‘25 ปี ฮาโก้’ ส่งมอบความปลอดภัย พลังงานสะอาด การพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่เยาวชนและชุมชน

‘25 ปี ฮาโก้’ ส่งมอบความปลอดภัย พลังงานสะอาด การพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่เยาวชนและชุมชน

‘25 ปี ฮาโก้’ ส่งมอบความปลอดภัย พลังงานสะอาด การพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่เยาวชนและชุมชน

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.46 น.

บริษัท ฮาโก้ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำบทบาทผู้นำอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพของไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ผ่านโครงการ “25 ปี ฮาโก้: ส่งมอบความปลอดภัย เพื่อโลกที่ยั่งยืน” Haco’s 25th Anniversary: Delivering Safety for a Sustainable World in 2025) ภายใต้แนวคิดหลัก ปลอดภัยที่หนึ่ง ยั่งยืนเสมอ (Safety First, Sustainability Always)” ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรม CSR ลงพื้นที่โรงเรียนเป้าหมายใน 5 จังหวัด ระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยทางไฟฟ้า พลังงานสะอาด และการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่เยาวชนและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของฮาโก้ ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีขององค์กร โดยมุ่งใช้ องค์ความรู้” เป็นของขวัญแทนการให้ พร้อมผนึกความร่วมมือกับ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre: EEC) ในการออกแบบเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ครอบคลุมมิติความปลอดภัย พลังงานสะอาด และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

นายวรกิตติ์ วาณิชยรรยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาโก้ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการ ‘25 ปี ฮาโก้: ส่งมอบความปลอดภัย เพื่อโลกที่ยั่งยืน’ เป็นบทพิสูจน์ว่าความเชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าที่เราสั่งสมมากว่า 25 ปี สามารถต่อยอดเป็นพลังบวกให้กับสังคมได้จริง ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดเพียงจำนวนโรงเรียนหรืออุปกรณ์ที่ส่งมอบ แต่คือการได้เห็นเยาวชนเข้าใจเรื่องความปลอดภัย พลังงานสะอาด และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมในอนาคต ฮาโก้เชื่อว่าการเข้าถึงพลังงานอย่างปลอดภัยคือหัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นมากกว่าผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่เป็นองค์กรที่ร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ภายใต้แนวคิด ‘Safety First, Sustainability Always’ ซึ่งจะยังคงเป็นเข็มทิศนำทางการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมของฮาโก้ต่อไปในระยะยาว

สรุปผลการลงพื้นที่ 5 จังหวัด

การจัดกิจกรรมตลอดระยะเวลา 3 เดือน ครอบคลุมโรงเรียนเป้าหมายรวม 5 แห่ง ได้แก่

 1. โรงเรียนท่าทรายประชาอุปถัมภ์ จ.นนทบุรี (30 ก.ค. 2568)

      พนักงานฮาโก้ 25 คน / นักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 28 คน

 2. โรงเรียนวัดตโปทาราม จ.ชลบุรี (15 ส.ค. 2568)

      พนักงานฮาโก้ 16 คน / นักเรียนชั้น ป.6 จำนวน 35 คน

 3. โรงเรียนวัดวังพระนอน จ.สุพรรณบุรี (5 ก.ย. 2568)

     พนักงานฮาโก้ 20 คน / นักเรียนชั้น ม.2ม.3 จำนวน 27 คน

 4. โรงเรียนวัดท่ามะขาม (ท่ามะขามประชาอุทิศ) จ.ราชบุรี (16 ก.ย. 2568)

     พนักงานฮาโก้ 20 คน / นักเรียนชั้น ป.5ป.6 จำนวน 25 คน

 5. โรงเรียนบ้านหลักเมตร (พริ้งมากราษฎร์อนุสรณ์) จ.นครปฐม (30 ก.ย. 2568)

     พนักงานฮาโก้ 20 คน / นักเรียนชั้น ป.4ป.6 จำนวน 20 คน

กิจกรรมการเรียนรู้ 1 วัน 4 ฐานหลัก

กิจกรรมภาคสนามในแต่ละโรงเรียนใช้ระยะเวลา 1 วันเต็ม ประกอบด้วย 4 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่

 1. “เพิ่มความเข้าใจ เชื่อมไฟความรู้

      เสริมสร้างความรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า ผ่านการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจาก

      พนักงานฮาโก้ การมอบสื่อการเรียนรู้โปสเตอร์ขนาด A1 พร้อมติดตั้งเบรกเกอร์กันไฟดูด และโคมไฟ

      พลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงเรียน

 2. “ห้องเรียนสิ่งแวดล้อมศึกษา

      กิจกรรมเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบจากมนุษย์ และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)    

      โดย ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EECผ่านการแบ่งกลุ่มทำภารกิจสำรวจสิ่งมีชีวิตในพื้นที่จริง พร้อม      

     แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสรุปบทเรียนร่วมกัน

 3. “จับพลังธรรมชาติ สู่พลังงานไฟฟ้า

      ทดสอบความรู้ด้านพลังงานสะอาดผ่าน Fun Quiz และการทดลองจริง โดยให้นักเรียนประกอบพัดลม 

      พลังงานแสงอาทิตย์ด้วยตนเอง เพื่อเรียนรู้การนำพลังงานทดแทนมาใช้ในชีวิตประจำวัน

 4. “ห้องเรียนแบบใหม่ที่เข้าใจสิ่งแวดล้อม

      ระดมความคิดออกแบบห้องเรียนในฝันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ผลิตภัณฑ์ของฮาโก้ เช่น
      เบรกเกอร์ โคมไฟ Solar Lighting และแผงโซลาร์ เป็นองค์ประกอบหลัก สะท้อนการเชื่อมโยง    

      เทคโนโลยีกับการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

นอกจากนี้ ฮาโก้ยังได้ส่งมอบและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิ เบรกเกอร์กันไฟดูด โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เปลี่ยนสวิตช์และปลั๊กไฟที่ชำรุด รวมถึงมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และหนังสือ ให้กับทั้ง 5 โรงเรียน เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ผลลัพธ์ของโครงการ

 • เยาวชนตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน

   นักเรียนเกิดความเข้าใจในการใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และซึมซับ     

   แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 • โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการกระจายองค์ความรู้สู่ชุมชน

    โรงเรียนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดกิจกรรมภายใน และขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ

 • พนักงานฮาโก้มีส่วนร่วมและเข้าใจเป้าหมาย SDGs

    บุคลากรมีความตระหนักและพร้อมร่วมขับเคลื่อนนโยบายความยั่งยืนภายในองค์กร

 • สร้างการรับรู้ในวงกว้างและต่อยอดสู่เป้าหมายระยะยาว

   โครงการเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยความปลอดภัย ความรับผิดชอบ    

   และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“ความสำเร็จของกิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้จากคู่ค้าและพันธมิตรทุกท่าน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งการสนับสนุนด้านทรัพยากร ความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมในภารกิจส่งมอบความปลอดภัยและความยั่งยืนสู่ชุมชน” นายวรกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

โครงการ 25 ปี ฮาโก้: ส่งมอบความปลอดภัย เพื่อโลกที่ยั่งยืน” จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรม CSR แต่เป็น
ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กรในการสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัย แข็งแรง และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกันในทุกมิติ

DBD ยกทัพแฟรนไชส์บุกศรีราชา สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ชาวภาคตะวันออก

DBD ยกทัพแฟรนไชส์บุกศรีราชา สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ชาวภาคตะวันออก

DBD ยกทัพแฟรนไชส์บุกศรีราชา สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ชาวภาคตะวันออก

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.16 น.

