‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวัง ‘พรรคก้าวไกล’ ซัด ‘ปูอัด’ อย่าขี้ขลาด จี้รับผิด ลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562519

02 พ.ย. 2566

‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวัง ‘พรรคก้าวไกล’ ซัด ‘ปูอัด’ อย่าขี้ขลาด จี้รับผิด ลาออก

สส.กานต์ ‘ภัสริน’ ลั่นผิดหวังมติ ‘พรรคก้าวไกล’ แค่คาดโทษ สส.คุกคามทางเพศ เรียกร้องผู้กระทำผิด รับชอบสิ่งที่ทำอย่างถึงที่สุด จี้ลาออกจากพรรค

วันที่ 2 พ.ย.2566 จากกรณีที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลและสส.พรรคก้าวไกล มีมติขับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรีออกจากสมาชิกพรรคก้าวไกล เพราะถือว่าเป็นการผิดวินัยร้ายแรง และกรณี ‘ปูอัด’ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.ที่ประชุมออกเสียงไม่ถึง 3 ใน 4 ให้ขับพ้นสมาชิกพรรค จึงให้มีการรอคาดโทษไว้ก่อน เพื่อให้มีการยอมรับผิด และขอโทษจากการกระทำ จากนั้นจะมีการพิจารณาต่อไป ทำให้สส.หญิงของพรรค รับไม่ได้ที่พรรคมีมติแค่คาดโทษนายไชยามพวาน ต่างเปลี่ยนรูปโปร์ไฟล์เป็นสีดำนั้น

ล่าสุด น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ สส.กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า จากกรณี สส.พรรคก้าวไกล มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ กานต์ยืนยันเสมอว่าการคุกคามทางเพศไม่สามารถยอมรับได้ทุกกรณี เป็นการกระทำที่ไม่มีความรับผิดชอบและขาดการยั้งคิด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งต่อผู้เสียหายและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทำให้ประชาชนผิดหวังและกังขาต่อหลักการของพรรค

น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ กานต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล

เมื่อวานนี้ กานต์ได้แสดงจุดยืนในที่ประชุมพรรค ร่วมอภิปรายในที่ประชุมกว่า 6 ชั่วโมง ทำเต็มที่ในฐานะ สส.หญิงที่ขับเคลื่อนเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ ไม่อดกลั้นต่อการกระทำความผิด ใช้สิทธิและเสียงของกานต์ยืนยันจุดยืน โหวตขับผู้กระทำออกจากพรรคทั้งสองกรณี โดยคำนึงถึงความถูกต้องและความยุติธรรมต่อเหยื่อ หลายฝ่ายอาจเห็นว่าสิ่งนี้เป็นมาตรฐานที่สูง หากแต่เป็นเพียงมาตรฐานที่บุคคลทั่วไปกระทำกัน และเป็นมาตรฐานที่พรรคก้าวไกลควรไปให้ถึง

กานต์รู้สึกผิดหวังอย่างมากต่อมติที่ออกมา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องแสดงความรับผิดชอบควบคู่กันไป เราสู้กันมาอย่างยาวนาน และจากสิ่งที่เกิดขึ้น เราก็ยังคงต้องสู้กันต่อไป เหยื่อจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ดิฉันขอเรียกร้องให้ผู้กระทำรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปอย่างถึงที่สุด

ถึงแม้เสียงโหวตจะไม่ถึง 3/4 ตามรัฐธรรมนูญ แต่ในทางพฤตินัย ก็มีเสียงกว่า 100 เสียงโหวตให้ขับออก ขอเน้นย้ำให้ผู้กระทำว่าเรื่องนี้ยอมรับไม่ได้และโหวตขับคุณออก ดังนั้น จึงขอให้ผู้กระทำใช้สามัญสำนึกและความละอายใจพิจารณาอีกครั้งว่าควรลาออกด้วยตัวเองหรือไม่อย่าเป็นคนขี้ขลาดที่หลบอยู่เบื้องหลังตัวเลขที่ตนสามารถใช้เอาตัวรอด การแสดงความรับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้แทน “คน” เป็นสิ่งที่ต้องทำ

การยืนยันในหลักการเป็นเรื่องท้าทายและต้องอาศัยความกล้าหาญทางศีลธรรมอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเช่นนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ สส.ที่มีความกล้าหาญแสดงจุดยืนและยืนยันความถูกต้อง วันนี้เราอาจผิดหวัง แต่ก็ขอให้สู้ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และซื่อตรงต่อจุดยืนของเราค่ะ

เปิดใจ น.ต. ‘ศิธา ทิวารี’ อนาคตหลังลาออกจาก ‘ไทยสร้างไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562518

02 พ.ย. 2566

เปิดใจ น.ต. 'ศิธา ทิวารี' อนาคตหลังลาออกจาก 'ไทยสร้างไทย'

อดีตเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย น.ต.’ศิธา ทิวารี’ เปิดใจ คมชัดลึก เป็นสื่อแรกถึงอนาคตหลังลาออกจากพรรค ‘ไทยสร้างไทย’

