อาจารย์จุฬาฯ ภาพดราม่านิสิตออกจากถวายบังคมเครียดอยู่CCU

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290625

อาจารย์จุฬาฯ ภาพดราม่านิสิตออกจากถวายบังคมเครียดอยู่CCU

ดราม่า, จุฬา, อาจารย์จุฬาฯ, 3 สค2560

จุฬาฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนิสิตจากสภานิสิตจุฬาฯถูกนำตัวออกจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ เผยอาจารย์ในภาพเครียดอยู่CCU

        ตามที่มีภาพและข่าวเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ ถึงพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งจัดขึ้นในเย็นวันนี้ (3 ส.ค.2560) และกรณีที่รองประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถูกอาจารย์นำตัวออกจากพิธีนั้น

รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะมีหลายฝ่ายในสังคมซึ่งอาจจะมีความเห็นไม่ตรงกันคอยจับจ้องมองดูอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นทางมหาวิทยาลัยทราบมาว่ามีกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีต่อนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิตและกลุ่มเพื่อน ซึ่งกำลังเฝ้ามองดูและอาจนำประเด็นตรงนี้ไปขยายเป็นความรุนแรงได้  ซึ่งที่ผ่านมา เคยมีคนพยายามคุกคามมาตามหานายเนติวิทย์ถึงมหาวิทยาลัย ตนเองในฐานะผู้กำกับดูแลด้านกิจการนิสิตก็ต้องพานายเนติวิทย์ไปแจ้งความที่โรงพัก  และวันนี้ก็ได้มอบหมายผู้ช่วยอธิการบดีสองคนไปดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนิสิตกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

ในขณะเดียวกัน ทางฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาฯก็เข้าใจและเคารพในความเห็นต่างและได้พยายามจัดพื้นที่ให้กับผู้ที่ประสงค์จะแสดงความเคารพด้วยการคำนับโดยมีข้อตกลงกันอย่างชัดเจนว่าจะอยู่ในแถวที่แยกออกไป และจะมาแสดงความเคารพเมื่อกระบวนการถวายบังคมเสร็จสิ้นลงแล้ว แต่กลุ่มของสภานิสิตไม่ได้เคารพข้อตกลงนั้นและพยายามจะจัดฉากให้ปรากฏภาพที่ขัดแย้งตรงข้ามกันระหว่างการถวายบังคมซึ่งไม่ได้ใช้วิธีหมอบกราบและการคำนับ

รศ.ดร.บัญชา กล่าวว่า ในส่วนของการแสดงออกของอาจารย์คนดังกล่าวที่มีภาพปรากฏออกสื่อไป น่าจะสืบเนื่องมาจากการที่นายเนติวิทย์และนิสิตกลุ่มนี้ไม่เคารพในข้อตกลงที่มีร่วมกัน จึงโกรธถึงขีดสุดว่าพูดกันแล้วไม่รู้เรื่อง และตั้งใจไม่ทำตาม

อย่างไรก็ตาม   ตอนนี้อาจารย์คนดังกล่าวเกิดภาวะเครียดอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาล และจะดูอาการต่อในห้องCCUคืนนี้  แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่ามีอาการ hyperventilation คือหายใจไม่ได้ กล้ามเนื้อเกร็ง ชีพจรสูง ซึ่งตนเดาว่าน่าจะเป็นเพราะอาจารย์คนดังกล่าวรู้สึกขัดแย้งอย่างสูงเพราะเป็นคนรักนิสิตและทำกิจกรรมคลุกคลีกับนิสิตมาตลอด

“ผมต้องขอโทษนิสิตคนนั้นแทนอาจารย์แกด้วยที่อาจจะทำอะไรเกินไป ทางจุฬาฯพยายามเปิดพื้นที่ให้กับทุกคน แต่ผมว่ามันต้องให้ความยุติธรรมและให้การเคารพข้อตกลงซึ่งมีต่อกันและกัน สำคัญที่สุดคือต้องจริงใจต่อกันด้วย” รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิตจุฬาฯ กล่าว

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290599

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

รศดรบัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ, นายนันทพัทธ์ เกิดพร้อม นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ, นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน, นิสิตจุฬาฯ, ร่วมใจถวายบังคม2, รัชกาลท่ามกลางสายฝน, ซียู คอรัส

นิสิตใหม่ จุฬาฯ ร่วมปฐมนิเทศ ถวายบังคมและถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิต ท่ามกลางสายฝน ผู้บริหาร นายกสโมสรนิสิต ยันทุกกิจกรรมล้วนเป็นความสมัครใจของเด็กไม่มีการบังคับ

 

“ข้าพระพุทธเจ้า… นิสิตใหม่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ขอถวายสัตย์ปฏิญาณ ก้มกราบน้อมบังคม ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สองพระจักรีภูมิบาล พระผู้พระราชทานกำเนิดสถานศึกษาแห่งนี้ไว้ จะมานะมุ่งมั่น บากบั่นศึกษาอบรมสั่งสมความรู้  คุณธรรมและจริยธรรม  หมายเชิดชูเกียรติของชาติ เทิดพระศาสนาอันสูงส่ง ธำรงค์ศักดิ์แห่งสถาบันในพระปรมาภิไธย ทั้งจะนำความรู้ไปพัฒนา เพื่อประชานิกรไทย และบ้านเมือง มีความรุ่งเรืองสมพระราชปรารถนา ตราบนิตยกาลชั่วฟ้าดินสลาย” คำถวายสัตย์ปฏิญาณตน ของเหล่านิสิตจุฬาฯ ชั้นปีที่ 1 ดังกึกก้องทั่วบริเวณสนามพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ก่อนที่สายฝนจะโปรยปรายชุ่มช่ำไปทุกพื้นที่

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

กิจกรรมสุดท้ายของวัน สำหรับพิธีปฐมนิเทศนิสิตใหม่ระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2560 ของจุฬาฯ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้า  รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านกิจการนิสิต จุฬาฯ กล่าวว่า การจัดพิธีปฐมนิเทศนิสิตใหม่จุฬาฯ และงานรับน้องก้าวใหม่ เป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี ซึ่งช่วงเช้า จะเป็นการต้อนรับนิสิตใหม่สู่ก้าวแรกในรั้วจามจุรี ให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นนิสิตจุฬาฯ และแนะนำนิสิตใหม่ให้รับรู้ข้อมูล ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย และการใช้ชีวิตในจุฬาฯ

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับนิสิตใหม่  จากนั้นเป็นวีดิทัศน์แนะนำการใช้ชีวิตนิสิตจุฬาฯ และสวัสดิการต่างๆของนิสิต ต่อด้วยการขับร้องเพลงโดยวงประสานเสียงจุฬาฯ (ซียู คอรัส) และกิจกรรมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ  เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ปิดท้ายในวันแรก มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2540 โดยเป็นไปตามความสมัครใจของนิสิตว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้  ซึ่งปีนี้มีมีนิสิตใหม่จุฬาฯ ระดับปริญญาตรี จำนวน 6,500 คนร่วมในพิธี