‘กรมพัฒนาธุรกิจการค้า’ยกทัพแฟรนไชส์กว่า 40 แบรนด์ บุก”ศรีราชา”สร้างโอกาสทองนักลงทุน !! สร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ชาวภาคตะวันออก พบกันที่งานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ครั้งที่ 1 ที่เซ็นทรัลศรีราชา วันที่ 19 – 22 ธันวาคม 2568  ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธ ให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุน พร้อมโปรโมขั่นส่วนลดมากมาย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโตทั่วประเทศ 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าวันนี้ ( 20 ธ.ค.68) ได้มอบหมายให้นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธานเปิดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ครั้งที่ 1 ณ เซ็นทรัลศรีราชา จ.ชลบุรี ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ให้ความสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนธุรกิจแฟรนไชส์ให้มีมาตรฐาน เข้าถึงง่าย และขยายตลาดไปยังภูมิภาคที่มีศักยภาพ โดย อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถือเป็นทำเลทอง เนื่องจากมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และที่อยู่อาศัย มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยให้เข้าถึงตลาดใหม่ 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ ได้จัดกิจกรรมแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19 – 22 ธันวาคม 2568 ณ ลานโปร โมชั่น A-B เซ็นทรัลศรีราชา จ.ชลบุรี ยกขบวนแฟรนไชส์ชั้นนำกว่า 40 แบรนด์ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม บริการและค้าปลีกโดยคัดเลือกแฟรนไชส์ที่ผ่านมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ได้มีโอกาสเข้าถึงการลงทุน พร้อมรับคำปรึกษาจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์รวมถึงการเจรจาธุรกิจ(Business Matching) พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการจากหลากหลายธุรกิจ เพื่อเป็นเวทีในการขยายธุรกิจ รวมถึงเปิดรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยไฮไลต์สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดงและจำหน่ายสินค้าของธุรกิจแฟรนไชส์ แพ็กเกจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธ ให้คำปรึกษาและสนับสนุนเงินทุน พร้อมเงื่อนไขพิเศษแก่ผู้ที่สนใจ และสามารถลุ้นรับโปรโมชันส่วนลดแฟรนไชส์สุดพิเศษ มูลค่าสูงสุดกว่า 10,000 บาท

ทั้งนี้ กรมฯ เชื่อว่ากิจกรรมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การนำแฟรนไชส์มาจัดแสดง แต่เป็นโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าถึงข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน รวมถึงได้ทดลองสินค้าด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่เริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และมีโอกาสในการทำธุรกิจได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจแต่ยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน

ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมทั้งสิ้น 1,253 ราย แบ่งเป็น ธุรกิจอาหาร 556 ราย (44%) ธุรกิจบริการ 200 ราย (16%) ธุรกิจค้าปลีก 177 ราย (14%) ธุรกิจเครื่องดื่ม 165 ราย (13%) ธุรกิจความงามและสปา 85 ราย (7%) ธุรกิจการศึกษา 70 ราย (6%)

“โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์พื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงาน ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025’ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 19-22 ธันวาคม 2568 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G เซ็นทรัลศรีราชาจ.ชลบุรีเพื่อเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ประชาชนผู้สนใจและนักลงทุนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์สายด่วน 1570โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5953และ e-Mail : franchisedbd@gmail.com

-(016)

อย. พลิกโฉมสุขภาพคนไทยสู้ภัย NCDs เปิดงาน ‘มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ’

อย. พลิกโฉมสุขภาพคนไทยสู้ภัย NCDs เปิดงาน ‘มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ’

อย. พลิกโฉมสุขภาพคนไทยสู้ภัย NCDs เปิดงาน ‘มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ’

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี : กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดงานใหญ่ส่งท้ายปี “มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice Expo) ระดมทัพภาคีเครือข่ายสุขภาพและผู้ประกอบการชั้นนำ ปลุกกระแสปรับพฤติกรรม “ลดหวาน มัน เค็ม” พร้อมมอบรางวัลคนรุ่นใหม่สร้างสรรค์สื่อดี โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในพิธีเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงวาระเร่งด่วนทางสุขภาพของไทยว่า “วันนี้เรากำลังเผชิญหน้ากับ ‘มหันตภัยเงียบ’ ที่ชื่อว่าโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs จากรสชาติอาหารหวาน มัน เค็ม ที่เราคุ้นเคย ซึ่งไม่เพียงแต่กัดกินสุขภาพของคนไทย แต่ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและระบบสาธารณสุขของประเทศ คิดเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจึงไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเพียงแค่การรักษา แต่เรากำลังมุ่งเน้นที่ ‘การป้องกันเชิงรุก’”

“งานมหกรรมในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงงานจัดแสดงสินค้า แต่คือ ‘สัญลักษณ์แห่งความร่วมมือ’ ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ที่พร้อมใจกันส่งมอบ ‘ทางเลือก’ ที่ดีกว่าให้กับประชาชน สัญลักษณ์โภชนาการ ‘ทางเลือกสุขภาพ’ เปรียบเสมือนเข็มทิศที่จะช่วยนำทางให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ผมเชื่อมั่นว่า การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อยในวันนี้ ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่สังคมไทยที่แข็งแรงและยั่งยืนในอนาคตครับ”

ด้าน เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า “สถานการณ์โรค NCDs อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากพฤติกรรมการบริโภค อย. จึงเดินหน้าขับเคลื่อนการใช้สัญลักษณ์โภชนาการ ‘ทางเลือกสุขภาพ’ (Healthier Choice) ซึ่งพัฒนาร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นเครื่องมือเลือกซื้ออาหารที่มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ช่วยลดความซับซ้อนในการอ่านฉลากโภชนาการ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น”

ภายในพิธีเปิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังได้มอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดวีดิทัศน์ผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกสุขภาพ จำนวน 6 รางวัล (ระดับมัธยมศึกษาและประชาชนทั่วไป) เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสื่อสารเรื่องราวดี ๆ ด้านสุขภาพสู่สังคม

สำหรับงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice Expo) จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
3 วันเต็ม อัดแน่นด้วยกิจกรรมสาระและความบันเทิงครบวงจร ได้แก่:

  • Healthier Market: ช้อปจุใจกับทัพสินค้าที่ได้รับสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพในราคาพิเศษสุด
  • Healthier Choice Pavilion: นิทรรศการความรู้รูปแบบเสมือนจริง เปิดโลกสุขภาพยุคใหม่
  • Healthier Cooking: ชมการสาธิตเมนูสุขภาพรสเลิศ โดยเชฟชื่อดัง “เชฟพฤกษ์” จากรายการ Iron Chef
  • Health Check-Up: บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและรับคำปรึกษาโภชนาการฟรี

“งานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สุขภาพที่ดีสามารถเข้าถึงได้และทำได้จริง อย. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพ ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม พร้อมทั้งใส่ใจฉลากโภชนาการ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงโรค NCDs และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว” เลขาธิการฯ อย. กล่าวทิ้งท้าย

ขอเชิญชวนผู้รักสุขภาพร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ – 21 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fda.moph.go.th หรือ Facebook: FDAThai

โภชนาการกับการออกกำลังกาย พลังเบื้องหลังที่หลายคนมองข้าม

โภชนาการกับการออกกำลังกาย พลังเบื้องหลังที่หลายคนมองข้าม

โภชนาการกับการออกกำลังกาย พลังเบื้องหลังที่หลายคนมองข้าม

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

ไม่ว่าจะเป็นสายโหดที่อยากทำลายสถิติของตัวเองในยิม หรือเป็นสายฟิตที่เตรียมตัวฝึกว่ายน้ำกลางแจ้งครั้งแรก หรือจะเป็นสายแข่งที่ขยันซ้อมเพื่อปั่นจักรยานระยะไกล ก็ควรหันมาให้ความสำคัญกับโภชนาการหรืออาหารที่รับประทาน ควบคู่ไปกับวิธีการฝึกซ้อม

ทั่วทั้งเอเชียกำลังเกิดกระแสรักสุขภาพย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มาราธอนและไตรกีฬาที่สิงคโปร์ การแข่งขันเรือในเกาหลี การวิ่งเทรลในฮ่องกง ไปจนถึงกิจกรรมวิ่งที่เฮอร์บาไลฟ์เข้าร่วมสนับสนุนในอินโดนีเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม ทำให้คนจำนวนมากหันมาท้าทายความอึดของร่างกาย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็มาพร้อมกับการต้องทำความเข้าใจว่า โภชนาการไม่ใช่แค่เรื่องการกิน แต่คือเครื่องมือสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

คริสซี่ ไลนส์ (Krissy Lines) ผู้อำนวยการฝ่ายสมรรถภาพทางกีฬา โภชนาการ และการศึกษา เฮอร์บาไลฟ์ จะพาทุกคนมาเจาะลึกว่า ทำไมโภชนาการถึงเป็นกุญแจสำคัญของสมรรถภาพทางกีฬา ไม่ว่าจะสำหรับนักกีฬามืออาชีพหรือคนที่เพิ่งเริ่มต้นออกกำลังกาย

ฝึกหนักอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูแลโภชนาการด้วย

ลองนึกว่าร่างกายเป็นเหมือนเครื่องยนต์รถแข่งสมรรถนะสูง ถ้าไม่ได้รับเชื้อเพลิงที่เหมาะสม เครื่องยนต์ก็ไปได้ไม่ไกลและไม่เร็ว แม้เราจะมีแผนการฝึกซ้อมที่เข้มข้น แต่หากไม่มีแผนโภชนาการมารองรับ ผลลัพธ์ก็อาจไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นสายออกกำลังวันหยุด หรือนักวิ่งมาราธอนมืออาชีพ โภชนาการกีฬาก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับทุกช่วงของการฝึก

สร้างผลลัพธ์ที่ดี ด้วยสารอาหารที่ใช่

โภชนาการเริ่มจากพื้นฐาน นั่นคือแคลอรีและสารอาหารหลัก หรือ macronutrients ที่ปรับให้เหมาะกับเป้าหมายความฟิตของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานหลักของการออกกำลังกายแบบฝึกความอดทน ควรทานคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายก่อนออกกำลัง 30–45 นาที เพื่อรักษาพลังงานโดยไม่รบกวนระบบย่อย ซึ่งอัตราแนะนำสำหรับการฝึกทั่วไปคือ 5.5–7 กรัมต่อกิโลกรัมของน้ำหนักตัว ส่วนสายอึดทน endurance อาจต้องการถึง 7–10 กรัม/กก. หรือมากกว่านั้นสำหรับสาย ultra-endurance

โปรตีน จำเป็นต่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ นักกีฬาสาย endurance ควรได้รับ 1–1.3 กรัม/กก. น้ำหนักตัวต่อวัน ส่วนผู้ที่ฝึกหนักหรือ strength training อาจต้องการสูงถึง 2 กรัม/กก.

ไขมัน มักจะถูกมองข้าม แต่ไขมันให้พลังงานระยะยาวและช่วยในการทำงานของเซลล์ ซึ่งควรบริโภคประมาณ 25–30% ของแคลอรีต่อวัน โดยเลือกแหล่งไขมันดี เช่น อะโวคาโด ถั่ว เมล็ดพืช ปลาไขมันดี และน้ำมันอย่างงาหรือน้ำมันมะกอก ซึ่งการทานไขมันที่ดีควรแบ่งทานตลอดทั้งวัน หรือหลังการออกกำลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการย่อยช้าในขณะฝึก

ก่อน ระหว่าง และหลังการออกกำลัง เลือกเวลาทานก็สำคัญ

ก่อนออกกำลัง เติมพลังด้วยคาร์โบไฮเดรตย่อยง่าย เช่น กล้วย ขนมปังขาว ข้าวสวย) 30–45 นาที พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอและเสริมอิเล็กโทรไลต์ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นของเอเชีย เพื่อลดความเหนื่อยล้า

หลังออกกำลัง ภายใน 30–60 นาที ควรทานโปรตีน 20–40 กรัม เช่น โปรตีนเชค เต้าหู้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ คู่กับแหล่งคาร์โบไฮเดรตจาก ผลไม้ ข้าว มันฝรั่ง หรือเส้นก๋วยเตี๋ยว เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเร่งการฟื้นตัว

แค่น้ำเปล่าอาจไม่พอ

การดื่มน้ำสำคัญต่อประสิทธิภาพ เพราะเมื่อออกกำลังอย่างหนัก ร่างกายจะสูญเสียน้ำและอิเล็กโทรไลต์ผ่านเหงื่อ โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนชื้นในเอเชีย หากออกกำลังเกิน 30 นาที ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีโซเดียมและโพแทสเซียม และหากเกิน 60 นาที ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลกลูโคสเล็กน้อยเพื่อรักษาระดับพลังงาน

