เปิดศูนย์ช่วยร.ร.-นร.กาฬสินธุ์ประสบเหตุน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290901

เปิดศูนย์ช่วยร.ร.-นร.กาฬสินธุ์ประสบเหตุน้ำท่วม

ศูนย์ช่วยเหลือรรนักเรียน, 3 โรงเรียนน้ำท่วม, กาฬสินธุ์, น้ำท่วม, สพป

สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 เปิดศูนย์ช่วยเหลือร.ร.-นร.เดือดร้อนน้ำท่วม ระบุมี 3 โรงเรียนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเข้า ต้องอาศัยวัดเป็นที่จัดการเรียนการสอนชั่วคราว

      ดร.ภูมิพัทธ  เรืองแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาฬสินธุ์ เขต 2 เปิดเผยว่า สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ได้เปิดศูนย์รับความช่วยเหลือโรงเรียนและนักเรียนผู้ประสบอุทกภัย “สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 รวมน้ำใจ” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเชิญชวนคณะผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนที่อยู่ในสังกัด จำนวน 171 โรงเรียน รวมถึงพ่อค้า ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยสิ่งของ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน ครูและนักเรียน ในจังหวัดกาฬสินธุ์ และหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เปิดศูนย์ช่วยร.ร.-นร.กาฬสินธุ์ประสบเหตุน้ำท่วม

ดร.ภูมิพัทธ กล่าวต่อว่า จากการเปิดศูนย์ช่วยเหลือเพียงไม่กี่วัน มีผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ร่วมบริจาคสิ่งของและเงินรวมมูลค่ากว่าแสนบาท  ถึงแม้ว่าสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเชียงสาศิลปะสถาน  โรงเรียนดอนยางนางศึกษา และโรงเรียนอุ่มเม่าวิทยา จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ หลังเขื่อนลำปาวเพิ่มระดับการระบายวันละ 30 ล้านลูกบากศ์เมตรลงสู่ลำน้ำปาว ส่งผลให้โรงเรียนได้รับความเสียหายนักเรียนไม่มีที่เรียน หลายโรงเรียนต้องอาศัยวัดเป็นที่เรียน  แม้เราจะเดือนร้อน แต่เราก็สอนเยาวชนให้รู้จักแบ่งปัน และช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติซึ่งเดือดร้อนกว่าเรา

เรียนปนเล่นเพิ่มทักษะสอนวิทย์ให้ครูปฐมวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290894

เรียนปนเล่นเพิ่มทักษะสอนวิทย์ให้ครูปฐมวัย

สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 ขยายผลพัฒนาครูปฐมวัยร.ร.ปกติ-ร.ร.ขนาดเล็ก เรียนรู้ทักษะการสอนเรียนปนเล่นกับโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย หวังต่อยอดพัฒนาผู้เรียน

       เมื่อวันที่ 6 ส.ค.60-ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านคลองขุด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นางพรรณี  สกุณา ราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) นครศรีธรรมราช เขต 2 เปิดเผยว่า สพป.นครศรีธรรมราช เขต2 ได้จัดอบรมครูปฐมวัยตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย รุ่นที่ 7 และโรงเรียนขนาดเล็ก  รวมจำนวน 25 โรงเรียน กว่า 50 คน โดยจัดให้มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์ กว่า 20 โครงงาน ได้แก่ ฐานปฏิบัติการทดลองเรื่องน้ำ เรื่องอากาศ  เรื่องก๊าชต่างๆ และอีกหลากหลายโครงงาน เพื่อฝึกปฏิบัติให้ครูที่ร่วมโครงการนำไปขยายผลสอนนักเรียนชั้นอนุบาลในลักษณะเรียนปนเล่น นับว่าเป็นการสร้างขั้นบันไดให้นักเรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ให้เด็กรู้จักคิด รู้จักพัฒนาการ คิดด้วยเหตุและผล และยังเป็นการปูพื้นฐานให้เด็กปฐมวัยในการเรียนรู้ ด้านภาษา สังคม ปฏิสัมพันธ์และการเคลื่อนไหว และสามารถพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดีมีคุณลักษณะที่ดีตามที่สังคมต้องการต่อไป

เรียนปนเล่นเพิ่มทักษะสอนวิทย์ให้ครูปฐมวัย

นางปิยกมล พูลเสน ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ให้มีความรู้ ในการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ และการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยส่งเสริมกระบวนการคิดและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดนโยบายขยายเครือข่ายตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นโครงการสำคัญที่ให้โรงเรียนทั่วประเทศดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

เรียนปนเล่นเพิ่มทักษะสอนวิทย์ให้ครูปฐมวัย

สพป.นครศรีธรรมการ เขต 2 ได้ดำเนินการตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ในมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ ปีการศึกษา 2544 จนถึงปัจจุบัน และสถานศึกษาในสังกัดได้รับตราพระราชทาน จากโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย สืบเนื่องมาตามลำดับ ในปีงบประมาณ 2560 มีโรงเรียนต้นแบบที่ได้รับตราพระราชทานโครงงานวิทยาศาสตร์ จำนวน 44 โรงเรียนและดำเนินการขยายผลรุ่นที่ 7 จำนวน 10 โรงเรียนและโรงเรียนขนาดเล็กอีก 15 โรงเรียน จึงได้ดำเนินการจัดอบรมขึ้นในระหว่างวันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2560ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านคลองขุด โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาครูปฐมวัยโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ให้มีความรู้ในการจัดกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ และการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยที่ส่งเสริมกระบวนการคิดและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อบอุ่น!!นร.ไทยคว้ารางวัลคณิตโอลิมปิกกลับถึงไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290892

