สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ ‘สวดมนต์ข้ามปี’ เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ 'สวดมนต์ข้ามปี' เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ ‘สวดมนต์ข้ามปี’ เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.12 น.

พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานไฟพระฤกษ์ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้เข้ารับไฟพระฤกษ์ประทานแก่กระทรวงวัฒนธรรมนำไปมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดถวายแด่เจ้าคณะจังหวัด ทั้งมหานิกายและธรรมยุตทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับจุดในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานไฟพระฤกษ์ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจุดเทียนมงคลในพิธีสวดมนต์ข้ามปีในส่วนกลาง ณ วัดสระเกศ วัดอรุณราชวราราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และประทานกล่องไม้ขีดไฟประทับตราสมเด็จพระสังฆราช (ออป.) เพื่อมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ นำไปประกอบพิธีจุดเทียนมงคลในกิจกรรมดังกล่าว สร้างขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมในพิธี และเป็นสิริมงคลในการเข้าสู่ศักราชใหม่ โดยกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ต้อนรับปีใหม่และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ได้เริ่มต้นปีด้วยความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ อันมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพราะถือเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมทั้งกิจกรรมดังกล่าว ได้จัดขึ้นในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศอาเซียน 14 จังหวัด ได้แก่ 1. เชียงราย 2. ตาก 3. นครพนม 4. นราธิวาส 5. บึงกาฬ 6. มุกดาหาร 7. แม่ฮ่องสอน 

8. ยะลา 9. ระนอง 10. เลย 11. สงขลา 12. สตูล 13. หนองคาย 14. อุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน 

-(016)

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ แก่ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2568..
  • สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินี เจตชุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเชิญเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ 22 ธ.ค.09.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์ฯ..
  • ม.ล.ปนัดดา – อัมพร – ดร.วรดิศ  ดิศกุล เปิดวังวรดิศ ต้อนรับการเข้าทัศนศึกษาของนักเรียนนายร้อย จปร. ชั้นปี 5 เป็นรุ่นที่ 73 ศึกษาพระประวัติสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้บัญชาการทหารบกพระองค์แรก วันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. ศกนี้ ก่อนสำเร็จการศึกษา…
  • ปฎิทินตั้งโต๊ะปีใหม่ 2569 ของ บมจ.ล็อกซเล่ย์ น้อมนำ “พระทวารวดีศรีเบญจ จีนล่ำซำรฤก” พระพุทธรูปจำลองจากองค์โบราณที่ค้นพบ ณ ลุ่มน้ำมูล และเกิดจากแรงศรัทธาอันแน่วแน่ในพระพุทธศาสนาจากทายาทตระกูลล่ำซำ เพื่อรำลึกถึงความจงรักภักดีของบรรพชนต่อองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเพื่อสืบสานคุณูปการของ “นายอึ้ง เหมี่ยว เหงี่ยน” ผู้เป็นต้นตระกูลล่ำซำ ให้สถิตอยู่ในใจลูกหลานและเพื่อความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรืองแก่ผู้รับ เป็นปกปฎิทิน รวมทั้ง พุทธบารมีศรีมงคล รวบรวมพระพุทธรูปปางประจำราศีเกิดทั้ง 12 ราศี เปี่ยมด้วยพุทธคุณเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับผู้ที่เกิดแต่ละราศี  ทำให้ผู้รับใจใสใจสบาย ..
  • ใกล้จะขึ้นปีใหม่แล้ว กทม. โดย สำนักสิ่งแวดล้อม ชวนส่งต่อปฏิทิน ‘ตั้งโต๊ะ’ เก่า เปลี่ยนเป็นสื่อการเรียนการสอนอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา ลดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม  ให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในกิจกรรม “ปฏิทินปีเก่า เราขอ” (ปีที่ 5) โดยบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค.2569 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า),ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต..
  • พระพรหมวชิรรังษี ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนพระสังฆราชูปถัมภ์ จากการจัดกิจกรรมเดินวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 9” โดยมี ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ เป็นประธานกรรมการจัดกิจกรรม ให้แก่ 19 โรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 19,315,260 บาท ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร..
  • พ็อกเกตบุ้ค “คิดถึงรสมือแม่” จัดทำโดย ณฐินี ศรียุกต์สิริ ด้วยความรักเพื่อระลึกถึงคุณแม่ที่รักยิ่ง คุณหญิงชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์ รวบรวมตำรับอาหารที่หายาก ภาพสวย พร้อม สูตรและวิธีทำพร้อมแรงบันดาลใจจากกัลยาณมิตรอาทิ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย,ทิพย์มณี จรรยาวงษ์,ธีระพันธ์ วรรณรัตน์,วรายุฑ มิลินทจินดา,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน  ฯลฯ  และแรงบันดาลใจคู่คุณแม่คุณลูก อาทิ ท่านผู้หญิงสำอางวรรณ-สุภวรรณ ล่ำซำ,ท่านผู้หญิงอรุณ กิติยากร-ม.ล.สิริณา จิตตาลาน พร้อมบทความดีๆมีสาระประโยชน์มากมาย วางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า ทุกสาขา ราคาเล่มละ 295 บาท เป็นของขวัญของฝากถูกใจผู้รับแน่นอน .. ผู้จัดทำมอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ให้กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ..

น้อง

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 23.07 น.

