Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นรายงานว่า โรงพยาบาลรัฐราวร้อยละ 83.3 ของประเทศประสบภาวะขาดทุนรวม 3.95 แสนล้านบาท (ราว 8.68 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งสัดส่วนโรงพยาบาลที่ประสบภาวะขาดทุนและมูลค่าการขาดทุนล้วนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น กอปรกับราคายาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วญี่ปุ่นเผชิญสถานการณ์ทางการเงินย่ำแย่ลง

รายงานระบุว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐในญี่ปุ่นอยู่ในภาวะเกินดุล 3.25 แสนล้านเยน (ราว 7.15 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2021 เนื่องด้วยโครงการเงินอุดหนุนจากรัฐบาลระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ก่อนจะเผชิญปัญหาทางการเงินที่รุนแรงยิ่งขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2023 เนื่องจากต้นทุนแรงงานและวัสดุพุ่งสูงเกินรายได้จากการบริการทางการแพทย์

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’ ชวน PROXIE – PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’   ชวน PROXIE - PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

ปาร์ตี้กาแฟเปิดตัว ‘เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์’ ชวน PROXIE – PiXXiE มามิกซ์ความสนุกเอาใจ Gen Z

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนสกาแฟ แบรนด์กาแฟอันดับหนึ่งในประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์ในการดื่มด่ำกาแฟเย็นที่บ้าน เปิดตัว “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ถือเป็นนวัตกรรมกาแฟเข้มข้นพร้อมชงครั้งแรกของเนสกาแฟ

ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ชูคอนเซ็ปต์ “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” ให้คอกาแฟสามารถสร้างสรรค์เมนูกาแฟที่แปลกใหม่ได้ไม่จำกัดในแบบของตัวเอง การเปิดตัวครั้งนี้ได้เนรมิต “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ คอฟ ฟี่เฮ้าส์ ปาร์ตี้” เปิดปาร์ตี้กาแฟสุดมันส์ช่วงกลางวัน พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวเปิดประสบการณ์ความสนุกและไวบ์ที่แรงสุดแห่งปีกับกาแฟเข้มข้นพร้อมชงสุดคูล สร้างสีสันของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเย็นที่เนสกาแฟได้ยกทัพกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่ซ้ำกันเลยสักวันพร้อมนำทัพศิลปินชื่อดัง PROXIE, PiXXiE ,เจมส์ อลิน และ วาเลนตินา พลอย มาร่วมเปิดบ้านคนคูลที่เพลย์อาร์ตเฮ้าส์ (PLAY Art House) ถนนทรงวาด ย่านเยาวราช  เมื่อวันที่ 3-5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ นวัตกรรมกาแฟเข้มข้นพร้อมชง คัดสรรเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าคุณภาพสูง มอบประสบการณ์ในการทำกาแฟเย็นที่บ้านง่าย ๆ ผ่าน 3 ขั้นตอน เท ผสม แล้วดื่ม โดยมีให้เลือก 3 สูตร ได้แก่ เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง สูตรไม่มีน้ำตาล มอบรสชาติที่เข้มข้นนุ่มลึก เหมาะสำหรับคนชอบกาแฟเย็นไม่หวาน เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง รสหวานกลมกล่อม มอบรสชาติกาแฟเข้มข้นกลมกล่อมลงตัวหวานกำลังดี และ เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ ลาเต้เข้มข้นพร้อมชง มอบประสบ การณ์กาแฟลาเต้ที่ให้เนื้อสัมผัสครีมเข้มข้นและหอมละมุนสไตล์คาเฟ่

ความพิเศษของการเปิดตัวในครั้งนี้ เนสกาแฟ ได้จับมือกับ แซค คิง (Zach King) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกและหนึ่งในดิจิทัลครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน TikTok ถึง 82 ล้านคน เปิดตัวแคมเปญฯ ที่มีชื่อว่า “มิกซ์สนุก คูลแบบเรา” (Hack it How You Like it) โดยมีแซค คิง นำทีมสร้างสรรค์ไอเดียการชงกาแฟเย็นสุดคูลและสร้างคอนเทนต์พิเศษสำหรับกรุงเทพฯ ผ่านจอดิจิทัลกว่า 3,000 จอทั่วประเทศ ร่วมกับพรีเซนเตอร์ไทย วงพร็อกซี (PROXIE) และวงพิกซี่ (PiXXiE) เพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น ถ่ายทอดความสนุกและไอเดียสร้างสรรค์ในการทำ DIY Coffee

PROXIE พรีเซนเตอร์ของเนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ ประกอบด้วย กัน คิม โชกุน กร อองรี วิคเตอร์ ได้ร่วมกิจกรรมเปิดปาร์ตี้กาแฟสุดมันส์ช่วงกลางวันกับคนคูล ๆ พร้อมได้ร่วมแฮกสูตรกาแฟเย็น โดย กร – กร วรรณไพโรจน์ เป็นตัวแทนเล่าถึงประสบการณ์มิกซ์ความสนุกว่า “กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่พวกเราขาดไม่ได้ในแต่ละวันเลยครับ พวกเราชอบดื่มกาแฟเย็น พอได้มารู้จักและลองก็ชอบเลย อร่อย สะดวก และสนุกในการชงเมนูกาแฟได้หลากหลาย ช่วยให้พวกเราได้เพลิดเพลิน มิกซ์สนุกคูลแบบเราครับ”

