‘เศรษฐา’ เชิญชวน CITIC ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ EV

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561178

17 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เชิญชวน CITIC ลงทุนด้านพลังงานสะอาดและ EV

‘เศรษฐา‘ ชวน CITIC ลงทุนในไทยด้านพลังงานสะอาด- supply chain ของรถยนต์ EV ลั่นพร้อมร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุด

วันที่ 17 ต.ค. เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปักกิ่งซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชม.) นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า Mr. Zhu Hexin, Chairman CITIC Group Corporation เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นบริษัทฯ ใหญ่ของจีนที่ดำเนินธุรกิจ ทั้งในส่วนของการบริการทางการเงินแบบครบวงจร และใช้เทคโนโลยีระดับสูง กลุ่ม CITIC ได้รับการจัด อันดับอยู่ใน Fortune’s Global 500 เป็นเวลา 15 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2552 และอยู่ในอันดับที่ 100 ในปี 2566 โดย CITIC สนใจลงทุนใน PPP Projects ขนาดใหญ่ของไทย มีความเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทยในหลากหลายธุรกิจ

โดยนายเศรษฐา ได้หยิบยก เชิญชวนให้ CITIC มาร่วมลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสาตร์5 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมกลุ่ม BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy (โดยเฉพาะเกษตร อาหาร การแพทย์ และพลังงาน สะอาด) อุตสาหกรรมยานยนต์ (โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะต้นน้ำและ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ) อุตสาหกรรมดิจิทัลและสร้างสรรค์ และการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตลอดจนเชิญชวนให้มาตั้ง Regional Headquarter โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจใหม่

ฝ่ายบริษัทฯ ประสงค์ขยายความร่วมมือกับไทยในอีกหลายด้าน บริษัทมีธุรกิจครอบคลุมและมีบริษัทในเครือจำนวนมาก และมีศักยภาพการแข่งขันระดับโลก รวมทั้ง ด้านพลังงานสะอาดที่ไทยสนใจ

ไทยและ CITIC จะร่วมมือกันเพื่อต่อยอดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

ด้วยความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาล 

บริษัทต้องการขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทย โดยเฉพาะสาขาที่ไทยสนใจ เช่น พลังงานสะอาด การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม

นายกฯชวนมาขยายธุรกิจด้านการเงินในไทย ซึ่งCITIC มีธุรกิจเกี่ยวข้องการเงินอยู่ด้วยแล้ว เช่น บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มีใบอนุญาตทางการเงินการธนาคารครบถ้วนและอยู่ในอันดับต้นๆในจีน จึงมีศักยภาพที่จะลงทุนในไทยได้ จะได้หารือในขั้นตอนต่อไป 

ไทยส่งเสริมการผลิตรถยนต์ EV จึงขอเชิญบริษัทฯ เข้ามาลงทุนลักษณะ supply chain เช่น ล้อแม็กซ์ฯ ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยไทยสนับสนุนมาตรการและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนที่น่าสนใจด้วยมาตรการของ BOI 

ก้าวไกล แอ่นอกรับ ปิยบุตร วิจารณ์คุกคามทางเพศ – อดิศร ใส่ยับ ไล่ซักฟอกตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561158

16 ต.ค. 2566

ก้าวไกล แอ่นอกรับ ปิยบุตร วิจารณ์คุกคามทางเพศ - อดิศร ใส่ยับ ไล่ซักฟอกตัวเอง

โฆษกพรรคก้าวไกล รับสภาพต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ที่มาจาก ปิยบุตร แสงกนกกุล ต่อประเด็นว่าด้วยเรื่อง “คุกคามทางเพศ”   มองเป็นบทเรียนสำคัญที่ถึงคราวยกเครื่อง ให้ความมั่นใจ ไม่มีลูบหน้าปะจมูกปกป้องกันเอง อดิศร เพียงเกษ แนะก้าวไกล ทำบ้านให้สะอาด ก่อนตรวจสอบรัฐบาล

