สรุปดราม่า ‘ก้าวไกล’ สส. ผิดจริยธรรม ล่าสุดโดนแล้วกี่คน ผิดเรื่องอะไรบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562410

01 พ.ย. 2566

สรุปดราม่า 'ก้าวไกล' สส. ผิดจริยธรรม ล่าสุดโดนแล้วกี่คน ผิดเรื่องอะไรบ้าง

สรุปดราม่า พรรค ‘ก้าวไกล’ สส. ผิดมาตรฐานจริยธรรม ล่าสุดโดนแล้วกี่คน ทำผิดเรื่องอะไรบ้าง พรรคยันพร้อมลงโทษไม่ช่วยปกปิด

จากกระแสในโซเชียลเรื่องของ วุฒิพงษ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี “ก้าวไกล” คุกคามทางเพศลูกน้องใต้บังคับบัญชา หลังพรรคได้รับคำร้อง ได้เริ่มกระบวนการสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการวินัยพรรคแล้ว ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก วันนี้ทาง คมชัดลึก ขอพาย้อนรายชื่อ สส. พรรค “ก้าวไกล” ที่ผิดมาตรฐานจริยธรรม ว่ามีใครโดนบ้าง และกระทำผิดเรื่องอะไร

1. เตอร์ ณธีภัสร์

วันที่ 16 พ.ค. 2566 น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ “ก้าวไกล” ลำดับที่ 27 ถูกเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ซึ่งตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณ ถ.ประเสริฐมนูกิจ แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เรียกให้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ขณะขับรถเข้ามาที่ด่านตรวจ

แต่ เตอร์ ณธีภัสร์ พยายามโทรหาบุคคลอื่น และไม่ยินยอมเป่าแอลกอฮอล์ จนกระทั่งเวลา 03.00 น. ได้มีเพื่อนเดินทางมายังจุดตรวจ และช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจา ซึ่งผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ วัดได้ 66 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงทำบันทึกจับกุม แล้วนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน 

ต่อมา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อม น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แถลงถึงกรณีดังกล่าวโดยระบุว่า จากกรณีที่เป็นข่าวว่าเมาแล้วขับ ได้ขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน และขอประกาศลาออกจากการเป็น สส. ทันที

เตอร์ ณธีภัสร์เตอร์ ณธีภัสร์

2. สิริน สงวนสิน

นายสิริน สงวนสิน ส.ส.กทม. เขต 31 (ทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน) “ก้าวไกล” ถูกแฟนสาวแจ้งความดำเนินคดีทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ระบุว่าระหว่างขับไปรับนายสิรินที่สนามกอล์ฟใน อ.ศรีราชา ถูกด่าชกหน้าดึงศีรษะลงจากรถ แล้วแย่งโทรศัพท์มือถือโยนทิ้งข้างทาง ทำให้โทรศัพท์พังเสียหาย

ต่อมา “ก้าวไกล” ออกแถลงเรื่องของ สิริน สงวนสิน ซึ่งทาง กก.บห.พรรค พบว่า นายสิรินได้ทะเลาะวิวาทกับผู้เสียหาย และได้กระทำความรุนแรงต่อผู้เสียหายจริง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บบริเวณร่างกาย รวมไปถึงทรัพย์สิน ทางพรรคจึงได้มีมติให้ลงโทษ โดยตัดสิทธิไม่ให้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคทันที และกำหนดคาดโทษไว้ว่า หากมีเหตุการณ์ใดๆ ก็ตามที่นายสิรินกระทำผิดวินัยร้ายแรงอีกครั้ง ทางพรรคจะขับออกจากสมาชิกพรรค

สิริน สงวนสินสิริน สงวนสิน

3. วุฒิพงศ์ ทองเหลา

วุฒิพงศ์ ทองเหลา ส.ส.ปราจีนบุรี พรรค “ก้าวไกล” ถูกร้องเรียนว่า มีพฤติกรรมไม่เหมาะคุกคามทางเพศลูกน้องใต้บังคับบัญชา มีการส่งแชทและคลิป 18+ ให้ หลังพรรคได้รับคำร้อง ได้เริ่มกระบวนการสอบข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมการวินัยพรรค ตั้งแต่ เดือน ส.ค. 2566 โดยเชิญแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมตลอดทั้งเดือน ก.ย. โดยกระบวนการสอบข้อเท็จจริงและการวินิจฉัยจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ต.ค. 

ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค. 2566  “ก้าวไกล” ได้แจ้งความคืบหน้าในการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศ “ก้าวไกล” ขอรายงานความคืบหน้าสำคัญในการสอบสวนกรณีคุกคามทางเพศ ที่มีการกล่าวหา สส. ของพรรค 2 คน ว่า ขณะนี้คณะกรรมการวินัยพรรคได้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง และนำเสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว

ขณะนี้คณะกรรมการบริหารพรรคได้พิจารณาเสร็จแล้ว และมีมติให้นัดประชุมกรรมการบริหารร่วมกับ สส.พรรคก้าวไกล เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้ถูกร้อง ในวันพุธที่ 1 พ.ย. เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารรัฐสภา

วุฒิพงศ์ ทองเหลาวุฒิพงศ์ ทองเหลา


4. สส. ปริศนา

ทั้งนี้ยังมีข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศโดย สส. อีก 1 คน ซึ่งไม่ปรากฏในสื่อสาธารณะ กรณีนี้พรรคได้ทราบข้อมูลแล้ว ซึ่งปัจจุบันเป็น สส.พรรคก้าวไกล แม้ทางพรรคยังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนโดยตรงจากผู้เสียหาย แต่หลังจากทราบเรื่อง ทางก้าวไกลวินัยของพรรคได้เร่งติดต่อไปยังบุคคลดังกล่าว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการรอความพร้อมของบุคคลมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เปิดที่มา ครอบครอง ‘ยาบ้า’ 10 เม็ด ถือเป็น ‘ผู้เสพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562412

01 พ.ย. 2566

เปิดที่มา ครอบครอง 'ยาบ้า' 10 เม็ด ถือเป็น 'ผู้เสพ'

เลขาฯ ปปส. คนใหม่ แจงที่มา ‘ยาบ้า’ 10 เม็ด มีงานวิชาการอ้างอิง แต่จับจริงทุกราย เป็น ‘ผู้เสพ’ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม

พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ปปส.  ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ถึงที่มาของการกำหนดปริมาณครอบครองยาบ้าว่า ปัจจุบันยังยึดประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ปี 2564  ที่ให้โอกาสผู้เสพ มีที่ยืนในสังคม หากพิสูจน์ทราบได้ ไม่ต้องเข้าสู่เรือนจำ แต่ให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดโดยสมัครใจ

การครอบครองยาเสพติดยังผิดกฎหมาย ส่วนปริมาณเท่าใด จะเหมาะสมเพียงพอสำหรับผู้เสพ มีการให้ข้อมูลเชิงวิชาการว่าผู้เสพ 1 คน จะใช้ยาเสพติด 1-3 เม็ดต่อวัน หรือ 1-7 เม็ด ในระยะเวลา 7 วัน และ 1- 10 เม็ด ในระยะเวลา 10 วัน เป็นที่มา ของแนวคิด ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพ เพราะในยาบ้า 1 เม็ด มีแอมเฟตามีน 10-20 มิลลิกรัม

แต่ไม่ได้หมายความว่า การครอบครองไม่เกินจำนวนที่กำหนด จะถือเป็นผู้เสพทั้งหมด เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรม ของผู้ที่ถูกจับกุมเป็นหลัก  โดยการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ มีการบังคับ ใช้มาตรา5 อนุ10 ของ พ.ร.บ.ยาเสพติด ประกาศเขตเร่งด่วนพิเศษ ป้องกันการลักลอบการนำเข้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เป็นกระบวนการป้องกันที่เร่งด่วน และใช้ชุมชนบำบัดโดยความร่วมมือของกระทรวงสาธารณสุขและมหาดไทย

นายกฯประชุมคณะกรรมการยาเสพติด วานนี้นายกฯประชุมคณะกรรมการยาเสพติด วานนี้

ไม่ ‘ยุบ กอ.รมน.’ ข้อบ่งชี้ว่า ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่รู้จัก ‘กองทัพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562405

01 พ.ย. 2566

ไม่ 'ยุบ กอ.รมน.' ข้อบ่งชี้ว่า 'นายกรัฐมนตรี' ไม่รู้จัก 'กองทัพ'

นักวิชาการด้านความสัมพันธุ์ระหว่างประเทศ จุฬาฯ จวก ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่ ‘ยุบ กอ.รมน.’ ไม่รู้จักกิจการภายในของ ‘กองทัพ’ ดีพอ

พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าการประกาศไม่ยุบ กอ.รมน. และจะปรับให้กองทัพไปทำงานพัฒนามากขึ้น ของนายกรัฐมนตรีชี้ว่าไม่มีความรู้เกี่ยวกับกิจการภายในของกองทัพแม้แต่น้อยเลย

ในโพสเดียวกันนี้ ยังระบุถึงคนเดือนตุลาในพรรคเพื่อไทยที่รู้ดีว่ากองทัพไทยเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาในชนบทตั้งแต่ยุคที่สู้กับคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อคอมมิวนิสต์พ่ายแพ้ไปแล้ว งานพัฒนาชนบทกลับขยายเข้าสู่พื้นที่สังคม การเมือง และเศรษฐกิจใหม่ๆ ในเขตเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ จึงขอแนะนำให้คนเดือนตุลาของพรรคเพื่อไทยเปิดงบประมาณประจำปีของกลาโหมและกอ.รมน. ในปี2564 ให้นายกรัฐมนตรี ดูเป็นความรู้ ดังนี้

