Healthy Journey by BDMS’

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมเปิดมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ เมืองที่เต็มไปด้วยของดี การันตีดีกรีระดับโลก ทั้งในเรื่องของความศรัทธา (มูเตลู) อาหารรสเลิศ และการดูแลสุขภาพใจ ในรายการ Healthy Journey by BDMS” ตอน Bangkok Mindfulness ทริปใจฟู มูฯ กับหมอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ feat. จิตวิทยา ใน วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม นี้ เวลา 12.20 น. ทาง PPTV HD ช่อง 36 ครั้งนี้ การ์ตูน – ณัฐธนัญ กุลระพีกร พิธีกรสาวพาผู้ชมไปสัมผัสประสบการณ์ฟีลกู๊ด เติมพลังใจ พร้อมเรียนรู้วิธีดูแลสุขภาพจิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มใจให้แข็งแรง ภายใต้คอนเซ็ปต์การรักษามาตรฐานสากลจาก โรงพยาบาลกรุงเทพ    

เริ่มต้นทริปด้วยการพาไปเช็กอินพาไหว้ขอพรเสริมกำลังใจที่สี่แยกราชประสงค์ ศูนย์รวมแห่งองค์เทพถึง 9 องค์ พร้อมคำแนะนำในการสร้าง “ภูมิคุ้มใจ” จาก นายแพทย์ อโณทัย สุ่นสวัสดิ์ จิตแพทย์ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อเตรียมจิตใจให้แข็งแรงในการรับมือกับความเครียด ต่อด้วยมุมสุขภาพใจกลางเมือง ณ RAYNUE ที่ Gaysorn Village เลานจ์บรรยากาศอบอุ่น ผู้ชมจะได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตและโรคซึมเศร้า ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายใจกลางกรุงเทพฯจากนั้นพาไปเยี่ยมชม โรงพยาบาลชีวา ทรานสิชั่นนัล แคร์ (CHIVA Transitional Care Hospital) ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ศูนย์จิตรักษ์ ศูนย์บริการด้านสุขภาพจิตแนวใหม่ พร้อมชมอุปกรณ์การรักษาที่ทันสมัย เช่น เครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Transcranial Magnetic Stimulation) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบำบัดหลากหลายรูปแบบเพื่อฟื้นฟูสุขภาพใจ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด เพื่อช่วยในเรื่องของสมาธิ โดยมี แพทย์หญิง อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ มาร่วมให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิต และพาฝึกสมาธิผ่านศิลปะบำบัด และปิดท้ายทริปสุดประทับใจด้วยมื้ออาหารฮีลใจที่ Al Saray ร้านอาหารสไตล์เลบานีส ที่ตั้งอยู่ในอาคาร Bangkok Plaza ลิ้มรสอาหารเลบานอน-อินเดียแบบดั้งเดิม โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันร่วมออกเดินทางกับทริปฮีลใจ ในรายการ “Healthy Journey by BDMS” ตอน Bangkok Mindfulness ทริปใจฟู มูฯ กับหมอ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ feat. จิตวิทยา” ในวันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม นี้ เวลา 12.20 น. เป็นต้นไป ทางหน้าจอ PPTV HD ช่อง 36 หรือชมทางออนไลน์ http://www.pptvhd36.com และเฟซบุ๊ก PPTVHD36

โมเมนต์สุดประทับใจ ‘หลิง – ออม’ หอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิด ‘หนุ่ม กรรชัย’ กลางรายการสด

โมเมนต์สุดประทับใจ ‘หลิง – ออม’ หอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิด ‘หนุ่ม กรรชัย’ กลางรายการสด

โมเมนต์สุดประทับใจ ‘หลิง – ออม’ หอบเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิด ‘หนุ่ม กรรชัย’ กลางรายการสด

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดประทับใจกลาง รายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3 เมื่อ 2 สาว “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” แอบเตรียมเค้กบุกเซอร์ไพรส์วันเกิด (18 กรกฎาคม 2568) ให้กับ “พี่หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” กลางรายการแบบไม่ทันตั้งตัว หลังพูดคุยฝาก ซีรีส์ “เพียงเธอ Only You The Series ตอนแรก สร้างความตกใจและปลื้มใจให้กับเจ้าของวันเกิดอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกันไปทั้งสตู  โมเมนต์น่ารัก ๆ แบบนี้ทำเอาคนดูทางบ้านอมยิ้มไปตาม ๆ กันเลยทีเดียว

