เปิดเซฟ ‘พิธา’ รวย 65 ล้าน แจงละเอียดยิบ ไม่พบข้อมูล ‘หุ้น itv’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562579

03 พ.ย. 2566

เปิดเซฟ 'พิธา' รวย 65 ล้าน แจงละเอียดยิบ ไม่พบข้อมูล 'หุ้น itv'

ป.ป.ช. เปิด บัญชีทรัพย์สิน ‘พิธา’ รวย 65 ล้าน แจงข้อมูลละเอียดยิบ มีสูท 16 ตัว นาฬิกา 10 เรือน แต่ไม่พบข้อมูล ‘หุ้น itv’

สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในส่วนของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” สส.พรรคก้าวไกล และ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล  มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 65,530,955.34 บาท โดยมีหนี้สิน 463,263 บาท และไม่พบข้อมูล “หุ้นไอทีวี”

โดยรายการบัญชีทรัพย์สิน ของ พิธา มีเงินสดจำนวน 1,800,000 บาท บัญชีเงินฝาก มีจำนวน 22 บัญชี วงเงิน 2,789,741.57 บาท มีทรัพย์สินที่เป็นห้องชุดที่ของตันมูลค่า 15 ล้านบาท รถยนต์ที่เป็นรถตู้ใช้ประจำ มูลค่า 2 ล้านบาท, รถจักรยานยนต์และจักรยานไฟฟ้ารวม 4 คัน มูลค่า 140,000 บาท

มีสิทธิและสังฆทาน จำนวน 10 รายการ มูลค่า 3,650,446.37 บาท ประกอบไปด้วย เมืองไทยประกันชีวิต 3 รายการ, เอไอเอ , หนังสือวิธีก้าวไกล ซึ่งพิมพ์แต่ละครั้งมีมูลค่าที่ได้รับประมาณ 70,000 ถึง 100,000 บาท , ความรักคือการตกหลุมรักหลายหลายครั้ง , ไม่สนว่าเก่งมาจากไหน, ด้วยรักจากอนาคต, ใบจองรถเทสล่า , สมาชิกราชนาวีสโมสรมูลค่า 1,500,000 บาท

และมีรายการเงินลงทุนจำนวน 64 รายการ มูลค่า 1,337,777 บาท เช่น บริษัทพรพนาพลัส จำกัด จำนวน 1000 หุ้นมูลค่า 100,000 บาท, กองทุนเปิดพรินซิเฟิล โกบอลรีทน์ มูลค่า 128,433 บาท แต่ไม่ปรากฏข้อมูลหุ้นไอทีวี ที่การยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งก่อนมีปรากฏไว้

นอกจากนี้ ยังแจ้งรายการทรัพย์สินอื่น 10 รายการ มูลค่า 12,036,990 บาท ประกอบด้วย มือถือ 3 เครื่องมูลค่า 166,700 บาท, เสื้อ จำนวน 28 ตัว มูลค่า 188,000 บาท, สูท 16 ชุด มูลค่า 1,200,000 บาท , เน็คไท 76 เส้น มูลค่า 228,000 บาท, รองเท้า 21 คู่ มูลค่า 150,000 บาท, อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 28 ชิ้น มูลค่า 1,654,690 บาท, ชุดเฟอร์นิเจอร์ 1 ชุด มูลค่า 100,000 บาท, กล้อง 2 ตัว มูลค่า 641,700 บาท, นาฬิกา 10 เรือน มูลค่า 5,707,900 บาท และพระเครื่อง  8 องค์ มูลค่า 2 ล้านบาท

ซึ่งยังมีรายการที่ดินจำนวนสองแปลง มูลค่า 11,776,000 บาท แบ่งเป็นโฉนดที่ดิน อ.ทันยะบุรี จ.ปทุมธานี 2 ไร่ 1 งาน 22 ตารางวามูลค่า 7,376,000 บาท และโฉนดที่ดิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ จำนวน 1 ไร่ มูลค่า 4,400,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีรายการเงินเบิกเกินบัญชี 4 รายการ มูลค่า 463,263 บาท บริษัทคาร์เอกซ์ จำกัด ยอดหนี้ 35,827 บาท, บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด มหาชน 10,628 บาท , ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด มหาชน 385,129 บาท และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด มหาชน 31,679 บาท

อย่างไรก็ตาม ในการเปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งนี้ มี สส. 90 คน กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 โดยจะเปิดเผยระหว่างวันที่ 3 พ.ย.- 2 ธ.ค. 2566 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นเวลา 30 วัน ตามกฎหมาย

ก๊วน สส.ก้าวไกล อุ้ม ‘ปูอัด’ คุกคามทางเพศอ้างเมายินยอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562562

02 พ.ย. 2566

ก๊วน สส.ก้าวไกล อุ้ม ‘ปูอัด’ คุกคามทางเพศอ้างเมายินยอม

สส.อุ้ม ‘ปูอัด’ ไชยามพวาน พบเป็นกลุ่มก้อน สส.กทม. ก้าวไกลถกเดือด ฝ่ายอุ้มอ้างเป็นความยินยอมเพราะเมา กก.วินัย-กก.บห. กำชับ ก่อนโหวตคิดให้ดี เพื่อนสมาชิกต้องแบกมติไปอีก 3 ปี ส่งผลกระทบดันเท่าเทียมทางเพศ แน่

วันนี้ (2 พ.ย.2566) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการประชุมร่วมระหว่าง สส.พรรคก้าวไกลและกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาบทลงโทษนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. เมื่อวานนี้ ที่มีมติโหวตให้ขับ “ปูอัด” หรือนายไชยามพวาน 106 จาก 128 ซึ่งต้องการเสียง 116 เสียงเพื่อให้ครบ 3 ใน 4 ตามที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ ทำให้ไม่สามารถมีมติขับนายไชยามพวานออกจากพรรคก้าวไกลได้ตามรัฐธรรมนูญ

ปูอัด หรือ ไชยามพวาน  มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคก้าวไกลปูอัด หรือ ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.พรรคก้าวไกล