อบอุ่น!!นร.ไทยคว้ารางวัลคณิตโอลิมปิกกลับถึงไทย

คณิตศาสตร์โอลิมปิก, นักเรียนไทย, สิงหเสนี, จาก23มณฑล

นักเรียนไทยสุดยอดคว้า1เหรียญทอง4เหรียญเงิน5เหรียญทองแดง จากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอชัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย Southeast Mathematics Olympiad : SMO 2017

       เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่6ส.ค.2560นายปราโมทย์ ขจรภัย ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู่สากล สพฐ.พร้อมคณะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่เดินทางไปแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอชัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายSoutheast Mathematics Olympiad : SMO 2017ณ เมืองหนองชาง มณทลเจียงซี สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางกลับประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เวลา 01.35 น. โดยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่MU265

อบอุ่น!!นร.ไทยคว้ารางวัลคณิตโอลิมปิกกลับถึงไทย

นายปราโมทย์ ขจรภัย ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้สู่สากล สพฐ. เปิดเผยว่า ได้นำคณะนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกเอชัย ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายSoutheast Mathematics Olympiad : SMO 2017ระหว่างวันที่28กรกฎาคม– 6สิงหาคม2560ณ เมืองหนองชาง มณทลเจียงซี สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 12 คน ผลปรากฏว่านักเรียนสามารถคว้ารางวัล1เหรียญทอง4เหรียญเงิน5เหรียญทองแดง โดยรางวัลเหรียญทองได้แก่ เด็กชายณฐนน เทอดไพรสันต์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย รางวัลเหรียญเงิน ได้แก่ เด็กชาย ศุภกฤต คชสาร โรงเรียนหอวัง เด็กหญิงปาณิสรา ตั้งงามสกุล โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เด็กหญิงรินนารา แสงพิสิทธิ์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน เด็กชายนรบดี วัชรปรีชานนท์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน และเหรียญทองแดง ได้แก่ เด็กชายรัชชานนท์ เพชรชู โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย เด็กชายรวัชญ์ ผดุงเกียรติวงษ์ โรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี เด็กชายณัฐดนัย ธรรมเป็นจิตต์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เด็กหญิงณัฐวรา กิจธรรมรัตน์ โรงเรียนบดินเทรดชา (สิงหเสนี) เด็กชายมุฑิราช ลักษณวิศิษฐ์ สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒปทุมวัน

อบอุ่น!!นร.ไทยคว้ารางวัลคณิตโอลิมปิกกลับถึงไทย

โดยในการแข่งขันครั้งนี้ มีตัวแทนนักเรียน1,041คน จาก6ประเทศ คือ ฮ่องกง จีน (จาก23มณฑล) ไทย มาเก๊า อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และเด็กนักเรียนที่ได้รับรางวัลสามารถนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติในครั้งนี้ และถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้แสดงความสามารถ ด้านความคิดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ในเวทีนานาชาติ รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สร้างวิสัยทัศน์ ในการทำสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนจากนานาประเทศอีกด้วย

ภูเก็ตอบรมครูสู่นักประชาสัมพันธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290869

ภูเก็ตอบรมครูสู่นักประชาสัมพันธ์

อบรมครู, นักประชาสัมพันธ์, สพป, Smart Phone

สพป.ภูเก็ต อบรมเข้ม สร้างครูประชาสัมพันธ์ ทำข่าวด้วย Smart Phone ก้าวทันเหตุการณ์ เพิ่มช่องสื่อสารข่าวสารการศึกษาถึงผู้ปกครอง

       นายประจักษ์  ช่างเรือ  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ภูเก็ต  กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวไปอย่างรวดเร็วทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ต้องมีการสื่อสารอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง นำเครื่องมือ เช่น มาสร้างสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ ด้านการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาให้ครูที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในสถานศึกษามีทักษะการถ่ายภาพ เขียนข่าว ด้วยมือถือ (Smart Phone) จึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิค การสร้างข่าวด้วย Smart Phone  เพื่อให้ครูผู้ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนสามารถเขียนข่าว ของโรงเรียนและนำไปขยายผลสู่สาธารณะได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว

ภูเก็ตอบรมครูสู่นักประชาสัมพันธ์

นายประจักษ์  ช่างเรือ

สพป.ภูเก็ตเห็นความสำคัญในการพัฒนาเรื่องการเขียนข่าว กำหนดจัดอบรมเป็นระยะเวลา 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 3-4 สิงหาคม 2560 ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ครูผู้ทำหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของโรงเรียน จำนวน 60 คน ทั้งนี้ได้เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์การประชาสัมพันธ์

ด้าน นางนิชฎา  ซิมอาจิน   นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ ผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายด้านสื่อประชาสัมพันธ์ระหว่าง สพป.ภูเก็ตกับสถานศึกษาในสังกัดจึงได้จัดโครงการพัฒนาครูเชิงปฏิบัติการโดยการลงมือปฏิบัติการถ่ายภาพเขียนข่าวพร้อมทดลองการส่งข่าวเพื่อให้ประชาสัมพันธ์เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต สามารถขยายผลสู่ส่วนกลางต่อไป

