จับตา!คกก.อิสระปฏิรูปการศึกษาเผยโฉมเม.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270599

จับตา!คกก.อิสระปฏิรูปการศึกษาเผยโฉมเม.ย.นี้

อนุบาล 3 ขวบ, ปฏิรูปประเทศ, มาตรา 261, ปฏิรูปการศึกษา, คณะกรรมการอิสระ, จับตาค, อิสระ, ปฏิรูป, การศึกษา, เผยโฉม, เมย, นี้

ศธ.เร่งเดินเครื่องงานการศึกษารับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เตรียมตั้งคณะกรรมการอิสระ ขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา คาดมีประมาณ 20 คนภายในเม.ย.นี้เสนอครม.เห็นชอบ

       ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เปิดเผยว่า ตามที่มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 แล้วนั้น.ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือและเร่งรัดการดำเนินงานด้านการศึกษา ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ซึ่งในหมวดที่ 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา261การปฏิรูปด้านการศึกษา ระบุว่า ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระ มาดำเนินการศึกษา จัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการต่อ

ที่ประชุมเห็นว่า กรรมการอิสระ ต้องประกอบไปด้วยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เช่น ด้านการบริหารการศึกษา ครูผู้สอน เศรษฐศาสตร์ องค์กรเอกชน ผู้ผลิตและพัฒนาครู เป็นต้น โดยมีจำนวนกรรมการประมาณ 20 คน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ให้ทาบทามบุคคลต่างๆ และจะนำรายชื่อเสนอ ครม.พิจารณาแต่งตั้งในเดือนเมษายนนี้

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการจัดทำกฎหมายกองทุน เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และ กองทุนเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยทั้ง 2 ฉบับจะต้องประกาศใช้เป็นกฎหมายภายใน 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สำนักงานปลัด ศธ.ได้ร่างกฎหมายกองทุนทั้ง 2 ฉบับแล้ว อยู่ระหว่างประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ส่วนการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะอนุบาล 3 ขวบ ที่จัดกันอยู่ว่ารัฐจะดูแลและสนับสนุนอย่างไร โดยมอบให้สป.ศธ.มาดูเรื่องงบประมาณ มอบสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ดูแผนและมาตรฐานการจัดการเรียนการสอน รวมถึงครูผู้สอน เช่น ครูปฐมวัย ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ขณะเดียวกันคุรุสภา ก็ต้องดูเรื่องใบอนูญาตประกอบวิชาชีพครู และจะทำอย่างไรกับครูปฐมวัยที่ไม่มีวุฒิครู ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จ้างสอนอยู่ เป็นต้น .

อนึ่ง มาตรา 261 ให้มีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่ง ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป โดยให้ ครม.แต่งตั้งคณะกรรมการ ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ และร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จและเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 2 ปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

ผู้สูงอายุไทย อันดับ 2 ในอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270595

ผู้สูงอายุไทย อันดับ 2 ในอาเซียน

สถานการณ์ผู้สูงอายุ, ประเทศไทย, กลุ่มอาเซียน, ไม่มีรายได้, แผนรองรับ, ผู้สูงอายุ, ไทย, อันดับ, อาเซียน, ผู้สูงอายุไทย, ในอาเซียน, คม ชัด ลึก

ตั้งแต่ ปี 2548 ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงอายุ เนื่องจากมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 10 ของประชากรสูงอายุ

       และมีการคาดประมาณว่าในปี 2564 จะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 20 และปี 2574 จะเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด สัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 28  โดยในปี 2558 ประชากรไทยมีจำนวน 65.1 ล้านคน เป็นประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16 ของประชากรทั้งหมด “คม ชัด ลึก”  จึงติดตามสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย

        ผู้สูงอายุไทยเรียนจบประถมศึกษาร้อยละ 79.3 จบมัธยมฯและสูงกว่าประมาณร้อยละ 10 และผู้ที่ไม่เคยเข้าเรียนมีร้อยละ 9.5  สภาพสมรส ร้อยละ 64.61 โสด ร้อยละ 9.2 หม้าย/หย่า/แยก ร้อยละ 30.38หากเทียบผู้สูงอายุไทยกับประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน  ประเทศไทยมีสัดส่วนผู้สูงอายุเป็นอันดับ 2 ของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยที่เข้าเกณฑ์เป็นสังคมสูงวัยแล้ว 3  ประเทศ คือ สิงคโปร์ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 18  ประเทศไทยร้อยละ 16 และเวียดนาม ร้อยละ 10 ส่วนเมียนมา มาเลเซีย ร้อยละ 9  อินโดนีเซีย บรูไน ร้อยละ 8  กัมพูชา ฟิลิปปินส์ และติมอร์-เลสเต ร้อยละ 7 และลาว ร้อยละ 6  ส่วนประเทศที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุมากที่สุดในโลก คือ ญี่ปุ่น  ร้อยละ 33 %

0 รายได้ไม่เพียงพอ 0

        ในรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ.2558 ของมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย(มส.ผส.) ระบุ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของผู้สูงอายุ โดยในปี 2557 ผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุทั้งหมด หรือคิดเป็นร้อยละ 34.3 มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คือ มีรายได้ต่ำกว่า 2,647 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 31,764 บาทต่อคนต่อปี มีแนวโน้มลดลง เพราะในปี 2545 ผู้สูงอายุที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ร้อยละ 46.5

        ทั้งนี้ แหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุได้จากบุตรมากที่สุด ร้อยละ 37 การทำงาน ร้อยละ 34 เบี้ยยังชีพทางราชการ ร้อยละ 15 และเงินบำเหน็จ บำนาญร้อยละ 5 อย่างไรก็ตาม แหล่งรายได้หลักจากบุตรมีแนวโน้มลดลงอย่างมาก ปี 2550 ร้อยละ 52 ปี 2554 ร้อยละ 40 ขณะที่รายได้จากการทำงานแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2550 ร้อยละ 29 ปี2554 ร้อยละ 35 เมื่อแยกย่อยตามช่วงอายุ ในปี 2557 อายุ 60-64 ปียังทำงานอยู่ ร้อยละ 59  65-69 ปี ร้อยละ 46  70-74ปี ร้อยละ 25 และ มากกว่า 75 ปีร้อยละ 11