Q : ลาออกจากพรรคไทยสร้างไทยแล้วจะไปอยู่ที่ไหน
A: คือก็ยังทำพอเราเป็นนักการเมืองมีบวกมีลบ ถ้าได้เข้าสภายังทำโน่นนี่ได้ แต่พิเราไม่ได้เข้าสภา ไม่ได้ทำงาน ก็มีข้อดีข้อเสีย ก็เลยมองว่าจะออกมาขับเคลื่อนเป็นภาคประชาชนคนหนึ่ง แบบที่เราถนัดว่า เราอยากทำอะไร ก็มีหลายทางหลายคนที่มาพูดมาคุย ให้ไปเห็นสื่อไหม ให้ไปทำรายการไหม แต่มันก็อาจเป็นมุมที่เราทำได้ สมมติว่าไปนั่งทำรายการมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราก็เกี่ยวข้องอยู่ทุกประเด็น บอกได้ว่าคิดอย่างไร แต่จะให้ไปนั่งเป็นพิธีกรทุกวัน ตามเวลา ก็ไม่ถนัดซักเท่าไร

น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทย

 

Q:แล้วจะไปทำอะไรต่อ
A:อยากจะเป็นเหมือนองค์กรอะไรซักอย่าง ที่เข้ามาช่วยทำให้การเมืองมันดีขึ้น หรืออาจจะทำกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากให้ไปช่วยสอนหนังสือหรือบรรยายบ้าง ในฐานะที่ไม่ได้อิงการเมืองมันก็จะเปิดกว้างขึ้น  คนมักเข้าใจว่าเวลาขยับออกมามักมี deal ที่ดีกว่า อะไรที่ดีกว่าเหมือนพนักงานบริษัทออกไปเพราะมีบรัทอื่นซื้อตัวได้แพงกว่า จริงฟแล้วผมมองว่าอะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่ใช่ตัวเรา เราออาจจะล scale ให้มันเล็กลงก็ได้ ดูว่าเรามีคุณค่าที่จะทำ ผมมองอย่างนั้นมากกว่าก็เลยขยับ  เพื่อเปิดกว้างและสามารถไปทำได้หลายเรื่อง

Q:เพื่อความคล่องตัว
A:บางอย่างถ้าเราหยิบหมวกมาใส่เช่นไม่ได้ขี่มอเตอไซด์ แต่ดันไปหยิบหมวกกันน๊อกมาใส่มันก็ไม่คล่องตัว แต่ถ้าขี่มอเตอร์ไซด์ มันก็ต้องใส่หมวกกันน๊อกเพื่อความปลอดภัย เพราะฉะนั้น หมวกบางอย่างที่เราสวมอยู่ดดยที่ไม่ได้ใช้ ในภาระกิจนั้นๆ เราอาจจะหนักหัวเราเองก็ได้ไม่ได้หนักหนักหัวชาวบ้าน ก็ถอดมันออกแล้วก็ไปทำอย่างอื่น

Q:ยังช่วยงานคุณหญิงอยู่หรือไม่
A:ผมช่วยทุกคนนะไม่ได้คิดอะไรเลย แต่จะเป็นฝ่ายค้านนอกสภาก็ไม่ใช่ แต่อันไหนที่รัฐบาลทำได้ดีก็จะพูดว่าดี  แต่ก็ขออสงวนสิทธิ์ว่าอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีก็จะต้องพูดได้เช่นในพรรคคุณหญิง ถ้ามีอะไรก็ต้องพูดได้ว่าดีหรือไม่ดี  ถ้าจุดยืนของเราไม่ไปกับเผด็จการ ก็ไม่ได้ไปร่วมกับคนที่ไปต่อยอดให้เขาอยุ่แล้ว กับพรรคไทยสร้างไทย ก้าวไกลและเป็นธรรม มุมที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ หรือ เห็นด้วยก็สามารถสนับสนุนได้โดยที่ไม่ต้องมีใครตะขิดตะขวงใจว่าเป็นคนของพรรคโน้นพรรคนี้

น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทยน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตเลขาฯพรรคไทยสร้างไทย

Q:ถ้าโอกาสเปิดเช่นจะมีการเลือกตั้งใหม่จะกลับมาอีกไหม
A:ถึงเวลานั้นก็ต้องดูกันอีกที อย่างที่บอก ถ้าจะขี่มอเตอร์ไซด์ก็ต้องใส่หมวกกันน๊อก ก็แค่นั้นเอง ก็ต้องไปทำใบขับขี่มอเตอร์ไซด์

สส. ‘ก้าวไกล’ ไปแล้วกี่คน เปิดรายชื่อ สส. ผิดจริยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562410

02 พ.ย. 2566

สส. 'ก้าวไกล' ไปแล้วกี่คน เปิดรายชื่อ สส. ผิดจริยธรรม

สส. ‘ก้าวไกล’ ไปแล้วกี่คน เปิดรายชื่อ สส. ผิดมาตรฐานจริยธรรม ล่าสุดมีใครโดนบ้าง ทำผิดเรื่องอะไร พรรคยันพร้อมลงโทษไม่ช่วยปกปิด

