‘ก้าวไกล’ เตรียมประชุม สส.-กก.กห. ถกขับ ‘ปูอัด’ พ้นพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562818

06 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล' เตรียมประชุม สส.-กก.กห. ถกขับ 'ปูอัด' พ้นพรรค

‘ก้าวไกล’ เตรียมแถลงมติที่ประชุมขับ ‘ปูอัด’ สส.ไชยามพวาน พรุ่งนี้ 10.30 น. หลังคืนนี้จะหยิบยกมาหารือวาระแรก หลัง ไม่ปฏิบัติตามมติของพรรค กรณีถูกตัดสินคุกคามทางเพศ

วันนี้(6พ.ย.2566) เมื่อเวลา 18.30 น. บรรยากาศที่โรงแรมอักษร อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งพรรคก้าวไกล ได้จัดกิจกรรมสัมมนา สส.ก้าวไกล และกรรมการบริหารพรรค ระหว่างวันที่ 6-8 พ.ย. 2566 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบริเวณด้านใน เนื่องจากเป็นการประชุมทำกิจกรรมภายใน และตลอดช่วงเย็นที่ผ่านมามี สส.ก้าวไกล ทยอยเดินทางเข้ามาร่วมสัมมนาอย่างต่อเนื่อง

โดยมีรายงานว่าในที่ประชุมค่ำวันนี้ จะหยิบยกประเด็น ของ “ปูอัด” นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส. กทม. พรรคก้าวไกล กรณีไม่ปฏิบัติตามมติคำสั่งของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลตามระยะเวลาที่กำหนดภายในวันที่ 4 พ.ย. 2566 หลังถูกตัดสินคุกคามทางเพศ เข้าหารือเป็นวาระแรกด้วย

แต่ทั้งนี้การประชุมเริ่มล่าช้า เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบตามข้อบังคับการประชุม โดยในเวลา 18:30 น. ก็ยังไม่สามารถที่จะเริ่มประชุมได้ ซึ่งน.ส.ภคมณ หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคก้าวไกล ได้แจ้งในไลน์ของพรรค ว่า “แจ้งสื่อมวลชนที่ปักหลักรอหน้าโรงแรม ค่ำคืนนี้ยังไม่มีอะไรนะคะ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง พี่น้องสื่อไปพักผ่อนก่อนได้นะคะ ค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ คาดว่าจะแถลงได้เวลา10:30 นาที”

โดยในวันพรุ่งนี้(7พ.ย.2566) จะมีการลงมติบทลงโทษอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 09:30 น. จากนั้น นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเป็นผู้แถลงมติที่ประชุมด้วยตัวเอง

‘รมช.เกษตร’ ไชยา พรหมา มั่นใจรับมือไหว ปม เรืองไกร ร้อง กกต. ยื่นบัญชีผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562816

06 พ.ย. 2566

'รมช.เกษตร' ไชยา พรหมา มั่นใจรับมือไหว  ปม เรืองไกร  ร้อง กกต.  ยื่นบัญชีผิดปกติ

หนึ่งในสองรัฐมนตรีจากเพื่อไทย ” ไชยา พรหมา” ไม่กังวล หลังมีประเด็น เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องร้องไปยัง กกต. อ้างถึง การพบความผิดปกติในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน โดย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำทุกอย่างชี้แจงได้

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   ให้สัมภาษณ์  “เนชั่นทีวี”  ว่า  จากกรณี นายเรืองไกร  ลีกิจวัฒนะ  สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เข้ายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบรัฐมนตรี 2 คน ของพรรคเพื่อไทย คือ ตน   และนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องจากตรวจสอบพบความผิดปกติในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน โดยพบว่า อาจมีการครอบครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด เกิน 5 % ตามที่กฎหมายกำหนด เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว กำหนดครอบคลุมไปถึงคู่สมรสด้วย  

“เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย กรณี รัฐมนตรีเข้ารับตำแหน่ง ต้องบริหารจัดการหุ้นส่วน ในกรอบกฎหมาย ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน  แล้วรายงานประธาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขที่ผมดำเนินการอยู่  เรื่องหุ้นนี้เป็นหุ้นเล็ก ๆ ในครอบครัว ประกอบธุรกิจเล็กๆ  ขายเครื่องบวช กฐิน สังฆภัณฑ์ ไม่น่าเป็นประเด็น ไม่หนักใจ ชี้แจงได้  มั่นใจชี้แจงได้ตามกรอบกฎหมาย มาตรา 184  ภายใน 30 วัน  มีเอกสารชี้แจง ”  นายไชยา  กล่าว

