อว.เชิดชูเกียรติวงการสื่อสารวิทย์ฯ มอบรางวัลเกียรติยศ ‘Science Communication Award 2025’

อว.เชิดชูเกียรติวงการสื่อสารวิทย์ฯ มอบรางวัลเกียรติยศ 'Science Communication Award 2025'

อว.เชิดชูเกียรติวงการสื่อสารวิทย์ฯ มอบรางวัลเกียรติยศ ‘Science Communication Award 2025’

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

ศ.ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นประธานในงาน THAILAND SCIENCE COMMUNICATION AWARDS AND NETWORK 2025 โดยมี นายวิเชียร สุขสร้อย เลขานุการรัฐมนตรี รมว.อว. นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM และผู้บริหารหน่วยงานเครือข่ายสื่อสารวิทยาศาสตร์ เข้าร่วม พร้อมมอบรางวัล Science Communication Award 2025 ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปี 2568 หรือ NST Fair 2025 ณ  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

กิจกรรมมอบรางวัล Science Communication Award 2025 ด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ประเทศไทยนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติองค์กร บุคลากร และผลงานที่มีความโดดเด่นและทุ่มเทให้กับงานด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์  จนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน โดยมีพิจารณามอบรางวัลการสื่อสารวิทยาศาสตร์ดีเด่น แบ่งเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย

รางวัลเกียรติยศด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้แก่ 

1.ศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานมูลนิธิสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้ส่งเสริมเยาวชนและนักวิจัยให้มีส่วนร่วมกับเวทีนานาชาติในงานวิจัยขั้นสูง และส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสู่สาธารณะ 

2.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ผู้ส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สังคม พัฒนาความร่วมมือเชิงนโยบายและเป็นต้นแบบนักวิจัยผู้ให้ความสำคัญและส่งเสริมการสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน 

3.รองศาสตราจารย์ ดร.กำจัด มงคลกุล อดีตนายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ผู้นำเสนอกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการเสนอให้คณะรัฐมนตรี กำหนดวันวิทยาศาสตร์ขึ้น และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสร้างความตื่นตัวด้านวิทยาศาสตร์แก่ประชาชน และเยาวชน

– รางวัลนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้แก่1.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2.ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่วิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  3.ดร.แทนไท ประเสริฐกุล ประธานภาคีนักสื่อสารวิทยาศาสตร์  4. ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา อดีตผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ 5.นายกรทอง วิริยะเศวตกุล Content Creator สายอวกาศ

– รางวัลองค์กรสื่อสารวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ 1. สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 2. สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 3. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ   

รางวัลผลงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้แก่ 1. รายการ The Secret Sauce  2. รายการ ดูให้รู้ – Dohiru รู้ให้ลึกเรื่องญี่ปุ่น  3. Facebook Page : วิทย์สนุกรอบตัว 4. รายการ ความ (ไม่) รู้รอบตัว  5. YouTube Channel : KongGreenGreen เรื่องขยะ จังหวะสนุก 

เผย 2 มุมมอง ความสำคัญการสื่อสารวิทยาศาสตร์

ศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์   ผู้บุกเบิกการจัดตั้งสถาบันวิจัยระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ กล่าวถึง การสื่อสารเรื่องของวิทยาศาสตร์ให้คนเข้าใจอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันสื่อสมัยใหม่ มีพัฒนาการก็ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มีหลายช่องทางให้เลือกดู เช่น ถ้าเราอยากรู้เรื่องควอนตัม และพอมีความรู้อยู่บ้าง การไปค้นหาข้อมูลเพิ่มดูจากยูทูปมีให้เลือกดูหลากหลายมาก สามารถทำให้เราเข้าใจวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นได้ 

“ดังนั้น การสื่อสารในเรื่องของวิทยาศาสตร์จึงมีสองด้าน ทั้งในส่วนของคนที่สื่อออกไป และคนที่รับฟัง คนที่ฟังก็ต้องมีความพยายามด้วย แม้เราจะอยากพูดให้เข้าใจง่าย แต่บางทีการสื่ออะไรที่ง่ายออกไปก็ไม่เกิดความรู้ จึงต้องสื่อสารอย่างกลาง ๆ เพื่อให้การสื่อสารออกไปเกิดความเข้าใจ แล้วได้ความรู้ด้วย”  

ศ.ดร.ไพรัช กล่าว และว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้เรื่องของวิทยาศาสตร์น่าสนใจมากขึ้น คือ ต้องไปดูข้อเท็จจริง เห็นของจริงจากคนทำจริง เพื่อเด็กจะได้เข้าใจว่า นักวิทยาศาสตร์ไทยทำอะไร  การเป็นนักวิทยาศาสตร์ จึงต้องคิดถึงสังคมและประชาชน ที่สำคัญต้องช่วยลดช่องว่างในสังคม 

ดร.แทนไท ประเสริฐกุล นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ หนึ่งในผู้ได้รับรางวัล กล่าวถึงความสำคัญของการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ว่า มีความสำคัญกับมวลมนุษย์ชาติ ทั้งปัญหาโลกร้อน พลังงานทางเลือกจะมาจากไหน เรื่องโรคระบาด หรือมีตัวอย่างความไม่เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ที่สหรัฐฯ ที่มีการตัดงบประมาณการผลิตวัคซีน หรือแม้แต่การมอนิเตอร์เรื่องคอร์บอนไดออกไซด์ นี่คือความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ ที่ไปเกี่ยวข้องกับหลายวงการมาก รวมไปถึงการบริหารประเทศด้วย