โดยแหล่งข่าวภายในพรรคก้าวไกล ระบุว่า สส.ที่มีมติอุ้มนายไชยามพวาน ส่วนใหญ่ เป็น สส.กทม. ที่สนิทสนมกับนายไชยามพวาน โดยมีการถกเถียงกันคือบางส่วนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความยินยอม เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ ขณะมึนเมา ขณะเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมมองว่าเป็นการละเมิดขณะผู้เสียหายขาดสติ

ซึ่งในที่ประชุม กรรมการบริหารและกรรมการวินัย ได้เน้นย้ำก่อนที่จะมีการลงมติว่า ให้ทุกคนคิดไตร่ตรองให้ดี เพราะมติครั้งนี้เพื่อนในพรรคก้าวไกลจะต้องแบกได้อีก 3 ปี แล้วจะให้เพื่อนที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ตอบคำถามสังคมได้อย่างไร

รัฐบาลดึง ‘ธนาคารโลก’ รับมือบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562561

02 พ.ย. 2566

รัฐบาลดึง 'ธนาคารโลก' รับมือบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง

‘รองนายกฯสมศักดิ์’ หารือ ‘ธนาคารโลก’ ขอช่วยศึกษาบริหารจัดการน้ำ ‘น้ำท่วม-น้ำแล้ง’ พร้อมสนับสนุนข้อมูลแก้ปมน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี หารือกับ นายสาโรจ คุมาร์ จาร์ ผู้อำนวยการใหญ่ด้านภารกิจทรัพยากรน้ำ ธนาคารโลก และนายฟาบริซิโอ ซาโคเน ผู้จัดการธนาคารโลก ประจำประเทศไทย เรื่องความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 

โดยทาง “ธนาคารโลก” มีความยินดีที่จะเข้ามาช่วยประเทศไทย เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เพราะมองว่า ความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ธนาคารโลก จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการน้ำ

รัฐบาลดึง 'ธนาคารโลก' รับมือบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง

นายสมศักดิ์ เสนอให้ช่วยศึกษาการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำว่า จะทำอย่างไรได้บ้าง เพื่อช่วยลดผลกระทบเวลามีฝนตกหนักและน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเสียหาย รวมถึงช่วงหน้าแล้ง ก็มีน้ำ ไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร

ซึ่งอยากให้ธนาคารโลก ช่วยศึกษาอย่างละเอียด พร้อมแนะนำว่า ควรทำโครงการอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่า เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่แต่ละครั้ง ได้สร้างความเสียหายจำนวนมาก 

ผลการศึกษาน้ำท่วม ปี 2554 มีความเสียหายกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ธนาคารโลกเข้ามาช่วยศึกษา จะเป็นผลดีกับประเทศไทยมาก เนื่องจากมีข้อมูลสถิติในการแก้ปัญหาของหลายประเทศมาแล้ว ก็จะทำให้การศึกษาวิเคราะห์มีความแม่นยำ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างแน่นอน

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ธนาคารโลกยืนยันการแก้ปัญหาต้นน้ำได้ผลมากที่สุด เพราะจะช่วยตั้งแต่เรื่องน้ำท่วมและการเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งได้ โดยจะเร่งศึกษาเรื่องนี้ และช่วยสนับสนุนข้อมูลเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เพราะมีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ เช่น บางขุนเทียน ที่พบชายฝั่งถูกกัดเซาะเข้ามากว่า 1 กิโลเมตร จึงพร้อมที่จะนำผลการศึกษาของต่างประเทศมาช่วยแก้ปัญหา 

รัฐบาลดึง 'ธนาคารโลก' รับมือบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง
รัฐบาลดึง 'ธนาคารโลก' รับมือบริหารจัดการน้ำท่วม-น้ำแล้ง

‘ปูอัด’ ยังไม่ตัดสินใจลาออก รอคุย ‘ก้าวไกล’ ขอเวลาไม่เกิน 3 วัน จัดแถลงข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562560

02 พ.ย. 2566

'ปูอัด' ยังไม่ตัดสินใจลาออก รอคุย ‘ก้าวไกล’ ขอเวลาไม่เกิน 3 วัน จัดแถลงข่าว

‘ปูอัด’ รอพรรคก้าวไกล พูดคุยอีกครั้ง ก่อนจะแถลงต่อไป รับยังไม่ตัดสินใจลาออก ขณะ สส.ก้าวไกลส่วนใหญ่ยังรู้สึกโกรธ ไม่เห็นด้วยมติที่ประชุม ด้านฝ่ายอุ้มอ้างหลักฐานไม่มากพอ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน  2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิด “ปูอัด” หรือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า นายไชยามพวาน รับทราบข่าวเรื่องการเรียกร้องให้ลาออกจากการเป็น สส. รวมถึงประเด็นที่สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการขับ สส.ออกจากพรรคแล้ว

โดยหลังจากนี้ขอเวลา 1-2 วัน เพื่อรอให้พรรคก้าวไกล เรียกนายไชยามพวานไปพูดคุย เพื่อทำข้อตกลงในการรับโทษ รวมถึงขอโทษผู้เสียหาย

ส่วนเรื่องประเด็นการลาออกนั้น นายไชยามพวาน ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่หลังจากนี้ไม่เกิน 3 วันจะมีการแถลงข่าวอย่างแน่นอน

ปูอัด หรือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกลปูอัด หรือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในพรรคก้าวไกล มี สส.หลายคนแสดงความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่ามีความโกรธและไม่เห็นด้วยกับมติไม่ขับนายไชยามพวานออก

ซึ่งข้อเท็จจริงเมื่อวานนี้ (1 พ.ย.2566) มี สส.เพียง 1 กลุ่มเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยให้มีการโหวตขับ โดยให้เหตุผลว่ายังมีหลักฐานไม่มากพอ แม้คณะกรรมการวินัยและกรรมการบริหารพรรคจะมีมติขับออกแล้วก็ตาม

‘ภคมน’ จี้สำนึกสูงสุด ‘ปูอัด’ อย่าให้ส่วนรวมต้องแบก ยันก้าวไกลไม่แบ่งก๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562559

02 พ.ย. 2566

‘ภคมน’ จี้สำนึกสูงสุด ‘ปูอัด’ อย่าให้ส่วนรวมต้องแบก ยันก้าวไกลไม่แบ่งก๊ก

ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกก้าวไกล จี้ถามสำนึกสูงสุด ‘สส.ปูอัด’ ยันมติพรรคเหมาะสม เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย-ไร้ชี้นำแบ่งก๊กแบ่งพวก บอกเปล่าประโยชน์ล่าแม่มด คนโหวตอุ้มยันมติพรรคคือผิดร้ายแรง