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ     กล่าวว่า ในส่วนของนายไชยา นั้นตรวจสอบข้อเท็จจริง จากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีรับตำแหน่งรมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2566 ซึ่งแจ้งข้อมูลที่ค่อนข้างแปลก เพราะในวันที่ 16 ก.ย. 2566 ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรากฎชื่อนางอัญชลี พรหมา คู่สมรส เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  “ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา” ได้รับชำระเงินลงหุ้น เป็นเงิน 400,000 บาท ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อของน.ส.อธิษฐาน พรหมา ซึ่งเป็นลูกสาว เพื่อชำระเป็นเงินลงหุ้น โดยแจ้งว่าเป็นการเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา

สรุปเป็นการชำระเป็นเงินสดลงหุ้น 400,000 บาท ไว้ โดยไปเอามูลค่าของห้างหุ้นส่วนจำกัดรวมกำไรสะสม ซึ่งควรจะเป็นของห้าง ไม่ใช่เป็นของตัวเองมายื่น ดังนั้น จึงมีเหตุอันควรตรวจสอบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 16 ก.ย. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเข้าข่ายความผิดมาตรา 187 ว่า รัฐมนตรีต้องไม่คงไว้ซึ่งหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือความเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท จำกัด เกิน 5% พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วน และหุ้นของรัฐมนตรี 2543 

กรณีนายไชยา เป็นหลักฐานที่ภรรยาเซ็นเองและแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงมีข้อสังเกตว่าทำไมยังเป็นหุ้นส่วนอยู่ ทั้งที่ความเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการควรมาจากคนที่เป็นหุ้นส่วน ถ้าโอนให้ลูกสาวแล้ว ก็ควรเป็นลูกสาวที่เป็นคนเซ็นเอกสารนั้น เรื่องนี้นายไชยาก็ต้องชี้แจงว่า จาก 4 แสนบาท เป็น 4 ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นซึ่งถ้ายังคงถือหุ้นอยู่ ไม่ได้ฝากโอนหุ้น เป็นเรื่องที่เราต้องแสวงหาข้อเท็จจริง โดยกกต. ต้องหาข้อเท็จจริงว่า นายไชยาได้โอนหุ้นตามเงื่อนไขในพ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนหรือไม่ ซึ่งต้องแจ้งป.ป.ช.ใน 30 วัน   

'รมช.เกษตร' ไชยา พรหมา มั่นใจรับมือไหว  ปม เรืองไกร  ร้อง กกต.  ยื่นบัญชีผิดปกติ

ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประธานสภาฯ เผย ทูลเกล้า ‘ชัยธวัช’ เป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562797

06 พ.ย. 2566

ประธานสภาฯ เผย ทูลเกล้า 'ชัยธวัช' เป็น 'ผู้นำฝ่ายค้าน' แล้ว

วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เผยนำชื่อ ‘ชัยธวัช’ ทูลเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ แล้ว ด้าน สภาฯ แจ้งเวียนให้เตรียมพร้อม งานพิธีรับสนองพระบรมราชโองการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้นำชื่อนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทูลเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน”ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการ และขณะนี้รอเวลาที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปแล้ว

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ต่อกรณีที่พรรคก้าวไกลเลือกนายชัยธวัช เป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่แล้ว ซึ่งถือว่าครบองค์ประกอบตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 วรรคแรกกำหนดไว้ คือ เป็น สส. ผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาฯ ที่มีจำนวน สส.มากที่สุด และมีสมาชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภา หรือรองประธานสภา เป็น ผู้นำฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 106 วรรคสามกำหนดให้ประธานสภาฯ เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้นนำฝ่ายค้านในสภาฯ อย่างไรก็ดีขณะนี้มีจดหมายแจ้งเวียนจากสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมพิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้าน แล้ว

เหยื่อ ‘คุกคามทางเพศ’ โต้ ‘ปูอัด ไชยามพวาน’ แถลงข้อมูลเท็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562796

06 พ.ย. 2566

เหยื่อ 'คุกคามทางเพศ' โต้ 'ปูอัด ไชยามพวาน' แถลงข้อมูลเท็จ

ไม่คิดจะเป็นแบบนี้ เหยื่อ ‘คุกคามทางเพศ’ แฉ พฤติกรรม ‘ปูอัด ไชยามพวาน’ ยืนยัน ไม่เคยรู้สึกนอกเหนือไปจากเพื่อนร่วมงาน

ศศินันท์ ธรรมนิธินันธ์ หรือ ทนายเจม สส.ก้าวไกล โพสข้อโต้แย้ง เหยื่อคุกคามทางเพศ ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ จากการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา มีเนื้อหากล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์อันดีกับผู้เสียหายและครอบครัวของผู้เสียหาย คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง สร้างความทุกข์และความไม่สบายใจแก่ผู้เสียหายและครอบครัวผู้เสียหายอย่างยิ่ง

ข้อโต้แย้งของครอบครัวผู้เสียหาย ที่แจ้งต่อสาธารณะ ระบุว่า
การที่ไชยามพวานกล่าวว่าครอบครัวของผู้เสียหาย พาไปเลือกสูทและเนคไทเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ สส. ปูอัด แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีและความใกล้ชิดนั้น  เกิดขึ้นเพราะไชยามพวานพูดกับครอบครัวผู้เสียหายอยู่เสมอว่าไม่มีเงิน

ครอบครัวของผู้เสียหายให้ความไว้เนื้อเชื่อใจเพราะเห็นว่าไชยามพวานมีความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมือง จึงต้องการมีส่วนร่วมสนับสนุน ไม่คาดคิดว่า ปูอัด ไชยามพวาน จะมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศหรือล่วงละเมิดทางเพศบุคคลในครอบครัวที่ร่วมทำงานด้วย

การแถลงข่าว โดยพยายามสื่อข้อความตามข้อ 1 ครอบครัวของผู้เสียหายเห็นว่าปูอัด ไชยามพวานกระทำโดยเล็งเห็นผลที่จะเปิดเผยว่าผู้เสียหายเป็นใคร การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและทำร้ายจิตใจของผู้เสียหายซ้ำ รวมถึงหมายจะทำร้ายจิตใจคนในครอบครัว คนรอบข้าง และคนที่รักผู้เสียหายด้วย

ความพยายามกล่าวอ้างว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เสียหาย โดยยกข้อความใดๆ ที่ผู้เสียหายส่งให้ผ่านแอปพลิเคชัน ครอบครัวของผู้เสียหายยืนยันว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าผู้เสียหายมีจิตปฏิพัทธ์

หรือมีความรู้สึกที่นอกเหนือจากการเป็นเพื่อนร่วมงาน  แต่เป็นเพียงข้อความที่ผู้เสียหายเขียน และปรับส่งให้ทีมงานทุกคน เพื่อแสดงความขอบคุณและเป็นการรวบรวมกำลังใจในการทำงานต่อไป

การกล่าวอ้างของ ปูอัด ไชยามพวานทั้งหมด จึงเป็นเพียงการจงใจจับแพะชนแกะ ยกรายละเอียดหลักฐานที่ไม่เกี่ยวข้องมาอ้างเพื่อเข้าข้างตนเอง ให้พ้นผิดจากข้อกล่าวหาการคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น

สส.แจ้ จี้ ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปัญหาใต้พรม เชื่อเหยียบตีน ผู้ช่วยฯ ขวางโรงขยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562788

06 พ.ย. 2566

สส.แจ้ จี้ ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปัญหาใต้พรม เชื่อเหยียบตีน ผู้ช่วยฯ ขวางโรงขยะ

สส.แจ้ เชื่อ เหยียบตีน ผู้ช่วยฯ ‘ส.’- กก.บห. ขวางโรงขยะที่ปราจีนฯ ทำถูกเตะพ้นพรรค ยัน ไม่ต้องการอุทธรณ์ จี้ ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปัญหาใต้พรม

ที่อาคารรัฐสภา นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ที่ถูกพรรคก้าวไกลขับออก หลังพบพฤติกรรมคุกคามทางเพศ แถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ร่ายยาวนาน 40 นี้ เพื่อบอกถึงความไม่ชอบมาพากลในการขับตัวเองออกจากพรรคก้าวไกล โดยได้นำภาพหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า มีความพยายามทำให้ตนอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ หลังจากไปเจอและสืบทราบว่า “ผู้ช่วย ส.” ท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วย สส.กรรมการบริหารพรรค เกี่ยวพันกับการเอื้อรับผลประโยชน์จากโรงงานกำจัดขยะในพื้นที่ปราจีนบุรี​ หลายล้านบาท 

พร้อมโชว์แชทไลน์หลักฐานและคลิปเสียงการซื้อขายที่ดินดังกล่าว ก่อนที่จะนำหลักฐานส่วนนี้ให้กับพรรคก้าวไกล เพื่อตรวจสอบการทุจริต แต่กลับถูกเพิกเฉย เนื่องจากมีกรรมการบริหารพรรคท่านหนึ่ง เข้ามาชงเรื่องเอง ทำเองตรวจสอบเอง และสรุปเองว่า ไม่มีความผิด

สส.แจ้สส.แจ้

ตนจึงมั่นใจว่า การถูกขับออกของตน เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่นอน พร้อมเปิดภาพให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างผู้เสียหายที่ร้องสอบพฤติกรรมของตนกับ “ผู้ช่วย ส.” ว่าความสนิทสนมกัน และ“ผู้ช่วย ส.” คนนี้ก็เป็นคนพาผู้เสียหายคนดังกล่าวเข้ามาร้องเรียนตนถึงพรรค รวมถึงเดินสายให้สัมภาษ​ณ์สื่อ ที่อยู่ตรงข้ามพรรคก้าวไกล โดยอ้างว่าตนเองเป็นชาวบ้าน เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ก่อนจะนำไปสู่การขับตนออกจากพรรค โดยใช้เวลาแค่ 22 วัน 

ตนจึงไม่แน่ใจว่า ไปเหยียบเท้ากรรมการบริหารพรรคคนไหนหรือไม่ เพราะกรรมการบริหารพรรคท่านนี้ ก็พยายามเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบเรื่องคุกคามทางเพศของตน ซึ่งเรื่องทุจริตตนมีพยานหลักฐานทุกอย่าง ขาดเพียงสลิปโอนเงิน แต่ไม่ขอลงในรายละเอียด และตอนนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีกับ “ผู้ช่วย ส.” เพราะอยากให้เห็นกระบวนการของพรรคก้าวไกลมากกว่า

ทั้งนี้ นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า การออกมาแถลงต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ตนไม่ได้ต้องการขอความเป็นธรรมหรืออุทธรณ์มติพรรคใดๆ เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากล และสิ่งที่ตนถูกกระทำ เพราะวันนี้ หากผู้แทนราษฏร(สส.)ยังไม่สามารถปกป้องตนเองได้ ประชาชนก็ไม่ต้องพูดถึง 

สส.แจ้ จี้ ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปัญหาใต้พรม เชื่อเหยียบตีน ผู้ช่วยฯ ขวางโรงขยะ

นอกจากนี้ยัง อยากจะชี้แจงให้เพื่อน สส. ที่ลงมติขับตนออกเข้าใจข้อเท็จจริง เพราะ บางคนไม่เคยคุยกับตนด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณา ว่า จะยื่นขอความเป็นธรรมกับ กกต.หรือไม่

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้ฝากอะไรเพิ่มเติมถึงกรรมการบริหารพรรค แต่อยากพูดถึงพรรคก้าวไกลแบบกว้างๆ ว่า “ผมไม่ได้มีองคาพยพอะไร เชื่อว่าพรรคก็ต้องแถลง อยากจะพูดในมุมที่ให้ยอมรับบ้าง อย่าปฏิเสธ อะไรที่ว่าไม่เคยคุยกันเลย อะไรที่เก็บไว้ซุกไว้ ก็เอาออกมาคุยกันเยอะๆ ปัญหาจะได้ไม่เกิด”

ส่วนที่ “ผู้ช่วย ส.”ได้มีการฟ้องหมิ่นประมาทตนเอง ความคืบหน้าเป็นอย่างไร นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะเขาไปแจ้งความไว้ตามสถานีตำรวจ และข้อมูลไม่เป็นไปตามความเป็นจริง

สำหรับความคืบหน้าในการย้ายเข้าสังกัดพรรคใหม่ตามกรอบเวลา 30 วัน นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิด ขอลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านก่อน ว่า ชาวบ้านอยากจะให้เข้าสังกัดพรรคไหน ส่วนที่นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เอ่ยปากชวน เข้าสังกัดพรรคนั้น​ นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า นายมงคลกิตติ์ ถือเป็นรุ่นพี่พระจอมเกล้าพระนครเหนือ แต่ส่วนตัวอยากจะทำงานกับพรรคที่สามารถทำงานได้เต็มที่มากกว่านี้

ส่วนนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำ​องค์กร​รัก​ชาติ​รัก​แผ่นดิน​ ออกมาขู่ว่าถ้าพรรคไหนรับเข้าสังกัดพรรค จะร้องยุบพรรคดังกล่าวทันที นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า นายศรีสุวรรณ อาจจะยังไม่ได้เห็นข้อมูลจากฝั่งตน แต่ยืนยันว่าพร้อมชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดการสัมภาษณ์ของนายวุฒิพงศ์ บางช่วงบางตอนมีน้ำเสียงสั่นเครือ โดยเฉพาะช่วงที่พูดถึงพรรคก้าวไกล ตาเริ่มแดง

สส.แจ้ จี้ ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปัญหาใต้พรม เชื่อเหยียบตีน ผู้ช่วยฯ ขวางโรงขยะ

ร้อง ‘กกต.’ สอบรัฐมนตรีเพื่อไทย ‘ถือหุ้น’ เกินกฎหมายกำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562785

06 พ.ย. 2566

ร้อง 'กกต.' สอบรัฐมนตรีเพื่อไทย 'ถือหุ้น' เกินกฎหมายกำหนด

เรืรองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตคนคุ้นเคย ร้อง ‘กกต.’ รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย มาแนวเดียวกับ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ‘ถือหุ้น’ เกินกฎหมาย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เยื่นหนังสือให้ กกต. ตรวจสอบรัฐมนตรี 2 คนของพรรคเพื่อไทย คือ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุทิน คลังงแสง รมว.กลาโหม เนื่องจากตรวจสอบพบความผิดปกติในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน

โดยพบว่า อาจมีการครอบครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด เกิน 5 % ตามที่กฎหมายกำหนด เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าว กำหนดครอบคลุมไปถึงคู่สมรสด้วย 

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ในส่วนของนายไชยา นั้นตรวจสอบข้อเท็จจริง จากเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีรับตำแหน่งรมช.เกษตรฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2566 ซึ่งแจ้งข้อมูลที่ค่อนข้างแปลก เพราะในวันที่ 16 ก.ย. 2566

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรากฎชื่อนางอัญชลี พรหมา คู่สมรส เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา ได้รับชำระเงินลงหุ้น เป็นเงิน 400,000 บาท ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อของน.ส.อธิษฐาน พรหมา ซึ่งเป็นลูกสาว เพื่อชำระเป็นเงินลงหุ้น

โดยแจ้งว่าเป็นการเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัด ศรีบุญเรืองวัฒนา สรุปเป็นการชำระเป็นเงินสดลงหุ้น 400,000 บาท ไว้ โดยไปเอามูลค่าของห้างหุ้นส่วนจำกัดรวมกำไรสะสม ซึ่งควรจะเป็นของห้าง ไม่ใช่เป็นของตัวเองมายื่น จึงมีเหตุอันควรตรวจสอบว่า

ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 16 ก.ย. ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเข้าข่ายความผิดมาตรา 187 ว่า รัฐมนตรีต้องไม่คงไว้ซึ่งหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือความเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท จำกัด เกิน 5% พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วน และหุ้นของรัฐมนตรี 2543 คล้ายกับกรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

ส่วนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายสุทิน ก็พบว่ามีการยื่นบัญชีที่แปลกเช่นกัน โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่เข้ารับตำแหน่ง ยื่นว่าคู่สมรสมีเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดคลังแสงอีสาน 1.5 ล้านบาท แล้วพบว่ามีเศษสตางค์ด้วย แต่เมื่อย้อนไปดูเมื่อเดือน 20 มี.ค. 2566 ก็พบว่า ลงไว้ 1 ล้านบาท แล้ว 5 แสนบาทนี้เพิ่มมาจากที่ไหน

ซึ่งจากการตรวจสอบงบกำไร ขาดทุนปี 2565 พบว่า 1.5 ล้านบาท เป็นยอดรวมของหุ้นส่วนกับหนี้สินถือว่าผิด แต่ป.ป.ช.ตรวจสอบกลับไปเอะใจอะไร อย่างไรก็ตาม เมื่อดูที่ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ภรรยานายสุทินถือว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ  ยังถือหุ้นอยู่ ต่างจากของนายไชยาที่เปลี่ยนไปเป็นชื่อของลูกสาวแล้ว

