ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305670

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

ล่างสู่บน, โรงเรียนนิติบุคคล, องค์กรครูร้อยเอ็ด

ถ้าจะปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลดีส่งถึงนักเรียนแล้วต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็น“นิติบุคคล” ได้อย่างแท้จริง..

        โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา และกรรมการสถานศึกษามีอำนาจบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในโรงเรียนร่วมกันโดยยึดประโยชน์ของนักเรียนและชุมชนเป็นหลักเท่านั้นถึงจะแก้ปัญหาได้ นี่คือ เสียงจากครูผู้สอนนักเรียนมากกว่า 40 ปีอีกไม่ถึง 9 เดือนเขาจะเกษียณอายุราชการอยู่กับนักเรียนขนาดเล็กมาโดยตลอด รับรู้ปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ กำลังคน และอื่นๆรวมทั้งผลกระทบนโยบายต่างๆจากหน่วยเหนือที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนให้กับเยาวชนของชาติ

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

        “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านหนองบั่ว อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดใจกับ “คมชัดลึก”ว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องทำให้นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะมีโครงสร้างการบริหารอย่างไร จากส่วนกลาง ไปถึงเขตพื้นที่ก็แล้วแต่ พอถึงโรงเรียนแล้วจะต้องกระจายอำนาจให้กับโรงเรียนให้เป็นนิติบุคคลสามารถบริหารจัดการงบประมาณ บุคคลากรภายในโรงเรียนได้อย่างตรงตามความต้องการของโรงเรียน โดยผ่านความเห็นชอบของประธานคณะกรรมการสถานศึกษา

     ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

“พิทักษ์ บัวแสงใส”

           “การให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลบนความรับผิดชอบของผู้บริหารโรงเรียนและกรรมการสถานศึกษา ทั้ง 2 ฝ่ายต้องร่วมกันรับผิด และรับชอบร่วมกัน ถ้าโรงเรียนต้องการครูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ ผู้อำนวยการโรงเรียนและกรรมการสถานศึกษาก็ช่วยกันเปิดรับสมัคร และสอบคัดเลือกเอาเอง จะได้ตรงตามความต้องการ ไม่ใช่ให้เขตพื้นที่ดำเนินการและจัดส่งมาให้บางครั้งไม่ได้ตรงกับความต้องการ ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่โรงเรียนขนาดเล็กก็ต้องรับครูเหล่านั้นเพราะด้วยความที่โรงเรียนขาดครู” นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

         ที่สำคัญโครงสร้างใหม่ตามคำสั่งคสช.ที่ 19/2560 ข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาค ทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่างศึกษาธิการจังหวัด และการทำงานเขตพื้นที่พื้นที่การศึกษาที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่ ให้คนที่ไม่ใช่ครู มาดูแลด้านการศึกษา รวมทั้งรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงศึกษาทำให้การทำงานได้ไม่ตรงกับเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

        “การปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งแต่ปฏิรูปโครงสร้าง มากกว่าการพัฒนาการศึกษา เพื่อให้ความรู้การศึกษากับนักเรียน รัฐบาลควรจะต้องทบทวนแนวคิดนี้ ยกเลิกคำสั่งที่ 19/2560 ของ คสช. จัดระบบการจัดสรรอำนาจ งบประมาณให้เหมาะสม รัฐบาลควรฟังความคิดเห็นของคณะครูเพื่อจัดการศึกษาโดยครู ซึ่งมีความเข้าใจด้านการศึกษาเป็นอย่างดี แทนที่จะเอาคนนอกที่ไม่มีความรู้ด้านการศึกษาเข้ามาจัดการด้านการศึกษาซึ่งไม่ตรงตามเป้าหมายของคณะครูแต่อย่างใด” นายบุญเลี้ยง กล่าว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

พิทักษ์ บัวแสงใส – บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์

        โดยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด 43  องค์กรได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีส่วนหน้าที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่บ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 4 ข้อด้วยกันคือ 1.ให้ยกเลิิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 19/2560 เพราะเกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ 2.คืนอำนาจตามมาตรา53(3)(4)ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฏหมายเดิม 3.กระจายอำนาจเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และ 4 ให้ดำเนินการตรากฏหมายให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลโดยเร็ว

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

         “เชื่อว่าถ้ามีการแก้ไขตามข้อเสนอดังกล่าวแล้ว จะทำให้การบริหารจัดการการศึกษาของชาติจะส่งผลถึงผู้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ส่งผลถึงครูและนักเรียน ซึ่งใกล้ชิดกับครูมากที่สุดและจะส่งผลถึงคุณภาพการศึกษาของประชากรชาติอย่างแน่นอน” นายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าว

          อย่างไรก็ตามหากไม่มีการตอบรับแนวคิดเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา ชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด จะประสานกับองค์กรครูอื่นทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนร่วมกันต่อไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนไปในทางที่ดีที่สุด เพื่อให้ประโยชน์ตกกับนักเรียนให้มากที่สุด

          ว่ากันว่าการทำงานของชมรมครู และสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นองค์กรที่ทำงานสอดประสานกัน ด้วยสโลแกนที่ว่า “องค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด ” โดยชมรมครูก่อตั้งมาแล้ว 38 ปี ปัจจุบันมี “พิทักษ์ บัวแสงใส” เป็นประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนสมาคมครูเพื่อก่อตั้งมาได้ 18 ปี ซึ่งมี “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” เป็นนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด

ร.ร.เสนอปัญหาแต่ว่าไม่ถึงเบื้องบน จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไร

บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์

          กล่าวสำหรับ “พิทักษ์ บัวแสงใส” ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวารีสวัสดิ์วิทยา อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และเป็นหนึ่งใน 17 คนของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้ประชุมมาแล้ว 3 ครั้งและได้นำเสนอปัญหาของโครงสร้างการบริหารที่มีข้อขัดแย้งมาโดยตลอด

          “พิทักษ์” มองว่า หากไม่แก้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่19/2560 ข้อ13 อาจจะเกิดความเสียหายทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการให้ศธจ.ใช้อำนาจมาตรา53 (3)(4)ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 24 และมาตรา 27 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการใช้อำนาจบรรจุแต่งตั้ง ข้ามแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในหน่วยงานใดมาก่อน และอำนาจในมาตรา 53(3)(4) ยังผูกพันกับมาตราอื่นๆในหมวดอื่นอีกเกือบสามสิบเรื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า ด้อยประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0

qualitylife4444@gmail.com 

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305630

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

เมืองพลังงานชีวมวล, เมืองม็อบ, คุณภาพชีวิต

สกว.- กฟผ.หนุนปลูกไม้โตเร็วสร้างรายได้ให้ชุมชนอาทิเช่น ยางพารา ยูคาลิปตัส เพื่อเปลี่ยนอุบลราชธานีให้เป็นเมืองพลังงานชีวมวล