ผลงานจากการวิจัย พัฒนาของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. สร้างชื่อ คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และวัตกรรมปี 2569 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ชี้เป็นงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม   บางผลงานพร้อมนำไปต่อยอดทางอุตสาหกรรม

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า นอกเหนือจากภารกิจการให้บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในด้านต่างๆ (เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแพทย์ สิ่งแวดล้อม) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม  สทน. ยังมีการวิจัยพัฒนาวิชาการและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ  ในแต่ละปี สทน. ได้ส่งผลงานการวิจัยเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับประเทศและต่างประเทศจนได้รับรางวัลมากมาย สำหรับในปีงบประมาณ 2569  มีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นและการวิจัยของ สทน. ได้รับรางวัลการประกวดจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จำนวน 7 รางวัล ดังนี้  1) รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี จำนวน 1 รางวัล เรื่อง “โอ้ซีลีนอร์แคนเซอร์ : นาโนเทคโนโลยีอุบัติใหม่ของซีลีเนียมนาโนไฮบริดที่ทำงานหลากหลายฟังก์ชั่น เป็นตัวนำส่งนาโนอัจฉริยะสำหรับระบบนำส่งยาต้านมะเร็งอย่างทรงประสิทธิภาพ” ผลงานของ ดร.ศักด์ชัย  หลักสี และคณะวิจัย 2) ผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลเกียรติคุณ จำนวน 1 รางวัล คือ “นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะต้นทุนต่ำ  สำหรับตรวจวัดรังสีและเก็บกู้วัสดุกัมมันตรังสี เพื่อการจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ”  ผลงานของ ดร.กนกรัชต์  ตียพันธ์ และคณะวิจัย  3) ผลงานวิจัยรางวัลผลงานคุณภาพ จำนวน 5 รางวัล คือ 

3.1 “Zeolite Molecular Sieve (ZMS : นวัตกรรมวัสดุดูดซับสำหรับเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน” ( Zeolite Molecular Sieve (ZMS) : An Innovative Adsorbent Material for Carbon Capture and Storage Technologies) ผลงานของ ดร.วิลาสินี กิ่งก้ำ และคณะวิจัย  

3.2 ผลงานเรื่อง “บรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุแคปซูลวัสดุกัมมันตรังสีหลังการปรับสภาพกากกัมมันตรังสี ประเภท DC12CAP “ ( Packaging for Radioactive Material Capsules After Conditioning of Disused Sealed Radioactive Source (DSRS) Type DC12CAP) ผลงานของ นางอัจฉรา  พัฒนทรัพย์ และคณะวิจัย 

3.3 ผลงานเรื่อง “ชวาดอท : คาร์บอนดอทจากกระบวนการรังสีไอออไนซ์สะอาด”(Chawa Dots : Carbon Dots from Water Hyacinth Via Clean Ionizing Radiation) ผลงานของ ผศ.ดร.(พิเศษ) ธนกร แสงทวีสิน และคณะวิจัย  

3.4 ผลงานเรื่อง “ ระบบตรวจวัดค่าตัวแปรจากภาพ ( Image Processing) เพื่อการประมวลผล และแจ้งเตือนการทำงานที่มีแนวโน้มผิดปกติ (Intelligent Image Processing System for Real-Time Monitoring and Early Anomaly Detection) ผลงานของ นายกิติศักดิ์  โคมน้อย และคณะวิจัย  

3.5 ผลงานเรื่อง “เครื่องสร้างพลาสมาที่สภาวะบรรยากาศแบบทำงานได้สองฟังก์ชั่น ( Dual-Function Atmospheric Pressure Plasma Generator) ผลงานของนายพสิษฐ์  วงษ์หาบุศย์ และคณะวิจัย

รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า ผลงานการวิจัยดังกล่าว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้หลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ  ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม บางผลงานเป็นเทคโนโลยีที่มีความพร้อมในการนำไปพัฒนาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม สามารถปรับขนาดการผลิต (scalability) ได้ง่าย ใช้วัตถุดิบที่มีราคาประหยัด และถูกออกแบบเพื่อรองรับระบบแยกก๊าซในโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และภาคพลังงานหมุนเวียน 

-(016)

GO WHOLESALE – ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ ‘ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา’

GO WHOLESALE - ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ 'ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา'

GO WHOLESALE – ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ ‘ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 23.01 น.

โก โฮลเซลล์ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ “ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา” รุ่นแรก! เพิ่มดีกรีบริการยิ่งกว่ามืออาชีพ

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำนโยบายที่มุ่งเน้นการให้บริการอย่างเป็นเลิศ ด้วยความร่วมมือครั้งสำคัญกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาพนักงานสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแล่เนื้อ – แล่ปลา ที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและการพัฒนาสกิลพนักงานสู่การเติบโต

นางสาวยิ่งลักษณ์ นิพนธ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ เป็นบริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งที่ผ่านมา เราได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้ดำเนินการต่อยอดด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในสองหลักสูตรเฉพาะทางภายใต้โครงการ FRESHTINATION ประกอบด้วย หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพเนื้อและการตัดแต่งอย่างมืออาชีพ” และ หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพปลาและการตัดแต่งแบบมืออาชีพ” ที่ได้มีการอบรมพนักงานในแผนกเนื้อและปลาจากสำนักงานใหญ่ และ 14 สาขาทั่วประเทศโดยพนักงานฝึกอบรมรุ่นแรกของทั้งสองหลักสูตรรวม 35 ราย เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

“โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาบุคลากรของ โก โฮลเซลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานสำนักงานใหญ่และพนักงานสาขาในแผนกเนื้อสัตว์และแผนกปลา ของ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา ได้เรียนรู้ทักษะเชิงเทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น การดูแลคุณภาพวัตถุดิบ และการตัดแต่งอย่างถูกวิธี เข้าใจคุณค่าของความใส่ใจ ในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างไอเดียใหม่ๆ รวมไปถึงทักษะทางด้านการบริการที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างทักษะใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน สามารถเป็นผู้ช่วยมืออาชีพที่เข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างแท้จริงด้วย”

ด้าน ผศ.ดร.ศศิธร นาคทอง ผู้จัดการกลุ่มอาหารแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กล่าวถึงหลักสูตรเฉพาะทางนี้ว่า รายละเอียดการออกแบบหลักสูตร เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาที่ โก โฮลเซลล์ พบเวลาปฏิบัติงาน ดูว่าทักษะ เทคนิคที่ต้องการคืออะไร และนำมาสู่การพัฒนาหลักสูตรออกมา โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สนับสนุนเรื่ององค์ความรู้ และเพิ่มทักษะ Re skill กับ Up skill ให้ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจปัญหาและแก้ไขได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของบทบาทหน้าที่ตัวเอง ที่นอกจากฝีมือการตัด แล่ ให้ดีแล้ว ยังต้องเข้าใจตัววัตถุดิบอย่างแท้จริงด้วย 

ขณะที่ ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท อาจารย์ประจำภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า หลักสูตรนี้เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโก โฮลเซลล์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีทักษะในการตรวจเช็คคุณภาพ  การตัดแต่ง ตามมาตรฐานสากล  ซึ่งเมื่อพนักงานมีความเข้าใจดีแล้ว ก็เกิดการส่งมอบผลงานได้อย่างมืออาชีพ 

ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ ได้วางแผนการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญอย่างมีมาตรฐาน สร้างการเติบโตในสายงานสายอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจส่งมอบสินค้าที่สด สะอาด และได้มาตรฐานสูงสุดแก่ลูกค้าผู้ประกอบการและผู้บริโภค

-(016)

มจพ. – QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

มจพ. - QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

มจพ. – QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.21 น.

มจพ. จับมือ QTC ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

17 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา อ่องอารี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาองค์กร และศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน ผู้อำนวยการอุทยานเทคโนโลยี มจพ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดย อุทยานเทคโนโลยี มจพ. กับ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมวายุ ชั้น 4 อาคารอุทยานเทคโนโลยี มจพ. การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ การออกแบบและผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีวัสดุเพื่อการประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนักศึกษา ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เช่น โครงการฝึกงานและโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Train the Trainer) เพื่อร่วมกันผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว ‘โปรแกรม Oligio X’

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว 'โปรแกรม Oligio X'

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว ‘โปรแกรม Oligio X’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.37 น.

กรอบหน้าชัด คมขึ้นอย่างธรรมชาติ”โปรแกรม Oligio ฉลองความสำเร็จ “100,000,000 Shots” ในประเทศไทยจัดงานเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว “โปรแกรม Oligio X” ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ The Snatched Contour Trend และ Thai Beauty Innovation**โปรแกรม Oligio เทคโนโลยียกกระชับระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยยอดการใช้งานพลังงานทะลุ 100,000,000 Shots เฉพาะในประเทศไทยสะท้อนความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้จริงทั่วประเทศ ที่เลือก โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับอันดับหนึ่งในใจคนไทย

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ Wontech Asia ได้จัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Pinnacle Night of Oligio X – Celebrating 100,000,000 Shots in Thailand” ณ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkokภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และแขกรับเชิญชื่อดังร่วมเฉลิมฉลอง อาทิคุณแพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, คุณลุค อิชิคาวะ และ แขกผู้ร่วมงานสุดพิเศษ (เรียงจากซ้ายไปขวา)

พีระยุทธ มั่งคั่ง, นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, พญ. อวิกา รงค์ทอง, นพ. อุกฤษ จิรภัทรสุนทร, รัตมา กำธรเจริญ, celeb, Chloe Choi, Isaac Jang, นพ. ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์, พญ. กรวิกกา พัฒนะปราน, นพ. สันติ จตุราวิชานันท์พร้อมโชว์สุดพิเศษจากดีว่าระดับตำนาน คุณอมิตา ทาทา ยังสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจและสะท้อนความงามที่เหนือระดับในแบบ “The Snatched Contour Trend” อย่างสมบูรณ์แบบ

Oligio X – ยุคใหม่แห่ง The Snatched Contour Trendในยุคที่ “กรอบหน้าชัดแต่ดูซอฟต์และสมดุล” กลายเป็นนิยามใหม่ของความงามระดับโลกเทรนด์ The Snatched Contour Trend คือการยกกระชับใบหน้าให้เรียวกระชับ ดูมั่นใจ และอ่อนเยาว์ในเวลาเดียวกันเป็นลุคที่สะท้อนทั้ง Luxury – Confidence – Youthfulness และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในเอเชีย โดยเฉพาะในวงการ K-Aesthetic และ Thai Beauty