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

“แนวคิดในการจัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของนิสิตใหม่รั้วจามจุรีต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว   พระผู้พระราชทานกำเนิดและพระผู้ทรงสถาปนาจุฬาฯ ก่อนเริ่มต้นชีวิตการศึกษาในรั้วจามจุรี และหล่อหลอมความสมัครสมานสามัคคีระหว่างนิสิตใหม่และนิสิต   จุฬาฯ รุ่นพี่  ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงความจงรักภักดี รวมถึงการจุดเริ่มต้นในการใช้ชีวิตมหาวิทยาลัย  เพราะเมื่อนิสิตเรียนจบก็จะมีการถวายบังคับลา เพื่อเป็นการขอพรก่อนออกไปทำงาน แต่ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว ไม่ได้เป็นการบังคับ แล้วแต่ความสมัครใจ ซึ่งนิสิตจะแสดงออกในลักษณะอย่างไรคงเป็นเรื่องของแต่ละคน แต่เชื่อมั่นว่าปีนี้จะไม่มีเรื่องราวใดๆ เกิดขึ้น” 

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

หลังจากนิสิตปี 1 จำนวน 6,500 คน ถวายบังคมและถวายสัตย์ปฏิณาณ โดยมีเหล่าผู้บริหาร บุคลากรของมหาวิทยาลัยร่วมด้วย สายฝนก็ได้โปรยปรายอย่างหนัก ทำให้มหาวิทยาลัยยกเลิกการรับของที่ระลึกจากอธิการบดีจุฬาฯ และผู้บริหาร แต่นิสิตสามารถไปรับได้จากรุ่นพี่ เจ้าหน้าที่แต่ละคณะที่คอยดูแล
  นายนันทพัทธ์ เกิดพร้อม นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ กล่าวว่าการเตรียมความพร้อมขึ้นแต่ละคณะ ส่วนการจัดพิธีปฐมนิเทศนิสิตใหม่  พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ และงานรับน้องก้าวใหม่ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและเข้าใจตรงกัน ซึ่งในส่วนของกิจกรรมส่วนกลางนั้น สโมสรนิสิตจุฬาฯ จะเป็นผู้ดำเนินการ

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

ส่วนการรับน้องของแต่ละคณะนั้น จะเป็นความรับผิดชอบของแต่ละคณะ โดยได้เน้นถึงการรับน้องใหม่ ที่รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องให้ข้อมูล สถานที่ การเรียนการสอน กิจกรรมต่างๆของมหาวิทยาลัย ซึ่งทุกกิจกรรมต้องเป็นไปความสมัครใจของรุ่นน้องว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ จะไม่มีการบังคับกันอย่างแน่นอน
ทุกกิจกรรมองค์การสโมสรนิสิต จุฬาฯ ล้วนตั้งใจจัดขึ้น เพื่อต้อนรับนิสิตใหม่ของจุฬาฯ และการปฐมนิเทศเป็นการให้ข้อมูลความรู้ ขณะที่พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นการแสดงความจงรักภักดี และเป็นการสร้างความรักแก่นิสิตทุกคน”นายนันทพัทธ์ กล่าว

นิสิตจุฬาฯ ร่วมใจถวายบังคม2 รัชกาลท่ามกลางสายฝน

ต่อจากนี้ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ จะจัดงานรับน้องก้าวใหม่ ปีการศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2560 ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนิสิตใหม่กับนิสิตปัจจุบัน

รวมทั้งปลูกฝังให้นิสิตตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่มีต่อมหาวิทยาลัยและสังคม ในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมของนิสิตภายในหอประชุมจุฬาฯ กิจกรรมในบ้านรับน้อง กิจกรรมรับขวัญ กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ งาน Freshy Night พิธีบายศรีขวัญ เป็นต้น

กำชับอุเทน-ปทุมวันทบทวนมาตรการสกัดทะเลาะวิวาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290585

กำชับอุเทน-ปทุมวันทบทวนมาตรการสกัดทะเลาะวิวาท

กำชับอุเทน-ปทุมวันทบทวนมาตรการสกัดทะเลาะวิวาท, กกอ

ศธ.กำชับอุเทนถวาย-ปทุมวัน ใช้ช่วงปิดเรียนชั่วคราวทบทวนมาตรการป้องกันทะเลาะวิวาท

      นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการม(ศธ.) กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจัดกิจกรรมวันสถาปนา จนเป็นเหตุให้นักศึกษาอุเทนถวายบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย

     ล่าสุดสถาบันเทคโนฯ ประกาศปิดการเรียนการสอนระหว่าง 2-6 ส.ค.และห้ามนักศึกษาทุกชั้นปีทั้งภาคปกติและภาคพิเศษเข้ามาในสถาบัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากอธิการบดี ว่า เท่าที่ทราบวันเกิดเหตุ ตรงกับวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน

โดยนักศึกษา จากมทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เดินไปบริเวณสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งตรงนี้ไม่แน่ชัดว่าทำไมถึงเดินไปตรงจุดดังกล่าวทั้งที่รู้ว่าสุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ทราบว่าผู้บริหารทั้ง 2 สถาบัน วางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงขอให้ไปทบทวนว่า มาตรการที่วางไว้มีช่องโหว่ตรงไหน และหาทางแก้ไข

นายขจร จิตรสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ได้คุยกับผู้บริหารทั้ง 2 สถาบัน เบื้องต้นทราบว่าก่อนจัดกิจกรรมวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน วันที่ 1 ส.ค.อุเทนถวายได้ประกาศหยุดการเรียนการสอน แต่ก็ยังเกิดเหตุวิวาทขึ้น

ทั้งนี่้ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาก่อนช่วงจัดกิจกรรมสถาปนาทั้ง 2 สถาบันมีการประสาน เพื่อดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยด้วยซึ่งก็ไม่พบว่าเกิดปัญหา แต่ในปีนี้เข้าใจว่าทั้ง 2 แห่งอาจจะพูดคุยกันมาตรการป้องกันน้อยลง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ที่มีการปิดการเรียนการสอนชั่วคราวก็ได้กลับไปทบทวนมาตรการป้องกันทะเลาะวิวาทให้เข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนเปิดเรียน

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290563

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

  ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 “เพชรลดา เรืองฤทธิ์”  น้องเฟิร์น ตอนนี้เรียนชั้น ม.6 สายศิลป์-ภาษา  เป็นดรัมเมอร์ไม้ 1 มา 3 ปีแล้วมาดูทำไมคนถึงดูคลิปเป็นล้านในไม่กี่วัน