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล  เปิดเผยว่า  กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้ความเห็นเกี่ยวกับปัญหา สส.ภายในพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะปัญหาการ คุกคามทางเพศ พรรคก้าวไกล น้อมรับความเห็นของนายปิยบุตร รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงพรรค และ กระบวนการภายใน   ทำให้พรรคก้าวไกล สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมถึงรับมือต่อปัญหาดังกล่าว 

การเสนอแนะของนายปิยบุตร   มีหลายประเด็นที่สอดคล้องกับมาตรการที่พรรคก้าวไกลได้ประกาศไป 3 มาตรการ ทั้งการปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการวินัย ให้มีสัดส่วนของคนนอกที่ไม่ได้เป็น สส.และเป็นผู้เชี่ยวชาญ และไม่ได้เป็นเพศชายมากขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก มีความเชี่ยวชาญ และลดข้อครหาในการตรวจสอบกันเอง และการทบทวนกระบวนการร้องเรียน ตั้งแต่เริ่มจนถึงการลงโทษ  หากพบการกระทำผิดให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ไม่ล่าช้า รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นในการอบรมบุคลากรให้ครอบคลุมทุกระดับ ไม่เฉพาะ สส. หรือผู้ช่วย สส.เท่านั้น ซึ่งจะมีการเพิ่มความถี่ และเพิ่มรูปแบบการอบรม และจะใช้หลักสูตรดังกล่าวมาคัดกรองบุคลากรด้วย 

“กรณีที่นายปิยบุตร กังวลว่า พรรคก้าวไกลจะลูบหน้าปะจมูกในลักษณะปกป้องกันเองนั้น  ยืนยันว่า พรรคก้าวไกล จะดำเนินการอย่างจริงจัง และการกระทำของพรรค จะเป็นเครื่องพิสูจน์ และไม่มีวัฒนธรรมการปกปิด หรือปกป้องผู้กระทำผิดภายในองค์กร เพราะพรรคฯ กังวลต่อชื่อเสียงองค์กร   พรรคฯจะพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้ประกาศออกไป”  โฆษก พรรคก้าวไกล ระบุ 

.

ติงฝ่ายค้านรัฐบาล ทำงาน 1   เดือน  จ้องจะซักฟอก

.


นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า  การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมในวันที่ 18-19  และนัดพิเศษวันที่ 20 ต.ค.  ทราบว่าฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล เตรียมพิจารณายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ภายหลังการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2567 เสร็จสิ้น โดยเห็นว่ารัฐบาลชุดใหม่ เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ 1 เดือน แต่มีผลงานมากมาย

จึงขอให้พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ดูจังหวะช่วงเวลาความเหมาะสมตามกาละเทศะด้วย เพราะในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ก็เสมือนการอภิปรายย่อย ๆ โดยเฉพาะนโยยายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ก็เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนมาแล้วว่า ประชาชนร้อยละ 79 สนับสนุน

ในการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือญัตติซักฟอก เห็นว่าฝ่ายค้าน ควรจะซักฟอกตนเองให้ขาวสะอาดก่อน เพราะทราบมาว่า ฝ่ายค้าน ก็กำลังถูกซักฟอกเอง โดยเฉพาะการคุกคามทางเพศ  จึงขอให้ฝ่ายค้านซักฟอกตนเองให้สะอาดแล้วค่อยมาซักฟอก ซึ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเองก็พร้อม และยินดี ไม่เกรงกลัว พร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหา 

.

เตือนอย่าใช้วิธีข่าวตัดแปะ นสพ. มาอภิปราย

ส่วนที่มีการคาดการณ์อาจจะมีการอภิปรายจริยธรรมรัฐมนตรีบางคนภายในรัฐบาลด้วยนั้น  บางครั้งฝ่ายค้าน อย่าเพียงนำแต่ข่าวตัดแปะในหนังสือพิมพ์มา เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการไม่ให้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ต่อ ไม่ใช่การแสดงโวหารภายในสภา และหากฝ่ายค้านมีข้อมูลใด ก็สามารถซัดรัฐบาลได้เลย แต่หากเป็นข้อมูลการกล่าวหาลอย ๆ ค้นหาข้อมูลตามโซเชียล ก็ไม่ได้สมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ


“ย้ำว่าฝ่ายค้านควรจะซักฟอกตนเองให้สะอาดก่อน และต้องการทราบผลการตรวจสอบภายในฝ่ายค้านด้วย เพราะถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ หากเกิดขึ้นจริงในพรรคการเมืองขนาดใหญ่  ” นายอดิศร  ระบุ

เช็กพื้นที่ ครม. ขยาย ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ต่อ 3 เดือน ประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561149

16 ต.ค. 2566

เช็กพื้นที่ ครม. ขยาย 'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' ต่อ 3 เดือน ประกาศเพิ่มอีก 1 อำเภอ

ครม. เคาะ ขยาย ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ พื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ ต่ออีก 3 เดือน เพิ่ม อ.ศรีสาคร กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนอีก 3 เภอ ปรับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไปอีก 3 เดือน ระหว่างวันที่ 20 ต.ค. 2566 – 19 ม.ค. 2567

โดยปรับเพิ่ม อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วน 3 อำเภอคือ อ.กรงปินัง จ.ยะลา, อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แทน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) กล่าวก่อนการประชุมว่า หลังจากดูจากข้อมูลและสถิติแล้ว ถ้าไม่ประกาศพื้นที่ อ.ศรีสาคร คงต้องยกเลิกพื้นที่อื่นทั้งหมด เราต้องเชื่อสถิติจะทำให้เป็นมาตรฐานว่ามีแนวคิดอย่างไร ไม่ใช่นึกเอา ทึกทักเอา 

อย่างไรก็ตาม ถ้าสถานการณ์ในพื้นที่ปกติไปจนถึงปีใหม่ ก็มีแนวโน้มปรับลดพื้นที่ได้อีก 5-10 อำเภอ ซึ่งหลังปีใหม่จะประชุมอีกครั้ง แต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่ ครม.จะพิจารณา ซึ่งตามข้อกฎหมายจะต่ออายุได้ไม่เกินครั้งละ 3 เดือน

‘สมชัย’ ตามบี้ ที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561142

16 ต.ค. 2566

'สมชัย' ตามบี้ ที่มา 'เงินดิจิทัล' ผิดกฎหมาย

ค้านเลขาธิการนายกฯ แจงที่มา ‘เงินดิจิทัล’ ผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ‘สมชัย’ ชี้ ต้องศึกษาให้ดีก่อนสื่อสารกับประชาชน

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมาธิการงบประมาณฯ โพสเฟซบุ๊ก อธิบายเรื่องเงินดิจิทัล ที่น.พ. พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะมาจากสามแหล่งประกอบด้วย งบประมาณแผ่นดิน  เงินยืมรัฐวิสาหกิจ และ เงินกู้ เป็นเรื่องที่ผิดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ฯ

สมชัยอธิบายว่า งบประมาณแผ่นดิน ในหมวดจัดซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรในรายการที่ไม่จำเป็น โดยยังไม่ซื้อแต่ตั้งงบฯซ่อมบำรุงแทน  และจากโครงการขนาดใหญ่ที่อาจทบทวนไม่ทำ แต่จะเลื่อนไปทำในปีถัดไป เป็นเรื่องที่น่าจะไม่ได้อ่าน พรบ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 20 ที่กำหนดเงื่อนไขประการหนึ่งว่า งบประมาณแผ่นดินที่เป็นงบลงทุน ต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

แปลว่า  ไม่ซื้อรถถัง ไม่ซื้อเครื่องบิน ไม่ซื้อเรือดำน้ำได้  แต่ต้องเอาเงินที่ตัดออกมาใช้ในงบลงทุนอื่น ๆ เช่น ซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร สร้างถนน สร้างโรงเรียน สร้างฝายกั้นน้ำ  ไม่สามารถเอามาแจกเป็นเงินดิจิทัลได้ เพราะไม่ใช่รายการงบลงทุน