จากกระแสในโซเชียลเรื่องของ วุฒิพงษ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี “ก้าวไกล” คุกคามทางเพศลูกน้องใต้บังคับบัญชา หลังพรรคได้รับคำร้อง ได้เริ่มกระบวนการสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการวินัยพรรคแล้ว ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก วันนี้ทาง คมชัดลึก ขอพาย้อนรายชื่อ สส. พรรค “ก้าวไกล” ที่ผิดมาตรฐานจริยธรรม ว่ามีใครโดนบ้าง และกระทำผิดเรื่องอะไร

1. เตอร์ ณธีภัสร์

วันที่ 16 พ.ค. 2566 น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ “ก้าวไกล” ลำดับที่ 27 ถูกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ซึ่งตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณ ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เรียกให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ขณะขับรถเข้ามาที่ด่านตรวจ

แต่ เตอร์ ณธีภัสร์ พยายามโทรหาบุคคลอื่น และไม่ยินยอมเป่าแอลกอฮอล์ จนกระทั่งเวลา 03.00 น. ได้มีเพื่อนเดินทางมายังจุดตรวจ และช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจา ซึ่งผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ วัดได้ 66 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงทำบันทึกจับกุม แล้วนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน 

ต่อมา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อม น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แถลงถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า จากกรณีที่เป็นข่าวว่าเมาแล้วขับ ได้ขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน และขอประกาศลาออกจากการเป็น สส. ทันที

เตอร์ ณธีภัสร์เตอร์ ณธีภัสร์

2. สิริน สงวนสิน

นายสิริน สงวนสิน ส.ส.กทม. เขต 31 (ทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน) “ก้าวไกล” ถูกแฟนสาวแจ้งความดำเนินคดีทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ระบุว่าระหว่างขับไปรับนายสิรินที่สนามกอล์ฟใน อ.ศรีราชา ถูกด่าชกหน้าดึงศีรษะลงจากรถ แล้วแย่งโทรศัพท์มือถือโยนทิ้งข้างทาง ทำให้โทรศัพท์พังเสียหาย

ต่อมา “ก้าวไกล” ออกแถลงเรื่องของ สิริน สงวนสิน ซึ่งทาง กก.บห.พรรค พบว่า นายสิรินได้ทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหาย และได้กระทำความรุนแรงต่อผู้เสียหายจริง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บบริเวณร่างกาย รวมไปถึงทรัพย์สิน ทางพรรคจึงได้มีมติให้ลงโทษ โดยตัดสิทธิไม่ให้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคทันที และกำหนดคาดโทษไว้ว่า หากมีเหตุการณ์ใดๆ ก็ตามที่นายสิรินกระทำผิดวินัยร้ายแรงอีกครั้ง ทางพรรคจะขับออกจากสมาชิกพรรค

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

3. วุฒิพงศ์ ทองเหลา

วุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรี พรรค “ก้าวไกล” ถูกร้องเรียนว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะคุกคามทางเพศลูกน้องใต้บังคับบัญชา มีการส่งแชทและคลิป 18+ ให้ หลังพรรคได้รับคำร้อง ได้เริ่มกระบวนการสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการวินัยพรรค ตั้งแต่ เดือน ส.ค. 2566 โดยเชิญแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตลอดทั้งเดือน ก.ย. โดยกระบวนการสอบข้อเท็จจริงและการวินิจฉัยจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ต.ค. 

ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค. 2566  “ก้าวไกล” ได้แจ้งความคืบหน้าในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศ “ก้าวไกล” ขอรายงานความคืบหน้าสำคัญในการสอบสวนกรณีคุกคามทางเพศ ที่มีการกล่าวหา สส. ของพรรค 2 คน ว่า ขณะนี้คณะกรรมการวินัยพรรคได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว

ขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรคได้พิจารณาเสร็จแล้ว และมีมติให้นัดประชุมกรรมการบริหารร่วมกับ สส.พรรคก้าวไกล เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้ถูกร้อง ในวันพุธที่ 1 พ.ย. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารรัฐสภา

วุฒิพงศ์ ทองเหลาวุฒิพงศ์ ทองเหลา


4. ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์

กรณีของ สส. ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ นั้น เกิดขึ้นหลังจากผู้เสียหาย 3 ราย ซึ่งเป็นทีมงานของพรรคก้าวไกล เข้าร้องเรียนกับพรรคก้าวไกลว่าถูก สส.ปูอัด คุกคามทางเพศ ทั้งล่วงละเมิดขณะไม่มีสติ แตะเนื้อต้องตัว จับแขน จับไหล่ ชวนไปไหนมาไหนสองต่อสอง รวมถึงการพูดคุยถึงเรื่องส่วนตัว

ล่าสุดกรณี สส.ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ เขตจอมทอง-บางขุนเทียน-ท่าข้าม มีคนลงมติ 106 เสียงให้ขับออก จึงทำให้การขับออกจากพรรคไม่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรตัดสิทธิพึงมีทั้งหมด และคาดโทษไปตลอดสมัยประชุมนี้ หากมีพฤติกรรมใดๆ เข้าข่าย คุกคามจะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค

ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์

‘ไอซ์ รักชนก’ ประกาศงดร่วมกิจกรรม ผิดหวังมติ ‘พรรคก้าวไกล’ ไม่ขับสส.หื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562515