“หลายคนอาจมองว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ซีเรียส  เด็กต้องเรียนวิทยาศาสตร์กันแบบจริงจัง เพื่อไปประกอบอาชีพหมอ เป็นวิศวกร เป็นนักวิจัย ส่วนตัวมองว่า วิทยาศาสตร์ก็มีมุมที่ว๊าว น่าสนุก  จึงอยากนำมาบอกเล่า ให้คนฟัง คนอ่านร่วมติดตามด้วยความตื่นเต้น จึงใช้เวลาในการเขียน งานแปลเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ รวมถึงการจัดการรายการวิทยาศาสตร์เพื่อให้ความรู้ ชวนสังคมมาเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบให้ความสนุกสนาน”

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถมาเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568” (NST Fair 2025) ได้ตั้งแต่วันนี้ – 17 สิงหาคม นี้ ณ ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพ

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทาน ปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.01 น.

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อุปนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เฝ้ารับเสด็จฯ

อนึ่งตามที่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานพระวินิจฉัยในการจัดให้มีรางวัลสำหรับบัณฑิตที่มีผลคะแนนเฉลี่ยสูงสุดของแต่ละหลักสูตร โดยพระราชทานนามว่า รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โดยในปีการศึกษา 2567 นี้ มีจำนวนบัณฑิตที่ได้เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน จำนวน 6 คน สำหรับในปีการศึกษา ๒๕๖๗ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรทั้งหมดจำนวน 339 คน ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาฟิสิกส์การแพทย์ จำนวน 6 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพดิจิทัล จำนวน 4 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ข้อมูลสุขภาพ จำนวน 33 คน คณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จำนวน 62 คน และ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต (สำหรับผู้สำเร็จปริญญาตรีสาขาอื่น) จำนวน 112 คน คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสัทภาพการแพทย์  จำนวน 1 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค จำนวน 66 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหวและสุขภาพ จำนวน 26 คน หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาฉุกเฉินการแพทย์ (ต่อเนื่อง) จำนวน 29 คน

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ จัดตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2557 จากพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระปณิธานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน มุ่งสร้างบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลนและมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมไทยและนานาชาติ ทั้งด้านการแพทย์ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์สุขภาพและเทคโนโลยี พร้อมทั้งบูรณาการงานวิจัยและบริการวิชาการผสมผสานอยู่ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อมุ่งให้เกิดผลลัพธ์ของบัณฑิตในทุกมิติที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รวมทั้งเป็นสถาบันที่ให้บริการทางการแพทย์ด้วยมาตรฐานสากลแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนำวิทยาการขั้นสูงและนวัตกรรมไปใช้ในการดูแลคนไทยให้สามารถเข้าถึงสุขภาวะที่ดี ภายใต้ปรัชญาเป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดโครงการฯ เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 370,000 บาท พร้อมโอกาสพัฒนาทักษะจากผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยระดับประเทศ

เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 18 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ สามารถกรอกใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSc3c-dDL_jsDzZ7vPULScao1VTquY-6Z8a4jH7G6dGSbGW8mg/viewform

หรือผู้ที่สนใจสามารถสมัครและติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ทุกจังหวัด และ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ทุกอำเภอ 

#ผ้าไทยใส่ให้สนุก #กรมการพัฒนาชุมชน #YoungDesigner2025

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

สภากาชาดไทย ชวนเปลี่ยนขยะรีไซเคิลให้เป็น ‘เงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ’ กับ โครงการ PT LPG “ทิ้งดี มีค่า”

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.44 น.

Donation HUB สภากาชาดไทย ร่วมกับ PT LPG และบริษัท Waste Buy Delivery เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะรีไซเคิลก่อนทิ้ง เพื่อเปลี่ยนขยะที่ยังมีคุณค่าให้กลายเป็นพลังแห่งการให้ ณ จุดรับบริจาคขยะ (ถังทิ้งดี) ภายในสถานีบริการ PT LPG จำนวน 23 สาขา (กรุงเทพฯ และปริมณฑล) รายได้ทั้งหมดจากการขายขยะรีไซเคิลในครั้งนี้ จะนำเข้าสมทบทุน “โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย” เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ ป้องกัน บรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูภัยพิบัติต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ทันท่วงที

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลง เพียงคัดแยกขยะรีไซเคิลอย่างถูกวิธี              แล้วนำไปส่งที่สถานีบริการ PT LPG สาขาที่เข้าร่วมโครงการ 