ภูเก็ตอบรมครูสู่นักประชาสัมพันธ์

นายศรีวิศาล   สารพร ครูโรงเรียนบ้านเชิงทะเลตันติวิท ต.เชิงทะเล  อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมการอบรม เล่าว่าสิ่งที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้คือ เทคนิคการถ่ายภาพด้วย Smart Phone  มุมกล้อง จุดโฟกัส ตาราง 9 ช่อง โฟกัส ความคมชัด และจะนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง

“จาหยู แซ่ย่าง” วก.ฝางรับทุนพิเศษเรียนต่อที่จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290862

“จาหยู แซ่ย่าง” วก.ฝางรับทุนพิเศษเรียนต่อที่จีน

ประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน, นักศึกษาอาชีวะ, วิทยาลัยการอาชีพ, 5 นักศึกษา, จาหยู, แซ่ย่าง, จาหยู แซ่ย่าง, สพฐ, สอศ, ฮั่นปั้น

5 นักศึกษาอาชีวะ คว้าอันดับ 2 ประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีน ศึกษาดูงานที่จีน 13-29 ต.ค.นี้ ขณะที่ “จาหยู แซ่ย่าง” จากวก.ฝาง จ.เชียงใหม่ รับทุนพิเศษเรียนต่อจีน

         นางสาวจาหยู แซ่ย่าง นักศึกษาจากวิทยาลัยการอาชีพฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรางวัลรางวัลพิเศษเป็นทุนการศึกษา เพื่อศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน จากการเข้าร่วมการประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีน ชิงชนะเลิศประเทศไทย ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่10 ประจำปี 2560

"จาหยู แซ่ย่าง" วก.ฝางรับทุนพิเศษเรียนต่อที่จีน

นางสาวจาหยู แซ่ย่าง

โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ในการประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีน ชิงชนะเลิศประเทศไทย ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่ 10 ประจำปี 2560 ในหัวข้อ “Learn Chinese, Double Your World” เรียนรู้ภาษาจีนมีเพื่อนทั่วโลก  ณ โรงแรมพาลาสโซ่ กรุงเทพฯ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน รูปแบบการประกวดแบ่ง เป็น 4  หัวข้อ ประกอบด้วย 1.การประกวดสุนทรพจน์ตามหัววข้อที่กำหนด 2.การตอบคำถาม 3 ข้อ จากการสุ่ม ในชุดคำถาม  กว่า 200 ข้อ 3 การกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อฉับพลัน ที่จับสลากได้ และ 4.การแสดงความสามารถพิเศษ โดยการแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 15 คน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ได้ส่งนักศึกษา ร่วมประกวด 5 คน ได้แก่

นางสาวจาหยู แซ่ย่าง วิทยาลัยการอาชีพฝาง จ.เชียงใหม่ นางสาวโจเมอ เชอหมึอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย  นางสาวทิพยรัตน์ สุทธิโอภาส วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย  นางสาวอมรรัตน์ วงค์อามาตย์ วิทยาลัยการอาชีพสตึก จ.บุรีรีมย์  นายเจษฎา โชติพันธ์สกุล วิยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา

"จาหยู แซ่ย่าง" วก.ฝางรับทุนพิเศษเรียนต่อที่จีน

ทั้ง 5 คนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และได้รับประกาศนียบัตรจาการเข้าร่วมการประกวด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาชีวศึกษาจะไม่ได้รับรางวัลใหญ่ แต่ก็ได้เห็นพัฒนาการจากการเข้าร่วมประกวด จากรางวัลที่ได้รับเพิ่มขึ้น และมีการเลื่อนลำดับคะแนนที่ดีขึ้นจากการประกวดในแต่ละครั้ง ซึ่งภาษาจีนมีความสำคัญ และเป็นเครื่องมือของการสื่อสาร โดย สอศ. มีเป้าหมายในการลดช่องว่างทางทักษะด้านภาษา พัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน และนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ภาษาจีนระดับมัธยมศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เกิดความกระตือรือร้นและรักการเรียนรู้ภาษาจีนมากยิ่งขึ้น

"จาหยู แซ่ย่าง" วก.ฝางรับทุนพิเศษเรียนต่อที่จีน

 

 

สำหรับนักเรียนที่ชนะการประกวดสุนทรพจน์และความรู้ภาษาจีน ชิงชนะเลิศประเทศไทย ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่10  รางวัลชนะเลิศมีคะแนนรวมเป็นอันดับ 1 ได้แก่นางสาวนภสร พรพิมิน จากโรงเรียนกวงฮั้ว จ.ระยอง อันดับ 2 ได้แก่ นางสาวศนทิพย์ สงวนรักษ์  โรงเรียนฮั้วเฉียวอุบลราชธานี 2 จ.อุบลราชธานี และ อันดับที่ 3 ได้แก่ นางสาวกชวรรณ แสงประทีป โรงเรียนชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี

ส่วนผู้ชนะเลิศอันดับ 1 และอันดับ 2 จะได้เดินทางไปร่วมและชมการประกวดนานาชาติ ณ เมืองคุณหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 13-29 ตุลาคม 2560 ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ (ฮั่นปั้น) รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนคะแนนรวมอันดับ 3 จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมชมการประกวดระดับนานาชาติฯ

5 อุปสรรคขององค์กรกับพนักงานรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290860

5 อุปสรรคขององค์กรกับพนักงานรุ่นใหม่

อุปสรรค, องค์กร, คนรุ่นใหม่, จ๊อบไทย, ผลสำรวจ, JobThaicom

เผยผลสำรวจ 5 อุปสรรคในการทำงานขององค์กรและคนรุ่นใหม่ ชี้เปลี่ยนงานบ่อย เป็นอันดับหนึ่ง 16.45% เกือบ 15% ไม่อดทนต่อความกดดันและคำวิจารณ์

         จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com)  เผยผลสำรวจความคิดเห็นของฝ่ายทรัพยากรบุคคลจากองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 480 คน ในหัวข้อ ปัญหาที่พบเจอจากการทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ พบว่ามี 5 ปัญหา ที่หลายองค์กรมีความเห็นตรงกัน ได้แก่ อันดับแรก เปลี่ยนงานบ่อย 16.45% อันดับที่ 2 ไม่มีความอดทนต่อแรงกดดันในการทำงานและคำวิจารณ์ 14.99%  อันดับที่ 3 การปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงาน 11.55%อันดับที่ 4 มีความเชื่อมั่นในตัวเองเกินไป 8.69% และอันดับที่ 5 การทำตามกฎระเบียบองค์กร 8.30%

5 อุปสรรคขององค์กรกับพนักงานรุ่นใหม่

น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com)  เปิดเผยว่า ในโลกการทำงานปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มมีคนรุ่นใหม่ที่มีวิธีคิดและทัศนคติในการใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากคนยุคก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น จนทำให้หลายองค์กรมักประสบกับปัญหาในเรื่องการทำงานร่วมกับพนักงานรุ่นใหม่ ทำให้ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนฝากประวัติกว่า 1.2 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำกว่า 86,000 อัตรา เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นโดยแบ่งออกเป็นความคิดเห็นจากฝั่งองค์กรและพนักงานรุ่นใหม่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในมุมมองของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น

5 อุปสรรคขององค์กรกับพนักงานรุ่นใหม่

น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์

ขณะที่ เมื่อสำรวจความคิดเห็นของพนักงานรุ่นใหม่เพื่อเผยให้เห็นอีกมุมมองหนึ่ง พบว่า สิ่งที่พนักงานรุ่นใหม่เห็นตรงกับองค์กรและคิดว่าตนเองควรปรับปรุงแก้ไข ใน 5 อันดับที่ส่วนใหญ่ตอบเหมือนกัน ได้แก่ อันดับแรก ตนเองมีเป้าหมายในอนาคตไม่ชัดเจน 14.33% อันดับ 2. ไม่มีความอดทนต่อแรงกดดันในการทำงานและคำวิจารณ์ 13.30% อันดับ 3 มีความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป 12.60% อันดับ 4  การปรับตัวเข้าสู่โลกการทำงาน 10.55% และอันดับ 5. ต้องเรียนรู้งานและพัฒนาตนเองให้มากขึ้น 10.01%

5 อุปสรรคขององค์กรกับพนักงานรุ่นใหม่

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ทราบและเข้าใจมุมมองของอีกฝ่าย ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ฝั่งองค์กรเองก็ต้องศึกษารวมถึงเรียนรู้พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของพนักงานรุ่นใหม่ พร้อมนำข้อมูลข้างต้นไปพิจารณาปรับใช้ในเรื่องการบริหารจัดการพนักงานรุ่นใหม่เพื่อจูงใจและรักษาคนเหล่านี้ให้อยู่กับองค์กร อย่างไรก็ตาม พนักงานรุ่นใหม่ก็ควรให้ความสำคัญกับปัญหาที่ฝั่งองค์กรได้กล่าวมา ตลอดจนต้องรู้จักอดทน เปิดใจ และปรับตัวมากขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงได้

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม”สุขภาพ-ความงาม”มาแรง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290737

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม”สุขภาพ-ความงาม”มาแรง!!

คุณรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียนบริษัทยูบีเอ็มเอเชีย(ประเทศไทย)จำกัด, อาหารเสริมสุขภาพ-ความงามมาแรง, 6หมื่นล้านยาท, เทรนด์อาหาร 2018, สุขภาพ-ความงาม, ประเทศไทย, GMO, Let food be your medicines, Let medicines be your food, Nutraceutical, โภชนาการซึ่งเน้นถึงอาหาร

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม”สุขภาพ-ความงาม”มาแรง!! ผู้บริโภคนิยมอาหารสดใหม่จากธรรมชาติ ระบุตลาดอาหารเสริมไทยมีมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท เติบโตปีละ 6-7 %

     ก่อนที่จะถึง “งานฟู้ดอินกรีเดียนท์เอเชีย 2017″ หรือ “งานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในวันที่ 13-15 กันยายน 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทคบางนา กรุงเทพมหานคร “คุณรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์” ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียนบริษัทยูบีเอ็มเอเชีย(ประเทศไทย)จำกัด ได้เปิดเผยเทรนด์อาหาร 2018 เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและเป็นแนวทางในการพัฒนาสินค้า อาหารและเครื่องดื่ม ดังต่อไปนี้