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ รับไม้ต่อเพลงประกอบละคร‘ผาแดง นางไอ่’ เพลงที่ 2 ‘บ่วงฮัก’

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ รับไม้ต่อเพลงประกอบละคร‘ผาแดง นางไอ่’ เพลงที่ 2 ‘บ่วงฮัก’

‘ไมค์ ภิรมย์พร’ รับไม้ต่อเพลงประกอบละคร‘ผาแดง นางไอ่’ เพลงที่ 2 ‘บ่วงฮัก’

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 รับไม้ต่อจากเพลง “ผูกฝ้ายสายแนน” ขับร้องโดย มนต์แคน แก่นคูน ที่เคยติดเทรนด์เพลงมาแรงอันดับ 1 และมียอดรับชมทะลุ 5 ล้านวิวภายใน 1 สัปดาห์ ล่าสุด แกรมมี่ โกลด์ เตรียมปล่อยเพลงประกอบละคร “ผาแดง นางไอ่” เพลงที่ 2 ชื่อว่า “บ่วงฮัก” ขับร้องโดย “ไมค์ ภิรมย์พร”สำหรับเพลง “บ่วงฮัก” ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย ตุ๋ย ด๊ะดาด เรียบเรียงโดย สุรพันธ์ จำลองกูล เป็นเพลงประกอบตอนจบของแต่ละตอนในละคร ถ่ายทอดความรู้สึกของพังคี ที่มีต่อนางไอ่คำ ซึ่งความรักของทั้งสองไม่สมหวัง โดยมีเนื้อเพลงบางตอนที่กล่าวว่า  “ยังถ่าอยู่เด้อ บ่ว่าสิเป็นซาติใด๋ ซาตินี้สิขอชดใช้เวรกรรมแต่กาลเก่า สิถ่าจนว่า ฟ้าเพิ่นเห็นใจเปิดป่องให้สองเฮา ภพหน้าได้พบพ้อเจ้า ให้จำกันได้เด้อ ให้จำกันแน้เด้อ”  ละคร “ผาแดง นางไอ่” ออกอากาศทางช่องวัน 31 ทุกวันจันทร์-พฤหัส เวลา 19.00 น. ที่สำคัญ ไมค์ ภิรมย์พร ไม่ได้มีแค่บทบาทนักร้องเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในทีมนักแสดงของละครเรื่องนี้อีกด้วย

ไมค์ ภิรมย์พร เผยความรู้สึกว่า “ผมรู้สึกยินดีและประทับใจที่ได้ร่วมแสดงในละครเรื่องนี้ เพราะเป็นอีกหนึ่งบทละครที่ผมเข้าถึงได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องราวจากตำนานหนองหานล่ม ซึ่งผมเป็นคนอุดรธานี จึงอินกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ที่สำคัญนักแสดงทุกคนก็เป็นมืออาชีพ และใช้ภาษาอีสานกันทั้งเรื่อง อีกบทบาทหนึ่งที่ผมภูมิใจคือการได้ร้องเพลงประกอบละคร ผมพยายามถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครผ่านบทเพลง ‘บ่วงฮัก’ อย่างเต็มที่ ยังไงก็ขอฝากเพลงนี้ด้วยนะครับ เจอกันทางยูทูบ GRAMMY GOLD OFFICIAL ครับ“

แฟนคลับฟิน ‘ลำเพลิน วงศกร’ จัดมีตติ้งวันเกิดครบ 31 ปี พร้อมโชว์เพลงใหม่ ‘ข้าวก้นบาตร’

แฟนคลับฟิน ‘ลำเพลิน วงศกร’ จัดมีตติ้งวันเกิดครบ 31 ปี  พร้อมโชว์เพลงใหม่ ‘ข้าวก้นบาตร’

แฟนคลับฟิน ‘ลำเพลิน วงศกร’ จัดมีตติ้งวันเกิดครบ 31 ปี พร้อมโชว์เพลงใหม่ ‘ข้าวก้นบาตร’