02 พ.ย. 2566

'ไอซ์ รักชนก' ประกาศงดร่วมกิจกรรม ผิดหวังมติ ‘พรรคก้าวไกล’ ไม่ขับสส.หื่น

ตัวจิ๊ดก้าวไกล’ไอซ์ รักชนก’ ประกาศงดร่วมกิจกรรมพรรค ผิดหวังมติ ‘พรรคก้าวไกล’ ไม่ขับออก สส.คุกคามทางเพศ เผยส่วนตัวโหวตให้ขับออกทั้งคู่ ‘แจ้-ปูอัด’ ยกย่อง ‘พี่เต้อ’ เมาแล้วขับ ลาออกทันที สร้างมาตรฐานไว้สูงลิ่ว น่ายกย่องอย่างยิ่ง

ควันหลงมติ #พรรคก้าวไกล ต่อกรณีสส.ก้าวไกลคุกคามทางเพศ นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พ.ย.2566 ไอซ์ รักชนก  หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณี สส.คุกคามทางเพศว่า ตัวไอซ์โหวตให้ขับออกทั้งสองกรณีค่ะ

ไอซ์ชอบเรื่องที่ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ (ขออภัยที่เอ่ยนาม)ได้ยกตัวอย่างในที่ประชุม คือเรื่อง สส. ญี่ปุ่น ที่ยังอยู่ในอาการมึนเมาแล้วไปอภิปรายในสภา พอมีคนทักท้วงเรื่องนี้ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสืบสวนสอบสวนหรือรอให้เรื่องเข้าสู่การพิจารณา สส. ท่านนั้นรู้อยู่แก่ใจตัวเองว่าผิด จึงรับผิดชอบด้วยการลาออก นี่คือมาตรฐานเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมของ สส. ท่านนั้น

 ไอซ์ รักชนก หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกลไอซ์ รักชนก หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล

เช่นเดียวกับกรณีก่อนหน้านี้ อดีต สส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เมาแล้วขับ หลังถูกจับ ประกาศลาออกทันทีเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ไอซ์ขอนับถือใจพี่เต้อเลยจริงๆ ทั้งๆสามารถใช้หลายๆวิธีที่จัดการเรื่องได้ แต่พี่ก็เลือกที่จะลาออก เพื่อยืดอกแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างมาตรฐานไว้สูงลิ่ว น่ายกย่องอย่างยิ่ง

ซึ่งในวันนี้น่าผิดหวัง ที่มาตรฐานในการรับผิดชอบต่อสังคมในการปฏิบัติหน้าที่ สส. ของเพื่อนสมาชิกที่กระทำผิดในกรณีอื่นๆ ยังไม่สูงเท่าพี่เต้อ แม้มีการพูดคุยเพื่อชี้แจงรายละเอียด ก็ยังไม่สามารถคิดได้และที่ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นคือยังไม่ยอมรับในความผิดของตนเลยด้วยซ้ำไป ประกาศกับสาธารณะชนได้หน้าตาเฉย

แต่ไอซ์ยังพออุ่นใจในอนาคตทิศทางของพรรคได้อยู่บ้าง เพราะกรรมการบริหารยังมีมติเอกฉันท์ ให้ขับออก อย่างน้อยทิศทางเรื่องนี้ต่อสังคมกรรมการบริหารพรรคก็ชัดเจน เป็นธรรมกับสังคม (ขอไม่ใช้คำว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะ บางฝ่ายที่มาเรียกร้องความเป็นธรรม เอาอะไรมาเรียกร้องก่อน หน้าด้าน) และ ไอซ์ดีใจจริงๆที่ได้รับรู้ได้ว่าสามารถไว้วางใจพี่ต๋อมในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกลได้อย่างเต็มที่ ทัศนคติเรื่องการคุกคามทางเพศของพี่ต๋อมชัดเจน มาตรฐานสูงมาก ไม่มีกลิ่นอายของสิ่งที่ชาวเนตเค้าเรียกว่าความ “ชายแทร่” อย่างน้อยอนาคตของพรรคในเรื่องแบบนี้ก็ยังไว้วางใจอะไรไว้กับกรรมการบริหารได้

ถึงแม้ผิดหวังในมติ แต่ไอซ์ก็พยายามอย่างถึงที่สุดเท่าที่คนๆนึงจะสามารถพยายามได้ ที่จะเข้าใจ ว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเองและไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนต้องรับผลร่วมกัน

ในที่ประชุมหารือ ได้มีข้อตกลงกันว่าในกรณีที่มีมติไม่ขับ จะต้องให้ผู้กระทำสำนึกผิด ขอโทษสังคม ขอโทษต่อเหยื่อและเยียวยาเหยื่อ ไอซ์ก็ขอตั้งตารอดู ว่าคำขอโทษจะออกมาจากใจจริงๆหรือจะเป็นแค่การแสดงอีกฉาก ที่ทำเพื่อให้รอดตัวไป

และระหว่างที่รอผู้กระทำผิดแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและเหยื่อ (เรียกว่าแสดงความรับผิดชอบได้ไหมนะ)ไอซ์จะขอหยุดร่วมกิจกรรมกับพรรค หยุดร่วมกิจกรรมกับเพื่อนสมาชิกในพรรค กิจการในโควต้าและขอลาป่วย เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บในหลักการ จนกว่าจะมีการแถลงรับผิดและขอโทษเหยื่อ อย่างจริงใจของผู้กระทำ

ด้วยรักและเคารพพรรคใหญ่กว่าคนประชาชนใหญ่กว่าพรรค

ด้วยความรักที่มีอย่างเต็มเปี่ยมต่ออุดมการณ์พรรคก้าวไกลด้วยความเคารพต่อประชาชนที่เลือกพวกเรามา เคารพมติกรรมาธิการ เคารพมติที่ประชุม เคารพความคิดเห็นของเพื่อน สส.

‘เศรษฐา’ ยังไม่เคาะเลขาฯ สมช. ย้ำจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ไร้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562513

02 พ.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ยังไม่เคาะเลขาฯ สมช. ย้ำจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ไร้ปัญหา

‘เศรษฐา’ ยังไม่เคาะเลขาฯ สมช. ขอรอขั้นตอนของกฎหมาย ย้ำจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ไร้ปัญหา เผยบรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความสุข

วันที่ 2 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวภายหลังนั่งเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่ามีการพูดคุยถึงตำแหน่งเลขาธิการฯ สมช. คนใหม่ แต่ยังไม่ได้แต่งตั้ง เพราะยังคอยเรื่องของกฎหมายอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะอีกราว 10 วัน 

เมื่อถามว่าข้อกฎหมายที่ยังรออยู่เป็นเรื่องของการโอนย้ายหรืออะไร นายเศรษฐา ตอบว่า “เก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน อย่าเพิ่งเลย เอาความเหมาะสมที่จะพูดดีกว่า” แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร สมช. ก็ทำงานได้อย่างเต็มสมรรถภาพ ไม่มีตกหล่นอยู่แล้ว 

เมื่อถามย้ำว่าไม่ว่าจะตั้งคนนอกหรือใน ก็จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ย้ำว่าไม่มี ส่วนตอนนี้ยังมีชื่อเดียวใช่หรือไม่ นายเศรษฐา ยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถามนี้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้กำลังใจคนภายใน สมช. ได้อย่างไร เพราะบางครั้งก็ไม่สามารถขึ้นได้เลย นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น รักษาการเลขาฯ สมช. ก็พูดอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความสุข 

แกนนำ ‘คณะก้าวหน้า’ ให้การเพิ่มเติมคดี ‘ม. 116’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562510

02 พ.ย. 2566

แกนนำ 'คณะก้าวหน้า' ให้การเพิ่มเติมคดี 'ม. 116'

ข้อหาชักชวนให้ร่วมชุมนุมตาม ‘ ม. 116’ ตามหลอน 3 แกนนำ ‘คณะก้าวหน้า’ หลังตำรวจเห็นแย้งอัยการจนคดีถูกส่งฟ้องอีกครั้ง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมทีมทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบคำให้การเพิ่มเติม ในคดีที่ สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธอิสระ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ

อดีตพระพุทธอิสระ กล่าวหาว่าทั้งสามคนโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นและเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมทางการเมืองช่วงปลายปี 2563 เป็นการร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 116 (3)

โดยก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งให้ฟ้องทั้งสามคนตามข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีความเห็นแย้งและส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด ซึ่งได้มีความเห็นชี้ขาดให้สั่งฟ้องทั้งสามคน

และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) และความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2, 6, 34, 49 และ 50 และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา และสอบคำให้การผู้ต้องหาทั้งสามให้ครบถ้วนตามฐานความผิดทั้งหมดก่อน

กระบวนการสอบคำให้การและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกินเวลาราวหนึ่งชั่วโมงก็เสร็จสิ้น โดยในส่วนของกระบวนการทางคดีจากนี้ ทางตำรวจจะส่งสำนวนให้อัยการได้พิจารณาต่อไป

‘โฆษกพรรคก้าวไกล’ โต้ ‘ข้อกล่าวหา’ โหวตช่วยเพื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562508

02 พ.ย. 2566

'โฆษกพรรคก้าวไกล' โต้ 'ข้อกล่าวหา' โหวตช่วยเพื่อน

‘ข้อกล่าวหา’ โหวตช่วยเพื่อน ทำให้ ‘โฆษกพรรคก้าวไกล’ ต้องทวิต ชี้แจง ข้อเท็จจริงการลงคะแนนในที่ประชุมพรรคเมื่อวานนีื

พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล ชี้แจง การใช้สิทธิ์ ไชยามพวาน มั่นเพียรจิต สส.กทม.ออกจากพรรค หลังมีข้อกล่าวหา ว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่เห็นชอบให้ขับ สส.คนดังกล่าว ออกจากพรรค และเป็นผู้รวบรวมเสีรยงโหวตคัดค้าน เพื่อช่วยพวกพ้อง จนไม่สามารถขับออกจากพรรคได้ เพราะมีเสียงเพียง106 เสียง จากข้อบังคับพรรคที่กำหนดไว้ 3 ใน 4 หรือ 116 เสียง.