  • งบป้องกันปราบปรามบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 316,748,600 บาท
  • แผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 11,058,000 บาท
  • แผนพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7,498,500 บาท
  • แผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตอ. 1,778,061,500 บาท

ซึ่งกอ.รมน. ก็มีงบประมาณในทำนองเดียวกัน ดังนี้

  • งบป้องกันปราบปรามบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 181,698,800 บาท
  • พิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 52,112,400 บาท
  • งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 17,000,300 บาท

ก่อนหน้านี้มีโครงการสร้างความสามัคคีแก้ไขความแตกแยกในสังคม (บ่มเพาะอุดมการณ์หลักของชาติ) ปัจจุบันโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกองทัพ มีการสร้าง Army Land มากกว่า 150 แห่งในค่ายทหารทั่วประเทศ ซึ่งไม่รู้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ภารกิจของกองทัพขยายออกไปในเรื่องที่ไม่ควรเป็นภารกิจของทหาร หลายเรื่องทหารไม่มีความเชี่ยวชาญ ใช้ภาษีของประชาชนคุ้มค่าหรือไม่ ก็ไม่มีการประเมินจากองค์กรภายนอก หลายโครงการถูกใช้เพื่อจัดตั้งและอบรมมวลชนให้จงรักภักดีต่ออุดมการของรัฐและกองทัพ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่าอยากให้ทหารช่วยงานด้านบรรเทาสาธารณภัย นอกจากนำรถทหารมาช่วยขนคนในพื้นที่น้ำท่วมแล้ว ในเวลาที่ภาคเหนือประสบปัญหาไฟป่าในช่วงหน้าแล้งทุกปี เราเคยได้เห็นทหารออกมาช่วยแก้ดับไฟป่าหรือไม่ อย่างไร?

อันตรายของการที่ผู้นำพลเรือนขาดความรู้ความเข้าใจในกิจการทหาร และขาดเจตน์จำนงที่จะปฏิรูปกองทัพ ก็คือ แทนที่จะนำทหารออกจากการเมือง การไม่ยุบ กอ.รมน.กลับช่วยขยายโอกาสให้ทหารเข้ามามีบทบาทในสังคมและการเมืองมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ยังไม่ฟันธง ‘ยาบ้า’ 10 เม็ดถือเป็น ‘ผู้เสพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562395

01 พ.ย. 2566

ยังไม่ฟันธง 'ยาบ้า' 10 เม็ดถือเป็น 'ผู้เสพ'

ครอบครอง ‘ยาบ้า’ 10 เม็ด ถือเป็น ‘ผู้เสพ’ แค่ข้อเสนอ ตามหน้าที่ รมว.สาธารณสุข รอประชุมคณะกรรมการร่วมกับ ปปส. 3 พ.ย. นี้

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงคำถามจะปลอดล๊อกยาเสพติดให้ครอบครองได้คนละ 10 เม็ด ไม่มีความผิดตามกฎหมาย หรือไม่ ในเพจ หมอชลน่านFcไม่มีดราม่า  ว่า เป็นการทำหน้าที่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 กำหนด

การออกกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อสันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อเสพ เพื่อแยกผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติด เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 10 เม็ด สันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อเสพ ถ้าเกิน สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อค้า กรณีครอบครองไม่เกิน 10 เม็ด ถ้ามีพฤติกรรมว่ามีการค้า ให้ถือว่ามีครอบครองไว้เพื่อค้า

ข้อเสนอเบื้องต้น ครอบครองยาบ้าจำนวน 10 เม็ด ถือเป็นผู้เสพใช้เหตุผล ทางการแพทย์ ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม การบังคับใช้กฎหมาย พฤติกรรมการค้า ประกอบกัน

หลักการของประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ถือว่า ผู้เสพคือผู้ป่วย ถ้าสมัครใจเข้าบำบัดรักษาฟื้นฟู ไม่เสียประวัติ ไม่มีความผิดทางอาญา เพื่อให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม ซึ่ง กสธ.ได้ประกาศเป็นนโยบายสำคัญเรื่องยาเสพติด ทำให้แล้วเสร็จ ( Quickwin) ภายใน 100 วัน

โดยจัดตั้งศูนย์บำบัดรักษา มินิธัญญารักษ์ ให้ครบทุกจังหวัด มีหอผู้ป่วยบำบัดรักษายาเสพติดทุกอำเภอ มีกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด ทุก โรงพยาบาลชุมชน เพื่อรองรับผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ถ้าไม่สมัครใจ ไม่เข้ารับการบำบัดรักษาฟื้นฟู มีโทษตามกฎหมายกำหนด คือ