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 31 ของศิลปินหนุ่มหล่อ “ลำเพลิน วงศกร” โดยปีนี้ลำเพลินได้จัดงานมีตติ้งวันเกิด ให้แฟนๆชาวด้อมได้มาร่วมมีความสุขกันในช่วงเวลาสุดพิเศษ ณ ตึกGMM Grammy สถานที่แจ้งเกิด ลำเพลิน วงศกร เจ้าตัวได้กล่าวความในใจว่า “การได้เห็นแฟนๆสละเวลามางานในวันที่ฝนตกหนักครั้งนี้ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก” แถมเจ้าตัวยังทิ้งท้ายประโยคสุดประทับใจว่า “แฟนๆทุกคนคือแรงผลักดันให้ลำเพลินได้ดำเนินชีวิตอยู่ต่อไป”

ภายในงานมีกิจกรรมให้แฟนๆได้เพลิดเพลินตลอดทั้งคืน กับการแจกของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ชาวด้อมลุ้นไปตามๆกัน พร้อมกับการพูดคุยในสไตล์ที่เป็นกันเองของหนุ่มลำเพลิน กับมุขตลกแซวแฟนคลับแบบแป็นกันเองพร้อมสอดแทรกเนื้อหาธรรมมะที่เจ้าตัวได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมมาให้แฟนๆได้เข้าถึงรสพระธรรม ทำเอาแฟนๆยกมือขึ้นสาธุไปตามๆกันที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสียงเพลง ที่ลำเพลินยกวงนักดนตรีมาเล่นกันสดๆแบบเต็มวง ให้แฟนๆได้อิ่มใจกับเพลงเพราะๆ และอีกหนึ่งไฮไลท์ คือการโชว์เพลงใหม่ “ข้าวก้นบาตร” ให้แฟนๆได้ฟังกันแบบสดๆก่อนเค้าก่อนใคร ก่อนเพลงจะปล่อยในวันที่ 31 กรกฏาคม นี้ ฝากแฟนๆรอให้กำลังใจเข้าไปปั่นยอดวิวส์ เพลง ข้าวก้นบาตร กันเยอะๆ ทางช่องยูทูป GRAMMY GOLD OFFICIAL

‘แบงค์ ธิติ – น้อย กฤษดา สุโกศล’นำทีมนักแสดง เปิดแผงซื้อขายพระ

‘แบงค์ ธิติ - น้อย กฤษดา สุโกศล’นำทีมนักแสดง เปิดแผงซื้อขายพระ

‘แบงค์ ธิติ – น้อย กฤษดา สุโกศล’นำทีมนักแสดง เปิดแผงซื้อขายพระ

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 คุณปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์”  โปรดิวเซอร์ ผู้ควบคุมการผลิต บริษัท สตูดิโอ59 จำกัด  ,   “ชิง” สุโกสินทร์ อัครพัฒน์” ผู้กำกับ นำทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ THE AMULET GAME ( ดิ อะมิวเล็ท เกม)”  ลงสนามจริง ประกบเซียนพระ สัมผัสบรรยากาศและประสบการณ์จริง สู่วงการคนเล่นพระอย่างเต็มตัว   ที่งาน  “มหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระบูชา พระเครื่อง และเหรียญคณาจารย์  ซึ่งจัดโดยคณะนักเรียนนายร้อยจุลจอมเกล้า  รุ่นที่ 38 จัด  เมื่อวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568  ณ ลานอเนกประสงค์  อาคารรัฐประศาสนภักดี  ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ

ซึ่งงานนี้  แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์” ,  “น้อย กฤษดา สุโกศล แคลปป์” ,   “ไมเคิล  ศิรชัช เจียรถาวร” , ”อิงค์-ชิสา วิเศษกุล“ ( เติ้งลี่จวินเมืองไทย ) , “ไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวร”  ,  “อาร์ม โอฮานา มนัสวี เที่ยงธรรม” , “พี เอกภพ ต๊ะตา”   ลงสนามเวิร์คช้อป การซื้อ-การขาย  การส่องพระ ต่อรองราคา เริ่มจากนั่งที่แผงของตัวเอง รอและเรียกเชิญชวนลูกค้า ขาย เชิญชวนให้เลือกชมสินค้า จากนั้นบางจังหวะบางคนก็เดินไปรอบๆบริเวณเพื่อดู สังเกต การพูดคุย ถามถึงสินค้าต่างๆ ตามแผงอื่นๆ งานนี้ไปลุยถึงที่จริง ขายจริง ซื้อจริง ก่อนที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว โดยได้รับคำแนะนำจากเหล่าเซียนพระตัวจริง เสียงจริงทั้ง   “อาจารย์  วิรัตน์ ท่าพระจันทร์   (วิรัตน์ แสงชัยกุล) ,  แบงค์ ศาลายา  (ธนากร เผือกพูลผล) ตั้ม ภูสิทธิ  (ภูสิทธิ เจริญอาจ)   