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองโฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกรณีพรรคก้าวไกลมีมติ 2 สส.ที่ถูกร้องเรียนการคุกคามทางเพศ ว่า พรรคก้าวไกลได้มีการชี้แจงมติไปแล้ว แต่ในรายละเอียดของการลงมติไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจำเป็นต้องปกป้องผู้เสียหาย 

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

อย่างไรก็ตามเมื่อมติพรรคออกมาแล้วเป็นสิทธิ์ของสส.ที่จะตั้งข้อสงสัย หรือแสดงความคิดเห็นของมติพรรคที่มีต่อนายวุฒิพงศ์ เหลาทอง สส. ปราจีนบุรี แต่พรรคก้าวไกลยืนยันว่าตลอดการประชุม 6 ชั่วโมง ได้มีการซักถาม พูดคุยและชี้แจงรายละเอียดมากพอ ไม่ได้มีการชี้นำ โดยโดยมีการซักถามจนสิ้นข้อสงสัยถึงลงมติ

ส่วนที่นายวุฒิพงศ์ ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการตั้งสส.เป็นกรรมการสอบวินัย จะเป็นการชี้นำและอาจจะไม่มีความโปร่งใส นางสาวภคมน กล่าวว่า กรรมการวินัยไม่ได้ลงมติทั้งหมด มีบางคนสงวนสิทธิ์ เพื่อให้ผลออกมาเป็นกลางมากที่สุด แต่พรรคก้าวไกลขอสงวนรายละเอียด เนื่องจากการพิจารณาเป็นข้อตกลงร่วมกัน 

แต่ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดมีความยุติธรรมมากพอ และไม่ใช่ว่ามติพรรค สส. ทุกคนต้องยอมรับ โดยดูจากกระแสการแสดงความคิดเห็นในวันนี้ ทุกคนมีสิทธิ์สามารถแสดงออก แต่ในกระบวนการจะต้องมีข้อยุติ ดังนั้นกว่ากระบวนการจะดำเนินการมาคิดว่ามีความและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแล้ว

ขณะที่กระแสเรียกร้องให้ผู้ที่คุกคามทางเพศ ลาออกจากสส.พรรคก้าวไกล เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้นนั้น นางสาวภคมน กล่าวว่า ในส่วนคนที่พรรคได้มีมติขับออกไปนั้น ให้เป็นการตัดสินใจของเจ้าตัวเอง เพราะพรรคได้มีการขับออกไปแล้วรวมถึงพ้นสมาชิกภาพของพรรค 

ทั้งนี้พรรคก้าวไกลเข้าใจว่าทุกคนต้องการเห็นท่าทีของพรรคกรณีของคนไม่ถูกขับออก โดยอยากให้มองถึงหลักการแม้เสียงจะไม่เพียงพอนำไปสู่การขับออกจากพรรค แต่มีเสียง 106 คน ก็สามารถยืนหยัดหลักการได้ ว่าพรรคไม่เห็นด้วยต่อการกระทำนั้น และในฐานะเป็นสส. หญิงเห็นว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและส่วนรวม โดยเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าตัวคงมีเวลาไตร่ตรอง หาทางออก เพื่อชี้แจงต่อสังคม แต่ถึงเวลา 14.00 น. ที่ตนได้มีการโพสต์ข้อความผ่าน X ถือว่ามีเวลาเพียงพอแล้ว ในการคิดหาทางลงเพื่อชี้แจงต่อสังคม แต่เมื่อย้อนกลับไปดูการให้สัมภาษณ์ของนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ หรือสส.ปูอัด ก่อนการประชุมเมื่อวานนี้เจ้าตัวยืนยัน ว่าไม่ผิด จึงอยากให้มีการทบทวนตัวเอง ผิดหรือไม่ผิด ทบทวนในฐานะคนที่เป็นผู้แทนราษฎรว่าสามารถครองตนอยู่ในการกระทำ เช่นนั้นเหมาะสมหรือไม่

ส่วนมติของ 2 กรณีที่ออกมาไม่เท่ากันสะท้อนว่ามีก๊ก มีก๊วน มีพรรคพวกในก้าวไกล หรือไม่ นางสาวภคมน กล่าวว่า มีความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจในลักษณะนั้นแต่ในฐานะที่ตนอยู่ในห้องประชุมยืนยันว่าตนเองไม่ได้ถูกใครชี้นำ รวมถึงเพื่อนสส. ก็ไม่ได้ถูกใครชี้นำทุกอย่างพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละกรณี ส่วนที่มีการเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อสส.ที่โหวตขับไชยามพวาน ออกจากพรรคก้าวไกลนั้น คงไม่สามารถ และคงจะไม่เป็นผลอะไรที่จะไปตามว่าใครโหวตหรือไม่โหวต แต่ส่วนตัวขอเรียกร้องว่าผู้ที่กระทำผิดในเมื่อความผิดเห็นตรงกันว่าเป็นการกระทำที่คุกคามทางเพศสิ่งที่สิ่งที่เราต้องการและคาดหวังจากคนคนหนึ่งที่สามารถรับผิดชอบได้สูงสุดและขอตั้งคำถามและขอตั้งคำถามไปยังไปยังนายไชยาผวาว่าเราคาดหวังความรับผิดชอบสูงสุดของเขาในการกระทำทั้งหมดได้ขนาดไหน และไม่รู้ว่าจะปล่อยเวลาให้นานแค่ไหน

เราคงไม่ได้บอกว่าตอนนี้ เราคือส่วนรวมที่จะรับภาระการกระทำของคุณอยู่คงไม่พูดแบบนั้นเพราะว่าเราต้องรับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้ว เมื่อมติออกมาเพียงแค่เรียกร้องในฐานะของสำนึกคนๆ หนึ่ง ส่วนสส. หญิงออกมาแสดงออกทางโชเชียล เป็นการสะท้อนความไม่เท่าเทียวกันของสส. หญิงและชายในพรรคหรือไม่ ส่วนตัวไม่อยากให้แบ่งแยกเรื่องเพศ เพราะมีคน ส่วนที่มีออกมาแสดงออกทางโซเชียลมีทั้งทีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และเรื่อง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสส.หญิงหรือชาย แต่เป็นเรื่องสำนึกของคนๆนั้น ซึ่งพรรคคาดหวังสำนึกของคนๆ หนึ่ง ส่วนที่จะให้กรอบเวลาของนายไชยาภานานในการดำเนินการตามมติพรรคหรือไม่นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่ใช้เวลานานขนาดนั้น โดยจะมีการส่งสัญญาณถึงบุคคลดังกล่าว