    เพียงไม่กี่วันที่มีการแชร์ คลิปโชว์วงโยธวาทิตและดรัมเมเยอร์โรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ในงานดอกจูดเกมส์หรืองานแข่งขันกีฬาประจำอำเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ประจำปี 2560 ยอดวิวยูทูปขึ้นหลักล้าน

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน    เพราะ “วรรณวิทย์ ควนวิไล” ผู้ฝึกสอนวงโยธวาทิตและดรัมเมเยอร์ เพิ่มไม้ดรัมเมอร์เข้าไปถึง 19ไม้แถมเต้นเพลง Bang Bang, แค่โสด, ผู้สาวขาเลาะ, Music Lover และ Burn it down (เพลงที่มีงูออกมา)โชว์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะ ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 ที่ให้สัญญาณคุมทีม มีลีลาการควงไม้และการเต้นที่ตรึงสายตาคนดูให้อยู่ตรงหน้า

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

    วรรณวิทย์ ควนวิไล” ผู้ฝึกสอนวงโยธวาทิตและดรัมเมเยอร์

      ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 “เพชรลดา เรืองฤทธิ์”  ชื่อเล่นชื่อเฟิร์น ตอนนี้เรียนชั้น ม.6 สายศิลป์-ภาษา  เป็นดรัมเมอร์ไม้ 1 มา 3 ปีแล้ว ชอบการแสดงมาตั้งแต่เด็กแล้ว เริ่มต้นจากการเป็นแดนเซอร์วงดนตรีลูกทุ่งของโรงเรียนตั้งแต่ ม.2 จนมาตอน ม.4 ครูกับรุ่นพี่เห็นแวว เลยมาเลือกให้เป็นดรัมเมเยอร์ ปัจจุบันเป็นทั้งแดนเซอร์และดรัมเมเยอร์ด้วย

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

    ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 “เพชรลดา เรืองฤทธิ์” 

 เฟิร์น เป็นคนลูกคนเดียว พ่อแม่ทำธุรกิจส่วนตัว และให้การสนับสนุนการทำกิจกรรมมาโดยตลอด แต่เฟิร์น ต้องแบ่งเวลาให้เป็นเพื่อไม่ให้เสียการเรียน โดยฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนจนถึง 2 ทุ่ม และเสาร์อาทิตย์ซ้อมทั้งวัน เพื่อเตรียมไปแสดงตามงานต่างๆอย่างเช่น ‘ประเพณีดอกจูดบาน’

 (คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

     ซึ่งเป็นงานประเพณีของอำเภอ ‘ดอกจูดเกมส์” กีฬาอำเภอ และงานของบริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น โลตัส เซนทรัล อีซูซุ ธนาคารออมสิน เบทาโกรภาคใต้ และงานกีฬาระดับชาติ

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

     “การซ้อมหรือการแสดงไม่ได้กระทบการเรียน เพราะมีคติประจำใจว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด  เฟิร์นจะแบ่งเวลาได้ ตอนเรียนก็เรียน ซ้อมเสร็จทำการบ้าน ผลการเรียนเฟิร์นไม่ต่ำกว่า 3 ที่สำคัญการเป็นดรัมเมเยอร์สอนให้เราอดทน มีระเบียบวินัย และเสียสละเพื่อส่วนรวม ที่สำคัญคือได้ประสบการณ์เยอะมาก ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย ต้องทำงานร่วมกับคนอื่นร่วมกันเป็นทีม กว่าจะเกิดเป็นหนึ่งเดียวกันมันยากต้องใช้ทักษะความสามารถเยอะขึ้น เพราะการที่เราจะทำให้เกิดแต่ละทักษะขึ้นมาได้ต้องใช้ความสามัคคีร่วมกัน”  ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 วงโยธวาทิตโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร กล่าว

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

      เฟิร์น ตั้งใจว่า จะแอดมิชชั่นคณะธุรกิจการบิน มีความฝันอยากเป็นแอร์โฮเตส ตั้งใจว่าจะทำหน้าที่ดรัมเมเยอร์ไม้ 1 ต่อไปและในอนาคตหากมีโอกาสก็จะทำกิจกรรมในระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่องเพราะการทำกิจกรรมช่วยเพิ่มพูนทักษะชีวิตมากขึ้นได้ เพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน และถ้ามีโอกาสก็อยากจะที่เรียนรู้ในเส้นทาง“บันเทิง”ด้วยเช่นกัน

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

     ว่ากันว่าลีลาการควงไม้และการเต้นที่ไม่เหมือนโรงเรียนอื่นของดรัมเมเยอร์วงโยธวาทิตโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร ทำให้กวาดรางวัลพาเหรดของอำเภออยู่เป็นประจำ “ครูวรรณวิทย์ ควนวิไล” ผู้ฝึกสอนวงโยธวาทิตและดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนชะอวดวิทยาคาร อธิบาย ว่าปกติดรัมเมเยอร์ จะมีไม้เดียว ถ้าจะโชว์บนท้องถนนให้คนสนใจ จึงต้องคิดให้แหวกแนวขึ้น จึงได้พัฒนาเรื่องการควงไม้ มีเต้นไปควงไป ให้เป็นงานโชว์ที่ไม่เหมือนใคร

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

โดยตำแหน่งที่เฟิร์นเป็นคือดรัมเมเยอร์ไม้ 1 นั้น จะเป็นไม้ที่ให้สัญญาณเพื่อนคนอื่นๆ ต้องเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด เชื่อมั่นได้ มีภาวะผู้นำ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วย

     ที่สำคัญจะเอาเพลงที่อยู่ในกระแสมาใช้เรียบเรียงใหม่ เช่น เพลง Bang Bang, แค่โสด, ผู้สาวขาเลาะ, Music Lover และ Burn it down (เพลงที่มีงูออกมา) ที่เลือกเอาท่อนที่คนรู้จักคุ้นหูมาเล่น และการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วทำให้ชวนติดตาม ไม่เบื่อ ”…ทำให้พอมีการเผยแพร่คลิปออกไปเพียงไม่กี่วันยอดคนดูทะลุหลักล้าน

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

    ซึ่งการมี “ดรัมเมเยอร์”ไม้ 1 ที่ตรึงสายตาคนดูไว้ได้อย่าง “เฟิร์น” เพราะเป็นคนที่มีพรสวรรค์ มีสมาธิสูงมาก โดยเฉพาะบุคลิกที่ตรึงคนดูได้ทำให้การแสดงของโรงเรียนนี้ชนะใจทั้งคนในงานและในโลกโซเชียล จากยอดวิวที่ทะลุล้านภายในไม่กี่วันที่คลิปออกมาสู่สายตา“โชเชียล”เป็นคำตอบได้อย่างดี

