ประเดิม ม.44 เคสแรก! เอาผิดพ่อแม่ อาชีวะวิวาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/234016


ประเดิมม44เคสแรก, เด็ก, เหตุ, 44เคสแรก, ม.44, คำสั่งที่ 30/2559, กล่าวโทษพ่อแม่, ทะเลาะวิวาท, ประเดิม, ม44, เคสแรก, เอาผิด, พ่อแม่, อาชีวะ, วิวาท, เอาผิดพ่อแม่, อาชีวะวิวาท

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 16 ก.ค. 2559

ประเดิม ม.44 เคสแรก! เอาผิดพ่อแม่ อาชีวะวิวาท

ไม้แข็ง ม.44 เอาผิดพ่อแม่ เด็กก่อเหตุพื้นที่สน.บึงกุ่ม จำคุก-ปรับ แต่สารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คุก3ด.ปรับ3หมื่น รอลงอาญา 2 ปี สอศ.แจ้งเตือนทุกวิทยาลัยดูเป็นตัวอย่าง

ดร.ชาญเวช  บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคดีพยายามฆ่าโดยคู่กรณีเป็น นักศึกษาอาชีวศึกษา 2 สถาบัน ใช้อาวุธปืนยิงบริเวณปากซอยเสรีไทย 41 ในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม ต่อมาตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถนำไปสู่การสืบสวนติดตามจับกุมตัวนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้ 2 คน ทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ใช้อาวุธปืนยิง ซึ่งยังเป็นเยาวชนจึงได้มีการประสานสหวิชาชีพร่วมสอบสวน และส่งตัวเข้าสู่สถานพินิจ

นอกจากนี้ ในคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2559 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา ได้กำหนดให้ต้องแจ้งให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองเข้ามารับทราบการกระทําของเด็กและเยาวชนรวมทั้งร้องทุกข์ กล่าวโทษ หรือปรับ ดังนั้น  เมื่อวันที่ 13ก.ค.59  สน.บึงกุ่ม ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ในความผิดฐาน “กระทำการบังคับ ขู่เข็ญ ยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ ตาม ม.64 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 อันเป็นเหตุให้นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายผู้อื่น” ซึ่งผู้ปกครองได้เข้ามอบตัว รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และเมื่อวันที่ 15 ก.ค.59 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้มีคำพิพากษาจำคุกผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน คนละ 6 เดือน ปรับคนละ 60,000บาท ผู้ต้องหารับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งจึงให้จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับ 30,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา มีกำหนด 2 ปี ตามคดีหมายเลขดำที่ 30/2559 คดหมายเลขแดงที่30/2559 ลง 15 ก.ค.59

“คดีนี้ ถือเป็นคดีแรกที่ดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ภายใต้การอำนวยการสั่งการ การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และคำแนะนำด้านเทคนิคการสืบสวนและสอบสวนทางคดี ของ ท่าน ผบก.น.4 และ นครบาล 4-4 จนนำไปสู่การใช้ดุลยพินิจของศาล ตัดสินพิพากษาลงโทษผู้ปกครองเด็กผู้ก่อเหตุ ในอัตราโทษที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานของคดีลักษณะนี้ในพื้นที่อื่นต่อไป”รองเลขาธิการ กอศ. กล่าว

ดร.ชาญเวช กล่าวด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะได้นำเรื่องนี้แจ้งไปยังสถานศึกษาในสังกัดทั้งรัฐและเอกชน เพื่อย้ำเตือนและนำไปเป็นกรณีศึกษา และกรณีตัวอย่าง เพื่อให้เพิ่มความระมัดระวังในเหตุการณ์รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น และขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่30/2559 อย่างเคร่งครัด

 

ภาพจาก ประชาสัมพันธ์ สอศ.

 

ไขมันสะสมจนพอกตับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233927

คมชัดลึก, ร้องทุกข์กับลุงแจ่ม, ลุงแจ่มคมชัดลึก, เปิดซองส่องไทย, ลุงแจ่มดูแลสุขภาพ, ไขมัน, สะสม, พอก, ตับ, ไขมันสะสมจนพอกตับ, คนดี ศรีอำนวยศิลป์

การศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ก.ค. 2559

ไขมันสะสมจนพอกตับ

ดูแลสุขภาพ : ไขมันสะสมจนพอกตับ

               ไขมัน สารอาหารที่มีทั้งประโยชน์และโทษผ่านเข้าสู่ร่างกายจากการรับประทานอาหาร ในคนที่รับประทานอาหารในสัดส่วนที่สมดุล ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายจะสามารถดูดซึมไขมันอย่างเหมาะสม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ด้วยวิถีชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป นั่งโต๊ะทำงานมากขึ้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ออกกำลังกายน้อยลง รับประทานขนมหวานและมันมากขึ้น ผักผลไม้น้อยลง เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาโรคอ้วนตามมาในที่สุด

ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยในช่วงอายุ 20-29 ปี เป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7.5 ในขณะที่ช่วงอายุ 40-49 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 สำหรับภาวะอ้วนลงพุงจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ภาวะไขมันสูงเหล่านี้นำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับในเวลาต่อมา