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 15 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จฯไปทรงเป็นประธานเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 27” จัดโดย มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ สยามพารากอน งานมีถึง 17 ส.ค…
  • ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด ร่วมแสดงความยินดีกับ ชยันต์ ศิริมาศ ในโอกาสเปิดร้านกาแฟอินทนิลแห่งใหม่เป็นร้านที่สอง (สาขาที่ 8438) ใน อ.เมืองร้อยเอ็ด ภายใต้การบริหารของ เริงวิทย์ ถนอมแสง..
  • ยินดีกับผู้มีสิทธิเข้าร่วมอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 5 เช่น อโรชา นันทมนตรี, สมหวัง อารีย์เอื้อ, สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์, วิภู วิมลเศรษฐ, นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, วัชชพล ปริสุทธิ์กุล, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล, เฉลิมศักดิ์ กองกันภัย, ดร.สุพรชัย แสงรัตน์วัชรา, ธีรภัทร พรมนุชาธิป, เทมส์ ไกรทัศน์, พิมพ์ปวีณ์ นิลสุพรรณ, วัชชพล ปริสุทธิ์กุล, สวัสดิ์ ดวงแก้ว, ภูกิจ ดิศธรานนท์, ณัฐภัทร จิตนะมงคล, ฐิติพร สุภาษี, จันทพร เจริญลาภนพรัตน์, ปริณดา มีฉลาด, วัชระ จึงมงคลสวัสดิ์, วิทวัส กันยารอง..
  • รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และ สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมลงนาม MOU เรื่องโครงการรักษาภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน ด้วยชุดอุปกรณ์สายสวนลากลิ่มเลือดสำหรับหลอดเลือดในสมองในระบบ สปสช. โดยมี รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เป็นผู้ลงนามฯ เพื่อหนุนการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ ราคาลดลงกว่าครึ่ง ประสิทธิภาพเทียมเท่าต่างประเทศ ช่วยผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินเข้าถึงการรักษาเพิ่ม พร้อมเปิด “ศูนย์ฝึกอบรมใช้อุปกรณ์รักษาผู้ป่วยภาวะหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน” ให้แพทย์ทั่วประเทศ..
  • มิตรสหายยินดีกับ ดร.ปรีสาร รักวาทิน ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รักษาการ รอง ผอ.สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)..
  • ศ.ศรียา นิยมธรรม เชิญ ดร.ประจักษ์จินต์ โสภณพนิชกุล เป็นวิทยากรในการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ศิลปะการสื่อสารกับคนที่หลงตัวเอง จัดโดย สถาบันจิตวิทยาเพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์  ม.เกษมบัณฑิตและมูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษฯ..
  • วันเกิดปีนี้ สุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง ทานข้าวกับครอบครัว ร่วมทำบุญวัดที่แก่งหางแมว จันทบุรี แล้วเลี้ยงขนมจีนพนักงานของร้านสามเสนวิลล่าทุกสาขาด้วย..
  • เพื่อนๆยินดีกับ ภญ.ดร.ตีรวรรณ วนดุรงค์วรรณ รองซีอีโอ กลุ่ม รพ.วิชัยเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ที่จะได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นนิวซีแลนด์ จาก ฯพณฯ โจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงาน New Zealand Education Fair 2025 ที่รวมทุกคำตอบเรื่องเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ 30 ส.ค. นี้..
  • นทชาติ จินตกานนท์ วันเกิดปีนี้ตรงกับทริปที่ไปนครโอซาก้า เลยได้ฉลองภายใต้บรรยากาศแดดเปรี้ยงปร้าง (ร้อนมาก 40 กว่าองศา)..
  • ปตท.สผ. เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล “DigitalX Incubation Center” ส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ..

น้องใหม่

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จไปทรงเป็นประธานงานประชุมวิชาการ Symposium ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์เพื่อยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.49 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นประธานในงานประชุมวิชาการ Symposium การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2568  จัดโดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2568 “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” ณ EMSKYE  ชั้น 14 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ร่วมกับ นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย และนายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก โดยมีพระดำรัสถึงเนื้อหาในหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 6 พระนิพนธ์เล่มล่าสุดที่จะเป็นคู่มือและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอของไทย ภายใต้แนวคิดหลัก “อนาคตแห่งแฟชั่น: สรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืน” (Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability)  

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสถึงแนวคิดหลักและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการยกระดับผ้าไทยสู่เวทีโลก ซึ่งสะท้อนผ่านหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” โดยทรงเชื่อมโยงอนาคตของวงการแฟชั่นเข้ากับศักยภาพของหัตถศิลป์ไทย ความว่า  “มาถึงเล่มที่ 6 แล้ว ซึ่งปีนี้เราจะเจาะลึกเรื่อง ‘เส้นใย’ ให้ท้าทายมากขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก ‘Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability’ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในตลาดโลก ความท้าทายปีนี้จึงอยู่ที่การพัฒนาสิ่งทอ ทั้งจากเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยรีไซเคิล ในส่วนของเส้นใยธรรมชาติ ประเทศของเรามีเส้นใยที่น่าสนใจมากมาย เช่น ใยไผ่ ซึ่งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย เหมาะสำหรับเด็กและผู้สูงวัย และ ใยบัวหลวง ซึ่งเป็นเส้นใยที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ มีความหรูหรา น้ำหนักเบากว่าเส้นใยอื่นๆ และให้ความรู้สึกเย็นเมื่อสวมใส่ จึงอยากส่งเสริมให้เกิดการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไป

นอกจากนี้ กระแส Fast Fashion ในยุโรป ทำให้เส้นใยรีไซเคิล มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งน่าดีใจที่ประเทศไทยมีโรงงานที่ผลิตเส้นใยรีไซเคิลนี้แล้ว สำหรับเทรนด์ทั้ง 4 กลุ่มในปีนี้ ได้แก่ The Grounded Naturalist (พินิจ – ชีวิต), The Free Spirit Adventurer (อิสรชน – ผจญภัย), The Enigmatic Wanderer (รอนแรม – ลึกลับ) และ The Dynamic Trailblazer (กรุยทาง – สร้างฝัน) จะเป็นการนำเสนอการใช้สีที่ลึกซึ้งขึ้น รวมทั้งต้องการให้นำองค์ความรู้ทั้งหมดนี้ไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ้าไทยภายใต้แนวคิด ‘Bring the village to the world’  หรือการนำมรดกภูมิปัญญาจากชุมชนสู่สากล ซึ่งจะสำเร็จได้ก็ด้วยพลังของผู้ประกอบการที่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่หยุดนิ่ง”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้มีพระดำรัสถึงชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ อันเป็นไปตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มีพระราชประสงค์ให้สตรีไทยมีชุดประจำชาติ โดยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบนี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวและสะท้อนความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย ตั้งแต่การแต่งกายในเวลากลางวัน (Daywear) ไปจนถึงชุดราตรี (Eveningwear) ทั้งยังเชื่อมโยงกับหัตถศิลป์ของช่างทอผ้าและเครื่องประดับไทยอย่างถูกต้องตามแบบแผนแต่โบราณ ทั้งนี้ ทรงมีพระประสงค์ให้ชุดไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลเทียบเท่ากับกิโมโน สาหรี่ หรือกี่เพ้า เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของสุภาพสตรีจากประเทศไทย

นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย กล่าวถึง 4 เทรนด์หลักซึ่งแต่ละเทรนด์สะท้อนอารมณ์และเรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ พินิจ – ชีวิต (The Grounded Naturalist)  เทรนด์ที่สื่อถึงความ “Quiet Luxury” ที่ได้แรงบันดาลใจจากพื้นฐานของธรรมชาติ อาทิ หิน ดิน ทราย ไม้ ขนสัตว์ โทนสีหลักคือสีน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อิสรชน – ผจญภัย (The Free Spirit Adventurer)  สะท้อนภาพนักเดินทางที่เปี่ยมสุข โทนสีหลักคือสีน้ำเงินที่ผสมเฉดสีเขียว และใช้สีเทาเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างสีเหลืองและน้ำเงิน เพื่อสร้างความละมุนและมิติใหม่ให้กับผืนผ้า รอนแรม – ลึกลับ (The Enigmatic Wanderer) ที่ท้าทายให้ผู้ประกอบการพัฒนาเฉดสีแดงจากครั่งให้หลากหลาย ตั้งแต่แดงอมส้ม แดงอมชมพู ไปจนถึงม่วง และสีเทาเข้ามาผสมผสานเพื่อให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่าย และกรุยทาง – สร้างฝัน (The Dynamic Trailblazer) เทรนด์ที่สนุกสนาน มีชีวิตชีวาแบบเรโทรยุค 70s แต่ลดความจัดจ้านลงให้มีความนุ่มนวลขึ้น โทนสีหลักคือสีเหลือง, เขียว และสีชมพู ที่ท้าทายความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับสีสันในฤดูหนาว”

นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก เจาะลึกถึงเรื่องราว “มหัศจรรย์แห่งเส้นใย” ว่า “จุดเด่นของเราคือการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นเส้นใยที่มีมูลค่า ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนของโลก จากเดิมที่ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติมีราคาสูงมาก เราได้นำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้น สิ่งที่น่าภาคภูมิใจคือความสำเร็จของผู้ประกอบการ เช่น บ้านดอนกอย ซึ่งพัฒนาฝีมือจนเพิ่มมูลค่าผ้าฝ้ายได้กว่าสามเท่า หรือคุณป้าณัฐภาที่ราชบุรี ซึ่งนำงานทอจกโบราณมาผสมผสานกับเทรนด์ใหม่จนเป็นที่ต้องการของตลาด สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนผ้าไทยไปสู่สากล”

ทั้งนี้ การจัดทำหนังสือเล่มดังกล่าวนับเป็นการสานต่อพระปณิธานและสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไทยให้มีคุณภาพทัดเทียมนานาชาติในราคาที่เข้าถึงได้ ดังพระดำรัสที่ได้พระราชทานไว้ในการประชุมวิชาการ Symposium เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567 ความตอนหนึ่งว่า “อีกอย่างหนึ่งคือที่ท่านหญิงรู้สึกมองอนาคตไว้ว่า อีกหน่อยสินค้าฝรั่งมันจะแพงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนม การ์เมนต์ หรืออะไรก็ตาม แล้วเรารู้ว่าคนกลุ่มใหญ่ในเมืองไทย ยังนิยมของเหล่านั้นอยู่ และคนในระดับชั้นกลาง หรือที่รองลงมา เขาจะอยู่กันยังไง เราก็เลยคิดว่า อยากให้ทุกท่านได้หันมามองว่า สินค้าไทยหลาย ๆ ชิ้น ผ้า การ์เมนต์ พอร์ซเลน หรืออื่น ๆ เรายังมีของที่เทียบเท่าฝรั่ง แล้วเรายังจับต้องได้” พระดำรัสดังกล่าวจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนโครงการ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ และการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทยสู่สากลในครั้งนี้