(คลิป)วงโยฯชะอวดวิทยาคารยอดวิวเป็นล้าน

     “ปัจจุบันวงโยฯมีสมาชิกทั้งหมด 75 คนมีดรัมเมเยอร์รุ่นใหญ่ 9 คน เฟิร์นเป็นมาแล้ว 3 ปี กำลังฝึกดรัมเมเยอร์รุ่นใหม่อีก 10 คน เพื่อสืบถอดรุ่นต่อรุ่น วงโยฯชะอวดดีอย่างคือแม้ว่ารุ่นพี่จบออกไปแล้วก็จะมาฝึกให้น้องต่อ ทุกคนพยายามคิดค้นท่าต่างๆมาสอนน้อง อยู่กับแบบครอบครัว ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันพวกเขารักกันเหมือนครอบครัว ครูฝึกให้คำแนะนำ เด็กๆก็เดินไปกันได้ ผมทำวงโยฯมาแล้ว 30 ปีตั้งแต่เรียนจบเอกดนตรีจากวิทยาลัยครูภูเก็ตก็ไม่ได้ไปไหน เหลืออายุราชการอีก 9 ปี ก็จะตั้งใจว่าจะอยู่กับดนตรีและเด็กๆตลอดไปเพราะทำแล้วเด็กมีความสุช ครูก็มีความสุขด้วย” ครูวรรณวิทย์ กล่าว

    0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ qualitylife4444@gmail.com 0

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร.9เพิ่ม 5 พันเล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290562

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร.9เพิ่ม 5 พันเล่ม

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร9, พันเล่ม, ข้าพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้าข้า

วธ.พิมพ์หนังสือคำศัพท์ฯเพิ่มเติมอีก5 พันเล่มมีทั้งคำศัพท์ภาษาไทย-อังกฤษ แจกสื่อมวลชน-หน่วยงานราชการ

      ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ กล่าวในการเสวนาวิชาการ เรื่อง การใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ ห้องศรีอยุธยา อาคารหอวชิราวุธานุสรณ์ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี     ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นที่เคารพนับถือ ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์มาแล้ว 700 กว่าปี

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร.9เพิ่ม 5 พันเล่ม

ดังนั้นการที่เราจะพูดคุย จึงต้องใช้คำราชาศัพท์ ซึ่งเป็นคำสุภาพที่ใช้กับผู้นำ มีการกำหนดกฎเกณฑ์ให้เห็นว่า คนไทยมีวัฒธรรม มีจารีตประเพณีเป็นตัวกำกับ  เช่น สรรพานามแทนตัวเองที่ถูกต้องใช้ว่า “ข้าพระพุทธเจ้า” การขานรับใช้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า” เป็นต้น”
ทั้งนี้ ในส่วนของวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เข้าใจว่าประชาชนทุกคนอยากมาร่วมส่งเสด็จ แต่ด้วยพื้นที่อันจำกัด จึงได้ขอความร่วมมือให้แต่ละจังหวัด รวมถึงสถานทูตไทยในต่างประเทศ ทำช่อไม้จันทน์เป็นตัวแทนของประชาชน มาร่วมส่งเสด็จด้วยใจ ส่วนซุ้มดอกไม้จันทน์ จะมีสามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร.9เพิ่ม 5 พันเล่ม

โดยขอให้เน้นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้เห็นเด่นชัด การจัดงานพระราชพิธีครั้งนี้ทุกคนตั้งใจทำดีที่สุด เพื่อถวายพระเกียรติสูงสุด
พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่าการสื่อสารและการใช้คำศัพท์ในงานพระราชพิธี ให้ถูกต้องก็เป็นเรื่องสำคัญ จึงได้เชิญสื่อมวลชนมาร่วมรับฟัง เพราะเป็นส่วนสำคัญในการสื่อข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชน วธ.ได้จัดพิมพ์หนังสือคำศัพท์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล จำนวน 5,000 เล่ม ซึ่งจะมีทั้งคำศัพท์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แจกให้สื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

พิมพ์หนังสือคำศัพท์ไทย-อังกฤษงานพระราชพิธีร.9เพิ่ม 5 พันเล่ม


“ควนเกบาร์เบอร์”ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290412

“ควนเกบาร์เบอร์”ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

ตัดผม, บริการ, ตัดผมฟรี, ควนเกบาร์เบอร์, ควน, บาร์, เบอร์, ช่าง, รุ่น, กระเตาะ, ตัด, ฟรี

โรงเรียนบ้านควนเก อ.ท่าแพ  จ.สตูล  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล   เปิดร้าน “ควนเกบาร์เบอร์”  ตัด สระ ไดร์ผมฟรีให้แก่นักเรียนในโรงเรียน

 

โครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อการมีงานทำ  และนโยบาย ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์  โรงเรียนบ้านควนเก อ.ท่าแพ  จ.สตูล  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล   เปิดร้าน “ควนเกบาร์เบอร์”  ตัด สระ ไดร์ผมฟรีให้แก่นักเรียนในโรงเรียน

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมทักษะอาชีพนักเรียนแล้ว   ยังสามารถแก้ปัญหานักเรียนชายและนักเรียนหญิงมีผมยาวผิดระเบียบ  ไม่สะอาด  และป้องกันนักเรียนเป็นเหาแพร่ระบาดในโรงเรียนอีกด้วย  สร้างความพึงพอใจแก่นักเรียน ครู โดยเฉพาะในผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

          “ควนเกบาเบอร์” ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2559 ด้วยงบประมาณโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล จำนวน 20,000 บาท  เริ่มแรกนำไปจัดซื้อปัตตาเลี่ยน เก้าอี้ตัดผม และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดผมชาย  ได้เชิญนายสมาน อีดหมาด ซึ่งมีอาชีพตัดผมในท้องถิ่นเป็นวิทยากรสอนตัดผมให้แก่นักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ ป.5-6 ที่มีความสนใจ  จำนวน 10 คน

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

โดย ใช้เวลาเรียนช่วงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ สัปดาห์ละ 4 วันๆ ละ 2 ชั่วโมง เป็นเวลา 1เดือน โดยมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลัดเปลี่ยนมาเป็นหุ่นทดลองให้ฝึกปฏิบัติตัดผมกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งนักเรียนกลุ่มนี้เกิดความชำนาญในการตัดผมขึ้นเรื่อยๆ

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี
ต่อมาเมื่อโรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการโรงเรียนดีประจำตำบลเพิ่มเติม  ได้ขยายกิจกรรมสอนการตัดผมให้แก่นักเรียนหญิงในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ที่มีความสนใจ  โดยสอนตัด สระ ไดร์ และหนีบ จนนักเรียนกลุ่มนี้มีความชำนาญเช่นกัน   ซึ่งใน 1 เดือน  จะมีนักเรียนเข้ามาใช้บริการที่ “ควนเกบาร์เบอร์” ประมาณ 40-50 คน