ไขมันพอกตับ (Nonalcoholic Fatty Liver Disease: NAFLD) หมายถึง ภาวะที่มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับ ในผู้ป่วยไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มแต่น้อย ไขมันจะทำให้เกิดอาการอักเสบและพังผืดในตับ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงเป็นตับแข็งได้ในเวลาต่อมา ภาวะนี้พบบ่อยในกลุ่มคนอ้วนและเบาหวาน นอกจากนี้โรคอื่นที่มักพบร่วมด้วย เช่น ไขมันในเลือดสูง การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วหรือขาดสารอาหารก็อาจทำให้ไขมันพอกตับได้เช่นกัน

ในระยะแรกผู้ป่วยอาจยังไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ อาจรู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตึงบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา แต่สามารถพบภาวะนี้ได้จากการเจาะเลือดตรวจสุขภาพ และทำอัลตราซาวนด์บริเวณตับพบ ไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ ต่อมาจึงเริ่มมีอาการอักเสบ หากไม่ปรับพฤติกรรมหรือดูแลอย่างถูกต้องจะกลายเป็นตับอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดในตับ เซลล์ตับเริ่มถูกทำลาย เมื่อเซลล์ตับจะถูกทำลายไปมาก ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจะกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับในที่สุด

การตรวจวินิจฉัยทำได้โดยการอัลตราซาวนด์ตับ ตรวจเลือด เจาะตับ ซึ่งการตรวจเนื้อตับจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับ และบ่งชี้ถึงความรุนแรงของโรค ในกรณีที่พบลักษณะทางพยาธิวิทยามีไขมันแทรกอยู่เกินร้อยละ 5 หรือมีอาการอักเสบร่วมด้วย เนื้อตับมีพังผืดแทรกมากน้อยเพียงใด มีภาวะตับแข็งหรือไม่ และเป็นหลักฐานยืนยันการวินิจฉัยโรคกระตุ้นให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง

แนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยงภาวะไขมันพอกตับสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมกรณีมีน้ำหนักตัวมาก ออกกำลังกายแบบมีแรงต้านและกระทบกระแทกน้อยอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันต่ำ กากใยสูง หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงยา อาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมั่นสังเกตตนเอง และตรวจสุขภาพประจำปี

นพ.อภิชาติ สุรเมธากุล

แพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร

โรงพยาบาลไทยนครินทร์

——————

ไขมันสะสมจนพอกตับ

รางวัลเกียรติยศ – นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนดี ศรีอำนวยศิลป์” ในโอกาสครบรอบ 90 ปี การก่อตั้งโรงเรียนอำนวยศิลป์ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรตินักเรียนศิษย์เก่าอำนวยศิลป์ ที่ประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้แก่โรงเรียน สังคม และประเทศชาติ ตลอดจนเป็นผู้ประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ยอมรับในสายงานนั้นๆ ณ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อเร็วๆ นี้

 

“ดาว์พงษ์” เซ็นตั้งทีมบริหาร “ราชภัฏชัยภูมิ-สุรินทร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233894

ตั้งทีมบริหาร 2 ราชภัฏ, ม.44, มรภ.ชัยภูมิ, มรภ.สุรินทร์, ดาว์, พงษ์, เซ็น, ตั้ง, ทีม, บริหาร, ราชภัฏ, ชัยภูมิ, สุรินทร์, ดาว์พงษ์, เซ็นตั้งทีมบริหาร, ราชภัฏชัยภูมิ-สุรินทร์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ก.ค. 2559

“ดาว์พงษ์” เซ็นตั้งทีมบริหาร “ราชภัฏชัยภูมิ-สุรินทร์”

“ดาว์พงษ์” เผยลงนามคำสั่งให้นายกสภา-กรรมการสภา-อธิการบดี มรภ.ชัยภูมิและมรภ.สุรินทร์พ้นจากหน้าที่ พร้อมตั้งปฏิบัติหน้าที่เข้าไปบริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.นี

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช. ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผลใช้บังคับกับมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ชัยภูมิ และ มรภ.สุรินทร์ ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีอำนาจสั่งให้ผู้ดำรงตำแหน่งหยุดปฏิบัติหน้าที่พ้นจากตำแหน่งหรือให้ไป ปฏิบัติงานอื่น และไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน เบี้ยประชุม สิทธิประโยชน์หรือเงินประจำตำแหน่งในตำแหน่งนั้น และกรณีนายกและกรรมการสภา ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ทั้งคณะให้รัฐมนตรีว่า การ ศธ.แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกและกรรมการสภา จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนแต่ไม่เกิน 15 คนนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด กกอ. ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา และเสนอรายชื่อผู้เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งให้ตนพิจารณาแล้ว โดยวันนี้ (15 ก.ค.) ตนได้ลงนามคำสั่งศธ. ที่สกอ.497/2559 เรื่อง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติ หน้าที่ใน มรภ.สุรินทร์ ดังนี้  ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามรภ.สุรินทร์ และกรรมการสภามรภ.สุรินทร์ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้บังคับใช้ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่  ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือรักษาการแทนอธิการบดี และรองอธิการบดีมรภ.สุรินทร์ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่

