‘ตรีชฎา’ ยืนยัน ‘แจกเงินดิจิทัล’ ได้ไปต่อ ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561077

15 ต.ค. 2566

'ตรีชฎา' ยืนยัน 'แจกเงินดิจิทัล' ได้ไปต่อ 'เพื่อไทย' ศึกษามาดีก่อนออกนโยบาย

‘ตรีชฎา’ ยืนยันแจก ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ได้ไปต่อ เผย ‘เพื่อไทย’ ศึกษามาดี ไม่เป็นภาระงบประมาณ ก่อนออกนโยบายหาเสียง

พรรคเพื่อไทย ยืนยัน โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเดินหน้าต่อ โดยนางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะไม่มีการระงับหรือยุติโดยเด็ดขาด มีแต่จะเดินหน้าต่อไปเพื่อทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามนโยบายพรรคเพื่อไทยที่ได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง รายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ จะมีความชัดเจนภายในเดือนตุลาคมนี้ 

ขอให้คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเงินดิจิทัลได้สรุปแนวทางและเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาให้รอบคอบเกิดความรอบคอบและเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด
 

นางสาวตรีชฎา ยืนยัน หลักการของโครงการจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะปรับเปลี่ยนบ้างในรายละเอียด เงื่อนไขบางเรื่อง ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พูดชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็น รวมทั้งจะนำข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์มาพิจารณา ซึ่งจะเกิดประโชน์ต่อส่วนรวมดังที่ทุกฝ่ายต้องการ 

ส่วนที่มาของเงิน 5.6 แสนล้านบาทจะนำมาจากไหนนั้น เชื่อว่าคณะกรรมการที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้จะมีความชัดเจนออกมาอย่างแน่นอน ขอให้ทุกฝ่ายอย่ากังวล เพราะพรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้าของนโยบายยืนยันว่าจะยึดมั่นวินัยทางการเงินและการคลังอย่างรัดกุม ที่ผ่านมาในการดำเนินนโยบายต่างๆ ของพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย ยึดมั่นเรื่องวินัยการเงินการคลังมาโดยตลอด 

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ดื้อดึงหรือดันทุรังอย่างปราศจากเหตุผล แต่ตรงกันข้ามพรรคได้ศึกษานโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จากผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาโดยตลอด ตั้งแต่ริเริ่มกระทั่งได้ข้อสรุปว่าสามารถปฏิบัติได้จริง ไม่เป็นภาระทางงบประมาณแล้ว จึงมีการนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้ง  

เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจุลพันธ์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับดูแลรับผิดชอบด้านการเงินการคลังของประเทศ เมื่อรับฟังข้อมูลและเสียงสะท้อนอย่างครบถ้วนรอบด้านแล้ว เชื่อว่าจะวางแนวทางการดำเนินนโยบายได้อย่างรัดกุมแน่นอน 

อีกทั้งการได้อดีตปลัดกระทรวงการคลังคนล่าสุด คือนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ มาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังทำให้มั่นใจเพิ่มมากขึ้นว่าโครงการนี้จะมีประสิทธิภาพและเกิดผลตามนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน 

“โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทเปรียบเหมือนการปั้มหัวใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวจะเกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจและมีเรี่ยวแรงขยับขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ ประชาชนมีกำลังใช้จ่าย ร้านค้าร้านขายมีสภาพคล่อง ได้เงินเข้ามาหมุนเวียน ประชาชนสามารถสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคง เศรษฐกิจฟุบมาหลายปี คนเดือดร้อนกันทั่ว ซึ่งก็เห็นๆ กันอยู่ ขอให้พี่น้องประชาชนอย่ากังวลใจ จะทำตามที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน สร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนทุกคน และสร้างเศรษฐกิจประเทศให้กลับมากินดีอยู่ดีกันอีกครั้ง” รองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561067

15 ต.ค. 2566

'พวงเพ็ชร' เตรียมจับมือสื่อใหญ่จีน ป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์