โปรแกรม Oligio X จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Longevity New Technology – 2 Modes in 1 Device”มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Dual Mode: G และ X ที่ออกแบบให้แพทย์สามารถปรับพลังงานและเทคนิคให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า (underlying structure) ของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำG Mode: เหมาะสำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวอย่างอ่อนโยนX Mode: ให้พลังงานลึกเฉพาะจุด เก็บแนวกรอบหน้า คาง และขากรรไกร เพื่อผลลัพธ์ที่ “Snatched” อย่างเป็นธรรมชาติเทคโนโลยีนี้ตอบโจทย์เทรนด์ความงามยุคใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ “ยก – ยุบ – ชัด – ริ้วรอยจาง” พร้อมส่งเสริมสุขภาพผิวระยะยาวตามแนวคิด Longevity Aesthetics

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล  ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท (Anantara Hua Hin Resort) ในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) ชวนสัมผัสรสชาติอาหารทะเลคุณภาพระดับพรีเมียม ที่ Sea Fire Salt Hua Hin ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของทางรีสอร์ท ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล จุดเด่นอยู่ที่เทคนิคการย่างบนแผ่นเกลือหิมาลายันที่ให้ความร้อนถึง 200 องศา ซึ่งช่วยเสริมรสชาติจากแร่ธาตุธรรมชาติพร้อมดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างลงตัว

ที่ Sea Fire Salt Hua Hin แขกทุกท่านจะได้รับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน จากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ผสานเข้ากับกลิ่นหอมของไฟด้วยเทคนิคการย่างเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รสสัมผัสที่ลุ่มลึกไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับรสชาติอาหารในทุกๆจาน ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของเชฟ Jarno van den Broek ชาวเนเธอแลนด์ ผู้ที่มีประสบการณ์การทำอาหารจากร้านระดับ Michelin Star และ Fine Dining มาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพ การปรุงอย่างเคารพธรรมชาติ และการนำเสนออย่างร่วมสมัยอีกด้วย

ที่ตั้งของร้าน Sea Fire Salt อยู่ติดริมทะเลหัวหิน ในบรรยากาศแบบ Beachfront Dining ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูหราทันสมัย ผ่านการตกแต่งที่ผสมผสานความเรียบง่ายอย่างเป็นธรรมชาติเข้ากับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นอย่างลงตัว พื้นที่ภายในร้านประกอบด้วยโซนปรับอากาศและโซนด้านนอกรับลมทะเล เหมาะสำหรับมื้ออาหารและงานอีเว้นท์ขนาดเล็ก พร้อมครัวเปิดที่มี BBQ Corner และ Pop-up Rum Bar เพิ่มเพิ่มเสน่ห์และความมีชีวิตชีวา รวมไปถึงพื้นที่สนามหญ้า เหมาะสำหรับงานในโอกาสพิเศษต่างๆอีกด้วย

สำหรับเมนูไฮไลท์ของร้าน Sea Fire Salt ประกอบด้วย

  • Charred Octopus: หมึกออคโตปุสย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งม่วง, มะกอกดำ, มะเขือเทศกึ่งแห้ง (Semi-dried Tomato), ขึ้นฉ่าย และหญ้าเปรี้ยว (Sorrel) โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและแหล่งผลิตในประเทศไทย
  • Water-Aged Angus Beef Tenderloin (14 Days): เนื้อ Angus Tenderloin ที่ผ่านกระบวนการ Water Aging นาน 14 วัน เพื่อเพิ่มความนุ่มและดึงรสชาติความอร่อยของเนื้อออกมาให้มากที่สุด ผู้ที่ชื่นชอบในการทานเนื้อคุณภาพเยี่ยมไม่ควรพลาด
  • Chocolate Love: นอกจากเมนูของคาวแล้ว ที่ร้านยังมีเมนูของหวานที่ชวนให้ลิ้มลอง อย่างช็อกโกแลตเลิฟ ช็อกโกแลตมูสบาร์สูตรเฉพาะของทางร้าน ผสมเข้ากับถั่วหลากหลายชนิดและดาร์กช็อกโกแลตกานาชสุดเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่รักในการทานช็อกโกแลต เพื่อปิดท้ายมื้ออาหารสุดพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ร่วมสัมผัสรสชาติอาหารคุณภาพระดับพรีเมียมในบรรยากาศริมทะเลหัวหินอันงดงามและเป็นส่วนตัว ที่ห้องอาหาร Sea Fire Salt อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น. โทร 032-520250 อีเมล sfs.ahh@anantara.comข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.anantara.com/en/hua-hin

เมืองสุขสยาม ชวนยิ้มรับศักราชใหม่ ในงาน ‘สุขกันเถอะเรา’ เติมความสุขหลากรูปแบบผ่านเสน่ห์แบบไทยๆ

เมืองสุขสยาม ชวนยิ้มรับศักราชใหม่ ในงาน 'สุขกันเถอะเรา' เติมความสุขหลากรูปแบบผ่านเสน่ห์แบบไทยๆ

เมืองสุขสยาม ชวนยิ้มรับศักราชใหม่ ในงาน ‘สุขกันเถอะเรา’ เติมความสุขหลากรูปแบบผ่านเสน่ห์แบบไทยๆ