พี เอกภพ เล่าความรู้สึกในวันนี้ว่า  “ความรู้สึกแรกคืองานใหญ่มากครับ ปกติเคยไปที่เซียร์ว่าเยอะแล้ว ยังไม่เท่าวันนี้เลยครับ เลยรู้ว่าตลาดพระจริงๆใหญ่มาก เดินไม่หมดครับทั้งงานวันนี้ ยิ่งได้มาลงสนามกับพี่ๆเซียนพระได้ความรู้กลับไปเยอะเลยครับนี่คือครั้งแรกของผม ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับได้มาลองขายในบรรยากาศงานจริงๆได้เรียนรู้วิธีการซื้อขายพระได้รู้จักศัพท์ใหม่ๆในวงการมากขึ้น ยิ่งวันนี้ช่วยพี่ๆเซียนพระขายได้ด้วยซึ่งผมจะได้นำไปใช้คาแรกเตอร์ในหนังในการขายด้วย เลยรู้สึกว่าอินยิ่งกว่าเดิม ประสบการณ์วันนี้ที่ได้ขายจริง ได้เอาไปใช้แน่นอนครับ การต่อรองราคา ลูกล่อลูกชน หรือคำพูดที่จะให้เค้าเชื่อในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น วิธีการพูดต่างๆ รวมถึงศัพท์ ความรู้พุทธคุณ เยอะมากครับ ผมก็เอาความรู้ที่ได้จากพี่ๆเซียนพระวันนี้ที่ถ่ายทอดเรื่องพระใหม่ต่างๆในสายเราที่จะต้องเล่นในบทบาทนี้ นำไปใช้ให้ถนัดมากขึ้น คิดว่าต้องทำการบ้านเยอะๆอีกมากครับ”  

‘อิงค์-ชิสา’( เติ้งลี่จวินเมืองไทย ) อย่างแรกคืออิงค์เดินเข้ามาในงาน คือ งง งงค่ะ นี่เขาขายกันแบบเครื่องประดับ ขายกันแบบสินค้า ซึ่งมีทั้งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ซื้อ ที่เยอะ เยอะมากๆคนเป็นพันเลยคะ นี่คือครั้งแรกเลยคะ เกิดมา  26 ปีที่ได้เข้ามาในตลาดพระ ได้มาเจอได้มาเห็นมาสัมผัส มีการต่อรองราคา มีศัพท์เฉพาะการซื้อขาย มีตัวเลข มีคำต่างๆที่วงการอื่นไม่ได้ใช้  มันแปลกใหม่เปิดโลกสำหรับอิงค์จริงๆ คะ เพราะตัวอิงค์เองจะอยู่กับการร้องเพลง อยู่กับคอนเสิร์ต งานบันเทิงมากกว่า วันนี้ต้องขอบคุณพี่ชิง (ผกก.) ที่พาพวกเรา ทั้งพี่น้อย ,พี่แบงค์, พี่อาร์ม, พี่พี มากันที่นี่  เรียกได้ว่านี่คือการเวิร์คช้อป เรียนรู้งาน มาดู มาศึกษาบทบาท ธรรมชาติของแวดวงคนเล่นพระจริงๆ ได้ความรู้มากเลยคะ และจะนำกลับไปปรับใช้กับซีนต่างๆที่แสดงต่อไปคะ ฝากติดตามงานของพวกเราด้วยนะคะ “THE AMULET GAME ( ดิ อะมิวเล็ท เกม)”  โคตรเหลี่ยม เกมส์โกงเซียน คะ” 