‘พวงเพ็ชร’ เตรียมเซ็น MOU สื่อใหญ่จีน วางแนวทางระหว่าง 2 ประเทศ ป้องกันข่าวลวง-อาชญากรรมทางไซเบอร์-แก็งค์ Call center

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันที่ 18-20 ตุลาคมนี้ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU)  ด้านสื่อสารมวลชนและสารสนเทศระหว่าง กรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group : CMG) ซึ่งเป็นโอกาสเดียวกับที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของจีน

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยและจีน มีความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ตน และนายหาน จื้อเฉียง (Mr. Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ได้พบปะ และหารือกันในประเด็นที่รัฐบาลไทยและจีนให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข่าวลวง การปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และปัญหาแก็งค์ Call center ที่มีอย่างต่อเนื่อง 
 

ทั้งนี้เราเห็นตรงกันว่าสื่อไทย-จีน ควรร่วมมือและแบ่งปันข่าวสารกัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาที่กล่าวมา โดยในการเดินทางเยือนสาธารณประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ตนจะหารือกับ นายเซิ่น ไห่สง ผู้อำนวยการและบรรณาธิการใหญ่  CMG  เพื่อวางแนวทางการให้ความร่วมมือกันระหว่าง 2 ประเทศ

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561059

15 ต.ค. 2566

รัฐบาล ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสแรงงานไทยทำงาน 'อิสราเอล'

‘รองโฆษกรัฐบาล’ ยืนยัน ก.แรงงาน ไม่มีนโยบายเก็บค่ารถบัสไปสนามบิน จากแรงงานไทยเดินทางทำงาน ‘อิสราเอล’ พร้อมแจงรายละเอียดที่ต่้องจ่าย 71,020 บาท

กรณีที่มีผู้โพสต์ข้อมูลระบุว่า จะไปทำงานที่ “อิสราเอล” ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายกว่า 70,000 บาท และมีค่ารถบัสจากกระทรวงแรงงาน (ดินแดง กทม.) ไปสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 2,500 บาท

นายคารม กล่าวว่า กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานในรัฐอิสราเอลทั้งหมดเป็นเงินจำนวนประมาณ 71,020 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) และจะไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น นอกจากรายการดังนี้

1. ค่าใช้จ่ายก่อนการเดินทาง เท่าที่จ่ายจริง ได้แก่ 
-ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม 100 บาท 
-ค่าธรรมเนียมการขอรับหนังสือเดินทาง 1,500 บาท 
-ค่าตรวจสุขภาพ 3,250 บาท 
-ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวจากประเทศไทยไปยังอิสราเอล ประมาณ 25,000 บาท 
-ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ 400 บาท

2. ค่าใช้จ่ายหลังจากเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอลเพื่อการจัดหางาน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมจัดหางานที่ต้องจ่ายให้แก่บริษัทจัดหางานในรัฐอิสราเอลและค่าธรรมเนียมของโครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล รวมประมาณ จำนวน 3,549 เชคเกลอิสราเอล หรือประมาณ 40,000 บาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ตามข้อกฎหมายแห่งรัฐอิสราเอล ซึ่งต้องจ่ายเมื่อเดินทางไปถึงรัฐอิสราเอล

“รัฐบาลม่งส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ส่งเสริมสนับสนุนให้แรงงานไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับผู้ที่ต้องการมีงานทำ สามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือทาง Mobile Application “ไทยมีงานทำ””นายคารม ย้ำ

‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. กังวล ‘เงินดิจิทัลวอลเลต’ แนะต้องปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561051

15 ต.ค. 2566

'นิด้าโพล' เผย ปชช. กังวล 'เงินดิจิทัลวอลเลต' แนะต้องปรับ

‘นิด้าโพล’ เผย ปชช. กังวล ‘เงินดิจิทัลวอลเลต’ ส่วนใหญ่อยากให้ไปต่อ แต่ต้องปรับ ขณะที่รับเงินมาจะนำไปใช้จ่าย มีบางส่วนไม่ขอรับเงิน ส่วนหากยกเลิกนโนบายความนิยม ‘เพื่อไทย’ ลดลง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต ควรไปต่อหรือพอแค่นี้?” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2566 จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง

กังวลของประชาชนต่อนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ว่า อาจจะทำให้ได้ไม่คุ้มเสียกับประเทศ (เช่น เกิดภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ) ตามคำเตือนของ 99 นักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ 
อันดับ 1 ร้อยละ 30.92 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล 
อันดับ 2 ร้อยละ 28.47 ระบุว่า ไม่กังวลเลย 
อันดับ 3 ร้อยละ 25.27 ระบุว่า กังวลมาก 
อันดับ 4 ร้อยละ 15.19 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล  
อันดับ 5 ร้อยละ 0.15 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท 
อันดับ 1 ร้อยละ 47.10 ระบุว่า ดำเนินนโยบายต่อ แต่ควรมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน 
อันดับ 2 ร้อยละ 32.52 ระบุว่า ดำเนินนโยบายต่อตามที่ได้หาเสียงไว้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 18.85 ระบุว่า ควรหยุดการดำเนินการในนโยบายนี้ได้แล้ว 
อันดับ 4 ร้อยละ 1.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 

ส่วนการรับเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท ของประชาชน  
อันดับ 1 ร้อยละ 79.85 ระบุว่า รับเงินและนำไปใช้จ่าย 
อันดับ 2 ร้อยละ 13.51 ระบุว่า ไม่รับเงิน 
อันดับ 3 ร้อยละ 5.42 ระบุว่า รับเงิน แต่ไม่นำไปใช้จ่าย 
อันดับ 4 ร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ความคิดเห็นของประชาชนต่อคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย หากรัฐบาลยกเลิกนโยบายการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท 
อันดับ 1 ร้อยละ 60.00 ระบุว่า ส่งผลกระทบให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยลดลง 
อันดับ 2 ร้อยละ 29.92 ระบุว่า ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับคะแนนนิยมพรรคเพื่อไทย 
อันดับ 3 ร้อยละ 6.49 ระบุว่า ส่งผลให้คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น 
อันดับ 4 ร้อยละ 3.59 ระบุว่า ไม่ทราบ/ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพลนิด้าโพล

เร่งอพยพ ‘คนไทย’ ออกจาก ‘อิสราเอล’ ยังน่ากังวล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561022

14 ต.ค. 2566

เร่งอพยพ 'คนไทย' ออกจาก 'อิสราเอล' ยังน่ากังวล

ทูติไทยประจำ ‘อิสราเอล’ แจ้งข่าวนายกรัฐในตรี ไม่สามารถติดต่อ ‘คนไทย’ บางส่วนในพื้นที่สู้รบ ซึ่งมีราpชื่อเดินทางกลับได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการความรุนแรงในตะวันออกกลางว่า ได้รับแจงจากทูตไทยในอิสราเอลว่าเครื่องบินที่นำคนไทยกลับประเทสเพิ่งเดินทางออกมาอีกลำถือเป็นเรื่องดี

แต่มีเรื่องที่น่ากังวลใจอยู่ คือมีคนไทยที่อยู่ในรายชื่อเดินทางกลับ ไม่ปรากฎตัว ติดต่อไม่ได้ บางส่วนเปลี่ยนใจไม่กลับ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบางคนแสดงเจตจำนง แต่แจ้งมาว่าออกจากพื้นที่ไม่ได้เพราะมีการถล่มจรวดมาต่อเนื่อง

 เพราะความรุนแรงของสงครามไม่ได้ลดน้อยลงไป โดยรัฐบาลจะจัดเครื่องบินให้ได้เยอะที่สุด  และท่านทูตก็แจ้งว่าทหารอิสราเอลก็ช่วยลำเลียงคนจากจุดสุ่มเสี่ยงเต็มที่

เมื่อถามว่าทูตปาเลสไตน์เสนอให้รัฐบาลใช้ความสำพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เพื่อดึงอิสราเอลมาเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์
นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าคงมีการเจรจากันอยู่แล้วขอยืนยันว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เป็นเพียงผู้บริสุทธ์ที่เดือดร้อน

