“BLUE FLAME FC-BIKE” มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305858

“BLUE FLAME FC-BIKE” มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มิตรกับสิ่งแวดล้อ, มทร.พระนคร, ้เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

คณะวิจัย มทร.พระนคร พัฒนา “BLUE Flame FC-Bike” รถจักรยานยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม มีความปลอดภัย ชี้อนาคตหากได้ร่วมผลิตชุดอุปกรณ์จะราคาถูกลง

        ในอดีตและปัจจุบันมนุษย์ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากน้ำมันเป็นหลัก ส่งผลให้พลังงานน้ำมันในปัจจุบันเริ่มลดน้อยลง จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อต้นทุนในส่วนของเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นในด้านการคมนาคม อีกทั้งน้ำมันยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมบนโลก ด้วยเหตุนี้ ดร.พสิษฐ์ สุวรรณภิงคาร และคณะนักวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ร่วมกันออกแบบรถจักรยานยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน “BLUE Flame FC-Bike” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัย

"BLUE Flame FC-Bike" มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร.พสิษฐ์ สุวรรณภิงคาร กล่าวว่า พลังงานทดแทนนับเป็นการพัฒนาที่มีมานานโดยเฉพาะการผลิตก๊าซไฮโดรเจนด้วยไฟฟ้า พลังงานไฮโดรเจนถือเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกอีกประเภทที่เป็นส่วนหนึ่งในการลดมลภาวะโดยทำปฏิกิริยาร่วมกับออกซิเจน ซึ่งเมื่อลุกไหม้จนเป็นพลังงานแล้วจะเหลือเป็นน้ำดังนั้นรถที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนจึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นภาพของสังคมอนาคตจึงจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฮโดรเจนเป็นหลัก

โดยหลักการทำงานของ “รถจักรยานยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน”คือนำไฮโดรเจนไปสร้างพลังงานไฟฟ้า และนำพลังงานไฟฟ้าไปขับเคลื่อนมอเตอร์ การใช้งานเพียงเติมน้ำประปา 3 ลิตร ลงในชุดอิเล็คโทรไลท์ (electrolytes) กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ภายในรถจักรยานยนต์จะเข้าไปในน้ำ โดยทำการกระตุ้นและแยกตัวของโครงสร้างพันธะระหว่างไฮโดรเจน (Hydrogen) และออกซิเจน (Oxygen) ที่เรียกว่ากระบวนการ Electrolysis จนเกิดแก๊สไฮโดรเจน จากนั้นก็จะไหลผ่านท่อแก๊สไปยังจุดต่างๆ ในระบบรถจักรยานยนต์

"BLUE Flame FC-Bike" มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จากการทดลองวิ่งด้วยความเร็ว 50 กม./ชม. สามารถผลิตแก๊สไฮโดรเจนใช้งานได้ 20 นาที ประหยัดน้ำมันถึง 25 % และวัดเป็นระยะทางได้ถึง 100-150 กิโลเมตร ทั้งนี้หากเชื้อเพลิงหมดก็สามารถสลับมาใช้ระบบน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงปกติได้ โดยชุดอุปกรณ์อิเล็คโทรไลท์สามารถนำมาประยุกต์ติดตั้งกับรถจักรยานยนต์ประเภทออโตเมติก (AT) ขนาดเครื่อง 125 ซีซีทั่วไปตามท้องตลาด และมีระบบป้องกันแก๊สย้อนและประกายไฟเพื่อสร้างความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

"BLUE Flame FC-Bike" มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ชุดอุปกรณ์ชิ้นนี้ยังเป็นตัวต้นแบบซึ่งมีราคาสูง ในอนาคตหากมีการร่วมทุนการผลิตกับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนต่างๆ ก็จะทำให้ชุดอุปกรณ์ราคาถูกลง และจะพัฒนาเพิ่มเติมในด้านการใช้งานเพียงประชาชนนำชุดอุปกรณ์ไปเสียบต่อพ่วงกับแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ก็สามารถใช้งานได้ทันที

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ดร.พสิษฐ์ สุวรรณภิงคาร โทรศัพท์ 080-044-1915

"BLUE Flame FC-Bike" มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

"BLUE Flame FC-Bike" มอเตอร์ไซค์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เครื่องปรุงสมุนไพรสัญชาติไทย!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305837

เครื่องปรุงสมุนไพรสัญชาติไทย!!