“ส่วนตัวยังเชื่อว่าเจ้าตัวคงไม่ปล่อยให้เวลานาน และไม่เชื่อว่าคนๆ หนึ่ง จะไม่มีสำนึก จนปล่อยให้เป็นภาระของส่วนรวมนานขนาดนั้น อย่างไรก็ตามคงต้องให้เวลานายไชยามพวานสักระยะหนึ่ง เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เจ้าตัวจะต้องมีการกำหนดกรอบเวลาให้กับตัวเอง ซึ่งเชื่อว่าคงไม่ไร้จิตสำนึกจนไม่มีคำตอบขนาดนั้น” น.ส.ภคมนกล่าว

‘ภคมน’ จี้สำนึกสูงสุด ‘ปูอัด’ อย่าให้ส่วนรวมต้องแบก ยันก้าวไกลไม่แบ่งก๊ก

‘ไอติม’ โพสต์แจง “ไม่ได้ปกป้องเด็กปั้น” ปมถูกหล่าวหาปกป้อง ‘ปูอัด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562522

02 พ.ย. 2566

'ไอติม' โพสต์แจง "ไม่ได้ปกป้องเด็กปั้น" ปมถูกหล่าวหาปกป้อง ‘ปูอัด’

‘ไอติม’ พริษฐ์ วัชรสินธุ โพสต์แจง “ไม่ได้ปกป้องเด็กปั้น” ปมถูกหล่าวหาปกป้อง ‘ปูอัด’ ลั่นอยู่บนหลักการถูกต้องและข้อเท็จจริงเท่านั้นในทุกคน ทุกกรณี ไม่ว่าเคยร่วมงานหรือไม่ เผยมติส่วนตัวให้ขับออก สส.ไชยามพวาน

เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2566 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า อย่างที่หลายคนทราบจากแถลงการณ์ของหัวหน้าพรรคเมื่อคืน ว่าในส่วนของข้อกล่าวเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศของ สส.ก้าวไกลใน 2 กรณี กรรมการบริหารพรรคได้พิจารณาข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่าทั้ง 2 กรณี มีพฤติการณ์ที่คุกคามทางเพศจริง และผิดวินัยร้ายแรงของพรรค โดยเสนอให้ขับพ้นจากสมาชิกพรรค

 ไอติม หรือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุไอติม หรือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ

เมื่อมีข้อเสนอดังกล่าว รัฐธรรมนูญ 2560 ได้กำหนดไว้ว่าการขับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นการลงมติในที่ประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมการบริหารพรรค โดยการลงมตินั้นจะต้องได้รับเสียง 3 ใน 4 ของจำนวน สส. และกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (ไม่ใช่แค่ที่มาประชุม) ซึ่งจะอยู่ที่จำนวน 116 เสียง จาก 154 เสียง

ผลที่ปรากฎจากการลงมติของ สส. และกรรมการบริหารพรรคที่มาร่วมประชุมทั้งหมด 128 คน:

1. กรณี สส. วุฒิพงษ์ ทองเหลา (ปราจีนบุรี)- 120 คนลงมติให้ขับออก จึงทำให้การขับออกเกิดขึ้นได้ (เนื่องจากมากกว่า 116 เสียงตามเกณฑ์ 3 ใน 4)

2. กรณี สส. ไชยามพวาน มั่นเพียรจิต (กทม.)- 106 คนลงมติให้ขับออก จึงทำให้การขับออกยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ (เนื่องจากน้อยกว่า 116 เสียงตามเกณฑ์ 3 ใน 4)

ผมเข้าใจดีว่า สส.ในที่ประชุมคนแต่ละคนได้อภิปรายและลงมติบนข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่มีการเปิดเผยความเห็นหรือการลงมติรายบุคคล แต่ล่าสุด มีบางเพจที่ได้กล่าวหาว่าผมเป็น 1 ใน สส. ที่ลงมติไม่เห็นชอบกับการขับออกคุณไชยามพวาน รวมถึงกล่าวหาว่าผม “รวบรวมเสียง” ให้คนโหวตไม่เห็นด้วยกับการขับออกเพื่อปกป้อง “พวกพ้อง” เนื่องจากผมรู้จักกับคุณไชยามพวานมาก่อนที่เขาจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล

ผมถือว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่อยู่บนข้อเท็จจริงและเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก ผมจึงจำเป็นต้องชี้แจงความจริงดังต่อไปนี้

1. ผมยืนยันว่าจุดยืนและการทำงานของผมตลอดที่ผ่านมา ยึดอยู่บนหลักการที่ผมคิดว่าถูกต้องและข้อเท็จจริงเท่านั้นในทุกกรณี ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคนที่ผมรู้จักหรือเคยร่วมงานกันมามากน้อยแค่ไหน

2. แม้ผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการวินัยและกรรมการบริหารพรรคที่รับผิดชอบเรื่องการพิจารณาข้อเท็จจริงของทุกข้อร้องเรียนทางวินัย แต่ในฐานะโฆษกพรรค ผมย่อมต้องมีการทำงานร่วมกันกับคณะกรรมการวินัยในขั้นตอนที่ต้องมีการเตรียมการสื่อสาร – ดังนั้น เมื่อผมทราบว่ามีเรื่องร้องเรียนต่อคุณไชยามพวาน ผมจึงได้ระมัดระวังและเว้นระยะห่างเป็นพิเศษจากกระบวนการทั้งหมดในกรณีนี้ โดยได้แจ้งเหตุผลดังกล่าวต่อประธานกรรมการวินัยพรรค และหลีกเลี่ยงในการแสดงความเห็นใดๆนอกรอบกับ สส. ทุกคนในพรรคที่สอบถามเข้ามา