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

      1.GOODBYE CHEMICALS, HELLO NATURAL : ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสินค้าที่สดใหม่ มาจากธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง มีผลการสำรวจพบกว่า 89% ของผู้บริโภค ต้องการซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ, 84% ชื่นชอบอาหารที่หาซื้อได้ในท้องถิ่น,84% ต้องการอาหารที่ไม่มีสารเคมี, 82% ชื่นชอบฉลาก Clean label และ 82% เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคไม่กลัวที่จะต้องจ่ายเงินให้กับผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ระดับกลางนั้นจะพิจารณาซื้อสินค้าจากคุณภาพมากกว่าราคา และจะตัดสินใจซื้ออาหารที่มีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืนทำให้ในอนาคตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะออกมาใหม่นั้น จะมุ่งไปยังการนำส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติมาใช้ เช่น โปรตีนจากพืช สีผสมอาหารจากพืชผักผลไม้ ที่ให้ทั้งสีสัน คุณค่าอาหารที่จะช่วยดูแลสุขภาพอย่าง ขมิ้นชัน มะพร้าว ผักผลไม้สีม่วง สาหร่าย เห็ด และสมุนไพรต่าง ๆ ก็เป็นกระแสที่น่าจับตามองเช่นกัน

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    2. Localisation :สินค้าจากท้องถิ่นจะกลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหาร เพราะอีกนัยยะหนึ่ง ความเป็น Localสื่อสารได้ถึงเรื่องราว ความสดใหม่ คุณภาพความสะอาด และความเป็นธุรกิจขนาดเล็ก โดยนิยามของคำว่าLocalisation นั้นหมายรวมถึงความสดใหม่จากธรรมชาติ ส่งจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง ใช้กำลังการผลิตในครัวเรือนผลิตในปริมาณไม่มาก อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่นัก และมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และสร้างสรรค์ เช่น เนยอินเดีย, ช็อกโกแลตแมกซิกัน, งาดำตาฮิติ แต่ขณะเดียวกันเราจะได้เห็นผู้เล่นรายใหญ่หันมาเอาใจผู้บริโภคด้วยการผลิตสินค้าที่นำเสนอความเป็นท้องถิ่นพิเศษ ๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งอาจผลิตและจำหน่ายในช่วงเวลาและปริมาณที่จำกัด เพื่อนำเสนอความพิเศษและพรีเมี่ยม

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    3.Transparency :ความโปร่งใส จริงใจกับผู้บริโภคจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในอนาคต ที่ผู้ผลิตจำเป็นต้องสื่อสารถึง เพราะผู้บริโภคต้องการข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมและสารประกอบที่สำคัญอย่างตรงไปตรงมาแหล่งผลิต กระบวนการเพาะปลูกราคาที่ชัดเจนการรับประกันสุขภาพไปจนถึงผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมและโลกกันเลยทีเดียว และที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการที่ได้มาตรฐานและความสะอาดจะกลายเป็นปัจจัยที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญซึ่งผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มใหม่ๆที่ออกสู่ท้องตลาดนั้นนำเสนอจุดเด่น เรื่องสุขภาพ ไม่ใส่สารปรุงแต่ง ปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)และมีกระบวนการผลิตที่มาตรฐาน โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มนี้ออกสู่ท้องตลาดเพิ่มต่อเนื่องทุกปี โดยกลุ่มประเทศละตินอเมริกาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า30 %ออสเตรเลียกว่า 29 % อเมริกาเหนือกว่า 17 % แอฟริกากว่า 21% ยุโรปตะวันตกกว่า 19% ยุโรปตะวันออก และ เอเชียกว่า 10 % โดยกลุ่มที่การออกสู่ท้องตลาดเพิ่มมากที่สุดในเอเชีย คือ อาหารที่ไม่ใส่สารปรุงแต่ง ที่เพิ่มถึง 11 % ในปี 2016

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    4. Blurred line between food and drugs : เส้นแบ่งที่จางลงระหว่าง ยา อาหาร และอาหารเสริมHippocrates เคยกล่าวไว้นานมาแล้วว่า “Let food be your medicines.” “Let medicines be your food.”หรือทานอาหารให้เป็นยา อย่าทานยาเป็นอาหาร ปัจจุบันคำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นคำเปรียบเปรยให้ดูแลสุขภาพจากอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายเท่านั้น เพราะโลกยุคใหม่ มีนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ ทั้งให้คุณค่าทางโภชนาการและยังใส่ส่วนผสมที่บำรุง ป้องกัน ตลอดจนรักษาโรคบางชนิดไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม “Nutraceutical” ที่เกิดจากการผสมระหว่างคำว่า Nutrition (โภชนาการซึ่งเน้นถึงอาหาร) กับคำว่า Pharmaceutical (ยา) เข้าด้วยกัน รวมถึงกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพ และเสริมความงามที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง จนในปัจจุบันตลาดอาหารเสริมในไทยมีมูลค่ามากกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตลักษณะโครงสร้างทางสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โลกจะทวีความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้ตลาดอาหารกลุ่มนี้เติบโต 6-7% ต่อปี และคาดการณ์ว่า ในปี 2560 นี้จะมีมูลค่ามากถึง 1 ล้านล้านเหรียญ โดยจีน บราซิล และอเมริกาคือประเทศที่บริโภคสูงสุดตามลำดับ