การพักฟื้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึก

อย่าละเลยการพักผ่อน เพราะเป็นช่วงเวลาฟื้นฟูที่ร่างกายได้พัฒนา ควรนอนให้ได้คุณภาพ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน และมีวันพักเต็มที่อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เนื่องจากการนอนช่วยควบคุมฮอร์โมน ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และเติมพลังงานสำรองให้ร่างกาย

โภชนาการที่ดีต้องปรับให้เข้ากับตัวเอง

แม้แต่ละคนจะมีความแตกต่าง แต่ผลลัพธ์ของ “โภชนาการที่ดี” นั้นใช้ได้กับทุกระดับ ไม่ได้หมายความว่าต้องซับซ้อน เพียงแค่มีความใส่ใจและหมั่นทำเป็นกิจวัตร ที่เฮอร์บาไลฟ์ เราเชื่อในการมอบความรู้และโภชนาการที่ถูกต้อง เพื่อให้ทุกคนปลดล็อกศักยภาพของตัวเองได้เต็มที่ เพราะเมื่อเราเติมพลังอย่างถูกต้อง เราจะไปถึงเป้าหมายและก้าวข้ามมันไปได้ เพื่อใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ

หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพ โปรดติดตาม Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

BKIND สนับสนุนโครงการสร้างสวนป่าจิ๋วในเมือง

BKIND สนับสนุนโครงการสร้างสวนป่าจิ๋วในเมือง

BKIND สนับสนุนโครงการสร้างสวนป่าจิ๋วในเมือง

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อพื้นที่รกร้างใต้ทางด่วน ถูกเนรมิตให้เป็น “สวนของชุมชน” และได้รับการยกระดับให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติ ใช้บรรเทาปัญหาเมือง ด้วยพลังความร่วมมือจากกองทุนรวม คนไทยใจดี (BKIND) และพันธมิตร ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ (BBLAM)

พื้นที่ใต้ทางด่วน ห้วยขวาง 4 ไร่ เดิมเป็น สวนสาธารณะของชุมชน แต่ยังขาดบทบาทด้าน “ระบบนิเวศ” ที่ชัดเจน ทั้งปัญหาเรื่องน้ำขังเป็นหย่อมๆ และพื้นที่ที่ยังไม่รองรับการเติบโตของต้นไม้ตามธรรมชาติ เมื่อทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Refield Lab และ The Next Forest ลงพื้นที่สำ รวจ จึงมองเห็นโอกาสที่จะยกระดับสวนเดิมให้เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ฟื้นตัวเองได้และช่วยเมืองได้จริง ผ่านการออกแบบด้านดิน น้ำ แสง และชนิดพันธุ์พืชอย่างเหมาะสม

กองทุนรวม คนไทยใจดี (BKIND) โดย BBLAM จึงเข้ามาสนับสนุนให้โครงการ Mini Nature Park สวนป่าจิ๋วในเมืองเกิดขึ้นจริง ทั้งด้านงบประมาณ ความร่วมมือและการเชื่อมพลังพันธมิตรที่เชี่ยวชาญแต่ละด้านเข้าด้วยกัน เพื่อให้สวนป่าจิ๋วแห่งนี้เป็นตัวอย่างของการขับเคลื่อนเมืองอย่างยั่งยืน ทีมงานเริ่มจากการสำรวจระดับดิน ออกแบบร่องรับน้ำ ปรับการจัดการน้ำฝน และปลูกพรรณไม้พื้นถิ่นกว่า 280 ต้น ที่เหมาะกับสภาพใต้ทางด่วน โดยนำวัสดุเดิมในพื้นที่กลับมาใช้ใหม่อย่างคุ้มค่า เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพียง “ปลูกต้นไม้เพิ่ม” แต่คือ การสร้างระบบนิเวศที่เติบโตได้จริง ในบริบทของเมือง

เมื่อทีมงาน BBLAM ลงพื้นที่ติดตามงานครั้งล่าสุด ก็พบสัญญาณบวกชัดเจน ทั้งร่องรับน้ำทำงานจริง ต้นไม้แตกใบใหม่ และที่สำคัญได้แรงสนับสนุนสำคัญจากเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวางที่เข้าใจแนวคิดของสวนป่าจิ๋ว ช่วยดูแลและปลูกเสริมได้ด้วยตนเอง นี่คือ หัวใจของความยั่งยืน เพราะพื้นที่จะเติบโตได้ต่อเมื่อมีคนในชุมชนร่วมดูแลอย่างถูกต้อง

ในอนาคตอันใกล้ Mini Nature Park จะเป็นมากกว่าสวนสาธารณะ แต่จะเป็น พื้นที่พักผ่อนธรรมชาติของชุมชนพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและคนเมือง ระบบรองรับน้ำฝน และพื้นที่ช่วยลดความร้อนของเมือง จุดเล็กๆ ที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่ต่อคุณภาพชีวิตรอบข้าง

ทั้งหมดนี้ สะท้อนบทบาทสำคัญของกองทุน BKIND โดย BBLAM ที่ตั้งใจ “ชวนทำดีตั้งแต่บาทแรกของเงินลงทุน” และมีเจตนารมณ์ในการใช้พลังการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนของเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างพื้นที่ต้นแบบที่ดูแลง่าย แต่ให้ประโยชน์สูง และสามารถต่อยอดไปยังพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯ ได้ในอนาคต

Mini Nature Park คือ บทพิสูจน์ว่า เมื่อการออกแบบที่ดีมาพบกับการลงทุนที่ตั้งใจดี ธรรมชาติสามารถกลับมามีพื้นที่ในเมืองและในชีวิตของผู้คนได้จริง 

สยามพารากอนจัดนิทรรศการ ‘TIDE OF TOMORROW’ แสดงผลงานภาพถ่ายสะท้อนปัญหาโลกใต้ท้องทะเลไทย

สยามพารากอนจัดนิทรรศการ ‘TIDE OF TOMORROW’  แสดงผลงานภาพถ่ายสะท้อนปัญหาโลกใต้ท้องทะเลไทย

สยามพารากอนจัดนิทรรศการ ‘TIDE OF TOMORROW’ แสดงผลงานภาพถ่ายสะท้อนปัญหาโลกใต้ท้องทะเลไทย

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามพารากอน Global Landmark Destination ที่มีผู้คนจากทั่วโลกมาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่ง และครองตำแหน่ง Top of Mind ในฐานะหมุดหมายสำคัญที่มอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายทุกครั้งที่มาเยือน สร้างสรรค์นิทรรศการ TIDE OF TOMORROW  ครั้งแรกกับการแสดงผลงานเดี่ยวของ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ภาพถ่ายสะท้อนปัญหาโลกใต้ท้องทะเลไทย เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติในโลกใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน

อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับผลงานของศิลปินไทยให้ทัดเทียมกับศิลปินชั้นนำจากประเทศต่างๆ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติจากทั่วโลก และสานต่อการใช้พื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนวงการศิลปะไทยและงานศิลปะระดับโลก  โดยสยามพารากอนเป็นสถานที่ต้นแบบที่จัดงานเชิดชูศิลปะต่อเนื่องกันมาตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินกว่า 20 ปี  ณ  Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

พิธีเปิดนิทรรศการได้รับเกียรติจาก ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ นักเขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล มาร่วมงาน พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับศิลปินผู้รังสรรค์ผลงาน โดยมี เจย์ สเปนเซอร์  กรรมการผู้จัดการ Woof Pack Bangkok และที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และความร่วมมือพันธมิตรทางศิลปะ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, จริยดี สเปนเซอร์ ที่ปรึกษาด้านพันธมิตรทางศิลปะ และ ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารกลุ่มงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและผู้สนใจงานศิลปะที่มาร่วมชมนิทรรศการอย่างอบอุ่น

นิทรรศการ TIDE OF TOMORROW คือนิทรรศการภาพถ่ายที่รวบรวมผลงานการถ่ายภาพของ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพข่าวชาวไทยที่ได้ร่วมงานกับองค์กรอนุรักษ์ต่างๆ อย่าง IUCN, Save Our Seas Foundation, WildAid, Ocean Conservancy และ curated โดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา ช่างภาพและ บรรณาธิการภาพนิตยสาร National Geographic Thailand จัดแสดงภาพถ่ายโลกใต้ท้องทะเลเพื่อสะท้อนปัญหาของท้องทะเลไทย ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ที่ได้แบกรับภาระจากการใช้ประโยชน์อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาชายฝั่ง, การทำประมงเกินขนาด และมลพิษ

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย กล่าวถึงผลงานการจัดแสดงงานเดี่ยวครั้งแรกว่า “คอนเซ็ปต์ของการจัดนิทรรศการครั้งนี้คือ อยากนำเสนอให้คนที่มาชมนิทรรศการนี้ได้เข้าใจเรื่องของการอนุรักษ์ทะเล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ทางทะเลยังคงอยู่ต่อไปได้ ด้วยการสร้างความเข้าใจว่า ‘การอนุรักษ์’ ไม่ใช่เรื่องของ     ‘การห้าม’ แต่ความสำเร็จของการอนุรักษ์และการฟื้นฟู คือการที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้สูงสุด ยกตัวอย่าง ประเทศเม็กซิโก กลุ่มประมงพื้นบ้านของเขาเป็นแกนหลักสำคัญในการทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ที่เข้ามาศึกษา แล้ววางมาตรการร่วมกันกับชุมชน

ดังนั้น การจัดนิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นเหมือนกับการแนะนำให้คนที่มาชมได้รู้จักวิธีการอนุรักษ์อย่างแท้จริง เพราะเราอยากให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมได้ใช้ประโยชน์ ได้ใช้พื้นที่ร่วมกัน โดยที่เราจะสามารถทำอย่างไรให้ทรัพยากรที่มีอยู่นั้นยังคงอยู่ต่อไปได้ เหล่านี้คือคอนเซ็ปต์ของการมีความสามารถในการมีส่วนร่วมได้ในการอนุรักษ์พื้นที่ทางทะเล

ผู้ชมจะได้เห็นภาพความสวยงามของท้องทะเล โดยบริเวณพื้นที่จัดแสดงชั้นล่างจะเป็นภาพของท้องทะเลไทย และทรัพยากรธรรมชาติของทะเลไทยทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่จัดเป็น The Black Room ซึ่งเป็นห้องฉายภาพผ่านจอที่เราสร้างบรรยากาศให้เป็นห้องสีดำ และมีเสียงให้ผู้ชมได้เข้าถึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องทะเล ส่วนชั้นบนจะเป็นภาพถ่ายของประมงพื้นบ้านหลายๆ พื้นที่ในโลก”

นอกจากนี้ผู้ ที่สนใจภาพถ่ายยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์ท้องทะเลไทยด้วยการสั่งจองรูปภาพผลงาน 9 รูป โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะมอบให้กับมูลนิธิอนุรักษ์และชุมชนประมงท้องถิ่น 9 โครงการ สามารถติดต่อพรีออเดอร์ได้ภายในงาน

นิทรรศการ TIDE OF TOMORROW ตั้เปิดให้เข้าชมงแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 20 ธันวาคม 2568

คุณแหน: 20 ธันวาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

●● ขอเรียนเชิญเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ทอดพระเนตร ละครเสภา ขุนช้าง ขุนแผน ตอน พลายชุมพล วันอังคารที่ 23 ธ.ค. 18.30 น. ณ หอประชุม ศูนย์วัฒนธรรมฯ จัดโดย มูลนิธิสมาคมสตรีอุดมศึกษาฯ ร่วมกับกรมส่งเสริม

วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม รายการนี้ ดร.วันทนีย์ ม่วงบุญ กำกับการแสดง และควบคุมการฝึกซ้อม…ผู้แสดง ได้แก่ พัชรินทร์ บูรณะสมภพ และ อัญชุลี สิมะเสถียร เป็นต้น นอกจากนี้ ศตกมล วรกุล จะร่วมรำระบำม้าด้วย…

●● เป็นอุทาหรณ์ว่า อย่าชะล่าใจ เมื่อเกิดมีอุบัติเหตุ สว.ล้ม ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที…ข่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี,อดีตรมว.มหาดไทย และอดีตผบ.ตร. เสียชีวิตด้วยวัย 78 ปี เท่านั้น ปกติท่าน

แข็งแรงมาก เติบโตสาย ตชด. เคยอยู่ ตชด.อรัญประเทศ ทราบว่า ท่านล้มหัวแตก ไปทำแผลที่คลินิกใกล้บ้าน กลับมามีอาการอาเจียน จึงพาส่ง รพ.ตำรวจ มาได้กลางทางเกิดชัก ญาติจึงแวะวิชัยยุทธก่อน แล้วให้รถพยาบาลส่งต่อ รพ.ตำรวจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา…ขอแสดงความเสียใจกับ พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ครอบครัวท่านมา ณ ที่นี้ ส่วนพิธีสวดพระอภิธรรม 15-20 ธ.ค. 18.30 น. ศาลาสารัชถ์-นลินี รัตนาวะดี วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน แล้วบรรจุ…