อีกหนึ่งตัวแทนของ PROXIE วิคเตอร์ – วรเมธ กอนุประพันธ์ เล่าถึงบรรยากาศมิกซ์ความสนุกว่า “ครั้งแรกของพวกเราที่ได้มาปาร์ตี้กาแฟกลางวันแบบนี้ ชอบการที่ได้ออกไปมีประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ทำหรือไปสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน อย่างงานวันนี้ที่ได้เปลี่ยนทรงวาดให้เป็นย่านแห่งงานอาร์ต และมาครีเอทเมนู แฮกสูตรกาแฟเย็นแก้วโปรด ช่วยเปิดความคิดสร้างสรรค์ของพวกเราครับ”

“เนสกาแฟเป็นผู้บุกเบิกในการสร้างสรรค์นวัตกรรมกาแฟมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2516 เนสกาแฟได้เปิดตัวผลิต ภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปในประ เทศไทย ต่อมาในปี 2543 เราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์กาแฟปรุงสำเร็จ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการกาแฟที่มีคุณภาพและสะดวกในการดื่มเนสกาแฟ เชื่อว่าทุกคนควรได้ดื่มกาแฟเอสเปรสโซที่ดีเยี่ยม เราภูมิใจในการนำ “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” มาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย” ออธมัน ชไรบิ ผู้อำ นวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวและเสริมว่า “นวัตกรรมเรดี้ทูมิกซ์ยังนับเป็นการเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟเย็นกลุ่มใหม่สำหรับการดื่มในบ้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ Gen Z อีกด้วย และถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความสำคัญระดับโลกของเนสกาแฟ ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้วในการเปิดตัวในประเทศออสเตร เลีย จีน สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร เรามั่นใจว่า “เนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์” จะช่วยให้ Gen Z สร้างสรรค์วัฒนธรรมการดื่มกาแฟเย็นในแบบของตัวเอง พร้อมเสริมแกร่งความเป็นผู้นำของเนสกาแฟในประเทศไทย”

มามิกซ์สนุก คูลแบบเรากับเนสกาแฟ คอนเซนเทรต เรดี้ทูมิกซ์ วางจำหน่ายแล้วทั่วประเทศที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ กูร์เมต์ วิลล่า ฟู้ดแลนด์ และแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ ติ๊กต็อก ช้อปปี้ ลาซาด้า ในแบบขวด 500 มล. ชงได้ 5-10 แก้วต่อขวด มี 3 รสชาติ ได้แก่ เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง สูตรไม่มีน้ำตาล เอสเปรสโซเข้มข้นพร้อมชง รสหวานกลมกล่อม และลาเต้เข้มข้นพร้อมชง

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

ภาพเด็ดประจำสัปดาห์ : คลื่นมหาชนแห่เดินทางกลับ ก่อนสิ้นสุดหยุดยาววันชาติจีน

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประมวลภาพบรรยากาศประชาชนจำนวนมากออกเดินทางขากลับทั่วจีน ขณะช่วงหยุดยาววันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ ระยะ 8 วัน จะสิ้นสุดลงในวันพุธ (8 ต.ค.) ทำให้สถานีรถไฟ ถนนหนทาง และท่าเรือ รับรองการเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมาก

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลังพันธมิตร ชวนวิ่งเพื่อการกุศล รายได้ให้ยูนิเซฟประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหาร สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพฯ สานต่อปณิธานการขับเคลื่อนธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับผู้คน ชุมชน และสังคม ภายใต้แพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนของทุกคน ผ่านโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ผนึกกำลังพันธมิตร นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร บางกอกไพรด์ และ Drag Bangkok จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” มอบรายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในประเทศไทย ผ่านองค์การยูนิเซฟประเทศไทย ในการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ด้วยการร่วมสร้างสังคมที่เท่าเทียม เปิดกว้าง ด้วยแนวทางอันยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างคุณค่าจากหัวใจ” โดยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม และประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ ณ SCBX Next Stage ชั้น 4 สยามพารากอน

งานแถลงข่าวกิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” ได้รับเกียรติจากพันธมิตร อาชวันต์ กงกะนันทน์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ธณพร ตันติยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival และภัทร เลิศสุกิตติพงศา กรรมการ บจก.เยลโล่ แชนแนล ผู้จัดงาน Drag Bangkok Festival ร่วมกล่าวถึงรายละเอียดในการจัดงาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุน อาทิ Fitness First Virgin Active Canon และโรงพยาบาลกรุงเทพ มาร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือ และการให้การสนับสนุนของรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ภายในงานยังมีนักแสดงชื่อดังแถวหน้าของประเทศไทยอย่าง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร มาร่วมวิ่งบนลู่วิ่งกับคณะผู้บริหาร เพื่อเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้นยังมี ศิลปินจาก Tia 51 อาทิ กฤษฎิ์ งามธนกิจจา ภพ-ปองภพ สำราญชัยกร เอ็นเจ-ดีพร้อม สุนทรสิทธิโสภา และ โชค-โชคดี โตใหญ่มาร่วมสร้างสีสันความสนุก และเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล เพื่อช่วยเหลือเด็กในประเทศไทย

กิจกรรมวิ่งการกุศล “Citizen of Love : Born to Run 2026 United for Change” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ณ สยามพารากอน แบ่งระยะการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มินิมาราธอน 10.5 กิโลเมตร และฟันรัน 4.4 กิโลเมตร เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางออนไลน์ https://thai.fit/c/BTR2026 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ค่าสมัครระยะมินิมาราธอน 899 บาท ระยะฟันรัน 799 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM SuperApp สามารถรับโค้ดส่วนลด 100 บาท เพื่อสมัครร่วมกิจกรรมราคาพิเศษได้ทุกระยะ โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะได้รับเสื้อวิ่งที่ระลึกสุดพิเศษออกแบบโดยศิลปินสตรีทอาร์ต และป็อปอาร์ต BENZILLA เจ้าของคาแรคเตอร์สามตายอดฮิต และผู้ร่วมกิจกรรมที่วิ่งเข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญรางวัลรักษ์โลกสุดพิเศษออกแบบโดย BENZILLA นอกจากจะดีไซน์น่ารักเหมาะแก่การเก็บสะสมแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์เป็นที่เปิดขวดน้ำได้ ตัวเหรียญยังทำมาจากฝาขวดน้ำพลาสติกที่ได้มาจากการคัดแยกขยะภายใต้โครงการ Journey to Zero Waste ของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ส่งต่อให้ QUALY DESIGN แบรนด์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์รักษ์โลกเป็นผู้ผลิต

