‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ส่งมอบผ้าห่มแก่ จนท.กรมอุทยานฯ ดูแลศูนย์อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ส่งมอบผ้าห่มแก่ จนท.กรมอุทยานฯ ดูแลศูนย์อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

‘มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์’ ส่งมอบผ้าห่มแก่ จนท.กรมอุทยานฯ ดูแลศูนย์อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ บริษัท วีระการเกษตร จำกัด เดินหน้ากิจกรรมสาธารณประโยชน์ มอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน 200 ผืน ให้แก่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานดูแลความเรียบร้อยและช่วยเหลือประชาชน ณ ศูนย์อพยพชายแดนไทย-กัมพูชา

18 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ และ ผู้บริหารบริษัท วีระการเกษตร ได้เดินทางไปส่งมอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 200 ผืน เพื่อช่วยเป็นเครื่องนอนต้านภัยหนาว โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมรับมอบ

โดยนางเธียรรัตน์ เปิดเผยว่า “มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ขอเป็นสะพานบุญเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ครั้งนี้ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับภาคเอกชนอย่าง วีระการเกษตร ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ต้องประจำการอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้เสียสละในการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในศูนย์อพยพ ซึ่งมักมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงฤดูกาลนี้ ซึ่งการมอบผ้าห่มในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยบรรเทาความหนาว แต่ยังเป็นการส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน เสียสละ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทย

สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ที่มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สังคมแห่งการแบ่งปัน โดยที่ผ่านมามูลนิธิฯ  ได้ดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ

-(016)

ปีเตอร์ หลัน ตัวแทนรัฐบาลไต้หวันมอบเงินสงเคราะห์เยียวยามหาอุทกภัยภาคใต้ของไทย

ปีเตอร์ หลัน ตัวแทนรัฐบาลไต้หวันมอบเงินสงเคราะห์เยียวยามหาอุทกภัยภาคใต้ของไทย

ปีเตอร์ หลัน ตัวแทนรัฐบาลไต้หวันมอบเงินสงเคราะห์เยียวยามหาอุทกภัยภาคใต้ของไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทยและการฟื้นฟูเยียวยาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะได้บริจาคเงินให้แก่ชมรมผู้ประกอบการค้าไต้หวันภาคใต้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกับนักธุรกิจชาวไต้หวันและชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ศกนี้ นายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย(สำนักงานฯ)  ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลไต้หวันให้เดินทางไปยังภาคใต้ของไทยอีกครั้ง เพื่อมอบเงินสงเคราะห์จำนวน 50,000 ดอลลาร์เหรียญสหรัฐให้แก่เหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เงินบริจาคนี้จะนำไปใช้ช่วยเหลือรัฐบาลท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ทำการฟื้นฟูเยียวยาหลังอุทกภัย เพื่อช่วยให้ทุกคนกลับคืนสู่ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ สมาคมชาวจีนโพ้นทะเลสี่แห่ง ประกอบด้วยสมาคมจงหัวแห่งประเทศไทย สมาคมไต้หวันแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าไทย-ไต้หวัน สมาคมชาวจีนโพ้นทะเลแห่งประเทศไทย ได้ริเริ่มกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ของประเทศไทย โดยระดมทุนได้รวมทั้งสิ้น 5,643,088 บาท เงินบริจาคนี้ได้มอบให้แก่จังหวัดสงขลาและชมรมผู้ประกอบการค้าไต้หวันภาคใต้ในวันเดียวกัน โดยมีนายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานฯ เป็นสักขีพยาน และตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และนายชิวอิ้งหัว ประธานชมรมฯ เป็นผู้แทนรับมอบ ทั้งนี้ หวังว่าเงินบริจาคดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ให้ฟื้นตัวจากอุทกภัยโดยเร็วที่สุด การบริจาคนี้แสดงให้เห็นว่าชุมชนชาวไต้หวันและชาวจีนโพ้นทะเลมีความผูกพันอันลึกซึ้งกับแผ่นดินไทย มีความยอมรับในอัตลักษณ์ชุมชนท้องถิ่น และทำให้มิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไต้หวันและไทยเป็นที่ประจักษ์

สมาคมสงเคราะห์ร่วมใจ บรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่

สมาคมสงเคราะห์ร่วมใจ บรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่

สมาคมสงเคราะห์ร่วมใจ บรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.05 น.