●● เศร้าอีกเรื่องขอแสดงความเสียใจกับ คุณหญิงอรศรี วังวิวัฒน์ และครอบครัวในการจากไปของ นพ.ดิเรก วังวิวัฒน์ พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จัดในวันที่ 20 ธ.ค. 16.00 น. ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง และสวดพระอภิธรรม 18.00 น. ส่วนวันที่ 21-26 ธ.ค. สวด 18.30 น. สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ กำหนดวันที่ 18 ม.ค. 2569 เวลา 17.00 น…

●● สวดพระอภิธรรมศพ คุณครูแหม่มจูน วีระไวทยะ วันที่ 15-21 ธ.ค.18.30 น. ณ ศาลา 8 วัดมกุฏกษัตริยาราม และ ฌาปนกิจ 22 ธ.ค.14.30 น…

●● เกษียณจาก รพ.เพชรบูรณ์ หลายปีมาแล้ว แต่ยังมีภารกิจต้องไปที่นั่นเป็นประจำ นพ.วิสันต์ เทียนรุ่งโรจน์ ไม่โดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะมี อรัญญา ศรีภรรยาติดตามไปด้วยทุกครั้ง ด้วยความห่วงใย ไปไหนไปกันแบบคู่ปาท่องโก๋…

●● พ.ท.บุญชัย-จันทรา สุนทรญานกิจ ชวนเพื่อนๆ กลุ่ม วันเดย์ทริปดินเนอร์สุดหรู @ อัญญาเพลส เลียบคลองทวีวัฒนา ศาลายา ค่ำคืน 28 ธ.ค. เพราะว่าเพื่อนบางคนไม่สะดวกแล้ว ในการเดินทางท่องเที่ยวนานๆ…รายชื่อผู้ร่วมดินเนอร์ค่ำสุดพิเศษ ได้แก่ วิษณุพงศ์ ศรกุลฯ, ดวงใจ เอกะหิตานนท์ และ แพรพรรณ โชติกเสถียร เป็นต้น…

●● หลังจากเลี้ยงแมว สุนัขอยู่กับบ้าน และพอมีเวลาไปท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศกับภรรยาและพลพรรครักๆ กัน ปราโมท ได้พา ดร.นงนาถ ห่านวิไล ไปพักผ่อน เที่ยวอียิปต์ และจอร์แดน ท่องดินแดนมหาพีระมิด และปล่อยจิตตามสบายลอยน้ำที่ไม่จมทะเลเดดซี…ชีวิตดี๊ดียิ่งนัก…

●● ผุสดี โสรัต ไม่พลาดไปแจมคอนเสิร์ต หนาวลมคริสต์มาส ของ อ.ดนู ฮันตระกูล จัดที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ 21 ธ.ค.14.00 น…ส่วนรายการวิทยุที่จัดทุกบ่ายวันอาทิตย์ได้มอบหมายให้ ราเชนทร์ ชุมสายฯ จัดทำแทน…

●● ทำ CSR (ทำความดีตอบแทนสังคม) เป็นประจำทุกปี เทวี แย้มสรวล เทียนทอง แห่ง Top Radio ตั้งแต่จัดงานสังสรรค์ FC. ที่ รร.เดอะสุโกศลเมื่อต้นปี ตามมากลางปีจัดพาเด็กพิการซ้ำซ้อน พิการทางสายตา ไปเที่ยวทะเลที่สัตหีบ กิจกรรมสุดท้ายส่งท้ายปีเก่า จัดทริปลงเรือ Wonderful Pearl มีปาร์ตี้ แต่งกายย้อนยุค…น่าสนุกและได้กุศลไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว…

●● ข่าวสงครามบ้านเรา…ผู้เขียนขอคารวะทหารหาญผู้เสียสละชีวิต-เลือดเนื้อ เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยไว้ ในการปะทะกันบริเวณชายแดนกัมพูชา…กว่า 10 วันแล้ว ที่เสียงระเบิดและปืนดังลั่นอย่างต่อเนื่องที่ชายแดน ซึ่งทหารแนวหน้าของไทยเสียชีวิตแล้วจนปัจจุบันถึง 21 นาย บาดเจ็บหลายร้อยนาย…เห็นภาพการสู้รบของเหล่าวีรชนผู้กล้าแล้ว ในฐานะเป็นแนวหลังเศร้าสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ขอกราบคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายคู่บ้านคู่เมืองได้โปรดคุ้มครองให้เหล่าวีรชนผู้กล้าทุกคนได้รอดพ้นจากอันตรายในการสงครามครั้งนี้ด้วยเถิด…สาธุ !!…

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของคณาจารย์ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มช.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของคณาจารย์ ภาควิชาทัศนศิลป์  คณะวิจิตรศิลป์ มช.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ชวนชม นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของคณาจารย์ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มช.

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.41 น.

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของคณาจารย์ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหา วิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้รวบรวมผลงานรวม 128 ชิ้น มาจัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมี บุญชัย เบญจรงคกุล ให้เกียรติเป็นประธานเปิดนิทรรศการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2568

คณะวิจิตรศิลป์ จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีจุดมุ่งหมายเป็นแหล่งการศึกษาของทุกสาขาวิชาชีพ เมื่อปี พ.ศ.2525 ปัจจุบันมีอายุ 42 ปี โดยภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มุ่งเน้นทั้งการศึกษาด้านวิชาการ และการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ อีกทั้งยังสนับสนุน  ส่งเสริมการจัดแสดงนิทรรศการของคณาจารย์เป็นประจำทุกๆ ปี เพื่อให้อาจารย์รุ่นใหม่ อาจารย์อาวุโส ศิลปิน บุคลากร ในภาควิชาฯ ได้สร้าง สรรค์ผลงานศิลปะตามความถนัดเฉพาะตัว โดยไม่จำกัดขนาด เทคนิค วิธีการ รวมถึงแนวความคิด เพื่อให้เห็นถึงความหลากหลายของกระบวน การทำงานสร้างสรรค์ อันเป็นจุดเด่นสำคัญของภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ในปีนี้ภาควิชาทัศนศิลป์ ได้รวบรวมผลงานคณาจารย์ภาควิชาทัศนศิลป์ประจำปี 2568-2569 เพื่อจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเดินทางมาจัดแสดงนิทรรศการคณาจารย์สัญจรยังต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยนำเสนอผลงาน ทั้งในรูปแบบจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ วิดีโออาร์ต ศิลปะจัดวาง และศิลปะแนวสื่อผสม

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยของคณาจารย์ ภาควิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนินกลาง เปิดให้เข้าชมทุกวัน(ปิดวันพุธ)เวลา10.00–19.00 น.

เซเลบคนดัง ร่วมสัมผัสความอลังการ งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36

เซเลบคนดัง ร่วมสัมผัสความอลังการ งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36

เซเลบคนดัง ร่วมสัมผัสความอลังการ งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.33 น.