สามารถสมัครร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางออนไลน์  https://thai.fit/c/BTR2026 นอกจากจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทยไปพร้อมกับการมีสุขภาพดีแล้ว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังมีสิทธิ์ในการร่วมรับของรางวัลภายในงานจากผู้ร่วมสนับสนุนอีกมากมาย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook ONESIAM และ THAIFIT

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

เมื่อ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ ใส่ใจท้องถิ่น พึ่งพิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน ต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community แบบ Made by Krabi

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Sustainable Lifestyle หรือวิถีชีวิตที่ยั่งยืน เป็นแนวทางการใช้ชีวิตที่ได้รับความสนใจและกลายเป็นวิถีชีวิตหลักที่ทุกคนในโลกทุกวันนี้ควรลุกขึ้นมาปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะ การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า หรือการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมรอบตัว แม้จะเป็นก้าวเล็กๆ ที่ใส่ใจต่อโลก แต่กลับช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกชีวิต

อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) 

เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล กระบี่ ศูนย์การค้าต้นแบบ ภายใต้แนวคิด Made by Krabi ที่ได้หยิบยกเรื่องราวและความภาคภูมิใจในแง่มุมต่างๆ  ผ่านเมืองและผู้คนกระบี่ มาถ่ายทอดเรียงร้อยลงในการเปิดตัวศูนย์การค้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เซ็นทรัลพัฒนา ในการพัฒนาศูนย์การค้าที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อทุกชีวิต พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพื้นที่รอบศูนย์การค้าและชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตไปด้วยกัน  โดยในทุกกระบวนความคิดและวิธีการเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนและผู้ประกอบการในศูนย์การค้าในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

ก่อนเปิดตัว ศูนย์การค้าเซ็นทรัล กระบี่ นำโดย เซ็นทรัลพัฒนา ได้แสดงเจตนารมณ์ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจร่วมกับการส่งเสริมการเติบโตของชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้าง CSV – Creating Shared Value พร้อมต่อยอดสู่การเป็น Regenerative Community  ชุมชนที่ไม่ได้หยุดแค่การลดผลกระทบ (Less Harm) แต่ยังฟื้นคืน (Healing & Thriving) ให้ธรรมชาติและสังคมเดินหน้าไปพร้อมกัน ด้วยการเชิญชวนพนักงานอาสากว่า 50 คนจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้งหมด 6 สาขา ในภาคใต้ ได้แก่ เซ็นทรัล สุราษฎร์, เซ็นทรัล สมุย,เซ็นทรัล นครศรี, เซ็นทรัล ภูเก็ต, เซ็นทรัล หาดใหญ่ และ เซ็นทรัลกระบี่ เดินทางมาร่วมกับทำกิจกรรม ณ ชุมชนบ้านไหนหนัง จังหวัดกระบี่  เพื่อสร้างวัฒนธรรมร่วมและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตแบบ Sustainable Lifestyle ในทุกจุด Touch point สะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

กิจกรรมเริ่มตั้งแต่การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ด้วยการปลูกหญ้าทะเล บนพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 1 ไร่ รวมถึงการร่วมกันเก็บขยะชายหาดและขยะทะเล โดยเฉพาะ แหอวน เพื่อนำมาจัดการอย่างถูกวิธี ที่ได้มีการประสานงานร่วมกับพันธมิตร และหน่วยงานท้องถิ่น โดยแหอวนที่ได้จะนำกลับมาอัพไซเคิลเป็นเส้นใย เพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยสร้างรายได้คืนกลับให้กับชุมชน สำหรับชุมชนบ้านไหนหนัง จังหวัดกระบี่ เป็นชุมชนประมงพื้นบ้านที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนและชายฝั่ง นอกจากนี้พนักงานยังร่วมกันปลูกดอกไม้ประเภทต่าง อาทิ กุหลาบ บัว  เพื่อให้เป็นอาหารของผึ้งเลี้ยงและชันโรงในพื้นที่ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้งชันโรง ช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศให้กลับมาสมบูรณ์ และช่วยสร้างรายได้ และขับเคลื่อนการอยู่ร่วมกันที่ยั่งยืนระหว่างคนกับธรรมชาติ

อุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัล กระบี่ จะเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลของเศรษฐกิจ ชุมชน และ สิ่งแวดล้อม ที่สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้เกิดขึ้นได้ไปพร้อมการพัฒนาเมืองอย่างสมดุล โดยกิจกรรมที่บริษัทฯจัดขึ้นนี้ ช่วยให้พนักงานตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือทำจริง ทั้งช่วยต่อยอดชุมชนสู่ Regenerative Community  ให้มากกว่า ‘อยู่รอด’ แต่สามารถ ‘อยู่ดี–มีรายได้’ ควบคู่กับการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการประมงยั่งยืน ตลอดจนเรายังได้ขับเคลื่อนและช่วยสร้างคุณค่าร่วม ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จากต้นทางถึงปลายทาง อาทิ การนำแหอวนจากทะเลมาต่อยอดมาเป็นวัสดุในชุดยูนิฟอร์มพนักงานที่ทำมาจากแหอวนรีไซเคิล 100 % และการผนึกพันธมิตรร้านค้าสีเขียว อาทิ Sabina, Hug Craft และ Good Goods ออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าคอลเลกชันพิเศษเพื่อจัดจำหน่ายในศูนย์การค้า โดยรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชน เรายังได้ร่วมกับทาง KKF หรือ ขอนแก่นแหอวน ผู้ประกอบการไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตแหอวนอันดับ 1 ของโลก นำแหอวนที่เหลือจากการผลิตมาเป็นฟีเจอร์ภายในศูนย์การค้าเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่ความยั่งยืน”