อุตสาหกรรมเครื่องปรุง, นักวิจัย มสด., เครื่องเทศ, เครื่องปรุงสมุนไพร

“ทิวัตถ์ กุลชนะภควัต” นักวิจัย มสด. คิดค้นเครื่องปรุงสมุนไพรตรา “ไทยเมด” เพิ่มมูลค่าตอบโจทย์ความต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ คว้าเหรียญทองแดงจากเกาหลีใต้

        ดร.ทิวัตถ์ กุลชนะภควัต อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโยลีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึงงานวิจัยเครื่องปรุงตรา ไทยเมด ( Thai Made) ว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเดิม ซึ่งวิจัยพบว่าสมุนไพรทุกชนิดนั้น มีสาระสำคัญที่พืชสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติที่เรียกว่า ไฟโตรนิวเตรีย(Phytonutrient Compound) ปริมาณสูงเป็นกลุ่มของสารที่สำคัญหลายอย่างมีประโยชน์ในการใช้เป็นยารักษาโรค เช่น ขมิ้น ที่มีคุณค่าในการรักษาโรคหลายชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องปรุงสมุนไพรสัญชาติไทย!!

ดร.ทิวัตถ์ กุลชนะภควัต

        ส่วนสมุนไพรอื่นๆ เช่น กระชาย พริกไทย และพริก ก็มีการนำมาใช้เพื่อรักษาโรคได้เช่นกัน และสมุนไพรในวัฒนธรรมไทย คือ เป็นเครื่องเทศในอาหารไทยที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ถือว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดี จึงเห็นควรดำเนินการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมเครื่องปรุงสมุนไพร เพราะตลาดในปัจจุบันมีความต้องการเป็นอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ

        ดร.ทิวัตถ์ กล่าวต่อว่า การคัดเลือกแหล่งสมุนไพรต้องพิถีพิถัน เพื่อให้ได้คุณภาพของวัตถุดิบมากที่สุด อาทิ กระชาย (.นครปฐม), ขมิ้น (.ตาก), พริก (.สุพรรณบุรี), พริกไทย (.จันทบุรี) โดยเลือกกระบวนการที่ทำให้พืชสมุนไพรอยู่ในสภาพที่มีสารธรรมชาติคงเหลือมากที่สุด นั้นคือวิธี การอบสมุนไพรแบบดีไฮเดรชัน (Dehydration) มีการวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Activity) วิเคราะห์ปริมาณแร่ธาตุ และหาคุณค่าทางโภชนาการวิเคราะห์โดยเครื่องอะตอมแบบซอพชัน จึงทำให้เครื่องปรุงจากเครื่องเทศและสมุนไพรไทย ถูกแปรรูปให้สามารถใช้สะดวก ลดเวลาที่ใช้ในการปรุง และรักษาคุณค่าสมุนไพรไว้ได้ครบถ้วน

เครื่องปรุงสมุนไพรสัญชาติไทย!!

       โดยงานวิจัยชิ้นนี้ ได้นำเสนอในเวทีระดับนานาชาติ ในงาน“Seoul International Invention Fair 2017” ระหว่างวันที่30 พฤศจิกายน–3 ธันวาคม 2560 ณ ประเทศเกาหลีใต้ และคว้ารางวัลงานวิจัยนวัตกรรมใหม่เหรียญทองแดง มาครองได้สำเร็จ นับเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์อย่างมีเอกลักษณ์ เป็นการพัฒนาภูมิปัญญาของไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น และเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ที่คำนึงถึงประโยชน์ในการรักษาโรคและการออกฤทธิ์ของสารทุติยภูมิในพืชสมุนไพรและคุณค่าทางอาหาร (Pharma Nutrition) มีศักยภาพสามารถนำไปขยายผลเชิงพาณิชย์ได้อย่างแน่นอน

“พยาบาล-เภสัช”ชุมพร ร้องถูกลอยแพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305896

“พยาบาล-เภสัช”ชุมพร ร้องถูกลอยแพ

ร้องศูนย์ดำรงธรรมชุมพร, เภสัชกร, พยาบาล, พยาบาล-เภสัช

“พยาบาล-เภสัช” ยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร ร้องขอความเป็นธรรม เหตุถูกลอยแพ 17 ปี

 

 

วันที่ 15 ธันวาคม 2560 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร ตัวแทนพยาบาลและเภสัชกรจาก 8 อำเภอของ จ.ชุมพร 15 คน ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายดุสิต ศักรกานต์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร สรุปว่า จากนโยบายคุมกำเนิดข้าราชการของรัฐบาลในปี 2543 ได้ส่งผลกระทบต่อกระทรวงสาธารณสุขจนต้องเลือกบรรจุเฉพาะแพทย์ ทันตแพทย์ แต่ลอยแพนักเรียนทุนกระทรวงสาธารณสุขที่จบการศึกษาในปี 2543 ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2543 เห็นชอบให้มีการจ้างงานประเภทใหม่เรียกว่า “พนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งหมายถึง เจ้าหน้าที่ของรัฐอีกประเภทหนึ่ง รับเงินเดือนจากงบประมาณ หมวดเงินเดือนเช่นแพทย์ ส่วนค่าตอบแทนได้ใช้บัญชีเงินเดือนพลเรือนโดยอนุโลม การเลื่อนเงินเดือน วันเวลาทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน วินัย การสิ้นสุดการจ้าง เหมือนข้าราชการ แต่ไม่นับอายุราชการ จนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2547 ครม.มีมติบรรจุและแต่งตั้งพนักงานของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นข้าราชการ แต่ไม่นำระยะเวลาการปฏิบัติงานในช่วงก่อนการบรรจุมาคำนวณในสิทธิประโยชน์กองทุนบำเหน็จบำนาญทั้งที่พนักงานของรัฐทุกคนได้รับการปฏิบัติเหมือนข้าราชการทุกประการ