สำหรับหนังสือ “Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026” สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก “อนาคตแห่งแฟชั่น: สรรค์สร้างนวัตกรรมเพื่อโลกที่ยั่งยืน” (Future Fashion: Creative Innovation for Sustainability) โดยฤดูกาลนี้ยังตอกย้ำถึง “ความมหัศจรรย์แห่งเส้นใย”  ทั้ง 12 ชนิด ตั้งแต่เส้นไหม จนถึงเส้นใยกัญชง ซึ่งธรรมชาติมอบให้เป็นของขวัญมาพร้อมกับพืชพรรณพื้นถิ่น กระทั่งกลายมาเป็นสีย้อมสื่ออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ผ่านโทนสีจาก 4 เทรนด์หลักได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีน้ำตาลที่พบได้เมื่อ “พินิจ – ชีวิต” (The Grounded Naturalist) เฉดสีน้ำเงินที่ชวนให้ “อิสรชน – ผจญภัย” (The Free Spirit Adventurer) เฉดสีแดงที่เชื้อเชิญไป “รอนแรม – ลึกลับ” (The Enigmatic Wanderer) และเฉดสีชมพู-เขียวของผู้มีใจอยาก “กรุยทาง – สร้างฝัน”  (The Dynamic Trailblazer)

เมื่อผนวกรวมกับวัสดุยั่งยืน 12 ชนิดที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับตอบโจทย์ความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ไหมจนถึงเส้นใยกัญชง ร่วมกับเทคนิคหัตถกรรมทั้ง 6 แบบ จากวิธีมัดหมี่ ยกดอก บาติก ฯลฯ อันเป็นภูมิปัญญาในการทอผ้าอันสลับซับซ้อนและให้ผลลัพธ์งดงามที่ส่งต่อกันมาหลายพันปีในอารยธรรมมนุษย์ ซึ่งความช่างคิดไม่หยุดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้ก่อให้เกิดนวัตกรรมผ้า 4 แบบอันน่าทึ่ง จากผ้าใยกัญชงทอลายสองที่ทนทานกว่าผ้าฝ้ายเดนิมทอปกติ หรือการผสมผสานเทคนิคการทอของไทยกับอังกฤษจนได้เป็นผ้าไทยทวีดเปี่ยมเอกลักษณ์ ไปจนถึงผ้าที่นำวัสดุเหลือใช้มาแต่งเติม ล้วนแสดงศักยภาพของหัตถศิลป์และความยั่งยืนที่เดินเคียงคู่สู่การเป็นแฟชั่นแห่งอนาคตได้

สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปผู้สนใจหนังสือ Thai Textiles Trend Book Autumn/Winter 2025-2026 สามารถดาวน์โหลดในรูปแบบดิจิทัลได้ทาง https://online.fliphtml5.com/rnqjs/dbjs/#p=1

บริษัทในเครือซีแวลู กรุ๊ป ส่งมอบผลิตภัณฑ์ ‘Super C Chef’ แก่ทหารกล้าชายแดนไทย

บริษัทในเครือซีแวลู กรุ๊ป ส่งมอบผลิตภัณฑ์ 'Super C Chef' แก่ทหารกล้าชายแดนไทย

บริษัทในเครือซีแวลู กรุ๊ป ส่งมอบผลิตภัณฑ์ ‘Super C Chef’ แก่ทหารกล้าชายแดนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

ซีแวลู กรุ๊ป และบริษัทในเครือ ห่วงใยทหารไทยและผู้ปฏิบัติงานชายแดน ส่งมอบผลิตภัณฑ์ Super C Chef มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท

ดร.พจน์  อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มซีแวลู กรุ๊ป และ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  พร้อมด้วย คุณวิจิตรา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการ บริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) และ คุณสมบุญ  แต่โสภาพงษ์ กรรมการ บริษัท โลหะกิจรุ่งเจริญทรัพย์ จำกัด ได้ร่วมมอบ ผลิตภัณฑ์ ซุปเปอร์ ซี เชฟ 2,000 กล่อง มูลค่า 3,600,000 บาท โดยมีพลเรือเอกสุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รับมอบเพื่อนำส่งต่อแก่ทหารกล้าในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ ดร. พจน์ กล่าวว่า “ในนามผู้บริหารกลุ่มบริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารบริษัทในเครือ รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศ ขอชื่นชมยกย่องและขอขอบคุณทหารทุกนายที่เสียสละ ปฏิบัติภารกิจหน้าที่ด้วยความอดทน เพื่อปกป้องอธิปไตยและความสงบสุขของประเทศชาติ ขอส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจผ่านผลิตภัณฑ์ ซุปเปอร์ ซี เชฟ ให้ได้อิ่มอร่อยทุกมื้อ”

นับเป็นการส่งมอบกำลังใจครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพลังความรักความสามัคคีของคนไทยชาติ โดยกลุ่มบริษัทซีแวลู กรุ๊ป และกลุ่มพันธมิตร พร้อมอยู่เคียงข้างทหารไทย ทั้งยามศึก อิ่มทันใจ ยามสงบเราจัดเต็ม อร่อยแซ่บ ไม่ต้องปรุง อิ่มได้ทุกสถานการณ์!!

คลิกชมภาพน่ารักๆ ของพี่ๆ ทหารเพิ่มเติม https://youtu.be/MVcqN2StpMc

-(016)

ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร มอบทุนการศึกษาจนถึงปริญญาตรี พร้อมโอกาสทำงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์ในอนาคต แก่บุตร-บุตรีรวม 6 คน ของทหารหาญผู้เสียสละชีวิตปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจากสถานการณ์สู้รบแนวชายแดนไทย–กัมพูชาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 พร้อมทั้งมอบ “กล่องกำลังใจ” ซึ่งจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนตามช่วงวัย “บันทึกกำลังใจ” จากพนักงานเครือซีพี และของที่ระลึกจากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ เพื่อส่งต่อพลังใจและความห่วงใยสู่ครอบครัวทหารกล้าด้วยความซาบซึ้งและจริงใจ เมื่อวันที่ 7–9 สิงหาคม 2568

นายจอมกิตติ ระบุว่า “การช่วยเหลือครั้งนี้สอดคล้องกับค่านิยม ‘3 ประโยชน์’ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เป็นไปตามดำริของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ที่ต้องการส่งต่อความห่วงใยจากเครือฯ สู่ครอบครัวของผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ ในนามของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เราขอแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อความกล้าหาญของทหารกล้า และขอมอบทุนการศึกษานี้เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังผู้ที่เขารัก และเป็นแรงใจสำคัญให้เดินหน้าต่อไปด้วยความเข้มแข็ง”

เริ่มจากครอบครัวแรกคือ ครอบครัวของสิบเอกจิรายุส อินทุมาน อายุ 31 ปี ทหารหาญ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ปัจจุบันมีบุตรี 1 คน วัย 10 ปี ซึ่งนางสมพิศ อินทุมาร มารดาของ สิบเอกจิรายุส อินทุมาน กล่าวว่า “ครอบครัวรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรชายมาก ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ในครั้งนี้ ซึ่งครอบครัวตั้งแต่บิดา รวมไปถึงพี่ชายของสิบเอกจิรายุสต่างก็รับราชการเป็นทหาร ตลอดเวลาที่ลูกได้ทำหน้าที่ในการรับใช้ชาติ ท่ามกลางความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ แม้จะเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความรู้สึกภูมิใจมาโดยตลอดเช่นกัน ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้นจนยากที่จะทำใจ ก็ยังคงมีกำลังใจจากผู้คนมากมายทั้งจากคนที่รู้จักและไม่รู้จักส่งมาให้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตอนนี้ครอบครัวเริ่มกลับมาเข้มแข็งมากขึ้น”

เช่นเดียวกับนางมธุลิน สีจุ้ยจ้าย ภรรยาของจ่าสิบเอกธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย อายุ 39 ปี ทหารหาญ ผู้สละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยในเหตุการณ์ปะทะบริเวณช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นครอบครัวที่ 2 ที่เครือซีพีลงพื้นที่พบปะ ระบุว่า “ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน จ่าสิบเอกธีระยุทธเป็นคนที่ดูแลครอบครัวดีมาก ลูกสองคนผูกพันกับพ่อมาก ลูกๆ มีความอดทนเหมือนพ่อ ตอนแรกก็กังวลมาก เพราะต้องดูแลลูกสองคนคนเดียว แต่เมื่อได้รับกำลังใจ และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน รู้สึกเบาใจลงเยอะมาก ซาบซึ้งใจอย่างที่สุด และต่อจากนี้จะเข้มแข็งให้ได้เพื่อลูก” ขณะที่เด็กหญิงจุฑามาศ สีจุ้ยจ้าย บุตรีคนโต เปิดเผยความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าถึงความฝันในอนาคตว่า “อยากเป็นแพทย์ทหาร อยากรักษาทั้งคนทั่วไปและทหาร เพราะไม่อยากให้ใครต้องเสียชีวิตเหมือนคุณพ่ออีก”

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง...ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง นำโดย นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ เป็นประธานจัดงาน “ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.” งานกาลาดินเนอร์การกุศล เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้น ณ พระที่นั่งนงคราญสโมสร สโมสร ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568

นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช รองประธานมูลธินิ อส. มอบดอกไม้ขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน นำโดย นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ ประธานจัดงาน, นายกองโท พิมล บูรณชล, นายกองตรี กิดากร อังคณารักษ์, นายกองโท ระพินทร์ ชลพินทุ, นายกองโท ฐิติกา ตั้งทวีวัฒนกุล, นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ, นายหมวดโทประวัติ รัตนวาภพงศ์ และนายหมวดโท ไอยเรศ จันรภพโยธิน

นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ ประธานจัดงาน พร้อมด้วย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช รองประธานมูลธินิ อส. และ นายกองเอก บุญชนะ เจริญผล