ปิดท้ายด้วยไมเคิล ศิรชัช“ความรู้สึกแรกเลยเมื่อเดินเข้ามาในงานผมได้สัมผัสกับบรรยากาศจริงๆ คนเยอะมากกว่าที่คิดไว้ค่อนข้างมากครับ เพราะเวลาที่มามันเช้ายิ่งผิดคาด แต่ก็ได้ยินว่าวันเสาร์ที่ผ่านมา คนเยอะกว่านี้อีก บรรยากาศค่อยข้างแปลกตา  ซึ่งนี่คือครั้งแรกที่มางานเกี่ยวกับพระเครื่อง รู้สึกเหมือนได้เปิดโลกใหม่ ได้ข้อมูลสำหรับการแสดงเยอะมาก  การได้มาเห็นของจริงทำให้เข้าใจถึงท่าทางในการพูดคุยซื้อขายของคนในวงการพระเครื่อง ต่อให้ฟังมาแค่ไหนต้องมาได้เห็นของจริงก็รู้สึกเข้าใจง่ายกว่า กลับไปผมจะต้องดูคลิปเกี่ยวกับเซียนพระเพิ่มขึ้นเพื่อหาช่องทางในการแสดง และปรับตามบริบททิศ ทางของเรื่องครับผม” ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์เรื่อง  “THE AMULET GAME(ดิอะมิวเล็ทเกม)” โคตรเหลี่ยมเกมส์โกงเซียน“ได้ในทุกช่องทางของSTUDIO59

อบอุ่น ซาบซึ้ง ทรงพลัง ‘แอ๊ด คาราบาว’ ย่องให้กำลังใจ ‘เสก โลโซ’ พร้อมขึ้นเวทีโชว์ 3 เพลงรวด

อบอุ่น ซาบซึ้ง ทรงพลัง ‘แอ๊ด คาราบาว’ ย่องให้กำลังใจ ‘เสก โลโซ’ พร้อมขึ้นเวทีโชว์ 3 เพลงรวด

อบอุ่น ซาบซึ้ง ทรงพลัง ‘แอ๊ด คาราบาว’ ย่องให้กำลังใจ ‘เสก โลโซ’ พร้อมขึ้นเวทีโชว์ 3 เพลงรวด

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมราชทัณฑ์ จัดงาน  นิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์” ประจำปี พ.ศ.2568 (ครั้งที่ 54)ซึ่งเป็นหนึ่ง ในภารกิจอันสำคัญของกรมราช ทัณฑ์ ที่ได้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 โดยปีนี้นี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด New Power New Life พลังแห่งโอกาส ศักยภาพที่(ไม่) ถูกขัง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ในงานครั้งนี้อบอวนไปด้วยความรักความห่วงใยจากพี่ใหญ่ แอ๊ด คาราบาว”  ที่ย่องให้กำลังใจ  “สก โลโซ” พร้อมขึ้นเวทีแจมกัน 3 เพลงรวด กับเพลง วณิพก, เพื่อชีวิตติดล้อและ ทะเลใจ เรียกเสียงปรบมือสนั่นฮอลล์ พร้อมกกันนี้ แหลม มอริสสัน แม้นั่งรถเข็นก็ยังมาหาน้องรัก มิตรภาพของศิลปินรุ่นใหญ่….ยังเหนียวแน่นเสมอ

“เสก โลโช” ก็ได้ถามแฟนคลับที่แห่มาให้กำลังใจแน่นฮอล์ว่า  นานเท่าไร FC ก็จะรอใช่มั้ยครับ”

Music World : คำสารภาพของ ‘ดี เจอร์ราร์ด’ ผ่าน ‘จีบ (ไม่เก่ง)’ เพลงของชายโสดผู้รอใครสักคนเข้ามาในชีวิต

Music World : คำสารภาพของ ‘ดี เจอร์ราร์ด’ ผ่าน ‘จีบ (ไม่เก่ง)’ เพลงของชายโสดผู้รอใครสักคนเข้ามาในชีวิต

Music World : คำสารภาพของ ‘ดี เจอร์ราร์ด’ ผ่าน ‘จีบ (ไม่เก่ง)’ เพลงของชายโสดผู้รอใครสักคนเข้ามาในชีวิต