ในหนังสือยังระบุว่า เมื่อสำนักงาน ก.พ.และ ครม.ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการพิจารณาสิทธิประโยชน์ให้พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในกระทรวงสาธารณสุข ระยะที่ 1 กำหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2555 เป็นต้นไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556 และระยะที่ 2 กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวที่ได้รับการบรรจุก่อนวันที่ 11 ธันวาคม 2555 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำข้อมูลเปรียบเทียบ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2560 ใน 2 ประเด็นคือ 1.การรับเงินเดือนระหว่างข้าราชการปกติ พนักงานของรัฐ และกลุ่มที่ได้รับการเยียวยาที่มีอายุงาน/อายุราชการใกล้เคียงกัน และตำแหน่งประเภทเดียวกัน เปรียบเทียบกับเงินเดือน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2559 พบว่า ข้าราชการที่ได้รับการเยียวยา เงินเดือนมากกว่าข้าราชการปกติ 6,100 บาท และมากกว่าพนักงานของรัฐ 7,800 บาท 2.เปรียบเทียบกรณีอายุงาน/อายุราชการที่แตกต่างกัน ข้าราชการปกติอายุราชการมากกว่าพนักงานของรัฐ 3 ปี 8 เดือน ส่วนพนักงานของรัฐอายุราชการมากกว่าข้าราชการที่ได้รับการเยียวยา 5 ปี จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีคืนความเป็นธรรมให้อดีตพนักงานของรัฐสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 2 ข้อคือ 1.ขอให้มีการแก้กฎหมายเพื่อนับระยะเวลาการเป็นพนักงานของรัฐเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ 2.ทบทวนการเยียวยาเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ

น.ส.สุมาลี เพ็ญสวัสดิ์ วิสัญญีพยาบาล รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า พวกตนเป็นอดีตพนักงานของรัฐซึ่งเป็นนักเรียนทุนที่ทำสัญญาว่าจบแล้วต้องได้บรรจุเป็นข้าราชการ แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เมื่อปี 2543 เพื่อลดจำนวนข้าราชการ จึงให้พวกตนกลายเป็นพนักงานของรัฐที่มีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่าข้าราชการ หากลาออกจะต้องชดใช้ทุนที่ใช้เรียนมา แต่เมื่อมีการบรรจุเป็นข้าราชการกลับไม่มีการนับเวลาในช่วงที่เป็นพนักงานของรัฐให้ ขณะนี้มีรุ่นน้องหลายคนที่เพิ่งได้รับการบรรจุ แต่กลับมีอายุราชการและเงินเดือนมากกว่ารุ่นพี่ที่ทำงานมาก่อนเป็น 10 ปี บางหน่วยงานลูกน้องได้เงินเดือนแซงหน้าหัวหน้า ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่ออดีตพนักงานราชการที่ได้รับบรรจุเป็นข้าราชกาชุมพรรเลย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาคืนความเป็นธรรมให้พวกตนด้วย

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305863

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์

ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศ ณ วันที่ 13  ธันวาคม พ.ศ. 2560, โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นอธิการบดีม.วลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๐, สมบัติ

โปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ‘สมบัติ ธำรงธัญวงศ์’ เป็นอธิการบดีม.วลัยลักษณ์ ตั้งแต่ 10 ธ.ค. นี้

           ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีรายละเอียดระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายกีร์รัตน์ สงวนไทร ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2558 นั้น

          เนื่องจาก นายกีร์รัตน์ สงวนไทร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว และที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (วาระลับ) ครั้งพิเศษ/2560 เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอขอพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว ให้ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2560

ประกาศ ณ วันที่ 13  ธันวาคม พ.ศ. 2560

ผู้รับสนองพระราชโองการ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ‘สมบัติ ’ อธิการบดีม.วลัยลักษณ์


6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305849

6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

สมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย, สามเสนวิทยาลัย, แป๊ะเจี๊ยะ

สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ ฉ.4 กรณีร.ร.ดังพระราม 6 เรียกเงินรับฝากเด็ก หลังรอคำตอบมา6เดือน ระบุ 7 ธ.ค.ยื่นหนังสือถึงรมว.ศึกษาธิการ ตามคืบหน้า

       สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 เรื่อง กรณีโรงเรียนดังย่านพระราม 6 เรียกรับเงินจากผู้ปกครอง เพื่อฝากนักเรียน ลงวันที่ 8 ธันวาคม

       แถลงการณ์ฉบับดังกล่าว มีใจความว่า ตามที่สมาคมนักเรียนเก่าสามเสนฯ ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 , 2 และ3 กรณีโรงเรียนดังเรียกรับเงินจากผู้ปกครอง เพื่อฝากนักเรียนในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนเดือนกรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทราบว่าการดำเนินการอยู่ในกระบวนกรสอบวินัยร้ายแรง แต่จนบัดนี้ล่วงเลยมา 6 เดือนแล้ว ยังไม่ปรากฎบทสรุปหรือผลความคืบหน้าใด ๆรวมถึงไม่มีการแจ้งให้ประชาคมสามเสนวิทยาลัย หรือ สาธารณชนทราบแต่อย่างใด ซึ่งหากกรณีข้อเท็จจริงข้างต้นนี้ยังไม่เกิดความกระจ่างชัด ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของโรงเรียน และระบบการศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

         แถลงการณ์ระบุด้วยว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2560 สมาคมนักเรียนเก่าฯ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อสอบถามและติดตามความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฎผลโดยเร็ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาคมสามเสนวิทยาลัย ร่วมกันติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

6เดือนยังไร้คำตอบเรียกเงินรับฝากเด็ก

 

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305844

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว, อภัยภูเบศร

 เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าวคว้ารางวัลเวิลด์สตาร์แพคเกจจิ้งอวอร์ด2018“อภัยภูเบศร” เตรียมดันวางห้างหรูอัพเกรดสมุนไพรไทย พร้อมขยายตลาดอีคอมเมิร์สคาดโตเพิ่ม30%ปี61

    ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัย

ภูเบศร กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว ได้รับรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากworld packaging organization 2018(WPO) จาก38ประเทศทั่วโลก ผลงานการออกแบบของบริษัทไทยคอนเทนเนอร์กรุ๊ป จำกัดสำหรับการออกแบบนั้นมีความเป็นสากลแต่ยังคงอัตตลักษณ์ของสมุนไพรไทยที่สามารถแข่งขันได้กับเครื่องสำอางเคาท์เตอร์แบรนด์

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

     ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร

  ทั้งนี้อภัยภูเบศรมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายไปสู่ตลาดไฮเอนด์มากขึ้น โดยมีเป้าหมายจะวางในห้างหรูเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ไทย ขณะเดียวกันก็ได้วางแผนปรับกลยุทธ์การจำหน่าย และกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

      โดยการปรับเปลี่ยนจุดกระจายสินค้าเพื่อมีประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าได้ทั่วถึงในแต่ละพื้น และพัฒนาระบบอีคอมเมิร์สคือเปิดช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ เพื่อให้สะดวกต่อผู้บริโภค สามารถเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรอภัยภูเบศรได้ง่ายผ่านระบบออนไลนทาง www.abhaiherb.com

คาดว่าจะสามารถขยายตลาดสมุนไพรได้เพิ่มขึ้น30%ในปี2561

     นอกจากนี้ยังเตรียมพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์ในอนาคต เพื่อตอบโจทย์การขยายฐานธุรกิจ ให้ประชาฃชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพได้สะดวกและเรามีความเข้มแข็งในด้านของงานบริการ

     เช่น อภัยภูเบศรคิวซีนสปา อนาคตจะรวมงานบริการไปในแฟรนไชส์ด้วย สอดรับกับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สวยงามเพื่อเตรียมขยายตลาดต่างประเทศ และอาจทำเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์พัฒนานวัตกรรมการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคยิ่งขึ้น

ขึ้นห้างแล้วเครื่องสำอางบัวไผ่ข้าว“อภัยภูเบศร”

      “จากประสบการณ์พัฒนาสมุนไพรมากว่า 30 ปี บนพื้นฐานของธุรกิจเพื่อสังคมเนื่องจากกำไรมีการแบ่งปันช่วยเหลืองานบริการด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 70%และ ใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น ช่วยการเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และพัฒนางานวิจัยต่างๆ อีก 30%ด้วยเหตุนี้รัฐบาล จึงได้มอบหมายให้เป็นอภัยภูเบศรเป็นเรือธงนำด้านตลาดสมุนไพร เมื่ออภัยภูเบศรเติบโตย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อStakeholderที่เกี่ยวข้อง 5 กลุ่มหลักๆ คือ1.เกษตรกร มีรายได้ที่มั่นคงแน่นอน2.หมอยาพื้นบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นกับการดูแลสุขภาพต่อเนื่อง3.ชุมชน มีองค์ความรู้ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจสมุนไพร4.เยาวชน มีการเรียนการสอนเรื่องสมุนไพร มีองค์ความรู้และมีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม5.ผู้บริโภค เข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”เลขาธิการมูลนิธิอภัยภูเบศร กล่าว