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี
นายซัครียา  หมาดบากา  ครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ  เล่าว่า  “ควนเกบาร์เบอร์”  เปิดให้บริการทุกวัน   ตั้งแต่เวลา 15:00 น. เป็นต้นไป  หรือช่วงคาบเรียนลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้   โดยไม่มีการเก็บเงินแต่อย่างใด  เป็นที่ชื่นชอบของนักเรียน  ครูก็พลอยมีความสุขที่นักเรียน มีทรงผมเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน  ขณะเดียวกันสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการตัดผมของผู้ปกครองด้วย

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

เด็กหญิงรัตนาวดี  โต๊ะหลัง  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เล่าว่า  จากการเข้าร่วมโครงการฯ  ทำให้ได้รู้จักอุปกรณ์ในการตัดผมต่างๆ   ได้รับการฝึกฝนทักษะจนสามารถตัด สระ และไดร์ผมให้น้อง ๆ ได้มีทรงผมที่ถูกต้องตามระเบียบโรงเรียน

"ควนเกบาร์เบอร์"ช่างรุ่นกระเตาะตัดนร.ฟรี

นอกจากนี้ยังสามารถกลับไปตัดผมให้กับ พี่ๆ น้องๆ ในในครอบครัวได้ด้วย ทำให้รู้สึกภูมิใจที่ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น

“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290446

“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์

บันไดกวี, กวีนิพนธ์, ไพฑูรย์ ธัญญา

แวดวงวรรณกรรมไทย ยิ่งนับวันยิ่งยากที่จะเฟ้นหาคนรุ่นใหม่มาสืบสานภาษาที่ใช้ถ้อยคำอย่างสละสลวย

      “กวีนิพนธ์” ค่าย “บันไดกวี”ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนผู้ซึ่งสนใจ ทั้งโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ได้มาเรียนรู้ฝึกฝนการถ่ายทอดสุนทรียรส ลีลาการเขียนในรูปแบบบทกวี กับผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ

สำหรับข้อคิดการสร้างสรรค์ผลงานจาก ศิลปินแห่งชาติ ด้านกวีนิพนธ์ อาจารย์เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์ ได้กล่าวถึงการริเริ่มโครงการนี้ว่า การส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ ซีพี ออลล์ เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีศักยภาพในการปูพื้นฐาน ในเรื่องทักษะการอ่าน การเขียน จึงเกิดเป็นค่ายบันไดกวี ที่ศิลปินแห่งชาติจะได้มาถ่ายทอดให้เยาวชนได้เข้าใจความรู้สึก นึกคิด ที่ช่วยรังสรรค์อักขระที่สละสลวยสวยงาม

“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์

นอกจากนี้ อาจารย์เนาวรัตน์ แนะนำวิธีการที่จะอนุรักษ์กวีนิพนธ์ ให้คงอยู่ไปถึงเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไปว่า งานเขียนที่ดีต้องอาศัยการฝึกฝนและเรียนรู้ 4 ประการ ได้แก่ 1) เรื่องที่เขียน จะต้องไม่เคยมีใครเขียนมาก่อน หรือหากเรื่องนั้นมีคนเคยเขียนมาแล้ว จะต้องเขียนในแง่มุมที่แปลกใหม่ เพื่อให้งานเขียนชิ้นนั้นเด่นขึ้นมา 2) อารมณ์ความรู้สึกต้องเข้าถึงเรื่องที่เขียน หากจะเขียนเกี่ยวกับการอกหัก แต่ไม่เคยอกหัก บทประพันธ์จะไม่มีชีวิตชีวา ไม่รู้สึกปวดร้าวเหมือนคนที่อกหักจริงๆ 3) ความสามารถในการถ่ายทอดคำ ต้องถ่ายทอดความรู้สึกให้ได้มาก หมั่นฝึกค้นหาความหมายของคำศัพท์ 4) อารมณ์ของผู้อ่านต้องเข้าถึงบทประพันธ์ ไม่ใช่ว่าแต่งแล้ว แต่ผู้อ่าน อ่านไม่รู้เรื่อง คนเขียนรู้เรื่องอยู่คนเดียว บทประพันธ์นั้นก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ

ในส่วนของ น้องหยกหรือ นายวรพงษ์ นาคเมือง นักเรียนโรงเรียนอุทัยวิทยาคม จ.อุทัยธานี เล่าถึงความรู้สึกว่า ชื่นชอบในการเขียนกวี และได้เป็นตัวแทนแต่งคำประพันธ์อินทรวิเชียรฉันท์ ได้แต่งบทกวีถึงค่ายนี้ไว้อย่างไพเราะ

       “รากกวีหยั่งลึกไปสู่ใจคน เยาวชนยุคใหม่ได้เห็นค่า เพชรกวีได้ประจักษ์ทุกสายตา เพราะว่ามาที่ค่ายบันไดกวี”  

“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์

        พร้อมเผยความรู้สึกในครั้งนี้ตั้งใจอยากได้แนวคิดในการวางโครงเรื่องการประพันธ์บทกวีเพื่อนำไปใช้พัฒนาฝีมือต่อไป เพื่อให้ภาษาไทยได้อยู่คู่กับลูกหลานของเรา และคนรุ่นหลังต่อไป ดั่งที่อาจารย์เนาวรัตน์ สอนไว้ว่าบทกวีเป็นเหมือนมงกุฏของภาษา จึงอยากให้ความสวยงามของภาษาอยู่คู่กับคนไทย

เช่นเดียวกับ น้องกรีน หรือ นางสาว สิรภัทร กลิ่นทิพย์ นักเรียนโรงเรียนเทพลีลา กทม. เล่าว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน กลอน กาพย์เป็นประจำ ซึ่งในอดีตเป็นคนไม่ค่อยอ่านบทกวีของไทย แต่ชอบอ่านบทกวีแปลของญี่ปุ่นมากกว่า จนกระทั่งคุณครูได้แนะนำให้อ่านกวีไทย ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างบทกวีไทยและบทกวีญี่ปุ่นชัดเจน กวีญี่ปุ่นอาจจะไพเราะ แต่ก็ไม่สละสลวย ไม่ได้ใช้คำที่สวยงามเหมือนกับของไทย การได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ก็เชื่อมั่นว่าจะทำให้เป็นคนเก่งขึ้นในเรื่องของการอ่านและเขียน เช่นเดียวกับทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมเพราะได้รับความรู้และประสบการณ์ดีๆในการพัฒนาตัวเอง เพื่อช่วยจรรโลงภาษาที่สวยงามให้อยู่คู่คนไทยตลอดไป