นฤมล ฟ้าส่งเสริม นายกสมาคมสงเคราะห์ร่วมใจ นำคณะสมาชิกสมาคม อาทิ กิตติพงษ์ เตรัตนชัย นายกกิตติมศักดิ์ถาวร, เดชา คุปต์ถาวรฤกษ์ นายกกิตตมิศักดิ์ถาวร ,วาณิช ชาญควร,เพียร โกยสันติสุข,อดิศร เรืองจิระชูพร,ดร.ถาวร-นัยนา เรืองวรุณวัฒนา,นคร พิสิฐชูวงศ์, พิสิทธิ์ โกยสันติ สุข และ จันทนา วิศวะจันทรารมย์ สร้างบุญกุศลยิ่งใหญ่ ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่ ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมร้ายแรง โดยเดินทางลงพื้นที่ไปมอบเงินให้ประชาชนจำนวน 2,400 คน คนละ 500 บาท รวมไปถึงผู้ป่วยที่ไม่สามารถมารับด้วยตนเอง (ส่งตัวแทนมารับ) จำนวน 162 คน อีกทั้งสนับสนุนเจ้าหน้าที่เขตครู โรงเรียน 85 คน ตำรวจ 20 คน จิตอาสา 50 คน ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมสถานที่ พร้อมถวายปัจจัยให้กับวัดเพื่อซ่อมแซมวัด จำนวน 30,000 บาท และสำหรับพี่น้องที่ประสบร้ายแรงจนหมดตัวอีก 52 คน โดยสมาคมได้มอบเงินพิเศษ รวมทั้งสิ้น 2 ล้านบาท

ฉลองวันเกิดสองศรีพี่น้อง รังสรรค์ 103 ปี และ ฤดี 90 ปี

ฉลองวันเกิดสองศรีพี่น้อง รังสรรค์ 103 ปี และ ฤดี 90 ปี

ฉลองวันเกิดสองศรีพี่น้อง รังสรรค์ 103 ปี และ ฤดี 90 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.53 น.

บรรดาลูกหลานร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดอันเป็นมงคลให้แก่ รังสรรค์ ตันติวงศ์ และ ฤดี จิวารักษ์ โดยมีญาติพี่น้องและมิตรสหายมาร่วมอวยพรกันอย่างเนืองแน่น เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ร้านอาหารเพลิน ถนนวิภาวดีรังสิต

รังสรรค์ ตันติวงศ์ เป็นชาวลพบุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 ปัจจุบันอายุ 103 ปี เป็นพี่ชายคนโตของตระกูล และน้องสาวคนสุดท้อง ฤดี จิวารักษ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 ปัจจุบันอายุครบ 90 ปี

รังสรรค์ ตันติวงศ์ เป็นผู้มีคุณูปการต่อวงการภาพยนตร์และวงการถ่ายภาพของเมืองไทย โดยเป็นที่รู้จักและยอมรับของวงการว่าเป็น “นักสู้” และ “นักสร้าง” เป็นผู้อำนวยการสร้างหนังไทย ในชื่อ “ทัศไนยภาพยนตร์”  ในปี พ.ศ. 2501 สร้างภาพยนตร์เรื่อง “ชาติเสือ” และเป็นผู้ นำพา มิตร ชัยบัญชา มาสู่โลกภาพยนตร์ไทยครั้งแรก ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง จึงได้สร้างเรื่องที่ 2 คือ “เจ้านักเลง” ในปี พ.ศ. 2502 โดยมี มิตร ชัยบัญชา เป็นพระเอก และ อมรา อัศวนนท์ เป็นนางเอก บทพระเอกเรื่องนี้แสดงเป็น “อินทรีแดง” ซึ่งสร้างความโด่งดังให้แก่ มิตร ชัยบัญชา เป็นอย่างมาก ภาพยนตร์เรื่องที่ 3 “แสงสูรย์” ในปี พ.ศ. 2503 และปั้นนางเอกคนใหม่ในวงการหนังไทย ภาวนา ชนะจิต ซึ่งเรื่องนี้ ภาวนา ชนะจิต ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม

เมื่อเข้าสู่วงการถ่ายภาพ ด้วยความสามารถของรังสรรค์ ตันติวงศ์ และความทุ่มเททำงานให้กับอาชีพ จึงได้รับตำแหน่ง นายกสมาคมถ่ายภาพสยามคัลเลอร์สไลด์ (พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2538) เป็นนายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2543) เป็นประธานสมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย คนแรก ในปี พ.ศ. 2544 และยังคงดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน

ฤดี จิวารักษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช,) ชุดแรก และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) รวมทั้งได้รับเกียรติเป็น นายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินี ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นอกจากนี้ยังเป็นประธานชมรมผู้สูงวัยสุขภาพดี จุฬาฯ – กาชาด และได้รับโล่ชนะเลิศการประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดี งานกาชาดที่จัดโดย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ถึง 3 ครั้งด้วยกัน

แขกที่มาร่วมงานต่างอวยพรให้ทั้ง 2 ท่าน มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว มีความสุขเกษมสำราญ เป็นแบบอย่างให้แก่ลูกหลานในการปฏิบัติตนอย่างมีคุณค่าสืบเนื่องตลอดมา เป็นที่เคารพรักและศรัทธายิ่งตลอดไป

สมาคมผู้ปกครองและครูราชินี – ก.ล.ต. ร่วมสนับสนุนภารกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

สมาคมผู้ปกครองและครูราชินี – ก.ล.ต.  ร่วมสนับสนุนภารกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

สมาคมผู้ปกครองและครูราชินี – ก.ล.ต. ร่วมสนับสนุนภารกิจมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.45 น.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568  สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนราชินี นำโดย วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร อุปนายกสมาคมฯ พร้อมคณะ เข้ามอบเงิน จำนวน 200,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช กรรมการและเหรัญญิก เป็นผู้รับมอบ

ในวันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นำโดย ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. พร้อมคณะ เข้ามอบเงิน จำนวน 320,000 บาท ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนโครงการซ่อมบำรุงสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

ธรรมศาสตร์สัญจร ถกประเด็น กำแพงภาษีของสหรัฐ ที่สุราษฎร์ธานี

ธรรมศาสตร์สัญจร ถกประเด็น กำแพงภาษีของสหรัฐ  ที่สุราษฎร์ธานี

ธรรมศาสตร์สัญจร ถกประเด็น กำแพงภาษีของสหรัฐ ที่สุราษฎร์ธานี

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.35 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานสัมมนาวิชาการสัญจร ประจำปี 2568 ซึ่งปีนี้มี ชมรมธรรมศาสตร์ สุราษฎร์ธานี เป็นเจ้าภาพ โดยจัดสัมมนาในหัวข้อ “กำแพงภาษีของสหรัฐ : ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ” เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

กิจกรรมครั้งนี้มีคณะกรรมการสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคม, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายก, ผาณิต พูนศิริวงศ์ อุปนายก, เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล, พรชัย กิตติปัญญางาม และ ดารณี วัธนเวคิน โดยมี สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมธรรมศาสตร์ สุราษฎร์ธานี และ กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้การต้อนรับ

สำหรับการสัมมนาวิชาการจัดขึ้นในหัวข้อ “กำแพงภาษีของสหรัฐ : ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ” โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นวิทยากร ดำเนินรายการโดย ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ  

งานสัมมนาวิชาการสัญจร โดย สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างสมาชิกสมาคมในส่วนกลาง และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย

สัมมนาวิชาการโดย พิชัย ชุณหวชิร  อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ ดำเนินรายการโดย ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์

สัมมนาวิชาการโดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ ดำเนินรายการโดย ศ. ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์

พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ มอบของที่ระลึกแก่ มี สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมธรรมศาสตร์ สุราษฎร์ธานี

พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ มอบของที่ระลึกแก่ มี สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมธรรมศาสตร์ สุราษฎร์ธานี

ดารณี วัธนเวคิน, พงศ์เทพ เทพกาญจนา,พิชัย ชุณหวชิร  , กำธร วังอุดม, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และ เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล

ดารณี วัธนเวคิน, พงศ์เทพ เทพกาญจนา,พิชัย ชุณหวชิร , กำธร วังอุดม, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และ เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล

พรชัย – สุวนีย์ กิตติปัญญางาม ร่วมงานเสวนาธรรมศาสตร์สัญจร

พรชัย – สุวนีย์ กิตติปัญญางาม ร่วมงานเสวนาธรรมศาสตร์สัญจร

ดารณี วัธนเวคิน, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

ดารณี วัธนเวคิน, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ พงศ์เทพ เทพกาญจนา

ชาวธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานีและใกล้เคียงมาร่วมงานคับคั่ง

ชาวธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานีและใกล้เคียงมาร่วมงานคับคั่ง

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์ เที่ยวชมเขื่อนรัชชประภา

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ อรุณรัตน์ พูนศิริวงศ์ เที่ยวชมเขื่อนรัชชประภา

พิชัย ชุณหวชิร  และ ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ โชว์ลูกคอในงานเลี้ยงรับรอง

พิชัย ชุณหวชิร และ ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ โชว์ลูกคอในงานเลี้ยงรับรอง

พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ มอบเสียงเพลงเพราะๆ สร้างความสุขแก่ผู้ร่วมงาน

พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ มอบเสียงเพลงเพราะๆ สร้างความสุขแก่ผู้ร่วมงาน

รวมพลังชาวธรรมศาสตร์ร่วมร้องเพลงสนุกสนาน

รวมพลังชาวธรรมศาสตร์ร่วมร้องเพลงสนุกสนาน

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ฯ ส่งใจช่วยน้ำท่วมผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ฯ ส่งใจช่วยน้ำท่วมผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

มูลนิธิเวิร์คพอยท์ฯ ส่งใจช่วยน้ำท่วมผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.31 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์เพื่อการกุศล  นำโดย คุณปัญญา นิรันดร์กุล ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิฯ และประธานบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ ประธานมูลนิธิฯ และ ดร.วิชนี ศรีสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด  เข้ามอบเงิน จากโครงการ “คนไทยช่วยคนไทย ส่งใจช่วยน้ำท่วม”  จำนวน 2,000,000  บาท ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล ที่ปรึกษามูลนิธิฯ นายสันติ สาทิพย์พงษ์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการมูลนิธิฯ ร่วมรับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี “AnthoRice™ Complex” เตรียมทดสอบทางคลินิกที่ศิริราช

จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี

จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี “AnthoRice™ Complex” เตรียมทดสอบทางคลินิกที่ศิริราช

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

คณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความสำเร็จจากความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในการพัฒนา AnthoRice™ Complex นวัตกรรมเซรั่มบำรุงรากผมจากสารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ไทย ผสานเทคโนโลยี StemAktiv® ที่ผ่านการวิจัยและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ มุ่งแก้ปัญหาผมร่วงผมบางและผมขาวก่อนวัยที่ระดับกลไกเซลล์ 

ทั้งนี้  พิธีลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีจัดขึ้น ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามเป็นพยาน  