      พญ.ลัดดา ดำริการเลิศเลขาธิการมส.ผส. บอกว่า ลักษณะของงานหลัก เป็นเจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการเอง รองลงมาเป็นลูกจ้างเอกชน  ผู้ปฏิบัติงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง ลูกจ้างรัฐบาล/รัฐวิสาหกิจ และสมาชิก/การรวมกลุ่ม ส่วนเหตุผลที่ยังทำงานเพราะต้องการรายได้มากที่สุด ตามด้วยสุขภาพแข็งแรง/ยังมีแรงทำงาน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ช่วยครอบครัวและเป็นอาชีพประจำ ซึ่งความเพียงพอของรายได้ มีความเพียงพอ ร้อยละ 51.5 ไม่เพียงพอร้อยละ 26.7 เพียงพอบางครั้ง ร้อยละ 20.1 และเกินพอ 1.7 โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสัดส่วนรายได้ที่ไม่พอสูงที่สุด

ผู้สูงอายุไทย อันดับ 2 ในอาเซียน

0 อยู่ลำพังมากขึ้น 0

      ตัวเลขในปี 2557  ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียว ร้อยละ 9 แยกเป็นในเขตเทศบาล ร้อยละ 10 และนอกเขตเทศบาลร้อยละ 8 หากเทียบกับในปีก่อนหน้ามีแนวโน้มสูงขึ้น ปี 2545 ร้อยละ 6 ปี 2550 ร้อยละ 8 ปี 2554 ร้อยละ 9  นอกจากนี้ มีผู้สูงอายุที่ต้องการผู้ดูแลปรนนิบัติในชีวิตประจำวันแต่ไม่มีผู้ดูแล  อายุ 60-69 ปี ร้อยละ 2 70-79ปี ร้อยละ 3 และ 80 ปีขึ้นไป ร้อยละ 4  โดยกิจกรรมที่ผู้สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ชีวิตประจำวัน เช่น กลั้นปัสสาวะไม่ได้ กลั้นอุจจาระไม่ได้ ขึ้นลงบันไดเอง 1 ชั้นไม่ได้ เคลื่อนไหวภายในห้องไม่ได้ รับประทานอาหารเองไม่ได้ ลุกนั่งจากเตียงไม่ได้ ใช้ห้องน้ำเองไม่ได้ สวมเสื้อผ้าเองไม่ได้ และอาบน้ำเองไม่ได้ เป็นต้น

       และพบว่าที่อยู่อาศัย ต้องมีการปรับบ้านเดิมให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ  โดยเฉพาะการติดตั้งราวให้ยึดเกาะในห้องน้ำ/ห้องส้วม  ช่วยพยุงตัวและป้องกันการลื่นล้ม  ห้องน้ำให้เป็นส้วมแบบนั่งห้อยเท้า ไม่ใช่แบบส้วมนั่งยอง  ห้องนอนควรอยู่ชั้นล่างของบ้านขณะที่พบว่าผู้สูงอายุมากกว่า 1 ใน 4 มีห้องนอนอยู่ชั้นบน

       พญ.ลัดดา บอกว่า มีผู้สูงอายุที่ต้องใช้บันไดในการขึ้นลงทุกวัน และต้องเดินบนพื้นบ้านที่ลื่น โดยรวมมีถึงร้อยละ 48.8 และร้อยละ 31.7  ซึ่งผู้สูงอายุต้องละเว้นการขึ้น-ลงบันได และปรับพื้นบ้านใช้วัสดุที่ไม่ลื่น

0 ปัญหาสุขภาพ 0

      โรคที่มักพบในผู้สูงอายุ ได้แก่ ข้ออักเสบ ข้อเสื่อม ร้อยละ 23 หลอดเลือดหัวใจตีบ กลามเนื้อหัวใจตาย ร้อยละ 5  อัมพาต ร้อยละ 2 และโรคถุงลมโป่งพอง/หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง ร้อยละ 2 โดยการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5(พ.ศ.2557) ของสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทบ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) พบว่า ผู้สูงอายุวัยปลาย(80ปีขึ้นไป)เป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าวัยกลาง(70-79ปี)และวัยต้น(60-69ปี) โดยผู้สูงอายุหญิงจะเป็นมากกว่าผู้สูงอายุชาย

       ส่วนโรคเบาหวานส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุวัยต้นและวัยกลาง ผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ในวัยปลายสัดส่วนชายและหญิงจะใกล้เคียงกัน  นอกจากนี้ ผู้สูงอายุมีภาวะอ้วน ร้อยละ 35 ผู้หญิงร้อยละ 43 ผู้ชายร้อยละ 27 รวมทั้ง มีปัญหาในการบดเคี้ยงอาหาร โดยเกินครึ่งของผู้สูงอายุวัยกลางและวัยปลายมีฟัน ไม่ครบ 20 ซี่

      การรับรู้ถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย จะนำมาซึ่งการวางแผนรองรับสังคมผู้สูงอายุในทุกมิติและทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน เพื่อช่วยสร้างสุขให้ผู้สูงวัยไทย

0 พวงชมพู ประเสริฐ 0

ว้าว!!! 1,700 อัตรา จาก 243 บริษัท รับเด็กทำงานช่วงปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270600

ว้าว!!! 1,700 อัตรา จาก 243 บริษัท รับเด็กทำงานช่วงปิดเทอม

จาก243, 243บริษัท, กกจ, 300บาท/วัน, ทำงานปิดเทอม, ว้าว, 1700, อัตรา, จาก, 243, บริษัท, รับ, เด็ก, ทำงาน, ช่วง, ปิดเทอม

กกจ.เตรียมตำแหน่งงานว่าง รองรับนร.นศ.ทำงานช่วงปิดเทอม กว่า 1,700 อัตรา จากสถานประกอบการทั่วไทย  243 แห่ง อาทิ เอ็มเค,เคเอฟซี,เซเว่นฯรายได้300บ./วัน

          นายวรานนท์  ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า ในทุกๆ ปีจะมีนักเรียน นักศึกษาหางานทำในช่วงปิดภาคเรียน หรือ ช่วงว่างจากการเรียนกันเป็นจำนวนมาก และในปี 2560 นี้ กรมการจัดหางานก็ได้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมตำแหน่งงานว่างสำหรับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการแจ้งความประสงค์รับสมัครนักเรียน นักศึกษาทำงาน จำนวนทั้งสิ้น 243 แห่ง

ว้าว!!! 1,700 อัตรา จาก 243 บริษัท รับเด็กทำงานช่วงปิดเทอม

นายวรานนท์  ปิติวรรณ

อาทิ บจก.เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม (ห้างสรรพสินค้าโลตัส) ,บจก.ยัมเรสเทอรองต์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (ร้านเคเอฟซี) ,บจก.นพรส (ซานตาเฟ่สเต็ก) ,บจก.ฮอต พอท ,บจก.เอ็ม ที ทองพันชั่ง กรุ๊ป (ร้านสเวนเซ่นส์) ,บมจ.เอ็มเค เรสโตรองค์ (ร้านเอ็มเค) ,บมจ.ซี พี ออลล์ (ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น),บจก.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ,บจก.บอสตัน ปาร์ค (โรงแรม รีสอร์ท) และหน่วยงานราชการ เช่นกรมการจัดหางาน เป็นต้น