          ในปี 2535 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มมีการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังขาดการพัฒนา ไม่มีการคัดเลือกสายพันธุ์ และการดูแลรักษาอย่างจริงจัง ปัญหาหลักที่ไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่ทำกินของชาวบ้านที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองม็อบ”

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

เจ้าหน้าที่งค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.อ.ป. เลยส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกยางพาราและดูแลรักษา เพื่อให้มีงานทำจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตร โดยชาวบ้านจะมีส่วนแบ่งจากการกรีดและขายน้ำยางพาราสดร้อยละ 40 ส่วนรายได้อีกร้อยละ 60 เป็นขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ซึ่งชาวบ้านจะมีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณคนละ 10 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมดเกือบ 5,000 ไร่

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ส่วนยูคาลิปตัสซึ่งมีพื้นที่ปลูกประมาณ 7,000 ไร่ ชาวบ้านจะมีรายได้จากค่าจ้างทำไม้ แต่เราก็ยังอยากปลูกไม้เศรษฐกิจอื่น ๆ ให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่เพื่อให้ อ.อ.ป.มีรายได้อย่างยั่งยืน

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

นายบรรยง บุญญโก หัวหน้าฝ่ายจัดการสวนป่า อ.อ.ป.ตะวันออกเฉียงเหนือ เล่าว่า  พื้นที่สวนป่าช่องเม็กมีหมู่บ้านและชุมชนรอบ ๆ สวนป่าที่มีส่วนได้ส่วนเสียจากการปลูกสร้างสวนป่าจำนวน 7 หมู่บ้าน มีราษฎรกว่า 1,000 ครอบครัว ที่ร่วมปลูกมันสำปะหลัง มีรายได้จากการทำวนเกษตร การรับจ้างสวนป่า และเก็บหาของป่า

เจ้าหน้าที่ อ.อ.ป.ได้ทำการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อแบ่งพื้นที่ป่าในการปลูกไม้เศรษฐกิจ ส่วนพื้นที่ในส่วนอื่น ๆ ก็อนุรักษ์ไว้เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ โดยดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน แต่การขาดการวิจัยและพัฒนา ขาดเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโดยตรง และที่สำคัญคือการขาดงบประมาณ เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาสวนป่าเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์

โดยในปี 2559 ดร.มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์ จากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “ระบบการปลูกและการจัดการไม้โตเร็วในการผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลบนที่ดินเสื่อมโทรม” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการร่วมฯ ได้เข้ามาขอใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการวิจัย

ดร.มะลิวัลย์ ได้ศึกษาระบบการปลูกและการจัดการที่เหมาะสมของการปลูกไม้โตเร็วในพื้นที่เสื่อมโทรม เน้นพื้นที่ระดับเฝ้าระวังและระดับวิกฤต และไม่กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหาร ซึ่งมีพื้นที่“โมเดลเชิงสาธิต” ใน 5 จังหวัดตามภูมิภาคต่าง ๆ

รวมถึงสวนป่าช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ตลอดจนหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม และขยายผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลอัตราการเติบโต ผลผลิต การหมุนเวียนสารอาหาร การเก็บกักคาร์บอน ค่าพลังงานที่ได้ รวมถึงผลตอบแทนทางการเงินและเศรษฐศาสตร์

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

“แนวคิดสำคัญคือ การพยายามดึงคนรุ่นลูกขึ้นมาดูแลรับผิดชอบแทนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่มีอายุมากแล้ว ในอนาคตน่าจะขยายผลได้เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ปัจจุบันแรงงานหนุ่มสาวที่ออกไปทำงานในกรุงเทพฯ ก็หมุนเวียนกันกลับมาเป็นแรงงานหลักของครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 500 ครอบครัว ซึ่งไม้โตเร็วรวมทั้งไม้ยูคาลิปตัสมีรอบการตัดไม่ต่ำกว่า2 ปี โดยจะขายไม้ให้กับบริษัทผลิตเยื่อกระดาษ ไม้แปรรูป และเป็นเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าชีวมวล” ดร.มะลิวัลย์ กล่าว

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ดร.มะลิวัลย์ กล่าวต่อว่า จากการทดลองปลูกยูคาลิปตัสรวม 4 สายพันธุ์ พบว่าสายพันธุ์ของเวียดนามที่เพาะเมล็ดเติบโตดีที่สุด ซึ่งจะเป็นการวิจัยเพื่อตอบคำถามว่าการปลูกไม้โตเร็วที่มีรอบตัดฟันสั้นทำให้ดินเสียหรือไม่ โดยในพื้นที่ได้มีการปลูกยูคาลิปตัส กระถินลูกผสม (เทพณรงค์)กระถินณรงค์ และสนชวาซึ่งกระถินลูกผสม กระถินณรงค์ และสนชวา จัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ว แม้อยู่ในรายชื่อพืชรุกรานแต่มีศักยภาพในการปลูกเป็นพืชพลังงานได้

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ผศ. ดร.รุ่งเรือง พูลสิริ

ด้าน ผศ. ดร.รุ่งเรือง พูลสิริ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัย “การศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการปลูกยูคาลิปตัสร่วมกับมันสำปะหลังในระบบวนเกษตรในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” กล่าวว่า เป็นอีกโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการร่วมฯได้นำชมพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัสร่วมกับมันสำปะหลังในแปลงทดลอง เพื่อหวังจะสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

ซึ่งนอกจากรูปแบบที่เหมาะสมแล้วนักวิจัยยังต้องนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์เพื่อหารูปแบบธุรกิจที่นำไปขยายผลได้ และหาแนวทางในการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับการส่งเสริมพื้นที่ผลิตพืชอาหารและพืชพลังงานด้วย

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

ในส่วนของผู้สนับสนุนทุนวิจัย รศ. ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์พัฒนะ ผู้ประสานงานโครงการร่วมฯ ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับผลการดำเนินงานวิจัยว่า ทั้งสองโครงการมีศักยภาพดี เป็นไปตามหลักวิชาการ และทำงานเชื่อมโยงกับ อ.อ.ป. ซึ่งเป็นผู้ใช้ประโยชน์โดยตรงตั้งแต่เริ่มโครงการ เป็นงานวิจัยระยะยาวที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

อีกทั้งเป็นการเก็บข้อมูลใหม่ที่ทันสมัย เพราะข้อมูลเดิมเมื่อสิบปีที่ผ่านมาอาจใช้ไม่ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งเรื่องของพันธุ์ไม้และสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไป ในขณะที่ผลกระทบต่อชาวบ้านนั้น แน่นอนว่าการทำงานของ อ.อ.ป. ต้องผูกติดกับชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งงานวิจัยของเราก็ทำตามความต้องการของชาวบ้านในการปลูกมันสำปะหลังระหว่างไม้โตเร็ว เนื่องจากสำปะหลังสามารถเก็บขายได้ในระยะสั้นกว่า ทำให้ชาวบ้านมีรายได้หมุนเวียนไปใช้จ่ายเร็วขึ้น