พริษฐ์บอกว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่อยู่บนข้อเท็จจริงและเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก จึงจำเป็นต้องชี้แจงความจริง ว่าเป็น 1 คนที่ลงมติเห็นด้วยกับการขับออกไชยามพวาน ซึ่งเป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผยที่เพื่อนๆ สส. ทุกคนรับรู้ และเป็นการตัดสินใจบนหลักการและเหตุผลที่ยึดถือ และต้องขออภัยเพื่อนๆ สส. ที่จำเป็นต้องเปิดเผยการลงมติของตนเองต่อสาธารณะ  

แต่จำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหาที่ใช้เหตุผลเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวในการลงคะแนนและโน้มน้าวคนอื่นในการลงคะแนน ซึ่งไม่เป็นความจริง และเชื่อว่า สส. คนอื่นที่เห็นต่างและลงมติไม่เห็นด้วยกับการขับออกไชยามพวาน ก็ได้ตัดสินใจบนหลักการและเหตุผลที่เขายึดถือ ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการ ปกป้องพวกพ้อง

โฆษกพรรคก้าวไกลยืนยันว่าจุดยืนและการทำงานของตลอดที่ผ่านมา ยึดอยู่บนหลักการที่คิดว่าถูกต้องและข้อเท็จจริงเท่านั้นในทุกกรณี ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับที่รู้จักหรือเคยร่วมงานกันมามากน้อยแค่ไหน

’เศรษฐา‘ ทัวร์ทำเนียบฯ เจอแม่ค้าโอดของแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562507

02 พ.ย. 2566

’เศรษฐา‘ ทัวร์ทำเนียบฯ เจอแม่ค้าโอดของแพง

“เศรษฐา” ทัวร์ทำเนียบฯ เจอแม่ค้าร้องสินค้าแพงขึ้นทุกชนิด เจ้าตัวเผยงดมื้อเช้า ทำไอเอฟ ควบคุมน้ำหนัก-รักษาสุขภาพ

วันที่ 2 พ.ย.ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสร็จสิ้น นายเศรษฐาทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินเท้าเพื่อกลับมายังห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้าโดยระหว่างการเดินได้แวะเยี่ยมชมและทักทายบรรดาร้านค้าที่ขายอาหารภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยนายเศรษฐา สอบถามและพูดคุยกับบรรดาแม่ค้าว่าสินค้าอะไรที่แพงขึ้น ราคาน้ำตาลทรายเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งบรรดาแม่ค้าบอกว่าราคาค่อนข้างแพง ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีตอบว่าทางกระทรวงพาณิชย์ได้นำน้ำตาลทรายเข้าเป็นสินค้าควบคุมแล้ว  นอกจากนี้บรรดาแม่ค้ายังได้ร้องเรียนว่า ตอนนี้ราคาไข่ไก่แพงมากฟองละ 4.50 บาท ซึ่งนายกก็ได้รับรับทราบ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังถามเกี่ยวกับเรื่องของราคาน้ำมันพืชว่าแพงหรือไม่ซึ่งบรรดาแม่ค้ากล่าวว่าสินค้าราคาแพงขึ้นเกือบทุกประเภท

หลังจากนั้นบรรดาแม่ค้าได้เชิญชวนให้นายกรัฐมนตรีรับประทานอาหารเช้าที่ร้าน นายเศรษฐา กล่าวขอบคุณพร้อมระบุว่าตอนนี้ทานไม่ได้เนื่องจากช่วงนี้งดอาหารเช้าเพื่อรักษาสุขภาพ “สุขภาพจะได้ดีพักลำไส้บ้างโดยช่วงเช้าผมก็จะดื่มน้ำ และกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลเพียงอย่างเดียว 

เมื่อถามว่าเป็นลักษณะการทำไอเอฟใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวยอมรับว่า ประมาณนั้น โดยใช้สูตร 16 ต่อ 8 เมื่อถามว่าทำมานานแล้วหรือยัง นายเศรษฐากล่าวว่าทำได้ก็ทำ เนื่องจากเวลาออกกำลังกายมีน้อยทำเท่าที่ทำได้ตอนนี้ก็ทำได้เพียงการอดอาหารเช้า

ต่อมา นายเศรษฐา ได้เยี่ยมชมร้านกาแฟซิตี้พลัส ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มาประกอบอาชีพ โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงการเข้ามาทำงาน พร้อมสั่งกาแฟอเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาล รวมทั้งได้ขนมเค้กช็อกโกแลตขณะเดียวกันยังได้ให้ทิปกับทางร้านจำนวนเงิน 1000 บาทเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมสั่งให้คณะทำงานสั่งไอศครีมวนิลา มารับประทาน ร่วมกับเค้กช็อกโกแลต ในช่วงเที่ยงด้วย

จี้ ‘ก้าวไกล’ รักษา ‘มาตรฐานจริยธรรม’นักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562491

02 พ.ย. 2566

จี้ 'ก้าวไกล' รักษา 'มาตรฐานจริยธรรม'นักการเมือง

แค่เสียใจไม่พอ สว.สมชาย จี้ ‘ก้าวไกล’ รักษามาตรฐานทางการเมือง ส่ง ปปช.ไต่สวน ‘มาตรฐานจริยธรรม’ ‘นักการเมือง’ 2 สส.ของพรรค