ตำแหน่งงานว่าง จำนวน 1,760 อัตรา เช่น ตำแหน่งพนักงานธุรการ/ประจำสำนักงาน พนักงานขายสินค้า พนักงานทั่วไป พนักงานบริการลูกค้า พนักงานจัดเรียงสินค้า พนักงานบรรจุ พนักงานแคชเชียร์ พนักงานเสริ์ฟ ช่างเทคนิค/ช่างไฟฟ้า/ช่างยนต์ เป็นต้น ในส่วนของกรมการจัดหางานก็ได้จัดจ้างนักเรียน นักศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 60 คน เป็นระยะเวลา 19 วัน วันละ 300 บาท ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ถึง 11 พฤษภาคม 2560

“การทำงานในช่วงปิดภาคเรียนหรือช่วงว่างจากการเรียนของนักเรียน นักศึกษา จะเป็นการฝึกความอดทน ความรับผิดชอบ รู้จักใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า ทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งเด็กก็จะเกิดความภาคภูมิใจ และยังได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง รู้ว่าตนเองถนัดงานด้านใด เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานจริงเมื่อจบการศึกษาต่อไป โดยคุณสมบัติจะต้องมีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ขยัน อดทน”อธิบดีกกจ. กล่าว

นายวรานนท์  กล่าวอีกว่า  จะได้รับค่าตอบแทนในการทำงานภาครัฐวันละ 300 บาท โดยปฏิบัติงานเต็มวันไม่น้อยกว่า 7 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาหยุดพัก หากปฏิบัติงานครึ่งวันไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทน 150 บาท สำหรับภาคเอกชนจะได้รับค่าจ้างเป็นชั่วโมงๆละ 40 บาท โดยช่วงเปิดภาคเรียนปกติ ทำงานได้ไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง และในช่วงปิดภาคเรียน ทำงานได้ไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมง

“ซึ่งลักษณะงานที่ทำจะเป็นงานที่ไม่อันตรายต่อสุขภาพ ไม่ขัดประเพณีและวัฒนธรรมที่ดี หากนักเรียน นักศึกษาสนใจจะสมัครงาน สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพ มหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่ ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) บริเวณด้านหน้ากระทรวงแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพฯ หรือสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694 “นายวรานนท์ กล่าวในที่สุด

“ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน”เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270571

“ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน”เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์

สสวท, วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ตั้งใจ, เรียน, ทบทวน, ที่, บ้าน, เคล็ด, ไม่, ลับ, คณิต, วิทย์, ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน

โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

      เป็นโครงการที่คัดสรรเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เข้าสู่เวทีการแข่งขันทางวิชาการทั้งระดับประเทศ และนานาชาติ ซึ่งน้องๆ ที่แข่งขันต่างก็ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยเป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างประเทศ รวมถึงนำรางวัลกลับมาเป็นของขวัญแก่ประเทศ สร้างความภาคภูมิใจแก่ตนเองและครอบครัว

ไม่นานมานี้ สสวท.จัดพิธีมอบเหรียญรางวัล โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปีการศึกษา2559  ให้แก่นักเรียน จำนวน 410 คน แบ่งเป็นนักเรียนจากส่วนภูมิภาค 218 คน และนักเรียนจาก กทม.อีก 192 คน จากนักเรียนทั่วประเทศที่สมัครสอบทั้งสิ้น158,058 คน

"ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน"เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์

น้องต้นน้ำและครอบครัว

เจ้าของรางวัลเหรียญเงินคณิตศาสตร์ เหรียญทองวิทยาศาสตร์ น้องต้นน้ำ – ด.ช.ต้นน้ำ พรหมมินทร์  ชั้นป. 6  โรงเรียนอนุบาลสระบุรี กำลังจะศึกษาต่อชั้น ม. 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เล่าว่า ชอบเรียนคณิตศาสตร์มากกว่าวิทยาศาสตร์ เพราะมีโจทย์ที่หลากหลาย แต่ละโจทย์ไม่ค่อยซ้ำกัน มีสไตล์ของแต่ละโจทย์ ส่วนวิทยาศาสตร์นั้นชอบตรงที่มีการทดลอง มีข้อมูลใหม่ๆ ไม่มีวันสิ้นสุด

“เวลาเรียน เรียนตามปกติ เวลาอยู่บ้านฝึกทำโจทย์คณิตศาสตร์  ต้องฝึกฝนทำโจทย์หลายรูปแบบ ทุกวัน เวลาจะไปสอบแข่งขันก็ทำโจทย์ของสนามนั้นย้อนหลังเป็น10 ปี ได้เลย  โตขึ้นอยากเป็นทันตแพทย์ครับ”ต้นน้ำ บอกถึงเทคนิคการเรียนและเป้าหมายอนาคต

ขณะที่ นางกรกนก  พรหมมินทร์  คุณแม่ของน้องต้นน้ำ เล่าว่า  ผู้ปกครองได้พยายามส่งเสริมในสิ่งที่เค้าชอบ โดยสังเกตพบว่าตั้งแต่เล็กๆ ลูกชอบคณิตศาสตร์ ขอไปเรียนพิเศษ ขอก็ทำโจทย์ แม่เลยต้องเตรียมโจทย์ไว้ให้ทำทุกวัน และเปลี่ยนสนามสอบไปเรื่อยๆ  และลูกชอบการสอบแข่งขัน ไม่ว่าจะมีการแข่งขันในสนามต่างๆ ก็ให้ไปสอบ เพราะว่าจะได้ประเมินศักยภาพตัวเองได้ แล้วแต่ละในสนามสอบสไตล์โจทย์ก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงสนับสนุนลูกเต็มที่ในด้านนี้

"ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน"เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์คุณแม่-น้องผักหวาน

ส่วน น้องผักหวาน – ด.ญ.นิชวดี กาญจนโฆษิต ชั้น ป. 6 กำลังจะศึกษาต่อชั้น ม. 1 ของโรงเรียนธิดา  นุเคราะห์  จ.สงขลา ได้เหรียญทองวิชาวิทยาศาสตร์ และเหรียญเงินวิชาคณิตศาสตร์ เล่าว่า ชอบเรียนทุกวิชา แต่ที่ชอบสุดก็คงจะเป็นคณิตศาสตร์ เพราะวิชาที่ใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจแล้วก็ค่อนข้างเที่ยงตรง วิทยาศาสตร์ก็ชอบเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งที่ว่าอยู่รอบๆ ตัวเรา  และชอบอ่านหนังสือ อ่านได้ทุกประเภท พื้นฐานการอ่านช่วยต่อยอดไปได้เรื่อยๆ เลยค่ะ

“วิธีการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ของหนูก็คือ ตั้งใจเรียนในชั้นเรียน เวลาเราไม่เข้าใจก็จะถามคุณครู พอเข้าใจแล้วก็นำมาจดบันทึกไว้  พอกลับมาบ้านก็จะอ่านทบทวนที่จดไว้ และอ่านทบทวนในหนังสือ นอกจากนี้ก็ทำในบทเรียนต่างๆ ทั้งในห้องเรียน และสื่อต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต เรียนพิเศษบ้างแต่ ส่วนมากจะเรียนกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ”

"ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน"เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์น้องเอมี่และครอบครัว

เช่นเดียวกัน น้องเอมี่ – ด.ญ.ณิชารีย์  ดีจักรวาล  ชั้น ป. 6 โรงเรียนยุวพัฒน์นครสวรรค์ กำลังจะศึกษาต่อชั้น   ม. 1 โรงเรียนนครสวรรค์  จ.นครสวรรค์ ได้เหรียญทองวิชาวิทยาศาสตร์ และเหรียญเงินวิชาคณิตศาสตร์  เล่าว่า ชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  เพราะวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับหนูเป็นวิชาที่เรียนแล้วเข้าใจ และสามารถอธิบายทุกๆ สิ่งรอบตัวเราได้ อยู่ที่โรงเรียนหลักๆ ก็คือ ต้องตั้งใจเรียนในห้องให้มากๆ ค่ะ พอกลับบ้านมาก็ทบทวนบทเรียนอยู่สม่ำเสมอ ทบทวนอยู่ทุกๆ วัน การเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ต้องฝึกฝนมากๆ ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ   ถ้าทำมากเราก็จะรู้จักโจทย์พวกนี้มาก โตขึ้นอยากเป็นนักวิจัย เพราะหนูชอบที่จะหาคำตอบด้านวิทยาศาสตร์

นายชยพัทธ์  ดีจักรวาล  คุณพ่อของน้องเอมี่ เล่าถึงการส่งเสริมจากครอบครัวว่า ให้ตั้งใจเรียนที่โรงเรียนให้ดี และเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของโรงเรียน อาจจะมีการสอนเสริม เราอยู่ต่างจังหวัดก็อาจจะหาคุณครูดีเท่าทางกรุงเทพไม่ได้ แต่ก็พยายามหาคุณครูช่วยเสริม แล้วตรงไหนที่ยังทำไม่ได้ครอบครัวก็จะเสริมให้อีกที โดยคุณพ่อช่วยสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์บางส่วน และคุณแม่จะเป็นกำลังใจให้ อย่างเช่น ให้อ่านตรงไหนมาอธิบายให้แม่ฟัง พออ่านเสร็จแล้วมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังไง ถ้าแม่ไม่เข้าใจก็อธิบายต่อ ถ้าเขาอธิบายได้ทำให้เค้ามีความมั่นใจ แน่นในเนื้อหามากขึ้น

"ตั้งใจเรียน-ทบทวนที่บ้าน"เคล็ด(ไม่)ลับเรียนคณิต-วิทย์      ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า  จากผลการสอบคัดเลือกรอบที่ 1 ในปีนี้ เป็นที่สังเกตว่ามีนักเรียนเกือบทุกจังหวัดได้รับคัดเลือกเข้าโครงการฯ แสดงให้เห็นว่า นักเรียนผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ มีกระจายอยู่อย่างทั่วถึงทั้งประเทศ โดยเฉพาะนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกวิชาวิทยาศาสตร์ ต้องสอบภาคปฏิบัติด้วย ทำให้พบว่า นักเรียนที่เข้าสอบทุกคน ได้แสดงออกให้เห็นถึงคุณสมบัติพื้นฐานการเป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างเด่นชัด นักเรียนมีความอดทนสูงมากในการทำการทดลอง สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทดลอง จดบันทึกและสรุปผล จึงเชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง สามารถขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

หลังจากนี้ สสวท. จะส่งสื่อการเรียนให้แก่นักเรียน เพื่อใช้ศึกษาด้วยตัวเองในเวลาว่างเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะให้เต็มศักยภาพ   นักเรียนจะได้เข้าร่วมค่ายวิทยาศาสตร์และค่ายคณิตศาสตร์ที่จัดขึ้นโดย สสวท. นอกจากนั้น ยังมีการส่งเสริมต่อเนื่อง อาทิ นักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง ที่กำลังศึกษาในชั้น ป.6 จะได้รับสิทธิ์เข้าสอบรอบที่ 2 สำหรับการแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (IJSO)  นักเรียนที่ได้รับเหรียญรางวัล จะได้รับเชิญเข้าสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกเข้าโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) ของ สวทช.  และได้รับเชิญให้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เป็นต้น

สธ.ประสาน ตร.ร้อยเอ็ด ตรวจสอบเหตุ อสม.ถูกทำร้ายตาย1เจ็บ2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270560

สธ.ประสาน ตร.ร้อยเอ็ด ตรวจสอบเหตุ อสม.ถูกทำร้ายตาย1เจ็บ2

บาดเจ็บ, เสียชีวิต, เขวาตะคอง, อสม, ประสาน, ร้อยเอ็ด, ตรวจสอบ, เหตุ, อสม, ถูก, ทำร้าย, ตาย, 1เจ็บ2, สธประสาน, ตรร้อยเอ็ด, ตรวจสอบเหตุ

สธ.เร่งประสานตร.ร้อยเอ็ดสื สืบหาข้อเท็จจริงหลัง อสม. ถูกชายคลุ้มคลั่งทำร้ายจนเสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 2 รายระหว่างการประชุมที่รพ.สต.เขวาตะคลอง ยันดูแลเยียวยาเต็มที่

      นพ.เกียรติภูมิ  วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)และโฆษก สธ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ร้อยเอ็ดว่า มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เขวาตะคลอง อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ถูกชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนและ มีดไล่ฟันทำร้าย เป็นเหตุให้มีเสียชีวิต 1ราย และบาดเจ็บ 2 ราย โดยผู้บาดเจ็บขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดระหว่างการประชุม สสส ถอดบทเรียนต่อยอดนวัตกรรมเตียงฟองน้ำ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เขวาตะคลอง อ.เกษตรวิสัย  จ.ร้อยเอ็ด

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้สั่งการให้นายแพทย์ สสจ.ร้อยเอ็ด ติดตามให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่  พร้อมมอบให้กรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ มอบเงินเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตตามระเบียบการดูแล อสม.

“ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บกับเหตการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ สธ.ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และส่งทีมสุขภาพจิตดูแลจิตใจ พร้อมดูแลรักษาผู้บาดเจ็บ รวมทั้งเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยมอบให้นายแพทย์ สสจ.พร้อมด้วยหัวหน้างานสุขภาพภาคประชาชน ประจำจังหวัดร้อยเอ็ดประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบหาข้อเท็จจริงและรายงานให้ผู้บริหาร สธ.ทราบต่อไป”นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

รพ.ราชวิถีแถลง “น้องมิน” ยังไม่รู้สึกตัว-ใช้เครื่องช่วยหายใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270538

รพ.ราชวิถีแถลง “น้องมิน” ยังไม่รู้สึกตัว-ใช้เครื่องช่วยหายใจ

อาการล่าสุด, เกาหลีใต้, หมดสติ, รพราชวิถี, ราชวิถี, แถลง, น้อง, มิน, ยัง, ไม่รู้สึกตัว, ใช้, เครื่องช่วยหายใจ, รพราชวิถีแถลง, น้องมิน

รพ.ราชวิถีแถลงอาการ “น้องมิน” ยังไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ยากันชัก ระบุใช้สิทธิรักษาประกันสังคม แต่ในส่วนที่เกินรพ.ราชวิถีรับผิดชอบให้

      เมื่อวันที่ 9 เม.ย.-ที่โรงพยาบาลราชวิถี เวลา 10.30 น. นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี นพ.ธนรัตน์ ชุนงาม หัวหน้ากลุ่มงานอายุรศาสตร์ นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต พญ.เพชรรัตน์ ดุสิตานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง นพ.สุธรรม สุธีรภัทรานนท์ หัวหน้างานโรคหัวใจนพ.สุรพันธ์ พงศ์สุธนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ร่วมแถลงข่าวการรับตัว น.ส.ระภีภรณ์ นาสะอ้าน (น้องมิน) ป่วยหัวใจหยุดเต้นระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ มารักษาต่อที่ โรงพยาบาลราชวิถี

โดย นพ.ธีรพล กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถี ได้รับตัวน้องมินเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวาน (8 เม.ย.) ในหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจ (ccu) ขณะนี้อาการทรงๆ ยังไม่รู้สึกตัว มีการใส่สายสวนปัสสาวะ ให้อาหารทางสายยาง ทั้งนี้ น้องมิน ยังมีปัญหาชัก เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นทำให้สมองขาด อ็อกซิเจนไปเลี้ยง และเลือดไปเลี้ยงไตไม่พอทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นตัวผู้ป่วยอยู่ในระบบประกันสังคมก็จะเบิกจ่ายตามนั้น แต่ไม่ครอบคลุมการรักษาทั้งหมด เพราะต้องใช้ยาที่ราคาสูง ซึ่งค่ารักษาส่วนที่เกินมานั้นทางโรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีคนไทยไปเจ็บป่วยต่างประเทศตลอดแต่ไม่เป็นข่าว ดังนั้น อยากให้คนที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเมินตัวเองว่าไหวหรือไม่ เพราะแต่ละที่จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งอากาศ เวลา เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าจะให้ดีอยากให้มีการทำประกันสุขภาพด้วยซึ่งราคาไม่แพง แต่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม นอกจากการท่องเที่ยวแล้วในส่วนของคนไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยเฉพาะแถบอาเซียน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน กรมการแพทย์ได้มีการจัดส่งทีมแพทย์ไปตรวจรักษาโรคให้ด้วยปีละ 2-3 ครั้ง รวมถึงมีทีมแพทย์ติดตามผู้แสวงบุญด้วย

ด้าน นพ.ธนรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้อาการน้องมินยังทรงๆ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยากันชัก ส่วนการทำงานของไตตอนนี้ฟื้นตัวดีขึ้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องไข้ ปัญหาหัวใจเต้นผิดจังหวะ แต่ก็ดีขึ้นอาจจะมีการฝังเครื่องกระตุกหัวใจ แต่ต้องรอให้คนไข้พร้อมกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การที่คนไข้เคยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมีการให้คีโมก็ผ่านมานานเป็น 10 ปีแล้ว และไม่มีหลักฐานว่าคีโมเป็นสาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้น ดังนั้นอาจเป็นที่วงจรไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ซึ่งเจอไม่บ่อยต้องหาสาเหตุต่อไป ส่วนที่ว่าลิ้นหัวใจรั่วนั้นไม่ใช่การเป็นรูรั่ว แต่เป็นเพราะกล้ามเนื้อหัวใจปิดไม่สนิท แต่ก็เป็นไม่มาก ทั้งนี้ ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นปกติหรือไม่นั้นต้องรอให้สมองฟื้นตัวก่อน ต้องบอกว่ามีโอกาสที่จะเป็นปกติ แต่คาดเดาได้ยาก ขณะเดียวกันก็มีโอกาสเป็นเจ้าหญิงนิทราต้องรอดูไปสักระยะ

นพ.สกานต์ กล่าวว่า กล่าวว่าตอนนี้ของเสียลดลง การทำงานของไตดีขึ้นใกล้เคียงคนปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการฟอกเลือด

พญ.เพชรรัตน์ กล่าวว่า ผู้ป่วยยังมีอาการชักเป็นพักๆ ต้องให้ยากันชักและตรวจคลื่นสมอง สิ่งที่ดีตอนนี้คือมีการตอบสนองที่ก้านสมอง แต่ส่วนของการรับรู้ต่างๆ นั้นยังบอกไม่ได้ชัดเจน

ด้าน นางบังอร นาสะอ้าน มารดาของน้องมิน กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือน้องมิน และมีความคาดหวังว่าน้องมินจะกลับมา แต่ก็ต้องใช้เวลา ทั้งนี้ เงินบริจาคที่ได้รับมานั้นส่วนหนึ่งจ่ายค่ารักษาให้กับโรงพยาบาลที่เกาหลีใต้ไปแล้ว ที่เหลือก็จะนำไปผ่อนจ่ายค่ารักษาให้กับทางกงศุล และใช้เพื่อการรักษาน้องมินต่อไป ตอนนี้ได้ปิดรับบริจาคไปแล้ว ทั้งนี้ อยากขอให้เพื่อนๆ ของน้องหยุดตอบโต้ทางออนไลน์เพราะเป็นการต่อความยาวสาวความยืด.

อาชีวะเปิดคอร์สนำครูช่างฝึกภาษาจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270522

อาชีวะเปิดคอร์สนำครูช่างฝึกภาษาจีน

สอศ, สาขาเครื่องกล, ไฟฟ้า, การสอน, ภาษา, อาชีวะ, เปิด, คอร์ส, ครู, ช่าง, ฝึก, ภาษาจีน

สอศ.ร่วมกับสถาบันด้านภาษาจีน เปิดคอร์สช่วงปิดเทอมนำครูผู้สอน/ครูช่างสาขาวิชาเครื่องกลและไฟฟ้า อบรมภาษาจีน 12 วันเรียนรู้ เทคนิคนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอน

          ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายส่งเสริมเรื่องภาษาต่างประเทศให้แก่บุคลากร และนักเรียน นักศึกษา อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ยังมีภาษาต่างประเทศอื่นๆ ก็มีความสำคัญที่จำเป็นต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาจีน เป็นหนึ่งในภาษาที่มีแนวโน้มจะนำมาใช้เพื่อการสื่อสารเชิงธุรกิจมากขึ้น ทั้งด้านการค้า การอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ จึงเห็นว่าสถานศึกษาอาชีวศึกษาเองก็ต้องเร่งปรับตัวพัฒนาความรู้และการเรียนการสอนรองรับ โดยเริ่มจากพัฒนาครูผู้สอน/ครูช่าง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ใช้เวลาในช่วงปิดภาคเรียน จัดฝึกอบรมระยะสั้นภาษาจีน สำหรับครูผู้สอน/ครูช่าง ในสาขาวิชาเครื่องกล ไฟฟ้า และครูผู้สนใจ ให้มีความรู้ ทักษะ เทคนิควิธีสอน และประสบการณ์ในการใช้ภาษาจีน

อาชีวะเปิดคอร์สนำครูช่างฝึกภาษาจีน

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์

การฝึกอบรมภาษาจีนระยะสั้น แบ่งเป็น ระดับต้น สำหรับครูที่ไม่มีความรู้พื้นฐานด้านภาษาจีน และระดับกลาง สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานภาษาจีน โดยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการสื่อสารภาษาจีนในชีวิตประจำวัน  เทคนิคการสอน การใช้สื่อ และจะได้ประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนวิชาชีพ ด้านการสื่อสารและการท่องเที่ยวเสริมด้วย  อีกทั้งจะได้เครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาครูและบุคลากรด้านการเรียนการสอนภาษาจีนเพิ่ม โดยการอบรมแต่ละรุ่นจะใช้ระยะเวลา12 วัน ในศูนย์ไชน่า ซัมเมอร์ แคมป์  4 ศูนย์ ได้แก่ ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ภาคเหนือ  ณ วิทยาอาชีวศึกษาลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และ ภาคใต้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี

อาชีวะเปิดคอร์สนำครูช่างฝึกภาษาจีน


4สถานที่เที่ยวสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270430

4สถานที่เที่ยวสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์, สถาน, ที่เที่ยว, สงกรานต์, สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย, สงกรานต์แบบไทยใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย

เปิด 4 สถานที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย”

       เทศกาลสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2560 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
ได้กำหนดการจัดกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย” ในส่วนกลางกำหนดจัดใน 4 สถานที่ดังนี้

1.วันอังคารที่ 11 เมษายน 2560  เวลา 15.00 น. ณ หอประชุมเล็กศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กิจกรรม “รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม และผู้บริหารงานวัฒนธรรม เนื่องในเทศกาลสงกรานต์” ประจำปี พ.ศ. 2560

          2.วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา 11.00 น. ณ ฮอลล์ออฟ เฟรม ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน พิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2560 “สงกรานต์แบบไทยใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย” โดยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมคณะทูตานุทูตเข้าร่วมงานกิจกรรมการสรงน้ำพระและสักการะพระพุทธรูปมงคลโบราณ 9 องค์  นิทรรศการประเพณีสงกรานต์  การสาธิตชุดรดน้ำขอพร 4 ภาค และชมการแสดงทางวัฒนธรรม

4สถานที่เที่ยวสงกรานต์

3.วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา 14.30 น. ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร พิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปีพุทธศักราช 2560 “สงกรานต์แบบไทย ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ทุกชีวาปลอดภัย” ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมคณะทูตานุทูตเข้าร่วมงาน ร่วมกิจกรรมการสรงน้ำพระรูปประจำวัดและสักการะสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ร่วมกิจกรรมก่อเจดีย์ทราย ถวายเป็นพุทธบูชา พิธีรดน้ำขอพรผู้อาวุโส ชม-ชิมการสาธิตการอาหาร-ขนมไทยในเทศกาล เช่น ข้าวแช่ กาละแม ข้าวเหนียวแดง ประเพณีกิน 4 ถ้วย และชมการละเล่นไทยต่างๆ

         4.วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา16.00 น. ณ ลานสีฟ้า สยามสแควร์ พิธีเปิดกิจกรรม“สงกรานต์เมษา ผ้าขาวม้ายกสยาม” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมผู้แทนภาคีจัดงานร่วมประกอบพิธีเปิด ชมขบวนแห่ สรงน้ำพระประจำวันเกิด การแสดงพื้นบ้านและการแสดงต่างๆ มากมาย และการเล่นน้ำอย่างสุภาพ

4สถานที่เที่ยวสงกรานต์


มจธ.รองรับอุตสาหกรรมระบบราง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270426

มจธ.รองรับอุตสาหกรรมระบบราง

ระบบราง, มจธ, มจธ, รองรับ, อุตสาหกรรม, ระบบ, ราง

มจธ.พร้อมให้บริการห้องทดสอบระบบรางครบวงจร ตั้งเป้าตามมาตรฐานสากล

       อุตสาหกรรมการขนส่งด้วยระบบรางในอนาคต จะมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้น จากนโยบายภาครัฐที่ตั้งเป้าพัฒนาด้านระบบขนส่งทางราง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ เป็นหนึ่งส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 อาทิ การวางระบบรถไฟทางคู่ และ ระบบรถไฟความเร็วสูง มจธ.จัดตั้งห้องทดสอบระบบรางตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับอุตสาหกรรม มุ่งมั่นทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งทางราง
รศ.ดร.บวรโชค ผู้พัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและบริการวิศวกรรมงานเชื่อม หรือ KMUTT’S Welding Research and Consulting Center (KINGWELD) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)กล่าวว่า “ปัจจุบันมีความต้องการซ่อมบำรุงเกี่ยวกับระบบรางรถไฟเป็นจำนวนมาก เนื่องจากระบบรถไฟของประเทศไทยใช้งานมาหลายสิบปี งานระบบราง (Trackworks) เช่น หมอนรองรางรถไฟ แต่เดิมเป็นหมอนไม้ ปัจจุบันเปลี่ยนก็ได้เป็นหมอนคอนกรีต