เซ็นทรัล กระบี่ พร้อมต้อนรับทุกคนสู่ประสบการณ์ Sustainable Lifestyle ที่คิดแบบ Made by Krabi ที่ผสานชีวิตประจำวันกับการฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งลูกค้า ผู้ประกอบการ และชุมชนทุกฝ่ายสามารถร่วมกันสร้างเมืองที่เติบโตเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ มุ่งสู่  Regenerative Community พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้เป็นมิตรต่อโลกและสังคม ตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

‘แคนนอน’ สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก ใช้ ‘รอยยิ้ม’ ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งความสุข

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  สนับสนุนแคมเปญวันยิ้มโลก World Smile Day ทุกวันศุกร์แรกของเดือนตุลาคม ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคม 2568 จัดโครงการ “Big Smile With Canon” เพื่อรณรงค์การสร้างสรรค์สังคมแห่งรอยยิ้ม และความสุข เดินหน้าสร้างบรรยากาศการทำงานในองค์กรที่มีความเครียดต่ำ ส่งเสริมแรงบันดาลใจ และการเกื้อหนุนกันและกันในองค์กร เพื่อขยายพลังบวกจากพนักงานทุกระดับไปสู่คู่ค้า พันธมิตร และลูกค้าในวงกว้าง ผ่านการจัดกิจกรรมหลากหลายที่ส่งเสริมสุขภาวะทางใจ การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับสโลแกน “Delighting You Always” และปรัชญาเคียวเซ (Kyosei) ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองและยั่งยืน

พงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และ CSR  บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด

นายพงษ์เทพ ประเสริฐวรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร และ CSR  บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด  กล่าวว่า “แคนนอนตระหนักว่าวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก มีความสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีของพนักงานและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เราจึงบรรจุ ‘รอยยิ้ม’ ไว้ในดีเอ็นเอขององค์กรและบ่มเพาะบุคลิกการทำงานที่สร้างสรรค์ ปรับตัวได้และมองโลกในแง่ดี ผ่านการยึดมั่นในปรัชญเคียวเซและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานแคนนอนมาอย่างต่อเนื่อง”

นนทารมณ์ ธรรมธาราณา

โครงการ “Big Smile With Canon” เป็นหนึ่งในโครงการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก ที่ริเริ่มโดย มร. ฮิเดกิ โอซาว่า Chairman & CEO บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง เอเซีย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงแนวคิด Big Smile เข้ากับสโลแกนของ Canon คือ Delighting You Always เพื่อจุดประกายแห่งทัศนคติชีวิตที่ดีในหมู่พนักงานอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการส่งต่อพลังบวกออกสู่สังคม และร่วมสร้างสรรค์ให้โลกใบนี้น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม  และกลายเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์วัฒนธรรมองค์กร ที่กลุ่มบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง เอเซีย ให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 รวมถึงบริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานกว่า 520 คน

เชื่อมเทรนด์การทำงานยุคใหม่ด้วย “Big Health, Big Smile”

นางสาวนนทารมณ์ ธรรมธาราณา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เน้นการสร้างรอยยิ้มจากภายในองค์กรหลายมิติ โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคลแบบเชิงรุก ด้วยการให้คุณค่าแก่บุคลากรในองค์กร เพื่อสร้างทีมงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ มีแรงบันดาลใจ และมีส่วนร่วมกับองค์กร สอดรับกับแนวโน้ม Hybrid/Flexible Work, Skills-based Career และ People-first Workplace ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของโลกการทำงานในทุกวันนี้”  ซึ่งประกอบด้วยแผนงานใน 4 ด้านหลัก ดังนี้

ลงทุนด้านสุขภาพใจและกาย สร้าง Work-Life Balance ที่ยืดหยุ่น

1.จัดสรรชั่วโมงทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Hour) เปิดโอกาสให้พนักงานเลือกช่วงเวลาเข้างานและเลิกงานได้ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้เหมาะสม เช่น แบ่งเวลารับส่งลูกที่โรงเรียน  หลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น หรือ ออกกำลังกายหลังเลิกงานได้ 2.จัดกิจกรรม “Mental Health”ส่งเสริมสุขภาพจิตที่แจ่มใสให้พนักงาน และ เพิ่มช่องทาง “CMTxTelrelax” ให้คำปรึกษา ดูแลสุขภาวะทั้งกายและใจของพนักงานแบบองค์รวม เพื่อลดความเครียด 3.ให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในเวลาทำงานปกติ แทนการทำงานล่วงเวลา หรือเกินเวลาทำงานโดยไม่จำเป็น เพื่อให้พนักงานมีเวลาว่างให้กับตัวเอง และครอบครัวที่เหมาะสม  4.ให้บริการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงานทุกระดับ และการตรวจสุขภาพเฉพาะทางในสาขาอาชีพเฉพาะเป็นประจำทุกปี 5.จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น การแข่งขันนับก้าว ลดแคลอรี่ การออกกำลังกายแบบกลุ่ม กิจกรรมยืดเหยียดร่างกายทุกวันช่วงบ่าย