แต่ของนายสุทินยังเป็นชื่อของภรรยา อยู่และถือในระยะเวลาเกิน 2 เดือน ถือว่าเกิน 30 วันตามกฎหมาย ดังนั้นเป็นเหตุให้มีการตรวจสอบโดยเร็วว่า ณ วันที่ 3 พ.ย. 2566 นายสุทิน ในฐานะรมว.กลาโหม ยังคงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนจำกัด คลังแสงอีสาน 1 ล้านบาท ในนามคู่สมรส เกิน 5% หรือไม่

ซึ่งหากพบว่า ยังมีการคงไว้ จะเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายสุทิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ 

‘ก้าวไกล’ ถูกร้อง ‘ป.ป.ช.’ ทำผิดจริยธรรมอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562780

06 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล' ถูกร้อง 'ป.ป.ช.' ทำผิดจริยธรรมอีก

ชัยธวัช – รักชนก ตัวตึง ‘ก้าวไกล’ ถูกสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการกฎหมายฯร้อง ‘ป.ป.ช.’ ผิดจริยธรรม เผยแพร่คำอภิปรายในโซเชี่ยล

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบจริยธรรม นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และน.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล นำกรอภิปรายในสภา ไปโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์

สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร

สนธิญา ระบุว่า สส.ก้าวไกลทั้งสองคนได้กระทำการที่ผิดต่อจริยธรรมจำนวน 2 ฉบับ จากคำพูดที่ว่า ประยุทธ์คิด เศรษฐาทำ ไอ้โม่งสั่ง ข้อความดังกล่าว เป็นการเจตนากระทำการที่ผิดต่อพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ การร้องป.ป.ช.วันนี้เป็นเรื่องของจริยธรรมของ สส.

การกล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีทำให้ประเทศไทยวิบัติในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา ส่วนมากไม่เป็นความจริง ฉะนั้นจึงนำเรื่องดังกล่าวยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบข้อมูล เพื่อพิจารณาโทษ โดยก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความตำรวจ ปอท.มาแล้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา

ราชทัณฑ์ ‘พักโทษ’ เทพไท เสนพงศ์ ใส่ ‘กำไลEM’ 8 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562775

06 พ.ย. 2566

ราชทัณฑ์ 'พักโทษ' เทพไท เสนพงศ์  ใส่ 'กำไลEM' 8 เดือน

พี่น้องตระกูลเสนพงศ์ นครศรีธรรมราช ‘เทพไท เสนพงศ์’ และมาโนช ได้รับการ ‘พักโทษ’ทุจริตเลือกตั้ง แต่ต้องใส่ ‘กำไลEM’ ต่อ อีก 8เดือน

วัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัติย์ โพส ภาพถ่ายคู่กับ อดีตสส.เทพไท  เสนพงศ์และนายมาโนช เสนพงศ์ โดยระบุว่าทั้งคู่เดินทางออกจากเรือนจำนครศรีธรรมราช เวลา 1030 น.มาถึงสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อใส่กำไลEMก่อนจะได้รับการปล่อยตัว

นายเทพไทและนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช ถูกจำคุกในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชในคดีทุจริตการเลือกตั้งมาเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว และเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ หลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3
เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชจะปล่อยตัวทั้งสองคนโดยมีเงื่อนไขใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน

จากนั้น ทั้งนายเทพไทและนายมาโนชจะวิ่งแก้บนจากเรือนจำกลับมายังบ้านพักระยะทาง 10 กม. โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนพ้องรอรับที่บ้านพัก จำนวนมาก

มาตามสัญญา ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘ป.ป.ช.’ สอบมาตรฐานจริยธรรม สส.’ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562774

06 พ.ย. 2566

มาตามสัญญา 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' สอบมาตรฐานจริยธรรม สส.'ก้าวไกล'

‘ศรีสุวรรณ’ ใช้ มติที่ประชุมของพรรค ‘ก้าวไกล’ เป็นหลักฐานสำคัญ ร้องให้ ‘ป.ป.ช.’ เอาผิด 2 สส.ที่ถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศ

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยลงโทษ 2 สส.ของพรรคก้าวไกล กรณีที่พรรคก้าวไกลได้ประชุม สส.ร่วมกับกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มีมติลงโทษ สส.ของพรรคที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศ 2 คน คือ สส. ปราจีนบุรี และ สส.กทม. ฝั่งธนบุรีนั้น เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดินศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน

คณะกรรมการบริหารและ สส.ของพรรคก้าวไกลได้ประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาและมีข้อสรุปว่า สส.ทั้ง 2 คนที่ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง ขัดต่อวินัยพรรคขั้นร้ายแรง จึงมีมติขับ สส.ปราจีนบุรี ออกจากสมาชิกพรรค ส่วน สส.ฝั่งธนบุรีให้ตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด และคาดโทษไปตลอดสมัยประชุมนี้

หากมีพฤติกรรมใดๆ เข้าข่ายคุกคามจะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค เพื่อให้มีการยอมรับผิดและขอโทษจากการกระทำ หาก สส.รายดังกล่าวยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด ไม่ยินดีขอโทษหรือชดใช้เยียวยาความผิด ที่ประชุมร่วมฯ จะมีมติกันใหม่ เพื่อมีมติขับออกจากสมาชิกพรรค

มติของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 กรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า 2 สส.ที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง อันถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 กำหนดให้มีมาตรฐานจริยธรรมฯไว้คอยกำกับ ควบคุม ดูแล และลงโทษเหล่านักการเมืองไว้ โดยเฉพาะในข้อ 20 ที่ระบุว่า

สส.ต้องไม่กระทําการอันมีลักษณะเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ จนเป็นเหตุทําให้ผู้ถูกกระทําได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยผู้ถูกกระทําอยู่ในภาวะจําต้องยอมรับในการกระทํานั้น

องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของ สส.ทั้ง 2 คนของพรรคก้าวไกล ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงหรือไม่ หากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิพากษาเพิกถอนตำแหน่ง สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคมต่อไป

ส่วน สส.บางคนถูกขับออกจากสมาชิกพรรคฯด้วยเหตุเยี่ยงนี้ หากพรรคการเมืองใดรับเข้าเป็นสมาชิก อาจถูกร้องเรียนให้ยุบพรรคได้ เพราะอาจขัดต่อข้อบังคับพรรคและขัดต่อ พรป.พรรคการเมือง 2560

ในเวลาไล่เลี่ยกัน นาย สนธิญา สวัสดี   อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบนโยบาย ที่เผยแพร่ของพรรคก้าวไกลขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย 

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562742

05 พ.ย. 2566

‘เต้ 007’ อ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ ร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ 3 ปีพิสูจน์ตัวเอง

‘เต้ 007’ พร้อมอ้าแขนรับ ‘สส.แจ้’ สส.ก้าวไกลเข้าร่วม ‘ไทยศรีวิไลย์’ เผยเป็นคนสองแคว จ.พิษณุโลกเหมือนกัน ชี้โทษเบากว่า สส.ปูอัด เยอะ ควรให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในสภา

นายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผย ถึงการพูดคุยกับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล หรือ สส.แจ้ ถูกพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรคว่า ในฐานะคนบ้านเดียวกันเกิดจังหวัดพิษณุโลก เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน และยังจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ(มจพ.) เช่นกัน 

และ สส.แจ้ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาคุกคามทางเพศให้ตนได้ทราบว่า เป็นอย่างไร ซึ่งไม่ถึงขั้นเป็นการคุกคามทางเพศ และเท่าที่ดูก็เป็นโทษที่เบากว่านายไชยยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล

และเห็นว่า นายวุฒิพงษ์ ควรมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีก 3 ปี ในช่วงที่เป็น สส.อยู่ในสภา และหากพ้นสมาชิกภาพไปก็จะต้องเสียเงินค่าเลือกตั้งใหม่ จึงได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรค และ เห็นตรงกันว่า พร้อมจะยอมรับนายวุฒิพงษ์ เข้ามาเป็น สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะดูแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทุจริตคอรัปชัน หรือกระทำความผิดอาญา

สส.แจ้ สส.แจ้

นายมงคลกิตต์ ระบุด้วยว่า กรณีของสมาชิกพรรคก้าวไกลน่าจะมีอีกหลายคน ซึ่งมีคนมาร้องเรียนที่ตนหลายเคส เป็นผู้สมัครจากพื้นที่อีสาน โดนข้อหาข่มขืนซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วหลุดคดี ตอนนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ดังนั้น จึงเห็นว่า กรณีของ สส.แจ้ เบากว่าเยอะ และไม่กังวลว่า การที่รับเข้าพรรคฯ จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค จึงควรให้โอกาส แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ สส.แจ้ ด้วย

เต้ 007เต้ 007