Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

Celebrity Gossip : 8 กุมภาพันธ์ 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจงานประกาศรางวัลแกรมมี ปี 2026 โดยเรียกงานแกรมมีปีนี้ว่าเป็นงานที่แย่ที่สุด และแทบดูไม่ได้เลย พร้อมพาดพิงไปถึง เทรเวอร์ โนอาห์ พิธีกรของงานว่าทำหน้าที่ไมได้เรื่อง แย่พอ ๆ กับ จิมมี คิมเมล ในงานออสการ์เรตติ้งต่ำ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า โนอาห์พูดข้อมูลผิดอย่างสิ้นเชิงบนเวที โดยอ้างว่าเขาและ บิล คลินตัน เคยไปยังเกาะของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน พร้อมขู่ว่าจะส่งทีมทนายไปฟ้องร้อง ต้นเหตุของความไม่พอใจเกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทอดสดงานแกรมมี เมื่อเทรเวอร์ โนอาห์ กล่าวแซวบนเวทีว่า “รางวัลเพลงแห่งปี คือสิ่งที่ศิลปินทุกคนอยากได้ พอ ๆ กับที่ทรัมป์อยากได้กรีนแลนด์ ซึ่งก็สมเหตุสมผลนะ เพราะเกาะของเอปสตีนมันหายไปแล้ว เขาก็ต้องหาเกาะใหม่ไว้ไปแฮงเอาต์กับบิล คลินตัน”

– บิลลี อายลิช ใช้ช่วงท้ายของสุนทรพจน์รับรางวัลบนเวทีแกรมมี กล่าวถ้อยคำที่รุนแรงเกี่ยวกับนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ โดยบอกว่า “ไม่มีใครเป็นผู้ลักลอบบนแผ่นดินที่ถูกขโมยมา” ปิดท้ายด้วยคำด่าหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE อย่างรุนแรง แม้จะเรียกเสียงปรบมือจากคนในงานล้นหลาม แต่หลายฝ่ายก็วิจารณ์ว่าคำกล่าวของอายลิชนั้นตื้นเขินและซ้ายตกขอบ นักข่าวอังกฤษคนหนึ่งถึงกับลงทุนเดินทางไปยังคฤหาสน์สุดหรูของอายลิชในลอสแอนเจลิส และตะโกนถามผ่านประตูรั้วว่า จะยอมเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าหรือผู้อพยพเข้าไปพักอาศัยในที่ดินส่วนตัวของเธอหรือไม่ ฝ่ายสนับสนุนอายลิชมองว่า พฤติกรรมของนักข่าวเป็นการคุกคามความเป็นส่วนตัว ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความย้อนแย้งของเหล่าเซเล็บ ที่ชอบหนุนแนวคิดเสรีนิยมแต่กลับใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีรั้วรอบขอบชิดและการป้องกันอย่างแน่นหนา

– นิกกี้ มินาจ แร็ปเปอร์สาวชื่อดัง ประกาศตัวขอเป็นสาวกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ หลังเจ้าตัวได้ขึ้นไปกล่าวชื่นชมพร้อมจับมือกันอย่างใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯ ในงานอีเวนต์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการบัญชีทุนสำหรับเด็กทารกที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเผยว่า ได้กรีนการ์ดทองของทรัมป์มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมอบสิทธิ์การพำนักและเส้นทางสู่การเป็นพลเมืองสหรัฐฯ มาแบบฟรีๆ มินาจ ซึ่งเกิดที่ตรินิแดด เคยโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อปี 2018 ว่า เข้ามาในประเทศนี้ในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมายตอนอายุ 5 ขวบ แม้จะมีบัตรพำนักและทำงานเสียภาษีจำนวนมาก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รับสิทธิ์ในฐานะพลเมืองที่แท้จริงของสหรัฐอเมริกาเสียที แต่ตอนนี้ เธอได้กรีนการ์ดบัตรทองมาแล้ว และกำลังดำเนินการเรื่องเอกสารการเป็นพลเมืองให้เสร็จสิ้น

– เอ็มมา เฮมิง วิลลิส ภรรยาของ บรูซ วิลลิส ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านรายการพอดแคสต์ Conversations with Cam เผยว่า บรูซไม่เคยรับรู้ว่าตัวเองได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัลเลยแม้แต่น้อย และไม่เคยเชื่อมโยงอาการต่าง ๆ เข้ากับโรคที่ตัวเองเผชิญอยู่ แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีใจที่เขาไม่รับรู้ความจริงข้อนี้ เพราะมันอาจเป็นสิ่งที่ช่วยลดความทุกข์ทางใจของเขาได้ เอ็มมากล่าวว่า แม้โรคจะดำเนินไปเรื่อย ๆ แต่บรูซยังคงมีตัวตนอยู่กับปัจจุบัน และครอบครัวก็เรียนรู้ที่จะปรับตัวไปพร้อมกับเขา และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนั้น ครอบครัวของบรูซเปิดเผยตั้งแต่ปี 2023 ว่าเขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมชนิดฟรอนโทเทมโพรัล ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้สมองส่วนหน้าและสมองส่วนขมับเสื่อมลง ส่งผลต่อการพูด อารมณ์ บุคลิกภาพ รวมถึงพฤติกรรม ทำให้เขาต้องอำลาวงการบันเทิงไปโดยปริยาย

– แคทเธอรีน โอฮารา นักแสดงหญิงระดับตำนานชาวแคนาดา-อเมริกัน ผู้เป็นที่รักจากบทบาทคุณแม่ ใน Home Alone และจากซีรีส์ Schitt’s Creek เสียชีวิตลงแล้วในวัย 71 ปี ที่บ้านพักในลอสแอนเจลิสหลังจากมีอาการป่วยช่วงสั้นๆ ขณะที่ แมคคูเลย์ คัลกิ้น ซึ่งรับบทลูกชายวัย 8 ขวบใน Home Alone ที่ตอนนี้อายุ 45 ปีแล้ว โพสต์ข้อความสุดซึ้งว่า “แม่ครับ ผมนึกว่าเราจะยังมีเวลามากกว่านี้… ผมยังมีเรื่องอยากจะพูดอีกตั้งเยอะ รักแม่นะครับ แล้วเจอกัน” โอฮารา มีผลงานที่สร้างเสียงหัวเราะมานานกว่า 50 ปี ทั้งจาก Home Alone ในปี 1990 และ Schitt’s Creek ในปี 2015-2020 ที่ทำให้เธอคว้ารางวัล Emmy และ Golden Globe มาครอง พร้อมกับสร้างเอกลักษณ์การพูดและแฟชั่นที่กลายเป็นไวรัลทั่วโลก

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

กระติ๊บ ชวัลกร เตรียมร่อนหมายศาล หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคาม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.55 น.

7 กุมภาพันธ์ 2569  ทำเอานักแสดงสาว กระติ๊บ ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล เดือดสุดๆ หลังโดนเกรียนคีย์บอร์ดไดเร็กต์คุกคามด้วยข้อความหยาบคาย โดยสาวกระติ๊บ ได้ออกมาโพสต์ปกป้องตัวเองผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@kratip” ระบุข้อความว่า … 

” การไม่มีใคร ไม่ใช่สิทธิของใคร ที่จะล้ำเส้น ความเงียบ ไม่ใช่คำยินยอม การอยู่คนเดียวคือขอบเขตไม่ใช่ช่องว่าง ขอแจ้งให้ทราบโดยสุภาพว่า หากยังคงมีการคุกคามไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ขออนุญาตดำเนินการ ส่งหมายศาล เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยของตนเอง ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปนะคะ”

ซึ่งหลังจากที่ กระติ๊บ ชวัลกร ได้ออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าวไปนั้น ก็มีเพื่อนๆ ในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับ เข้ามาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

ธัญญ่า แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน ต้องรับงานหนัก-ขายทรัพย์สินใช้หนี้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.36 น.

ธัญญ่า-แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน! บ้านรถเข้าธนาคาร-ขายทรัพย์สินใช้หนี้ เครียดถึงขั้นอยากจบชีวิต?

เปิดใจครั้งแรก ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ แคนดี้ รากแก่น  สองสาวผู้ประสบภัย ล่าสุดโดนโกงเงินจากคนคนเดียวกัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ถึงขั้นพี่ธัญญ่าต้องรับงานหนัก เอาบ้าน เอารถเข้าแบงก์เพื่อใช้หนี้ และพี่แคนดี้ทุ่มเงินเก็บหมดหน้าตักจนเกิดภาวะซึมเศร้าจนอยากจบชีวิตตัวเอง และบอกเลยว่าฉันไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ทั้งหมดนี้สองสาวจะมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

อย่างที่ทราบกันตามหน้าสื่อและรายการต่างๆ พี่ธัญญ่า พี่เป๊ก สัณณ์ชัย พี่แคนดี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้ประสบภัยทางธุรกิจ โดนโกง ใช้คำนี้ได้ไหม?