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ 

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร in vivo 38: 1767-1774 (2024) พบว่า สารสกัดจากสมุนไพรไทย 5 ชนิด ได้แก่ อัญชัน มะขามป้อม มะกรูด ถั่วเหลือง และรางจืด สามารถกระตุ้นยีนความเป็นสเต็มเซลล์ (OCT4, NANOG, SOX2) ในเซลล์รากผมมนุษย์ได้สูงถึง 5-6 เท่า ผ่านเทคโนโลยี StemAktiv® ขณะที่สารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่ซึ่งอุดมด้วย Anthocyanin สามารถกระตุ้นการสร้างเมลานินผ่าน 2 เส้นทางพร้อมกัน คือ SRC Pathway และ AKT/GSK3β/β-catenin Pathway นับเป็นแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาผมร่วงและผมขาวก่อนวัยที่ระดับเซลล์
 
สำหรับ”AnthoRice Complex เป็นการนำองค์ความรู้ด้านสเต็มเซลล์ของสมุนไพรไทยที่ได้วิจัยมานับสิบปี มาบูรณาการกับทรัพยากรไทยอย่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ จนได้ผลทดสอบทางแล็ปปฏิบัติการอย่างน่าพึงพอใจ และเป็นที่น่าภูมิใจมากที่ในวันนี้เราได้ยกระดับงานวิจัยไปได้อีกขั้นอย่างเป็นระบบ กับการทดสอบทางคลินิก ณ โรงพยาบาลศิริราช” 

ศ.ดร.ภก.ปิติ จันทร์วรโชติ, คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า”องค์ความรู้ด้านแอนโทไซยานินและชีววิทยาของเม็ดสี เป็นฐานสำคัญในการอธิบายศักยภาพของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในมิติของสุขภาพเส้นผมอย่างเป็นระบบ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของข้าวไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ และนี่จะเป็นต้นแบบของระบบนิเวศที่ยั่งยืน”

 ด้าน ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช, ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า 
“การวิจัยทางคลินิกที่ศิริราชจะเป็นก้าวสำคัญในการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ AnthoRice™ ในอาสาสมัคร เราจะประเมินความหนาแน่นของเส้นผม การเปลี่ยนแปลงของสีผม และสุขภาพหนังศีรษะตลอด 24 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือผมขาวก่อนวัย นี่อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่มาจากงานวิจัยไทยอย่างแท้จริง”

ขณะที่รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง, ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบบนิเวศนวัตกรรม Farm-to-Follicle 
AnthoRice™ Complex เป็นระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจรครั้งแรกของไทย เริ่มตั้งแต่เกษตรกรข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์กว่า 50 ครอบครัวในจังหวัดพิจิตร ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล ควบคุมการผลิตโดยบริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด ตามมาตรฐาน GMP และขับเคลื่อนสู่สังคมโดยบริษัท ไทธนบุรี คอร์ปอเรชั่น

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของมหกรรมกีฬาอาเซียน ตอกย้ำบทบาทองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าพร้อมกลุ่มบริษัทเอกชนร่วมใจขับเคลื่อนแนวคิด Green SEA Games ผ่านกิจกรรมอาสาทำความดีตลอดช่วงการแข่งขัน โดยมุ่งปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน  พร้อมสร้างความยั่งยืนร่วมกัน ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสนามไร้ขยะขวดพลาสติก ควบคู่กับการเชิญชวนคนไทยรวมพลังส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬา  

หนุน Green SEA Games ผ่าน 3 กิจกรรม

AXTRA Drop Point จุดเก็บกลับ–รับคืนขวดพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล : ตั้งจุดรับขวดพลาสติกภายในสนามแข่งขันและพื้นที่กิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนกีฬามีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ขวดที่รวบรวมได้จะถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยเปลี่ยนเป็น “เสื้อนักเรียน รีไซเคิล” มอบให้เด็กไทยทั่วประเทศ เป็นการต่อยอดประโยชน์สู่สังคมอย่างยั่งยืน

ทีมอาสาสะอาด – พลังอาสาเพื่อสนามแข่งขันที่ปลอดขยะขวดพลาสติก : จิตอาสาแม็คโคร–โลตัส พร้อมด้วยกลุ่มอาสาจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงพื้นที่เก็บขยะและคัดแยกขวดพลาสติกในทุกจุดของสนามแข่งขัน เพื่อรักษาความสะอาดและลดภาระขยะตกค้างในงานขนาดใหญ่ระดับประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างมาตรฐานใหม่ของมหกรรมกีฬาที่รักษ์โลกอย่างแท้จริง