ส่วนที่บอกว่า โครงการขนาดใหญ่ให้เลื่อนไปทำในปีถัดไป  สมมติว่า เอามา 560,000 ล้าน มาแจกเงินดิจิทัล แล้วบอกว่าจะใช้คืนใน 3 ปี แต่ละปีต้องตั้งงบฯใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยประมาณ 200,000 ล้าน  โครงการใหญ่ที่จะดำเนินการในปีถัดไป ก็คงยังไม่มีเงินอีกเป็นแน่  ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบคอบ และต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างถูกต้อง

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ ‘แรงงานไทย’ กลับจาก ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561133

16 ต.ค. 2566

แนะเพิ่มการเช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ รับ 'แรงงานไทย' กลับจาก 'อิสราเอล'

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ห่วงสถานการณ์สู้รบ ใน ‘อิสราเอล’ ยืดเยื้อ แนะรัฐบาลเพิ่มการเช่าเหมาลำ นำ ‘แรงงานไทย’ กลับโดยเร็ว

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เสนอรัฐบาล ให้เช่าเหมาลำเครื่องบินพาณิชย์ เพิ่มวันละ 5-6 เที่ยว เพื่อระดมบินไปรับแรงงานไทยที่ต้องการกลับบ้าน นอกจากใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ ไปรับวันละเที่ยว เพื่อให้จบภายในหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเหตุการณ์ในอิสราเอลจะรุนแรงมากขึ้นไปกว่านี้ เพราะจะทำให้ชีวิตคนไทยตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นใจให้แรงงานไทยว่าเมื่อสงครามจบรัฐบาลไทยจะช่วยพาพวกเขากลับไปทำงานที่ อิสราเอลได้ โดยช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และใบอนุญาตเข้าเมือง และทำงาน อย่างถูกกฏหมาย เพราะจากการพูดคุยกับญาติของแรงงานไทย หลายส่วนกังวลว่าเมื่อเดินทางกลับมาแล้วจะไม่มีโอกาสได้กลับไปทำงานอย่างประเทศอิสราเอลเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายและชำระหนี้สินได้

กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานะคนไทยที่ได้รับผลกระทบ จากสงครามระหว่างอิสราเอล และฮามาส ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ราย ทำให้มียอดรวมในขณะนี้ มีผู้เสียชีวิต 28 ราย บาดเจ็บ 16 ราย และถูกจับไปเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ทำให้ยอดรวมมีผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันจนถึงตอนนี้รวม 17 ราย

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกอีกว่า การลงพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร วานนี้ ได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจญาติของแรงงานไทยในอิสราเอลพบว่า หลายคนเสียขวัญและกังวลใจ เพราะแรงงานส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเดินทาง กลับสู่ประเทศไทยตามความประสงค์ได้ ขณะที่การสู้รบ ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จึงกังวลว่าแรงงานไทยที่อยู่ในอิสราเอล อาจสูญเสียเพิ่มมากขึ้น

‘กองทัพบก’ แจงไวรัล ‘สุทิน คลังแสง’ นั่งบน ‘ปืนใหญ่’ แค่จุดถ่ายภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561127

16 ต.ค. 2566

'กองทัพบก' แจงไวรัล 'สุทิน คลังแสง' นั่งบน 'ปืนใหญ่' แค่จุดถ่ายภาพ

ถูกจับตาทุกฝีก้าว สำหรับ ‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุด ‘กองทัพบก’ ต้องออกมาชี้แจง นั่งถ่ายภาพบน ‘ปืนใหญ่’ ใครๆก็ทำ

การเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติของคณะนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม  เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเหมาะขณะนั่งถ่ายภาพบนปืนใหญ่ ได้รับการชี้แจงจาก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เป็นภาพภายในห้องโหมรอนราญมีพื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง (Gatling gun) ซึ่งเริ่มสั่งซื้อจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในราชการสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพบกจึงได้เรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง พื้นที่จัดแสดงปืนแก็ตลิ่ง

จุดนี้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพสำหรับการต้อนรับคณะบุคคลทั้งในประเทศและมิตรประเทศ อาทิ คณะหลักสูตรผู้กำกับนักศึกษาวิชาทหาร คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร คณะรองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก คณะผู้บัญชาการทหารบกสิงคโปร์ และคณะผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซีย

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เยี่ยมชมห้องจอมทัพไทยซึ่งห้องนิทรรศการเกี่ยวกับความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในฐานะจอมทัพไทยผ่านทางการจัดแสดงธงชัยเฉลิมพลซึ่งเริ่มใช้ในราชการของกองทัพบกเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของทหารตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา และได้ไป สักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสัมฤทธิ์ขนาดเท่าพระองค์จริง ซึ่งประดิษฐาน ณ ห้องพระบารมีปกเกล้าฯ

จากนั้นเยี่ยมชมคทาจอมพลซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคทาจอมพลให้แก่ทหารเพื่อสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติ

กองทัพบกให้ความสำคัญแก่การเสริมสร้างความรู้ด้านประวัติศาสตร์ทหารให้แก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรำลึกถึงความกล้าหาญความเสียสละของคนในชาติซึ่งธำรงไว้ซึ่งแผ่นดินมาตุภูมิมาจนถึงปัจจุบัน โดยพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติเปิดให้เยี่ยมชมในวันเวลาราชการ สามารถติดต่อได้ที่กรมยุทธการทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2297-7380 และ 0-2297-8058

รมว.’กลาโหม’ เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561123

16 ต.ค. 2566

รมว.'กลาโหม' เชื่อมีทางออกที่ดีเรื่อง 'เรือดำน้ำ'

1 เดือน บนเก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ สุทิน คลังแสง ชี้ มีทางออกที่ดีเรื่อง ‘เรือดำน้ำ’ ไม่สนใครครหาว่าถูกครอบงำ

สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งมีกำหนดร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนจีน ระหว่างวันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ เปิดเผยกับคมชัดลึก เรื่องเรือดำน้ำของกองทัพเรือว่า จะมีข่าวดีในเร็วนี้ โดยแนวทางที่พูดคุยกับกองทัพเรือ มีแนวโน้มเปลี่ยนสัญญาจากการซื้อเรือดำน้ำมาเป็น เรือปราบเรือดำน้ำแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา แต่ไม่ว่าจะออกทางไหน กองทัพเรือต้องไม่สูญเสียความเข้มแข็ง และประชาชนได้ประโยชน์

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังอธิบายถึงความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธของแต่ละเหล่kทัพว่า เป็นเรื่องที่ถูกจับตาทุกครั้งที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง เพราะถูกมองเป็นแดนสนธยา ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงให้นโยบายไปว่า กองทัพต้องจัดซื้อเท่าที่จำเป็น โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อการเข้าถึงงบประมาณได้ง่ายขึ้น

ส่วนความจำเป็นในการจัดซื้ออาวุธ มีเหตุผลที่สำคัญ คือเรื่องอายุการใช้งาน ทุกเหล่าทัพ อยู่ในข่ายต้องปลดระหวาง เหมือนยาหมดอายุ ต้องจัดหาใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนักใจอยู่  ส่วนการทำงานในหน้าที่ ได้รับความร่วมมืออย่างดี จากบรรดาพี่น้อง ทหารหาญ ทั้งคณะทำงานและที่ปรึกษา และไม่กังวล ใครจะมองว่า ถูกครอบงำหรือเป็นหุ่นเชิด

ส่วนสถานการณ์สู้รบกันที่ อิสราเอล กลาโหม ช่วยประชาชนมากที่สุดด้วยการขนกลับ โดยมีแนวคิดจะส่งเรือไปรับแรงงานไทย แทนที่จะลำเลียงทางอากาศเพียงทางเดียว  เนื่องจากการใช้เครื่องบินทหารต้องทำแผนการบินขออนุญาตทุกประเทศ แต่หากขนย้ายทางเรือโดยกองทัพเรือ นำเรือไปรอรับ แรงงานไทย ย้ายจากพื้นที่เสี่ยงภัยมาอยู่ในเรือก่อน เพื่อรอการส่งกลับ ก็ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้