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ ดิ เอ็กซ์ แฟ็กเตอร์ ประเทศไทย (The X-Factor Thailand) เมื่อปี 2560 ดี เจอร์ราร์ด (D Gerrard) ก็ปล่อยของ แสดงความสามารถให้แฟนๆ รับรู้อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากงานแสดงอย่างในหนัง ‘4Kings’ ทั้ง 2 ภาค และงานเพลงที่ปล่อยให้ฟังอย่างต่อเนื่องกับ เวย์เฟอร์ เรคอร์ดส์ (Wayfer Records) ภายใต้วอร์นเนอร์ มิวสิค (ประเทศไทย) ซึ่งหลากหลายทั้งแนวดนตรีและเรื่องราว โดยเฉพาะเรื่องของความรัก ที่ดี เจอร์ราร์ด เก่งเหลือเกินในการหยิบสิ่งต่างๆ ในชีวิตมาเล่า ไม่ว่าจะผิดหวัง-สมหวัง ทำให้ยิ้มอย่างสุขหรือซึ้งน้ำตาซึม ที่ได้รับกระแสตอบรับดีสุดๆ อาทิเช่น “รถไฟบนฟ้า (Galaxy Express)” หรือล่าสุดเพลงที่มีกระแสไวรัลติดเทรนด์อย่าง “รักรักรักรักรักรักรัก (Talk Less)”

ในซิงเกิ้ลใหม่ จีบ (ไม่เก่ง)” ดี เจอร์ราร์ด ก็สารภาพออกมาตรงๆ ถึงสถานภาพความรักของตัวเองว่า “โสด” และ “รอใครสักคน” เข้ามาในชีวิต “เพลงนี้ผมเขียนขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่อยากบอกทุกคนว่า.‘ผมโสดครับ..’ เพราะนานมากแล้วที่ผมไม่ได้มีใคร และมันก็ถึงช่วงอายุที่ควรจะต้องหาครอบครัวได้แล้ว แต่ผมไม่สามารถบอกว่าผมโสดได้ด้วยคำพูดธรรมดาๆ จึงต้องทำสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุด.. นั่นคือการเขียนเพลงนี้ขึ้นมา” แล้วเพราะเป็นเรื่องราวของตัวเองล้วนๆ “จีบ (ไม่เก่ง)” เลยใส่ความจริงใจและตรงไปตรงมาสุด ๆ “เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความชัดเจนในเนื้อหาเป็นอย่างมาก แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความจริงใจที่ต้องการจะมีใครสักคนจริงๆ แต่ติดที่ตัวเองเป็นคนที่จีบใครไม่เก่ง ด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้การเข้าหาใครอื่นก่อน จะดูไม่ดีในสายตาของหลาย ๆ คน บวกกับนิสัยที่ดูเหมือนเข้าถึงยาก เลยอยากให้คนเข้าหาเรา ได้ทำความรู้จักและเข้าใจเราได้ในแบบง่ายๆ บ้าง

ดี เจอร์ราร์ด ยังดีไซน์ดนตรีของ “จีบ (ไม่เก่ง)” เป็นอย่างดี มีความละมุนใจ อบอุ่น ได้ยินแล้วรู้สึกดี “ดนตรีของเพลงนี้ จะมีกลิ่นอายของเพลงพ็อป-อาร์แอนด์บี ปี 2000 เป็นหลัก แต่ก็ยังฟังทันสมัยด้วยซาวน์ดีไซน์ที่ใช้ เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกดี แล้วก็มีอารมณ์ถวิลหาอดีตมาก”

มิวสิควิดีโอ “จีบ (ไม่เก่ง)” ก็จะพาย้อนอดีตด้วยเช่นกัน โดยพาไปไกลถึงสมัยเรียนมัธยม ที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงแอบรักใครบ้างแล้วในตอนนั้น แต่จีบไม่เก่งอย่างชื่อเพลงว่าไว้ เลยต้องหาทางใกล้ชิด เช่น เข้าชมรมเดียวกับคนที่เรามอง แบบเดียวกับที่ ดี เจอร์ราร์ด ซึ่งรับบทเป็น “คนที่อยากมีแฟนแล้ว” ในมิวสิควิดีโอทำ แล้วยังเป็นชมรมที่ทำให้เจ้าตัวได้เล่นมุกรับกับชื่อเพลง ที่ดูไปก็ต้องยิ้มไปกับความน่ารัก น่าเอ็นดู ของคนที่ “จีบ (ไม่เก่ง)”