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

“เมืองสุขสยาม” ณ ไอคอนสยาม ชั้น G เมืองสารพัดสุข สนุกแบบไทย  ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขและการฉลองเข้าสู่ศักราชใหม่ด้วยเสน่ห์แบบไทยๆ จัดงาน “SOOKSIAM สุขกันเถอะเรา”  สัมผัสประสบการณ์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทยอันหลากหลาย และกิจกรรมเติมเต็มความสุขมากมาย พร้อมคัดสรรของขวัญของฝากจากงานหัตถศิลป์พื้นบ้านไทยคุณภาพ เพื่อส่งต่อความสุขให้คนพิเศษ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายใต้บรรยากาศรื่นเริงแบบไทย ตั้งแต่วันนี้  – 7 มกราคม 2569  

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมแห่งความสุขมากมาย เริ่มต้นที่ “สุขสัมพันธ์” กับการเลือกของขวัญจากฝีมือชุมชนไทยที่รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุธรรมชาติ อาทิ เสื้อผ้า, เครื่องประดับ, กระเป๋า, งานถัก, เครื่องหนัง, ของแต่งบ้าน, ของที่ระลึก, สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม, สมุนไพรไทยต่าง ๆ รวมกว่า 1,000 รายการ ไฮไลต์ที่น่าสนใจ เช่น รองเท้าแตะจากเสื่อกก (Sedge Mat Sandals) จากร้าน One th1ng อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ที่นำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบรองเท้าสไตล์มินิมอล ผสมผสานความเป็นธรรมชาติเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว , ผ้าผูกผมและกระเป๋าเชือกฟอกถัก จากร้าน Goodday Fabric อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง, ตุ๊กตาถักไหมพรมแฮนด์เมด จากร้าน Library of You อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย, แฟชั่นผ้าฝ้ายย้อมครามธรรมชาติ จากร้าน INDICRAFT จังหวัดเชียงใหม่, กระเป๋ายีนส์แฮนด์เมด จากร้าน Bangkok Denim ที่แต่งผ้าเพิ่มสีสัน ต้อนรับเทศกาลปีใหม่, นาฬิกาไม้ฝีมือคนไทยจากร้าน Sep 32, แว่นตาไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ร้าน 32 Lookwood, เครื่องประดับเงินแฮนด์เมดและงานปักผ้าลวดลายน่ารัก จากร้าน SilverLine, ชุด Co-Ord Sets และ Hawaii Shirt ผ้าคอตตอน-ลินิน พิมพ์ลายพิเศษ จากร้าน Summerise, ไหมพรมถักจาก จุ๊บเจลเนอรัล, สบู่แฮนด์เมดจากสมุนไพรและสารสกัดธรรมชาติ จากร้าน Pearl Moon Sopery, ถุงอบประคบสมุนไพรแบรนด์ Sabai และอีกมากมาย ให้เลือกส่งต่อความสุขเป็นของขวัญของฝาก พร้อมได้อุดหนุนผู้ประกอบการและชุมชนไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังชวนอร่อยกับ “สุขแซ่บ” อาหารไทยสไตล์สตรีทฟู้ด ที่ยกขบวนมาให้เลือกอิ่มอร่อยหลากหลายประเภท พร้อมรสชาติถึงใจตามแบบฉบับท้องถิ่น พร้อมเปิดประสบการณ์ “สุขสืบสาน”  ชมสาธิตงานหัตถศิลป์ไทยอันเป็นอัตลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหน้าหัวโขน โดยครูช่างไทย, การลงยาสี, เทคนิคประดับลวดลาย, สาธิตงานลายรดน้ำโดยนักศึกษาสาขาหัตถศิลป์ไทย วิทยาลัยเพาะช่าง ระหว่างวันที่ 26 – 28 ธันวาคม 2569 เวลา 13.00 – 19.00 น. บริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา 

เติมความสนุกกับ “สุขสนุก” การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยตลอดการจัดงาน รวมถึงกิจกรรมพิเศษ การแสดงดนตรีแจ๊ส ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 และ 31 ธันวาคม 2568  สัมผัส “สุขเสน่ห์” แต่งชุดไทยเดินถ่ายรูปใน เมืองสุขสยาม ราคาพิเศษเพียง 300 บาท (จำกัด 50 ท่าน / วัน)  ระหว่างวันที่ 29 – 31 ธ.ค. 68  ที่ร้านห้องภาพวันวานและร้านสิรินาถทิพย์วดี สำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นปีใหม่อย่างมั่นใจ เชิญร่วมกิจกรรม “สุขสมหวัง” ตรวจดวงชะตาราศีรับศกใหม่ ด้วยศาสตร์แห่งไพ่ยิปซีกับหมอดูไพ่ยิบซีจากสมาคมโหราศาสตร์แห่งประเทศไทย ครอบคลุมเรื่องความรัก การงาน การเงิน โชคลาภ หรือสุขภาพ ระหว่างวันที่ 29 – 30 ธันวาคม 2568  เวลา 13.00-19.00 น. บริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา 

อีกหนึ่งไฮไลท์พิเศษคือการสร้างสรรค์ “ต้นคริสต์มาสภูมิปัญญาไทย” ที่ปีนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด “ต้นคริสต์มาสไม้ไผ่ – ส่องประกายเสน่ห์วิถีชุมชนไทย ผ่านงานจักสานพื้นบ้าน” ผลงานสร้างสรรค์