  • ผู้เสพ ยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • มีไว้ครอบครองเพื่อเสพ ยาบ้า โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
  • ผู้ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) มีไว้เพื่อค้า โทษหนัก จำคุก 1 – 15 ปี ปรับ ไม่เกิน 150,000 บาท


การกำหนดจำนวนปริมาณเม็ดยาบ้า เพื่อสันนิษฐานมีไว้เพื่อเสพ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการจาก ป.ป.ส และ กสธ. จะประชุมพิจารณา ในวันที่ 3 พ.ย 2566 นี้ ว่าจะกำหนดกี่เม็ด เพื่อเสนอให้ รมว.สธ. ออกกฎกระทรวงต่อไป

‘ธรรมนัส’ เคลียร์ ภูมิธรรม – เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ ‘ไชยา พรหมา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562387

31 ต.ค. 2566

'ธรรมนัส' เคลียร์ ภูมิธรรม - เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ 'ไชยา พรหมา'

ปัญหาในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล ระหว่าง “ธรรมนัส พรหมเผ่า” กับ “ไชยา พรหมา” ทางฝั่งของรมว.เกษตร ระบุเรื่องนี้คุยกันจบแล้ว ทั้งต่อรองนายกรัฐมนตรี ” ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่กำกับงาน ไปจนถึงนายกรัฐมนตรี ด้านคู่กรณี ย้ำข้าราชการสับสนเรื่องการสั่งการ

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรี​ว่าการ​เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุมีปัญหาเรื่องการบริหารงาน  เพราะไม่สามารถบริหารงานบุคคล   เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่สื่อที่ไปถามนายไชยา เท่านั้น  การบริหารงานบุคคลถือเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง โดยกฎหมายเรื่องงบประมาณ เรื่องบริหารงานบุคคลรัฐมนตรีว่าการเป็นผู้รับผิดชอบ”  สมัยผนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ) ก็เป็นเช่นนี้ สามารถทำงานได้  และเรื่องนี้ได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย  รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   รวมทั้ง  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไร


นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัญหางานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ที่การบริหารงานบุคคล ซึ่งหลังจากได้มีการปราบปราม เรื่องหมูเถื่อน ก็ต้องมีการติดตามเรื่องของคดีความ   การติดตามกระบวนการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนตามแนวชายแดนต่าง ๆ เพราะฉะนั้น จะต้องมีการปรับเปลี่ยนโยกย้าย เนื่องจากกระบวนการในการลักลอบ สินค้านำเข้า ไม่ว่าจะเป็นโคมีชีวิต รวมทั้งสินค้าเถื่อนต่างๆตามด่านกักกัน    ต้องแก้ที่ตัวบุคคล ในฐานะที่ตนกำกับดูแล กรมปศุสัตว์ ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของตัวบุคคล ซึ่งตนไม่ได้ดูในเรื่องนี้แต่ได้รับมอบหมาย ในการกำกับดูแลจึงมีปัญหาในเรื่องของการสั่งการ

“วันนี้ข้าราชการมีความสับสน ว่าตกลงจะฟังใคร จึงมีปัญหาในเรื่องของการบริหารงานบุคคล บางเรื่องผมรู้ช้ากว่าอีก อธิบดีควรต้องมารายงานผม เพราะผมกำกับดูแล โดยเฉพาะเรื่องของด่านชายแดน ซึ่งวันนี้ยังมีขบวนการลักลอบนำเข้า แต่เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ ถูกแต่งตั้งมาด้วยอำนาจเก่า   ถึงเวลาจะต้องปรับเปลี่ยน เพราะนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายและสั่งการ ให้ผมกำกับดูแล เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัญหาที่ตัวบุคคลก็ต้องแก้ที่ตัวบุคคล แต่อำนาจหน้าที่ ของผมไม่สามารถดำเนินการได้”

นายไชยา  กล่าวว่า  เรื่องนี้  ได้นำไปปรึกษากับนายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ที่ถือเป็นผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยแล้วว่า  การทำงานถ้าไม่สามารถ แก้ไขปัญหาบุคคลได้ก็ไม่ลุล่วง เพราะวันนี้ยังมีการสั่งการ ในเรื่องต่างๆอยู่ ทำให้ข้าราชการเกิดความสับสน ว่าตกลงจะฟังใคร  ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคก็รับทราบเรื่องนี้ 
“วันนี้ข้าราชการสับสนว่าจะฟังใคร อย่าว่าแต่ข้าราชการเลย แม้แต่ผมเองก็ยังสับสน ยืนยันว่าผมกำกับดูแล และได้รับมอบหมายตามนโยบาย เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องรายงานตรงมาที่ผม เพราะนายกฯติดตามเรื่องนี้อยู่”  นายไชยา  กล่าว

'ธรรมนัส' เคลียร์ ภูมิธรรม - เศรษฐา ก้าวข้ามปมเกาเหลา รมช.เกษตรฯ 'ไชยา พรหมา'

(ซ้ายไปขวา) อนุชา นาคาศัย ( รัฐมนตรีช่วยฯ) , ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ( รัฐมนตรีว่าการ ) และ ไชยา พรหมา ( รัฐมนตรีช่วยฯ) 

.

ขอขอบคุณภาพจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

มติ ก.ร. เลือก ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง ‘เลขาธิการสภาฯ’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562383

31 ต.ค. 2566

มติ ก.ร. เลือก 'อาพัทธ์ สุขะนันท์' นั่ง 'เลขาธิการสภาฯ' คนใหม่

วันนอร์ เผยที่ประชุมก.ร.เคาะ ‘อาพัทธ์ สุขะนันท์’ นั่ง เลขาธิการสภาฯ คนใหม่ ยึดหลัก อาวุโสสูงสุด-ความรู้ ความสามารถเหมาะสม ยันไม่มีล็อกสเป็คแน่

ที่อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.)ว่า ที่ประชุม ก.ร.ได้พิจารณาเลขาสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ โดยมีมติเห็นชอบให้ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ ในฐานะรักษาการรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนต่อไป โดยตนจะเสนอชื่อนายอาพัทธ์ เพื่อโปรดเกล้าฯต่อไป 

ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์

ทั้งนี้เหตุผลที่เห็นชอบร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นเลขาธิการสภาฯนั้น เพราะมีความอาวุโสสูงสุด มีประสบการณ์ทางด้านการประชุม และด้านกฎหมายรอบด้านมาแล้ว จึงเป็นบุคคลที่สมควรเสนอ ก.ร. และก.ร.ก็เห็นชอบตามที่รัฐสภาเสนอ ซึ่งกระบวนการเป็นไปตามกฎของ ก.ร. คือ ต้องมีการเลือกสรรโดยคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งคณะกรรมทั้ง 3 คน เห็นชอบให้ร.ต.ต.อาพัทธ์ เป็นผู้ที่มีคะแนนสูงสุด ตนจึงได้นำชื่อเสนอ ก.ร.ในวันนี้ ซึ่งตนไม่ได้มีปัญหาอะไร

ทั้งนี้ รายชื่อผู้สมัครมีทั้งหมด 5 คนจาก 6 คน ซึ่งมีผู้อาวุโสน้อยที่สุด และติดภารกิจต่างประเทศ จึงได้สละสิทธิ์ ทำให้เหลือ 5 คน ซึ่งได้มีการพิจารณาจากคะแนนของคณะกรรมการคัดเลือกทั้งความ อาวุโส อำนาจการบริหารงาน รวมทั้งให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ด้วย ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีผู้สมัคร 3 คน ก็ได้มีคำสั่งยกเลิกไปแล้ว เพราะเห็นว่าผู้สมัครยังน้อยไป เนื่องจากมีรองเลขาฯถึง 6 คน แต่สมัครเพียง 3 คน ดังนั้นจึงคิดว่าควรเปิดโอกาสอีกครั้งเพื่อให้ได้บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

“ผมได้ยืนยันกับที่ประชุมก.ร.ว่าการแต่งตั้งคราวนี้นอกจากจะมีกรรมการแล้ว ผมขอยืนยันว่าเราใช้กฎของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 อย่างเคร่งครัด คือไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จากสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลอื่น แต่ให้เป็นไปตามความสามารถทุกประการ ซึ่งไม่มีใครสงสัยอะไร”นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

ส่วนรอบแรกที่มีผู้สมัคร 3 คน และมีการร้องเรียนทำให้ต้องยกเลิกใช่หรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฏร กล่าวว่า มีการร้องเรียนอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สาระสำคัญคือ เราต้องการให้มีผู้สมัครจำนวนมาก เพื่อที่จะให้มีการคัดเลือกด้วยความรอบคอบ และไม่มีการครหาว่าจะมีการล็อกให้คนนั้นคนนี้ จึงได้ชี้แจงชัดเจนว่าให้ทุกคนที่มีคุณสมบัติพร้อมก็ให้มาสมัคร ไม่มีการแทรกแซง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามนั้น 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรที่ตนรับผิดชอบเขาได้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และเมื่อจะมีการเลื่อนระดับสูงก็ไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ราชการทั้งหลายมีกำลังใจว่าใครมีความรู้ ความสามารถ ก็จะได้รับการสรรหาได้ ไม่ใช่ว่ามีความหวั่นวิตกว่าจะมีการแทรกแซงว่ามีการล็อกคนนั้นคนนี้ ยืนยันว่าในยุคที่ตนเป็นประธานสภาฯไม่มีเรื่องแบบนี้แน่

นายกฯประชุม ‘กอ.รมน.’ สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด ‘หนองวัวซอโมเดล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562380

31 ต.ค. 2566

นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'

นายกรัฐมนตรีเผย ประชุมร่วมครั้งแรกกับ กอ.รมน. มอบหมายภารกิจขอให้มาดูเรื่องความมั่นคง ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจ  ดีใจแนวคิดเอาที่ดินทหารมาให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์คืบหน้า เกิดโครงการ “หนองวัวซอโมเดล” ที่อุดรธานี ปัดเรื่อง ยุบ ” กอ.รมน.” ไม่เคยมีแนวคิด

ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)   เขตดุสิต กรุงเทพฯ  นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  แถลงภายหลังการประชุมชี้แจงมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร    “กอ.รมน. “ ว่า เป็นการประชุมร่วมกับ กอ.รมน. ครั้งแรก ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกับกองทัพแล้วอยากเพิ่มบทบาทในหลายมิติ วางรากฐาน สร้างความพร้อมให้กับประเทศไทยเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประชาชน รวมถึงความมั่นคงในชีวิต   ซึ่งหมายถึงความมั่นคงที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 


ประเด็นแรกคือ ต้องช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ ระดมสรรพกำลัง รวมถึงทรัพยากรและเครื่องมือของกองทัพ ร่วมกับส่วนราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน 
การแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาที่ดินทำกิน โดยนำที่ดินของหน่วยทหารที่เกินความจำเป็นมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะที่ดินทำการเกษตร ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้  เพื่อสร้างรายได้ สร้างโอกาสและความเข้มแข็งด้านสังคมของประเทศ 

ทราบว่า ขณะนี้กองทัพได้นำนโยบายการ นำที่ดินที่ดูแลภายใต้กองทัพมาดำเนินการผ่าน “หนองวัวซอโมเดล”  อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี   มีเนื้อที่ 9,276 ไร่  มีกำหนดส่งมอบให้กับประชาชนในวันที่ 25 ธ.ค.  นี้    ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนจากกองทัพไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนที่ดีที่กองทัพไทยจะได้ร่วมมือในการพัฒนาประเทศและขยายไปในพื้นที่ต่างๆ   “ส่วนตัวมีความชื่นชมในเรื่องนี้และเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันมาภายในเวลาไม่กี่เดือน ก็ออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน”  

นายเศรษฐา กล่าวว่า การหารือกันวันนี้ ไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการยุบ กอ.รมน.  ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบกว่า ที่มาที่ไปเรื่องนี้คืออะไร วันนี้บริบทการทำงานของ กอ.รมน. เเปลี่ยนไป การคุยกันเป็นเรื่องการพัฒนาและการลดช่องว่างระหว่างกองทัพกับประชาชนให้ลดน้อยลง เช่น โครงการมอบที่ดินให้กับประชาชนที่หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  ก็จะขยายไปในพื้นที่อื่นด้วย พร้อมขอให้ดูด้วยว่า การมอบที่ดินไปแล้วหากไม่มีแหล่งน้ำก็ต้องดูเรื่องระบบชลประทานด้วย เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพ อีกทั้งยังมีเรื่องของปัญหาภัยแล้งด้วย

“ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับการยุบกอ.รมน.  เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในความคิดของรัฐบาล ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจและไม่ได้อยู่ใน นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ แม้แต่น้อย “นายเศรษฐา  กล่าว

นายสุทิน คลังแสง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  กล่าวว่าเรื่อง  “หนองวัวซอโมเดล”  อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  เป็นการร่วมมือกันระหว่างกองทัพ ในนามของ กอ.รมน. มีกระทรวงกลาโหมเป็นแกนสำคัญ   เชื่อว่าที่ดินที่จะคืนให้กับประชาชนจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถระบุครัวเรือนประชาชนที่จะได้รับได้ ซึ่งก็คงจะกระจายอยู่ทั่วประเทศ 

“ส่วนเรื่องกอ.รมน. ยืนยันว่าตอนนี้รัฐบาลจะไม่ลดบทบาทของ กอ.รมน. แม้ว่าบางพรรคการเมืองจะอยากให้ยุบไปเลย ส่วนการปรับภารกิจนั้น จะเป็นในเรื่องของซ้ำซ้อนกับหน่วยงานน้อยลง เน้นสนับสนุนเรื่องความมั่นคงด้านอื่นของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิต  ปรับมาด้านนี้มากกว่า เพราะที่ผ่านมาไปเน้นด้านความมั่นคงของทหาร และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งอย่างเดียว ” นายสุทิน  ระบุ 

นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'
นายกฯประชุม 'กอ.รมน.' สุดหวาน ชมกองทัพ คลอด 'หนองวัวซอโมเดล'

เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  ประชุมชี้แจงมอบนโยบายแนวทางการปฏิบัติงานต่อ  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (กอ.รมน. ) ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)   เขตดุสิต กรุงเทพฯ 

17 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ คราบเผด็จการ รัฐประหาร ยังไม่จาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562366

31 ต.ค. 2566

17 ปี นวมทอง ไพรวัลย์ คราบเผด็จการ รัฐประหาร ยังไม่จาง

รำลึก 17 ปี ‘นวมทอง ไพรวัลย์’ ชายผู้ขับแท็กซี่ ชนรถถัง เหตุการณ์ ‘รัฐประหาร’ 2549 พิสูจน์ศรัทธา ประชาธิปไตย ด้วยชีวิต

ผ่านมา 17 ปี วันนี้ที่สะพานลอยหน้าสำนักข่าวไทยรัฐ ในจุดเดียวกับที่ลุงนวมทองเลือกจบชีวิตตัวเอง ซึ่งคนเสื้อแดงได้ร่วมกันสร้างสดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ เป็นเสาสีขาวต้นหนึ่ง พร้อมถ้อยคำ ชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก อันเป็นคำสั่งลาในจดหมายลาตายในวันนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2549 และเยาวชนที่เคลื่อนไหวในปัจจุบัน มาร่วมรำลึก 17 ปีการจากไปของลุงนวมทอง

ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ และ ปิยรัฐ จงเทพ สส.กรุงเทพฯ ตัวแทนจากพรรคก้าวไกลกล่าวรำลึก ถึงเจตนารมณ์ของลุงนวมทองที่ยังไม่บรรลุในวันนี้ นั่นคือภารกิจผลักดันบ้านเมืองและรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยภารกิจในวันนี้สำหรับพวกเราทุกคน คือการสถาปนารัฐธรรมนูญที่ขัดขวางไม่ให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้อีก รวมถึงการค้นหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงต่อประชาชน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญสามารถเกิดขึ้นได้ครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชาชนจำนวนมากในเวลานั้นยังไม่ตื่นรู้โดยพร้อมเพรียงกันในการปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย แต่ในวันเวลาอันมืดมิดนั้นเอง ก็ยังมีคนอย่างลุงนวมทองที่ออกมาเป็นปากเป็นเสียงแทนทุกคน และเสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อพยายามปลุกให้คนไทยตื่นรู้

17 ปีผ่านไป ความตื่นตัวของผู้คนขยายตัวอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน ในวันนี้การสร้างประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนกลายเป็นวาระหลักของสังคมไทย แสดงออกผ่านผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ถึงแม้จะจบลงด้วยการที่เจตนารมณ์เหล่านั้นถูกทอดทิ้งไป แต่ปิยรัฐเชื่อว่าวันนี้สังคมไทยมีคนจำนวนมากขึ้นที่ตื่นรู้ และหากมีการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นอีก จะมีประชาชนออกมาปกป้องประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญอย่างล้นหลาม

ปิยรัฐชี้ประเด็นสำคัญว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินไปในวันนี้ จะต้องมีบทเฉพาะกาลที่นำคนทำรัฐประหารมาลงโทษ เพื่อไม่ให้มีวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเกิดขึ้นอีกและขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองช่วยกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง ผ่าน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของผู้ทรงอำนาจสูงสุด และป้องกันการรัฐประหารในอนาคต

นวมทอง ไพรวัลย์ ผู้ขับรถแท็กซี่ชนรถถังในวันที่ 30 กันยายน 2549 หวังกระทำอัตวินิบาตกรรมแลกด้วยชีวิตวันนั้งลุงนวมทองบาดเจ็บจากการขับรถชนรถถังแต่ไม่ถึงฆาต ผู้นำรัฐประหารคนหนึ่งออกมากล่าวหาสบประมาท พร้อมบอกว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากขนาดยอมพลีชีพได้

เพื่อลบคำสบประมาทและยืนยันในเจตนารมณ์ ในวันที่ 31 ตุลาคม 2549 ลุงนวมทองตัดสินใจเขียนจดหมายลาตาย และเดินทางมาที่สะพานลอยหน้าสำนักข่าวไทยรัฐ เพื่อกระทำอัตวินิบาตกรรม

‘แพทองธาร’ มั่นใจจะได้รับความร่วมมือจาก ‘สหรัฐอเมริกา’ มากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562359