มจธ.รองรับอุตสาหกรรมระบบราง

KINGWELD ได้ให้บริการทดสอบวัสดุทางกลทั่วไปตั้งแต่ประมาณ 10 ปีก่อน ในปัจจุบันเริ่มให้บริการงานทดสอบชิ้นส่วนต่างๆของระบบราง เช่น หมอนคอนกรีต ที่จากเดิมจะต้องส่งไปทดสอบที่ต่างประเทศ ทั้งที่งานมาตรฐานงานของระบบราง และมาตรฐานการทดสอบของระบบราง ที่เป็นงานวิศวกรรมที่คนไทยสามารถทำได้ KINGWELD จึงจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบระบบราง ผู้ประกอบการสามารถนำงานมาทดสอบที่มหาวิทยาลัย หรือขอคำปรึกษาทีมวิจัยเพื่อออกแบบสร้างอุปกรณ์ทดสอบติดตั้งไว้ที่โรงงานผลิต

พร้อมทั้ง จัดส่งวิศวกรจากมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการทดสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบนั้นมีคุณภาพหรือไม่ ปัจจุบัน KINGWELD มีความสามารถให้บริการทดสอบหมอนคอนกรีตสำหรับระบบรางได้เกือบครบทุกหัวข้อ รวมทั้งการทดสอบชิ้นส่วนรางรถไฟ ตามมาตรฐานงานเชื่อมต่อระบบราง อาทิ Flash Butt Welding, Thermit Welding มาตรฐานเครื่องยึดเหนี่ยวราง ทดสอบความต้านทานไฟฟ้า ถือได้ว่า KINGWELD สามารถรับงานทดสอบได้ครอบคลุมทั้งระบบราง

มจธ.รองรับอุตสาหกรรมระบบราง

โดยทางมหาวิทยาลัยจะออกใบรับรองให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบ ผู้ประกอบการที่นำชิ้นส่วนระบบรางมาทดสอบมีทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการจากประเทศออสเตรเลีย ที่ผลิตชิ้นงานในไทย โดยส่งวิศวกรมาสังเกตการณ์งานทดสอบของศูนย์ฯ สอดรับกับนโยบายแห่งชาติของรัฐบาลที่สนับสนุนเรื่องการขนส่งระบบรางภายในประเทศ ในอนาคตศูนย์ตั้งเป้าหมายว่าจะตั้งห้องปฏิบัติการที่เป็นมาตรฐานสากลสำหรับรองรับอุตสาหกรรมด้านนี้ เพื่อให้บริการ ทดสอบมาตรฐาน พัฒนาบุคลากร งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งราง และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับอุตสาหกรรมในประเทศเพื่อผลิตได้เอง เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยยังต้องซื้อเทคโนโลยีเหล่านี้จากต่างประเทศ
KINGWELD ได้ให้บริการด้านวิชาการเรื่องการซ่อมบำรุง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รถไฟฟ้าบีทีเอส และแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ เป็นต้น

มจธ.รองรับอุตสาหกรรมระบบราง
ด้านงานพัฒนาบุคลากร ศูนย์มีหลักสูตรพัฒนาวิศวกร ตั้งแต่ระดับช่าง วิศวกรด้านการซ่อมบำรุงเรื่องระบบรางในบางหลักสูตร นอกจากนี้ยังมีคณะและภาควิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย เช่น คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ที่มีหลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้านระบบรางด้วย มหาวิทยาลัยอยู่ในระหว่างการจัดตั้งกลุ่มคลัสเตอร์ระบบราง ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและบริการวิศวกรรมงานเชื่อม ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ภาควิชาวิศวกรรมโยธา และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เพื่อให้บริการทางวิชาการ วิจัยและพัฒนาระบบรางครอบคลุมได้ทุกเรื่อง
ระบบขนส่ง (โลจิสติกส์) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คือ ระบบราง เพราะรวดเร็ว ปลอดภัย ค่าขนส่งถูก หากระบบขนส่งรางในประเทศพัฒนาและได้มาตรฐาน ในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยอาจจะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งของอาเซียน

สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/270414

สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์, อุบัติเหตุต้องระวัง, สิ่ง, ที่, ไม่, ควร, ช่วง, สงกรานต์, มหาสงกรานต์, ปลั๊กไฟ, ตาแดง

แพทย์ เตือน 7 สิ่งไม่ควรทำในช่วงสงกรานต์ ห่วงอันตรายถึงแก่ชีวิต

        คนไทยเราเชื่อว่าเบื้องบนสวรรค์นั้นมีกิจกรรมต่าง ๆ อันสร้างให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิตได้  ดังในช่วงสงกรานต์ก็คือการเดินทางของสุริยาย่างเข้าราศีใหม่  อันกล่าวง่ายๆว่ามีพระอาทิตย์เป็นประธานแล้วกำลังเดินเข้าบ้านประธานเริ่มก้าวขึ้นบันไดบ้านแล้วคือ “มหาสงกรานต์ ขึ้นบันไดมาถึงธรณีประตูแล้วคือ “วันเนา เข้าไปสถิตในเรือนเรียบร้อยคือ วันเถลิงศก เป็นความเข้าใจวันสงกรานต์ของคนไทยง่ายๆคล้ายกับวันตรุษจีนที่ประกอบไปด้วยวันต่างๆ  ซึ่งคนไทยเรายุคใหม่นี้เลือกเล่นน้ำกันได้แทบทุกวันในช่วงสงกรานต์เพราะดูจะกลายเป็นงานเล่นน้ำเอนเตอร์เทนมาได้พักหนึ่งแล้ว

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่าเพื่อให้สงกรานต์นี้มีมงคลที่สุดคือสุขมากและเสี่ยงน้อยก็ขอให้หลักอายุรวัฒน์ง่ายๆถึงสิ่งที่ต้องระวังดังต่อไปนี้ คือ 1.อดข้าวอดน้ำ การเล่นสนุกมากบางครั้งก็ทำให้ละเลย สิ่งจำเป็นเช่นการดื่มน้ำแต่จิบอัลกอฮอล์แทน  ซึ่งหน้านี้อากาศแสนร้อนทำให้ขาดน้ำพอตัวอยู่แล้ว  ยิ่งเอาแต่เล่นน้ำเหงื่อโชกแถมร้อนจัดขึ้นมาก็หาเบียร์เย็นๆจิบก็ยิ่งทำให้ขาดน้ำสาหัสขึ้น  คนที่เล่นอย่างท้องว่างแล้วเอาแต่ดื่มอัลกอฮอล์นี้จะมีโอกาส ช็อค หรือ ฮีด สโตรก ได้สูงขึ้นจากความร้อนที่ทำอันตรายหรือเป็นลมจากน้ำตาลต่ำรุนแรง