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305838

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

สาธิตนวัตกรรม มทร.ธัญบุรี, เทควันโดรุ่นจิ๋ว

“เสน่ห์เทควันโด ที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์การป้องกันตัวผู้เล่นฝึกฝนร่างกายจิตใจให้เข้มแข็ง มีสติรู้ทันและว่องไว สามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์แข่งขัน

       4 รางวัลใหญ่ระดับประเทศ ก้าวสู่ความฝันการเป็นนักกีฬาอาชีพของสาวน้อยวัยใส น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์ นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนสาธิตนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี

   ทำให้คุณพ่อและคุณแม่ของ“น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์” วัย 7 ขวบ สนับสนุนและปลูกฝังกีฬาเทควันโดเป็นพิเศษ และเชื่อว่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาร่างกายจิตใจต่อไป เพื่อเป็นคนคุณภาพในอนาคต จากการสนับสนุนเฝ้าตามรับส่งคอยดูแลระหว่างการฝึกซ้อมเรื่อยมา

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

    กระทั่งได้ลงสนามแข่งขันจริงในระดับประเทศ ทำให้น้องน้ำมนต์คว้าหลายรางวัลมาเป็นกำลังใจเพื่อก้าวต่อไปอย่างแน่วแน่ เดินตามฝันสู่นักกีฬามืออาชีพ

    การันตีด้วย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันเทควันโด รายการดาวรุ่งมุ่งสู่ฝัน แชมป์เปี้ยนชิพ ครั้งที่ 7 ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา (มีนบุรี) ตามด้วยรางวัลParticipate Medal การแข่งขันเทควันโด ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี แก่นนครแชมป์เปี้ยนชิพ ประจำปี 2560

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

น้องน้ำมนต์ – ปวริศา สุมารัตน์”

     จากนั้นได้ลงแข่งขันกีฬาเทควันโด รายการเพื่อฝันวันเกียรติยศ ครั้งที่ 8 และได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และล่าสุดคว้ารางวัลBronze MedalจากTHAITAE OPEN INTERNALTIONAL TAEKWONDO CHAMPIONSHIP 2017

     น้องน้ำมนต์เล่าให้ฟังว่ากีฬาเทควันโดทำให้ร่างกายแข็งแรงและใช้เวลาเรียนเพิ่มเติมและฝึกซ้อมในวันหยุดเสาร์อาทิตย์และหลังเลิกเรียน โดยมีคุณพ่อคุณแม่สลับกันคอยรับส่ง และอยู่ในลำดับสายเหลือง 2 ได้ฝึกท่าทาง การเคลื่อนไหวร่างกาย และความอดทน

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

      พร้อมกันนี้ยังแบ่งเวลาบางส่วนมาเรียนเปียโนด้วย ซึ่งทั้งสองกิจกรรมนี้สนุกได้เพื่อนเพิ่มมากขึ้น และพูดอย่างมั่นใจว่า“หนูอยากเก่งเหมือนพี่เทนนิสค่ะ” (พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ)นักเตะเทควันโดที่สร้างความภูมิใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

        ด้านนางภัทธราภรณ์ สุมารัตน์ คุณแม่น้องน้ำมนต์ เล่าว่า การส่งเสริมลูกทางด้านกีฬาและดนตรี จะเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อการเติบโตตามพัฒนาการต่อไป ที่ได้ฝึกฝนทั้งร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ในอีกด้านหนึ่ง สถานศึกษาก็เป็นสิ่งสำคัญ และเหตุผลความเป็นนวัตกรรมการมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีพื้นที่สีเขียวกว้างขวางและชื่อเสียง มทร.ธัญบุรี ที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

ภัทธราภรณ์ สุมารัตน์

  อันเห็นได้จากข่าวผลงานวิจัย นวัตกรรม การได้รับรางวัลมากมายทำให้เป็นข้อพิจารณาและเป็นตัวเลือกสำคัญ ทั้งยังเชื่อมั่นว่าโรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป และอยากให้มีการสนับสนุนในด้านกีฬาดนตรีมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับวิชาการอันทันสมัยสอดคล้องกับอายุตามช่วงวัย