ด้าน นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่นฯ อีเลฟเว่น กล่าวในฐานะผู้สนับสนุนโครงการว่า “บันไดกวี” เป็นการต่อยอดจากโครงการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด  เพื่อส่งเสริมการศึกษา พัฒนาเยาวชน ในปีนี้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นครั้งที่  3  โดยค่าย“บันไดกวี” จะมุ่งเน้นการเรียนรู้และความเข้าใจรูปแบบฉันทลักษณ์ของกวีนิพนธ์ไทย ครั้งนี้มีเยาวชนจากทั่วประเทศได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 33คน

“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์“บันไดกวี” ก้าวสำคัญปั้นนักเขียนรุ่นเยาว์

โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ อาทิ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ , สถาพร ศรีสัจจัง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์,ชมัยภร แสงกระจ่าง ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ , รศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ (ไพฑูรย์ ธัญญา) ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์และนักเขียนรางวัลซีไรต์  ,  ศักดิ์สิริ มีสมสืบ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ และกวีซีไรต์ จากกวีนิพนธ์ชุด มือนั้นสีขาว, เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ กวีซีไรต์ จากกวีนิพนธ์ชุด แม่น้ำรำลึก , ผศ.ดร.ญาดา อารัมภีร  ร่วมด้วย พินิจ นิลรัตน์  ซึ่งเยาวชนที่มาเข้าค่ายจะได้รับการพัฒนางานเขียนด้านกวีนิพนธ์ในรูปแบบเวิร์คช็อปเข้มข้น นับเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนสามารถพัฒนางานเขียนส่งผลงานเข้าประกวดเวทีต่าง ๆ และสร้างคนรุ่นใหม่สู่แวดวงวรรณกรรม ด้านกวีนิพนธ์มากขึ้น

อภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290433

อภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าว

อภัยภูเบศร์, สมุนไพร,  มกท, อภัย, ช่วย, ชาวนา, ผลิต, อาหารเสริม, จาก, ข้าว

อภัยภูเบศรช่วยชาวนา เพิ่มมูลค่าข้าวไทย ผลิตอาหารเสริมจากน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวหอมมะลิ ตั้งเป้าจำหน่าย 80 ล้านบาท ในปี 60

       ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ เป็นเรื่องด่วนที่รัฐบาลเร่งหาทางแก้ไข โดยการมอบนโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมช่วยกันส่งเสริม พัฒนา ศักยภาพและมูลค่าข้าวไทย ให้เกษตรกรชาวนาไทยมีรายได้มั่นคง อภัยภูเบศรตั้งเป้าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากข้าวในปี 2560 ไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า  มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคม ได้ตระหนักถึงการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมตัวกันปลูกพืชสมุนไพรเกษตรอินทรีย์มามากกว่า 15 ปี  ซึ่งการปลูกด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์นั้นนอกจากจะปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังปลอดภัยต่อตัวเกษตรกร  และผู้บริโภค โดยมูลนิธิมีการประกันราคาและจำนวนรับซื้อสมุนไพรจากกลุ่มเกษตรกร  เพื่อนำมาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร ช่วยเพิ่มมูลค่า และสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจระดับครัวเรือนภาคการเกษตร จากการวิจัยเบื้องต้นพบว่าเกษตรกรมีรายได้จากการปลูกสมุนไพรหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 70,000 บาท/คน/ปี

อภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าว

จากอดีตที่ผ่านมา เมืองไทยถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ร่ำรวยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากสุดประเทศหนึ่ง และยังเป็นผู้นำแหล่งซื้อขายข้าวคุณภาพดีของโลก เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการเป็นเมืองข้าว อีกทั้งเป็นการช่วยส่งเสริมตลาดข้าว ช่วยสร้างความมั่งคงด้านเศรษฐกิจให้ชาวนา  อภัยภูเบศรจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยในยุคเริ่มต้นเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผิวและผม เนื่องจากพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าน้ำมันรำข้าวมีประโยชน์ต่อสุขภาพผิวและผม เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ มีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศว่า น้ำมันรำข้าวเป็น  natural sunscreen  และรำข้าวยังให้ความชุ่มชื้นแบบที่ไม่เหนอะหนะ เพราะมีโมเลกุลเล็กซึมเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ดี ในยุคแรกจึงเกิดเป็นสบู่รำข้าวให้คนได้ใช้ และมีอีกหลายผลิตภัณฑ์ตามมา นอกจากนี้เมื่อปี 2555 เราได้ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยี วิจัยเรื่องเซรั่มรำข้าว นับเป็นครั้งแรกของโลกที่พบว่าน้ำมันรำข้าวช่วยให้ผมงอกใหม่ ซึ่งตรงกับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ทางอภัยภูเบศรได้รับจากหมอยาพื้นบ้านอีสานว่าให้นำรำข้าวมาพอกหัวแก้หัวล้าน

อภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าวอภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าว

ในปีนี้จะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์รำข้าวไปอีกขั้น คือ การมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวหอมมะลิ จากการศึกษาวิจัยเรื่องน้ำมันรำข้าวที่มีอย่างกว้างขวาง พบว่าน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในโรคที่เป็นปัญหาสาธารสุข ได้แก่  โรคหัวใจและหลอดเลือดที่นับวันจะเพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งน้ำมันรำข้าวสามารถช่วยลดโคเลสเตอรอลตัวร้าย  และเพิ่มโคเลสเตอรอลตัวดี  ซึ่งนับว่าเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในน้ำมันรำข้าวประกอบด้วย แกมมาโอไรซานอล โทรโคฟีรอล โคไตรอีนอล และสารอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอนุมูลอิสระ นี้เป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ทั้งผิวและภายในร่างกาย โดยน้ำมันรำข้าวมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระดีกว่าวิตามินอีถึง  8  เท่า

อภัยภูเบศรช่วยชาวนาผลิตอาหารเสริมจากข้าว

 ดร.ภญ.สุภาภรณ์ กล่าวอีกว่าแต่ความพิเศษของ นำมันรำข้าวและจมูกข้าวหอมมะลิ ของอภัยภูเบศรนั้นเป็นเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผ่านการหีบเย็นทันทีหลังการสีภายใน 24 ชม. โดยปราศจากสารเคมีพวก hexane ในทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแท้จริง ทั้งนี้ข้าวที่ใช้เราได้วัตถุดิบจากโรงสีข้าวจากกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดยโสธร ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับสากล จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ( ม.ก.ท.)  ภายใต้การยอมรับของ IFOAM  และผ่านการตรวจสอบคุณภาพ การวิเคราะห์ วิจัยด้วยโรงงานมาตรฐาน GMP เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพในราคาไม่แพง และเป็นการส่งเสริมชาวนาให้คงไว้ซึ่งการปลูกข้าวแบบอินทรีย์ ปลอดสารเคมี เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพทั้งคนปลูกและผู้บริโภค

ทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล WORLD CHAMPION

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290399

ทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล WORLD CHAMPION

หุุ่นยนตร์, คว้ารางวัล, World, Champion, สพฐ, นายกพิทยากร

ทีมหุ่นยนต์จากประเทศไทย คว้ารางวัล World Champion จาก38 ประเทศทั่วโลกการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยระดับยุวชน การแข่งขันหุ่นยนต์ World RoboCup 2017 ณ ประเทศญี่ปุ่น

         สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ส่งนักเรียน 2 ทีมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันหุ่นยนต์ รายการ World RoboCup 2017 ในประเภทหุ่นยนต์กู้ภัย (Robo Rescue)  ระหว่างวันที่  26 – 30 กรกฎาคม 2017 เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น  ในการแข่งขันหุ่นยนต์จำนวน 2 ทีม ได้แก่ 1) ทีม OBEC ประกอบด้วยนักเรียนจากโรงเรียนบ้านนา “นายกพิทยากร” สพม.7 จ.นครนายก  และโรงเรียนทีโอเอวิทยา สพป.มุกดาหาร เข้าแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยประเภท ROBO Rescue  Line และ 2) ทีม TPA โรงเรียนร่องคำ สพม. 24 จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าแข่งขันในรายการหุ่นยนต์กู้ภัย ROBO Rescue Maze ซึ่งการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยเป็นการจำลองสถานการณ์ให้หุ่นยนต์ผ่านอุปสรรคและสิ่งกีดขวาง ทางลาดชัน เพื่อส่งชุดยังชีพให้ผู้ประสบภัยที่จำลองด้วยวัตถุความร้อนและตัวอักษรตำลอง

ทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล World Champion

การแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ World RoboCup 2017   ในครั้งนี้มีประเทศที่ส่งทีมหุ่นยนต์   เข้าแข่งขันทั่วโลกรวม 38 ประเทศ ผลการแข่งขันในรายการ World RoboCup Junior ทีม TPA  โรงเรียนร่องคำ สพม. 24 จ.กาฬสินธุ์  ประกอบด้วย นายณชพล  โพธิแท่น  นักเรียนชั้น ม.6 นายกฤตเมธ  ระวิชัย นักเรียนชั้น ม.3 ร่วมกับทีม ROM สหพันธรัฐเยอรมันนี คว้ารางวัล World Champion Rescue Maze SuperTeam  และทีม OBEC ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์  รูปสม นักเรียนชั้น ม.4 นายศิริพงษ์  พึ่งทอง  นักเรียนชั้น ม.6 นายวันชัย  แซ่เจี่ย ม.6 โรงเรียนบ้านนา “นายกพิทยากร” สพม.7 จังหวัดนครนายก เด็กชายอัครพนธ์  วังคะฮาด  นักเรียนชั้น ม.1 และนายวสุรัตน์  ดาวัลย์  นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนทีโอเอวิทยา สพป.มุกดาหาร เข้าแข่งขันในรายการ ROBO Rescue Line ด้วยความพยายามมุ่งมั่น ตั้งใจแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้สามารถทำคะแนนรวมอยู่ในลำดับที่ 13 จาก 38 ประเทศ

ในเวทีการแข่งขันหุ่นยนต์โลกครั้งนี้ จะเห็นว่าทุกประเทศมีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันคือนอกจากการแข่งขันเพื่อชัยชนะแล้วยังมุ่งเน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ยั่งยืน โดยให้เด็กนานาชาติได้สร้างมิตรภาพร่วมกันด้วยกิจกรรมการสร้างหุ่นยนต์ให้สามารถทำภารกิจร่วมกับมนุษย์ตามโจทย์กำหนด การจัดงานครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล World Champion

ทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล World Championทีมหุ่นยนต์เด็กมัธยมศึกษา คว้ารางวัล World Champion

เด็กไทยทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์ World RoboCup 2017 ในครั้งนี้ ได้รับความรู้เกี่ยวกับวิทยาการหุ่นยนต์จากเพื่อน ๆ ชาวต่างชาติ และได้รับมิตรภาพที่ดี ได้แลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกันเป็นทีมกับเพื่อนต่างชาติ โดยจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับในครั้งนี้ มาปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีและคนเก่งเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต

สพฐ. และหน่วยงานความร่วมมือที่ให้การสนับสนุนทุกภาคส่วน ได้ร่วมกำหนดแนวทางการบริหารและส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนโดยใช้กิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์ เกิดเครือข่ายความร่วมมือระดับประเทศและระหว่างประเทศเพื่อการต่อยอด การพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21 และประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยได้หาเวทีนานาชาติที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถในการสร้างสรรค์หุ่นยนต์ นำไปแก้ปัญหาตามโจทย์หรือสถานการณ์ตามบทบาทสมมุติที่ตั้งขึ้น ซึ่งนักเรียนจะสามารถเชื่อมโยงความรู้ในสาระวิชาต่างๆ มาใช้ในการออกแบบวางแผนการทำงานของหุ่นยนต์ โดยใช้อุปกรณ์ เครื่องมือที่มีได้อย่างหลากหลาย และส่งเสริมการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลงาน แก้ปัญหาและนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันต่อไป

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290471

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

รามเกียรติ์, วธ, ดุม, พศ2561

การแสดงรามายณะ ที่เวทีการแสดงกลางแจ้งปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย คราวนี้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะเป็นครั้งแรก!!ที่นักแสดงโขนไทยได้ร่วมแสดง

       การแสดงรามายณะไทย-อินโดนีเซีย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา กระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชนต่างๆ ของไทย ร่วมกับกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายวีระ โรจน์พจนรัตน์รมว.วัฒนธรรม นำทีมผู้บริหาร วธ. ตลอดจนคณะนักแสดง สำนักการสังคีต กรมศิลปากร เดินทางแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม2ชาติในครั้งนี้

    …ค่ำคืนวันที่21กรกฎาคมบนดินแดนชวา ผู้ชมทั้งชาวไทย ชาวอินโดนีเซีย และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จับจองที่นั่งชมรามายณะ บริเวณลานกลางแจ้ง ปรัมบานัน ได้สัมผัสถึงความอลังการของโขนไทย การแสดงชั้นสูงของไทย ที่มีความสง่างาม อ่อนช้อย ทั้งท่วงท่า ความสวยงามของเครื่องแต่งกาย ถูกถ่ายทอดผ่านนักแสดง34ชีวิต ที่ร่วมแสดงรามายณะในตอน “พระรามเดินดง-จองถนน” กับนักแสดงอินโดนีเซีย ภาพการแสดงที่เคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตรงหน้า มองลึกไปวงดนตรีไทย-อินโดนีเซีย ตั้งขนาบข้างซ้าย-ขวา ผสมผสานอย่างกลมกลืน ประกอบกับฉากหลังที่มองเห็นพระปรางค์3องค์ในศาสนสถานปรัมบานัน ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ทั้งในเรื่องของการสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม จนได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกส่งให้บรรยากาศทุกอย่างเป็นใจ จนมิอาจละสายตาได้