พร้อมกันนี้ แต่งตั้งคณะบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามรภ.สุรินทร์ ดังนี้ นายถนอม  อินทรกำเนิด เป็น ประธานกรรมการ ,รศ.อานนท์  เที่ยงตรง เป็น กรรมการ,รศ.ศศิวิมล  มีอำพล เป็น กรรมการ ,ผศ.จรูญ  ถาวรจักร เป็น กรรมการ, นายชวลิต  หมื่นนุช กรรมการ นายอภิมุข  สุขประสิทธิ์  กรรมการ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรรมการและเลขานุการ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เจ้าหน้าที่สกอ.ผู้ช่วยเลขานุการ  โดยให้คณะบุคคลเหล่านี้มีอำนาจและหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่สภามรภ.สุรินทร์ ตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จัด ระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในมรภ.สุรินทร์ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา และ แต่งตั้ง ผศ.จรูญ ถาวรจักร ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมรภ.สุรินทร์ 

พล.อ.ดาว์พงษ์  กล่าวต่อว่า วันเดียวกัน ได้ลงนาม คำสั่ง ศธ.ที่ สกอ.498/2559 เรื่องให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ใน มรภ.ชัยภูมิ  ให้ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามรภ.ชัยภูมิ และให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี และรองอธิการบดีมรภ.ชัยภูมิ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่  ได้แต่งตั้งคณะบุคคลปฏิบัติหน้าที่แทนสภามรภ.ชัยภูมิ ดังนี้ รศ.เชิดชัย โชครัตนชัย เป็น ประธานกรรมการ ,พล.ต.อ.ชาญวุฒิ วัชรพุกก์ เป็นกรรมการ รศ.ไทย ทิพย์สุวรรณกุล เป็น กรรมการ,รศ.สุภาว์ จุลนาพันธุ์ เป็น กรรมการ,นายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ เป็นกรรมการ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็น กรรมการและเลขานุการ เจ้าหน้าที่ สกอ.เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และเจ้าหน้าที่ สกอ.เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

โดยให้คณะบุคคลดังกล่าวมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ ปฏิบัติหน้าที่สภามรภ.ชัยภูมิ ตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในมรภ.ชัยภูมิ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาและแต่งตั้ง ผศ.เฉลย ภูมิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมรภ.ชัยภูมิ ทั้งนี้ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้บังคับและพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตามคำ สั่งนี้ ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีตามคำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้คือวันที่ 21 ก.ค. 2559

“คำสั่งนี้มีผลให้ นายกสภาฯ กรรมการสภาฯ อธิการบดี ของมรภ.ทั้ง 2 แห่งสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ และคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที โดยผมได้ขอให้ทุกคนเร่งเข้าไปตรวจสอบ ว่าแต่ละแห่งมีปัญหาเรื่องใดบ้างที่ต้องเร่งแก้ไข ให้การบริหารงานและการจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาย และให้มารายงานความคืบเบื้องต้นกับผม วันที่ 22 ก.ค.2559 ส่วนมหาวิทยาลัยที่มีปัญหา และมีรายชื่ออยู่แล้ว จะเชิญมาพูดคุย ถึงแนวทางแก้ปัญหาก่อน ว่าจะแก้อย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไร ซึ่งเท่าที่คิดการแก้ปัญหาไม่น่าจะเกิด 1-2 เดือน หากไม่สามารถดำเนินการได้ ก็คงต้องมีคำสั่งและแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

 

สั่งผอ.โรงเรียนชี้แจงเหตุและการลงโทษเด็กม.1 ต่อยรองผอ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233876


ทำร้ายรองผอ., เด็กม.1, สั่ง, โรงเรียน, ชี้แจง, เหตุ, และ, การ, ลงโทษ, เด็ก, ต่อย, รอง, ต่อยรองผอ, สุรวิทยาคม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ก.ค. 2559

สั่งผอ.โรงเรียนชี้แจงเหตุและการลงโทษเด็กม.1 ต่อยรองผอ.

สพฐ.สั่งผอ.ร.ร.หนองโตง“สุรวิทยาคม” แจงเหตุเด็กม.1 ต่อย รองผอ.ฝ่ายปกครอง ชี้เป็นตัวอย่างไม่เหมาะสมทำผิดต้องรับโทษ ส่วนทางกฎหมายขึ้นอยู่กับรองผอ.ตัดสินใจ

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายการุณ  สกุลประดิษฐ์  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ รายหนึ่งออกมาเปิดเผย รูปภาพ และข้อความ กรณีที่นายจรัญ จันทร์ณรงค์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ถูกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1อายุ 14 ปี ทำร้ายร่างกาย มีอาการเลือดคลั่งในสมอง ซึ่งทางโรงเรียนปิดข่าว และไม่มีการลงโทษเด็กนักเรียนคนดังกล่าว  ว่า  นายพงษ์ศักดิ์  อินทรามะ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองโตง “สุรวิทยาคม” และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุรินทร์ เขต1 รายงานเรื่องดังกล่าวให้ตนทราบเบื้องต้นว่า  นักเรียนคนนี้ มีนิสัยค่อนข้างเกเรอยู่แล้ว ซึ่งในวันดังกล่าว เด็กได้กระทำผิดระเบียบ และรองผู้อำนวยการที่ดูแลฝ่ายปกครอง ได้เข้าไปตักเตือน เพื่อให้เด็กอยู่ในระเบียบวินัย ทำให้นักเรียนเกิดความไม่พอใจ เข้าทำร้ายร่างกายรองผู้อำนวยการโรงเรียนจนได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ทันทีที่เกิดเหตุ ทางโรงเรียน ได้เชิญผู้ปกครองพูดคุย และให้เด็กมาขอขมารองผอ.โรงเรียนไปแล้ว ซึ่งทางรองผอ.ก็ไม่ได้ติดใจเอาความ  แต่ภายหลัง รองผอ. ได้ไปตรวจร่างกายโดยละเอียด  พบว่า มีอาการเลือดคลั่งในสมอง ทำให้ทางญาติทนไม่ไหว จึงโพสต์เรื่องดังกล่าว ผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว  ซึ่งในส่วนของการดำเนินคดีตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับทางรองผอ. และครอบครัวว่า จะแจ้งดำเนินคดี กับนักเรียนคนดังกล่าวหรือไม่

“ผมบอกกับผอ.โรงเรียน ว่า การที่เด็กทำร้ายครูเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และยังได้ถามผอ.โรงเรียนไปว่า มีการลงโทษทางวินัยกับเด็กด้วยหรือไม่ ซึ่งทางผอ.โรงเรียนไม่ได้ตอบ ดังนั้นผมจึง สั่งการให้ผอ.โรงเรียน ทำหนังสือชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา อย่างละเอียด รวมถึงชี้แจงด้วยว่า ได้มีการลงโทษทางวินัยนักเรียนคนดังกล่าว อย่างไรไปแล้วบ้าง แล้วส่งให้ผมรับทราบโดยเร็วที่สุด  เรื่องนี้ถือว่า ไม่เหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ไม่ดี  เด็กที่ทำความผิดควรจะต้องถูกลงโทษ ไม่ใช่ปล่อยไว้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางกฎหมาย ต้องเป็นเรื่องของผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย ต้องไปพิจารณาว่าจะดำเนินการกับเด็กหรือไม่ ”นายการุณ กล่าว

 

ขับไล่อธิการบดี หมิ่นเบื้องสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233875

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, พิชัย สิริรัตนพลกุล, นักศึกษา, คมชัดลึก, ม.112, พงศ์ หรดาล, บกพร่อง, ทุจริต, คอร์รัปชั่น, ราชภัฏ, พระนคร, การศึกษา, ขับไล่, อธิการบดี, หมิ่น, เบื้องสูง, ขับไล่อธิการบดี, หมิ่นเบื้องสูง

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ก.ค. 2559

ขับไล่อธิการบดี หมิ่นเบื้องสูง

อาจารย์-นักศึกษา เคลื่อนไหวขับไล่อธิการบดี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ-มีพฤติกรรม หมิ่นเบื้องสูง แจ้งความดำเนินคดี ม.112

               15 ก.ค. 59  เมื่อเวลา 10.00 น. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร  นายพิชัย สิริรัตนพลกุล อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พร้อมด้วยนักศึกษา 80 คน ยื่นหนังสือทวงถามความเป็นธรรมให้แก่มหาวิทยาลัยฯ กับนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร บริเวณลานหน้าอาคารเบญจมวัฏ สำนักงานอธิการบดี สืบเนื่องจากนายพงศ์ หรดาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มีพฤติกรรม หมิ่นเบื้องสูง บริหารงานบกพร่อง ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมถือป้ายข้อความและอ่านแถลงการณ์ โดยมีตำรวจ สน.บางเขน ดูแลความเรียบร้อย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน เป็นคนกลางเจรจา

นายพิชัย กล่าวว่า เคยร้องเรียนกรณีนี้แล้ววันที่ 24 ธ.ค. 2558 และวันที่ 17 มิ.ย. 2559 ที่ผ่านมา แต่นายพงศ์ ยังไม่สำนึก ยังไม่หยุดกระทำในสิ่งต่างๆ ที่สร้างความเสียหายต่อบ้านเมือง และกระทำการ หมิ่นเบื้องสูง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซ้ำยังกระทำหนักขึ้นไปอีก โดยวันที่ 29 มิ.ย. 2559 ได้จัดงานสืบดวงชะตาให้แก่ตนเองและพวกพ้อง ใช้งบประมานแผ่นดิน  อ้างการจัดกิจกรรรมนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลการเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ภายในงานไม่มีแม้แต่พระบรมฉายาลักษณ์ ป้ายเทิดพระเกียรติบนเวที หรือการกล่าวเทิดพระเกียรติแต่อย่างใด

 

อาจารย์-นักศึกษา เคลื่อนไหวขับไล่อธิการบดี ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ-มีพฤติกรรม หมิ่นเบื้องสูง แจ้งความดำเนินคดี ม.112

 

“ก่อนหน้านี้เคยร้องไปยังสภามหาวิทยาลัย 9 ข้อ กรณีเรื่องการจัดซื้อแอร์แพงเกินจริง การบริหารงานที่บกพร่อง ซึ่งสร้างความเสียหายแก่รัฐ ก็ยังคงค้างอยู่ในสภาฯ ไม่ได้แก้ไขแต่อย่างใด และได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวมาถือว่า นายพงศ์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แอบอ้าง จาบจ้วง หมิ่นเบื้องสูงอย่างร้ายแรง อยากขอความเมตตาต่อนายกสภาฯ โปรดให้ความเป็นธรรมต่อแผ่นดิน โดยนายพงศ์หยุดปฏิบัติงาน ไล่ออก ถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการและเงินบำนาญ ดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาที่สร้างความเสียหายต่อรัฐให้ถึงที่สุด”

ด้านตัวแทนสภามหาวิทยาลัยที่มารับหนังสือร้องเรียน กล่าวว่า จะนำเรื่องเรียนสภามหาวิทยาลัยพิจารณาต่อไป หลังจากนั้นกลุ่มนักศึกษาได้แยกย้ายกลับไปเรียนตามปกติ

ขณะที่ พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้วว่า นายพิชัย แจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน เมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 13 ก.ค. ซึ่งตนได้เสนอผู้บังคับบัญชาไปแล้ว โดยข้อกล่าวหาต่างๆ ต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน ซึ่งทาง บช.น.จะมีการแต่งตั้งนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการ เป็นหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนสอบสวนว่ามีพฤติกรรม หมิ่นเบื้องสูง เข้าข่ายผิดมาตรา 112 หรือไม่

 

ห้องสมุดเที่ยงคืน’มทร.ธัญบุรี’ทันสมัย-ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233808


มทร.ธัญบุรี, ห้องสมุด, เที่ยง, ธัญ, บุรี, ทันสมัย, ตอบ, โจทย์, ไลฟ์สไตล์, มทรธัญบุรี, น้องวา, น้องอะตอม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 15 ก.ค. 2559

ห้องสมุดเที่ยงคืน’มทร.ธัญบุรี’ทันสมัย-ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นศ.

ห้องสมุดเที่ยงคืน’มทร.ธัญบุรี’ทันสมัย-ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นศ. : ชุลีพร อร่ามเนตร

            การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งดึกก็ยิ่งคึก ยิ่งดึกยิ่งสนุก ไม่หลับไม่นอน มีกิจกรรมให้เรียนรู้ และร่วมปฏิบัติมากมาย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี มหาวิทยาลัยที่พยายามจัดบรรยากาศการเรียนการสอนให้นักศึกษาได้เรียนรู้ตลอดเวลาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักศึกษา อยู่มหาวิทยาลัยที่ไหน เวลาใดก็สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ โดยล่าสุด ได้ปรับโฉมห้องสมุดให้มีความทันสมัย เป็นห้องสมุดมีชีวิต และขยายเวลาในการเปิด-ปิด วิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศฯ เป็นเวลา 24.00 น. หรือที่นักศึกษา มทร.ธัญบุรี เรียกว่า “ห้องสมุดเที่ยงคืน”

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรี เป็นบ้านราชมงคล ที่ทุกคนในมหาวิทยาลัยต้องได้รับการดูแลอย่างดี นอกจากการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ หลักสูตรที่เน้นให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติ คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นแล้ว ยังต้องมีแหล่งเรียนรู้เปิดรับนักศึกษาได้ตลอดเวลา ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้ปรับปรุงห้องสมุด มีพื้นที่ให้นักศึกษาได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดอย่างมีความสุข ทั้งเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าที่ทันสมัย เป็นแหล่งบันเทิง เรียนรู้ มีห้องนันทนาการเพื่อการดูหนัง ฟังเพลง ผ่อนคลาย หรือเรียนรู้จากเรื่องราวต่างๆ มีเทคโนโลยีรองรับความต้องการ มีไวไฟคอยให้บริการ

“นักศึกษาสามารถใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งสร้างสรรค์ ไอเดีย และนวัตกรรมต่างๆ ได้ โดยสำนักวิทยบริการฯ ได้ดำเนินการเปิดห้องสมุดเที่ยงคืนขึ้นมา เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้เวลาศึกษาค้นคว้าอย่างเต็มที่ มีพื้นที่ในการศึกษาและเปลี่ยนความรู้ ลดปัญหาสิ่งเร้าต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อนักศึกษา เพราะเมื่อมหาวิทยาลัยมีพื้นที่ให้เขาได้ใช้ชีวิต ทำกิจกรรมดีๆ เขาก็ได้ไม่ยุ่งกับสิ่งไม่ดี ภายในห้องสมุดยังมีห้องนวัตกรรมที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้จับกลุ่มแลกเปลี่ยน คิดค้นนวัตกรรมร่วมกัน และสำหรับห้องนวัตกรรมยังนำร่องสร้างใน 4 คณะ ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ก่อนขยายไปคณะอื่นๆ อีกทั้งมีแผนจะปรับปรุงห้องเรียนทุกคณะให้มีเลิร์นนิ่ง สเปซ พื้นที่ให้นักศึกษาได้นั่งเรียน นั่งคิด มทร.ธัญบุรีไม่ได้ให้เฉพาะความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญปฎิบัติเป็น คิดเป็น แก้ปัญหาเป็นเท่านั้น”

รศ.ดร.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า มหาวิทยาลัยต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ มีพื้นที่ให้นักศึกษาได้ใช้ทักษะ ความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่ ซึ่งค่าเล่าเรียนที่นักศึกษาเสียให้แก่มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยไม่ได้นำมาใช้เพื่อสร้างความร่ำรวยให้แก่มหาวิทยาลัย แต่นำมาสร้างสรรค์ประโยชน์ สร้างคุณภาพ พัฒนาสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย อุปกรณ์การเรียนการสอน พัฒนานักศึกษาทั้งหมด ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงมีการวางระบบการดูแลนักศึกษา ทั้งด้านการขนส่ง สวัสดิการ กองทุนต่างๆ มีระบบอาจารย์ที่ปรึกษา 1 ต่อ 30 เพื่อช่วยเหลือดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ต่างๆ ให้มีความทันสมัยรองรับการใช้ชีวิตของนักศึกษาทุกคน

ด้าน “น้องวา” นายธิวาธร พรหมรักษา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาดนตรีไทยศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ นายกองค์การนักศึกษา มทร. ธัญบุรี เล่าว่า มหาวิทยาลัยมีแหล่งเรียนรู้ให้นักศึกษาได้เข้าไปใช้บริการเยอะมาก อย่างห้องสมุดเที่ยงคืนก็เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน จากเด็กบางคนที่ไปสถานบันเทิงก็อาจมาศึกษาค้นคว้าหาความรู้ สร้างสรรค์กิจกรรมในห้องสมุดแทน รวมถึงมีกิจกรรมให้นักศึกษาได้ทำมากมาย เช่น กิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ แลกบัวสรรค์ปี 59 หรือกิจกรรมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ติวหนังสือ คอยช่วยเหลือทั้งด้านการเรียน การทำกิจกรรม มีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำแก่นักศึกษาทุกคน การมาเรียนที่ มทร.ธัญบุรี จึงเป็นเสมือนบ้านที่เติมเต็มความสุข รองรับความต้องการของนักศึกษาทุกด้าน

“น้องอะตอม” นายปณัฐพงศ์ พระโป๊ะ นักเรียนชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เล่าว่า ทุกพื้นที่ของมหาวิทยาลัยล้วนเป็นแหล่งเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ห้องนวัตกรรม ห้องสันทนาการ โรงยิม ห้องออกกำลังกาย ทุกแห่งมีความทันสมัยเหมาะสมกับการใช้ชีวิตของนักศึกษา และมหาวิทยาลัยมีระบบช่วยเหลือนักศึกษา มีกองทุน สวัสดิการนักศึกษา มีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะมากมาย ปีนี้ มทร.ธัญบุรีรับนักศึกษาเข้าเรียน 6,500 คน ซึ่งมากกว่าจำนวนเปิดรับ ทำให้เห็นได้ว่ามหาวิทยาลัยได้รับการยอมรับจากนักศึกษามากขึ้น

อยากสัมผัส “ห้องสมุดเที่ยงคืน” แทนร้านเหล้า สถานบันเทิง บรรยากาศของมหาวิทยาลัยที่อัดแน่นไปด้วยแหล่งเรียนรู้มากมาย ลองแวะเวียนไปยัง มทร.ธัญบุรี ติดต่อสอบถาม โทร.0-2549-3636 https://www.rmutt.ac.th/หรือ http://www.library.rmutt.ac.th

 

ไม่ต้องชะลอสรรหาเลขาฯสปสช.ใหม่ แม้”หมอประทีป”ฟ้องศาลปกครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233713

ดร.วิษณุ, สปสช., นพ.ประทีป, เลขาธิการสปสช.คนใหม่, ปิยะสกล, รมว.สธ., บัตรทอง, ไม่ต้อง, ชะลอ, สรรหา, เลขาฯ, สปสช, ใหม่, แม้, หมอ, ประทีป, ฟ้อง, ศาลปกครอง, หมอประทีป, หมอปิยะสกล

การศึกษา-สาธารณสุข  : 14 ก.ค. 2559

ไม่ต้องชะลอสรรหาเลขาฯสปสช.ใหม่ แม้”หมอประทีป”ฟ้องศาลปกครอง

รองฯวิษณุไฟเขียว เดินหน้าสรรหาเลขาฯสปสช.ใหม่ ไม่ต้องชะลอ แม้ “หมอประทีป”ฟ้องศาลปกครอง “หมอปิยะสกล”ขอคนบิดเบือนข้อมูลอย่าทำ เพียงเห็นแก่ประโยชน์ตนเอง

       จากกรณีที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.)ลงคะแนนไม่รับรองนพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ให้เป็นเลขาธิการสปสช.คนใหม่ โดยนพ.ประทีป เตรียมที่จะยื่นศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติบอร์ดดังกล่าวและคุ้มครองชั่วคราวการสรรหาเลขาฯใหม่ รวมถึงจะฟ้องอาญาด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลให้กระบวนการสรรหาเลขาธิการสปสช.ต้องล่าช้าออกไปหรือไม่นั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมหารือกับดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษารมว.สธ. นพ.โสภณ เมฑธน ปลัดสธ. นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาฯสปสช. และทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษกสปสช.ว่า ตนได้ขอเข้าพบเพื่อหารือกับดร.วิษณุ เพื่อหาทางออกในการดำเนินการสรรหาเลขาธิการสปสช.คนใหม่ในกรณีที่นพ.ประทีปมีการฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนมติและคุ้มครองชั่วคราวจำเป็นจะต้องชะลอการสรรหาก่อนหรือไม่ ซึ่งท่านรองนายกฯให้ความเห็นว่าสามารถดำเนินการสรรหาต่อไปได้ตามมติบอร์ดสปสช. ไม่ขัดกฎหมาย เว้นแต่เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไรแล้วจึงจะมาพิจารณากันใหม่อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงประเด็นกับประเด็นทางการเมือง  รมว.สธ. กล่าวว่า รัฐบาลรับทราบเรื่องนี้ดี การเชื่อมโยงไร้ประโยชน์  ต้องพยายามสื่อสารความจริงให้ประชาชนรับทราบ  การไม่ได้คนที่บางกลุ่มหนุนหลังมาเป็นเลขาธิการสปสช.ก็ไม่ใช่ล้มหรือยึดระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง เพราะระบบเป็นของประชาชน  ซึ่งคนที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่ออะไร เกิดประโยชน์หรือไม่ นอกจากผลประโยชน์ส่วนตัวใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น อย่าทำ

“ส่วนที่พูดว่ามีการแปลกบัตรทองให้เป็นระบบอนาถา ก็เลิกพูดคำนี้ไปแล้ว มีแต่ผู้มีรายได้น้อยและยากจน ที่จะทำให้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพให้มากกว่านี้ คนที่พูดถึงความอนาถา แสดงว่าในใจคนพูดยังคิดถึงความอนาถาอยู่ในใจ อยากให้เข้าใจกัน ไม่มีอะไรที่จะต้องขัดแย้งกันเลย รักษาการเลขาธิการสปสช.คนปัจจุบันก็ยังทำงานได้ และให้ตั้งผู้ช่วยในการขับเคลื่อนงาน เอาเวลาที่คิดทำให้แตกแยกมาคิดร่วมและทำประโยชน์ให้กับประชาชน อย่าเสียเวลาสร้างความขัดแย้ง ซึ่งเชื่อว่าปัจจุบันประชาชนรู้ดีว่าอะไรบิดเบือน รู้ว่าสิ่งใดถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง อะไรที่เป็นประโยชน์ประชาชนอยากให้ช่วยกัน”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

ต่อข้อถามดร.วิษณุ ได้แสดงความเห็นต่อกรณีการลงคะแนนเสียงไม่รับรองนพ.ประทีปหรือไม่ รมว.สธ. กล่าว่า ท่านรองนายกฯ บอกว่าการประชุมวันนั้นมีความโปร่งใสเพราะมีการถ่ายทอดสด และบันทึกเทปตลอดเวลาอยู่แล้ว สามารถเอามาถอดใจความ และเอามาตีความยืนยันได้ว่าถูกหรือผิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ออกมาโจมตี และบิดเบือนข้อมูลบัตรทองโดยเฉพาะที่บรรจุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการบิดเบือนเนื้อหา เข้าข่ายผิดตามพรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559หรือไม่ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามดร.วิษณุว่าที่พยายามบิดเบือนอย่างนี้ จะเป็นผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ และจะผิดกฎหมายประชามติหรือไม่

 

วธ.จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233783

วธ.จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ"

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :14 ก.ค. 2559

วธ.จัดบรรพชาสามเณรเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ”

วธ.จัดเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 28 ก.ค.59 จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทปฏิบัติธรรม ที่วัดยานนาวา

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 15.00 น.ที่วัดยานนาวา  กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยกรมการศาสนา ร่วมกับวัดยานนาวา จัดพิธีบรรพชาอุปสมบทปฏิบัติธรรมถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 มีพระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  เป็นประธานฝ่ายฆารวาส มีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชน เด็กและเยาวชนเข้าร่วมในพิธี จากนั้นเวลา 18.09 น. ได้มีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องด้วยนพเคราะห์และพิธีสืบดวงพระชาตาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 64  พรรษา

นายวีระ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 28 กรกฎาคม 2559 กรมการศาสนา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรศาสนา ประชาชน เด็กและเยาวชน จึงได้ร่วมกันจัด พิธีบรรพชาอุปสมบทฯ พระและสามเณรรวม 65 รูป ทั้งนี้เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และเพื่อส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา มาประพฤติปฏิบัติและพัฒนาคุณภาพชีวิต อีกทั้งเป็นการสืบทอด ศาสนทายาทและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ให้คงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป

สำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องด้วยนพเคราะห์  จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา  เพื่อเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สร้างขวัญและกำลังใจให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกรอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี ให้สังคมเกิดความสงบร่มเย็น และสันติสุข ด้วยการนำหลักธรรมจากบทเจริญพระพุทธมนต์มาประพฤติปฏิบัติในวิถีชีวิต

อย่างไรก็ตาม ศน. ได้จัดพิธีรับผ้าไตรและพระฉายาลักษณ์พระราชทาน เพื่อให้วัฒนธรรมจังหวัดนำไปถวายพระสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นพเคราะห์และพิธีสืบดวงพระชาตาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 64 พรรษา 28 ก.ค.2559  ทั่วประเทศ  โดยส่วนกลางจัดขึ้น วันที่ 14 ก.ค. 2559 เวลา 18.09 น. ณ วัดยานนาวา เขตสาทร และในส่วนภูมิภาค ได้ขอความร่วมมือของจังหวัด คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมร่วมกันจัดพิธีดังกล่าวเช่นกันใน 76 จังหวัดๆ ละ 1 แห่ง (สถานที่ตามที่จังหวัดกำหนด)ในช่วงตั้งแต่วันที่ 9-28 ก.ค. 2559 ขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

อาชีวะร่วมปภ.บริการปชช.ช่วงวันหยุดยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233772


ไฟไหม้, วันหยุดยาว, อาชีวะ, ร่วม, บริการ, ปชช, ช่วง, วันหยุด, ยาว, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 14 ก.ค. 2559