จัดฝึกอบรมพัฒนาทักษะ ยกระดับ Growth Mindset & Upskill

เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง

1.จัดโครงการ Learning MVP กระตุ้นให้พนักงานเกิดการเรียนรู้แบบ Self- Learning และ Self – Development พนักงานสมัครเรียนคอร์สเสริมทักษะตามความสนใจ และสายอาชีพ

2.ส่งเสริมการพัฒนาทักษะการทำงานตามความเชี่ยวชาญ และความสามารถของพนักงาน เปิดโอกาสให้ทำงานข้ามแผนกได้เพื่อสร้างการเติบโตในทุกมิติ 3.จัดกิจกรรมให้พนักงานทุกระดับได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิด ไอเดียการทำงานที่น่าสนใจ โดยจัดเป็นกิจกรรมการแข่งขันภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ มีการมอบรางวัล และยกย่องพนักงานที่เข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ และเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง

Smart Workspace Solutions: ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและผ่อนคลาย

1.ออกแบบกระบวนการทำงานให้เข้าใจง่าย เป็นระบบ ลดภาระงานซ้ำซ้อน 2.มีการใช้นวัตกรรม และโซลูชั่นการพิมพ์แคนนอน มาช่วยให้การจัดการงานเอกสารทำได้ลื่นไหลมากขึ้น เอื้อการทำงานแบบ Hybrid Working และ E-Workflow 3.เปิดพื้นที่นำเสนอไอเดียการทำงาน ปรับปรุงระบบงานด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้งานเสร็จเร็วและทำให้พนักงานได้รับประสบการณ์ที่ดี 4.จัดสรรพื้นที่ส่วนกลางในสำนักงานให้มีบรรยากาศผ่อนคลาย พนักงานสามารถเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานในพื้นที่นี้ได้ หรือเป็นพื้นที่สังสรรค์พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเพื่อคลายเครียดระหว่างวันได้

DEI & Human Rights: ส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมทุกระดับ

1.ให้สวัสดิการแก่คู่สมรสเท่าเทียม และสิทธิวันลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตรสำหรับพนักงานชาย 2.สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและเป็นมิตร ลดปัญหาความขัดแย้ง ปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม ยุติธรรม และให้เกียรติซึ่งกันและกัน 3.สร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกรุ่น ให้ทุกเสียงมีส่วนร่วมและเติบโตไปด้วยกัน

นอกจากนี้ แคนนอนยังมุ่งสร้างการสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication) ที่เข้าถึงได้ง่าย การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน (Employee Engagement) รวมถึงสมาชิกในครอบครัวของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ  ดังนั้นการขับเคลื่อนโครงการ Big Smile Big Health ของแคนนอน ไม่ได้เพียงเพื่อทำให้องค์กรน่าอยู่เท่านั้น หากยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์องค์กรแห่งรอยยิ้มที่พนักงานทุกคนเติบโตได้อย่างแท้จริง สามารถส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพและพร้อมส่งต่อพลังบวกไปยังผู้บริโภคและพันธมิตรในวงกว้าง

สุขอนามัยที่ดีสู่สุขภาวะใจ ‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ เติมเต็มคุณค่าผู้สูงวัยในงาน ‘วันผู้สูงอายุสากล 2568’

สุขอนามัยที่ดีสู่สุขภาวะใจ ‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ เติมเต็มคุณค่าผู้สูงวัยในงาน ‘วันผู้สูงอายุสากล 2568’

สุขอนามัยที่ดีสู่สุขภาวะใจ ‘ไลอ้อน ประเทศไทย’ เติมเต็มคุณค่าผู้สูงวัยในงาน ‘วันผู้สูงอายุสากล 2568’

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไลอ้อน ประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์อันมุ่งมั่นในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภคทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน งานวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “บทบาทของผู้สูงอายุในการสร้างสังคมที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน” (The role older persons play in creating resilient, sustainable societies) ที่จัดขึ้นไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)

ชาติ จันทร์วิจิตร ประธาน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจคู่คุณธรรม พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี กล่าวว่า ไลอ้อน ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งทางกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม สนับสนุนให้ผู้สูงอายุยังคงมีบทบาทที่แข็งขันในชีวิตครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ โดยงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายผู้สูงอายุ, สร้างความตระหนักถึงคุณค่าและศักดิ์ศรี, ส่งเสริมศักยภาพของผู้สูงอายุในการขับเคลื่อนสังคม, และส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้สูงอายุในทุกมิติ

การเข้าร่วมและสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ สอดคล้องกับมุมมองของไลอ้อนที่มุ่งหมายให้ผู้สูงอายุเป็นมากกว่ากลุ่มที่ต้องการการดูแล แต่เป็น “ทรัพยากรที่มีคุณค่า” ส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพของพวกเขา และเปลี่ยนมุมมองจากภาระไปสู่โอกาสในการสร้างสรรค์สังคมที่แข็งแกร่งและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง งานดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนแนวคิด Healthy Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาวะ โดยมุ่งเน้นการยกย่องศักยภาพและคุณค่าของผู้สูงอายุต่อสังคม