งานเทศกาลดอกไม้และศิลปะยิ่งใหญ่แห่งปี “งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36” (The 36th  Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2025) จัดโดย สมาคมปาร์คนายเลิศ ระหว่างวันที่ 18–21 ธันวาคม 2568 ณ ปาร์คนายเลิศ ซ.สมคิด ถ.เพลินจิต กรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Garden of Tomorrow” นำพาผู้เข้าชมงานสัมผัสประสบการณ์สวนแห่งอนาคต ที่ผสานความงามของธรรมชาติ ศิลปะร่วมสมัยและนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมตามปณิธานของ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้ริเริ่มงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ

สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร นายกสมาคมปาร์คนายเลิศ, พิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานกรรมการ บริษัท นายเลิศพัฒนา จำกัด และ ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร อุปนายกสมาคมปาร์คนายเลิศ

ไฮไลท์ของงานไม่ว่าจะเป็น The Maze Garden สวนวงกตแห่งจินตนาการ ครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ประดับด้วย Sculpted Couture ประติมากรรมผ้าไทยร่วมสมัย โดย SACIT ถ่ายทอดความงามของภูมิปัญญาไทยในมิติใหม่ รวมทั้ง The Miracle Garden by PTTLNG เรียนรู้เรื่องราวการเพาะพันธุ์ไม้เหมืองหนาวในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาดของ PTTLNG ภายใน The Glass House ในขณะที่บนบ้านปาร์คนายเลิศจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านนิทรรศการ ‘ชุดไทย: จากราชสำนักสู่ราชนิยม’ แสดงชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ  นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญ ในการสืบสานและผลักดันหัตถศิลป์ไทยสู่สากล จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO และรางวัล WIPO Award for Creative Excellence กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้อนุเคราะห์ให้นำอาภรณ์จากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาจัดแสดงในงานดอกไม้ฯ ในปีนี้ด้วย

สามแม่งานใหญ่และพันธมิตรร่วมจัดงาน ยุพาพร บุญเกตุ สหวัฒน์ รอง ปธ.กก. บมจ.วนชัย กรุ๊ป, ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผอ. SACIT, ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย ผอ. พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ กิติภูมิ ตั้งวงษ์พิมุข ผจก. ส่วนสื่อสารองค์กรฯ และกิจกรรมเพื่อสังคม บจก. พีทีที แอลเอ็นจี

ครั้งแรกของงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ กับ Garden Illumination ผลงานแสง สี และนวัตกรรมเลเซอร์ในยามค่ำคืน ศิลปะจากดอกไม้ที่รังสรรค์โดยนักจัดดอกไม้และพันธมิตรชั้นนำ ผสานความงามธรรมชาติกับนวัตกรรมอย่างวิจิตรงดงามทั่วบริเวณงาน อีกหนึ่งไฮไลท์โดดเด่น คือ Emerging Designers Showcase by VASSANA – ผลงานหัตถศิลป์จากไม้ไผ่ โดย รศ.ดร.วาสนา สายมา และ สาวิน สายมา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมรามเกียรติ์ ตอน “เกสรทมาลา” และ “มังกรกัณฐ์” ถ่ายทอดความรัก ความเสียสละ และมิตรภาพผ่านศิลปะมาลัยไทยร่วมสมัย ร่วมถ่ายทอดสัมผัสโดยกรุ่นกลิ่นหอม จากน้ำหอมแบรนด์ Saisalang และ Siva ที่นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์มาถ่ายทอดเป็นน้ำหอมสองกลิ่นพิเศษที่ปรุงขึ้นเฉพาะสำหรับงานนี้ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ ศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อการรักษาโรคมะเร็งสมองในผู้ป่วยเด็ก ด้วยอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ให้ประสิทธิภาพสูง และเกิดผลข้างเคียงน้อย

สุชาดา ธีรวชิรกุล ปธ.จนท.บริหาร บจก.อาร์เอสคอนเน็ค, รศ.นพ.ชลเกียรติ ขอประเสริฐ ผอ.ศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พิไลพรรณ สมบัติศิริ, สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร, อัปษร  วิลาสศักดานนท์ ปธ.จนท.บริหารฝ่ายบัญชีฯ บจก.ฟอร์ท เวนดิ้ง และ พิมพ์ลดา ไชยวรรณ ผจก.อาวุโส สายงานสื่อสารการตลาด บมจ.ไทยประกันชีวิต

ในวันแรกของการจัดงานเจ้าภาพใหญ่นำโดย พิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานกรรมการ บริษัท นายเลิศพัฒนา จำกัด สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร นายกสมาคมปาร์คนายเลิศ และ ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร อุปนายกสมาคมปาร์คนายเลิศ ให้การต้อนรับเหล่าเซเลบบริตี้และแฟนๆ งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ  ขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, อุรยา – ศิดารัศมิ์ พุทธินันทน์,  นภาลัย อารีสรณ์, ทิพาพร อัชนันท์, ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี, ปานหทัย สมรรถศรบุศย์, ประภัสสร กาญจนสูตร และนางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ไม่พลาดมาชมความอลังการงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ มี สัณหพิศ-ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ต้อนรับ

“งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36” (The 36th  Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2025) จะมีไปจนถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ณ ปาร์คนายเลิศ ซ.สมคิด ถ.เพลินจิต กรุงเทพฯ ราคาบัตรเข้าชมงาน: สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท / สำหรับเด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้พิการ ราคา 100 บาท / สำหรับเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายนำไปบริจาคสมทบทุนให้กับ ศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รายละเอียดเพิ่มเติม Website:  https://nailertgroup.com/th/event/the-36th-nai-lert-flower-garden-art-fair-2025/,  Instagram: @nailertflowerandgardenartfair  และ Facebook: Nai Lert Flower & Garden Art Fair

ทิพาพร อัชนันท์, อุรยา – ศิดารัศมิ์ พุทธินันทน์,ยุพาพร บุญเกตุ สหวัฒน์, อู้ พหลโยธิน , สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, และ ดร.กฤติกา คงสมพงษ์

ทิพาพร อัชนันท์, อุรยา – ศิดารัศมิ์ พุทธินันทน์,ยุพาพร บุญเกตุ สหวัฒน์, อู้ พหลโยธิน , สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, และ ดร.กฤติกา คงสมพงษ์

สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร ต้อนรับ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ ประภัสสร กาญจนสูตร

สัณหพิศ โพธิรัตนังกูร ต้อนรับ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์, ขรรค์ ประจวบเหมาะ และ ประภัสสร กาญจนสูตร