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

       ขณะที่คุณครูอาย – นางสาวจุฑามาศ สาดา ครูประจำชั้น เล่าว่า น้องน้ำมนต์เป็นเด็กที่มีความเรียบร้อย นิสัยน่ารัก ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในด้านการเรียน ชอบอยู่เป็นกลุ่มเพื่อน แม้จะเรียนและเล่นกีฬาเทควันโด แต่ก็ไม่ได้เล่นพาดโผน ขอชื่นชมในความสามารถที่ไปแข่งขันจนคว้ารางวัลต่าง ๆ มากมาย และขอชื่นชมทางครอบครัวของน้อง ที่เห็นและดึงศักยภาพออกมา จนทำให้น้องน้ำมนต์เข้าใจและวาดฝันของตนเองที่จะเป็นนักกีฬาทีมชาติต่อไป หากมีข่าวสารการแข่งขันในฐานะคุณครูประจำชั้น ก็จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในการเข้าร่วมแข่งขันต่อไป

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ

คุณครูอาย – นางสาวจุฑามาศ สาดา

       คุณครูอาย ยังสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า“เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว… ครอบครัว สถานศึกษา สังคมและเพื่อน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนหล่อหลอมให้เกิดการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ เป็นพลังสำคัญที่จะมาสร้างและพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต”

7ขวบนักเทควันโดรุ่นจิ๋ว4รางวัลระดับประเทศ


“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305830

“บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ผลวิจัย, อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า, บุหรี่ไฟฟ้า

ประเด็นเรื่อง “บุหรี่ไฟฟ้า”กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ แสดงรอยฟกช้ำจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม.

         และเพราะเป็นผู้ต้องหานำเข้า “บุหรี่ไฟฟ้า” ต่อด้วยการยื่นเรื่องให้มีการแก้ไขทบทวนการห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้า

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ ไฟฟ้า ระบุว่า ขณะนี้มีผู้มาร่วมลงชื่อสนับสนุนเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เปิดโอกาสให้ผู้ใช้บุหรี่กว่า 11 ล้านคน ใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมของกฎหมาย เนื่องจากการไม่อนุญาตให้ใช้เป็นการบังคับให้ผู้สูบบุหรี่ที่มีอันตรายมาก ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ต้องการเลิกบุหรี่ ไม่อยากรับควันบุหรี่ แต่ต้องใช้แบบหลบ ๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวถูกจับ

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

“ทุกวันนี้แม้จะยังไม่มีผลวิจัยถึงผลกระทบในระยะยาว แต่รัฐบาลในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป อเมริกา และนิวซีแลนด์ ก็อนุญาตให้ใช้ได้โดยมีกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งถือว่าช่วยป้องกัน ปัญหาการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน และยังช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ในประเทศไทย”นายมาริษกล่าว

ทว่า ในมุมทางการแพทย์ มองว่า “บุหรี่ไฟฟ้า”ยังไม่มีรายงานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าสามารถช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ได้จริง ทางตรงกันข้ามกลับมีอันตรายไม่ต่างหรือมากกว่าบุหรี่มวน

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ

นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชี้ชัดว่าสินค้าที่ผู้ขายเรียกว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้า เป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ แต่พบว่าเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย ตัดสินใจซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามา ทดลองสูบและเสพติดในที่สุด

“ที่สำคัญ ในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารพิษโดยเฉพาะสารเสพติดอย่างนิโคติน และสารกลุ่มโลหะหนักต่างๆ เช่น โครเมี่ยม นิเคิล และฟอร์มาลดีไฮด์ หรือยาดองศพ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในระดับที่สูงหรือมากกว่าบุหรี่ทั่วไป มีอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และเป็นสินค้าที่ห้ามนำเข้า หรือขายในประเทศไทย” นพ.อัษฎางค์กล่าว

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

เช่นเดียวกับ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดผลศึกษาทดลองการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ในหนูทดลอง ของรศ. ดร.มาร์ค โอลเฟิรท์ (Mark Olfert) จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสต์ เวอร์จิเนีย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ส่งผลเฉียบพลันและระยะยาว

การทดลองแบ่งกลุ่มหนูทดลอง ออกเป็นกลุ่มที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้น 5 นาที เพียงครั้งเดียว กับกลุ่มระยะยาว รับไอน้ำบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ5วันติดต่อกัน8เดือน โดยใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารสคาปูชิโนที่มีสารนิโคติน 18 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

ผลการวิจัยพบว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่หนูได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า 5 นาที ขนาดเส้นเลือดจะหดตัวเล็กลง 31 % ส่งผลให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง 9 % ขณะที่กลุ่มหนูที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาว พบว่าดัชนีการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในทรวงอกมีค่าสูงขึ้น 2 เท่าครึ่ง ของกลุ่มหนูที่ไม่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า การแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่แสดงว่าภาวะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง หมายถึงระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดเปลี่ยนแปลง แสดงภาวะการแก่ตัวของหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบในมนุษย์