ภายในงานวันผู้สูงอายุสากล ปี 2568 มีการจัดพื้นที่กิจกรรมหลากหลาย เช่น พื้นที่เพลินวัย 4 โซน ได้แก่เพลินกาย-ใจ (พื้นที่ตรวจสุขภาพและนวัตกรรม), เพลินชีวา (พื้นที่สิทธิสวัสดิการ), เพลินทำ (พื้นที่แสดงและจำหน่ายงานฝีมือ)  และ เพลินอารมณ์ (พื้นที่ให้บริการทั่วไป) รวมถึงกิจกรรมบนเวทีตลอดทั้งวัน ซึ่งภายในบูธของไลอ้อน มีกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและสุขอนามัยที่เหมาะกับวัย พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปาก แปรงสีฟันและยาสีฟันกู้ดเอจ (Goodage) เพื่อการมีสุขอนามัยที่ดี ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ เป็นการสร้างรอยยิ้มและส่งต่อความห่วงใยแก่ผู้สูงอายุที่มาร่วมงานกว่า 1,000 คน

ไลอ้อน ประเทศไทย เชื่อมั่นว่า การสนับสนุนในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับกำลังใจ ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และเพิ่มความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสมดุลและความกลมเกลียวในสังคมหลากหลายวัยอย่างยั่งยืน

กลับมาอีกครั้ง !! นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3’ UNHCR ระดมทุนเพื่อการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

กลับมาอีกครั้ง !! นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3’ UNHCR ระดมทุนเพื่อการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

กลับมาอีกครั้ง !! นิทรรศการ ‘ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3’ UNHCR ระดมทุนเพื่อการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR), พระเมธีวชิโรดม (ท่านว.วชิรเมธี) ผู้อุปถัมภ์ด้านสันติภาพและเมตตาธรรมของ UNHCR และพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) นิทรรศการศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย : Art for Refugees ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “ความหวัง…ใช้ชีวิตให้ดี ทำโลกให้งาม” โดยมีเป้าหมายในการระดมทุนสนับสนุนแคมเปญ “Aiming Higher” ของ UNHCR ที่จัดขึ้นทั่วโลก เพื่อมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนผู้ลี้ภัยที่มีความรู้ความสามารถได้สานต่อความหวังและความฝันสำหรับการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาและฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน

กว่าทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนผู้ลี้ภัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกกว่า 123 ล้านคน ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่น เพราะความขัดแย้ง การประหัตประหาร ความรุนแรง หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน สำหรับเด็กและเยาวชนผู้ลี้ภัย การศึกษา เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย ช่วยให้พวกเขาได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อชุมชนของตนเอง

อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงการศึกษายังคงมีความท้าทายอยู่มาก มีเยาวชนผู้ลี้ภัยเพียงร้อยละ 7 เท่านั้นที่ได้เรียนต่อระดับอุดมศึกษา แคมเปญ Aiming Higher ของ UNHCR มีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างในส่วนนี้ และสนับสนุนวิธีการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 และขยายผลเพื่อให้ถึงเป้าหมาย เพื่อให้เยาวชนผู้ลี้ภัยร้อยละ 15 ได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา  ซึ่งงรู้จักกันในชื่อเป้าหมาย “15by30”

“ท่ามกลางภาวะงบประมาณด้านมนุษยธรรมลดลงทั่วโลก โครงการที่ดำริโดยพระเมธีวชิโรดม พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) และศิลปินไทยทั้ง 31 ท่าน ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการมอบความหวังและโอกาสสำหรับเยาวชนผู้ลี้ภัย”  แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าว “รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจากนิทรรศการครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและการฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน นี่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างวุฒิการศึกษา แต่คือการเปลี่ยนแปลงเพื่อเสริมพลังให้เยาวชนผู้ลี้ภัยได้แสดงศักยภาพและแสดงความคิดเห็น   เตรียมความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับชุมชนของพวกเขาอย่างมีความหมาย และแบ่งปันอนาคตที่ดีร่วมกันทั่วโลก”

แนวคิดของนิทรรศการ “ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย” เริ่มต้นขึ้น 8 ปี ที่ผ่านมา โดยพระเมธีวชิโรดม ซึ่งให้การสนับสนุน UNHCR ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ช่วยเผยแพร่เมตตาธรรมและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้ที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่น

“งานสร้างคน สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การศึกษาคือสิ่งที่อาตมาเน้น และให้ความสำคัญมาโดยตลอด เพราะการศึกษาคือพลังคือโอกาส คือการให้ชีวิตใหม่กับเด็ก และเยาวชน ในครั้งนี้ ได้ขยายความช่วยเหลือมาถึงน้องๆ ผู้ลี้ภัยให้ได้รับการศึกษาขั้นสูงเพื่อให้พวกเขาได้รับโอกาสครั้งที่สอง และเป็นประชากรที่มีคุณภาพของโลก” พระเมธีวชิโรดม ผู้อุปถัมภ์ด้านสันติภาพและเมตตาธรรมของ UNHCR กล่าว

นิทรรศการ “ศิลปกรรมเพื่อผู้ลี้ภัย ครั้งที่ 3” ได้รับการสนับสนุนจากศิลปินไทยจำนวน 31 ราย  ได้แก่ กวีนิพนธ์โดย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี)  ศ. เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปํญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) กิตติศักดิ์ เทพเกาะ ศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดดเด่น และสุดสวิง ด้วยการใช้การวาดเส้นผสมตัดเส้นเทคนิคใหม่ๆ อย่างการกรีดและสร้างร่องรอยในผืนผ้าใบ  เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ ศิลปินชาวไทยฉายา LINECENSOR โดดเด่นงานจิตรกรรม และภาพพิมพ์  คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) จักรพงษ์ เทพเกาะ ศิลปินจิตรกรรมชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการสะท้อนอารมณ์ และความคิดผ่านเทคนิคสีน้ำมัน และอะคริลิกบนผ้าใบ จักรี คงแก้ว ศิลปินภาพพิมพ์แกะไม้ที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านกระบวนการแกะไม้เป็นหิน ชัชวาล รอดคลองตัน ศิลปินจิตรกรรมและประติมากรรมชาวไทยที่มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ  ชัชวาลย์ วรรณโพธิ์ ศิลปินจิตรกรรมและภาพพิมพ์ชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการถ่ายทอดความงามในบรรยากาศของแสงธรรมชาติผ่านเทคนิคสีน้ำมันและภาพพิมพ์เทคนิคผสม