ที่งดงามและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ด้วยไม้ไผ่จริงทั้งต้น ใช้เทคนิคการตอก มัด และหมุนเกลียวอย่างประณีต ประดับตกแต่งด้วยงานจักสานพื้นบ้านที่สื่อความหมายมงคล และสะท้อนลึกวิถีท้องถิ่นไทยอย่างลึกซึ้ง เช่น สุ่มไก่ สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความขยันขันแข็ง, สุ่มปลาและปลาตะเพียน เครื่องรางแห่งความโชคดี นอกจากนี้ยังมีปลาช่อนจักสาน, ไทรดักปลาประมงพื้นบ้าน, ชะลอม, ตุงอิสาน, โคมไฟจักสานชนิดต่างๆ, แมงกระพรุนที่ทำจากไม้ไผ่ และงานประดิษฐ์รูปทรงต่าง ๆ ที่ทำจากหวายและไม้ไผ่ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันงดงาม ยังส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางต่อสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ร่วมเก็บเกี่ยวความสุขและส่งต่อรอยยิ้มในงาน “สุขกันเถอะเรา” งานที่รวบรวมความสุข ความหวัง และเสน่ห์แบบไทยเอาไว้อย่างครบครัน เพื่อให้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ครั้งนี้เติมเต็มหัวใจของทุกคนให้เบิกบาน พร้อมเปิดรับเรื่องราวดี ๆ ของศักราชใหม่ไปด้วยกันที่เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้น G สามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของเมืองสุขสยามได้ที่ Facebook: SOOKSIAM 

สุขภาพที่ดี เริ่มจากการเข้าใจร่างกายของตัวเอง Dr.Orn กับแนวคิด ‘The Body Code’ ถอดรหัสสุขภาพเฉพาะบุคคล

สุขภาพที่ดี เริ่มจากการเข้าใจร่างกายของตัวเอง Dr.Orn กับแนวคิด ‘The Body Code’ ถอดรหัสสุขภาพเฉพาะบุคคล

สุขภาพที่ดี เริ่มจากการเข้าใจร่างกายของตัวเอง Dr.Orn กับแนวคิด ‘The Body Code’ ถอดรหัสสุขภาพเฉพาะบุคคล

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

ในยุคที่การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายถึงการแก้ปัญหาเฉพาะจุดอีกต่อไป แต่คือการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว Dr. Orn Wellness Center เปิดมุมมองใหม่ของการดูแลสุขภาพผ่านแนวคิด “The Body Code” การถอดรหัสสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อออกแบบการดูแลที่เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนอย่างแท้จริง

ต่อยอดจากความสำเร็จของ Dr. Orn Medical Hair Center คลินิกเฉพาะทางด้านเส้นผมที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 14 ปี และดูแลผู้เข้ารับบริการมาแล้วมากกว่า 60,000 ราย ล่าสุด Dr. Orn ได้ขยายขอบเขตการดูแลจากเรื่องเส้นผม สู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยเชื่อว่า สุขภาพที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการเข้าใจร่างกายทั้งระบบ

หัวใจของ Dr. Orn Wellness Center คือการดูแลแบบ Doctor-led Wellness ที่มีแพทย์เฉพาะทางในแต่ละด้านร่วมกันถอดรหัสสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Hair Wellness ภายใต้แนวคิด Medical Hair Spa ที่ผสานศาสตร์การแพทย์เข้ากับการผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ไม่ได้ดูแลเพียงภายนอก แต่เริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา ช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเริ่มดูแลเส้นผมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ป้องกันปัญหาผมบางและผมร่วงในอนาคต พร้อมดูแลสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ

ขณะเดียวกัน Weight & Wellness ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ ผู้บริหาร และผู้ประกอบการ ที่ต้องการดูแลรูปร่างและสุขภาพอย่างไม่เร่งรัด แต่เห็นผลในระยะยาว ผ่านการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งน้ำหนัก ระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน ความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยมีแพทย์เฉพาะทางดูแลอย่างใกล้ชิด

 “การดูแลสุขภาพที่แท้จริง ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการเข้าใจร่างกายของตัวเอง และดูแลเขาอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”

Dr. Orn Wellness Center จึงไม่ใช่เพียงศูนย์ดูแลสุขภาพหรือความงาม แต่คือพื้นที่ของการ ถอดรหัสสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างสมดุลทั้งกายและใจ และช่วยให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง มั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว

-(016)

คอลเลกชันจิวเวลรีชั้นสูงแห่งปี ‘TREASURE OF DREAMS’ อีกครั้งกับพระอัจฉริยภาพ ‘SIRIVANNAVARI X BEAUTY GEMS’

คอลเลกชันจิวเวลรีชั้นสูงแห่งปี ‘TREASURE OF DREAMS’  อีกครั้งกับพระอัจฉริยภาพ ‘SIRIVANNAVARI X BEAUTY GEMS’

คอลเลกชันจิวเวลรีชั้นสูงแห่งปี ‘TREASURE OF DREAMS’ อีกครั้งกับพระอัจฉริยภาพ ‘SIRIVANNAVARI X BEAUTY GEMS’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