‘นิพิฏฐ์’ ค้าน จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561118

16 ต.ค. 2566

'นิพิฏฐ์' ค้าน จัดทำ 'บัญชีรายชื่อ' 'ผู้มีอิทธิพล'

ค้านรัฐบาล จัดทำ ‘บัญชีรายชื่อ’ ‘ผู้มีอิทธิพล’ ไม่มีกฎหมายรองรับ ‘นิพิฏฐ์’ ยกตัวอย่างรัฐบาลทักษิณก็ไปไม่รอด รัฐบาลลุงตู่ยังไม่ทำ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล ว่าจะทำให้รัฐบาลตกอยู่ในความเสี่ยง หากใครถูกจัดเป็นผู้มีอิทธิพล และ มีรายชื่อหลุดออกมา โดยไม่มีกฎหมายรับรอง รัฐบาลจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเสียเอง เพราะรัฐบาลมีความชอบธรรม ที่จะปกป้องคนดี ปกป้องสุจริตชน และจัดการผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย

นิพิฏฐ์บอกว่า สมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เคยมีนโยบายจัดทำรายชื่อผู้มีอิทธิพล นายอำเภอเป็นคนจัดทำบัญชีรายชื่อ ผ่านทางผู้ใหญ่บ้าน และ กำนัน เป็นช่องว่างให้กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ที่ไม่ชอบใคร ส่งรายชื่อคู่ขัดแย้งให้นายอำเภอ นายอำเภอจะเรียกให้ไปรายงานตัว ใครไม่ไปก็เกรงว่าจะได้รับอันตราย เมื่อไปรายงานตัวก็เท่ากับยอมรับว่า ตัวเองเป็นผู้มีอิทธิพล

ตอนนั้นเขาก็คัดค้านนโยบายนี้ และ บอกนายอำเภอว่า นายอำเภอไม่มีสิทธิเรียกใครมาสอบสวนในข้อหาผู้มีอิทธิพล สุดท้ายนโยบายนี้ก็ถูกยกเลิกไป โลกสมัยใหม่ การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล รัฐบาลยิ่งไม่มีสิทธิ รัฐบาลที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ใช้อำนาจอะไรบอกว่าใครคือผู้มีอิทธิพล รัฐบาลประยุทธ์ที่ท่านอ้างว่าเป็นเผด็จการ ก็ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้

หากรัฐบาลคิดว่านโยบายนี้ถูกต้อง ให้ลองดูในสภาก่อน อาจจะเจอผู้มีอิทธิพลตัวจริงนั่งอยู่ในสภาครึ่งหนึ่ง

‘พิพัฒน์’ เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561085

15 ต.ค. 2566

'พิพัฒน์' เผย รัฐบาลเตรียมอพยพคนไทยเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย.

‘พิพัฒน์’ เผย ปัญหาอพยพคนไทย บางคนพลาสปอร์ตหาย เตรียมระดมสายการบิน พากลับเพิ่มวันละ 400 คน คาดหมดต้น พ.ย. ด้าน ‘รมว.ยุติธรรม’ ส่ง จนท. ดูแลปัญหาหนี้สิน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการอพยพแรงงานไทยในอิสราเอลว่า วันพรุ่งนี้กองทัพอากาศจะพาแรงงานกลับมาอีก 137 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำลังหาวิธีระดมเครื่องบินเพิ่มให้ได้มากที่สุด แต่ขณะนี้ติดปัญหา แรงงานพาสปอร์ตหายระหว่างหลบหนี โดยทางกระทรวงการต่างประเทศเตรียมพาสปอร์ตสำรอง 8 พันเล่ม หลังจากนี้ไม่เกิน 3-4 วัน จะเดินทางกลับได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 400 คน 

ขณะเดียวกันได้ส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่มีความชำนาญในอิสราเอลเพิ่ม 4-5 คน จากกระทรวงต่างประเทศ 10 คน เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น เชื่อว่าต้นเดือนหน้า (พ.ย.) จะกลับมาได้ทั้งหมด ขอให้เเรงงานไทยดูเเลตัวเองให้ดีที่สุด ฟังประกาศเตือนจากอิสราเอลให้ดี มั่นใจว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัยทุกคน 