ชัยรัตน์ แสงทอง ศิลปินผู้สะท้อนสัจธรรมและความงามอันเรียบง่ายของวิถีชนบทไทย ผ่านจิตรกรรมเหมือนจริง  งดงามในเชิงทัศนศิลป์ เปี่ยมด้วยความรู้สึก และเรื่องราวที่ลึกซึ้ง เญอรินดา แก้วสุวรรณ ศิลปินจิตรกรรมและศิลปะประดิษฐ์ชาวไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการใช้เทคนิค เย็บปักถักร้อย เพื่อสะท้อนประเด็นสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ แทน โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชาวไทย ผู้มีผลงานโดดเด่นในด้าน จิตรกรรมและศิลปะดิจิทัล ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ ศิลปินชาวไทยผู้มีผลงานโดดเด่นในด้านจิตรกรรมและประติมากรรมไทยร่วมสมัย ธณกฤษภ์ ทิพย์วารี ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านจิตรกรรม ธนชัย อุชชิน ศิลปินที่มีความโดดเด่นในด้าน จิตรกรรมสไตล์แอบสแตรกต์ (Abstract)  ธีร์พาทิศ บุญวิจิตรนิธิธร อาจารย์และศิลปินชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมที่สะท้อนประเด็นด้านความเท่าเทียมทางเพศ  นที อนันทะประดิษฐ์ ศิลปินไทย ผู้มีผลงานโดดเด่นในด้าน ประติมากรรมดินเผา โดยเฉพาะ “ตุ๊กตาดินเผา” ปรีชา ชัยสร ศิลปินผู้ถ่ายทอดชีวิตใหม่ให้แก่ก้อนหินไร้ชีวิต ผ่านปลายพู่กัน เปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นภาษาศิลป์ ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณและความหมาย

พลวัฒน์ สามิดี ศิลปินไทยรุ่นใหม่ ที่ทำงานด้านจิตรกรรม ภาราดา วิรัสวีร์ ศิลปินอิสระ (และอาจารย์พิเศษ) ซึ่งโดดเด่นด้านงาน ประติมากรรม / สื่อประสม 3 มิติ ลำพู กันเสนาะ ศิลปินหญิงชาวไทย ที่โดดเด่นในแนวงานจิตรกรรมล้อเลียน (caricature-influenced) ผ่านภาพใบหน้าและร่างกายที่มีสัดส่วน “หัวโต” วรสันต์ สุภาพ ศิลปินไทย ผู้มีชื่อเสียงในวงการศิลปะ จิตรกรรม วิษณุพงษ์ หนูนันท์ศิลปินร่วมสมัยที่มีผลงานโดดเด่นในนิทรรศการ “Mammals” ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ  สุรสิทธิ์ เสาว์คง ศิลปินไทย ที่มีชื่อเสียงในวงการจิตรกรรม   สุริยา นามวงษ์           ศิลปินไทย และภัณฑารักษ์ (Curator) ที่ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) สุวัฒน์ชัย ทับทิม ศิลปินที่ทำงานในรูปแบบของงานจิตรกรรมไทยที่มีความร่วมสมัย  เสงี่ยม ยารังษี ศิลปินเชียงราย กับการนำเสนอผลงานศิลปะ ที่วาดรูปในแนวธรรมชาติ อนันต์ยศ จันทร์นวล ศิลปินไทยที่มีผลงานโดดเด่นในด้านจิตรกรรม เอกชัย ลวดสูงเนิน ศิลปินแนวอิมเพสชั่นนิสม์อันดับต้น ๆ ของประเทศไทย  โอม รัชเวทย์ นักวาดการ์ตูนอิสระ ผลิตผลงานนิยายภาพ พุทธประวัติ และบุคคลสำคัญในพุทธศาสนา

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2568 ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น G พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย โดยไม่มีค่าเข้าชม  รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้ UNHCR เพื่อนำไปสนับสนุนแคมเปญ “Aiming Higher” มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและฝึกทักษะวิชาชีพเฉพาะด้านแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยต่อไป

ในขณะที่การศึกษาระดับสูงคือการบ่งชี้เส้นทางชีวิตของเราทุกคน สำหรับผู้ลี้ภัย การศึกษาคือ โอกาสครั้งที่สองในการสร้างชีวิตใหม่และอนาคตที่ดีขึ้นของพวกเขา ครอบครัว และชุมชนที่มอบที่พักพิง ร่วมมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ลี้ภัยทั่วโลก โปรดติดต่อ อมรศรี พัฒนศิษฎางกูร ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน  โทร. 063-270-9334

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

ร้อยดวงใจไทยทั่วหล้า น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดเดือนตุลาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  2 มหาราช บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วันที่ 23 ตุลาคม และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม ตลอดเดือนตุลาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย   หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม มีวันสำคัญของพระมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ 2 พระองค์ คือ “วันปิยมหาราช” 23 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงวางรากฐานและพัฒนาสยามประเทศไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2436 นับเป็นจุดเริ่มต้นของ “สภากาชาดไทย”จวบจนปัจจุบัน และ“วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นกษัตริย์ผู้เป็นที่รัก เทิดทูน และเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงสนับสนุนส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคาร “รังสิตานุสรณ์” เพื่อเป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิต และเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2512 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” เพื่อใช้เป็นอาคารที่ทำการบริการโลหิตหลังใหม่ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของทั้ง 2 พระองค์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์อเนกอนันต์แก่อาณาประชาราษฎร์