เพื่อสานต่อเรื่องราวความรักตราบนิรันดร์ของ Amour Éternel (Eternal Love) จากฤดูกาลที่ผ่านมา อีกครั้งกับการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ BEAUTY GEMS  แบรนด์อัญมณีชั้นนำของประเทศไทย ได้นำมาซึ่งความวิจิตรตระการตา และเลอค่าสมชื่อ ‘Treasure of Dreams’ คอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง ประจำปี 2025  อันประกอบไปด้วย สุดยอดผลงานล้ำค่า 88 ชิ้น อันเปี่ยมด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์จากพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

“ตลอดกระบวนการทำงานของคอลเลกชันนี้เป็นเหมือนการเปิดดูสมุดบันทึกงานออกแบบ หรือไม่ก็แฟ้มงานที่เคยทำไว้ เพื่อนำทุกความล้ำค่าของงานฝีมือ, แรงบันดาลใจ มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวบทใหม่ ด้วยภาษาแห่งเครื่องประดับรัตนศิลป์ ทางศาสตร์เครื่องประดับชั้นสูงถ่ายทอดความอ่อนหวาน และอ่อนโยนของเฉดสีในโทนพาสเทล ลงสู่งานออกแบบตัวเรือนที่ช่วยทวีความงดงามในคุณลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของทั้งอัญมณี และรัตนชาติเลอค่า จากสีฟ้าต่างระดับความโปร่งใสระหว่างอะความารีนกับเทอร์คอยซ์ไปจนถึงหลากสีละลานตาของไพลินท่ามกลางประกายสุกสกาวของเพชรน้ำล้อแสงร่วมกับมอร์แกไนต์ และไข่มุกอาโกยะ ขณะเดียวกันก็มีสีแดงสดของทับทิมกับสีเขียวกระจ่างของมรกตเป็นลูกเล่นคั่นอารมณ์”  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ SIRIVANNAVARI ทรงตรัสเล่าถึงขั้นตอนการสรรค์สร้างคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูงในครั้งนี้

เพื่อถ่ายทอดความหมาย “คุณค่า และความล้ำค่าดุจฝัน” ของ Treasure of Dreams ที่สุดแห่งช่างศิลป์งานฝีมือแขนงต่างๆ ของ BEAUTY GEMS ต่างนำทักษะเหนือชั้นเฉพาะด้านมาใช้ กับทุกแง่มุมรายละเอียดของแต่ละผลงาน จากอเตอลิเยร์ของ SIRIVANNAVARI มาสู่สายตาเฉียบคม เปี่ยมประสบการณ์ของนักอัญมณีวิทยาที่ร่วมกันตรวจคัด เฟ้นหาอัญมณี และรัตนชาติคุณภาพสูง เช่นเดียวกับความเหนือชั้นเชิงทักษะเครื่องประดับชั้นสูง รังสรรค์ความอ่อนช้อย งดงามในทุกจังหวะการเคลื่อนไหวตามวงจรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพรรณพฤกษา หรือสัตว์น้อยใหญ่ ให้ปรากฏเป็นผลงานเลอค่าด้วยลูกเล่นการจัดสัดส่วนทั้งแบบสมมาตร และอสมมาตร สะท้อนความเป็นจริงตามธรรมชาติ อีกครั้งที่ประกายเพชรและอัญมณีขององค์นักออกแบบได้จรัสประกาย “สุข” สว่างให้ประจักษ์ต่อทุกสายตาและตราตรึงทุกหัวใจ

ทุกขั้นตอนตลอดกระบวนการหัตถศิลป์ คือกลไกขับเคลื่อนสำคัญ นำมาซึ่งความโดดเด่นเป็นหนึ่งให้แก่เครื่องประดับชั้นสูงทุกชิ้น และแต่ละชิ้นล้วนแสดงถึงการสืบสาน และยกระดับทักษะของบรรดาเทคนิคเก่าแก่ดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมล้ำสมัยมาประยุกต์ ไม่ว่าจะเป็นงานหล่อแบบ 3D, การขึ้นตัวเรือนโลหะ, งานเจียระไน และฝังรัตนชาติขึ้นตัวเรือน การทำงานเช่นนี้ทำให้เราสามารถพัฒนาผลงานอันมีความสดใหม่ ทันสมัย และร่วมสมัยได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

สุริยน ศรีอรทัยกุล  กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้เจมส์ กล่าวถึงแต่ละขั้นตอนในการพัฒนาคอลเลกชันว่า “ด้วยการนำเทคนิคดั้งเดิมมาใช้ เพื่อเป็นการสืบสาน อนุรักษ์ความล้ำค่าทางหัตถศิลป์ชั้นสูงในงานเครื่องประดับไทย ความกล้าในการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ได้ท้าทายเชิงเทคนิคได้อย่างน่าตื่นตา อย่างงานแกะสลัก, งานเจียระไน และขัดผิวกลึงลูกปัด, งานประกอบชิ้นส่วน และทักษะแขนงอื่นๆ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์รูปลักษณ์ที่มีความสมจริงตามธรรมชาติ ตามแนวคิดทรงออกแบบของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี  นารีรัตนราชกัญญาได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

Treasure of Dreams เลอค่าดุจฝัน

เพื่อสานงานสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงของ SIRIVANNAVARI ผลงานส่วนหนึ่งใน Treasure of Dreams คือการนำมรดกงานออกแบบจากคอลเลกชันก่อนอย่าง Heirlooms of Elegance หรือล่าสุดคือ Amour Éternel มารังสรรค์ใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์, คุณค่า และความหมายแต่แรกเริ่มไว้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดกุหลาบควีนสิริกิติ์ อันเป็นอนุสรณ์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (สมเด็จพระอัยยิกา), สร้อยข้อมือเพชร อันสื่อถึงของขวัญพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตัวแทนความรัก และการส่งผ่านปรารถนาดี รวมกระทั่งดอกไม้พื้นบ้านอย่างดอกลำดวน หรือสัตว์น้อยใหญ่ใน “สวนของเจ้าหญิง” อาทิ นกยูง, ช้าง, นกฮูก  ซึ่งยังครองสัญลักษณ์ หรือโลโก้ประจำแบรนด์

ขณะเดียวกัน บรรดาผลงานการออกแบบใหม่ ก็นำมาซึ่งความตื่นตา ตื่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เข็มกลัด “นกแอบรัก” หรือ The Royal Lovebird Brooch ถ่ายทอดความอ่อนหวานของลูกเล่นเฉดสีตามแนวทางศิลปะอิมเพรสชันนิสท์ จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ในชื่อเดียวกันขององค์นักออกแบบ มาสู่รัตนศิลป์บนครรลองของความประณีต พิถีพิถันกับทุกรายละเอียดจากกรงนกทรงไทยติดตั้งชิงช้าแขวนคอนให้นกเกาะ รวมถึงบานประตูคู่เปิด-ปิดได้

ระหว่างที่ โมราฑิฆัมพร (Blue Lace Agate) สลักลายถึง 11 เม็ดจุดประกายจินตนาการถึงฤดูใบไม้ผลิ ทิ้งตัวลงมาตามก้านช่อประดับพราวน้ำค้างลูกปัดแก้วพรรณราย และโอปอลสีชมพูของสร้อยคอและต่างหู Symphony of Poetry Multicolor เข้าเซ็ต ส่วนมรกตคัด 11 เม็ดเจียระไนทรงหยดน้ำหลังเบี้ยของสร้อยคอ Melody of Eden ก็ทิ้งตัวสะโอดสะอง แซมสลับใบเขียวของพลอยแพริดอต (Peridot) บนตัวเรือนอ่อนช้อย ชิ้นงานอันวิจิตรงดงามนี้รังสรรค์มาพร้อมกับต่างหูที่เข้าเซ็ตกัน สะท้อนถึงความผูกพันอย่างมิอาจแยกจากระหว่างแฟชั่นกับเครื่องประดับ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากความละเอียดอ่อน บอบบางดุจลูกไม้ถักมือในแบบอิตาเลียนเรเนซองส์   บรรดาสัญลักษณ์ทางการออกแบบประจำแบรนด์อย่างอักษรย่อพระนามาภิไธย S Signature ตลอดจนเกือกม้า และตะขอปากม้า ตัวแทนความรัก และทักษะส่วนพระองค์ในกีฬาขี่ม้าขององค์นักออกแบบ ต่างมาปรากฏพร้อมรูปหัวใจโดยหาได้เป็นเพียงลูกเล่นตกแต่ง ทว่ายังทำหน้าที่เป็นกลไกตัวกลัด หรือข้อต่อประกอบชิ้นส่วนโครงสร้างได้อย่างแยบคาย

ในอาณาจักรความงามแห่ง “สวนของเจ้าหญิง” Treasure of Dreams ถ่ายทอดความงดงามตระการตาน่าอัศจรรย์จากมวลธรรมชาติอันเป็นที่รักยิ่งของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ด้วยโครงสร้างเปิดโปร่งลดน้ำหนักตัวเรือน กับศิลปะประกอบชิ้นส่วนทั้งแบบสมมาตร และอสมมาตร มนตราสะกดอารมณ์ของรัตนชาติหลากสรรพสีที่ผ่านการตรวจคัด จับคู่อย่างประณีต และเฉียบคม ได้เนรมิตเครื่องประดับรูปลักษณ์ ทั้งดอกไม้ และสัตว์น้อยใหญ่ในต่างอากัปกิริยา หรือจังหวะวงจรชีวิต ก่อลีลาล้อแสงเรืองระยับดุจภาพวาดเทพนิยาย จุดประกายจินตนาการ และปรารถนา ทั้งพราวเพชร หรือคริสตัลน้ำกระจ่าง ช่อทับทิมสอดแซมไพลินสลับสี หรือสีเขียวไล่ลำดับโทน ระหว่างมรกตกับพลอยแพริดอต บนตัวเรือนทองคำขาวขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก ล้วนร่วมกันสะท้อนความล้ำค่าของไหวพริบทางการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญแขนงต่างๆ ในศิลปศาสตร์อัญมณีได้อย่างแยบคาย

“Treasure of Dreams” คอลเลกชันจิวเวลรีชั้นสูงแห่งปี 2025 นอกจากจะแสดงให้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพในด้านงานออกแบบจิวเวลรีอันล้ำค่าและทันสมัยขององค์ดีไซเนอร์ ยังบ่งบอกถึงการพัฒนาและยกระดับฝีมือช่างจิวเวลรีไทย เพื่อเชิดชู อนุรักษ์ และเผยแพร่คุณค่าไปสู่ระดับสากลได้อย่างภาคภูมิ