หลังมติพรรคก้าวไกล ขับออก 2 กทม.และ สส.ปราจีนบุรี  ที่ถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ เฟซบุ๊ก เรียกร้อง ให้พรรคก้าวไกล รักษามาตรฐานทางการเมือง โดยการบีบให้ทั้งสองคนลาออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ นอกจากนี้ ยังต้องช่วยเหยื่อในการดำเนินคดีอาญาและร้องต่อ ปปช. เพื่อให้ดำนินการไต่สวนมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองด้วย

ภาพจากเฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการภาพจากเฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ

มาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 219 ประกอบมาตรา 234(1) มาตรา 235 และมาตรา 226 วรรค 7 และ พ.ร.บ.มาตรฐานจริยธรรม 2562 ซึ่งกำหนดขึ้นโดยศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ โดยมี ปปช. เป็นผู้ไต่สวนข้อเท็จจริง หากมีมติเกินครึ่ง สามารถดำเนินการได้สองแนวทางคือ

หากเป็นกรณี ที่เห็นว่าผิดจริยธรรมร้าย ให้ส่งศาลฎีกา พิจารณา และเมื่อศาลฎีการับคำร้อง นักการเมืองผู้นั้น ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่  หากศาลฎีกาพิพากษาว่ามีความผิดตามข้อกล่าวหา โทษคือเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10ปี ตัวอย่างกรณีนี้ เช่น ช่อ พรรณิการ์ วาณิช  ปารีณา ไกรคุปต์ และ กนกวรรณ วิลาวัลย์

 

แนวทางที่สองหาก ปปช.เห็นเป็นกรณีอื่น ( ไม่ร้ายแรง ) ด้วยมติเกินกึ่งหนึ่ง ให้ส่งอัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินการต่อโดยต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับกรณีแรก เมื่อศาลฎีกา ฯ รับคำร้องพิจารณา  หากศาลฎีกาฯ ตัดสินว่ามีความผิด ต้องพ้นตำแหน่งนับตั้งแต่วันที่หยุดปฏิปัติหน้าที่ โดยศาลฎีกาอาจเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ด้วยก็ได้

‘ก้าวไกล ‘120 เสียง โหวต สส.ปราจีนบุรี พ้นพรรค ความผิดคุกคามทางเพศ – กทม. รอด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562482

02 พ.ย. 2566

'ก้าวไกล '120 เสียง โหวต สส.ปราจีนบุรี พ้นพรรค ความผิดคุกคามทางเพศ - กทม. รอด

“ก้าวไกล”ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสส. คลอดมติขับ สส.ปราจีนบุรี ออกจากพรรคในความผิด คุกคามทางเพศ ด้วยเสียงโหวต 120 เสียง จากผู้เข้าร่วม 128 คน ส่วนในราย สส.กทม. ที่มีความผิดลักษณะเดียวกัน รอดหวุดหวิด พรรคลงโทษเพียงตัดสิทธิทุกอย่าง คาดโทษ และให้เยียวยาผู้เสียหาย

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า การประชุมพรรคก้าวไกล ที่อาคารรัฐสภา  ตลอดเย็นไปถึงช่วงค่ำของวันพุธที่ 1  พ.ย.  นานกว่า 6 ชั่วโมง มติของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรคก้าวไกล เห็นชอบให้ขับ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคก้าวไกล ออกจากพรรค จากความผิดในพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยในการประชุมร่วมกัน เสียงในที่ประชุมรวม 128 เสียง   เห็นควรให้นาย  ให้นายวุฒิพงศ์ ออกจากพรรคก้าวไกล  ด้วยมติ 120 เสียง   ส่วนในรายของนาย 
นายไชยามพวาน  มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.( เขตจอมทอง-บางขุนเทียน-ท่าข้าม)  ซึ่งมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน  มีเสียงเพียง 106  เสียง  ไม่ถึง 3 ใน 4  คือ 116 เสียง ของจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ที่มีอยู่  จึงเท่ากับว่าไม่สามารถมีมติที่จะขับ นายไชยามพวาน ออกจากพรรคได้ 


แต่ที่ประชุมเห็นว่าควรจะตัดสิทธิพึงมีทั้งหมด และให้คาดโทษไปตลอดสมัยประชุม หากมีพฤติกรรมใดๆ ที่เข้าข่ายคุกคามทางเพศอีก จะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นว่า นายไชยามพวาน จะต้องออกมายอมรับผิดและขอโทษต่อสังคมและขอโทษต่อผู้เสียหายทั้งหมด รวมถึงจะต้องชดเชยเยียวยาตามที่ผู้เสียหายต้องการ  หากนายไชยามพวาน ยืนยันว่าตนเองไม่ได้กระทำผิด ไม่ยินดีที่จะขอโทษต่อผู้เสียหาย และไม่ยินดีที่จะชดใช้ความผิดของตนเอง ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและสส. พรรคก้าวไกลร่วมกันอีกครั้งเพื่อมีมติต่อไป 

.