พล.ต.อ.วัชรพล – รศ.ปิยานันต์ ประสารราชกิจ ศิลปินและผู้ก่อตั้งแบรนด์ PIYANANTA

พล.ต.อ.วัชรพล – รศ.ปิยานันต์ ประสารราชกิจ ศิลปินและผู้ก่อตั้งแบรนด์ PIYANANTA

สกุล อินทะกุล และ นีรนาท เผ่าสวัสดิ์

สกุล อินทะกุล และ นีรนาท เผ่าสวัสดิ์

ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี และ ปานหทัย สมรรถศรบุศย์

ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี และ ปานหทัย สมรรถศรบุศย์

นางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์

นางเอกสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์

เปิดตัว ORI แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์ พร้อมเหล่า ORI Muse บอกเล่าแนวคิด “Stay True” เปล่งประกายในแบบของตัวเอง ผ่านประสบการณ์ Open – Revive – Inspire

เปิดตัว ORI แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์ พร้อมเหล่า ORI Muse บอกเล่าแนวคิด “Stay True” เปล่งประกายในแบบของตัวเอง ผ่านประสบการณ์ Open – Revive – Inspire

เปิดตัว ORI แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์ พร้อมเหล่า ORI Muse บอกเล่าแนวคิด “Stay True” เปล่งประกายในแบบของตัวเอง ผ่านประสบการณ์ Open – Revive – Inspire

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

ORI (โอริ) แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์ กับแนวคิด Stay True” ที่เข้าใจและสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนกล้าที่จะเปล่งประกายในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มศักยภาพ และเชื่อว่าเสื้อผ้าออกกำลังกายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในยิมอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นแฟชั่นประจำวันที่ตอบโจทย์ครอบคลุม ทั้งในเรื่องความสวยงามของดีไซน์ และฟังก์ชั่น สำหรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้หญิง เดินหน้าต่อยอดสู่การสร้าง Community ของผู้หญิงที่เชื่อในพลังของความจริงใจต่อตัวเอง ผ่านการจัดงานเปิดตัวอย่างอบอุ่นในรูปแบบ Immersive Experience สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของแบรนด์ผ่านประสบการณ์ Open – Revive – Inspire

งานครั้งนี้เปรียบเสมือน Community ให้ผู้หญิงได้มาพบกัน แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และเฉลิมฉลองการเป็นตัวของตัวเองในทุกจังหวะชีวิตไปกับเหล่า ORI Muse อาทิ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส,แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส,แพร์- พิชชาภา พันธุมจินดา,ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ และเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง ไอซ์ – อมีนา กูล, พลอย หอวัง, โยเกิร์ต – ณัฐฐชาช์ บุญประชม และ คารีสา สปริงเก็ตต์  พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์สายเฮลตี้อีกมากมาย ที่มาบอกเล่าความ Stay True ในแบบของตัวเอง ณ AUA Language Center ราชดำริ เมื่อวันก่อน

ตั้งแต่ก้าวแรกทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ให้ได้รับรู้ถึงตัวตนและจิตวิญญาณของ ORI พร้อมกิจกรรม Choose to Be You ให้คุณได้ถ่ายทอดตัวตนของตัวเองผ่านผ้าใบแคนวาสขนาดใหญ่ ภายในงานได้รับเกียรติจาก บอส – ธรรมธรรศ เลี้ยงธรรมรัตน์ Creative Director แบรนด์ ORI ที่มาถ่ายทอดไอเดียคอนเซ็ปต์และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แบรนด์ พร้อมมุมมองของ “ตัวตน ORI” ที่ตั้งใจให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่  ร่วมด้วย ซาบีน่า ไมซิงเกอร์ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์การใช้จริงในฐานะคนที่คลุกคลีในโลกแห่งการออกกำลังกายอย่างแท้จริง ตามมาด้วยแรงบันดาลใจจาก แพม – สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล ตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ที่ส่งต่อพลังบวกให้กับใครหลายคน พร้อมเล่าถึงมุมมองด้าน Wellness ในแบบฉบับของเธอ พร้อม Motivation Talk ส่งต่อพลังและแรงบันดาลใจให้ทุกคน ปิดท้ายด้วย คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส อีกหนึ่ง ORI Muse คนสำคัญ ที่มาเล่าเรื่องราว “Stay True” ตัวแทนผู้หญิงที่กล้าเปล่งประกายในแบบของตัวเอง ปิดท้ายค่ำคืนด้วย Studio After Party บรรยากาศปาร์ตี้ที่เหมือนยกยิมมาผสานกับ Night Club เพื่อประสบการณ์ที่สนุก สดใหม่ให้กับทุกคน

ORI ตั้งใจออกแบบแบรนด์ให้เข้าใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย ผ่านวัสดุคุณภาพสูง เทคโนโลยีสิ่งทอที่ทันสมัย และดีไซน์ที่สวยงามเข้ากับสรีระ และความเป็นตัวตนของผู้หญิงหลากหลายแบบ สินค้าของ ORI ในแต่ละคอลเลกชั่นจะมี Key Highlight Color เพื่อให้ทุกคนได้  อัปเดตเทรนด์ไปพร้อมกัน โดยเลือกโทนสีจากเทรนด์สากลและปรับให้เหมาะสมกับทุกโทนสีผิวอย่างแท้ จริง เกิดเป็นประสบการณ์ร่วมที่สะท้อนความสนุก ความมั่นใจ และความเชื่อมโยงระหว่าง Community ด้วยกัน

เปล่งประกายในแบบที่เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มศักยภาพพร้อม “Stay True” ไปกับ ORI ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน ORI ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 2

คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ORI Muse คนสำคัญของค่ำคืนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ

คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ORI Muse คนสำคัญของค่ำคืนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ

แอนชิลี สก๊อต เคมมิส หนึ่งใน ORI Muse ตัวแทนของผู้หญิงที่กล้าเปล่งประกายในแบบของตัวเอง

แอนชิลี สก๊อต เคมมิส หนึ่งใน ORI Muse ตัวแทนของผู้หญิงที่กล้าเปล่งประกายในแบบของตัวเอง

ไอซ์-อมีนา กูล

ไอซ์-อมีนา กูล

แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา ORI Muse ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่

แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา ORI Muse ตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่

ORI Muse ซาบีน่า ไมซิงเกอร์,คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส,แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา และ แอนชิลี สก๊อต เคมมิส

ORI Muse ซาบีน่า ไมซิงเกอร์,คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส,แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา และ แอนชิลี สก๊อต เคมมิส

แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล

แพม-สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล

พลอย หอวัง

พลอย หอวัง

บอส-ธรรมธรรศ เลี้ยงธรรมรัตน์ Creative Director ที่มาถ่ายทอดไอเดียคอนเซ็ปต์และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แบรนด์

บอส-ธรรมธรรศ เลี้ยงธรรมรัตน์ Creative Director ที่มาถ่ายทอดไอเดียคอนเซ็ปต์และแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แบรนด์

ORI แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์

ORI แบรนด์พรีเมี่ยมแอธลีเชอร์ แวร์