นายกองตรี กิดากร อังคณารักษ์ กรรมการมูลนิธิและทายาทผู้ก่อตั้งมูลนิธิ กล่าวถึงประวัติของมูลนิธิ

งานกาลาดินเนอร์การกุศล “ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.”  กิจกรรมภายในงานผู้ร่วมงานนอกจากจะได้ชมความงดงามของพระที่นั่งนงคราญสโมสร อาหารรสเลิศ ยังได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงอันไพเราะจากนักร้องกิตติมศักดิ์ นำโดย ประธานจัดงาน นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สมพิศ เลิศสุมิตรกุล, วนิดา อังศุพันธุ์, มัณฑณี ใหญ่สว่าง, สมพร กนกกุล, เทวี วงศ์วิทยา,  ตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล และนักร้องรับเชิญพิเศษ ชัชชัย สุขขาวดี หรือ หรั่ง ร็อคเคสตร้า ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติภายในงาน

นายกองตรี ดอน จิตรวงษ์, นายกองโท พิมล บูรณชน, นายหมวดเอก ศุภกร  ทิมจรัส, นายกองโท ระพินทร์ ชลพินทุ, นายกองโท ฐิติกา ตั้งทวีวัฒนกุล และ นายหมวดโท ไอยเรศ จักรภพโยธิน

วีรวุฒิ จุมพลคุณวุฒิ, นายหมวดโท ประวัติ รัตนวิภาพงศ์, นายกองเอก บุญชนะ เจริญผล และ นายกองโท สยามสุขสมใจ

นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ดร.ชุมพล พรประภา

ตามด้วยการแสดงแบบโดยนางแบบกิตติมศักดิ์  อาทิ นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, อัจฉราพร ถนอมภูวนาถ ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, เจษฎา ปิยะสุวรรณวานิช และ ปาจรีย์ เครือเช้า ภายในงานยังมีการประมูลเครื่องประดับ และผ้าไทย โดย วีรวุฒิ จุมพลคุณวุฒิ และ ดร.ชุมพล พรประภา ชนะการประมูลและนำรายได้จากการประมูลสมทบทุนเข้ามูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมถึงการประกวดการแต่งกายดีเด่นอีกด้วย

คุณหญิงผอบทิพย ศาตะมาน, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ,พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ ปาจรีย์ เกรียวสกุล

ประธานจัดงาน ต้อนรับ ภัทรา ศิลาอ่อน แห่ง S&P

พระที่นั่งนงคราญสโมสร แรกเริ่มเดิมทีจะสร้างเป็นพระตำหนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่เมื่อการก่อสร้างมาถึงส่วนฐานสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรดที่พระตำหนักพญาไทและไม่มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จไปประทับในสวนสุนันทาจึงได้มีการแก้ไขแบบแปลนจัดสร้างขึ้นเป็นท้องพระโรงส่วนกลาง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามพระที่นั่งว่า “พระที่นั่งนงคราญสโมสร” ซึ่งเป็นนามของพระที่นั่งในพระอภิเนาว์นิเวศน์ พระบรมมหาราชวังที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งก็เป็นท้องพระโรงฝ่ายในเช่นเดียวกัน โดยพระที่นั่งแห่งใหม่นี้ใช้สำหรับพระราชวงศ์พระองค์ใดก็ตาม จะทรงใช้ในการบำเพ็ญพระกุศลหรือจัดงานรื่นเริง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง

ครอบครัว อส. นายกองโท ระพินทร์ – เสาวนีย์ – นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ

ประธานจัดงานพร้อมด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ วนิดา อังศุพันธุ์, นิเศศโสม พุ่มหิรัญ และ นวลจันทร์ ตีระสงกรานต์

ครูคอร่า, อัญชลี มรุธราเลิศ,สมพิศ เลิศสุมิตรกุล และ ดามัย จิระวัฒน์พงศา

อนุรัตน์ ตฤติยศิริ, สุภมาศ วงศ์ศิริกุล, จุฬาทิพ ปุณวัฒนวิทย์, ณัฐมนฑน์ เอื้อวัฒนะสกุล,ดามัย จิระวัฒน์พงศา, ศุภรัศมิ์ เอี่ยมสวัสดิ์

ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, Mai Lang, ปาจรีย์ เครือเช้า, รินทร์ – อัญชลี มรุธราเลิศ และ Wang Xiao Hua

มูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอาสารักษาดินแดนฯ ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ สงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือภัยพิบัติต่างๆ การมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมทั้งการจัดหาสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพเพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัตตหน้าที่ให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนและครอบครัว โดยในแต่ละปีมูลนิธิอาสารักษาดินแดนฯได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออันเป็นสาธารณะประโยชน์ ปีละประมาณ 2-3 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากการบริจาคจากกรรมการภาคเอกชน องค์กร ประชาชนทั่วไป และการจัดกิจกรรมจัดหารายได้อื่น ๆ เช่น กอล์ฟการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน การจัดดินเนอร์การกุศล เป็นต้น

วนิดา อังศุพันธุ์ มอบดอกไม้ให้กับนางแบบกิตติมศักดิ์ Mai Lang, อัญชลี มรุธราเลิศ, ปาจรีย์ เครือเช้า, อัจฉราพร ถนอมภูวนาถ, ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, รินทร์ มรุธราเลิศ และนายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ

ณัฏฐ์ปุณณภา นันทพัทธ์นพิน

หรั่ง ร็อคเคสตร้า ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติภายในงาน

อุไรวรรณ กนกวัฒนาวรรณ

มัณฑณี ใหญ่สว่าง ในบทเพลง มั่นใจว่าจะไม่รัก

ตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล และ รุจิตร สุธนะเสรีพร

กุลธิดา ศิวยานนท์ และ มัณฑณี ใหญ่สว่าง

Mai Lang, Wang Xiao Hua, นวลจันทร์ ตีระสงกรานต์, รินทร์ มรุธราเลิศ, นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, วนิดา อังศุพันธุ์ และ พรรณิภา ปวนะฤทธิ์ 

เทวี วงศ์วิทยา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อมีส่วนร่วมในการดูแลอาสารักษาดินแดนได้โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสนามเป้า เลขที่บัญชี 928-2-02129-5 ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์” ทุกการบริจาคผ่านมูลนิธิฯ สามารถนำใบเสร็จไปใช้ลดหย่อนภาษีฯ ได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-278-1008 ต่อ 401

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • งานทำบุญครบรอบ 92 ปี ของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บริษัทผู้ผลิตเบียร์และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์รายใหญ่ของไทยและเอเซีย 4 ส.ค. ทายาท พระยาภิรมย์ภักดี รวมญาติพร้อมหน้าพร้อมตาครั้งใหญ่ในรอบปี อาทิ ปิยะ ภิรมย์ภักดี,ภควดี สุขุม,วุฒา ภิรมย์ภักดีพร้อมลูกๆ วุฒินันท์-วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี,ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ, สันติ-อรุณี ภิรมย์ภักดี พร้อมลูกๆ ภูริต-ปิติ-ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี ฯลฯ…
  • ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ เชิญชวนชมความงดงามของสถาปัตยกรรมวังบางขุนพรหมผ่านภาพถ่าย ในนิทรรศการ “แลวังผ่านเลนส์” 6 ส.ค.-14 ก.ย.09.30-20.00 น. ที่โถงนิทรรศการ ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ เข้าชมฟรี ชวนแต่งกายชุดไทยร่วมถ่ายภาพภายในงาน  (ส่วนวังบางขุนพรหมขณะนี้ปิดบูรณะถึงเดือน ต.ค.2568)..
  • นิทรรศการช่างศิลป์ไทย สำหรับผู้รักศิลปะไทย โดยวิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรมและมรดกของชาติ จัดแสดงงานจิตรกรรมลายรดน้ำ งานจิตรกรรมไทยประเพณีและงานศิราภรณ์ พัตราภรณ์ ที่ Crystal Court ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 3-30 ส.ค…
  • คอนเสิร์ตการกุศล “จากรวงทองถึงโฉมฉาย..สู่ชายแดน” นำโดย รวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ,โฉมฉาย อรุณฉาน พร้อมด้วย จิตติมา เจือใจ,ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์,อลิศ ธนัชศลักษณ์ และสุรเวท โตเจริญ 17 ส.ค. 13.30 น.ห้างฟินิกซ์ ประตูน้ำ ห้องAuditorium บัตรราคา 1,500,1,000 และ 500 บาท จองบัตร 064-7855814 ..
  • คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดงานระลึกถึงวันมหิดล  24 ก.ย. เชิญชมรายการพิเศษเนื่องในวันมหิดล 2568 “ศิริราช บูรณาการความเป็นเลิศ เพื่อผู้ป่วยชาวไทย” 13 ก.ย.16.00-18.00 น. ทางช่อง ททบ.5 TNN 2  ไทยรัฐทีวีช่อง 32 PPTV HD 36 และช่อง One 31 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถาม 02-4197658..
  • ยินดีกับ ลดา รุธิรกนก ที่ได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ..
  • ใกล้ถึงเทศกาลเกษียณอายุสำหรับผู้ที่รับราชการมาอย่างยาวนาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญชวนเลือกสินค้าที่ระลึก “พึ่งพา” และ PAfe’ เป็นของขวัญมุทิตาจิต ที่ร่วมส่งต่อความดีงามสู่สังคมเนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน Line:@friendsofpashop..
  • ข้าวมันไก่มณเฑียร ได้รับความนิยมยืนหนึ่งเรื่องความอร่อยยาวมานานกว่า 40 ปี ตอนนี้ ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ จัด “สำรับเรือนต้น” เป็นเซ็ทเมนูอาหารรังสรรค์โดย เชฟอำนวย อเนกสุวรรณ จัดให้อิ่มอร่อย ครบเครื่อง อาทิ ยำส้มโอย่าง ปูนิ่มทอดพริกเกลือ แกงเขียวหวานเนื้อ คั่วกลิ้งหมูสับ ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม ต้มยำกุ่งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำทอดซอสมะขาม ไข่เจียวเนื้อปู บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน กล้วยไข่เชื่อม ราคาสุทธิ 888 บาทต่อสำรับ สอบถาม 02-2336070 www.montienbangkok.com..

น้อง