เปลี่ยน “เมืองม็อบ” เป็น “เมืองพลังงานชีวมวล”

“นอกจากนี้ยังมีการขยายผลต่อยอดงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น การใช้ประโยชน์ด้านพลังงานชีวมวลของวิสาหกิจชุมชนผ่าน พพ. และการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กฟผ. ในการปลูกป่าที่บึงกาฬ โดยจะนำผลงานวิจัยจากที่อุบลราชธานีไปเป็นแบบอย่าง” รศ. ดร.ศุภชาติ กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305600

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

คุณภาพชีวิต, คอนวูด, ออกแบบพื้นที่เพื่อสังคม

คอนวูด จัดประกวด “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” มอบรางวัลผลงานออกแบบพื้นที่สาธารณะเพื่อสังคมสุดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์สวยงาม น่าสนใจ ใช้งานได้จริง

          เป็นอีกหนึ่งเวทีที่จุดประกายนักออกแบบรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในการพัฒนา และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์การออกแบบพื้นที่สาธารณะให้สวยงามและเกิดประโยชน์จากการใช้สอย

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

บริษัท คอนวูด จำกัด ร่วมกับ นิตยสาร art4d จัดงานมอบรางวัลการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะ “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” โครงการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะขนาด 9 ตารางเมตร เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้สังคม ชิงเงินรางวัลและงบประมาณการก่อสร้าง รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และประกาศนียบัตร

สำหรับผู้ชนะเลิศ “CONWOOD 9 SQUARE METRE Design Contest 2017” ได้แก่ เพียรพร จารุภากร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน “9 SQ.M.STRETCHING STORAGE” ได้รับเงินรางวัล 25,000 บาท และงบประมาณก่อสร้าง 100,000 บาท รวมทั้งนำผลงานที่ออกแบบนั้นมาก่อสร้างในพื้นที่จริงต่อไป

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

เพียรพร จารุภากร

เพียรพร จารุภากร นิสิตสาวไอเดียเจ๋งจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์รั้วจามจุรี เล่าว่า แรงบันดาลใจในการออกแบบผลงานมาจากการประสบการณ์ตรงที่ประสบปัญหา เรื่องการไม่มีล็อกเกอร์สำหรับเก็บของในสวนสาธารณะ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องมีสัมภาระติดตัวมาด้วย หรือหากต้องการเปลี่ยนชุดสำหรับออกกำลังกาย ถ้าไม่มีรถส่วนตัว ก็ไม่รู้ว่าจะไปเก็บของได้ที่ไหน จึงเป็นไอเดียในการสร้างสรรค์พื้นที่ 9 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่ที่พอเหมาะในการที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อเก็บของ

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

นอกจากเรื่องการออกแบบแล้ว ยังฝึกทักษะการพูด การนำเสนอผลงานให้ตรงประเด็นและน่าสนใจ รวมทั้งได้คำแนะนำจากคณะกรรมการที่เป็นประโยชน์ในการต่อยอดงานออกแบบอื่น ๆ ตลอดจนได้รับความรู้จากการไปเวิร์คช็อปที่โรงงานคอนวูดด้วย ที่สำคัญตื่นเต้นที่จะได้เห็นผลงานของตัวเองได้รับการนำไปสร้างจริงด้วย

“อีกทั้งจะต้องมีความหลงใหลในงานที่เราทำแล้ว ยังต้องเข้าใจงานตัวเอง และสามารถสื่อสารผลงานของตัวเองให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย รวมทั้งมีที่มาที่ไปของการออกแบบ ซึ่งจะทำให้ผลงานสมบูรณ์แบบครบทุกด้านมากยิ่งขึ้น” เพียรพร กล่าว

และผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผลงาน “LESS DRIVE – MORE RIDE” ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี

ศุภโรจน์ นามสกุลเจริญดี  นิสิตหนุ่มจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากรั้วจามจุรี  เล่าว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้มาจากการปัญหาที่ได้พบกับตัวเอง เนื่องจากพื้นที่วัดส่วนใหญ่เป็นลานคอนกรีตขนาดใหญ่ใช้สำหรับจอดรถ จึงนำจุดนี้มาพัฒนาต่อ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ในลานจอดรถด้วยการใช้จักรยาน

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

โดยมีแนวคิดหลักคือ การคืนพื้นที่สีเขียวให้กับวัด โดยการแทนพื้นที่ 9 ตร.ม. ลงในช่องจอดรถ 1 คัน โดยมีพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังเพิ่มที่จอดรถจักรยาน เพื่อสนับสนุนให้คนลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาวัด และในอนาคตพื้นที่ 9 ตร.ม. นี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  “ผมได้รับความรู้ที่สามารถนำมาปรับใช้ในการออกแบบที่ตอบสนองผู้ใช้งานได้มากขึ้นครับ”ศุภโรจน์ กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

พงศ์สุเกษม หิรัณย์เตชะ

ด้านพงศ์สุเกษม หิรัณย์เตชะ ผู้อำนวยการฝ่ายขายภายในประเทศ บริษัท คอนวูด จำกัด ในกลุ่มบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน)​ กล่าวถึงความมุ่งหวังที่จะส่งเสริม และสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่ให้ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพในการนำความรู้ความสามารถมาสร้างสรรค์เป็นผลงานที่น่าสนใจ สวยงาม และเกิดประโยชน์จากการใช้สอยพื้นที่สาธารณะนั้นๆ

“คอนวูดเล็งเห็นถึงศักยภาพของนักออกแบบรุ่นใหม่ จึงร่วมกับนิตยสาร art4d จัดโครงการประกวดแนวคิดด้านการออกแบบพื้นที่สาธารณะขนาด 9 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการนำเสนอแนวคิดการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่สังคม โดยใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทดแทนไม้ของคอนวูดเข้าไปผสมผสานในการออกแบบ ตกแต่ง หรือทำเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ขนาด 9 ตารางเมตร ให้เป็นสาธารณประโยชน์ที่น่าสนใจ และรองรับการใช้งานได้จริง พื้นที่ในเขตสวนสาธารณะ สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย วัด หรือ โบราณสถาน” พงศ์สุเกษม กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

มนัสพงษ์  สงวนวุฒิโรจนา มัณฑนากร สถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง  กล่าวว่า สิ่งที่ผู้เข้าประกวดได้รับแน่นอน คือ ประสบการณ์ที่ดี และอยากให้คำแนะนำที่ได้จากคณะกรรมการในวันนี้ ผลักดันให้ทุกคนมี Passion กับงานออกแบบ เพราะการที่คนเราจะทำงานดีไซน์ได้ และมีชีวิตอยู่กับอาชีพนี้ได้ ต้องอาศัยความรักในสิ่งนั้นที่จะทำให้เราทำงานออกมาได้ดี และต่อยอดในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็นได้ ซึ่งวันนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความฝัน

“สำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ นอกจากแนวคิดดีแล้ว ยังนำเสนอได้เห็นภาพชัดเจน และนำเรื่องของการตลาดเข้ามาวิเคราะห์ได้ด้วย จึงสามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งหมดซึ่งจะเป็นมาตรฐานที่ดีในงานประกวดในอนาคตได้” มนัสพงษ์  กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ดุลยพล ศรีจันทร์  โปรดักท์ดีไซเนอร์ และที่ปรึกษาด้านการออกแบบหลากหลายแบรนด์ชั้นนําเผยว่า “ผลงานของผู้ชนะเลิศทั้ง 3 รางวัล ต้องบอกว่าไอเดียดีทุกคน เพียงแต่อาจจะมีรายละเอียดเล็กน้อย  ที่ทำให้ผลงานมีความโดดเด่นแตกต่างกัน ที่สำคัญการประกวดการออกแบบนั้น นอกจากผลงานที่ปรากฎแล้ว การนำเสนอยังเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย บางคนไอเดียดี แต่พรีเซนต์ไม่ได้ ก็เหมือนคนพูดไม่ชัด ทำให้เข้าใจได้ยาก

“นอกจากนี้การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อที่จะมีทิศทางในการแก้ไขปัญหานั้น ๆ ซึ่งการเลือกทิศทางที่ถูกที่สุดจำเป็นต้องมีประสบการณ์ที่ดี และการทำงานที่ต่อเนื่อง” ดุลยพล กล่าว

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017

ชินภานุ อธิชาธนบดี  นักออกแบบตกแต่งภายในชื่อดัง และคณะกรรมการจากคอนวูด ให้คำแนะนำว่า แม้เทคโนโลยีในยุคนี้ทำให้นักออกแบบรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ควรจะใช้เวลาในการพินิจให้มากขึ้นด้วย เพื่อจะได้สามารถต่อยอดมุมมองทางความคิดได้ รวมทั้งใช้ชีวิตให้มีความสุข และสนุกกับการทำงานอย่างเต็มที่ งานที่ได้ก็จะออกมาดี

เปิดตัวแชมป์คอนวูด2017              สำหรับการประกวดครั้งนี้มีความหลากหลายในเรื่องของแนวคิด วิธีคิด และการใช้วัสดุที่น่าสนใจ และอยากให้น้อง ๆ ไม่หยุดคิดเพียงเท่านี้ อยากให้ต่อยอดในเรื่องของรายละเอียด รวมทั้งการใช้วัสดุให้แนบเนียน โดยผู้ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มีมุมมองในเรื่องของแบรนด์ดิ้ง การดีไซน์ และการใช้วัสดุที่หลากหลายของคอนวูด ที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างครบถ้วน

ราชภัฏเชียงรายผุดนิเทศฯ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305638

ราชภัฏเชียงรายผุดนิเทศฯ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดีย

ดิจิทัลมัลติมีเดีย, นิเทศศาสตร์, ราชภัฏเชียงราย

มร.ชร. ตอบรับกระแสยุคดิจิทัล นำร่องเปิดหลักสูตรนิเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดียแห่งแรกของภาคเหนือ ตั้งเป้าสร้างผู้ประกอบการสื่อในวัยเรียน นำสื่อบูรณาการสอน

         จากการที่ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคของสื่อดิจิทัล จึงจำเป็นต้องผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ สามารถประยุกต์ใช้สื่อดิจิทัลได้อย่างมืออาชีพ ที่สำคัญต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดแรงงาน

ผศ.ดร.เสริมศิริ นิลดำ คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเติบโตของสื่อยุคดิจิทัล คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จึงเปิดหลักสูตรนิเทศศาสตร์ สาขาดิจิทัลมัลติมีเดียขึ้นในปี 2558และพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในปี 2560 นับเป็นหลักสูตรแห่งแรกของมหาวิทยาลัยในเขตภาคเหนือที่เปิดหลักสูตรดิจิทัลมัลติมีเดียขึ้น โดยหลักสูตรนี้เน้นสร้างผู้ประกอบการสื่อในยุคดิจิทัล ทั้งในตลาดแรงงานสากลและในระดับท้องถิ่น

ทั้งนี้ หลักสูตรนี้พัฒนามาด้วยการรวบรวมข้อมูลจากองค์กรสื่อชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งเห็นพ้องว่าต้องผลิตนักนิเทศศาสตร์ที่มีทักษะการผลิตเนื้อหาที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและสังคม  ดังนั้น หลักสูตรนี้จึงเน้นสอนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้งสตูดิโอ คอมพิวเตอร์ แอพลิเคชั่นต่างๆ มีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนให้นักศึกษาใช้ประกอบการผลิตงาน ตลอดจนได้รับความร่วมมือจากองค์กรสื่อชั้นนำของประเทศในการให้ความรู้นอกห้องเรียนแก่นักศึกษาเพื่อเสริมสร้างทักษะอย่างมืออาชีพ ดังนั้นจึงเป็นหลักสูตรผลิตนักดิจิทัลมัลติมีเดียที่ถูกมาก เมื่อเทียบกับค่าเทอมแค่ไม่กี่พันบาท แต่นักศึกษาได้ใช้อุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัยมาตรฐานสากล เรียกได้ว่าถ้าเทียบกับหลักสูตรที่ใกล้เคียงกันนี้ทั่วประเทศ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายน่าจะมีราคาถูกที่สุดในคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามปรัชญาของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ต้องพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น

“โดยที่ผ่านมามีการเปิดรับนักศึกษาไปแล้ว 2 รุ่นแต่เริ่มเห็นผลสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ให้เป็นผู้ประกอบการสื่อในวัยเรียน เช่น นักศึกษาทำสติกเกอร์ไลน์ออกจำหน่าย และยังรับจ้างออกแบบสติกเกอร์ไลน์ให้กับหน่วยงานราชการและเอกชนในจังหวัดเชียงราย บางคนสร้างโปรดักชั่นเฮ้าส์ รับผลิตงานโฆษณาในท้องถิ่น เป็นการสร้างรายได้ระหว่างเรียน นอกจากนี้ นักศึกษาบางคนส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการผลิตสารคดีเชิงข่าวโครงการสิงห์สร้างสรรค์ และได้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายจากผู้แข่งขันหลายร้อยรายทั่วประเทศ ซึ่งตอบสนองนโยบายของคณะฯ ที่มุ่งหวังให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการสื่อในยุคดิจิทัลได้”คณบดี วจ.มร.ชร.กล่าว

อย่างไรก็ตามด้วยปรัชญาของราชภัฎ คือ มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ดังนั้นเราจึงผลิตนักศึกษาเพื่อตอบสนองท้องถิ่นเป็นหลัก แม้ความรู้เราจะเทียบเท่ากับระดับศาสตร์สากล แต่เราจะปฏิบัติงานเพื่อท้องถิ่น ดังคำที่ว่า Think Global, Act Local  นักศึกษาต้องมีจิตสำนึกที่จะคิดถึงชุมชนบ้านเกิด ไม่มีใครจะพัฒนาบ้านเราได้ดีเท่ากับคนในท้องถิ่นด้วยกันเอง จึงจะเป็นท้องถิ่นที่มีคุณภาพได้”