ผู้วิจัย สรุปว่า ผลทดสอบ ชี้ให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีผลต่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือด กระทบการทำงานของเซลล์บุหลอดเลือด เป็นเหตุให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพหรือแก่ก่อนวัย ซึ่งเป็นตัวพยากรณ์สำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

เหนืออื่นใดมีคนต้นแบบที่จำนวนมากที่สามารถเลิกบุหรี่ได้โดยไม่ต้องใช้บุหรี่ไฟฟ้า อย่างเช่น นายมงคล เงินแจ้ง ผู้อำนวยการ ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านวังมะด่าน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และนายกสมาคมหมออนามัย ผู้ประกาศตัวเลิกบุหรี่เป็นคนแรกของโครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไเทย เทิดไท้องค์ราชัน หลังจากที่สูบบุหรี่มานานถึง 36 ปีตั้งแต่วัยหนุ่มอายุ 19 ปี

ในใจนึกอยากจะเลิกหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะบังคับตัวเองให้ละจากความเคยชินไม่ได้ เมื่อตื่นขึ้นมาก็สูบ หลังรับประทานอาหารก็ต้องสูบ กระทั่ง หมออนามัยได้ริเริ่มโครงการ 3 ล้าน 3 ปีฯเมื่อปี 2559 จึงลุกขึ้นประกาศตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นคนแรกของโครงการ นับจากนั้นก็เลิกด้วยวิธีการ “หักดิบ”

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

มงคล เงินแจ้ง

“เมื่อเราประกาศตัวแล้วก็ต้องทำให้ได้ มิฉะนั้นจะเสียหน้ามาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่บังคับใจเราว่าต้องเลิกให้ได้ เพราะหากเราเลิกไม่ได้ ก็คงยากที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ เพราะแม้แต่คนที่เป็นกลุ่มริเริ่มยังเลิกไม่ได้เลย จึงเกิดแรงฮึดอย่างมาก และก็ทำสำเร็จ” นายมงคลกล่าว

การหักดิบในช่วงแรก นายมงคล บอกว่า จะทรมานในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่หยุดสูบ จะรู้สึกเหมือนลงแดง ปากขม ก็ต้องกลั้่นใจ ต้องไม่ไปคิดว่าเคยชินในการต้องสูบ หลังจากนั้นก็จะเลิกได้ โดยส่วนตัวคิดว่าหากจะเลิกต้องใช้วิธีหักดิบเลย เลิกทันที เพราะหากใช้วิธีค่อยๆลดจำนวนที่สูบลง ก็ยังเคยชินกับการสูบก็จะยากที่จะเลิกได้เด็ดขาด

ท้ายที่สุด นายมงคล แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ว่า คนที่ตัดสินใจเลิกบุหรี่สามารถโทรขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน 1600 ซึ่งการที่จะเลิกได้สำเร็จหรือไม่อยู่ที่จิตใจ หากใจมั่นคงก็จะทำได้ ที่สำคัญ เมื่อคิดจะเลิกควรประกาศให้สาธารณชนรับรู้ด้วย เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่คอยบังคับให้เราทำให้สำเร็จให้ได้จะไม่ได้เสียหน้า

"บุหรี่ไฟฟ้า" ไม่ใช่ทางเลือกเลิกสูบ!!

วิธีธรรมชาติ…เลิกบุหรี่

1.หญ้าดอกขาว ช่วยให้ลดการอยากบุหรี่ได้ถึง 60 %

2.น้ำมะขามป้อม 10 กรัม มีวิตามิน 600-1,000 มิลลิกรัม ช่วยให้ไม่อยากบุหรี่

3.การนวดกดจุดสะท้อนเท้า กระตุ้นสมองหลั่งสารเคมีทำให้รสชาติบุหรี่ผิดปกติ ทำให้ไม่อยากบุหรี่

0 พวงชมพู ประเสริฐ  รายงาน 0

qualitylife4444@gmail.com

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305824

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

มหาวิทยาลัยสีเขียว, ม.เกษตร

ม.เกษตร คว้าอันดับ 96 จัดอันดับม.สีเขียวของโลก ปี 2017 และได้เป็นอันดับที่ 3 ของไทยรองจาก ม.มหิดล และ จุฬาฯ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียว

        มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับมาขึ้นแท่นอันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยสีเขียวของประเทศไทย อันดับที่ 96 ของโลก ประจำปี 2017 จากผลการสำรวจของ UI Green Metric World University Ranking 2017 ด้วยคะแนนรวม 5,706 คะแนน ในขณะที่ “ สุดยอดอันดับ 1 มหาวิทยาสีเขียวของโลกประจำปี 2017  ได้แก่ Wageningen University and Research Centre ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับคะแนนจากการประเมินทั้ง 6 ด้านที่ 7,552 คะแนน