ซึ่งคนที่ประสงค์เดินทางกลับและต้องการกลับไปอีกครั้ง หากใครที่ยังไม่หมดสัญญา ทางกระทรวงเเรงงานจะประสานให้กลับไปทำงานอีกครั้ง หรือ อาจจะจัดหางานในประเทศอื่นที่มีรายได้ใกล้เคียงกันให้ เพราะหลายคนต้องกู้หนี้ยืมสิน ทั้ง ค่าเอเจนต์ ค่าเดินทาง ยืนยัน จะพยายามช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด ส่วนหากจะทำงานในไทย ขอให้เเจ้งที่กรมการจัดหางาน เพื่อหางานที่ถนัด บรรจุเข้าทำงานให้ได้ก่อน 


ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ต้องการให้เเรงงานไทยปลอดภัยทุกคน รับปากว่าจะเข้าไปช่วยเหลือดูเเลเรื่องหนี้สินของเเรงงานให้ได้รับความเป็นธรรม จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเเลเเรงงานตามบ้านที่ลงทะเบียนไว้ ทั้งนี้แรงงานที่มีปัญหา ขอให้ส่งข้อมูลมาถึงรัฐบาล จะนำข้อมูลร่วมกันช่วยเหลือ โดยเฉพาะคนเจ็บเ รวมถึงอยู่ระหว่างหาทางช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน

รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561082

15 ต.ค. 2566

รัฐบาลไทย ออกค่าตั๋วแรงงานไทยใน 'อิสราเอล' เดินทางกลับเอง

‘รมช.กต.’ เผย รัฐบาลไทยออกค่าตั๋วเครื่องบิน แรงงานไทยใน ‘อิสราเอล’ เดินทางกลับเอง พร้อมเชิญชวน ‘เอกชน’ สนับสนุนภารกิจ

ความคืบหน้าการช่วยเหลือชาวไทยใน “อิสราเอล” กว่า 30,000 คน นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลมารอต้อนรับผู้อพยพเป็นครั้งที่ 3 จํานวน 90 คน และรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอล ดังนี้
 

1. เยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอลในกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสงคราม เป็นไปตาม สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ ซึ่งมีการเยียวยาคนที่เดินทางกลับประเทศเนื่องจากภาวะสงคราม รวมถึงกรณีพิการและเสียชีวิต และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพใน ต่างประเทศเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท (แต่ในกรณีของอิสราเอล ทางการอิสราเอลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาด้วย)

2. ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้รัฐบาลไทยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินของพี่น้องชาวไทยที่ออกเงินค่าบัตรโดยสารเครื่องบินกลับประเทศไทยเอง ตั้งแต่มีการ ประกาศภาวะสงครามในอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

3. มีเอกชนรายแรก คือ โรงแรมเอสซีปาร์ค ติดต่อเข้ามาเพื่อขออาสา บริการสนับสนุนรัฐบาลในรูปแบบของค่ารถรับส่ง ค่าห้องพักและอาหารสําหรับคนไทยที่อพยพและต้องการมาพักที่กรุงเทพฯ ก่อนกลับภูมิลําเนา นอกจากนั้น AIS ได้บริจาค SIM สนับสนุนภารกิจให้เจ้าหน้าที่ และ AIS กับ TRUE/DTAC ได้ช่วยส่งข้อความข่าวสารทาง SMS ให้กับพี่น้องคนไทยในอิสราเอลที่ใช้บริการ roaming นับตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งเป็นการช่วยกระจายข่าวสารให้กว้างขวางขึ้น ซึ่งภาคเอกชนท่านใดที่ประสงค์จะสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามความสะดวกก็สามารถติดต่อมาได้ รัฐบาลขอยืนยันว่าได้ทํางานตลอด 24 ชม. ทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยได้กลับบ้านสู่ครอบครัว

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล

ช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอลช่วยเหลือแรงงานไทยเดินทางกลับจากอิสราเอล