บทลงโทษสูงสุดขับออก – รองลงมาตัดสิทธิ และคาดโทษ

.

เขา กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่าทั้ง 2 กรณี คือ สส.ปราจีนบุรี  และ สส.กทม.  มีความผิดจริง และมีมติให้ขับออกจากพรรคก้าวไกล ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ การที่จะขับสมาชิกพรรคให้พ้นจากพรรคจะต้องอาศัยเสียง 3 ใน 4 ของ สส.และกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ซึ่งในการประชุมมีกรรมการบริหารและสส. มาประชุมร่วมกันทั้งหมด 128 คน  ซึ่งผลจากการพิจารณาในที่ประชุมร่วมกับสส. เห็นตรงกันว่าทั้ง 2 กรณีมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง และขัดต่อวินัยของพรรคอย่างร้ายแรง โดยโทษสูงสุดสำหรับกรณีนี้คือขับให้พ้นจากสมาชิกพรรค และโทษรองลงมาคือตัดสิทธิทั้งหมด รวมถึงคาดโทษตามแต่กรณี 


ส่วนที่อาจจะมีข้อสงสัยว่าคนหนึ่งขับออกจากพรรค แต่อีกรายไม่ขับออกจากพรรค  ที่ประชุม
เห็นตรงกันว่า สส.ทั้ง  2 คน มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง และผิดวินัยร้ายแรง แต่เมื่อกระทำความผิด ก็มีบทลงโทษหลายระดับ ซึ่งในกรณีนี้จะเห็นว่า นายไชยามพวาน แม้จะเป็นสมาชิกพรรคอยู่ แต่เจ้าตัวจำเป็นจะต้องออกมายอมรับผิด และขอโทษรวมถึงเยียวยาผู้เสียหาย และมีข้อถกเถียงกันมากในที่ประชุม ซึ่งต่างจากกรณีนายวุฒิพงษ์ ที่เห็นตรงกันเกือบทั้งหมดว่ามีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่บทบาท

.

ระบุ สส.ปราจีนบุรี ใช้อำนาจตนเองปกปิดความผิด

.

ตั้งแต่เป็นว่าที่ผู้สมัครสส. มาจนถึงการเป็นสส.  และเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบในการคุกคามทางเพศ และพยายามที่จะใช้อำนาจของตนเองในการปกปิดความผิด จึงทำให้สส.จำนวนหนึ่งเห็นว่า มาตรการในการลงโทษรุนแรงแตกต่างกัน ซึ่งในกรณีการขับออกจากพรรคของนายวุฒิพงษ์นั้น ไม่ใช่เป็นการตัดหางปล่อยวัด แต่ทำตามบทลงโทษของพรรคเท่าที่ทำได้

'ก้าวไกล '120 เสียง โหวต สส.ปราจีนบุรี พ้นพรรค ความผิดคุกคามทางเพศ - กทม. รอด

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

.

“ก้าวไกล” รับเป็นบทเรียนตีความ “คุกคามทางเพศ”

.

“ยืนยันว่าพรรคย้ำคุณค่า และให้ความสำคัญกับการไม่อดทนต่อการคุกคามทางเพศแต่ต้องยอมรับว่า ในหลักการคนจะรับรู้ แต่ในทางปฏิบัติความเข้าใจในแต่ละคนไม่เท่ากัน ว่าอะไรคือการคุกคามทางเพศ อะไรไม่ใช่คุกคามทางเพศ สำหรับเรื่องนี้เป็นบทเรียนของพรรค ถ้าหากใช้บทบาทหน้าที่และอำนาจของตนเอง ไปมีพฤติการณ์ในการคุกคามทางเพศ แม้ว่าหลายคนอาจจะมองว่าไม่ได้เกิดการบังคับขืนใจ ไม่เกิดการปฏิเสธและดูเหมือนจะเป็นการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย แต่กรณีนี้จะชี้ให้เห็นว่าการยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย ไม่ได้เป็นการยินยอมพร้อมใจอย่างแท้จริง แต่เกิดขึ้นภายใต้อำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน”

.

ลาออกหรือไม่ขึ้นอยู่กับสปิริต

.

 หลังจากนี้คณะกรรมการวินัยของพรรคจะแจ้งบทลงโทษให้กับ ผู้ถูกร้องและผู้เสียหายได้รับทราบ  มติของกรรมการบริหารพรรคกับมติของที่ประชุม โดยทางพรรคไม่ได้มีการเจรจาหรือเรียกร้องให้ 2 สส. ที่กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ เพราะขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้ถูกร้อง

  “บางครั้งการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เป็นเรื่องที่พึงทำ ซึ่งคนทำผิดหากแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองสังคมก็พร้อมที่จะให้โอกาส และการรับผิดชอบทางการเมืองไม่จำเป็นต้องรอให้ข้อเท็จจริงยุติ อย่าคิดว่าความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นการยอมรับผิด และต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นทางการ ให้สิ้นสุดก่อนเท่านั้น สนับสนุนหากผู้ที่ถูกกล่าวหา จะแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นมาตรฐานทางการเมืองที่ดี” นายชัยธวัช กล่าว