ทิ้งขวดก่อนกลับ รับรางวัล – สร้างพฤติกรรมรักษ์โลกแบบสนุกและเข้าถึงง่าย : จัดกิจกรรมรับคืนขวดพลาสติกบริเวณจุดขึ้นรถรับ–ส่ง (Shuttle Bus) เพื่อกระตุ้นให้แฟนกีฬาทิ้งขวดให้ถูกที่ก่อนเดินทางกลับบ้าน พร้อมมอบของที่ระลึกรักษ์โลกเป็นแรงจูงใจ เปลี่ยนการทิ้งขยะให้เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมปลูกฝังนิสัยรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกช่วงของการชมการแข่งขัน

นอกจากนี้ แม็คโคร–โลตัส ยังร่วมสร้างประสบการณ์เชียร์กีฬาให้สนุกยิ่งขึ้น ผ่านบูธกิจกรรมภายในสนาม แข่งขัน ที่นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายพร้อมสิทธิพิเศษและกิจกรรมสร้างสีสันให้แฟนกีฬา รวมถึงการเปิดพื้นที่ “เชียร์โซน” ในสาขา เพื่อให้ชุมชนได้มีพื้นที่รวมพลังเชียร์ทัพนักกีฬาอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษตลอดช่วงการแข่งขัน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นขับเคลื่อนการสนับสนุนวงการกีฬาควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง SEA Games ที่โดดเด่นทั้งด้านกีฬาและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาสร้างผลงานบนเวทีอาเซียนปี 2025 อย่างภาคภูมิใจ

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายแพทย์ ตนุพล  วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน เพื่อหารือแนวทางสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและโอมาน ภายใต้แนวคิด “Health Vision 2050” ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านระบบสุขภาพของโอมานในมิติที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินสุขภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การให้บริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ Wellness Hub Thailand ของนายแพทย์ตนุพล ในการผลักดัน Wellness Tourism ของไทยสู่ระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Hub ระดับโลก

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชากรโอมานกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้นจากภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สะท้อนภาพที่ชัดเจนถึงบทบาทของ “ภาวะอ้วน” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นประเด็นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่เป็นจุดตั้งต้นสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลากหลายชนิดดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดย ณ ปัจจุบัน พบว่า ชาวโอมานกว่า 66.9% หรือราว 3,328,275 คน อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างอนาคตสุขภาพที่มั่นคงให้กับประเทศ

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชนชาวโอมาน มาจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการบริโภคที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ลดลงจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในชีวิตประจำวัน ตลอดจนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานซึ่งทำให้เวลาสำหรับการดูแลตนเองลดน้อยลง ปัจจัยเหล่านี้ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกิดโรคอ้วนจึงเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Proactive Healthcare จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เราตรวจพบความเสี่ยงและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปรับวิถีชีวิตให้สมดุล ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการดูแลตนเองเชิงรุกที่สามารถป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว และสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาวะในอนาคต” นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยบริการด้านสุขภาพต่าง  ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนผสานกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และประสบการณ์ด้านสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย การรักษาเฉพาะทาง ไปจนถึงการพักผ่อนเชิง Wellness ที่ผสมผสานศาสตร์การแพทย์ไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม พร้อมทั้งโอบล้อมด้วยทิวทัศน์และธรรมชาติอันงดงามในประเทศไทย อย่างภูเขา ทะเล และแม่น้ำ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายที่เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาน ทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาพครบมิติที่หลากหลาย

ด้วยเหตุนี้ การให้ความสำคัญกับบริการที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพ จึงกลายเป็นปัจจัยดึงดูดความสนใจจากทั้งประชากรในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยศักยภาพและความได้เปรียบทางด้านต่างๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังเสริมสร้างรายได้และการเติบโตของ GDP ในภาคการท่องเที่ยว และยังสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub