‘พักโทษ’ 2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช’ คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562733

05 พ.ย. 2566

'พักโทษ' 2 พี่น้อง 'เทพไท-มาโนช' คดีทุจริตเลือกตั้ง ติดกำไล EM 8 เดือน

2 พี่น้อง ‘เทพไท-มาโนช เสนพงศ์’ ได้รับการพักโทษ คดีทุจริตเลือกตั้ง นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ปี 2557 ปล่อยตัวพรุ่งนี้ มีเงื่อนไขติดกำไล EM 8 เดือนแทน ทั้งคู่เตรียมวิ่งจากเรือนจำกลับบ้านแก้บน

คืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2565 ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำที่ 174/2562 หมายเลขแดงที่ 485/2563 มี นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สส.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พี่ชายนายมาโนช จำเลยที่ 2 คดีกระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเวลา 2 ปี และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ก่อนถูกคุมตัวไปจำคุกที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พ.ย.66 นายครรชิต เสนพงศ์ น้องชายของนายเทพไท ระบุว่า หลังจาก นายเทพไท เสนพงศ์ และนายมาโนช เสนพงศ์ ได้ถูกจำคุกในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มาเป็นเวลา 16 เดือนแล้ว และเข้าเกณฑ์ได้รับการ พักโทษ หลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ตนและญาติๆ ได้รับแจ้งจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ย.) เวลา 09.00 น. ทางเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช จะมีการปล่อยตัว นายเทพไท และนายมาโนช เสนพงศ์ พร้อมกันทั้ง 2 คน โดยมีเงื่อนไขต้องใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความดีใจให้ญาติๆ คนในครอบครัวในตระกูลเสนพงศ์ รวมทั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างดีใจ

นายครรชิต ระบุว่า ในพรุ่งนี้(6พ.ย.2566) ทางญาติๆและกองเชียร์และชาวบ้านจำนวนมากจะเดินทางไปรับนายมาโนชและนายเทพไท เสนพงศ์ ออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชด้วยความคึกคักแน่นอน เพราะนายเทพไท มีคนที่รักใคร่จำนวนมาก และทราบจากนายเทพไท ว่าหลังจากเสร็จขั้นตอนใส่กำไล EM แล้ว และออกจากเรือนจำแล้วทราบว่านายเทพไทและนายมาโนช เสนพงศ์ พี่ชายของตนเองจะวิ่งออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่บ้านพักที่สี่แยกหัวถนนศาลามีชัยระยะทาง 10 กิโลเมตร(กม.)เพื่อเป็นการแก้บนอีกด้วย

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562728

05 พ.ย. 2566

วันชัย จี้เพื่อไทย รีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบก้าวไกลเปิดประชุมสมัยหน้า

วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา มอง สส.ก้าวไกล คุกคามทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ควรได้รับการอภัย ชี้ต่างจากคดีการเมือง จี้รัฐบาลเพื่อไทยรีบชง ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ประกบ ก้าวไกล เปิดประชุมสภาสมัยหน้า

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องความผิดของ สส.พรรคก้าวไกล เรื่องการละเมิดทางเพศ กับเรื่องการชุมนุมทางการเมือง ใครควรได้รับการนิรโทษว่า การข่มขู่คุกคามทางเพศของ สส.พรรคก้าวไกล เป็นการกระทำที่ทั้งพรรคและสังคมประนาม 

ทั้งเป็นการกระทำที่เป็นเรื่องส่วนตัวของ สส.ไม่ใช่เป็นเรื่องของประเทศชาติ และประชาชน หรือเรื่องทางการเมืองแต่อย่างใด จะถูกขับไล่ หรือจะถูกสังคมประนาม หรือถูกดำเนินคดีอาญาก็เป็นเรื่องของ สส.คนนั้น ไม่ควรที่จะได้รับการอภัย หรือนิรโทษกรรมแต่อย่างใด เพราะหากผิด ก็ต้องผิด และต้องว่ากันให้สุด ๆ


แต่การเคลื่อนไหวและการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง นปช. กปปส. ตลอดจนกลุ่มการเมืองต่าง ๆ นายวันชัย มองว่า เป็นการกระทำ และเป็นการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประเทศชาติ และประชาชน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้มีจิตคิดชั่ว แม้จะผิดกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องการเมือง ไม่ควรจะเอาเป็นเอาตาย 

เพราะปัจจุบันเกือบสองทศวรรษ หรือ 20 ปีแล้ว จะโกรธเกลียด ห้ำหั่นกันด้วยสาเหตุใด และผู้มีอำนาจบางคนบางพวก ก็ได้ดิบได้ดี ได้เสวยสุขเสวยอำนาจ

ดังนั้น จบได้ควรจบ เลิกได้ควรเลิก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง รู้เช่นเห็นชาติเกี่ยวกับ

เรื่องนี้เป็นอย่างดี แทนที่จะเป็นคนเริ่มต้น กลับให้พรรคก้าวไกลเขาทำแทน ซึ่งนายวันชัย มองว่า น่าอาย 

ดังนั้น หากรัฐบาล จะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแบบใด ก็ควรรีบดำเนินการประกบเข้าไป หรือเปิดประชุมสมัยหน้า ก็รีบเสนอเข้าสภาให้จบในสมัย เพราะหาก เอ้อเร่อ เอ้อเต่อต่อไป เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำ

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562727

05 พ.ย. 2566

นายกฯ เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่น พื้นที่ EEC

“ชนินทร์” เผย ‘นายกฯ’ เร่งสร้างความพร้อมพื้นที่ EEC ดึงดูดการลงทุน เตรียมตั้ง ’คณะกรรมการเร่งรัด’ สร้างความเชื่อมั่นใน60วัน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวถึงการเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ตนได้มีโอกาสร่วมคณะในฐานะตัวแทนของรองนายกภูมิธรรม เวชยชัย ที่ติดภารกิจไปร่วมเปิดงานแสดงสินค้านานาชาติที่ประเทศจีน หรือ CIIE โดยการตรวจราชการครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะเร่งรัดการการลงทุนจริงของภาคเอกชนในพื้นที่อีอีซีให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเร่งสร้างงาน สร้างการผลิต และมูลค่าการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องให้หน่วยงานต่างๆบูรณาการการทำงาน และสื่อสารความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆให้ชัดเจน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง

ทั้งการเดินทาง การขนส่งสินค้า การบริการน้ำ การบริการไฟฟ้า และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้เอกชนต่างๆที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนมาร่วมลงทุนในประเทศในช่วงที่ผ่านมา และที่เตรียมการจะเชิญชวนต่อในเร็วๆนี้

นายชนินทร์กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย หาแนวทางที่จะเร่งรัดการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังส่วนต่อขยายให้ดำเนินการได้ตามแผน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งสินค้ารองรับเพียงพอ และได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ว่าได้มีการปรับแผนการผันน้ำเพื่อรองรับช่วงที่คาดว่าน้ำจะน้อยลงแล้ว จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการใช้งานทั้ง 4 วัตถุประสงค์

ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และการดำรงระบบนิเวศทางธรรมชาติ รวมถึงเป็นสักขีพยามการประกาศความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนผู้ได้รับสัมปทานทั้ง 2 รายคือ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ อีกด้วย

“เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหาการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ และการลดอุปสรรคที่ขวางการตัดสินใจลงทุนของเอกชนในต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อหาข้อสรุปทุกกรณีให้ชัดเจนภายใน 60 วันก่อนกลับลงมาตรวจราชการในพื้นที่นี้อีกครั้งหนึ่ง” นายชนินทร์กล่าว

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562726

05 พ.ย. 2566

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

นิด้าโพล เป็นความคิดเห็นประชาชน ไม่เห็นด้วย ที่กำหนดเกณ์เงินเดือนถึง 50.08 % ระบุควรจ่ายทุกกลุ่ม สามารถใช้จ่ายได้ทั่วประเทศ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “หลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

นิด้าโพล เผย ปปช.สะท้อนความเห็น ปม แจกเงินดิจิทัล ชี้ไม่ควรมีเกณฑ์เงินเดือน

จากการสำรวจเมื่อถามประชาชนถึงหลักเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.08 ระบุว่า จ่ายทุกกลุ่มโดยไม่ต้องมีเกณฑ์เงินเดือน หรือเงินฝากในบัญชีมาเป็นข้อจำกัด รองลงมา ร้อยละ 26.64 ระบุว่า จ่ายเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้เกินเดือนละ 50,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 5 แสนบาท ร้อยละ 8.01 ระบุว่า ตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้/เงินเดือน เดือนละ 25,000 บาท หรือมีเงินฝากในบัญชีตั้งแต่ 1 แสนบาท และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านเกณฑ์พื้นที่/รัศมีการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 69.85 ระบุว่า ควรใช้จ่ายในร้านค้าใดก็ได้ ในประเทศไทย โดยไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่/รัศมีมากำหนด รองลงมา ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในจังหวัด (ตามทะเบียนบ้าน) ร้อยละ 13.59 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้าภายในอำเภอ (ตามทะเบียนบ้าน) และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายในร้านค้ารัศมี 4 กิโลเมตร (ตามทะเบียนบ้าน)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงระยะเวลาในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 62.60 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 6 เดือน รองลงมา ร้อยละ 37.09 ระบุว่า ต้องใช้จ่ายเงินภายใน 1 ปี และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ      


เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 18.01 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.44 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.74 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก ตัวอย่าง ร้อยละ 48.09 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.91 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่าง ร้อยละ 12.90 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 18.93 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.64 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 23.74 อายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่าง ร้อยละ 94.81 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.82 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.37 นับถือศาสนาคริสต์และศาสนาอื่น ๆ

ตัวอย่าง ร้อยละ 33.43 สถานภาพโสด ร้อยละ 63.82 สมรส และร้อยละ 2.75 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ ตัวอย่าง ร้อยละ 24.43 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 37.78 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 8.17 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.42 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 4.20 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ตัวอย่าง ร้อยละ 8.32 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.48 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.07 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.91 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.72 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.23 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.27 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 23.28 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 20.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 27.63 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 9.92 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 5.04 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 9.39 ไม่ระบุรายได้

ชัยธวัช เผย เตรียมลงดาบ ‘สส.ปูอัด’ หลัง เวทีเสวนาพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562721

05 พ.ย. 2566

ชัยธวัช เผย เตรียมลงดาบ 'สส.ปูอัด' หลัง เวทีเสวนาพรรค

พรรคก้าวไกล เตรียมใช้เวทีสัมมนา สส.-กก.บห. ลงดาบ “สส. ปูอัด” หลังพ้นเดดไลน์ไม่รับผิด – รอชี้แจงสังคมหลังจบงาน


ความคืบหน้ากรณีร้อนปมการคุมคามทางเพศในพรรคก้าวไกล ที่ลุกลามกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตา ล่าสุด นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการของพรรค หลังจากที่ส่งหนังสือมติพรรคฯ ถึงนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด ให้แถลงยอมรับผิด-ขอโทษ-เยียวยาเหยื่อกรณีการคุกคามทางเพศว่า มติของคณะกรรมการบริหาร และ สส.พรรค ขีดเส้นตายให้นายไชยามพยาน แสดงท่าทีขอโทษต่อผู้เสียหาย และเยียวยา ภายในวานนี้ (4 พ.ย.) 

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ซึ่งถือว่า ขั้นตอนได้จบไปแล้ว และวันนี้ (5 พ.ย.) จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคโดยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ว่าการแถลงดังกล่าว เป็นไปตามมติของที่ประชุม สส. และกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ซึ่งหากไม่เป็นไปตามมติ 

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.พรรคก้าวไกล หรือ สส.ปูอัด

และเห็นว่า ขัดต่อวินัยร้ายแรงถึงขั้นจะต้องขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลนั้น ก็จะต้องเรียกประชุม สส.ร่วมกับกรรมการบริหาร ซึ่งในวันที่ 6-8 พฤศจิกายนนี้ จะมีการสัมมนา และประชุม สส.ที่ต่างจังหวัดพอดี จึงคิดว่า จะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือ และมีมติร่วมกับกรรมการบริหารพรรคได้เลย

ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังมองว่า สิ่งที่นายไชยามพวาม แถลงออกมา เป็นการไม่ยอมรับการกระทำความผิดของตัวเอง แต่ตนต้องระมัดระวังในการแสดงความเห็นที่อาจจะกระทบกับข้อกฎหมาย ที่จะไปพูดก่อนมีข้อสรุปของกรรมการบริหารพรรคไม่ได้

ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจะมีการทำความเข้าใจกับผู้ที่สนับสนุนพรรค และสังคมอย่างไรนั้น นายชัยธวัช ระบุว่า หลังจากที่มีการดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการทำความเข้าใจกับสมาชิก และผู้สนับสนุนพรรค รวมทั้งสังคม พร้อมยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยจะต้องมีคำถาม และมีผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะเป็นการกระทำของ สส ในพรรคฯ แต่พรรคไม่ได้นิ่งเฉย และยังเอาจริงเอาจังโดยมีกระบวนการในการตรวจสอบ และพิจารณาโทษ จึคิดว่า จะทำให้ประชาชนเห็นได้ว่า พรรคก้าวไกล ไม่ได้มีวัฒนธรรมที่จะปกปิด เรื่องเหล่านี้ และมีมาตรการขั้นเด็ดขาด

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562703

04 พ.ย. 2566

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ เน้นย้ำความสำคัญการศึกษา สร้างคน ความเท่าเทียม นำสู่สันติสุขในพื้นที่ พาไทยสู่ระดับโลกดันสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเสก นพไธสง รองอธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ กระทรวงการต่างประเทศ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับนายตาฮา อัยฮาน ประธานใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายราซูล โอมารอฟ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายสินัน คาร์ชิยากะ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ผู้แทนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทย  สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อหารือการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมทั้งด้านการศึกษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล 

นายสมศักดิ์ มีความเชื่อมั่นว่า เยาวชนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งตนมองเห็นถึงความสำคัญขององค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกมุสลิม และความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของในหลวง ร.9 ในการกำหนดนโยบาย และปฏิบัติ ทำให้ทุกหน่วยงานต้องดำเนินงานอย่างรอบด้าน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนกำกับดูแล ศอ.บต. ได้ดำเนินงานตามหลักปรัชญานี้ และยินดีให้คณะองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อทำความเข้าใจสังคมพหุวัฒนธรรมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึง ศอ.บต. ยังได้สนับสนุนทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนตามโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะเชื่อว่า การศึกษาจะนำพาซึ่งความรู้ การพัฒนาคน สร้างความเท่าเทียม และสันติสุขในพื้นที่ พร้อมหวังว่าสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม จะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ลำดับที่ 65 ในเร็ววันนี้ 

เช่นเดียวกับ นายตาฮา อัยฮาน มีความประสงค์ ที่จะเสนอชื่อให้สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65 ยืนยันองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลามยินดีจะสนับสนุนบทบาทของเยาวชนไทยในพื้นที่ และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชนมุสลิมไทย รวมถึงเชื่อในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย และเล็งเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะตัวอย่างสังคมพหุวัฒนธรรม อันก่อให้เกิด “การพัฒนาเชิงสันติภาพ” ซึ่งเรามีความยินดีที่จะสนับสนุนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเยาวชนมุสลิมไทยกับโลกมุสลิม
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘กิตติธัช’ เผยรอยร้าวใน ‘ก้าวไกล’ อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562701

04 พ.ย. 2566

'กิตติธัช' เผยรอยร้าวใน 'ก้าวไกล' อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

‘กิตติธัช’ เผย สส.ปูอัดอยู่ต่อ ยิ่งสร้างรอยร้าว ‘ก้าวไกล’ สส.กลุ่มสตรีอาจเผ่นหนี เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน จี้เปิดหลักฐานและระดับคุกคามให้สังคมรู้

ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ เปรียบเทียบบทลงโทษ 2 สส.พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศว่า กรณีของ สส.แจ้ ปราจีนบุรี หลักฐานชัดเจนมีภาพหลุดออกมาลักษณะลามกอนาจาร ปฏิเสธไม่ได้ต้องออกขับ ส่วน สส.ปูอัด กทม. ยังไม่เห็นภาพหลักฐานชัดเจนว่าคุกคามระดับไหน ดังนั้นก็อาจจะมองว่าการตัดสินก็อาจจะไม่เหมือนกัน จนกว่าจะมีหลักฐานออกมาว่าเป็นความผิดระดับเดียวกับ สส.แจ้ อันนี้แบบบยุติธรรมก่อนขั้นแรก

อีกส่วนหนึ่งสังคมก็มีการตั้งคำถาม เนื่องจาก สส.ปูอัด อาจมีความสัมพันธ์กับใกล้ชิดกับไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน และขณะนี้ไอติมก็มีฐานะเป็นโฆษกพรรคก้าวไกล จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผล
 

ทั้งนี้หากเทียบกับกรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กระทำผิดทางเพศ ที่ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่เชิงเหมือนกัน เพราะมีการดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่พรรคก้าวไกลยังไม่ถึงขั้นนั้น ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ รวมถึงไม่ได้ร้อง ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. เข้ามาตรวจสอบ ดังนั้นเรื่องก็จบ ในขั้นตอนพรรคเท่านั้น 

แต่หากมองในแง่ของมวลชนนักกิจกรรม จะเห็นได้ว่า กรณีพรรคก้าวไกลไม่ค่อยมีกลุ่มนักกิจกรรมเข้าไปกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มสีดาลุยไฟ ที่เคยออกมากดดันหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ครั้งนี้กลับไม่เคลื่อนไหว จนเกิดการตั้งคำถาม จนมีแกนนำเสื้อเหลือง-เสื้อแดงจับกลุ่ม ทำกิจกรรมสีดาจะไม่ทนพร้อมกับแซะกลุ่มสีดาลุยไฟ ไม่มา งั้นกลุ่มสีดาจะไม่ทนจะมาแทน
 

ดร.กิตติธัช ระบุถึงรอยร้าวในพรรคก้าวไกล เกิดขึ้นแล้ว แต่ฐานแฟนคลับจะไม่เสื่อมความนิยม เพราะเขามองว่าพรรคนี้ ตอบโจทย์การเมืองปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ ไม่เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆในประเทศตอนนี้ ดังนั้นคนที่เลือกเค้าชอบและมีจุดยืนนี้ บุคคลอาจมีปัญหา แต่ก็จะไม่ไปเลือกพรรคอื่น 

แต่สิ่งที่วิเคราะห์ คนแรกที่จะมีปัญหา คือ คณะทำงานของพรรค โดยเฉพาะคณะทำงานเรื่องสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ ตอบสังคมไม่ได้กับสิ่งที่เรียกร้องมาตลอดกลับเกิดขึ้นภายในพรรคเอง 

“กรณีนี้จะไม่เป็นปัญหารุนแรง ไม่มีรอยร้าว ถ้า สส.ปูอัด ถูกขับออกจากพรรค เพราะ สส. ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความผิดควรขับออก 106 เสียง โดยกฎหมายรธน.ใหม่ ระบุไว้ 3 ใน 4 ทำให้รอดฉิวเฉียดหวุดหวิด ซึ่งคนในพรรคเห็นหลักฐานแล้วค่อนข้างไม่พอใจ คณะทำงานสิทธิสตรีจะไปเดินหน้ากล้าสู้ได้อย่างไร ในเมื่อพรรคยังไม่ยอมขับคนเหล่านี้ออก และสุดท้ายเสื่อมศรัทธาในอุดมการณ์ของพรรค”


ดร.กิตติธัช กล่าวต่อว่า ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ชัดเจนเรื่องสิทธิและสตรี บางทีกลุ่มคณะทำงานด้านนี้ของพรรคก้าวไกลอาจไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ดังนั้นทางออกพรรคก้าวไกล คือ เปิดหลักฐานให้ชัดเจนว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คุกคามระดับไหน เกิดขึ้นต้องขับออก อันนี้คือการแก้เกม แทนที่จะมานั่งเปิดว่าใครโหวตไม่โหวต ซึ่งจะเป็นการกดดันตัวผู้ลงคะแนนและเป็นการลงคะแนนลับด้วย ไม่ควรที่จะต้องเปิดเผย แต่ตอนนี้คือไม่ทำ แค่คาดโทษ ทำให้พรรคก้าวไกลเสียรังวัดไปเหมือนกัน 

นายกรัฐมนตรี สั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ แจงขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562687

04 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรี สั่ง 'กรมเจ้าท่า' แจงขยาย 'ท่าเรือ' 'EEC'

ขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’ สะดุด นายกรัฐมนตรีสั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ ชี้แจงสัปดาห์หน้า มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุมทั้งระบบ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้กรมเจ้าท่าไปทำแผนว่าจะเรื่องการขยายท่าเรือ EEC ที่มีความล่าช้า ว่าจะ  Catch Up ดีเลย์อย่างไร และให้จัดแถลงอธิบายให้ทุกคนรับทราบ ภายในสัปดาห์หน้า

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

ส่วนเรื่องรถไฟที่จะเชื่อมต่อทั้งหมด ได้สั่งการให้ไปเร่งจัดการให้ดำเนินการได้ โดยเฉพาะการบริหารสัญญาฉบับแรก ควรจะต้องมีความเรียบร้อย เพื่อเป็นโมเดลการบริหารที่จะขยายไปยังสัญญาอื่น ๆ ให้สำเร็จโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อทั้งหมดนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับประเทศ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้มีแผนชัดเจน เพื่อปลดล็อคประเด็นต่าง ๆ เช่น เรื่องภาษี ที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงระบบที่จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เพื่อให้พร้อมรับนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

นายกฯบอกว่าได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงระหว่างเดินทาง บนรถไฟ ได้ติดตามงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อใน EEC, เรื่องน้ำ ,ไฟฟ้า ,ถนน ,ระบบราง ,ท่าเรือ ,พลังงาน และสนามบินอู่ตะเภาเพราะเรื่อง EEC ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ใประเทศนายกน

เหยื่อ ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562672

04 พ.ย. 2566

เหยื่อ 'ปูอัด' จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม 'ก้าวไกล'

3 อดีตผู้ช่วยหาเสียง สส. ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ถามกรรมการบริหารพรรค`ก้าวไกล’ บทลงโทษเป็นธรรมหรือไม่ แค่โค้งคำนับไม่มีความหมาย

ผู้เสียหายที่ถูก สส. ปูอัด ไชยามพวาน คุกคามทางเพศ ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงกรรมการบริหารและสส.พรรคก้าวไกล
22 คน ที่ลงมติไม่ขับออก-ไม่ร่วมประชุม ต้องมีหลักฐานมากขนาดไหน จึงจะเหมาะสมกับความผิดจนสามารถขับออกจากพรรคได้