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    5. Sweeter Balance : แม้น้ำตาลเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับสุขภาพที่ดี แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคยังคงต้องการรสชาติแสนอร่อยที่คุ้นเคยสมดุลแห่งความหวานกับสุขภาพ จึงยังเป็นประเด็นสำคัญที่อุตสาหกรรมอาหารให้ความใส่ใจ จนมีตัวเลือกเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหญ้าหวานเด็กซ์โตรส หรืออื่น ๆ และเพราะความใส่ใจของผู้บริโภคในด้านความสมดุลระหว่างรสชาติหวานหอมอร่อยและสุขภาพที่ดีนี้เองได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยมีจุดประสงค์หลักคือใช้ช่วยลดความแปรปรวนของระดับน้ำตาลในร่างกาย และระดับพลังงานให้สมดุลมากยิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตเราจะได้เห็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่มาจากธรรมชาติ หรืออาจมีวัตถุดิบอื่นผสมเข้าไปด้วยเพื่อให้ได้ความหวานที่รักษาระดับน้ำตาลในร่างกายให้สม่ำเสมอ

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    6. Seed of Change :จากการที่ผู้บริโภคสนใจในเมล็ดต่าง ๆ อย่างเมล็ดเจียและควินัวนั้น กลายเป็นใบเบิกทางให้แก่เมล็ดพันธุ์อื่น ๆ นำมาซึ่งรสชาติ สัมผัส ของธรรมชาติที่หลายหลาย ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและมีโปรตีนสูง จนทำให้บริษัทต่าง ๆ วิจัยพัฒนาและมองหาเมล็ดพันธุ์อื่น ๆ เข้าสู่ตลาด นำมาต่อยอดในรูปแบบต่าง ๆ เช่นการสกัดเป็นน้ำมันเป็นผง ตลอดจนนำมาแปรรูปเพื่อแทนที่อาหารแบบเดิม เช่น แป้งเด็กจากธัญพืช เส้นสปาเกตตี้จากถั่ว พาสต้าจากควินัว เป็นต้น

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    7.สุขภาพที่ลงตัว : เมื่อหลายปีที่ผ่านมาผู้บริโภคมักเลือกสรรนมไขมันต่ำ น้ำตาลน้อย และเข้มงวดในการงดอาหารบางประเภทอย่างแป้ง โปรตีน ไขมัน แต่ในปัจจุบันผู้บริโภคจะหันมาเลือกสรรอาหารและเครื่องดื่มที่ให้คุณค่าทางโภชนาการและให้พลังงานอย่างเต็มที่แทนอาหารไขมันต่ำ หรืองดอาหารแบบเดิมแต่ยังคงใส่ใจอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างยืดหยุ่นขึ้น เช่น อาหารในกลุ่ม low FODMAPs เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดกรดและแก๊สต่าง ๆ รวมถึงผู้บริโภคยังต้องการอาหารที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลสุขภาพของผู้บริโภคแต่ละคน อย่างอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอาหารสำหรับผู้ที่มีปัญหากระดูกข้อต่อ เป็นต้น

เทรนด์อาหาร 2018 เสริม"สุขภาพ-ความงาม"มาแรง!!

    8. Smart Packaging : อีกหนึ่งเรื่องที่อุตสาหกรรมอาหารให้ความสนใจ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบให้สวยงามดึงดูดใจผู้บริโภค สื่อสารคุณสมบัติของอาหาร สะดวกและคุ้มค่าในการจัดส่งแล้ว บรรจุภัณฑ์ยังทำหน้าที่บอกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการทานอาหารนั้น ๆ โดยในปัจจุบันการพัฒนา Smart Packaging กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของวงการอาหารทั่วโลก ทำให้การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถบอกช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับรับประทาน หรือวันหมดอายุได้โดยการเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูป เป็นต้น

ทปอ.ย้ำติดทีแคส 2 รอบแรก เรียนไม่ครบ80% หมดสิทธิ์มอบตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290773

ทปอ.ย้ำติดทีแคส 2 รอบแรก เรียนไม่ครบ80% หมดสิทธิ์มอบตัว

ทปอย้ำติดทีแคสรอบ1-2, ทีแคส, 80, ชั้นเรียน, มปลาย, ทปอย้ำติดทีแคส, รอบแรก, เรียนไม่ครบ80, หมดสิทธิ์มอบตัว, สกอ, ทปอ, TCAS, แฟ้มสะสมผลงาน

สมาคมทปอ.เผยระบบทีแคส คาดรับรวม 3 แสนกว่าคน จาก65 แห่ง พร้อมย้ำสอบติดรอบที่1 และ2 ถ้าไม่มีใบเข้าชั้นเรียนไม่น้อยกว่า 80 % หมดสิทธิ์มอบตัว

        เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2560 ที่สำนักคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่าตามที่สมาคมทปอ.ได้ประกาศให้มีระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบัน อุดมศึกษา หรือทีแคส (TCAS) ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป โดยมีมหาวิทยาลัย/สถาบันเข้าร่วมในระบบทีแคส จำนวน 72 แห่ง ซึ่งข้อมูลวันที่ 3 ส.ค.2560 พบว่า มีสถาบันอุดทศึกษา  65 แห่งที่ส่งข้อมูลมา โดยมีจำนวนประมาณการรับรวม 300,054 คน จากสถาบันอุดมศึกษา 65 แห่ง   แบ่งการรับเป็น 5 รอบ ดังนี้ รอบที่ 1 การรับด้วย Portfolio (แฟ้มสะสมผลงาน) 78,951 คน รอบที่ 2 การรับแบบโควตา 94,383 คน รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน 61,617 คน รอบที่ 4 การรับแบบ Admissions 36,969 คน และรอบที่ 5 การรับตรงอิสระ  28,134 คน  ซึ่งจำนวนการรับในรอบที่ 1 และรอบที่ 2 รวมกันมีจำนวน 173,334 คน คิดเป็นร้อยละ 57.76 ของยอดประกาศรับทั้งหมด

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า จากการที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าเมื่อเด็กสอบติดในรอบที่ 1  และ2 แล้ว อาจจะไม่ได้เรียนในชั้นเรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากตามปฏิทินการสอบ ทปอ.ประกาศผลผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกรอบที่ 1 ในวันที่ 22 ธ.ค. 2560  และเหลืออีกระยะเวลา 2 เดือน กว่าเด็กจบภาคเรียนที่ 2 หรือจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ดังนั้น เพื่อให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ผ่านการคัดเลือกแล้วต้องอยู่ในชั้นเรียนให้ครบตามระยะเวลาของปฏิทินการศึกษาของโรงเรียน และนำใบเข้าชั้นเรียนในภาคการศึกษาสุดท้ายไม่น้อยกว่า 80 % ของเวลาเรียนทั้งหมด มายื่นต่อมหาวิทยาลัยในวันที่มีการมอบตัวเข้าเป็นนักศึกษา จึงถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนของการคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ

“ต่อให้นักเรียนสอบติดในรอบที่ 1 หรือ 2 แต่หากไม่มีใบเข้าชั้นเรียนในภาคการสึกษาสุดท้ายไม่น้อยกว่า 80 % ก็ไม่มีสิทธิ์มอบตัว เพราะการศึกษาม.ปลายมีคุณค่า และมีความสำคัญ อยากให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า  อย่ามองว่าติดแล้วไม่ตั้งใจเรียน” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้  สำหรับจำนวนการรับตรงในปี 2560 ซึ่งเทียบได้กับการรับในรอบที่ 1-3 ของระบบ TCAS 61  พบว่าการรับตรงในปี 2560 มี 238,964 คน ในส่วนการรับทีแคส 2561 รอบที่ 1-3 มี 234,951 คน แสดงให้เห็นว่าจำนวนการรับในรอบที่ 1-3 ในระบบทีแคส 2561 มีจำนวนใกล้เคียงกับจำนวนรับในปีที่ผ่านมา ในสาขาวิชาหลักของประเทศ เช่น สาขาในโครงการ กสพท. ที่มีการประกาศรับในรอบที่ 3 ก็ไม่ได้มีจำนวนที่ลดลงแต่อย่างใด โดยในปี 2560 รับ 1,843 คน และในปี 2561 รับ 2,666 คน  อย่างไรก็ตาม  การกำหนดเกณฑ์ คุณสมบัติ และจำนวนรับบุคคลในรอบต่างๆของสถาบันอุดมศึกษา พิจารณาตามนโยบายการบริหารงานและดุลยพินิจอย่างรอบคอบจากสถาบันอุดมศึกษาที่ปรับเปลี่ยนและยืดหยุ่นไปตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งสนองต่อนโยบายของรมว.ศึกษาธิการที่ต้องการให้นักเรียนอยู่ในชั้นเรียนครบตามระยะเวลาในปฏิทินการศึกษา สถาบันอุดมศึกษามีความเป็นอิสระทางวิชาการและยึดมั่นในหลักการที่จะผลิตบัณฑิตที่เป็นกำลังคนที่มีคุณภาพเข้าสู่สังคมตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างแท้จริง

MINDFIT แอพป้องกันซึมเศร้าวัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290713

MINDFIT แอพป้องกันซึมเศร้าวัยรุ่น

Mindfit แอพป้องกันซึมเศร้าวัยรุ่น, Mindfit

กรมสุขภาพจิต เตรียมเปิดตัว Mindfit แอพพลิเคชั่นป้องกันซึมเศร้าในวัยรุ่น กันยายนนี้

     นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า รพ.พระศรีมหาโพธิ์ ศูนย์เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้า ได้ทำวิจัยกลุ่มวัยรุ่นไทย อายุ 15-18 ปี ที่มีประสบการณ์ซึมเศร้า ทั้งชายและหญิง ทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จำนวน 177 คน พบว่า ลักษณะอาการเด่นที่พบมากในวัยรุ่น คือ การแยกตัว หงุดหงิด มีอารมณ์เศร้า คิดว่าตนเองไร้ค่า เด็กผู้ชายมักทำกิจกรรมที่โลดโผน ใช้ความเร็ว ร่วมกับมีอารมณ์วู่วาม ในขณะที่ผู้หญิงจะพบการร้องไห้หรือระบายอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า

      อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า เมื่อวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการซึมเศร้าของวัยรุ่น พบว่า เกิดจากปัจจัยด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านครอบครัว เช่น พ่อแม่แยกทางกัน ทะเลาะกันบ่อยๆ ถูกคาดหวังสูง รู้สึกน้อยใจ ไม่ได้รับความรัก ครอบครัวมีรายได้น้อยและมีหนี้สิน

     ด้านสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น เช่น มีปัญหากับเพื่อน ไม่ได้รับการยอมรับ ด้านบุคลิกภาพ การเจ็บป่วย และการรับรู้ตนเอง เช่น เป็นคนเลือดร้อน วู่วาม หุนหันพลันแล่น เก็บกดความเครียดไว้ในใจ มีปัญหาหนี้สิน มีโรคประจำตัวเรื้อรังรักษาไม่หายขาด มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เหงา โดดเดี่ยว ไม่มีคนที่สามารถระบายความเครียด หรือพึ่งพาได้ ด้านการเรียน เช่น เรียนมากเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อน ผลการเรียนไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ด้านความรัก เช่น ถูกแฟนที่อยู่ด้วยกันทิ้งไป

      ด้านประสบการณ์การสูญเสีย หรือประสบกับเหตุการณ์ สภาพแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่น เจอกับเรื่องผิดหวังมากๆ ในชีวิต พิการ เพิ่งย้ายหรือเปลี่ยนโรงเรียน พ่อหรือแม่ป่วยหนัก ท้องในวัยเรียน เคยทำแท้ง มีคนในครอบครัวเป็นโรคทางจิตหรือโรคซึมเศร้า อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดและการถูกกระทำทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

      เช่น ถูกบังคับ ทำให้รู้สึกอาย พ่อแม่ทำร้ายร่างกาย คนรอบข้างกล่าวตำหนิบ่อยๆ ถูกโพสต์ตำหนิในโลกโซเชี่ยล ถูกรุมด่า เพื่อนล้อ เพื่อนแกล้ง รู้สึกมีปมด้อย เสียหน้า ครูเข้มงวดเกินไป ดุ และใช้คำพูดไม่เหมาะสม เป็นต้น

     เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของวัยรุ่นได้อย่างตรงจุดจากการฟังเสียงสะท้อนของพวกเขา จึงได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Mindfit ขึ้น เพื่อป้องกันการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ด้วยการแปลงกิจกรรมในการปรับความคิดและพฤติกรรมมาเป็นกิจกรรมง่ายๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือ ประกอบด้วย กิจกรรมในการปรับความคิด การจัดการกับปัญหา การปรับพฤติกรรม การฝึกคิดบวก การแสดงความรู้สึก และการปรับเป้าหมายของชีวิต

     โดยจะมีการประเมินอาการซึมเศร้าด้วยการใช้สัญลักษณ์หน้าตา ที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังการประเมิน ผลการประเมินจะประมวลออกมาเป็นพลังใจ ถ้าซึมเศร้ามากพลังใจจะน้อย และจะมีกิจกรรมต่างๆให้ทำเพื่อเพิ่มพลังใจให้มากขึ้น ตลอด 1 เดือน

     “ซึ่งแต่ละวันจะมีการเตือนจากโทรศัพท์ในการให้กำลังใจและให้รางวัล เช่น กิจกรรมที่ต้องทำ คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หากในช่วงเวลาที่ควรนอนนั้น ยังมีการหยิบใช้โทรศัพท์อยู่ โทรศัพท์ก็จะมีการเตือนให้พักผ่อนได้แล้ว เป็นต้น โดยพร้อมเปิดให้บริการดาวน์โหลดได้ฟรี ทั้งระบบ Android และ iOs กันยายน นี้”  อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290711

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

ข้าวฮางงอกเยาวชนคนหนองบัวลำภู, ข้าวฮางงอก, Moderate Class More Knowledge, เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม, เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม, เดือนธันวาคม - มีนาคม

ร.ร.เฉลิมพระเกียรติฯ หนองบัวลำภู จัดทำโครงงาน “ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า เยาวชนคนหนองบัวลำภู”

      นางวิมล ปานะถึก ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ หนองบัวลำภู ในพระราชูปถัม์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนได้จัดทำโครงงาน “ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า เยาวชนคนหนองบัวลำภู” ขับเคลื่อนกระบวนการ PLC สู่สถานศึกษา ยุค Thailand 4.0 ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (Moderate Class More Knowledge)

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

        เพื่อสร้างเสริมสมรรถนะและการเรียนรู้ สร้างเสริมคุณลักษณะและค่านิยม สร้างเสริมทักษะการทำงาน การดำรงชีพ และทักษะชีวิตของนักเรียน ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกการทำประโยชน์ต่อสังคมและสร้างความภาคภูมิใจใน ความเป็นไทย โดยมีการดำเนินการตามแผนงาน/โครงการ 3 ระยะ คือ

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

     ระยะที่ 1 นักเรียนเรียนรู้เรื่องการปลูกข้าว และการสร้างองค์ความรู้ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการ PLC (เดือนมิถุนายน – กรกฎาคม) ได้แก่ ทำการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว การเตรียมนาหว่าน การหว่านกล้า การถอนกล้า การเตรียมดินสำหรับดำนา และการดำนา

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

      ระยะที่ 2 นักเรียนเรียนรู้เรื่องการเก็บเกี่ยวผลผลิต และการสร้างองค์ความรู้ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการ PLC (เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม) ได้แก่ การเกี่ยวข้าว การตีข้าว และการเก็บรักษาข้าว

ข้าวฮางงอกยั่งยืนด้วยสองมือหลานย่า

      ระยะที่ 3 การเรียนรู้และการสร้างองค์ความรู้เรื่องการทำข้าวฮางงอกขับเคลื่อนด้วยกระบวนการ PLC (เดือนธันวาคม – มีนาคม) ได้แก่ การทำข้าวฮางงอก การแปรรูปผลผลิต การตลาด การสร้างเครือข่าย และการขยายผล