แคนดี้ : ได้ค่ะ น่าจะอย่างนี้เลย

ของพี่ญ่าก่อนโดนไปเท่าไหร่?

ธัญญ่า : รวมทั้งหมด 83 แต่มันมีส่วนที่ได้คืนมาบ้างแล้ว แต่ไม่ถึง 10% 

ของพี่แคนดี้ละ?

แคนดี้ : 44 ล้าน

ของพี่ญ่ากับพี่แคนดี้มันคือการทำธุรกิจและนำไปสู่การถูกโกง มันเริ่มต้นได้ยังไง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?

แคนดี้ : เราทำธุรกิจอยู่แล้ว ค่อนข้างดูเยอะทุกครั้งที่ทำอะไร อย่างอันนี้ แคนดี้เข้าสู่ธุรกิจนี้คือตัวเองเป็นคนขายของอยู่แล้ว เราก็หาสินค้าขาย ทีนี้คนนี้เขาเป็นเหมือนโรงงานที่แปรรูปสินค้าแล้วส่งออก พอส่งออกมันก็จะใหญ่กว่าที่เราเคยทำ เราทำขายออนไลน์ ซื้อมาขายไป แล้วทีนี้วันนึงเราอยากโต ไปเจอเขาซึ่งเขามีโรงงาน แล้วพี่ญ่าก็เห็นว่าแคนดี้ไปอยู่กับเขา ออกจากการขายของออนไลน์ไปเรียนรู้อยู่กับเขา 5 เดือน ไปอยู่อย่างนั้น ไปดูระบบเขามีลูกค้ามาจริง พอมันถึงช่วงฤดูกาลที่ทำได้ เพราะสินค้าเขาเป็นฤดูกาล เขาก็เลยบอกว่ามาลงไหม มาทำไหม คือซื้อมาขายไปเหมือนกัน ลงทุนปุ๊บเขาซื้อของส่งไป พอได้เงินเขาก็ให้เราเลย

คุณแคนดี้ไปก่อนคนแรก?

แคนดี้ : ใช่ๆ มันเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งเราลองทำดู โอเคมันก็ได้ มันอยู่ในก้อนที่เราพร้อมลงทุน คือ 1.8 ล้าน นี่คือก้อนแรก ก็ได้คืนกลับมาทั้งต้นและดอก

ขั้นตอนต่อไปคืออะไรอีก?

แคนดี้ : พอเราทำอันแรกปุ๊บมันก็มีลูกค้าเข้ามาอีก ทีนี้มันอยู่ที่การพูดคุยแล้ว หาของให้ลูกค้าได้ไหม หาของได้ก็ส่ง เราก็ทำอยู่อย่างนี้ 4-5 รอบ ก็ได้ตลอด

ทางฝั่งของพี่ญ่ารู้จักผ่านคุณแคนดี้ หรือรู้จักเขาอยู่แล้ว?

ธัญญ่า : มาจากพี่เป๊กรู้จักก่อนก็น่าจะคุยเรื่องธุรกิจกันแล้วมันน่าจะต้องใช้เงิน แกก็เลยพาพี่เข้าไปคุยด้วย เราก็ไปฟังเกี่ยวกับธุรกิจ แล้วเราก็รู้ว่าแคนดี้ทำอยู่แล้ว ก็อย่างที่แคนดี้บอกแหละ เราลงทุนไปแล้วอีก 2 อาทิตย์เงินที่เราลงทุนและตัวกำไรจากการขายสินค้าจะกลับมา เราก็แบ่งกับเขาคนละครึ่ง ซึ่งถือว่ามันเป็นผลตอบแทนที่ดี

รอบแรกที่พี่ญ่ากับพี่เป๊กลงไปเท่าไหร่?

ธัญญ่า : พี่ไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 4-5 ล้าน แล้วผลตอบรับที่กลับมามันใช้ได้เลย 

รูปแบบธุรกิจเขาคือเป็นโรงงานผลิตของแล้วก็ส่งออก?

ธัญญ่า : ใช่ค่ะ มันส่งไปเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตู้นึงลงทุนประมาณ 4-5 ล้านต่อตู้ แล้วพอขายเสร็จเขาก็ส่งคืนมาด้วยกำไร ก็เหมือนลงทุนร่วมกัน ขายได้กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง

กำไรเยอะไหม?

ธัญญ่า : เกือบ 10% นะ แต่ก็ปกติของการทำงาน มันดูเป็นไปได้ ไม่หลอกลวง

แคนดี้ : มันดูเข้าท่า ทีนี้พอลงอันแรก แคนดีก็เริ่มเพิ่ม รอบต่อไปลูกค้าสั่งมา ออเดอร์มาอีกแล้ว เราเห็นใบออเดอร์ เราก็ลงไปเรื่อยๆ ลงไปอีก 3 ล้าน จนถึง 10 ล้าน เป็นก้อนที่แคนดี้วางตัวเองไว้แค่นั้น คือบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกิจเกินกว่านี้คือให้ลิมิตตัวเองไว้แค่นี้ ก็ลงไป 10 ล้านแล้ว แต่ 10 ล้านนี้มันอยู่ระหว่างการเดินทางมันยังไม่กลับมา 2-3 รอบแรกคือได้แล้ว

10 ล้านรอบนี้นานไหม?

แคนดี้ : รอบนี้นาน เขาบอกว่าเขาต้องไปหาสินค้าจากต่างประเทศมา เราก็โอเคสินค้าจากต่างประเทศมันก็ดูมีอะไร ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ก็เลยลงแล้วมันก็ใช้เวลานานกว่าเดิม เราก็รอ จนกระทั่งมาถึงล็อตใหญ่

ทางฝั่งพี่ญ่า ในขณะที่คุณแคนดี้รอให้เขาหาของจากต่างประเทศ ฝั่งพี่ญ่าดูว่ามีแนวโน้มดี รอบแรกลงไป 4 กำไรคืนมา 10% หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?

ธัญญ่า : ก็ลงเพิ่ม ด้วยความที่เราเห็นว่าตู้คอนเทนเนอร์นึงมันได้แล้ว ก็เพิ่มเป็นสอง เพิ่มเป็นสามไปเรื่อยๆ แล้วเราก็คุยกับพี่เป๊กว่าจริงๆ น่าจะชวนเพื่อนที่เราสนิทจะได้เติบโตไปด้วยกัน ก็เลยชวนเพื่อนเรา แล้วพี่เป๊กก็ชวนเพื่อนเขา ซึ่งของเราก้อนเล็กกว่า แต่ของพี่เป๊กจะก้อนใหญ่ เพื่อนเขามีเงินมากกว่า

ในกรณีของคุณแคนดีเริ่มตั้งแต่ 10 ล้านไปนานเลยยังไม่กลับของพี่ญ่ากี่รอบถึงจะเริ่มเอ๊ะ มันนานผิดปกติ?

ธัญญ่า : ของพี่ไม่ใช่ไปนานแล้วมันไม่กลับ แต่ของเราด้วยความไว้ใจ พี่เป๊กก็บอกว่าก็เอาเงินไปไว้ตรงนั้นเลย เขาจะได้ไม่ต้องเอาไปกลับ คือเป็นเงินทุนไปเลย แล้วเอามาแค่กำไร

เอาเงินไปไว้ที่เขาเลยเท่าไหร่?

ธัญญ่า : มันค่อยๆ เพิ่มนะ จาก 4-5 ล้าน เงินตัวเอง เงินสด 20 ก่อน แล้วไปคุยกับคุณพ่อ คือเรารู้สึกว่าธุรกิจมันไปได้ดี ถ้าเรามีเงินมากกว่านี้มันก็ดีนะ ก็ไปคุยกับคุณพ่อพี่เป๊ก น้องสาวพี่เป๊ก ซึ่งทั้งคุณพ่อและกี้บอกเป็นไปไม่ได้ อะไรมันจะได้กำไรดีขนาดนี้ ไม่งั้นคนก็ทำไปทั่วแล้วสิ คือถ้าจะทำก็ทำเองไม่ใช่ไปให้คนอื่นเขาทำ ให้เขาดูแลเงินให้มันไม่ได้ คุณพ่อเลยไม่เข้าร่วม คุณพ่อบอกไม่ให้ทำ แต่พวกเราทำไปแล้ว เราก็แบบ…เอาไงดี 

พอคุณพ่อไม่เห็นด้วย ตอนนั้นความรู้สึกเราเป็นยังไงเริ่มเอะใจไหม?

ธัญญ่า : ไม่เอะใจเลย ไปต่อ น้องสาวพี่เป๊กก็ไม่ได้เหมือนกัน บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราก็คุยกับพี่เป๊กแต่เราเห็นนะว่ามันได้

ตอนนั้นที่คุณพ่อและน้องสามพี่เป๊กบอกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ เงินเราอยู่ที่เขาเท่าไหร่?

ธัญญ่า : ตอนนั้นน่าจะไปแล้ว 20 พอพ่อไม่ร่วม น้องสาวไม่ร่วม เฮ้ย มีบ้าน

อันนี้พี่ญ่ากับพี่เป๊กคุยกัน?

ธัญญ่า : คุยกัน คือพี่เป๊กแกก็จะมีรถของแก พี่ก็จะมีบ้านถ่ายละครพี่ที่เราเคลียร์หนี้สินไปหมดแล้ว ไม่ใช่ที่รังสิตนะคะ เพราะที่นั่นของคุณพ่อ แต่เราจะมีบ้านของเราที่เราลงทุนเองแล้วเคลียร์หนี้ไปหมดแล้ว เป็นไทยแล้ว เราก็เลยแบบเอาบ้านไปเข้าสัก 10 ไหม ระหว่างบ้านกับรถเอาอะไรดี เพราะพี่เป๊กรถเขามีมูลค่า เราก็เลยคุยกันว่าเป็นบ้านดีกว่า พอเป็นบ้านเสร็จ เราก็ไม่รู้ว่าพี่เป๊กเอารถไปเข้า บ้านเนี่ย 10 ไปละ พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 พี่เองก็ไม่รู้ มารู้ตอนหลัง พี่ก็บอกว่าเอาไปเข้าเพื่อจะเอามาลงเนี่ยจะงุบงิบเงินกำไรใช่ไหม มีเถียงกันเล็กน้อย เขาก็หัวเราะแห้งๆ เหมือนที่พี่หัวเราะนี่แหละ

ทางฝั่งพี่ญ่าไปแล้ว 20 เอาบ้านไปเข้าอีก 10 พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 แล้วเงินเพื่อนมีไหม?

ธัญญ่า : เงินเพื่อนฝั่งพี่ก็น่าจะประมาณเกือบ 5 ล้าน ฝั่งพี่เป๊กอีก 20 ล้าน

ของแคนดี้ นอกจากเงินเราไปแล้วยังไม่กลับ 10 ล้าน เรามีชวนเพื่อนไหม?

แคนดี้ : มีชวนค่ะ แต่ก่อนชวนแคนดี้เอาเงินส่วนตัวของตัวเอง ที่ปกติเราจะไม่ยุ่งกับก้อนนี้เก็บมาทั้งชีวิต ก็คือเป็นก้อนที่เราเก็บไว้ดูแลคุณแม่ ส่วนอีกก้อนนึงบอกตัวเองว่าจะเกษียณ 2 ปีฉันจะเที่ยวแล้ว ก็เป็นเงินเที่ยว เงินใช้จ่าย เอาไงดีนะ คือรอบนี้รอบสุดท้าย เป็นรอบใหญ่เขาต้องใช้เงินเท่านี้ ความโลภด้วยแหละ เราเลยตัดสินใจ มันเห็นมาตลอดว่ามันได้ ได้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรด้วย เราเลยตัดสินใจยืมเงินตัวเองก่อน เอาออกมาจากกองนี้ประมาณ 25 ล้าน เสร็จแล้วปรากฏว่ามันทำได้ดีเหมือนพี่ญ่าเลย แล้วมีเพื่อนที่เราทำธุรกิจด้วยอยู่ตอนนั้น เราเลยชวนเขา อยากให้เขาได้ด้วย เอ็นดูเขา รักเขา แต่เราชวนเขาคนเดียว เขาก็ลงมา 7 ล้าน ทั้งหมดก็กลายเป็น 42 ล้าน

ธัญญ่า : ของเพื่อนพี่เป๊กไม่ใช่ 20 แต่เป็น 30 มีอีก มันลืมๆ

ทีนี้พอลงกันไปเยอะๆ แล้ว พอเริ่มติดขัด หลังจากนั้นคุยกันว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้?

ธัญญ่า : ของพี่ลงไปน่าจะประมาณกันยายน ตุลาคม 2 ปีมาแล้ว จำไม่ได้ว่าปีไหน ประมาณตุลาคม ถึงกุมภาพันธ์ที่ได้มาแบบต่อเนื่อง แล้วหลังกุมภาพันธ์ที่มันหยุดชะงักไปเลยจนถึงทุกวันนี้ แล้วเงินต้นก็หายไปด้วยเลย

ณ วันที่มันสะดุด เขาไม่ได้ส่งกำไร พี่ญ่า พี่เป๊ก พี่แคนดี้ทำยังไง?

แคนนดี้ : ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกับพี่เป๊ก พี่ญ่า แต่เราก็มีการคุยกันตลอด ได้บ้างไหม ของแคนดี้ก็เอาทนายเข้าไปคุยเลย โทรไปมันยังไงคือเรามันไม่ปล่อยอยู่แล้ว ก็ตามจิกเขา จนเขาไม่รับสาย พอไปถึงที่บ้านเขาก็บอกว่าป่วย ไม่ออกมาเจอ ก็เข้าใจได้ เขาก็คงเครียดเหมือนกันกับภาวะที่เกิดขึ้น ก็เลยคุยกับทางพี่เป๊ก พี่เป๊กก็บอกว่าให้โอกาสเขาหน่อย ก็ถามพี่เป๊กให้โอกาสยังไงดี พี่เป๊กบอกว่าเขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัวก็ได้ระหว่างนี้ มันเหมือนมีความหวัง เขาทำธุรกิจอยู่ เขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัว โอเคงั้นแคนดี้ก็ถอยออกมา ไม่ไปกดดันอะไรเขามาก ก็นั่งรอ ระหว่างที่รอก็คือพี่เป๊กบอกอย่าเพิ่งพูดอะไรออกไป เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังขอไม่ให้พูด เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจเขาที่กำลังทำแล้วเหมือนจะฟื้นตัวอยู่ตอนนี้

หมายถึงตัวลูกหนี้ก็ไม่อยากให้เราพูด?

แคนดี้ : ค่ะ ซึ่งแคนดี้ก็รอ ไม่รู้จะทำยังไง รออย่างเดียว

พี่ญ่าเงินลงไปตั้งเยอะไม่กลับมาเลย ณ ตอนนั้นคุยกันยังไง?

ธัญญ่า : เราก็คุยว่่จะยังไง พี่เป๊กบอกว่าถ้าฟ้องไปเขาติดคุกแล้วจะยังไงล่ะ เขาก็ไม่มีโอกาสทำงาน เอาเงินมาใช้หนี้ ได้ความสะใจเหรอ มันก็แค่นั้น ก็คือให้โอกาสดีกว่า แต่ระหว่างให้โอกาสเราก็ไปรู้มาอีกว่า พี่เป๊กไปลงเพิ่มอีก 8 ล้าน จากเดิม 45 เป็น 53 

ตัวคุณแคนดี้ที่ชวนเพื่อนมาลงทุนก็หาเงินมาใช้หนี้ให้เพื่อน?

แคนดี้ : ใช่ค่ะ รับผิดชอบ ก็คือแคนดี้เอาบ้านที่ตัวเองอยู่ทุกวันนี้ไปเข้าแบงก์ ของเขา 7 ล้าน แล้วรวมเงินปันผล 10% จำนวน 6 เดือนที่เราทำสัญญากันก็ 10 ล้าน แคนดี้เอาบ้านเข้าไปแล้วมาจ่ายเขาหมดเลย

เราไม่ได้บอกปัญหาเลยว่าเราโดนแบบนี้ คือให้เขาตามปกติ?

แคนดี้ : ก็บอกค่ะ แต่เขาก็ยืนยันที่จะเอาตามสัญญา

ธัญญ่า : แคนดี้ใจดีนะเนี่ย

แคนดี้ : (หัวเราะ) โง่ 

เป็กกี้ : ไม่หรอก เป็กขอแก้คำนี้ให้คุณแคนดี้คำนึง คุณแคนดี้ไม่ได้โง่นะ คุณแคนดีแค่ซื่อสัตย์กับคนที่ทำงานด้วย ส่วนใครไม่ซื่อสัตย์กับเรานั่นเป็นปัญหาของเขา จงภูมิใจในเรื่องนี้ไว้

เห็นว่าขายที่ดินที่เชียงใหม่ด้วย?

แคนดี้ : ใช่ค่ะ เป็นที่ดินที่เราพูดไว้ก็คือเงินก้อนที่เราจะเอาไว้ใช้บั้นปลายชีวิต อยากทำออนเซน เป็นคนชอบมาก ชอบญี่ปุ่นมาก ก็เลยไปซื้อที่ไว้จะทำออนเซนที่แม่ออน เป็นความฝันเลย สุดท้ายระหว่างทางที่ทำตรงนี้มันติดขัด ต้องบอกน้อง พี่ต้องขายที่ตรงนี้แล้วมาใช้หนี้

ช่วงนั้นสภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?

แคนดี้ : แย่เลย เพราะว่า แคนดี้ไม่เคยโกหก มีอะไรแคนดี้พูดหมด แต่วันนึงเราห้ามพูดเลย เพราะว่าด้วยความที่พี่เป๊กเขามีเหตุผลของเขา ทั้งให้โอกาสและอะไรหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง 1.คนในบ้านก่อน แคนดี้ไม่มีเงินให้แม่ ปกติเป็นคนสายเปย์แม่มาก แม่อยากได้อะไรให้ อยากไปไหนพาไป ทีนี้กลายเป็นเรายืมเงินแม่มาใช้ มันหมดแล้วเงินที่เราเก็บให้แม่ พอแม่ขออะไรบางอย่าง ง่ายสุดเลยตอนนั้น แม่อยากทำฟัน ทั้งปากมันประมาณ 7 แสน ไม่มี ซึ่งปกติพาแม่ จูงมือไปเดี๋ยวนั้นเลย สบายมาก เราไม่รู้จะบอกแม่ว่ายังไง เล่าให้แม่ฟังไม่ได้ มันเลยเก็บแล้วโดนแบบนี้มาเรื่อยๆ แม่อยากทำอันนี้ ไม่ได้ พอข้างนอกเราทำธุรกิจขายของ ซื้อมาขายไป หนูขายกระเป๋าในเพจ ไม่มีเงินลงทุน ก็ไปต่อไม่ได้ เราก็เครียด มีแต่ใช้ออก ใช้เงินเก่า สุดท้ายมันกลายเป็นภาวะซึมเศร้าไม่รู้ตัว เรากลายเป็นไม่ออกไปเจอคน ไม่คุยกับใคร ทุกครั้งที่คุยกับพี่ญ่าเราจะสบสยใจทุกครั้ง แค่ทักไปแล้วเขาตอบมา หนูก็ไม่คุยเลย ไม่ทักหาใครใดๆ เลย กลายเป็นเก็บตัว หายไปเลย ไม่ไลฟ์ขายของ ออกจากทุกอย่าง แม้แต่บันเทิง ซึ่งตอนนั้นก็มีคนติดต่องานร้องเพลง งานพิธีกร ไม่ไปเลย มันกลายเป็นเราไม่อยากเจอคน แล้วก็กลัวไปเลย เป็นอยู่ประมาณ 6 เดือน เรื่องธุรกิจมันไปไม่รอด มันเลยหนัก 6 เดือนนั้น แคนดี้กลางตัวสัญญาเรื่องบ้าน ถ้าเราไม่อยู่บ้านนี้จะหลุดไหม มาดูถึงขั้นนั้นแล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว มันทำอะไรให้แม่ไม่ได้ ก็รู้สึกว่าถ้าไม่มีเรา ประกันจะโคปเว่อร์แค่ไหน แเล้วก็เรื่มทำบทความของการเตรียมตัวตาย แฟนเห็นเขาเลยรู้สึกไม่ดี เขาเริ่มรู้แล้ว แต่เขาพูดกับเราไม่ได้ เขาเลยลาออกจากงานที่เขาทำมา ถึงขั้นเป็นผู้บริหารแล้ว ทำมา 28 ปี ลาออกมาดูแลเรา ต้องขอบคุณเขามากๆ คือใช้ญี่ปุ่นบำบัด ให้แคนดี่ออกจากตรงนี้เลย ไปอยู่ญี่ปุ่น ก็ 3 เดือนไป 4 คร้้ง ก็ปรับๆ มันหนักมากๆ ในโมเมนต์นั้นจริงๆ 

ทำไมถึงไม่ไปพบจิตแพทย์?

แคนดี้ : เรายังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น ตอนนั้นเราเก่ง แข็งแกร่ง เราไม่ยอมรับ มันรับไม่ได้ ฉันทำได้ แก้ไขได้ สุดท้ายมันพังไม่รู้ตัวด้วยข้างในมันสลาย มันแลกสลาย ถ้าคนที่ทำดูอยู่รู้ไว้เลยนะว่าคุณทำแคนดี้เป็นถึงขนาดนี้

ใช้คำว่าหมดตัวได้ไหม?

แคนดี้ : หมด ณ โมเมนต์นั้น เงินหมด แต่เรายังมีทรัพย์สิน เงินที่จะให้แม่ เงินที่เราเก็บอะหมด

ฟื้นมาได้ยังไงกับความรู้สึกนั้น?

แคนดี้ : กว่าจะฟื้นได้ ใจมันเป็นหนักมาก แล้ววันนึงเราหันมาเห็นแม่เรา แล้วแม่ก็ไม่ถาม ไม่อะไรเลย เราเลยเปรยๆ แม่ว่าวันนึงถ้าหนูไม่มีเงินแล้วอะ ทำยังไงดี แม่ก็บอกว่าแม่ก็ออกมาร้องเพลงไง ก็มาทำงานไง เราก็เลยแบบ เออะหวะ…เราก็แค่ลุกขึ้นมาทำงาน แล้วหนูก็เห็นเพื่อนหนู ผู้ประสบภัย 2 คนออกมาไลฟ์ ตี2 ตี3 ก็ไลฟ์ เอาก็ไปเติมพลังกับพี่เรานี่แหละหวะ ก็เลยชวนแม่ บอกว่าออกไปหาเงินใช้หนี้กัน ตอนนั้นเทศกาลเจนนี่ อาจจะเป็นเทศกาลแคนดี้ก็ได้ เอาวะลุกขึ้นสู้

ที่แซวพี่ญ่าว่าทำงานเหมือนคนเป็นหนี้ คือเป็นหนี้จริงๆ?

ธัญญ่า : เป็นหนี้จริงๆ เวลาใครแซวก็เป็นหนี้ไงคะ ก็ไม่มีเชื่อ คือง่ายๆ เลยพี่เป๊กไม่กล้าไปขอพ่อเพื่อเอามาใช้หนี้ เขารู้สึกว่าพ่อห้ามแล้ว กลัวพ่อด่า อดทนทุกข์ทรมานมา 2 ปี จนตัวเราเองทำงานมาเรื่อยๆ ใช้หนี้ฝั่งเพื่อนเราหมดแล้ว แล้วฝั่งเพื่อนพี่เป๊กบางส่วน แต่มันก็เหลืออีกก้อนใหญ่ พี่เป๊กเองเขาบอกว่าเวลาเจอหน้าเพื่อนแล้วรู้สึกไม่ดี เหมือนมองได้โดยไม่บริสุทธิ์ใจ มันเหมือนไปเอาเงินเขามาแล้วไม่ให้เขาได้ผลตอบแทนตามที่เราคาดหวัง ก็เลยปรึกษากันว่าคุยกับพ่อเถอะ ต้องบอกพ่อแล้วล่ะ ก็เลยตัดสินใจไปบอกพ่อกัน ซึ่งเรากะว่าต้องฟังพ่อดุแล้วสอนนานแน่ แต่สุดท้ายพ่อฟัง เพราะพี่เป๊กเคยมีแบบนี้มา 2-3 รอบแล้ว ตั้งแต่เขาหนุ่มๆ  ทำธุรกิจแล้วล้มแล้วพ่อก็ต้องเข้ามาช่วย  จนอันนี้พี่เป๊กรู้สึกว่าเขาแก่แล้ว 50 ต้นแล้ว แต่ว่ายังต้องพึ่งพ่ออยู่เลย เขาก็รู้สึกไม่ดี แต่ว่าพ่อก็น่ารักมากเลยค่ะ เข้าใจแล้วทำไมพี่เป๊กถึงรักทั้งพ่อ แม่ มาก เพราะว่าพ่อกับแม่คอยซัพพอร์ตทุกอย่าง 

มีครอบครัวที่ดี?

ธัญญ่า : พ่อก็ถาม เท่าไหร่ล่ะลูก

พอแจ้งตัวเลขคุณพ่อว่ายังไง?

ธัญญ่า : อือ 50 หรือลูก แล้วเขาก็หันไปถามน้องสาว มันมีเงินตรงส่วนไหนไปจัดการให้เป๊กหน่อย เราเข้าใจแล้วทำไมคนรักพ่อขนาดนี้ ลูกๆ รักขนาดนี้ เพราะพ่อซัพพอร์ตทุกอย่าง

พี่เป๊กกับพี่ญ่าก็ไม่ได้ให้คุณพ่อช่วยอย่างเดียว พี่เป๊ก พี่ญ่าก็ไลฟ์สดกันแบบมาราธอน?

ธัญญ่า : เราบอกพ่อว่าเราเอาเงินตรงนี้มาใช้ก่อน เพื่อให้เราได้สบายใจกับเพื่อนๆ เราจะได้ไม่เครียดกันเกินไป ขอใช้หนี้พ่อเดือนเท่าไหร่ๆ ไม่รู้ว่าอีก 50 ปีจะหมดไหม ก็ค่อยๆ ผ่อนพ่อดีกว่า หมายถึงว่าตัวพี่เป๊กเองพ่อเขาก็แบ่งแล่วลูก 2 คนให้ยังไง แต่พี่เป๊กไม่เคยไม่ยุ่งเลยกับเงินก้อนนั้น ก็เหมือนไปเอาเงินตัวเองออกมา แล้วก็ใช้คืน เพราะว่าเงินส่วนนี้เก็บไว้ให้ลูก

ทีนี้ก็เริ่มมหกรรมไลฟ์บ้านพี่เป๊ก พี่ญ่า ดึกสุด เริ่มตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง?

ธัญญ่า : เอาที่โหดสุดคือช่วงช่วยน้ำท่วมด้วย มีลูกค้าที่มาซื้อประจำด้วย ประมาณ 20 แบนด์ แล้วเราก็รับช่วยน้ำท่วมด้วยอีก 20 เริ่มตั้งแต่บ่าย3 ไปจบที่ตี1 มันออกไปได้ แค่ไปเข้าห้องน้ำทั้งคู่ ยางทีพี่เป๊กก็เลยป้ายบ้าง ก็ต้องลุ้นว่าจะทำอะไรลูกค้าไหม

คุณแคนดี้เห็นแสงสว่าง เพราะพี่เป๊กกับพี่ญ่าไลฟ์ แล้วไปไลฟ์วันนั้น วันที่เขาลดสถานะกันพอดี วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?

แคนดี้ : จริงๆ เราก็ซื้อคิวเข้าไปนี่แหละ เราอยากจะเอาฤกษ์ เอาชัยไปไลฟ์กับพี่เป๊ก พี่ญ่า

ธัญญ่า : เขาไม่ได้บอกเราด้วยนะ เขาติดต่อทีมเอง

แคนดี้ : วันนั้นเราได้คิว 4 โมงเย็นประกาศลดสถานะ นี่กำลังแต่งตัว เห้ย…ยังไง แต่ไม่กล้าถาม ตอนแรกก็นึกว่าคอนเทนต์ แต่พอเห็นพี่ญ่าเริ่มไลฟ์ เราก็นั่งจ้องอยู่ อุ้ย..ตาแดง ตาบวม อุ้ย…ไม่คอนเทนต์ละ แต่เราก็ต้องไปตามคิว

ไปถึงสถานการณ์จริงเป็นยังไงบ้าง?

แคนดี้ : โอ้โห…ตึงเครียดสุดๆ เลย ไม่กล้าแซว ไม่กล้าอะไรเลย

ธัญญ่า : คือก่อนลงมาไลฟ์แปลงร่างไปแล้ว พี่แปลงร่างแล้วถามว่าจะไลฟ์ไหม คือพี่จะลงไปไลฟ์นะ ถ้าอยากลงก็ลง ไม่อยากลงก็ไม่ต้องลง เขาก็แบบกลัวพี่ไปแฉเขาในไลฟ์ กลัวไง เราก็บอกไม่พูดหรอก รับงานลูกค้ามาแล้วมันต้องทำให้จบ เขาก็ค่อยๆ มาแบบกล้าๆ กลัวๆ คอยดูว่าจะหลุดอะไรเมื่อไหร่

วันนั้นพอประกาศลดสถานะปุ๊บ คนเข้ามาติดตามในไลฟ์เยอะมาก?

ธัญญ่า : คนคิดว่าเป็นคอนเทนต์เยอะมาก ซึ่งมันคือเรื่องจริง อะไรที่เกิดขึ้นในไลฟ์คือเรื่องจริงทั้งหมด เราไม่มีการแต่งเติม ขนาดน้องเขยยังแบบพี่ญ่ามันมีสคริปต์หรือเปล่า

แคนดี้ : ยืนยันๆ ไม่มีๆ พอเราเข้าไปตึงมากทั้งเรื่องของเราเอง เรื่องพี่ญ่า เอายังไงดี แต่พี่ญ่าก็สปิริตมาก ทุกอย่างผ่านไปสนุกสนาน วันนั้นเติมวิตามินฉ่ำ

ให้โอกาสเขาได้ใช้หนี้ แต่หลังจากนี้จะมีดำดเนินคดีตามกฎหมายไหม?

แคนดี้ : ฝั่งแคนดี้คือต้องมีการตั้งทนายไปพูดคุย เพราะว่าเขาบอกว่าธุรกิจของเขาถูกโกง อย่างที่พี่ญ่าบอก เขาบอกว่าโกงภายใน เราซึ่งเป็นคนลงทุนธุรกิจย่อมอยากรู้ เงินมันหายไปจากระบบตอนไหน

ธัญญ่า : ให้โอกาสเขามา 2 ปีในการฟื้นตัว เขาน่าจะฟื้นได้แล้ว

แคนดี้ : ส่วนเราเองเกือบแย่ เพราะฉะนั้นใช้กฎหมาย เดี๋ยวจะมีเข้าไป

พี่ญ่าล่ะ?

ธัญญ่า : ยังไม่ได้มีการพูดกับพี่เป๊กเลยว่าจะยังไงต่อ อาจจะรอแคนดี้

พี่แคนดี้พอโดนโกง เป็นซึมเศร้า ถึงขั้นเลิกศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือยังไง?

แคนดี้ : ไม่โหดถึงขั้นเลิกศรัทธา แต่ไม่งมงาย ก่อนหน้านี้ที่เราเจอปัญหา คือเราไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย เราทำธุรกิจสำเร็จมาตลอด พอเราเจอปุ๊บ พึ่งใครดี พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วกัน ช่วงนั้นแคนดี้ไปเยอะมาก ไหว้นั้น ไหว้นี้ ตั้งโต๊ะบูชา ทำทุกอย่างจนกลายเป็นเจ้าแม่สายมูไปเลย แต่มันเหมือนการแลก สมมติทำโต๊ะบูชาไปก่อนลงทุนไปแสน ก็หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องให้คืนฉันล้าน มันคือการมูแบบงมงาย พอเราทำไปจนถึงก้อนสุดท้ายที่เรามี ก็ไปทำเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นได้คืนมาเลย เราก็เลยรู้สึกตาสว่าง ก็เลยบอกตัวเองว่าไม่เอาแล้ว ฉันเลิกงมงาย มู ไหว้แบบธรรมดาดีกว่า นับถือนะ พญานาคก็ยังนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ ก็ยังชวนพี่ญ่าไปไหว้กันอยู่เลย

ธัญญ่า : ก็ยังไหว้

แคนดี้ : แต่ไม่ใช่เงินแบบเดิมแล้ว ช่วงนั้นงอนมากถึงขั้นไปนั่งคุย ปู่ไม่รักหนูใช่ไหม สุดท้ายก็ไปล้างออกให้หมดทุกอย่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเยอะกว่าศัลยกรรมอีก เอาออกให้หมดเลย

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพี่แคนดี้ที่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออยากเห็นหลานประสบความสำเร็จ นั่นคือ น้อง เอเอ วง BUS นั่นเอง?

แคนดี้ : ใช่ อันนี้ก็ถือว่าวง BUS บำบัดเหมือนกัน โมเมนต์ที่เราไม่โอเค เราจะเปิดเพลงวง BUS ตลอด หรือดูกิจกรรมของเขา มันทำให้เรามีความสุขมาก เราไม่มีลูกชาย ก็มี เอเอ กับ เอไอ ที่เป็นลูกแอนนี่ เราก็ถือเป็นลูกเรา คือมีความสุขมาก เห็นพัฒนาการเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็โอเค พร้อมที่จะอยู่เพื่อเขา เพื่อแม่

จริงๆ คุณแคนดีต้องมีความสุขนะ สังเกตไหมที่บ้านทุกคนเป็นศิลปินหมดเลย และเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง โด่งดังกันหมด?

แคนดี้ : จริงๆ ก็มีความสุข ทุกอย่างที่ดึงแคนดี้กลับมาได้ก็เพราะครอบครัว คนรอบข้างที่ทำให้เรากลับคืนมาได้ เอเอ วง BUS ด้วย น่ารักมาก

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘กิ่งแก้ว’

โอ๊ยเล่าเรื่อง'กิ่งแก้ว'

โอ๊ยเล่าเรื่อง’กิ่งแก้ว’

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 ‘กิ่งแก้ว’ คือ หนังผีที่ชวนติดตาม ตั้งแต่ เริ่มประกาศสร้าง ความน่าสนใจอยู่ที่ การนำเรื่องราวของ ‘กิ่งแก้ว’นักโทษประหารคดีลักพาตัวเด็กก่อนจะฆาตกรรม มาสร้าง โดยมี ‘ทราย เจริญปุระ’มารับบท ‘กิ่งแก้ว’คือ งานกำกับหนังผี ของ ‘เอกชัย ศรีวิชัย’ผลิตในนาม ‘แม่เรียงฟิล์ม’ร่วมกับ‘MStudio

‘กิ่งแก้ว’ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้มีอาการทางจิตที่เข้าไปพัวพันกับคดีลักพาตัวและฆ่าเด็ก แม้หลักฐานจะมัดตัวแน่นหนา แต่เธอยังคงยืนยันว่า “ฉันไม่ผิด” ก่อนถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยความอาฆาตแค้น วิญญาณของกิ่งแก้วจึงกลับมาหลอกหลอนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งในคุกและนอกคุก ต่างเผชิญความตายและความวิปลาสอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เหม อดีตคนรัก และ มี้ ภรรยาใหม่ ต้องเข้าไปพัวพันกับคำสาปและความจริงในอดีต เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดจากวิญญาณอาฆาตที่ไม่ยอมปล่อยใครไปง่ายๆ

‘กิ่งแก้ว’คือหนังผีที่เป็นหนังผีผีหลอกวิญญาณหลอนจริงๆอิงจากผีสาวนักโทษประหาร ที่ร่ำลือกันถึงความเฮี้ยนจากในคุก ผสมกับ เรื่องแต่ง เรื่องที่เขียนขึ้น เพื่อสร้างความหลอน ความน่ากลัวๆแม้จะ อิง จาก คดีดัง ที่ เจ้าตัว ยืนยันจน ตายว่า “ฉันไม่ผิด” แต่ ตัวหนัง ก็ไม่ได้เน้นหรือให้ น้ำหนัก ไปในการ ฟอกขาว หรือ การพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ คืน ความยุติธรรม ให้กับ กิ่งแก้ว มีเพียงการเปิดตัวฆาตกรตัวจริงตั้งแต่ต้นเรื่องที่ตัวของ‘กิ่งแก้ว’มีส่วนพัวพัน

‘กิ่งแก้ว’เปิดเรื่องไปที่ กิ่งแก้ว ตั้งแต่ก่อนต้องคดี เกิดคดี มาจนถึง ถูกประหาร ตัวหนัง ทำออกมาได้ดี บรรยากาศของหนังฆาตกรรม การสืบคดี มาแบบจัดเต็ม ในคุก ฉากประหาร ชวนหลอนรู้สึกโหดๆภาพ/เสียง/บรรยากาศน่ากลัวจริงๆช่วงนี้..หนังเน้นๆไปที่ตัวกิ่งแก้วก่อนที่ ตัวหนัง จะ ฉีกออกไป เป็น หนังผีแก้แค้นผีอาฆาต ที่ตามจัดการ คนที่เกี่ยวข้องกับความตายของ กิ่งแก้วผู้พิพากษา-เพชฒฆาตคนร้ายตัวจริงคนรักกับเสียงน่ากลัวๆ“ฉันไม่ผิด“ผีกิ่งแก้ว..อยู่ในที่มืดน้ำหนักกระจายไปที่ตัวละครหลักๆคนอื่นๆแม้ ในช่วงนี้ หนังจะออกมามสนุกตื่นเต้น แต่ก็ยัง มีบางฉากบางตอน ที่ดูง่ายๆ หรือดูไม่สมจริง ไปสักนิด อาทิเช่น ฉากสู้กับผี ในคุกความรู้สึกมันเหมือนหลอกตามากไปสักนิด
น่าเสียดาย ที่ หนังเลือกที่จะ สร้างเรื่องราว สตอรี่ ตัวละครมาเจอกับ ผีกิ่งแก้ว แต่ไม่มีการ ใส่/พูดถึงเรื่องเล่าตำนานผีกิ่งแก้วที่ยังวนเวียนอยู่ในคุกเลยรู้สึกสะดุดๆไปสักนิด

เอกชัย ศรีวิชัย ทำ ‘กิ่งแก้ว’ออกมา เป็นหนังผีที่ น่ากลัว ชวนขนหัวลุก ไม่มีนอกเรื่องนอกราว ไม่มีตลกเลอะเทอะ ขายความน่ากลัว จากเนื้อเรื่อง เทคนิคพิเศษ และ พลังการแสดงของ นักแสดงไม่เน้นขายนักแสดงดังๆ ไม่ขายแฟนคลับ แต่ เน้น ดึงนักแสดงรุ่นเก่าๆ ทั้งที่เคยร่วมงานและคุ้นเคย มารับบท ที่เข้ากับตัวละครจริงๆ ทำให้ กิ่งแก้ว เป็น หนังที่ออกมาดี จริงๆ
และ กิ่งแก้ว ยังพิสูจน์ ให้เห็นว่า ฝีมือการแสดง แม้จะเป็น รุ่นเก๋า แต่ถ้า เล่นดี..เข้ากับบท คนดูก็ยังให้การยอบรับ

ทราย-อินทิรา เจริญปุระ เป็น ‘กิ่งแก้ว’…ที่ดูน่าสงสาร น่าเวทนา กับ ชะตากรรม..กรรมที่ตัวเอง ไม่ได้ก่อ หรือดูน่ากลัว เป็น ‘ผีกิ่งแก้ว’ที่ชวนขนหัวลุกหน้าตาท่าทางดูสยองผองขน ตลอดทั้งเรื่อง แทบจะไม่มีความสวยงามดูโทรมๆบางช่วงบางมุมดูเอ๋อเอ๋อทุกฉากทุกตอนทุกอารมณ์ทรายเล่นดีเอาอยู่..จนรู้สึกเหมือนเป็นกิ่งแก้วจริงๆ

สายป่าน-อภิญญา สกุลสุข ในบท มี้ ต้องมาเจอเจอะ สู้รบตบมือ กับ ‘ผีกิ่งแก้ว’ มาในแบบสาวมั่นสาวห้าวที่ ผีแรงมา..แรงกลับผี ดูเป็นคู่ปรับ ที่สมน้ำสมเนื้อ กับ ทราย ..จริงๆ

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ รับบทเป็น เหม น่าจะเป็น ผู้ชายคนเดียว ที่ดูดี/ดูหล่อ เป็นความสดใส ในความน่ากลัว ได้แสดงใน บทที่หลากหลาย ดราม่า เรื่องรักกับสองสาว เผชิญหน้ากับผี ซึ่งกันก็เล่นได้ดีตามมาตราฐาน(เพียงแต่..แม้จะ เล่นรับส่งบทกับ สองสาว ทราย/สายป่าน ได้แต่ แต่ด้วย ความต่างวัย เลยรู้สึกขัดๆ เหมือนเป็นน้องชายมากกว่าจะเป็นคู่รัก/แฟน

สนธยา ชิตมณี ดูดีมาดดีสีหน้าท่าทางสมกับเป็น ปฐม เพซฆาตสำเร็จโทษนักโทษประหารเล่นนิ่งๆไม่มีหลุดดูแล้วเชื่อว่าเป็นจอมขมังเวทย์ในแดนนักโทษจริงๆ

เอกชัย ศรีวิชัย มารับบท ลุงโสม ผู้เรืองวิชา ที่มาต่อกรกับ ‘ผีกิ่งแก้ว’ดูขลัง ดูเป็นพ่อครู..จริงๆ ออร่า..มาแบบเต็ม..ในแบบ พ่อครู(เสียดาย อยู่นิด ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เหมือน จะมีการ พากย์เสียงทับ น้ำเสียง ดูไม่ เหมือน เอกชัย เลยทำให้ ลดทอน พลังของ พ่อครู ไปไม่น้อยทีเดียว)

พิมพ์พรรณ ชลายคุปต์ เป็น วัลภา นายจ้างของ กิ่งแก้ว พี่สาวของ และเป็น แม่ของเด็กน้อยที่ถูกฆ่าตาย บทนิ่งๆ แต่มีอะไรๆ ให้เล่นเยอะ เป็นอีกหนึ่งตัวละครมที่คนดูจะไม่สงสาร

ป๋อง-กพล ทองพลับ รับบทนายตำรวจที่จับกิ่งแก้ว และทวนเวียนกับ คดีผีกิ่งแก้ว เป็นบทที่ ออกจะจริงจังในแบบสบายๆ ไม่เน้นตลกเฮฮา แต่เป็น ตัวละครที่ มาช่วย ผ่อนคลาย สร้างรอยยิ้มในกับเรื่อง ในแบบที่กำลังดี ลืม..ภาพ ตลกโปกฮา ที่คุ้นตามา น้ำเสียง/สีหน้า ของ ป๋อง สร้างรอยยิ้มได้ดีจริงๆ

ธเนศพิพัฒ สุทธิหิรัญดำรงค์ (แน็กกี้ ลิเกฮีโร่) กับ ไปส์ ภาคียะ โพธิ์เงินเป็นสองตัวร้าย ที่มาแบบร้าย จนคนดูเกลียดโหดเหี้ยม จนคนดู รอดูจุดจบ รอดูว่า ผีกิ่งแก้ว จะจัดการ อย่างไร

ต้องชม งานด้านโปรดักชั่น ของ ‘กิ่งแก้ว’ออกมาดีงาม ภาพ/การจัดแสง/การตัดต่อ ซีจี เทคนิคพิเศษ ดีงาม ขยี้ด้วย ดนตรีประกอบ ฉาก/เสื้อผ้าหน้าผม พาย้อนกลับไป ในช่วงปี 2522 จริงๆกิ่งแก้ว อาจจะยังมี ข้อบกพร่องบ้างอะไรบ้าง ไม่โดนใจ ใครหลายคน แต่..สำหรับ คอหนัง..แฟนหนัง ที่ดูหนัง น่ากลัวๆ ไม่ต้องคิดมาก หรือ เป็น FC แฟนหนังของ เอกชัย ศรีวิชัย ก็น่าจะสนุกไปกับตัวหนังแน่นอน น่ากลัว หลอนในระดับ 7/10 หัวกระโหลก

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นับถอยหลังสู่วาระแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยทั่วประเทศเตรียมพร้อมเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พร้อมออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

เริ่มที่พระเอกมากความสามารถ มิกค์ ทองระย้า เผยถึงรัฐบาลในอุดมคติว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะไปเลือกนายกรัฐมนตรีที่สามารถพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาของประชาชนให้ตรงจุดโดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพราะตัวผมเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหาร ถ้าเศรษฐกิจดีจะส่งผลให้ผู้คนมีความเชื่อมั่นและเพิ่มการใช้จ่าย ดังนั้นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้มาใช้สิทธิใช้เสียงของเราให้เกิดประโยชน์รวมพลังคนไทยเลือกอนาคตของประเทศด้วยกัน”

ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน พระเอกหนุ่มสุดฮอต เปิดใจถึงการเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า“ตัวผมเองศึกษานโยบายของแต่ละพรรค รวมถึงส่องแนวคิดและวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบตต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าแต่ละท่านมีทัศนคติอย่างไร ต้องบอกว่านโยบายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็พูดได้แต่ทัศนคติของผู้นำเป็นตัวชี้วัดว่าใครสามารถจัดการกับปัญหาได้ ส่วนตัวผมอยากได้รัฐบาลที่ไม่เห็นแก่ตัว มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มองทุกคนอย่างเท่าเทียม และมองเห็นคนตัวเล็กๆให้มากขึ้นแน่นอนว่านอกจากการเลือกตั้งหาผู้นำประเทศแล้ว ยังมีเรื่องการออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มาร่วมใช้สิทธิของเรานะครับ”

ซัน-ก้องภพ  บรรณทอง นักแสดงน้องใหม่ตัวแทน Gen Z เผยความรู้สึกถึงการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ กับการเลือกตั้งครั้งแรก แม้จะมีประสบการณ์เลือกตั้งประธานนักเรียนมาบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นวาระระดับชาติเลยทำการบ้านเรื่องบัตรเลือกตั้ง รวมถึงเช็กข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง ผมว่าแค่ชอบหรือถูกชะตาไม่พอ ต้องศึกษานโยบายแต่ละพรรค ว่าสามารถบริหารและแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ พูดจริงทำจริงไม่ขายฝัน คุณไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่การกระทำต้องชัดเจนกว่าคำพูด และขอเน้นเรื่องการศึกษา เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความสำคัญการใช้ชีวิต ดังนั้นขอเป็นอีกหนึ่งเสียงของคนรุ่นใหม่ ชวนคนไทยมาเลือกตั้งกันนะครับ”

อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลังมีโอกาสได้ขึ้นเวทีดีเบตไป  พูดตรง ๆ ว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ก็อย่าลืมว่าพูดอะไรกับประชาชนไว้ ต้องทำให้ได้ บอกตามตรงว่ากลัวพวกไม่รักษาคำพูด แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง บอกเลยว่าดูออกว่าใครโกหก ใครมาขายฝัน  อย่างไรครั้งนี้ก็ขอใช้สิทธิของตัวเองอีกครั้ง และอยากเชิญชวนทุกคนให้เข้าคูหากาเบอร์ที่จะพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า”ปิดท้ายด้วยตัวพ่อเล่าข่าว

 เอกชัย ศรีวิชัย จากรายการ เปิดจอจ้อข่าว ที่เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของการเลือกตั้งว่า “การทำรายการ เปิดจอจ้อข่าว ทำให้เราเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่บ้านนี้เมืองนี้ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนคือปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ต่อมาคือสวัสดิการต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ ความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนรวมไปถึงการยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศที่ใกล้เคียงหรือประเทศที่พัฒนาแล้วนอกจากการใช้สิทธิอยากรณรงค์เรื่องงดขายเสียง เมื่อไหร่ที่เราขายเสียงไปแล้วหมดสิทธิ์ที่จะต่อว่าเขา จำไว้ว่าทุกการลงทุน ย่อมหวังผลประโยชน์ตอบแทนเสมอ ดังนั้นเลือกคนดีใช้สิทธิอย่างมีเกียรตินะครับ”

เกรท – สพล เปิดเผยว่า“ทุกสิทธิทุกเสียงมีความหมาย ประเทศของเราจะเป็นอย่างไร จะก้าวไปในทิศทางไหนขึ้นอยู่ที่ปลายปากกาของทุกคนแล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569    กันนะครับ”

ไบร์ท – รพีพงศ์ เปิดเผยว่า “การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญและเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้พลังเสียงของตัวเองร่วมสร้างสรรค์ประเทศ เพราะฉะนั้นในวันเลือกตั้งอย่าลืมเตรียมเอกสารแสดงสิทธิไปให้พร้อม ขอเชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ”

แจม – รชตะ เปิดเผยว่า “การเลือกตั้ง คือ การที่เราทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ของเราเอง เป็นเจตนารมณ์ของพวกเราที่สะท้อนถึงทิศทางอนาคตของประเทศที่อยากเห็น อยากเชิญชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และร่วมออกเสียงประชามติ เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกันครับ”

มิ้วส์ – อรภัสญาน์ เปิดเผยว่า“การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้พลังเสียงของตัวเองร่วมกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และร่วมออกเสียงประชามติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นค่ะ”

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.57 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นประเด็นดรามาสนั่นโซเชียล เมื่อเทรนด์ฮิต  ห่มสไบใส่ยีน กำลังกลายเป็นไวรัล ซึ่งเมื่อ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ เจ้าของตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2023 และรองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Universe 2023 ลุกขึ้นมาทำคอนเทนต์โชว์ความเป็นไทย กลับเจอชาวเน็ตแซะแรงว่าเธอนั้น ซื้อสไบมาจากแอปจีน ไม่ได้ช่วยอนุรักษ์ผ้าไทยจริง 

ล่าสุดทางเพจ ภูษาผ้าลายอย่าง ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่า 9 หมื่นคนได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า จากดรามาที่มีคนกล่าวว่าน้องแอนโทเนีย  ใส่ผ้าสไบจากจีนบ้าง หรือไม่ใช่ผ้าไทยบ้าง ไม่สนับสนุนของไทยบ้าง  

มันจะเป็นผ้าจากจีนหรือชาติอื่นได้อย่างไรคะ  เพราะแบรนด์เราทำเองกับมือ  ผ้าสไบสีกลีบบัวที่แอนห่ม ทางแบรนด์ โดย อ.ธนิต ออกแบบมาจาก ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งมีหลักฐานความเป็นมาเก่าแก่อ้างไปถึงสมัยสุโขทัย ดังปรากฏเป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นรูปเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  

เหตุใดจึงเรียก ‘พุ่มข้าวบิณฑ์’ อุปมาดั่งบาตรภิกษุ  เมื่อศรัทธาญาติโยมนำข้าวมาใส่บาตรถวาย พูนเป็นจอมแหลมขึ้นไป   เมื่อจิตรกรเห็น จึงนำมาออกแบบลาย ให้งดงามและพัฒนาจนเป็นลวดลายที่สื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างดีเยี่ยม

แอบแปลกใจและคิดน้อยใจอยู่บ้างที่คนไทยกลับมองด้อยค่าผลงานคนไทยกันเอง ทั้งที่เราเพียรทำและออกแบบผลงานสร้างสรรค์ผลงานกับมือ เพราะผลงานของเราไม่ใช่แค่ผ้าไทย  แต่เป็นผลงานศิลปะที่เราทำจากใจ 

ขอบคุณภาพ : ภูษาผ้าลายอย่าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตะลึงทั้งโซเชียล แอนโทเนีย เสิร์ฟลุคห่มสไบใส่ยีนส์ สวยปังตามเทรนด์ Bangkok City

จ๊ะ นงผณี เผยดีใจสุดๆ อัปเดตอาการคุณพ่อขยับตัวแรงมาก-ม่านตาเล็กลง

จ๊ะ นงผณี เผยดีใจสุดๆ อัปเดตอาการคุณพ่อขยับตัวแรงมาก-ม่านตาเล็กลง

จ๊ะ นงผณี เผยดีใจสุดๆ อัปเดตอาการคุณพ่อขยับตัวแรงมาก-ม่านตาเล็กลง

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.44 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากที่นักร้องสาวลูกทุ่งยอดกตัญญู จ๊ะ นงผณี มหาดไทย เจอมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ หลังคุณพ่อพลายประสบอุบัติเหตุและกำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาอัปเดตอาหารคุณพ่อประดิษฐ์ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว “@jaja_nongpanee” ระบุว่า

“วันนี้พ่อขยับขา ขยับตัวแรงมาก ม่านตาเล็กลงด้วย ดีใจสุดๆไปเลย .. เรื่องวิทยาศาสตร์ก็ให้เป็นหน้าที่คุณหมอ ส่วนเรื่องทำบุญ สวดมนต์ นั่งสมาธิ กำลังใจ ให้เป็นหน้าที่ของลูกและครอบครัว”

อาจารย์อุ๋ย เคลื่อนไหว โพสต์ขอโทษ นุ่น วรนุช – ต๊อด ปิติ ยืนยันสำนึกผิดแล้ว

อาจารย์อุ๋ย เคลื่อนไหว โพสต์ขอโทษ นุ่น วรนุช - ต๊อด ปิติ ยืนยันสำนึกผิดแล้ว

อาจารย์อุ๋ย เคลื่อนไหว โพสต์ขอโทษ นุ่น วรนุช – ต๊อด ปิติ ยืนยันสำนึกผิดแล้ว

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.39 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 เฟซบุ๊ก อ.อุ๋ย ชนิษฐา สัตย์ซื่อ กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งโดยการขอโทษ นางเอกสาวชื่อดัง นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และสามี ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี หลังเคยแอบอ้างถึงนางเอกดัง นุ่น วรนุช โดยทาง  อ.อุ๋ย โพสต์ข้อความว่า 

“ข้าพเจ้า นางสาวชนิษฐา สัตย์ซื่อ ขอโพสต์ข้อความนี้ถึงคุณนุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี และคุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ในเรื่องเกี่ยวกับการที่ข้าพเจ้าได้เคยกล่าวพาดพิงถึงในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ ชื่อเสียง โดยที่ไม่ได้มีการไตร่ตรองให้ดี

วันนี้ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจต่อการกระทำดังกล่าว จึงประสงค์จะชี้แจงต่อสังคมว่าข้อความที่ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงทั้งสองท่านในทางเสียหายไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

สุดท้าย ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าสำนึกผิดในการกระทำความผิด สิ่งที่ข้าพเจ้ากล่าวอ้างอิงถึงคุณนุ่น คุณต๊อด ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด และข้าพเจ้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่กระทำอย่างนี้กับบุคคลอื่นอีกต่อไป ขอบคุณทั้งสองท่านที่ได้ให้โอกาสข้าพเจ้าในวันนี้”

ต่อมาทางต๊อด ปิติ ได้ออกมาแชร์โพสต์จากเฟซบุ๊กของ อ.อุ๋ย  พร้อมแคปชั่น “จบลงด้วยดีครับ”

ตาวิเศษเห็นนะ เจนสุดา ทิ้งบอมบ์ปริศนาถามแรง เป็นคนดีกี่โมง ชาวเน็ตจับตาปมร้าวเพื่อนรักร้อยล้าน

ตาวิเศษเห็นนะ เจนสุดา ทิ้งบอมบ์ปริศนาถามแรง เป็นคนดีกี่โมง ชาวเน็ตจับตาปมร้าวเพื่อนรักร้อยล้าน

ตาวิเศษเห็นนะ เจนสุดา ทิ้งบอมบ์ปริศนาถามแรง เป็นคนดีกี่โมง ชาวเน็ตจับตาปมร้าวเพื่อนรักร้อยล้าน

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.28 น.

ต่อมเผือกสั่นสะเทือนทั้งวงการ เมื่อนางเอกสาวและดีไซเนอร์ตัวแม่ เจนสุดา ปานโต ออกมาทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่ผ่านสตอรี่อินสตาแกรม งานนี้ไม่มีชื่อแต่มีสะดุ้ง เพราะแต่ละคำที่ฟาดออกมานั้น.. บอกเลยว่าแรงระดับ 10 ริกเตอร์!

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อสตอรี่ล่าสุดของสาวเจนสุดาไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการตั้งคำถามถึง มโนธรรม ของใครบางคนด้วยข้อความสุดจึ้งแบบนี้

เจนสุดา ปานโต

“ปล่อยมาให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ‘แก้ผิดให้เป็นถูก’ !!”

“คำถามคือ ‘ได้ทำหรือยัง’”

“เป็นคนดีกี่โมง?”

“อะอะ ตาวิเศษเห็นนะ”

เจนสุดา ปานโต

ทำเอาชาวเน็ตต้องรีบทำการบ้านด่วน เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือหนาหูเรื่อง มิตรภาพร้อยล้าน ที่ถูกหักหลังกันแบบเจ็บแสบ โดยมีการพุ่งเป้าไปที่ประเด็นการหลอกเอาเงินเพื่อนที่ไว้ใจไปใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายกันทั้งครอบครัว พอมาเจอคำว่า ตาวิเศษเห็นนะ เข้าไปแบบนี้ แฟน ๆ เลยฟันธงว่าสาวเจนสุดาต้องมีทีเด็ดหรือหลักฐานบางอย่างอยู่ในมือแน่นอน! งานนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ดราม่าดาราซะแล้ว แต่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ระดับแวดวงไฮโซที่ต้องจับตามองกันนาทีต่อนาที!

เจนสุดา ปานโต

ซึ่ง เพื่อนรัก คนดังกล่าวจะออกมาแก้ตัวว่ายังไง หรือจะยอม แก้ผิดให้เป็นถูก ตามคำท้า? ต้องมารอลุ้นกันว่าใครคือคนที่สาวเจนสุดากำลังถามหาว่า เป็นคนดีกี่โมง?

เจนสุดา ปานโต

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม janesuda

ปล่อยช็อตเด็ดทำใจละลาย เบนซ์ พริกไทย คุณแม่ลูกสองยังเป๊ะเวอร์ ชมคลิป

ปล่อยช็อตเด็ดทำใจละลาย เบนซ์ พริกไทย คุณแม่ลูกสองยังเป๊ะเวอร์ ชมคลิป

ปล่อยช็อตเด็ดทำใจละลาย เบนซ์ พริกไทย คุณแม่ลูกสองยังเป๊ะเวอร์ ชมคลิป

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.12 น.

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาชาวเน็ตตาค้างต้อนรับต้นเดือน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา คุณแม่ยังสาวเจ้าของฉายานางเอกมิวสิกวิดีโอในตำนานอย่าง เบนซ์-ดริณทร์รัฎ มีนะวาณิชย์ หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ เบนซ์ พริกไทย ได้ออกมาโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวในลุคที่ต้องบอกว่าพริกยกมาทั้งสวน

โดยสาวเบนซ์มาในชุดชั้นงานลูกไม้สีชมพูหวานแต่แฝงความเซ็กซี่ระดับสิบ โพสท่าสวยสับอยู่บนเตียงนอนและมุมต่าง ๆ ในห้องพัก เผยให้เห็นหุ่นสุดเป๊ะที่ยังดูดีไม่มีเปลี่ยนแม้จะเป็นคุณแม่ลูกสองแล้วก็ตาม งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงอดใจไม่ไหว แห่กันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันจนไอจีแทบแตก เช่น

เบนซ์ พริกไทย

“เกินปุยมุ๊ย”

“ตายๆๆๆๆๆๆ”

“ขุ่นแม่!!!!! ตีก้นข่ะ สวยสับ”

“อิจฉาตากล้องค้าบ”

เบนซ์ พริกไทย

สำหรับประวัติคร่าว ๆ ของ เบนซ์ พริกไทย เธอเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2528 ปัจจุบันอายุ 40 ปี โด่งดังจากการเป็นนักร้องนำวง พริกไทย สังกัด RS โดยมีเพลงฮิตติดหูคนไทยทั้งประเทศอย่างเพลง รักสามเศร้า, หนี และ ความเหงาเข้าใครออกใคร ก่อนจะผันตัวไปทำธุรกิจส่วนตัวและทำหน้าที่คุณแม่ดูแลลูกๆ น้องเบบี๋ และ น้องซันเดย์ อย่างเต็มตัว แต่ก็ยังคงความสวยแซ่บให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอยู่เสมอครับ

เบนซ์ พริกไทย
เบนซ์ พริกไทย
เบนซ์ พริกไทย
เบนซ์ พริกไทย
เบนซ์ พริกไทย
เบนซ์ พริกไทย

เบนซ์ พริกไทย

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม khunmaebenze