เรียนรู้ทักษะชีวิต”สวนเกษตร” ร.ร.ป่าแดงวิทยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305607

เรียนรู้ทักษะชีวิต”สวนเกษตร” ร.ร.ป่าแดงวิทยา

คุณภาพชีวิต, แหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิต, สวนเกษตร

โรงเรียนป่าแดงวิทยา ต.หัวง้ม อ.พาน จ.เชียงราย เนรมิตด้านหลังโรงเรียนกลายเป็นสวนเกษตร ที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์มากมาย ด้วยพื้นที่กว่า 1 ไร่

           “ครูโอ๋” พัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์  ที่ปรึกษาโครงการ  เล่าว่า โรงเรียนป่าแดงวิทยาเป็นโรงเรียนวิถีพุทธ ทุกวันอังคารนักเรียนทุกคนจะทานอาหารมังสวิรัติ โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมให้สอดคล้องด้วยกิจกรรมเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ผ่านงานด้านการเกษตรที่หลากหลาย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำไปถ่ายทอดและต่อยอดแก่สมาชิกในโรงเรียนจนสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆที่สนใจ

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

พัฒน์พงษ์ เต็มเสาร์

“ครูโอ๋” เล่าต่ออีกว่า สำหรับผักที่นักเรียนช่วยกันปลูกอาทิเช่น นาข้าวที่กำลังออกรวงสวย ส่วนอีกฝั่งเป็นแปลงปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่อัดแน่นไปด้วยผักใบเขียวโตเร็วทั้งคะน้า ผักสลัด และขึ้นฉ่าย ถัดมาเป็นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยการปลูกกะหล่ำดอกเป็นไม้ประดับทั้งปลูกไว้ในกระถางดอกไม้ขนาดใหญ่หน้าอาคารเรียนและสวนหย่อมรอบโรงเรียน จากผักที่เพียงแต่นำมารับประทาน ได้แปลงร่างมาช่วยสร้างสีสันต์ใหม่ๆ ให้กับภูมิทัศน์โดยรอบโรงเรียนได้อย่างลงตัว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

อีกแปลงถัดไปเป็นสวนสมุนไพรและพืชผักพื้นบ้านหลากหลายชนิด ทั้งมะเขือเปราะลงปลูก นอกจากมะกรูด มะนาว ที่กำลังออกผลเต็มต้นจนแทบเก็บกันไม่ไหว อีกฝั่งเป็นโรงเพาะเห็ดที่มีดอกเห็ดออกมาให้เก็บทุกวัน  “นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มนักเรียนที่รับผิดชอบทำปุ๋ยหมักชีวภาพจากเศษผักที่เหลือจากโรงครัวและแปลงผักของกลุ่มต่างๆ สำหรับใช้ในแปลงเกษตรของเพื่อนๆต่อไป” ครูโอ๋ กล่าว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

นอกจากผักต่างๆ ที่ล้วนแต่ปลูกเพื่อเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทุกคนแล้ว ที่นี่ยังมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ที่นอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนอิ่มท้องแล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในการนำความรู้บูรณาการเข้าสู่บทเรียน  และสามารถที่จะต่อยอกดไปสู่กิจกรรมอื่นๆได้ สำหรับการบริหารจัดการจะเป็นลักษณะพี่สอนน้อง คือมีนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 6 คนเป็นกำลังหลักในการดูแล พร้อมกำลังเสริมเป็นน้องๆชั้นประถมอีก 4 คน

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

วิไลพร มอยนา

“น้องเมย์” วิไลพร มอยนา  นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 บอกว่า ในแต่ละวันสมาชิกทั้ง 10 คนจะเข้ามาเลี้ยงไก่ทั้ง 200 ตัว อย่างพร้อมเพรียงตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อมาให้อาหารรอบแรก บางส่วนจะช่วยกันปัดกวาดโรงเรือนและล้างถ้วยน้ำสำหรับไก่ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็จะเรียนหนังสือเช่นเดียวกันกับเพื่อนๆ คนอื่น

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

เมื่อเที่ยงแล้วทุกคนก็จะกลับมาที่โรงเรือนเลี้ยงไก่อีกครั้งเพื่อช่วยกันเกลี่ยอาหารในราง พร้อมเปิดพัดลมช่วยระบายอากาศ  จากนั้นทุกคนจะแยกย้ายไปเรียนหนังสือในภาคบ่าย กระทั่งเวลา 16.00 น. ก่อนกลับบ้านเด็กๆก็จะมาช่วยกันให้อาหารรอบ 2 และเก็บไข่ไก่สำหรับส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันเพื่อส่งมอบให้โรงครัว เกิดเป็นรายได้หมุนเวียนในโครงการเลี้ยงไก่ไข่ต่อไป  น้องเมย์ กล่าว

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

“น้องวุ้น” ศุภชัย แก้วอุน  นักเรียนมัธยมปีที่ 2 บอกเพิ่มเติมว่า พวกเขาภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแลแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตไข่ไก่ที่เป็นสุดยอดอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ทำให้เพื่อนๆนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ได้ถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์

ที่สำคัญพวกเขายังได้มีส่วนในการขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันที่จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ และห้องเรียนนอกตำราของเด็กๆ ทุกคน ทั้งโรงเรือนเลี้ยงไก่และแปลงเกษตรทั้งหมดทำให้พวกเขาได้เรียนรู้เรื่องโภชนาการ ที่สำคัญการได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองตามที่ได้รับมอบหมาย

เรียนรู้ทักษะชีวิต"สวนเกษตร" ร.ร.ป่าแดงวิทยา

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนนี้ เกิดขึ้นจากน้ำใจของผู้ใหญ่ใจดีอย่าง หอการค้าญี่ปุ่น–กรุงเทพฯ (JCC-B) ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมสนับสนุนโครงการเพื่อโภชนาการที่ดีของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 ด้วยการสนับสนุนการก่อสร้างโรงเรือนตามแบบมาตรฐาน อุปกรณ์กรงตับ และสร้างรั้ว พร้อมมอบพันธุ์สัตว์ จำนวน  200 ตัว อาหารไก่ไข่ 4,020 กิโลกรัม ที่สามารถเลี้ยงได้  1 รุ่น(ระยะการเลี้ยง 52 สัปดาห์) มูลค่ารวม 250,000 บาท

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305636

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

องค์กรครูจังหวัดร้อยเอ็ด, เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด

ชมรมครูร้อยเอ็ดก่อตั้ง38ปีที่แล้วทำหน้าที่เป็นฝ่ายบู้ต่อสู้เรื่องราวต่างให้เพื่อนครู18ปีต่อมาได้ก่อตั้งเป็นสมาคมครูร้อยเอ็ดเป็นฝ่ายบุ๋นให้กับเพื่อนครูร้อยเอ็ด

      และเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา สังคมได้กล่าวขานถึงพวกเขาอีกครั้ง เมื่อตัวแทนชมรม/สมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด 43  องค์กรได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีส่วนหน้าที่ร่วมเดินทางกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงพื้นที่บ้านโพน อ.คำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 4 ข้อด้วยกันคือ

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     ซ้าย-บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์”

1.ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 19/2560 เพราะเกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ 2.คืนอำนาจตามมาตรา53(3)(4)ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฏหมายเดิม 3.กระจายอำนาจเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)อำนาจผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไปให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และ 4 ให้ดำเนินการตรากฏหมายให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคลโดยเร็ว

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

       ด้วยความที่เป็นครูผู้สอนโรงเรียนเล็กมาตลอดการรับราชการ 40 ปี และอีก 9 เดือนเขาก็จะเกษียณชีวิตข้าราชการแล้วทำให้ “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์” ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านหนองบั่ว อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด หรืออีกตำแหน่งคือนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด ออกมาขับเคลื่อนให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่ตามคำสั่งคสช.ที่ 19/2560ข้อ 13 เกี่ยวกับการแปรรูปการศึกษาส่วนภูมิภาคทำให้เกิดความขัดแย้งในการด้านการบริหารการศึกษาระหว่างศึกษาธิการจังหวัดและการทำงานเขตพื้นที่พื้นที่การศึกษาที่ไม่สอดคล้องตรงกับความต้องการของคณะผู้บริหารครูและสถานศึกษาในพื้นที่ให้คนที่ไม่ใช่ครู มาดูแลด้านการศึกษารวมทั้งรัฐมนตรีที่มาดูแลกระทรวงศึกษาทำให้การทำงานได้ไม่ตรงกับเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษา

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

        เพราะ “บุญเลี้ยง”มองว่าหากการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งแต่ปฏิรูปโครงสร้าง มากกว่าการพัฒนาการศึกษา ไม่ถูกต้อง การปฏิรูปการศึกษาต้องทำเพื่อให้ความรู้การศึกษากับนักเรียน รัฐบาลควรจะต้องทบทวนแนวคิดนี้ยกเลิกคำสั่งที่ 19/2560 ของ คสช.จัดระบบการจัดสรรอำนาจ งบประมาณให้เหมาะสมรัฐบาลควรฟังความคิดเห็นของคณะครูเพื่อจัดการศึกษาโดยครูซึ่งมีความเข้าใจด้านการศึกษาเป็นอย่างดี แทนที่จะเอาคนนอกที่ไม่มีความรู้ด้านการศึกษาเข้ามาจัดการด้านการศึกษาซึ่งไม่ตรงตามเป้าหมายของคณะครูแต่อย่างใด”

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

      ในฐานะที่เป็นนายกสมาคมครูจังหวัดร้อยเอ็ด จึงต้องออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาให้ได้ผลดีส่งถึงนักเรียนแล้วต้องกระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็น “นิติบุคคล” อย่างแท้จริงให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา และกรรมการสถานศึกษามีอำนาจบริหารจัดการเรื่องต่างๆภายในโรงเรียนร่วมกัน โดยยึดประโยชน์ของนักเรียนและชุมชนเป็นหลักเท่านั้นถึงจะแก้ปัญหาได้

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     บุญเลี้ยง ในวัย 59 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ เอกพละศึกษา สอบรับราชการครูมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ถึงได้ไปเรียนต่อทางด้านรัฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพราะเจ้าตัวมองว่าจะเป็นประโยชน์ในการทำงานองค์กรในอนาคต และมีความสุขและชอบที่ได้ทำงานเพื่อเพื่อนครู

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

      ซึ่งการทำงานเพื่อเพื่อนครูจังหวัดร้อยเอ็ดของ “บุญเลี้ยง ไขษรศักดิ์“ มี ”พิทักษ์ บัวแสงใส” ประธานชมรมครูจังหวัดร้อยเอ็ด เคียงบ่าเคียงไหล่มาโดยตลอด โดยชมรมครูทำหน้าที่เป็นฝ่ายบู้ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมต่างๆให้เพื่อนครูจังหวัดร้อยเอ็ด จนมีสโลแกนว่า “องค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด”

     “พิทักษ์ บัวแสงใส” จะเกษียณอายุราชการได้ปี 2563 ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวารีสวัสดิ์วิทยา อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด และเป็นหนึ่งใน 27 คนของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2556  ซึ่งได้ประชุมมาแล้ว 3 ครั้งและได้นำเสนอปัญหาของโครงสร้างการบริหารที่มีข้อขัดแย้งมาโดยตลอด

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

  “พิทักษ์ บัวแสงใส”

   ทั้งนี้เมื่อเดือนพ.ค.2559 “พิทักษ์” -“บุญเลี้ยง” และแกนนำครูรวม 5 คน ได้เข้าพบ พล.ต. สถาภรณ์ ใบพลูทอง ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่27 (ผบ.มทบ.27) และผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดร้อยเอ็ด (ผบ.กกล.รส.จว.ร.อ.) ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของสมาคม/ชมรครูฯ โพสต์ข้อความแถลงการณ์ทางโชเซียลด้วยข้อความลักษณะที่ไม่เห็นด้วย กับแนวทางปฎิรูปการศึกษาของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะให้ปรับโอนองค์กรครูไปสังกัด อปท. และให้ครูปรับเปลี่ยนเป็นพนักงานราชการ

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     โดยมีการนัดแนะครูทั้งจังหวัดร้อยเอ็ดมารวมตัวที่โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในวันที่ 20 พ.ค. 2559 โดยทั้งคู่ได้นำเอกสารข้อเท็จจริง ไปชี้แจงวัตถุประสงค์ขอการเคลื่อนไหวเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงจึงได้ข้อยุติ

     การเคลื่อนไหวครั้งนี้“พิทักษ์” มองว่า หากไม่แก้คำสั่ง หัวหน้าคสช.ที่19/2560 ข้อ13 อาจจะเกิดความเสียหายทั้งระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการให้ศธจ.ใช้อำนาจมาตรา53 (3)(4)ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาตามมาตรา 24 และมาตรา 27 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และแก้ไขเพิ่มเติม

เปิดตัว2ขุนพลองค์กรคู่เพื่อครูร้อยเอ็ด(ผู้ท้าชนคสช.)

     ซึ่งเป็นการใช้อำนาจบรรจุแต่งตั้ง ข้ามแท่ง ซึ่งไม่เคยปรากฏในหน่วยงานใดมาก่อน และอำนาจในมาตรา 53(3)(4) ยังผูกพันกับมาตราอื่นๆในหมวดอื่นอีกเกือบสามสิบเรื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้า ด้อยประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลในภูมิภาค ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305616

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

คุณภาพชีวิต, นักออกแบบรุ่นใหม่

นิปปอนเพนต์ เผย 2 นักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้ชนะจากโครงการ Asia Young Designer Award 2017 คือนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

           โครงการ Asia Young Designer Award มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้นักศึกษาเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานการออกแบบใหม่ๆ ที่จะสามารถสร้างประโยชน์แก่สังคมและชุมชนได้อย่างยั่งยืน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

ในปีนี้ การประกวดได้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “You for Tomorrow” มุ่งเน้นให้นักออกแบบไฟแรงได้เห็นความสำคัญถึงการออกแบบด้วยแนวคิดที่รองรับอนาคต เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล และเสริมสร้างทักษะของนักออกแบบรุ่นเยาว์ให้สามารถก้าวทันสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

สำหรับเยาวชนผู้ชนะการประกวดออกแบบในโครงการ Asia Young Designer Award 2017 การประกวดการออกแบบระดับเอเชีย ครั้งที่ 10 โดย บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) ได้รับรางวัล Macbook เงินรางวัลมูลค่า 100,000บาท พร้อมโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรม Learning Program ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับเยาวชนนักออกแบบจาก 15 ประเทศทั่วเอเชีย สามารถแบ่งตามประเภทกิจกรรม มีดังนี้

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นางสาววริษฐา ฐากูรบุตร

การออกแบบงานสถาปัตยกรรม (Architecture) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นางสาววริษฐา ฐากูรบุตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน From Auto to Plug-in นำเสนอไอเดียอาคารจอดรถอเนกประสงค์ที่ประหยัดเนื้อที่ใช้สอย จุรถได้เป็นจำนวนมาก

ในขณะเดียวกันยังสามารถประยุกต์พื้นที่เหลือใช้ให้สามารถใช้สอยได้หลากหลายเช่น ตลาด หรือ พื้นที่ขายของ อีกทั้งยังสามารถเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับคนเมือง มีพื้นที่ปลูกผักสำหรับรับประทานและจัดจำหน่าย ก่อให้เกิดอาชีพและการหมุนเวียนของอาหารและรายได้อย่างยั่งยืน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นายวิภาส ประสบโชคชัย

การออกแบบพื้นที่ภายใน (Interior Design) รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายวิภาส ประสบโชคชัย จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงานชื่อ Urban Bridging ที่มาพร้อมกับแนวคิดที่ต้องการจะยกระดับสตรีทฟู้ดเมืองไทยให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นผ่านการออกแบบพื้นที่ปรับภาพลักษณ์ถนนเยาวราชทั้งสาย เน้นจัดระบบสตรีทฟู้ดและทางเดินเท้าให้เป็นระบบ

โดยใช้พื้นที่การขายตั้งอยู่บนสะพาน ในขณะที่ผู้เดินบนทางเท้ายังสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างสะดวก พร้อมกับแยกพื้นที่นั่งรับประทานอาหารของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

2 นิสิต จุฬาฯ คว้ารางวัลนักออกแบบรุ่นใหม่

นายวัชระ ศิริฤทธิชัย

ด้าน นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  นักออกแบบรุ่นใหม่มีความสำคัญอย่างมากต่อวงการออกแบบของประเทศในอนาคต ด้วยเหตุนี้ นิปปอนเพนต์ จึงต้องการเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้พวกเขาได้แสดงความสามารถที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่ปีแรกของการดำเนินโครงการในปี พ.ศ. 2551 เราได้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 พร้อมกับศักยภาพที่หลากหลายและแข็งแกร่งมากขึ้นจากนักออกแบบไฟแรงทั่วประเทศ

“ตลอดระยะเวลา 10 ปี ในการเดินทางของโครงการ Asia Young Designer Award เราถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น แนะนำตัว นำเสนอโครงการ และสร้างความยอมรับให้แก่บุคลากรในวงการการออกแบบไม่ว่าจะเป็น นักศึกษา นักออกแบบ คณาจารย์ รวมไปถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ จากนี้ต่อไป โครงการฯ จะต่อยอดและมุ่งสร้างเวทีแห่งนี้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำหรับนักออกแบบวัยเยาว์สาขาวิชาสถาปัตยกรรมและออกแบบภายในให้มาแสดงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถ เพื่อพัฒนาและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและอนาคตในวงกว้างต่อไป” นายวัชระ กล่าวสรุป

ได้คืนชัวร์ “งบฯ อุดหนุนหนังสือเรียน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305598

ได้คืนชัวร์ “งบฯ อุดหนุนหนังสือเรียน”

ค่าหนังสือเรียน, เงินอุดหนุน

ศธ.แจงประสานสำนักงบฯ เชื่อได้เงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียนคืน  สพฐ.ชี้ ดำเนินการเสนอของงบฯ กลางปีเพิ่ม เป็นเวลา 3 สัปดาห์ คาดได้คำตอบก่อนเปิดภาคเรียนปี2561

       ตามกรณีที่สำนักงบประมาณได้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 ในส่วนของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายการหนังสือเรียน ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ  โดยปรับลดลงครึ่งหนึ่งจากที่เคยอุดหนุนค่าหนังสือเรียนให้แก่นักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของสถานศึกษาในแต่ละสังกัด ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั้น
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการหารือกับทางสำนักงบประมาณแล้ว ศธ. ได้เงินคืนแน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบในเรื่องนี้แล้ว

ด้าน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการเสนอสำนักงบประมาณ เพื่อของบฯ กลางปีเพิ่ม เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีว่าครั้งนี้ สพฐ. คำนวณจำนวนเด็กได้ค่อนข้างแน่นอน ตามยอดสรุปวันที่ 10 มิถุนายน และการของบฯ เพิ่ม จำนวนประมาณ 1.5 พันล้าน จากเดิมที่ได้รับมาแล้ว 2.5 พันล้านบาท ซึ่งการขอเพิ่มเติมนี้คำนวณตามจำนวนเด็กจริงๆ ทั้งนี้ คาดว่าจะได้คำตอบก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 สำหรับการดำเนินการของบฯ ในปีต่อไป ส่วนเดือนมกราคม 2561 นี้ จะมีการดำเนินการขอเต็มจำนวนที่ สพฐ. มีนักเรียนอยู่ประมาณ 10 ล้านคน คาดว่าจะได้งบฯ สนับสนุนประมาณ 4 พันล้านบาท

อนึ่ง ในแต่ละปีงบฯ สพฐ.จะได้รับงบประมาณโครงการเรียนฟรีฯ ในรายการหนังสือเรียนอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีการคำนวณจากข้อมูลตัวเลขเด็กที่เข้าเรียนในระบบจริง

“ไฮสปีดเน็ต” ของขวัญปีใหม่แก่เด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305574