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

       กว่าจะได้มาแสดงร่วมกัน สุรัตน์ เอี่ยมสอาด นาฏศิลปินทักษะพิเศษ สำนักการสังคีต ในฐานะผู้ควบคุมดูแลคณะนักแสดง เล่าว่า แต่แรกตกลงว่าจะสลับกันเล่นคนละตอน จนกระทั่งเดินทางมาถึงมาคุยกันใหม่ว่าอยากให้เป็นการแสดงร่วมกันของ2ประเทศ โดยโจทย์คือ การแสดงต้องมีความต่อเนื่อง จึงใช้วิธีการสลับนักแสดง เช่น ฉากไหนมี พระรามของอินโดนีเซียเป็นตัวหลัก ที่เหลือเป็นนักแสดงของไทย หรือในตอนจองถนน ช่วงการแสดงเพลงหน้าพาทย์ ใช้กองทัพลิงของไทยเป็นหลัก ส่วนนักแสดงของอินโดนีเซียประกอบในฉาก เป็นต้น

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

     “เนื้อหาเรื่องราวที่ใช้การแสดงรามายณะและการแสดงรามเกียรติ์ มีความคล้ายคลึงกันจึงไม่ใช่เรื่องยากในการปรับเพื่อแสดงร่วมกัน ในส่วนของเพลงที่ใช้ก็ต้องเลือกจังหวะที่มีความคล้ายคลึงกันเพื่อมาใช้แสดงร่วมกันได้ ซึ่งจากที่ครูเดินทางไปแสดงมาหลายที่่ก็จะสลับกันแสดงคนละตอน ในคราวนี้จึงถือเป็นครั้งแรก”สุรัตน์ กล่าว

      ขณะที่ “ดุม”-อนุชา เลี้ยงสอน สำนักการสังคีต รับบทเป็น เสนาลิง เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมแสดงรามายณะในครั้งนี้ ว่า รู้สึกภูมิใจ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ในการได้มาแสดงร่วมกับนักแสดงอินโดนีเซีย มองว่าเป็นการผสมผสานนาฏศิลป์ของ2ประเทศ ที่ผ่านมาไม่เคยแสดงร่วมกับประเทศไหนมาก่อน ก่อนแสดงจริงได้ฝึกซ้อมล่วงหน้าประมาณ2วัน ส่วนตัวไม่รู้สึกว่ายาก แต่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา เพราะนักแสดงอินโดนีเซีย ก็ต้องไปทำการแสดงด้วย แต่ทุกคนก็ทำเต็มที่ถึงเวลาแสดงจริงทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ส่วนการแสดงของอินโดนีเซียก็จะแตกต่างในเรื่องของเทคนิคที่ใช้ อย่างตอนเผากรุงลงกา ฉากที่ต้องเผาเวลาที่เขามาโชว์ในงานมหกรรมรามายณะ ที่โรงละครแห่งชาติ เขาจะใช้เทคนิคแสงสีเสียงแทน แต่ที่อินโดนีเซียเวทีการแสดงเป็นเวทีกลางแจ้ง เขาจะใช้ไฟจริงๆประกอบการแสดง เพื่อความสมจริงก็จะให้ความรู้สึกในการชมอีกแบบหนึ่ง

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

     สำหรับการแสดงรามายณะมีทั้งหมด11ตอน ซึ่งนักแสดงโขนไทยยังได้แสดงอีก 3 ตอน ได้แก่ 1.พาลีและสุครีพ 2.ศึกกรุงลงกา-กองทัพวานรปะทะกองทัพยักษ์ และ3.ศึกทศกัณฑ์ ส่วนอีก6ตอนอินโดนีเซียแสดง ได้แก่ 1.พิธียกศร 2.หนุมานถวายตัว 3.นางสีดาในกรุงลงกา 4.เผากรุงลงกา 5.ศึกกุมภกรรณ และ6.นางสีดาลุยไฟ

      “รามายณะ หรือ รามเกียรติ์เป็นวัฒนธรรมร่วมของอินเดีย และคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ ซึ่งการแสดงรามายณะเป็นที่นิยมของชาวอินโดนีเซียและถ้าจะให้ยิ่งใหญ่ต้องมาแสดงที่ปรัมบานัน โบราณสถานสำคัญ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่การจัดงานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม คณะนาฏศิลป์ไทยได้แสดงโขนร่วมกับรามายณะของอินโดนีเซียถือเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยและอินโดนีเซียมีความร่วมมือทางวัฒนธรรมกันมาด้วยดีตลอด ทั้งนี้ วธ.ใช้มิติทางวัฒนธรรมเชื่อมสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอันจะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านอื่นๆทั้งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของ2ประเทศ” วีระ บอกถึงความตั้งใจ

ครั้งแรก!!โชว์รามายณะร่วมไทย-อินโดฯ

      การเดินทางมาอินโดนีเซียคราวนี้ ยังได้เข้าพบนายมูฮัดญีร์เอฟเฟนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย หารือความร่วมมือด้านวัฒนธรรมของ2ประเทศ นายวีระ กล่าวว่า ทางอินโดนีเซียขอบคุณที่ไทยริเริ่มจัดแสดงรามายณะร่วมไทย-อินโดนีเซีย ถือเป็นการร่วมอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ2ประเทศ และได้ตกลงร่วมกันว่าจะขยายเวลาความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมของไทย-อินโดนีเซียออกไป โดยเพิ่มประเด็นวัฒนธรรมอื่นๆ ซึ่งอินโดนีเซียให้ความสนใจคือ ภาพยนตร์ไทย ยังมีการแลกเปลี่ยนครูผู้สอนภาษาและวัฒนธรรม เยาวชนในค่ายศิลปวัฒนธรรม และการนำเสนอวรรณกรรมร่วม “อิเหนา-ปันหยี” เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกด้วย

         “ในส่วนของไทยได้เสนอว่าในปี2018(พ.ศ.2561)จะประกาศเป็นปีวัฒนธรรมของอาเซียน ซึ่งทางอินโดนีเซียก็ให้ความสนใจขณะนี้ วธ.ได้เริ่มมีการทำหนังสือไปยังประเทศต่างๆ โดยหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมทุกประเทศให้ความเห็นพ้องกันก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมระดับอาเซียนต่อไป ทั้งนี้ เป้าหมายของการประกาศปีวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมมือด้านวัฒนธรรมมากขึ้น ส่งเสริมบทบาทวัฒนธรรมในการสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชน เพื่อสร้างประโยชน์และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวด้วย”วีระ กล่าวในที่สุด.

oเกศกาญจน์ บุญเพ็ญo

qualitylife4444@gmail.com

ภาพ ประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม