“กฤษณพงศ์” คุ้นเคยกับ มก.ไม่หนักใจต้องบริหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272384

“กฤษณพงศ์” คุ้นเคยกับ มก.ไม่หนักใจต้องบริหาร

ผู้ทรงคุณวุฒิ, กรรมการสภา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นายกสภา, กฤษณพงศ์, คุ้นเคย, กับ, ไม่, หนักใจ, ต้อง, บริหาร, คุ้นเคยกับ

“กฤษณพงศ์”เตรียมประชุมร่วมฝ่ายบริหาร มก.20 เม.ย.นี้หลังได้รับโปรดเกล้าฯเป็นนายกสภามหาวิทยาลัย ระบุไม่หนักใจ คุ้นเคยและทำงานกับทาง มก.ในฐานะนักวิชาการศึกษามาตลอด

           ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จำนวน 15 ราย ประกอบด้วย  นายกฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัย นายกฤษฎา บุณยสมิต นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ พลโทชุมพล เปี่ยมสมบูรณ์ นายดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ นายปิยะวัติ บุญ-หลง นายพีรเดช ทองอำไพ นายพีระศักดิ์ ศรีนิเวศน์ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายยุคล ลิ้มแหลมทอง นายลักษณ์ วจนานวัช พลเอก วุฒินันท์ ลีลายุทธ นายสมพร อิศวิลานนท์ นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ นายโสภณ ภูเก้าล้วน และนายอมเรศ ภูมิรัตน มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2560 เป็นต้นไปนั้น

นายกฤษณพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 20 เม.ย. นี้ จะหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยชุดปัจจุบันว่ามีประเด็นอะไรที่จะต้องเร่งดำเนินการบ้าง เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีกฏหมายการบริหารงาน นั้นคือพ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ ดังนั้นจะต้องมาดูว่ามีอะไรที่จะต้องเร่งดำเนินการก่อนและหลัง หรือมีอะไรที่ยังไม่ได้ดำเนินการบ้าง เพื่อจะได้วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆก่อนที่จะสรุปและเสนอให้สภามหาวิทยาลัยชุดใหม่พิจารณา

รวมทั้ง ต้องขอดูรายชื่อกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่นอกเหนือจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อจะได้มาร่วมมือกันบริหารงานของมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่หนักใจในการเข้ามาบริหารงาน  เพราะคุ้นเคย และทำงานร่วมกับผู้บริหาร บุคลากรของมก.มาตลอด ในฐานนักวิชาการด้านการศึกษา

หวั่น!!เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ไม่เป็นธรรมกับครูที่มีสิทธิเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272333

หวั่น!!เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ไม่เป็นธรรมกับครูที่มีสิทธิเดิม

ครูที่มีสิทธิเดิม, หลักเกณฑ์ใหม่, หวั่น, เกณฑ์, วิทยฐานะ, ใหม่, ไม่เป็นธรรม, กับ, ครู, ที่, สิทธิ, เดิม, หมอธี, พินิจศักดิ์

กลุ่มครูบุก ศธ.ยื่นหนังสือ “หมอธี” ขอพิจารณาหลักเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ห่วงกระทบ ไม่เป็นธรรม “พินิจศักดิ์” แจงอยู่ระหว่างทำหลักใหม่ คาดประกาศใช้ทัน 5 ก.ค.นี้

           เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนชมรมครูผู้ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์วิทยฐานะใหม่ที่จะประกาศใช้วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ทั่วประเทศ  ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์ เลขาธิการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  เพื่อขอให้พิจารณาเกี่ยวหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ใหม่  เนื่องจากหากมีการประกาศใช้ จะทำให้ครูที่บรรจุตั้งแต่ปี 2551-2559 ได้รับผลกระทบ เกิดความไม่เป็นธรรม

เพราะครูที่บรรจุหลังวันที่ 5 กรกฎาคม ในปีที่ครบระยะเวลาจะหมดสิทธิยื่นขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เดิม ทั้งที่ได้เตรียมรวบรวมผลงานไว้แล้ว ทำให้ครูขาดแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง และขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่  อีกทั้งยังกังวลในเรื่องการสะสมชั่วโมงสอนเพื่อเข้าสู่วิทยฐานะ เพราะหากไม่มีชั่วโมงสอนที่เพียงพอก็ไม่สามารถรับเป็นคูปองเพื่อเข้าอบรมพัฒนาตามหลักสูตรที่สำนักงานก.ค.ศ. กำหนดได้ โดยมีพลโทโกศล  ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. รับเรื่องแทน รมว.ศึกษาธิการ

หวั่น!!เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ไม่เป็นธรรมกับครูที่มีสิทธิเดิม

นายพินิจศักดิ์   กล่าวว่า ขณะนี้รายละเอียดหลักเกณฑ์ประเมินวิทยฐานะใหม่ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ ย้ำให้ดูแลไม่ให้ที่มีสิทธิ์ยื่นวิทยฐานะเดิมเสียสิทธิ ขณะเดียวกันจะต้องรับฟังความคิดเห็น จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อน โดยสำนักงานก.ค.ศ. ได้กำหนดปฏิทิน เกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะ ไว้แล้ว ว่าในช่วงเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม เป็นการจัดทำตัวชี้วัด ผลการปฏิบัติงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ด้านการจัดการเรียนการสอน พร้อมทำคู่มือการประเมินตามตัวชี้วัดดังกล่าว

จากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)วิสามัญ เกี่ยวกับการพัฒนานโยบายและระบบบริหารงานบุคคล พิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะใหม่ และในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อนำผลสรุปเข้าที่ประชุมอ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับการพัฒนานโยบายฯ อีกครั้ง ก่อนเสนอคณะกรรมการก.ค.ศ. พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนประกาศใช้ให้ทันวันที่ 5 กรกฎาคม

หวั่น!!เกณฑ์วิทยฐานะใหม่ ไม่เป็นธรรมกับครูที่มีสิทธิเดิม

ร่างหลักเกณฑ์ใหม่ ที่เสนอให้รัฐมนตรีว่าการศธ. พิจารณา หลัก ๆ จะดู 1.เรื่อง ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง/วิทยฐานะ ซึ่งกำหนดแต่ละช่วง 5 ปี 2.ระยะเวลาการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องมีภาระงาน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวม 800 ชั่วโมงต่อปี 3. ต้องเป็นผู้มีวินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ คือ ไม่ถูกลงโทษทางวินัย/จรรยาบรรณ วิชาชีพ ย้อนหลัง 3 ปีนับถือว่าที่ยื่นคำขอ และในระหว่างดำเนินการจนถึงวันที่ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) หรือก.ค.ศ.มีมติอนุมัติ 4. ผ่านการอบรมและพัฒนาตามหลักสูตรที่ก.ค.ศ.กำหนด และ5.ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งทั้งหมดยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะรัฐมนตรีว่าการศธ. สั่งให้ปรับแก้บางส่วนให้เหมาะสมเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีคุณสมบัติอยู่เดิม ที่จะต้องมีทำบทเฉพาะกาล ให้สามารถนำผลงานที่เตรียมไว้มาเทียบได้ ซึ่งอาจจะต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการยื่น

“ผมยืนยันว่า คนที่มีสิทธิและได้เตรียมผลงาน และคนที่มีระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์สามารถนำมาปรับเทียบเพื่อขอมีวิทยฐานะในระบบใหม่ได้ ส่วนครูกลุ่มค้างทอ ซึ่งได้ยื่นขอประเมินวิทยฐานะไว้แล้ว ก็สบายใจได้ สามารถขอเข้ารับการประเมินได้ตามหลักเกณฑ์เดิม ไม่อยากให้ครูกังวล และข้อให้ติดตามข้อมูลจากก.ค.ศ.และเว็บไซต์ของศธ.เท่านั้น อย่าไปหลงเชื่อคนอื่น” นายพินิจศักดิ์ กล่าว

จับมือพัฒนาคนด้านธุรกิจอาหารจบได้วุฒิปวช.-ปวส.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272322

จับมือพัฒนาคนด้านธุรกิจอาหารจบได้วุฒิปวช.-ปวส.

ค้าปลีก, บริการ, ธุรกิจอาหาร, ปวส, ปวช, ทวิภาคี, บริษัทแพชชั่น, พนักงาน, จับมือ, พัฒนา, ด้าน, ธุรกิจ, อาหาร, ได้, วุฒิ, ปวช, ปวส

อาชีวะ-บ.ฟู้ดแพชชั่น ปรับร้านเป็นโรงงาน-โรงเรียน พัฒนากำลังคน และยกระดับวิชาชีพในสาขาธุรกิจอาหาร การบริการ ให้พนักงาน 1,700 คน

         สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ร่วมกับบริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด มีแบรนด์ในเครือประกอบด้วย ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า ร้านจุ่มแซ่บฮัท และร้านฮอทสตาร์ ลงนามในบันทึกความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนรูปแบบทวิภาคี โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า สอศ.จะร่วมกับ บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ในการพัฒนากำลังคน เพื่อยกระดับคุณวุฒิ การศึกษาวิชาชีพแก่พนักงานบริษัท ทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รวมทั้งร่วมกัน ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน

เบื้องต้น กรอบความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 5 ปี โดย สอศ.มอบหมายให้สถานศึกษาในสังกัดสอศ. จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี,วิทยาลัยพณิชยการบางนา, วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี, วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม, วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ, วิทยาลัยเทคนิคพะเยา, วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา, วิทยาลัยเทคโนโลยีทักษิณาบริหารธุรกิจ, วิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการเพชรเกษม และวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ตั้งเป้าพัฒนาทั้งสิ้น 1,700 คน แบ่งเป็น ระดับปวช. สาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก สาขางานธุรกิจและบริการ จำนวน 1,000 คน และระดับปวส. สาขาวิชาธุรกิจอาหาร สาขางานการจัดการธุรกิจค้าปลีกร้านอาหารและภัตตาคาร จำนวน 700 คน และคาดว่าจะให้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สายเทคโนโลยี หรือปฎิบัติการของสอศ.ต่อไป

ด้าน นางนาฑีรัตน์ บุญรัตน์ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะพัฒนารูปแบบการจัดการของร้านในเครือให้เป็นรูปแบบของ “โรงงานโรงเรียน” และผลักดันให้พนักงานบริษัท ได้ศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษาแบบทวิภาคี ทั้งในระดับ ปวช.และ ปวส.จำนวน 1,700 คน โดยบริษัทจะส่งผู้ชำนาญการในแต่ละสาขามาร่วมให้การฝึกอบรมทั้งการให้ความรู้ที่เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ และการร่วมการทำสื่อการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพต่างๆ เพราะฉะนั้น การจัดการศึกษาจะมีทั้งในสถานที่ของบริษัท หรือของร้านที่จัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และบางรายวิชาก็จัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา โดยผู้เรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถที่เป็นพื้นฐานจำเป็นของอาชีพ ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เพิ่มผลผลิตของบริษัท และเพิ่มรายได้ให้แก่พนักงาน

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272193

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง

มหาวิทยาลัยรังสิต, อาจารย์ประจำเคมี, เอนไซม์ไทโรซิเนส, ความชุ่มชื่น, สารสกัดเปลือกเงาะ, สาร, สกัด, เปลือก, เงาะ, สู่, ส่วนผสม, เครื่องสำอาง

อาจารย์ ม.รังสิต วิจัยสารสกัดจากเปลือกเงาะ พัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ นำไปสู่การพัฒนาเป็นส่วนผสมที่ปลอดภัย ลดการนำเข้าสารเคมี-เครื่องสำอางต่างประเทศ

        ผศ.ดร.ปรานอม ขาวเมฆ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ผลไม้ซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิด รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำผลไม้ในประเทศไทย มีการนำผลไม้หลายชนิดมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพิ่มมากขึ้น ผลพลอยได้จากการแปรรูปคือ เปลือก เยื่อผิว และเมล็ดของผลไม้ ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้ผลิตปุ๋ยชีวภาพ และเลี้ยงสัตว์ ทำให้มีมูลค่าลดลง การนำกลับมาใช้ใหม่ของผลพลอยได้นี้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ ขึ้นอยู่กับชนิดและวัตถุประสงค์การนำไปใช้

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง

ผศ.ดร.ปรานอม ขาวเมฆ

ทั้งนี้ งานวิจัยที่ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี การศึกษาคุณสมบัติของการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ การศึกษาสมบัติการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และการผลิตครีมบำรุงผิวของสารสกัดจากเปลือกเงาะ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่ปลอดภัยต่อไป ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าสารเคมี และเครื่องสำอางจากต่างประเทศ

“จากงานวิจัยพบว่า เมื่อนำสารสกัดในส่วนต่างๆ จากเปลือกเงาะ มาทดสอบฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ โดยใช้วิตามินซีและวิตามินอีเป็นสารเปรียบเทียบพบว่า สารสกัดจากเปลือกเงาะ มีค่า IC50 อยู่ในช่วง 0.01 ถึง 0.13 ppm ส่วนวิตามินซี และวิตามินอี มีค่า IC50 เท่ากับ 1.52 และ 0.59 ppm ตามลำดับ ซึ่งจะพบว่าสารสกัดจากเปลือกเงาะ ให้ผลในการต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าวิตามินซีและวิตามินอีค่อนข้างสูง”ผศ.ดร.ปรานอม กล่าว

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง

ผศ.ดร.ปรานอม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าสารสกัดจากเปลือกเงาะเหล่านี้ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวมีสีหมองคล้ำ จากการศึกษาองค์ประกอบ ทางเคมีพบว่า สารประกอบที่น่าจะเป็นสารที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพนี้ คือ ascorbic acid, 3,4-dihydroxybenzoic acid และ 3,4-dihydroxybenzaldehyde จากการค้นข้อมูลโดยใช้ฐานข้อมูล Science Direct ยังไม่พบว่ามีงานวิจัยใดสามารถแยก ascorbic acid ได้จากสารสกัดของเปลือกเงาะ

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง

นอกจากนี้ ยังพบว่าครีมบำรุงผิวที่ผสมสารสกัดหยาบจากเปลือกเงาะ เมื่อนำไปทดสอบการระคายเคืองผิว และทดสอบความชุ่มชื้นต่อผิวในอาสาสมัคร 25 คน เป็นเวลานาน 30 วัน พบว่า ไม่เกิดอาการระคายเคืองหรืออาการแดงต่อผิวหนัง ผลการทดสอบความชุ่มชื้นพบว่า ครีมบำรุงผิวที่ผสมสารสกัดจากเปลือกเงาะสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ดี โดยมีความชุ่มชื้นอยู่ในช่วง 36.2 ± 0.1 ถึง 61.0 ± 0.1 % ส่วนครีมที่ไม่ได้ผสมสารสกัดจากเปลือกเงาะมีความชุ่มชื้นอยู่ในช่วง 31.1 ± 0.1 ถึง 57.7 ± 0.1 % สารสกัดจากเปลือกเงาะจึงมีศักยภาพที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้

สารสกัดเปลือกเงาะสู่ส่วนผสมเครื่องสำอาง


นายกฯเป็นประธานวันแรงงานแห่งชาติ’60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272182

นายกฯเป็นประธานวันแรงงานแห่งชาติ’60

ผู้ใช้แรงงาน, รัฐวิสาหกิจ, 1 พฤษภาคม, วันแรงงาน, นายกฯ, เป็น, ประธาน, วัน, แรงงาน, แห่งชาติ

จัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2560 เคลื่อนริ้วขบวนแรงงาน-ผู้ใช้แรงงานจากสนามกีฬากองทัพบก สู่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ นายกฯเป็นประธานในพิธี

       นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.)เปิดเผยว่า ทุกวันที่1พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันแรงงาน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ โดยการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี2560นั้นคณะกรรมการจัดงานจาก15สภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย มีนายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย เป็นประธาน

        อย่างไรก็ตามทุกปีจะจัดงานที่บริเวณท้องสนามหลวงแต่เนื่องจากกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมสถานที่สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่9ดังนั้นกสร.จึงได้กำหนดสถานที่จัดงานใหม่ ณ ประรำพิธี กระทรวงแรงงาน โดยกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้าพิธีสงฆ์ เวลา07.00.โดยพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุลรมว.แรงงานเป็นประธาน

        จากนั้นเวลา08.30.เคลื่อนริ้วขบวนถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ริ้วขบวนเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ริ้วขบวนกระทรวงแรงงาน และริ้วขบวนของผู้ใช้แรงงาน จากบริเวณหน้าสนามกีฬากองทัพบกไปตามถนนวิภาวดีรังสิตเข้าสู่อาคารกีฬาเวสน์2ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทยญี่ปุ่น)โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ2560ในเวลา11.00.

         นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ศาสตร์พระราชาในการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อผู้ใช้แรงงาน ยุทธศาสตร์แรงงาน สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน การจัดสลากมอบรางวัล พร้อมรับชมคอนเสิร์ต จากดารา ศิลปินมากมาย

อาชีวะอาสาโดนใจคนแห่ใช้บริการสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/272169

อาชีวะอาสาโดนใจคนแห่ใช้บริการสงกรานต์

ท่องเที่ยว, ตรวจสภาพรถยนต์, อาชีวะ, อาสา, โดนใจ, แห่, ใช้, บริการ, สงกรานต์, อาชีวะ อาสา, อาชีวะอาสา

สอศ.เผยประชาชนมั่นใจเข้ารับบริการ “อาชีวะ อาสา” คนแวะพักกว่า 2.8 หมื่นคน นำรถตรวจสภาพ 3.5 หมื่นคันช่วงเทศกาลสงกรานต์

       ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยถึงความสำเร็จของ โครงการ “อาชีวะอาสา” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่เปิดให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี ให้บริการระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2560 ระหว่างเวลา 08.00-00.30 น. จำนวน 251 ศูนย์ บนเส้นทางสายหลักและสายรองทั่วประเทศ

โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้มีการสำรวจการเข้าใช้บริการของประชาชนในช่วงดังกล่าว พบว่า มีรถเข้ารับบริการรวมทั้งสิ้น 35,929 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ 19,628 คัน รถกระบะ/ปิกอัพ 8,919 คัน รถยนต์ 6,463 คัน รถตู้ 644 คัน และ รถอื่นๆ 275 คัน

อาชีวะอาสาโดนใจคนแห่ใช้บริการสงกรานต์        นอกจากนี้ ยังพบว่ามีประชาชนเข้าร่วมใช้บริการสอบถามข้อมูลเส้นทาง/ การท่องเที่ยว ที่พักหรือโรงแรม และแวะพัก ดื่มน้ำ ชา กาแฟ ฯลฯ จำนวน 28,089 คน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้สร้างการเรียนรู้และประสบการณ์จากการทำงานในสถานการณ์จริง และรู้จักการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้เกิดทักษะสังคม ทักษะชีวิต ซึ่งต้องดำเนินควบคู่ไปกับทักษะอาชีพ

อาชีวะอาสาโดนใจคนแห่ใช้บริการสงกรานต์

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า จากการออกเยี่ยมศูนย์เพื่อตรวจสอบสภาพการปฏิบัติงานจริงและเพื่อให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ และขอบคุณ นักเรียน นักศึกษา ครู และผู้บริหารที่ได้ร่วมเปิดศูนย์อาชีวะอาสาให้บริการแก่ประชาชน พบว่าประชาชนที่มาใช้บริการคือผู้ที่เดินทางกลับบ้านหรือภูมิลำเนาซึ่งอยู่ต่างจังหวัด และผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ มีทั้งผู้ที่เข้ามาใช้บริการโดยตรง และผู้ที่ประสบปัญหาระหว่างทาง ซึ่งศูนย์อาชีวะอาสา ได้ออกไปรับรถมาดูแลอาการเบื้องต้น หลายรายที่พบว่าหม้อน้ำแห้ง น้ำมันเครื่องพร่อง ก็มีการตรวจ-เติมให้ ตรวจเช็คร่องรอยการรั่ว ตรวจเช็คลมยาง ฯลฯ ซึ่งนักศึกษาที่มาอยู่ประจำศูนย์เป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ รถยนต์ มากพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของจิตอาสาซึ่งถือว่าเสียสละมาก

8 หลักสูตรป.เอกไม่ได้มาตรฐานต้องปรับปรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271988

8 หลักสูตรป.เอกไม่ได้มาตรฐานต้องปรับปรุง

7สถาบันไม่ได้มาตรฐาน, หลักสูตรปเอกใน, สถาบัน, ตรวจ, 8หลักสูตรไม่สอดคล้องมาตรฐาน, 7 สถาบัน, กกอ, ปริญญาเอก, 8หลักสูตรปเอกของ7, ไม่ได้, ตาม, มาตรฐาน, หลักสูตร, เอก, ไม่, ได้มาตรฐาน, ต้อง, ปรับปรุง

สกอ.เผยผลตรวจเยี่ยมหลักสูตรป.เอก 7 สถาบัน พบ 8 หลักสูตรไม่สอดคล้องตามมาตรฐน อาจารย์ประจำไม่เป็นตามกำหนด ไม่ตรงสาขาวิชาที่สอน เตรียมแจ้งมหาวิทยาลัยเร่งปรับปรุง

          ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกอ. เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมเห็นชอบผลการตรวจเยี่ยมการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก ปี 2560 ของคณะอนุกรรมการทำงาน ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาระดับปริญญาเอก ที่ได้มีการการตรวจเยี่ยม 18 หลักสูตร 7 สถาบัน  ผลปรากฏว่าจัดการศึกษาไม่สอดคล้องตามมาตรฐาน 8 หลักสูตร จัดการศึกษาระดับปริญญาเอกได้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐาน  9 หลักสูตร และแจ้งขอปิด 1 หลักสูตร  อย่างไรก็ตาม หลักสูตรที่จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐาน  เช่น อาจารย์ประจำหลักสูตร/อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่เป็นไปตามที่กำหนด  คุณวุฒิอาจารย์ประจำหลักสูตร/อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรไม่ตรงกับสาขาวิชาที่จัดการเรียนการสอน และคุณภาพของดุษฎีนิพนธ์ เป็นต้น

“ในการตรวจเยี่ยมจะเน้นหลักสูตรปริญญาเอกเป็นหลัก แต่ถ้ามหาวิทยาลัยไหนมีการจัดการศึกษาระดับปริญญาโทด้วยก็จะมีการตรวจเยี่ยมได้  ซึ่งจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จะแจ้งผลการตรวจเยี่ยมให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆได้รับทราบและปรับปรุงให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดต่อไป”ดร.สุภัทร กล่าว

สำหรับสถาบันอุดมศึกษาและหลักสูตรที่คณะคณะอนุกรรมการทำงาน ติดตามฯ ไปตรวจเยี่ยม ดังนี้

1.มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 1 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาวะผู้นำทาง

การศึกษา

2.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 7หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎี

บัณฑิต  สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา สาขาวิชาปรัชญา สาขาวิชาพระพุทธศาสนา และสาขาวิชาพระพุทธศาสนา (หลักสูตรนานาชาติ)

3.มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น 1หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต

  4.มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  สาขาวิชาภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและสาละวิน สาขาวิชาพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชน(หลักสูตรนานาชาติ

5. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  2 หลักสูตร  ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาบริหารการศึกษา  หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาบริหารการศึกษา

6.มหาวิทยาลัยศิลปากร 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ  สาขาวิชาการบริหารการศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตร สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

และ7. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาเขตอีสาน   1 หลักสูตร  ได้แก่ หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271956

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ความดันโลหิต, ฝึกบริหารลมหายใจ, ฝึก, บริหาร, ลมหายใจ, ด้วย, เกม, บรีธธิง, กันเถอะ

ช่วงเดือนที่ผ่านมากระแสการเล่นเกมเพื่อการแข่งขัน หรือ อีสปอร์ต (E-SPORT) ของเมืองไทยมีทั้งด้านบวก และด้านลบ

         …ทั้งที่แท้จริงแล้วการเล่นเกม ไม่ต่างจากการเล่นกีฬาที่ฝึกสมองประเภทอื่น เช่น หมากรุก หมากล้อม หากเล่นอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วยังเป็นการสร้างประโยชน์ด้านการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้ภาษา การตัดสินใจ และทักษะอื่นๆ อีกมากมาย

         ผศ.ดร. ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า ในหลากหลายประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ จีน สวีเดน ออสเตรีย ฯลฯ มีการสนับสนุนกีฬาอีสปอร์ตอย่างจริงจัง อีกทั้ง นอกจากเกมหลากหลายประเภทที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง อาทิ เกมต่อสู้ เกมผจญภัย เกมแอคชั่น ฯลฯ แล้ว ยังมีเกมสร้างสรรค์อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของความบันเทิงแล้ว ยังเป็นเกมที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพ อย่างเช่น เกมที่ช่วยปรับระบบการหายใจของผู้เล่นให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อาทิ เกมฝึกบริหารลมหายใจ (Breathing Training) เกมฝึกบริหารลมหายใจของผู้เล่นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการใช้ลมหายใจเป็นตัวกำหนดทิศทาง/การเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมบนสมาร์ทโฟน

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

          ผศ.ดร. ณัฐธนนท์ กล่าวต่อว่า สำหรับเกมดังกล่าวถูกพัฒนาโดย นักศึกษาสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ที่มุ่งปรับสมดุลลมหายใจของผู้เล่น (ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่อยู่ในภาวะตึงเครียด) ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึงเอื้อต่อการติดตามผลการรักษาทางการแพทย์ ผ่านกลไกการเล่นใน 2 ขั้นตอนคือ

1. บันทึกเสียงลมหายใจ/อายุ  เพื่อเลือกระดับการเล่นที่เหมาะสมกับอัตราการหายใจ/อายุของผู้เล่น

2. ใช้ลมหายใจกำหนดการเคลื่อนไหวของตัวละครในเกม เพื่อทำภารกิจเก็บเหรียญตามที่ระดับเกมกำหนด

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้เล่นมีอัตราการหายใจที่ 24 ครั้งต่อนาที (bpm) จะมีระดับการเล่นให้เลือกตั้งแต่ 24-28 ครั้งต่อนาที (bpm) ซึ่งเป็นการใช้ลมหายใจเข้า-ออก กำหนดการเคลื่อนไหวของตัวละครในเกม เพื่อเก็บเหรียญที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งในกรณีที่ผู้เล่นสามารถเก็บเหรียญทั้งหมดได้สำเร็จ และต้องการเล่นในระดับถัดไป จะต้องทำการบันทึกลมหายใจอีกครั้ง เพื่อเป็นการทดสอบว่า ผู้เล่นมีอัตราการหายใจอยู่ในระดับที่คงที่หรือไม่

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

พร้อมกันนี้ ทุกครั้งที่ผู้เล่นสามารถทำภารกิจได้สำเร็จ เกมจะแสดงผลอัตราการหายใจของผู้เล่นทันทีในรูปแบบกราฟ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของการหายใจนับตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มเล่น ซึ่งสามารถสะท้อนได้ว่า ผู้เล่นมีวิธีการหายใจที่ถูกต้องหรือไม่ (การหายใจในอัตราที่ช้าและลึก) อย่างไรก็ตาม เกมบรีธธิง เทรนนิ่งดังกล่าว อยู่ระหว่างการพัฒนารูปแบบเกมการฝึกให้มีความดึงดูด และใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นสามารถฝึกบริหารลมหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผศ.ดร. ณัฐธนนท์ กล่าว

อย่างไรก็ดี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ยังคงมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านเกม เพื่อป้อนอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นและเกมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพัฒนาหลักสูตรการออกแบบเชิงนวัตกรรมดิจิทัล (IDD) การใช้เทคโนโลยีเพื่อการออกแบบเกมอย่างครบวงจร การออกแบบสิ่งแวดล้อมการใช้แสงเงาและสีกำหนดอารมณ์ภาพในเกม เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมระหว่างผู้เล่นกับระบบ และหลักสูตรเทคโนโลยีดิจิทัลแนวสร้างสรรค์ (CDT) ที่ผสมผสานความรู้ด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ฟิสิกส์ และศิลปะเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างกราฟิกแสดงภาพเคลื่อนไหว จำลองสถานการณ์และพัฒนาเกมประเภทต่างๆ ได้อย่างสมจริงยิ่งขึ้น

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ผศ.ดร. ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร

ทั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมแอนิเมชั่นและเกมไทย ยังคงสร้างเม็ดเงินให้ประเทศได้มหาศาล โดยล่าสุดในปี 2558 พบว่า มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 12,745.50 ล้านบาท เติบโตจากปี 2557 ถึง 12.4% ซึ่งแบ่งออกเป็น ตลาดแอนิเมชั่น 3,851.10 ล้านบาท และตลาดเกมที่ 8,894.40 ล้านบาท (ที่มา: สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ) ซึ่งมีกระแสที่ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นแล้วหนึ่งในช่องทางที่จะประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมดังกล่าวคือ พัฒนาจุดเด่นของเกม ให้มีความแตกต่าง และโดดเด่นขึ้นมา โดยปัจจุบันเกมส์นอกจากเล่นจะเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังสามารถเสริมทักษะหรือสามารถใช้ในการรักษาโรคได้ โดยคาดว่าในอนาคตเกมเพื่อการแพทย์จะมีความนิยมมาก ผศ.ดร. ณัฐธนนท์ กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-986-9156 หรือติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต หมายเลขโทรศัพท์ 02-564-4440-59 ต่อ 2010 เว็บไซต์ www.sci.tu.ac.th

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

ฝึกบริหารลมหายใจด้วยเกม “บรีธธิง” กันเถอะ!!

 

จี้ทปอ.เปิดผลวิจัยเปิด-ปิดเรียนตามอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271972

จี้ทปอ.เปิดผลวิจัยเปิด-ปิดเรียนตามอาเซียน

สภาพอากาศ, ข้อเสีย, ข้อดี, ทปสท, เปิดปิดอาเซียน, จี้, ทปอ, เปิด, ผลวิจัย, ปิด, เรียน, ตาม, อาเซียน, บัณฑิตไทยไม่โกง

ทปสท.จี้ ทปอ.เปิดผลวิจัยเปิด-ปิดอาเซียน และยกเลิก ชี้ผลได้ไม่คุ้มเสีย ย้ำต้องดูผลกระทบทั้งสภาพอากาศ-การบริหารจัดการ-สอบบรรจุ-การเปิดเรียนในสถานศึกษาระดับอื่น

            ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวถึงกรณีการเปิดปิดเรียนมหาวิทยาลัยตามอาเซียน ว่า ทปสท.เคยเสนอให้มีการยกเลิกการเปิดปิดเรียนมหาวิทยาลัยตามอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2558 และเสนออีกหลายครั้ง ล่าสุดในปี 2559 ตนและคณะได้ทำวิจัยเรื่อง “การศึกษาผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนการเปิดภาคเรียนของสถาบันอุดมศึกษาภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเฃียน”  พบว่า คณาจารย์บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องกับสถาบันอุดมศึกษา(ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ผู้ประกอบการ ร้อยละ 86.33 ไม่เห็นด้วยกับการเปิดภาคเรียนตามอาเฃียน ร้อยละ 62.33 เห็นว่าการเปิดภาคเรียนตามอาเฃียนส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี สังคมและวัฒนธรรมของไทย ซึ่งผลวิจัยดังกล่าวเคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยก็ได้นำเสนอผลการวิจัยไปยังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ทปอ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทปอ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สภานิติบัญัญัติแห่งชาติ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จนล่าสุดมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้งหมด มหาวิทยาลัยราชภัฏประมาณสิบกว่าแห่ง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยเอกชนอีกหลายแห่งทยอยกลับมาเปิดตามปกติแล้ว

“กรณีการเปิดภาคเรียนตามอาเซียนคงไม่ต่างจากกรณี ม.44 ห้ามนั่งแค็ปและท้ายรถกระบะ ที่มีผู้ออกมาต่อต้านจำนวนมากเนื่องจากเป็นการออกกฎหมายไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทยในชนบทส่วนใหญ่ที่ใช้รถกระบะในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ การเปิดภาคเรียนตามอาเซียนก็เช่นกันเป็นการกำหนดนโยบายที่ขัดกับสภาพภูมิอากาศ การจัดการศึกษา ระบบราชการ วันหยุด ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวิถีชีวิตของคนไทย แม้จะมีผู้ออกมาเรียกร้องเป็นจำนวนมากและต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558 ภายหลังครบหนึ่งปีที่นโยบายนี้เริ่มใช้ แต่กลับไร้เสียงตอบรับจากทปอ.ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย แล้วขอความร่วมมือไปยังสถาบันอุดมศึกษาทุกกลุ่มเพื่อให้ปรับเปลี่ยนตาม อย่างไรก็ตาม ทปอ.ได้ตั้งคณะทำงาน โดยเป็นทีมคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เพื่อวิจัยเรื่องดังกล่าว เบื้องต้น ทราบว่าได้มีการส่งมอบรายงานการวิจัยให้ ทปอ.แล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ทปอ.ยังไม่เคยเปิดเผยผลการวิจัยดังกล่าวเลย”ผศ.ดร.รัฐกรณ์ กล่าว

ประธาน ทปสท. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ อยากให้ ทปอ. พิจารณาว่าหากจะคงเปิดภาคเรียนตามอาเซียน ในเดือนสิงหาคมนั้น จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร 1. ปัญหาการเรียนการสอนที่ตรงกับช่วงเทศกาล สภาพอากาศร้อนในเดือนเมษายนในภาคเรียนที่สอง 2. ปัญหาวงรอบปีงบประมาณ และวงรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของอาจารย์ที่ไม่สอดคล้องกับการเปิดภาคเรียน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งงบประมาณพัฒนานักศึกษาและการประเมินอาจารย์ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการ 3. ปัญหาการเกณฑ์ทหาร การสอบบรรจุครู การสมัครงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ช่วงเดือนเมษายน ซึ่งนักศึกษายังไม่จบการศึกษา

4.ปัญหาการเปิดเรียนไม่ตรงกันระหว่างอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่งผลกระทบทั้งการเข้าศึกษาต่อ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และวิถีชีวิตครอบครัวจากการเปิด-ปิดภาคเรียนไม่ตรงกัน 5. แม้จะอ้างเปิดเดือนสิงหาคมตามอาเซียนแต่ทั้งสิบประเทศในอาเฃียนก็เปิดภาคเรียนไม่ตรงกัน และยังมีระบบการศึกษา และหลักสูตรที่แตกต่างกัน รวมทั้งประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ก็มีระบบการศึกษาและการเปิด-ปิดภาคเรียนแตกต่างกันด้วย อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้ ทปอ.นำประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เข้าสู่ที่ประชุม ทปอ.ในวันที่ 23 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต พร้อมขอให้เปิดเผยผลการวิจัยของ ทปอ. ต่อสาธารณะด้วย

สำหรับกำหนดการประชุม ทปอ.ในวันที่ 23 เมษายน 2560 ที่ มธ. ศูนย์รังสิต จะเริ่มประชุมในเวลา  09.00-12.30 น. โดยครั้งนี้ จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ต่อด้วยพิธีมอบรางวัลการประกวดผลงานโครงการ “บัณฑิตไทยไม่โกง” ประจำปี 2559

จากนั้นแถลงข่าวการประชุม ทปอ.โดยมี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธาน ทปอ.ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มธ. และผศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ รักษาการเลขาธิการ ทปอ.ร่วมแถลงข่าว

“เพลีย-เครียด” เดินทางแวะจุดพักบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/271961

“เพลีย-เครียด” เดินทางแวะจุดพักบริการ

แวะจุดพักบริการ, แนะปชชกลับสงกรานต์, สงกรานต์, กลับ, ปชช, แนะ, จุดพักบริการ, สธ, ลดความเครียด, รถติด, ลมหายใจ, เพลีย, เครียด, เดินทาง, แวะ, จุด, พัก, บริการ, เพลีย-เครียด, แกทำไมถึงทำแบบนี้

สธ.แนะประชาชนวางแผน เดินทางกลับจากฉลองสงกรานต์ รู้สึกอ่อนเพลีย-เครียด ให้พักตามจุดบริการ ช่วยลดความเครียด ควบคุมอารมณ์ ลดการใช้ความรุนแรงบนท้องถนน

        นพ.ยงยุทธ  วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับจากการฉลองเทศกาลสงกรานต์ ส่วนใหญ่อาจเกิดความเครียดจากรถติด และมารยาทการขับขี่บนท้องถนน โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถจะมีความเครียดอยู่แล้ว หากมีความเครียดสะสมมากๆ อาจทำให้บุคคลนั้น เสียความสามารถในการควบคุมอารมณ์จนเกิดกระทบกระทั่งกันหรือระเบิดออกมาเป็นพฤติกรรมรุนแรงได้ ทางจิตวิทยา ถือว่าเป็นปัจจัยกระตุ้น ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่สามารถควบคุมตัวเองได้ เนื่องจากอาจมีความเครียดสะสมน้อยและมีวิธีการจัดการความเครียดที่ดีกว่า

ดังนั้น การเตรียมตัวก่อนการเดินทางไม่ให้มีความเครียดสะสม เช่น การพักผ่อนนอนหลับ การคำนวณเรื่องเวลาเดินทางหรือการเลี่ยงเส้นทางที่เราคิดว่าจะเป็นปัญหา การเลือกเวลาเดินทาง โดยเฉพาะการวางแผนเดินทาง จะช่วยทำให้ปัญหาน้อยลง ซึ่งผู้ขับขี่ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว ถ้าทำใจได้ก็จะไม่มีความเครียดมากเพราะไม่ได้คาดหวังอะไร และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น

โฆษก สธ.กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่สำคัญระหว่างเดินทาง คือ ถ้าผู้ขับขี่รู้สึกอ่อนเพลียหรือเกิดความเครียด ควรพักตามที่ทางหน่วยงานและท้องถิ่นจัดให้ มีจุดพักและบริการต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ขับขี่กลับมาสดชื่น จึงคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาที่เสียไป ดีกว่าการที่จะไปหงุดหงิดวุ่นวายใจอยู่ในรถ เป็นการช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา ที่สำคัญคือ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพราะจะทำให้เสียการควบคุมตนเองอันเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุและความรุนแรง

เวลาเครียดจากรถติด ถ้าเกิดการกระทบกระทั่งกัน ต้องให้อภัยเพราะหากใช้อารมณ์ฉุนเฉียวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ หลักง่ายๆ คือ ให้กลับมาที่ลมหายใจ ด้วยการหายใจเข้ายาวๆ สัก 5 – 6  ลมหายใจ การใช้ลมหายใจจะช่วยเรียกสติคืนมา ดังนั้นจึงควรเรียนรู้วิธีการนี้ในการจัดการกับอารมณ์ ร่วมไปกับการสื่อสารที่ลดความขัดแย้ง โดยบอกความรู้สึกและความต้องการตนเองมากกว่าไปพูดตำหนิพฤติกรรมอีกฝ่าย(หรือใช้ภาษาฉันมากกว่าภาษาแก) เช่น จาก “แกทำไมถึงทำแบบนี้” เปลี่ยนเป็น “ผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษที” หากยุติความขัดแย้งไม่ได้ต้องหาบุคคลที่ 3 มาช่วย เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือบุคลากรของท้องถิ่น

ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาเครียด กังวล โทรปรึกษาสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 หรือสามารถเข้าไปประเมินความเครียดของตนเอง ทางระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข www.dmh.go.th ได้ตลอดเวลา ซึ่งในเว็บไซต์นี้จะมีคำแนะนำวิธีคลายเครียดง่ายๆ