จดหมายเปิดผนึกจากอดีตผู้ช่วยหาเสียง ถึงกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล ถูกโพสโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ หรือ X รายหนึ่ง มีทั้งข้อความพร้อมรูปภาพระบุว่า เป็นผู้เสียหายสามรายที่ถูก สส.ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศ

จากการตรวจสอบได้รับคำยืนยันว่าเป็นจดหมายเปิดผนึก ของผู้เสียหาย ที่ถูกนายไชยามพวาน หรือ ปูอัด คุกคามทางเพศทั้ง3คน ร่วมกันทำจดหมายเปิดผนึกขึ้นมาจริง เพื่อส่งถึงกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ภายหลังจากที่พรรคก้าวไกลมีมติคำสั่งส่งไปยังนายไชยามพวาน จนต้องออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้

ใจความในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า ในฐานะอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ต่อการแสดงออกของ สส. ที่ปรากฎในหน้าข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ และการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล  การตัดสินครั้งนี้เต็มไปด้วยคำถามนับไม่ถ้วน ทั้งจากผู้สนับสนุน และไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งสร้างความรู้สึก น่าเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง

ในฐานะของอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล คณะทำงานของพรรคก้าวไกล รู้สึกว่า คุ้มค่าไหมกับการเดินทางร่วมกับพรรคก้าวไกลที่ผ่านมา เพื่ออุทิศให้กับอุดมการณ์พรรค และช่วยเหลืองานแก่ผู้แทนฯ ที่เราเชื่อมั่น

บทลงโทษที่สาสม แก่ผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ การขับออกจากพรรค หรือ การลาออกจาก สส. คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสักทาง เพราะบาดแผลที่ท่านก่อ ยังคงสร้างความจดจำแก่เหยื่อ และตั้งคำถามว่า เขาผิดอะไร ทำไมพรรคที่เขารักจึงทำกับเขาแบบนี้


ทั้ง 3 รายไม่คาดหวังว่า พรรคก้าวไกลจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน หากตราบาปอย่าง สส.ผู้ก่อเหตุ และ 22 สส.ที่นิ่งเฉย ยังมีบทบาทในสภาฯก้มโค้งจนหลังหัก ขอโทษจนหมดเสียง ก็ไม่สามารถชดเชยอะไรได้  และลงท้ายจดหมายฉบับนี้ด้วยความผิดหวัง และคำหยาบคายที่อยากกล่าวอีกมากมาย  

จากผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

อยากได้ก็จัดให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘ป.ป.ช.’ ตรวจสอบ ‘ปูอัด’ วันจันทร์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562658

04 พ.ย. 2566

อยากได้ก็จัดให้ 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' ตรวจสอบ 'ปูอัด' วันจันทร์นี้

หลักฐานชัด ‘ปูอัด’ ล่วงละเมิดทางเพศ ‘ศรีสุวรรณ’ อาศัย มติก้าวไกล ร้อง ‘ป.ป.ช.’ พิจารณา จริยธรรมนักการเมืองวันจันทร์นี้

บทสรุปบทลงโทษ สส.ของพรรคก้าวไกลที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศ 2 กรณี ได้ แจ้ สส. ปราจีนบุรี และ ปูอัด สส.กทม. ฝั่งธนบุรี .ในการประชุม สส.และกรรมการบริหารพรรคที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 1 พ.ย ที่ผ่านมา เข้าทาง ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน

ศรีสุวรรณ บอกว่า มติของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 กรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า 2 สส.ที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง อันถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ ม.219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดไว้          

ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.66 เวลา 10.00 น .องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของ สส.ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงหรือไม่

หากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนตำแหน่ง สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ก่อนหน้านี้ องค์กรฯได้ยื่นตรวจสอบจริยธรรม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคเดียวกันนี้มาแล้ว และจะได้นำมติพรรคก้าวไกลไปยื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ต่อ ป.ป.ช. ด้วย ขณะที่ ปูอัด ไชยามพวาน สส.กทม.พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้มีคนกลางมาตัดสิน