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมแสดงความจงรักภักดี บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล ในโครงการ“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ 2 มหาราช” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย และร่วมสืบสานพระราชปณิธานการทำความดีเพื่อแผ่นดินไทย ตลอดเดือนตุลาคม 2568 บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์  หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) : สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม บางแค เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ สาขางามวงศ์วาน ท่าพระ บางแค บางกะปิ  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง)  ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จ.ลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2568

คุณแหน : 11 ตุลาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทรัพย์จำนวน 42 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่ถูกกระสุนปืนใหญ่กัมพูชาได้รับความเสียหาย…ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน…

ll ขอแสดงความยินดีกับ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผอ.หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้า เมื่อเร็วๆนี้…

ll เริ่มจากครั้งแรกเป็นลูกค้าที่ ไฉไลเกรซ เชียงดาว ของ ไฉไล โกมารกุล ณ นคร แล้วถูกใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งบรรยากาศ อาหาร รวมทั้งของสะสม(ที่ชอบเหมือนๆกัน) ทำให้ ต่อมา เมื่อมีเวลาว่างคราใด ทพ.รัฐวิศร์ เพชรจันทร์ จะไปเยี่ยมเยือน ไฉไลเกรซ เสมอ อย่างเมื่อวันเสาร์ก่อนก็บินไปพักผ่อนที่นั่น 2-3 วัน พร้อมทำหน้าที่ช่วยดูแลแขกอื่นๆ ด้วยความสุขสนุกสนาน โดย คุณหมอมีแผนการว่า ปีใหม่จะพาเพื่อนชุดใหญ่ไปเที่ยวที่นั่นอีก…เพราะศีลเสมอกัน จากลูกค้า กลายเป็นญาติดั่งนี้…

ll จิตใจไม่อยู่กับตัว หลายเดือนก่อน ขนิษฐา สุนทรปักษิน เผลอเหยียบคันเร่ง แทนที่จะเหยียบเบรค ปรากฎเสียหายมิใช่น้อยๆ ดีที่เกิดเหตุการณ์ในรั้วบ้าน หากอยู่ตามท้องถนน ไม่อยากนึกสภาพ?? เป็น สว.แล้ว ต้องระมัดระวังให้มากๆ ขอให้ขับขี่ปลอดภัย …อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกำลังเตรียมตัวไปลงcruise นาน 3 เดือน…หลังเคยมีทริปทางเรือเมื่อปีที่แล้ว แต่ยังไปเที่ยวไม่ทั่ว…

ll ส่วน ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เคยมีทริปลง cruise ปีก่อรยาวนาน 6 เดือน แต่ปีนี้มีแพลนทริปไปอเมริกากลาง อเมริกาใต้ รวม 8 ประเทศ ยาวนานหนึ่งเดือนเต็ม เริ่มเดินทางต้นเดือนหน้า…ขอให้ Happy Flight…

ll ดร.เจริญวิชช์ หาญแก้ว จะไปเยือนถิ่นมองโกล มีโอกาสมาที่Ordos Prairie ที่นี่จัดเป็นSoft Power ได้เป็นอย่างดี มีทั้งสวนดอกไม้ แต่งชุดประจำชาติ นั่งรถเลื่อน เป็นอาทิ…

ll ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร มีน้องภา(ระ)เป็นสุนัข 10 ตัว ทำให้ไปไหนไกลๆบ่ได้ ขณะเดียวกัน ก็แนะนำเพื่อนๆวัฒนาฯร่วมรุ่น ให้ไปกินอาหารกันที่ร้าน”หอมรัญจวน”ย่านบางรัก ช่วงส่งท้ายปีเก่า มีอาหารไทย-เวียตนาม บริการครบเซ็ต…

ส่วน พรทิพย์ สาริกบุตร ประพฤติตนเป็นสาวนานาชาติ ด้วยการสวมใส่ชุดอินเดีย ถือกระเป๋ารักชาติไทย แต่ไปกินอาหารจีน โดยมีเพื่อนๆวัฒนาวิทยาลัยรุ่น 93 ร่วมโต๊ะ อิ่มอร่อยพร้อมหน้ากัน เมื่อวันอังคารที่แล้ว…

ll ข่าวเศร้า งานขาว-ดำ…ค่ำนี้(11 ต.ค.) 18.00 น.สวดพระอภิธรรมศพ พวงเพ็ญ สูยะนันทน์ อดีตนักวิชาการ 11 ผอ.โครงการประจำสำนักนโยบายและแผน สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ ณ ศาลา 5 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน คืนสุดท้าย และ ฌาปนกิจ 12 ต.ค.17.00 น. ณ เมรุ 2…-0- กำหนดฌาปนกิจ ศพ อดีต ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ อมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ณ วัดอุทัยธาราม 11 ต.ค.15.00 น…ญาติสนิทมิตรรัก ชาวท่าอากาศยานไทย(ทอท.)ไปร่วมไว้อาลัยกันโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll สัปดาห์ก่อน ชวลิต วิจิตรพันธุ์ ประสบอุบัติเหตุลื่นตกบันไดที่บ้าน มีอาการปวดคอ ปวดไหล่ นงลักษณ์ ภรรยาและลูกๆ คัทยา-ภารวัฒน์ พาส่งรพ.จุฬาภรณ์ แพทย์ทำทีซีสแกน พบเลือดซึมในสมอง ต้องแอดมิทในห้อง มินิไอซียู เพื่อสังเกตอาการแล้วย้ายอยู่ห้องปกติอีก 2 วัน ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้เมื่อวันเสาร์ก่อน !!…

บารอนเนส