อาชีวะร่วมปภ.บริการปชช.ช่วงวันหยุดยาว

“ดาว์พงษ์” กำชับร.ร.เฝ้าระวังจัดเวรยาม ดูแลร.ร.ช่วงวันหยุดยาว ขณะที่ สอศ.ร่วมมือกับ ปภ.ส่งเด็กอาชีวะออกให้บริการประชาชน

ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.กล่าวว่า เนื่องจากในสัปดาห์หน้าตรงกับวันสำคัญคือ วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติประกาศเพิ่มวันหยุดพิเศษ ทำให้มีวันหยุดยาว ตั้งแต่วันที่ 16-20 ก.ค.2559 ดังนั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้ผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.กำชับไปยังสถานศึกษาในสังกัด ขอให้เฝ้าระวังเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะเหตุ ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือลมพายุ ฯลฯ โดยขอให้สถานศึกษาวางมาตรการอย่างเข้มข้น จัดเวรยามดูแล และหากเกิดเหตุขอให้เร่งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบโดยเร็ว

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้แจ้งว่า สอศ.จะร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการออกให้บริการและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วย

 

จับตา 20 มหาวิทยาลัยขัดแย้ง-ทุจริต-รับนศ.เกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/233771

รับนักศึกษาเกิน, ม.44, จับตา, มหาวิทยาลัย, ขัดแย้ง, จริ, ตรับ, เกิน, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 14 ก.ค. 2559

จับตา 20 มหาวิทยาลัยขัดแย้ง-ทุจริต-รับนศ.เกิน

กกอ.เสนอชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภา มรภ.สุรินทร์-มรภ.ชัยภูมิ ให้ “ดาว์พงษ์” พิจารณาแล้ว ส่งสัญญาณ 20 มหาวิทยาลัยมีปัญหาจัดการศึกษา หลักสูตร เร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. รศ.นพ.กำจร  ตติยกวี  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  กล่าวว่า  ขณะนี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เสนอปัญหาและแนวทางแก้ปัญหามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ และมรภ.ชัยภูมิ โดยขอให้แต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี และรองอธิการบดี ให้พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ  เรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ถือ เป็นแนวทางเบื้องต้น  แต่ระยะยาว จะต้องเร่งผลักดันร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยสาระสำคัญไว้ในร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา มีลักษณะเดียวกับคำสั่งในม.44 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เข้าถ่วงดุลอำนาจสภามหาวิทยาลัย  เพราะที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้น คือ สภามหาวิทยาลัย เป็นองค์กรสูงสุด ในมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีใครเข้าไปดูแลได้

อย่างไรก็ตาม คำสั่งม.44 ไม่ใช่เป็นการเข้าไปล้วงลูก แต่เข้าไปดูแลการบริหารงานภายในมหาวิทยาลัยให้เกิดความเรียบร้อยขึ้น  ซึ่งแกนหลักคือ มหาวิทยาลัยที่มีพฤติกรรมตามข้อ 4 ของคำสั่งคสช. ฉบับนี้ ที่ ระบุว่า  จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมาตรฐานหลักสูตร จนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่นิสิต นักศึกษา ระบบการศึกษา สังคม หรือประเทศชาติ  จงใจหลีกเลี่ยง หรือประวิงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษา หรือคำสั่งของ รมว.ศึกษาธิการ ที่สั่งการตามคำสั่งนี้ หรือตามกฎหมาย นายกสภาฯ กรรมการสภาฯ หรือผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต  ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในสถาบันอุดมศึกษา จนสภาฯ หรือสถาบันอุดมศึกษา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้  มหาวิทยาลัยเหล่านี้หาก กกอ.เห็นว่า มีปัญหา ก็สามารถส่งคณะทำงานเข้าไปตรวจสอบได้ แต่เบื้องต้นจะให้โอกาสสภามหาวิทยาเหล่านี้ ได้แก้ปัญหาให้ได้ก่อน

“จากนี้มหาวิทยาลัยที่รู้ตัวว่า มีปัญหา ทั้งที่เคยเข้ามายื่นหนังสือร้องเรียนกับ รมว.ศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยที่มีปัญหายืดเยื้อมานาน ขอให้สภาฯ กลับทบทวน และหาทางแก้ปัญหาให้ได้  กกอ.จะยังไม่เข้าไปตรวจสอบอะไร  ส่วนจะให้เวลาสภาฯ ในการแก้ปัญหานานแค่ไหน คงไม่สามารถตอบได้ ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา แต่คงให้เวลาไม่นานนัก หาก ไม่เร่งแก้ไข ก็อาจจะเป็นคิวถัดไป ซึ่งรมว.ศึกษาธิการ มีอำนาจในการออกคำสั่งให้สถาบันอุดมศึกษาเหล่านั้น อยู่ในความควบคุมของ สกอ.”รศ.นพ.กำจร กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งแก้ปัญหา มีอยู่ประมาณ 10% ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ หรือคิดเป็นประมาณเกือบ 20 แห่ง ในจำนวนนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาเรื่องการรับนักศึกษาเกินกว่าที่แจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รับทราบ จำนวน 11 แห่ง นอกนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีปัญหาการทุจริต ของผู้บริหาร ความแตกแยกของสภาฯ กับฝ่ายบริหาร  สภาฯ อาศัยช่องทางกฎหมายสั่งปลดอธิการบดี