สัมผัส “จีบ (ไม่เก่ง)” กันได้ถึง 2 รูปแบบ 2 สไตล์ แบบละมุนใจ ใช้จินตนาการย้อนความหลังของตัวเองด้วยการฟังจากทุกบริการสตรีมมิ่ง : https://dgerrard.lnk.to/Jeeb หรือจะฟินไปกับเรื่องราวใสๆ วัยน่ารักของ ดี เจอร์ราร์ด กับมิวสิควิดีโอของเพลงนี้ได้ที่ ยูทูบ: DGerrard Official

ฟังเสร็จชมจบ อาจจะลุกไปอ้อนบางคนให้มาช่วยจีบทีได้ไหม เพราะเรานั้นมันจีบไม่เก่ง “มันโสดจนลืมไปแล้ว ว่ารักเป็นเช่นไร… จึงอยากจะขอร้องเธอได้ไหม? ให้เธอช่วยมาจีบฉันที…”

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘คายอ้อลบหลู่ศรัทธาอาถรรพ์’

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘คายอ้อลบหลู่ศรัทธาอาถรรพ์’

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘คายอ้อลบหลู่ศรัทธาอาถรรพ์’

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

‘คายอ้อ’คือคือเครื่องบูชาที่มีความสำคัญต่อพิธีกรรมการไหว้ครูในวัฒนธรรมหมอลำของชาวอีสานการทำพิธียกคายอ้อหรือ“ยกอ้อยอคาย”เป็นการตั้งเครื่องบูชาเพื่อแสดงความเคารพต่อครูบาอาจารย์เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจกับหมอลำข้อห้ามของคนที่ผ่านพิธีคายอ้อห้าม..กินไข่หลังวงดนตรี,ห้าม..ดื่มสุรา/ผิดลูกผิดเมียเป็นชู้,ห้าม..ไปก้มมองที่บ่อร้างกลางทุ่งฯลฯ‘คายอ้อ ลบหลู่ ศรัทธา อาถรรพ์’มาพร้อมกับความเป็นหนังผีแบบบ้านๆที่หยิบเอาความเชื่อเรื่อง‘คายอ้อ’มาเป็นเส้นเรื่อง สร้างความน่ากลัว กับเรื่องราวการดำดิ่งสู่โลกเร้นลับของ “หมอลำ” ที่ถูกยึดโยงไว้ด้วยความเชื่อความ “ศรัทธา” ในครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้ช่วยปกปักรักษา แต่เมื่อมีคน “ลบหลู่” ความศรัทธา และผิด “คายอ้อ” จึงนำไปสู่ “อาถรรพ์” และหายนะที่ทุกคนคาดไม่ถึง
ใหม่- ภวัต พนังคศิริ ทำ ‘คายอ้อ ลบหลู่ ศรัทธา อาถรรพ์’ออกมาใน โทนหนังผี แบบจริงจังด้วยงานด้านภาพการจัดแสง ดนตรีประกอบ ที่ผสมเข้ากันได้แบบกำลังดี ชวนให้ หลอนๆ ชวนขนลุกตลอดเวลาผ่านการเล่าเรื่องง่ายๆสบายๆ ในแบบบ้านๆ ติดดินไม่ต้องเล่นท่ายาก ไม่ซับซ้อนบรรยากาศ ความเป็นหนังผี ทำออกมาได้ไม่เลว เพียงแต่.. อาจจะฉาก สะดุ้งตุ้งแช่ ที่แม้จะมีแต่มันดูธรรมดาๆเกินไปมาแบบมีจังหวะเกินจนไม่ตกใจการนำเอาเอาผีแม่ครูที่ชัดเจนกับ ‘คายอ้อ’มาเดินเรื่่อง มีความน่าสนใจ ภาพออกมา มีทั้งความน่าเกรงขามในแบบครูบาอาจารย์ผู้เฒ่าผู้แก่กับความน่ากลัว บทหนังเขียนโดย  เอี้ยง- สวนีย์ อุทุมมา ออกมาดูจริงจังไม่เลอะเทอะ ไม่ออกนอกทาง แต่น่าเสียดาย ที่บทหนังอาจจะดูธรรมดาๆ ไปสักนิด ตัวละครมีรายละเอียดมีปมน้อยไปหน่อย หรือหลายตอน อาจจะดูง่ายไป บางช่วงบางตอนดูลอยลดความสนุกไปมากทีเดียวฉากไหว้ครูในหนังดูขลังมีพลังดูดีอดขนลุกเหมือนได้ร่วมในพิธีจริงๆชอบที่หนังสรุปความเชื่อต่างๆออกมาได้ดีในแบบที่ไม่งมงาย

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง ฉีกแนวจากบทที่คุ้นตา มารับบท ผู้จัดการหวัด มาดเข้มดูจริงจัง ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบทเหมือนไม่มีอะไรๆแต่ก็ทำให้เรื่องเข้มข้นขึ้น

 เน็ค-นฤพล ใยอิ่ม รับบท เคน เด็กหนุ่มในวง คนเล่าเรื่อง เล่นเรื่อยๆ ดูเป็นธรรมชาติ บทส่งด้วยฉากดราม่าปมในใจบทรักต้องชม ฉากกับหลวงพ่อน้ำเสียงสีหน้าได้ กับฉากเห็นผึผู้เฒ่าตัวๆส่งอารมณ์ดีทีเดียว

เรื่องนี้ขนหมอลำลูกทุ่งไฟแรงแห่งยุคมารับบทนำเบลล์-นิภาดา ขันเงิน สวยใส สวยสมเป็น นักร้องสาวหมอลำ น่ารัก ชัดเจน ในความเป็น นางเอกของเรื่อง บทอาจจะไม่ลงลึกนัก แต่เป็นตัวละครที่สื่อกับผีเสียดายนิดนึงคือฉากโชว์เพลงน้อยไปนิด

อ๋อมแอ๋ม-ละมัย แสงทอง เป็น แหวว นักร้องสาวในวงที่มา พร้อมกับ สวยเซ็กซี่ ได้เล่นอะไรที่หลากหลาย มีปมเล็กๆ เรื่องแม่ ดูแล้วเหนื่อยแทน มีทั้ง เจอผี เลิฟซีนบทร้ายๆ บทแอ็คชั่น เจ็บเนื้อเจ็บตัว กานต์ ทศน กฤตชัย ถนอมสิทธิ์ รับบทเป็นเดี่ยว หมอแคน ประจำวง ที่ท้าทาย ลองดีกับ‘คายอ้อ’จนเจอดี มีบทแรงๆทั้งท้าทายลองดีโดนผีหลอกหรือฉากหวิวๆตอนท้าย

อุ๋งอิ๋ง-รัตนาภรณ์ หอมหวน รับบทเป็น อุ๋งอิ๋ง เป็นตัวเอง บทอาจจะไม่มีอะไร แต่ลีลาการร้องน้ำเสียงโดนโดนไพเราะมากๆชอบทุกเพลงที่ร้องบนจอ

น้ำแข็ง-ทิพวรรณ  อิ่มสาร รับบท เกษ อดีตนักร้องสาวในวง ที่ลาออกไป ฉากที่ มาเจอในหมู่คนดู มอง วงหมอลำโชว์เพลงบนเวที แล้วร้องตาม ชอบฉากนี้มากๆ เป็นฉากที่ดี ที่สุด ฉากหนึ่งของเรื่องจริงๆอ๊อฟ-สุรพลรับบทชัยเพื่อนสนิทเคน

โจ-ยมนิลเล่นเป็นตัวเองเป็นโจบอสใหญ่วงสาวน้อยเพชรบ้านแพงฝน ธนสุนทร เป็น ก้อยอดีตนักร้องสาวหมอลำชื่อดัง

คายอ้อ ลบหลู่ ศรัทธา อาถรรพ์ อาจจะไม่ใช่ หนังผี ที่ถูกใจ โดนใจ ถูกจริต กับ คนที่อยากดูหนังผีน่ากลัวๆเลือดสาดสยดสยองสะดุ้งตุ้งแช่มากนักแต่กับ คอหนังไทยที่ชอบหนังไทยดูสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูได้เรื่อยๆ ได้เจอะเจอ ศิลปิน/นักร้องหมอลำ ขวัญใจ มีเล่นกันเต็มจอท้้งบทนำบทสมทบจะสนุกชอบเรื่องนี้แน่นอนและเมื่อมาดูเครดิตท้ายเรื่องทีมงาน นักแสดงเยอะมากๆดูแล้วเรื่องนี้ไม่ธรรมดาจริงๆชอบ ‘คายอ้อ ลบหลู่ ศรัทธา อาถรรพ์ ‘ในระดับ 7/10 หัวกระโหลก