 สิ่งที่ไม่ควรทำช่วงสงกรานต์

        2.สำลักน้ำบ่อ เด็ก ๆ ที่ชอบเล่นน้ำตามลำรางสาธารณะ ห้วย หนอง คลอง บึงหรือแม้การตักน้ำบ่อน้ำจากโอ่งมาสาดกันอาจมีเชื้อพยาธิปนมาได้ขอให้เตือนกันให้ดี  ซึ่งในแหล่งน้ำจืดนี้ทาง CDC ออกประกาศเตือนเสี่ยงเชื้อปรสิตเช่น กีนีเวิร์ม (เชื้อดรากุนคูลัส) ชิสโตโซม่า อะมีบ้า คริพโตสปริเดียมและไกอาเดีย  ซึ่งเชื้อเหล่านี้จะเข้ามาได้เวลากลืนน้ำหรือสำลักน้ำที่เอามาเล่นสงกรานต์โดยไม่ตั้งใจ  ดังในข่าวที่มีผู้สำลักน้ำไม่สะอาดแล้วติดเชื้อได้ถึงสมอง

          3.ขับรถรอกัน  เป็นภาพที่ได้เห็นบ่อยเวลาขึ้นรถไปเที่ยวสงกรานต์สาดน้ำเป็นกลุ่มหลายคันก็มีการขับรอกันทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ซึ่งต้องระวังการเกิดอุบัติเหตุให้ดีโดยเฉพาะในถนนหลวงที่รถดูเหมือนว่างแต่วิ่งเร็ว  อีกทั้งเส้นทางที่เป็นเลนสวนได้อาจเกิดอุบัติเหตุจากรถที่พุ่งเข้ามาฝั่งตรงข้าม  ดังนั้นทางที่ดีถึงแม้จะเป็นเทศกาลสนุกแต่ถ้าขึ้นบนถนนต้องขับขี่ยวดยานแล้วก็ควรเคารพกฏจราจรเช่นเดียวกับเวลาปกติ

4.ฟาดฟันฉีดน้ำ  การบาดเจ็บเกิดได้แม้จากน้ำเพราะสายน้ำที่ดูนุ่มนวลอ่อนโยนนี้ถ้าถูกแรงดันบีบอัดเข้าผ่านปากกระบอกฉีดความดันสูงแล้วตรงเข้าอวัยวะที่บอบบางอย่างลูกนัยน์ตา รูจมูก ช่องปากก็จะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ได้  อวัยวะที่เล่ามาเป็นจุดที่หุ้มด้วยเยื่อบุมิวโคซ่าที่บอบบางดังนั้นจึงอาจฉีกขาดหรือห้อเลือดช้ำชอกได้ง่ายถ้าถูกการเล่นน้ำที่บ้าเลือด  อีกทั้งการกระโดดจากที่สูงลงบนผืนน้ำเพื่อดับร้อนก็ต้องระวังจะทำให้ถึงขั้นตกเลือดตับแตกได้เลยทีเดียวเพราะการเอาท้องลงน้ำจากที่สูงก็เหมือนกับลงมากระแทกพื้นคอนกรีตเรียบแข็ง

       5.ทำน้ำเปียกปลั๊ก  หน้าร้อนนี้ฟืนไฟต้องระวัง  ยุคใหม่ไม่ใช้ฟืนแต่ทุกบ้านย่อมมี“ปลั๊กไฟ” หรือเต้าเสียบที่จะเกิดอันตรายได้ถ้าเล่นน้ำอย่างไม่คิด  เช่นเล่นฉีดน้ำกันอย่างใกล้ชิดปลั๊กไฟหรือปล่อยให้น้ำท่วมเจิ่งนองไปจนถึงรูปลั๊กที่อยู่ใกล้พื้น  ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดอุบัติภัยจากไฟฟ้าดูด ไฟช็อต ไฟรั่วที่น่ากลัวอันตรายถึงชีวิตเหมือนกับถูกช็อตปลาอย่างนั้น  ดังนั้นทางที่ดีถ้ามีปลั๊กอยู่แถวที่เล่นน้ำควรเลี่ยงเสียหรือหาอุปกรณ์ครอบป้องกันไว้อย่างเหมาะสม

6.พักทั้งตัวเปียก  ข้อนี้ไม่ควรทำเพราะทำให้ป่วยกันมาหลังสงกรานต์หลายต่อหลายคนแล้ว  กล่าวคือการเล่นน้ำย่อมต้องมีเปียกเป็นเรื่องธรรมดา  ทว่าสงกรานต์แล้วไม่อยากหยุดเลยขอใส่เสื้อผ้าเปียกเล่นต่อแบบไม่สะดุดนี้จะทำให้เกิดปัญหาเจ็บป่วยไม่สบายขึ้นมาได้โดยเฉพาะ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ” ที่เกิดจากร่างกายเปียกชื้นตลอดเวลา  อีกทั้งปัญหา “เชื้อรา” ที่ผิวหนังซ้ำยัง “ตาแดง” ที่เกิดจากเยื่อบุตาอักเสบเพราะความไม่สะอาดก็จะตามมาได้เช่นกัน

สุดท้าย7.เรียกเหล้าไม่หยุด  ทราบดีว่าเป็นเทศกาลแห่งความสุขซึ่งมีคนนับไม่ถ้วนชวนกันมาฉลองด้วยเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ  แต่ถ้าจะตอบความสนุกสงกรานต์จริงควรนึกถึงว่าเป็นเวลามงคลฤกษ์เพราะมีการเถลิงศกใหม่  ดังนั้นการดื่มสิ่งที่ไม่เป็นมงคลเข้าร่างกายก็ย่อมจะดูขัดกันอยู่ในที  การที่ดื่มอัลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์อาจเป็นการเรียกความทุกข์โศกโรคภัยเข้าสู่ตัวได้ง่ายๆ  เพราะความตายช่วงปีใหม่ไทยจำนวนไม่น้อยมี “เหล้า” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

“ทั้งหมดเป็นความเสี่ยงที่เราป้องกันได้ด้วยการไม่ทำ แค่นั้นเอง  ซึ่งในหลายเรื่องจะเห็นว่าถ้าจะไม่ห้ามกันก็ได้หรือห้ามไปก็เท่านั้น แต่ที่ขอกันไว้ก็ด้วยความเป็นห่วงด้วยจากประสบการณ์ที่ตรวจคนไข้ฉุกเฉินมาก็พบปัญหาที่ว่าถูกหอบหิ้วกันมาอย่างฉุกละหุก เพื่อนก็หมดสนุก ซ้ำญาติพี่น้องยังเป็นห่วงแทบขาดใจ  ดังนั้นของบางอย่างแม้เขาไม่ต้องออกฏให้ทำแต่ถ้าดูแล้วมีประโยชน์กับตัวเรา หรือทำไปก็ไม่เสียหายแถมได้ประโยชน์ ก็โปรดช่วยกันเถิดครับ” นพ.กฤษดา กล่าว