3. ในที่ประชุมเมื่อวานที่คณะกรรมการวินัยและกรรมการบริหารพรรคได้มีการรายงานข้อเท็จจริงต่อ สส. ทุกคน เพื่อเปิดให้มีกาารอภิปรายความเห็นก่อนจะลงมติ ผมก็ได้ลุกขึ้นอภิปราย โดยมีประเด็นที่สำคัญว่า- (i) ในมุมมองของผม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่มีความผิดที่ชัดเจน คือการมีความสัมพันธ์กับทีมงานของตนเอง เพราะไม่ว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าดูเหมือนจะมีการยินยอมหรือไม่ แต่ในเมื่อทั้งสองอยู่ใน “ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน” ที่ฝ่ายหนึ่งสามารถให้คุณให้โทษอีกฝ่ายหนึ่งได้ในหน้าที่การงาน ดังนั้น จึงไม่สามารถถูกตีความได้ว่าเป็น “ความยินยอม” ที่แท้จริง- (ii) หากตระหนักว่ากระทำผิดดังกล่าว ทางออกที่ควรจะเป็นคือการที่ผู้กระทำผิด แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยที่ไม่ต้องรอให้มีกระบวนการวินิจฉัยลงโทษอย่างเป็นทางการ

4. ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงเป็น 1 คนที่ลงมติเห็นด้วยกับการขับออกคุณไชยามพวาน ซึ่งเป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผยที่เพื่อนๆ สส. ทุกคนรับรู้ และเป็นการตัดสินใจบนหลักการและเหตุผลที่ผมยึดถือ

5. ผมขออภัยเพื่อนๆ สส. ที่ผมจำเป็นต้องเปิดเผยการลงมติของตนเองต่อสาธารณะ แต่ผมจำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหาที่รุนแรงว่าผมได้ใช้เหตุผลเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวในการลงคะแนนและโน้มน้าวคนอื่นในการลงคะแนน ซึ่งไม่เป็นความจริง และผมเชื่อว่า สส. คนอื่นที่เห็นต่างกับผมและลงมติไม่เห็นด้วยกับการขับออกคุณไชยามพวาน ก็ได้ตัดสินใจบนหลักการและเหตุผลที่เขายึดถือ ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการ “ปกป้องพวกพ้อง”

ผมเชื่อว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับเหตุผลหรือการตัดสินใจของผม แต่ผมยืนยันว่าทุกการตัดสินใจของผมยึดอยู่บนหลักการที่ผมเชื่อว่าถูกต้อง และเป็นหลักการที่ต้องนำมาใช้กับทุกคนอย่างเสมอภาค

’สุทิน‘ เย้ย ‘ก้าวไกล’ ปมยุบ กอ.รมน. ชี้คนไม่ได้เป็น รบ.จะพูดอะไรก็พูดได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562521

02 พ.ย. 2566

’สุทิน‘ เย้ย ‘ก้าวไกล’ ปมยุบ กอ.รมน. ชี้คนไม่ได้เป็น รบ.จะพูดอะไรก็พูดได้

‘สุทิน’ เหน็บ ‘ก้าวไกล’ คนไม่ได้เป็นรัฐบาลจะพูดอะไรก็พูดได้ หลังถูกกันดับยุบ กอ.รมน. ย้ำเดินหน้าลดกำลังพลตามแผนกองทัพ

วันที่ 12 พ.ย. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ออกมาเรียกร้องให้มีการยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่าคนที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็พูดได้ แต่การจะยุบต้องประเมินปัจจัยหลายฯ อย่าง บางเรื่องพูดได้แต่บางเรื่องก็เปิดเผยข้อมูลไม่ได้ เพราะฉะนั้นคนที่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาลก็พูดได้ทุกอย่าง แต่เมื่อมาเป็นแล้ว ก็ต้องมาดูความเป็นไปได้อีกทีว่าทํายากแค่ไหน 

เมื่อถามถึง การปรับโครงสร้างกำลังพลของกองทัพ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายสุทิน กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวกำลังสรุปมาให้เป็นระยะๆ ตอนนี้อยู่ขั้นตอนการสรุปแนวทางว่าจะปรับอย่างไร เพราะฉะนั้นยังไม่เห็นแนวทางการปรับลดอย่างเป็นรูปธรรม เพราะยังไม่มีการปฏิบัติ ทั้งนี้ ตามแผนเดิมที่กองทัพได้ทำมาคือปรับตามแผนราชการที่ทำไว้ คาดว่าปี 2570 จะสามารถปรับกำลังพลได้เยอะ และจะมีการเพิ่มมาตราการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดแบบใหม่ น่าจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้พลทหารที่ไม่ใช่สายหลักเข้าสู่ระบบเยอะ และจะทำให้กำลังพลลดลงมาก

เมื่อถามต่อว่า มีเป้าหมายที่จะทำให้กำลังพลลดลงเท่าไหร่ นายสุทิน กล่าวว่า ตัวเลขยังไม่ชัดเจน กำลังทำอยู่ แต่ยืนยันว่าลดลงเยอะ ในปี 2570 เชื่อว่ากำลังพลโดยเฉพาะระดับนายพล จะลดลงไม่น้อยกว่า 20-30% ขณะเดียวกันก็ต้องคำนวณงบประมาณที่จะไปใช้ในการจ่ายให้กับผู้ที่ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด กับเงินที่จะใช้หากกำลังพลขออยู่ต่อ ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าการจ่ายให้กำลังพลที่เกษียณก่อนกำหนดจะคุ้มกว่า จะช่วยให้ทั้งงบประมาณและกําลังพลลดลง

เมื่อถามว่า เมื่อกำลังพลลดลงแล้ว ภารกิจของกองทัพจะปรับเปลี่ยนหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ก็ต้องมีการปรับตามบริบทเดิม โดยเฉพาะภัยคุกคามใหม่

เมื่อถามถึงนโยบายการเกณฑ์ทหาร หรือการรับสมัครทหารทางออนไลน์ นายสุทิน กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (1 พ.ย.) เป็นการรายงานตัวรอบแรกของทหารที่สมัครใจ พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว พบว่าปีนี้มีการสมัครมากขึ้น ซึ่งจากที่ผ่านมาจะพบว่าเมื่อถึงวันรายงานตัวมีคนเปลี่ยนใจเยอะ แต่ปีนี้ไม่มี ทั้งนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนตัวเลขเท่าไหร่ ต้องรอให้จบโครงการแล้วจะสรุปให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง แต่ถือเป็นสัญญาณที่ดี และขอฝากไปยังลูกหลานเยาวชนที่เดิมคิดว่า 2 ปีที่เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์จะเป็นการเสียโอกาส เป็นการสะดุดชีวิต แต่วันนี้เรากำลังทำให้เป็น 2 ปีแห่งการเพิ่มโอกาสของชีวิต เมื่อทุกคนเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์แล้วจะได้รับโอกาสใหม่ๆ และดีๆ ซึ่งทางกองทัพกำลังเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากที่เอาคนมาฝึกทหารมาเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะเติมการพัฒนาทุกมิติ รวมถึงการซ้อมรบและการศึกษา คนที่มาเป็นทหารเกณฑ์ในสมัยนี้จะสามารถเรียนต่อได้ และจบพร้อมกับผู้อื่นที่ไม่ได้มาเป็นทหาร

ส่วนจะใช้วิชาทหารโอนมาเป็นหน่วยกิตใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่ตอนนี้มีระบบเรียนออนไลน์ที่สามารถใช้เทียบวุฒิได้ เพราะฉะนั้นใครกำลังศึกษาอยู่ก็สามารถเรียนต่อได้เลยแม้ต้องเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ 

เมื่อถามอีกว่า ทางกองทัพจะประสานกับทางมหาวิทยาลัยใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ได้มีการคุยไว้แล้ว และจะทําเอ็มโอยูกับทบวงมหาวิทยาลัย โดยจะเริ่มนำร่องบางแห่งก่อน และจะพยายามให้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะขณะนี้สถาบันการศึกษาก็ต้องการนักศึกษา และผู้ที่มาเป็นทหารเกณฑ์ ก็มีโอกาสที่จะเป็นข้าราชการประจำมากขึ้น

‘วุฒิพงศ์’ น้ำตาคลอ ผิดหวัง ‘ก้าวไกล’ ขับพ้นพรรค ยัน ไม่ลาออก พิสูจน์ความจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562520

02 พ.ย. 2566

'วุฒิพงศ์' น้ำตาคลอ ผิดหวัง 'ก้าวไกล' ขับพ้นพรรค ยัน ไม่ลาออก พิสูจน์ความจริง

สส.แจ้ ‘วุฒิพงศ์’ น้ำตาคลอ ยอมรับ ผิดหวังมติ ก้าวไกล ขับออกจากพรรค ยืนยัน ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหาย และไม่ขอลาออก สส. เดินหน้าพิสูจน์ตัวเอง

จากมติพรรคก้าวไกล ดำเนินการกับ สส.มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยขับ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา หรือ สส.แจ้ สส.ปราจีนบุรี ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งถือเป็นโทษสูงสุด ส่วนนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.เขตจอมทอง-บางขุนเทียน-ท่าข้าม โดนโทษรองลงมาคือ ตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด รวมถึงการคาดโทษตามแต่กรณี

วุฒิพงศ์ ทองเหลาวุฒิพงศ์ ทองเหลา

นายวุฒิพงศ์ เปิดเผยภายหลังทราบมติของพรรคว่า กระบวนการหลังจากนี้ จะเข้าสู่การพิสูจน์ความจริง เพราะที่ผ่านมาได้รับความเสียหาย ทั้งโดยส่วนตัวและครอบครัว ตนไม่ใช่นักการเมืองที่แถลงเก่ง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่เคยได้ชี้แจงต่อสังคม รู้สึกอึดอัดมาโดยตลอด เพราะกระบวนการของพรรคยังไม่สิ้นสุด

นอกจากนี้ นายวุฒิพงศ์ ยังชี้แจงไทม์ไลน์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้ซับซ้อน เรื่องของการคุกคามทางเพศ มีหลายระดับการแสดงออก พร้อมกับอ้างอิงกรณีที่เกิดขึ้นภายในพรรคก่อนหน้านี้ ก็ได้รับบทลงโทษความรุนแรงระดับปานกลาง แต่เคสของตนนั้น รู้สึกผิดหวัง เพราะมีมติที่รุนแรงที่สุด ซึ่งกระบวนการทางคดีความภายนอก หรือกระบวนการยุติธรรมตำรวจเรื่องจะต้องเกิดภายใน 3 เดือน เรื่องความผิดของ สส. จะต้องเข้ามาเป็น สส. ก่อน แล้วกระทำความผิด แต่กรณีผู้ร้องเรียนเป็นเอกสารกระดาษ 200 หน้า ที่อ้างถึงเหตุการณ์กระทำผิดตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ก่อนที่จะเข้ามาเป็น สส.

วุฒิพงศ์ ทองเหลาวุฒิพงศ์ ทองเหลา

“กระบวนการสอบครั้งแรก วันที่ 10 ต.ค. กรรมการสอบวินัยมี 7 คน แต่มา 6 คน ได้พูดคุยอยู่กว่า 1 ชั่วโมงจากนั้นอีกครั้งหนึ่ง วันที่ 30 ต.ค.เข้าสู่กระบวนการของกรรมการวินัยครั้งที่ 2  ได้เข้าห้องประชุมของกรรมการล่าช้า 1 ชั่วโมง จากที่นัด 10 โมง ได้เข้า 11 โมง ซึ่งกรรมการคนสุดท้าย จาก 7 คน เหลือเพียง 4 คน จึงรู้สึกข้อมูลที่ให้ต่อกรรมการไม่มีความสำคัญ และก่อนที่จะยุติการสอบสวนมีกรรมการคนที่ 5 เข้ามา ซึ่งความสำคัญระดับนี้ของผู้แทนราษฎรของคนทั้งจังหวัดปราจีนบุรีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในกระบวนการ” นายวุฒิพงศ์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ในการตั้งคณะกรรมการวินัยสอบ ควรจะเป็นกรรมการที่เป็นแพทย์ หรือเป็นจิตแพทย์ทางด้านนี้โดยตรง หรือเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง ว่าผู้ที่ถูกคุกคาม มีความรู้สึกที่ถูกคุกคามจริงหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการวินัยในการสอบไม่มีคนนอก แต่เป็น สส. ทั้งหมด และรู้สึกเสียใจว่า พรรคไม่ได้เปิดโอกาสให้ตนเองได้พูด หรือชี้แจงต่อสังคม และวันนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้มาชี้แจงต่อสังคม และรู้สึกเสียใจว่าในกรณีคุกคามทางเพศ 2 เคส เช่นเดียวกัน แต่มติออกมาแตกต่างกัน