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าร่วมการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก จากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมจัดอันดับใน ปี 2017 ทั้งสิ้น 619 แห่งทั่วโลก ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดอันดับ 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

โดยได้อันดับที่ 96 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 จาก 23 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ด้วยคะแนนรวม 5,706 คะแนน จากผลการสำรวจของ UI Green Metric World University Ranking 2017 ซึ่งจัดทำโดย University of Indonesia มหาวิทยาลัยในอินโดนีเซีย (UI) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2560 ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับคะแนนจากเกณฑ์การประเมินทั้ง  6 ด้าน ดังนี้ 1.การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน 758 คะแนน 2. การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  835 คะแนน 3. การจัดการของเสีย 1251 คะแนน 4. การจัดการน้ำ 670 คะแนน 5. การสัญจร 1,162 คะแนน และ 6. การศึกษา 1,030 คะแนน รวม 6 ด้าน 5,706 คะแนน

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

“ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขอขอบคุณบุคลากร นิสิต และนิสิตเก่า รวมถึงประชาชนทุกท่านที่ร่วมพลังขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสีเขียวในทุกกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์อย่างต่อเนื่องและเราจะร่วมกันสร้างโลกสีเขียวกันต่อไป ” ดร.จงรัก กล่าว

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

ม.เกษตรติดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวของโลก

อนึ่ง มหาวิทยาลัยของไทย ที่ได้รับอันดับ 1 –  5 มหาวิทยาลัยสีเขียวของไทย และอันดับโลก มี ดังนี้ อันดับ1 ของไทย อันดับ 86 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล , อันดับ 2 ของไทย อันดับ 90 ของโลก ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,อันดับ 3 ของไทย อันดับ 96 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, อันดับ 4 ของไทย อันดับ 122 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, อันดับ 5 ของไทย อันดับ 143 ของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

ภาพประกอบ http://greencampus.ku.ac.th/bangkhen-gallery

จ่อชงแยกค่าน้ำ-ไฟออกจากรายหัวเด็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/305706

จ่อชงแยกค่าน้ำ-ไฟออกจากรายหัวเด็ก

ร.ร.ขนาดเล็ก, งบอุดหนุนรายหัว, รายหัวเด็ก

ศธ.เตรียมหาแนวทางบริหารจัดการเงินรายหัวเด็ก “บุญรักษ์” เผยเตรียมเสนอ กพฐ.ทบทวนอุดหนุนรายหัวเด็กเฉพาะร.ร.ขนาดเล็กใหม่ ส่วนตัวขอให้แยกค่าสาธารณูปโภคออกจากรายหัว

       จากการหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการบริหารจัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 60 – นพ.ธีระเกียรติ   เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน จะรวมค่าสาธารณูปโภคเอาไว้ด้วย ทำให้โรงเรียนต้องใช้วิธีการบริหารจัดการงบประมาณ  เช่น บางโรงเรียนได้งบฯ มา 240,000 บาทต่อปี แต่มีค่าใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนละ 1.3 แสนบาท เท่ากับเงินอุดหนุนที่ได้มาใช้เพียง 2 เดือนก็หมดแล้ว ส่งผลให้โรงเรียนเกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก มีเด็กจำนวนน้อยก็ยิ่งทำให้พัฒนาได้ยาก

ดังนั้น ถ้าจะยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กก็ต้องปรับวิธีการจัดสรรเงินอุดมหนุนรายหัวใหม่  แต่ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนในเวลานี้ว่าจะใช้แนวทางใด เพราะเรื่องนี้ถ้าจะทำก็ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กเท่านั้น อีกทั้ง ต้นทุนการพัฒนาเด็กจะต้องไม่คิดเฉพาะเงินอุดหนุนอย่างเดียว แต่ต้องคิดไปถึงส่วนอื่นๆด้วย

ด้าน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า  การปรับวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนนั้น  ส่วนตัวจะเสนอให้แยกค่าสาธารณูปโภคออกจาก  ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต  ออกจากค่าพัฒนาการศึกษา เพื่อให้สามารถนำเงินนั้นไปใช้เพื่อการพัฒนาเด็กได้อย่างเต็มที่  และให้เงินตัวเด็กจริงๆ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเสนอขอทบทวนวิธีการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวรูปแบบใหม่ เฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน และโรงเรียนสาขา ที่กระจายในที่ต่างๆ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 15,000 กว่าโรงเรียนก่อน ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ให้จัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวตามเดิม เพราะไม่ได้รับผลกระทบ โดยตนจะเสนอเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอให้รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาต่อไป