“ไฮสปีดเน็ต” ของขวัญปีใหม่แก่เด็กไทย

กระทรวงศึกษาธิการ, ไฮสปีดอินเตอร์เน็ต, ไฮสปีดเน็ต

ศธ.บริหารจัดการไฮสปีดอินเตอร์เน็ตแก่โรงเรียนทั่วประเทศ หวังมอบเป็นของขวัญปีใหม่ คาดจัดสรรให้เหมาะสม

        จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เมื่อเร็วๆนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตของโรงเรียน โดยกำหนดให้พัฒนาเป็นระบบไฮสปีดอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งหลักการได้พัฒนาให้เป็นไฮสปีดอินเตอร์เน็ตนั้นจะมีการบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาระบบอินเตอร์เน็ตที่โรงเรียนใช้มีความซ้ำซ้อนหลายระบบ อาทิ ระบบเครือข่ายสารสนเทศ ศธ. หรือ Ministry of Education Network (MOENet) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระบบ Uninet ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ระบบอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และระบบอินเตอร์เน็ตจากภาคเอกชน ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณในส่วนนี้จำนวนมาก

“ที่ผ่านมาชอบตัดเสื้อให้เด็กทุกคนใส่ไซต์เดียวกันหมดทำให้เด็กบางคนใส่ได้ดีเด็กบางคนใส่ไม่ได้ก็เหมือนกับการใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่ผ่านมาแบบซ้ำซ้อน หากเราเปิดให้ผู้ใช้เลือกระบบได้เองว่าระบบใดเหมาะสมกับสิ่งที่โรงเรียนต้องการใช้งานมากที่สุด และเมื่อเลือกใช้งานระบบใดระบบหนึ่งแล้วก็จะส่งผลให้งบประมาณด้านอินเตอร์เน็ตประหยัดไปได้เป็นจำนวนมาก”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินการรูปแบบไฮสปีดอินเตอร์เน็ตโรงเรียนทั่วประเทศ ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้คัดเลือกระบบอินเตอร์เน็ตเอง เพราะผู้อำนวยการโรงเรียนจะรู้ดีที่สุดว่าระบบใดมีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตัวเองมากที่สุด เนื่องจากโรงเรียนแต่ละแห่งมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่แตกต่างกัน  เช่น โรงเรียนขนาดใหญ่มีการใช้งานอินเตอร์มากก็อาจไม่เหมาะกับการใช้งานเครือข่ายของ MOEnet แต่อาจจะเหมาะกับเครือข่ายให้บริการอินเตอร์เน็ตของรัฐวิสหกิจ หรือภาคเอกชนก็ได้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305569

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

โปสการ์ดชุดที่สอง, แผ่นพับ, โปสการ์ด, นิทรรศการพระเมรุมาศ

ยอดผู้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศครบ 3 ล้านคน พิมพ์แผ่นพับ 3 ภาษา-โปสการ์ดที่ระลึก9แบบใหม่เริ่มแจกล็อตสอง 15 ธ.ค.นี้ เตรียมจัดแสดงโขนรามเกียรติ์ชุดพิเศษ30-31ธ.ค.

            สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 เพื่อให้ประชาชน เยาวชนและผู้ที่อยู่ในท้องถิ่นห่างไกลมีโอกาสเข้าชมพระเมรุมาศ อันเป็นผลงานทางวัฒนธรรมไทยที่ทรงคุณค่าและนิทรรศการฯ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 07.00-22.00 น. โดยรอบนักเรียน นักศึกษา จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 06.00 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 60 – นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า  ขณะนี้ได้รับรายงานจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายนจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2560 รวมทั้งสิ้น 3,005,206 รูป/คน แบ่งเป็น พระภิกษุ/สามเณรและแม่ชี 17,667 รูป/คน วีลแชร์ 47,738 คน  ผู้พิการ 3,974 คน กลุ่มชาติพันธุ์ 290 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 29,720 คน สื่อมวลชน 1,705คน ประชาชน 2,293,566 คน และ นักเรียนและนักศึกษา 610,546คน

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการประกอบด้วย ฉบับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน และโปสการ์ดที่ระลึก 9 แบบนั้น ล่าสุดได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้จัดพิมพ์แผ่นพับนำชมนิทรรศการทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนเพิ่มเติม รวมถึงโปสการ์ด 9 แบบเป็นครั้งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายเวลาการเข้าชมพระเมรุมาศและให้เพียงพอในการแจกจ่ายให้ประชาชน  โดยโปสการ์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบในการจัดพิมพ์ครั้งที่ 2 นั้นได้รับรายงานว่าจะเริ่มนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนวันที่ 15 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยมีการปรับเปลี่ยนภาพและคัดเลือกภาพใหม่ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ประชาชน แต่ยังคงยึดตามแนวทางเดิมคือนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนและคณะที่เข้าชมพระเมรุมาศวันละ 1 แบบ

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

สำหรับภาพโปสการ์ดที่ระลึกทั้ง 9 แบบที่จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 ภาพที่ 1 ภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรโดยรถไฟพระที่นั่ง  ภาพที่ 2 ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 2 แห่เชิญพระบรมโกศประดิษฐฐานในบุษบกพระมหาพิชัยราชรถเข้าสู่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ภาพที่ 3 แปลงนาสาธิตรูปเลข ๙ บริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศ ภาพที่ 4 ฉากบังเพลิงด้านทิศตะวันออก แสดงเรื่องราวพระนารายณ์อวตารปางที่ 3 วราหาวตารและปางที่ 4 นรสิงหาวตารและ กลุ่มเทวดา ด้านล่างเป็นภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหมวดดินจำนวน 6โครงการ

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

ภาพที่ 5 ประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ในสระอโนดาตจำลองรอบพระเมรุมาศ ภาพที่ 6ประติมากรรม “ราชสีห์” สัตว์หิมพานต์ ประจำทิศตะวันออกของพระเมรุมาศ ภาพที่ 7 การแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์” บริเวณหน้าพระเมรุมาศ ภาพที่ 8 ประติมากรรมสุนัขทรงเลี้ยง “คุณทองแดง” และ “คุณโจโฉ” บริเวณด้านหน้าพระที่นั่งทรงธรรม และภาพที่ 9 พระเมรุมาศยามค่ำคืน

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า  ในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ มอบหมายให้กรมศิลปากรจัดแสดง “โขน เรื่องรามเกียรติ์ชุดพิเศษ” หน้าพระที่นั่งทรงธรรม วันที่ 30-31 ธันวาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยแต่ละวันใช้เวลาแสดง 90 นาที เพื่อให้ประชาชนที่เข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการได้รับชมการแสดงโขน ส่วนการแสดงโขนในช่วงวันอื่นที่ผ่านมาได้มีมติให้เพิ่มการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมจากเดิมจัดแสดงในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 19.00-19.45 น. เป็นเพิ่มในวันศุกร์เวลาเดียวกันอีก 1 วัน เนื่องจากมีประชาชนสนใจเข้าชมจำนวนมาก

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้

แจกโปสการ์ดที่ระลึกพระเมรุมาศชุดใหม่ 15 ธ.ค.นี้