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า จะไม่ขออุทธรณ์โทษในพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มองในการไปเข้าสังกัดพรรคการเมืองใหม่ หลังถูกขับออกจากพรรคก้าวไกล เพราะเมื่อพ้นสภาพจากพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองอื่นย่อมต้องมองอยู่แล้ว แต่ตนเองก็ต้องแสดงจุดยืนต่อพรรคการเมืองที่จะเข้าไปสังกัดใหม่ 

วุฒิพงศ์ ทองเหลาวุฒิพงศ์ ทองเหลา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ นายวุฒิพงศ์ โชว์หลักฐานภาพ ที่ถูกแชร์ใน Twitter บางภาพเป็นการจงใจทำให้เข้าใจผิดหรือไม่  พร้อมนำโน้ตข้อความของผู้เสียหาย ที่ได้เขียนถึงตนเอง ระบุว่า ผู้เสียหายยังคงต้องการจะลงพื้นที่ทำงานกับตนเองในทุกที่ทุกวัน และตลอดเวลาที่ออกไปทำงานมีความสุข ไม่มีครั้งไหนที่ไม่อยากออกไปทำงาน” และมีบางข้อความแสดงออกไม่เหมาะสม รวมถึงได้รับคลิปส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมอีก 50 คลิป จึงตัดสินใจให้ผู้เสียหายยุติการทำงานกับตนเอง ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2565 โดยยืนยันว่าไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายเลย โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ ตนเป็นเพียงบุคคลธรรมดา ไม่เคยคิดเรื่องใช้กำลัง ใช้อำนาจเป็นใหญ่ อย่างที่ได้ยินในสังคม

ซึ่งหลังจากนี้ จะพิจารณาเรื่องกระบวนการนอกพรรค เนื่องจากมีผลกระทบมากกว่าที่คิด ทั้งเรื่องการถูกขับออกจากพรรค การทำลายชื่อเสียง และการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว มีการบิดเบือนข้อมูลส่วนตัว ผิด พ.ร.บ.คอมฯ จึงขอยืนยันว่า จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง สส. และขอโอกาสในการทำงานต่อ ซึ่งเชื่อมั่นว่า การออกมาตอบคำถามอธิบายในครั้งนี้เป็นเรื่องใหม่ ที่แม้แต่ สส.ก็ไม่เคยได้ยิน และตนก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตนเองทุกขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแถลงข่าว นายวุฒิพงษ์ได้ฝากถึงพรรคก้าวไกลว่า หลังจากนี้ขอให้พรรค ปกป้อง สส.และสมาชิกพรรค อย่าให้อะไรก็ตามที่ยิงมาโดนพวกเขาง่ายๆ เพราะทุกคนลำบากกว่าจะเข้ามา ต้องแบกรับความกดดันสูง ส่วนเรื่องคณะกรรมการวินัย อยากให้มีสัดส่วนภายนอกจริงๆ ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ในเรื่องนั้นจริงๆ เช่น ตำรวจ จิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มีสัดส่วน สส. น้อยที่สุด ป้องกันการเมืองภายใน

‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวัง ‘พรรคก้าวไกล’ ซัด ‘ปูอัด’ อย่าขี้ขลาด จี้รับผิด ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562519

02 พ.ย. 2566

‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวัง ‘พรรคก้าวไกล’ ซัด ‘ปูอัด’ อย่าขี้ขลาด จี้รับผิด ลาออก

สส.กานต์ ‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวังมติ ‘พรรคก้าวไกล’ แค่คาดโทษ สส.คุกคามทางเพศ เรียกร้องผู้กระทำผิด รับชอบสิ่งที่ทำอย่างถึงที่สุด จี้ลาออกจากพรรค

วันที่ 2 พ.ย.2566 จากกรณีที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลและสส.พรรคก้าวไกล มีมติขับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรีออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล เพราะถือว่าเป็นการผิดวินัยร้ายแรง และกรณี ‘ปูอัด’ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.ที่ประชุมออกเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ให้ขับพ้นสมาชิกพรรค จึงให้มีการรอคาดโทษไว้ก่อน เพื่อให้มีการยอมรับผิด และขอโทษจากการกระทำ จากนั้นจะมีการพิจารณาต่อไป ทำให้สส.หญิงของพรรค รับไม่ได้ที่พรรคมีมติแค่คาดโทษนายไชยามพวาน ต่างเปลี่ยนรูปโปร์ไฟล์เป็นสีดำนั้น

ล่าสุด น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ สส.กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากกรณี สส.พรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ กานต์ยืนยันเสมอว่าการคุกคามทางเพศไม่สามารถยอมรับได้ทุกกรณี เป็นการกระทำที่ไม่มีความรับผิดชอบและขาดการยั้งคิด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งต่อผู้เสียหายและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทำให้ประชาชนผิดหวังและกังขาต่อหลักการของพรรค

น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล

เมื่อวานนี้ กานต์ได้แสดงจุดยืนในที่ประชุมพรรค ร่วมอภิปรายในที่ประชุมกว่า 6 ชั่วโมง ทำเต็มที่ในฐานะ สส.หญิงที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ไม่อดกลั้นต่อการกระทำความผิด ใช้สิทธิและเสียงของกานต์ยืนยันจุดยืน โหวตขับผู้กระทำออกจากพรรคทั้งสองกรณี โดยคำนึงถึงความถูกต้องและความยุติธรรมต่อเหยื่อ หลายฝ่ายอาจเห็นว่าสิ่งนี้เป็นมาตรฐานที่สูง หากแต่เป็นเพียงมาตรฐานที่บุคคลทั่วไปกระทำกัน และเป็นมาตรฐานที่พรรคก้าวไกลควรไปให้ถึง