31 ต.ค. 2566

'แพทองธาร' มั่นใจจะได้รับความร่วมมือจาก 'สหรัฐอเมริกา' มากขึ้น

เอกอัครราชทูต ‘สหรัฐอเมริกา’ เข้าพบ ‘แพทองธาร’ ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มั่นใจได้รับความร่วมมือดีขึ้นในทุกมิติ

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก ในโอกาสที่เอกอัครราชทูตสหรัฐ เข้าพบหารือ ที่พรรคเพื่อไทย มีเนื้อหาว่าปีนี้ครบรอบ 190 ปีของสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เริ่มนับตั้งแต่การทำสนธิสัญญาไมตรีกับการพาณิชย์ระหว่างกัน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมื่อวานนี้เป็นโอกาสที่ได้ต้อนรับท่านทูตโรเบิร์ต โกเดค (Robert Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือเรื่องความร่วมมือต่างๆ

จากการหารือ ท่านทูตมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในหลากหลายระดับ ทั้งภาครัฐบาล ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย ไปจนถึงระหว่างประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา ที่ท่านสนใจจะสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตนักศึกษาไทยอเมริกัน รวมไปถึงสนับสนุนทุนการศึกษาระหว่างประเทศ

ท่านทูตยังบอกเล่าความประทับใจจากการที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อโปรโมตการลงทุนในประเทศไทย และได้ฝากคำแนะนำที่จะช่วยส่งเสริมการดึงดูดนักลงทุนสหรัฐอเมริกาให้มายังประเทศไทย

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกอีกว่า ได้พูดคุยกับเรื่องโอกาสการเติบโตของซอฟต์พาวเวอร์ไทย 11 อุตสาหกรรมในตลาดโลก รวมถึงแผนงานเพิ่มศักยภาพแก่คนไทย สหรัฐอเมริกามีชื่อเสียงเรื่องการผลิตบุคลากรด้านภาพยนตร์ ดังนั้น เราอาจจะริเริ่มเชิญนักเขียนบทชั้นนำชาวอเมริกันมาให้ความรู้แก่นักเขียนบทไทย

รวมทั้งส่งคนไทยในสายธุรกิจภาพยนตร์ไปเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่สหรัฐฯ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ ณ ประเทศต้นแบบและได้เชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม Winter Festival ที่จะจัดขึ้นในปลายปีนี้ และ Water Festival 2024 ที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ตลอดเดือนเมษายนในปีหน้าด้วย

จากนโยบายเรื่องการค้าที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศมาเป็นเวลาเกือบสองศตวรรษ การได้ร่วมพูดคุยกับท่านทูตในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจว่า ความร่วมมือของไทยและสหรัฐฯ จะยิ่งผลิบานและครอบคลุมในหลากหลายมิติ เพื่อเดินหน้าสร้างประโยชน์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศในหลากหลายแง่มุม

‘วัชระ’ กัดไม่ปล่อย ยื่นกมธ. ตำรวจ ตรวจสอบ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562344

31 ต.ค. 2566

'วัชระ' กัดไม่ปล่อย ยื่นกมธ. ตำรวจ ตรวจสอบ 'ทักษิณ'

ขอกรรมาธิการตำรวจ ตรวจสอบ ชั้น 14 ให้ละเอียด แจ๊ค ‘วัชระ’ เพชรทอง สงสัย อดีตนายกฯ ‘ทักษิณ’ พักร้กษาตัวอยู่จริงหรือไม่

วัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือ ถึงนายชัยชนะ เดชเตโช ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรขอให้คณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ว่านายทักษิณ ชินวัตร นักโทษด็ตขาดพักรักษาตัวที่ดังกล่าวจริงหรือไม่ และขอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

เนื้อหาในหนังสือระบุว่าตามที่ สื่อมวลชนได้นำสนอข่าวนายทักษิณ ชินวัตร นักโทษเต็ดขาดได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่วันที่ 23สิงหาคม 2566 นั้น ขณะนี้สังคมไทยมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้ารับการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร ณโรงพยาบายตำรวจชั้น 14

ว่ามีตัวตนมาพักรักษาตลอดเวลาตั้งแต่วันที่23 สิงหาคม 2566 จนถึงปัจจุบันจริงหรือไม่ มีบัตรนักโทษหรือไม่ เนื่องจากพี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่ามีอาการเจ็บป่วยจริง จึงขอให้คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดำเนินการตรวจสอบ หาข้อเท็จจริงและไปตรวจสถานที่จริง ณ โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น ว่านายทักษิณฯ นอนรักษาพยาบาลอยู่จริงหรือไม่

โดยขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกขั้นทุกตัวของโรงพยาบาลตำรวจและไฟล์บันทึกภาพเสียง หากไม่มีการบันทึกขอให้ตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ขอให้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และแถลงข้อเท็จจริงให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไปโดยเร็วที่สุด