กานต์รู้สึกผิดหวังอย่างมากต่อมติที่ออกมา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องแสดงความรับผิดชอบควบคู่กันไป เราสู้กันมาอย่างยาวนาน และจากสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็ยังคงต้องสู้กันต่อไป เหยื่อจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ดิฉันขอเรียกร้องให้ผู้กระทำรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปอย่างถึงที่สุด

ถึงแม้เสียงโหวตจะไม่ถึง 3/4 ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในทางพฤตินัย ก็มีเสียงกว่า 100 เสียงโหวตให้ขับออก ขอเน้นย้ำให้ผู้กระทำว่าเรื่องนี้ยอมรับไม่ได้และโหวตขับคุณออก ดังนั้น จึงขอให้ผู้กระทำใช้สามัญสำนึกและความละอายใจพิจารณาอีกครั้งว่าควรลาออกด้วยตัวเองหรือไม่อย่าเป็นคนขี้ขลาดที่หลบอยู่เบื้องหลังตัวเลขที่ตนสามารถใช้เอาตัวรอด การแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้แทน “คน” เป็นสิ่งที่ต้องทำ

การยืนยันในหลักการเป็นเรื่องท้าทายและต้องอาศัยความกล้าหาญทางศีลธรรมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ สส.ที่มีความกล้าหาญแสดงจุดยืนและยืนยันความถูกต้อง วันนี้เราอาจผิดหวัง แต่ก็ขอให้สู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และซื่อตรงต่อจุดยืนของเราค่ะ

เปิดใจ น.ต. ‘ศิธา ทิวารี’ อนาคตหลังลาออกจาก ‘ไทยสร้างไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562518

02 พ.ย. 2566

เปิดใจ น.ต. 'ศิธา ทิวารี' อนาคตหลังลาออกจาก 'ไทยสร้างไทย'

อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย น.ต.’ศิธา ทิวารี’ เปิดใจ คมชัดลึก เป็นสื่อแรกถึงอนาคตหลังลาออกจากพรรค ‘ไทยสร้างไทย’

Q : ลาออกจากพรรคไทยสร้างไทยแล้วจะไปอยู่ที่ไหน
A: คือก็ยังทำพอเราเป็นนักการเมืองมีบวกมีลบ ถ้าได้เข้าสภายังทำโน่นนี่ได้ แต่พิเราไม่ได้เข้าสภา ไม่ได้ทำงาน ก็มีข้อดีข้อเสีย ก็เลยมองว่าจะออกมาขับเคลื่อนเป็นภาคประชาชนคนหนึ่ง แบบที่เราถนัดว่า เราอยากทำอะไร ก็มีหลายทางหลายคนที่มาพูดมาคุย ให้ไปเห็นสื่อไหม ให้ไปทำรายการไหม แต่มันก็อาจเป็นมุมที่เราทำได้ สมมติว่าไปนั่งทำรายการมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็เกี่ยวข้องอยู่ทุกประเด็น บอกได้ว่าคิดอย่างไร แต่จะให้ไปนั่งเป็นพิธีกรทุกวัน ตามเวลา ก็ไม่ถนัดซักเท่าไร

น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทย

 

Q:แล้วจะไปทำอะไรต่อ
A:อยากจะเป็นเหมือนองค์กรอะไรซักอย่าง ที่เข้ามาช่วยทำให้การเมืองมันดีขึ้น หรืออาจจะทำกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ไปช่วยสอนหนังสือหรือบรรยายบ้าง ในฐานะที่ไม่ได้อิงการเมืองมันก็จะเปิดกว้างขึ้น  คนมักเข้าใจว่าเวลาขยับออกมามักมี deal ที่ดีกว่า อะไรที่ดีกว่าเหมือนพนักงานบริษัทออกไปเพราะมีบรัทอื่นซื้อตัวได้แพงกว่า จริงฟแล้วผมมองว่าอะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่ใช่ตัวเรา เราออาจจะล scale ให้มันเล็กลงก็ได้ ดูว่าเรามีคุณค่าที่จะทำ ผมมองอย่างนั้นมากกว่าก็เลยขยับ  เพื่อเปิดกว้างและสามารถไปทำได้หลายเรื่อง

Q:เพื่อความคล่องตัว
A:บางอย่างถ้าเราหยิบหมวกมาใส่เช่นไม่ได้ขี่มอเตอไซด์ แต่ดันไปหยิบหมวกกันน๊อกมาใส่มันก็ไม่คล่องตัว แต่ถ้าขี่มอเตอร์ไซด์ มันก็ต้องใส่หมวกกันน๊อกเพื่อความปลอดภัย เพราะฉะนั้น หมวกบางอย่างที่เราสวมอยู่ดดยที่ไม่ได้ใช้ ในภาระกิจนั้นๆ เราอาจจะหนักหัวเราเองก็ได้ไม่ได้หนักหนักหัวชาวบ้าน ก็ถอดมันออกแล้วก็ไปทำอย่างอื่น

Q:ยังช่วยงานคุณหญิงอยู่หรือไม่
A:ผมช่วยทุกคนนะไม่ได้คิดอะไรเลย แต่จะเป็นฝ่ายค้านนอกสภาก็ไม่ใช่ แต่อันไหนที่รัฐบาลทำได้ดีก็จะพูดว่าดี  แต่ก็ขออสงวนสิทธิ์ว่าอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีก็จะต้องพูดได้เช่นในพรรคคุณหญิง ถ้ามีอะไรก็ต้องพูดได้ว่าดีหรือไม่ดี  ถ้าจุดยืนของเราไม่ไปกับเผด็จการ ก็ไม่ได้ไปร่วมกับคนที่ไปต่อยอดให้เขาอยุ่แล้ว กับพรรคไทยสร้างไทย ก้าวไกลและเป็นธรรม มุมที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ หรือ เห็นด้วยก็สามารถสนับสนุนได้โดยที่ไม่ต้องมีใครตะขิดตะขวงใจว่าเป็นคนของพรรคโน้นพรรคนี้

น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทย

Q:ถ้าโอกาสเปิดเช่นจะมีการเลือกตั้งใหม่จะกลับมาอีกไหม
A:ถึงเวลานั้นก็ต้องดูกันอีกที อย่างที่บอก ถ้าจะขี่มอเตอร์ไซด์ก็ต้องใส่หมวกกันน๊อก ก็แค่นั้นเอง ก็ต้องไปทำใบขับขี่มอเตอร์ไซด์