หน้าที่ในฐานะนายกฯคือต้องให้คนไทยปลอดภัยเยอะที่สุด ทั้งคนที่ตกค้างอยู่ หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บ และที่น่ากังวลมากคือคนที่ตกเป็นตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะใช้ทุกทางทั้งทางปาเลสไตน์หรือประเทศอื่นที่มีความสำพันธ์ที่ดี เพราะสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย

‘นายกรัฐมนตรี’ อยากได้ยินเสียงหนุน ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561014

14 ต.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' อยากได้ยินเสียงหนุน 'เงินดิจิทัล'

อย่าปล่อยให้เสียงคนคัดค้าน ‘เงินดิจิทัล’ ดังอยู่ฝ่ายเดียว ‘นายกรัฐมนตรี’ อยากฟังเสียงคนสนับสนุนบ้าง ยันรัฐบาลตั้งใจทำให้ประชาชน

ทวิตเตอร์ ของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีเนื้อหาว่าทราบดีว่า โครงการ เงินดิจิทัล หรือ Digital Wallet นั้นมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เราในฐานะรัฐบาลของประชาชนจึงรับฟังทุกความเห็นเพื่อเอามาปรับให้ดีและตรงใจทุกคน

อยากให้เราลองนึกภาพไปด้วยกันว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้มีเงินดิจิทัล เข้ามาในระบบ 560,000 ล้านบาท ถ้าท่านเป็นภาคอุตสาหกรรมท่านจะผลิตสินค้ามารองรับไหม จะต้องซื้อวัสดุเพื่อมาผลิตสินค้าเตรียมขายหรือไม่ จะมีการจ้างคนเพิ่มไหม แล้วเงินจะเข้ามาอยู่ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนเท่าไหร่

นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ตั้งใจให้เงินถูกเอาไปใช้ในพื้นที่ตามบัตรประชาชนของท่าน เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนที่ท่านอยู่ ไม่ใช่พัฒนาเมืองใหญ่อย่างเดียว หากท่านเห็นตรงกัน และชอบโครงการนี้อยู่ อย่ายอมให้คนที่ไม่เห็นด้วยโดยไม่มีเหตุผลมายับยั้งโครงการนี้

และขอให้ส่งเสียงบอกกับพวกเราบ้างว่า ท่านมีความสุข และดีใจที่รัฐบาลนี้มอบเงินดิจิทัลให้ เราเองก็อยากได้กำลังใจจากทุกคน เพราะพวกเราตั้งใจมาทำงานให้พี่น้องประชาชนจริง ๆ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ‘ทักษิณ’ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561000

14 ต.ค. 2566

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ 'ทักษิณ' ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

“อธิบดีกรมราชทัณฑ์” ชี้แจงภาพ “ทักษิณ ชินวัตร” ถูกเข็นมาบนเตียงผู้ป่วย เป็นภาพจริง แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ นำตัวไปทำ CT-Scan และ MRI และกลับพักรักษาตัวต่อแล้ว

14 ต.ค. 2566 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีที่ภาพนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ถูกเข็นมาจากห้องพักของโรงพยาบาลตำรวจ ถูกแชร์ว่อนอยู่ในโลกโซเชียล เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา 

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่าภาพดังกล่าว เป็นภาพนายทักษิณ จริง โดยผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษได้รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ  10.00 น. วานนี้ (13 ต.ค.2566) แพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ได้นำตัว นายทักษิณ ไปทำ CT-Scan กับ MRI ที่ตึก ภปร. และดำเนินการเสร็จในเวลา 11.00 น. จากนั้น นำกลับไปพักรักษาที่ห้องผู้ป่วยเช่นเดิม ทั้งนี้ เป็นไปตามระบบการรักษาผู้ป่วย ส่วนรายละเอียดอาการเจ็บป่วยนั้นแพทย์ไม่ได้แจ้ง เนื่องจากการคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย และจรรยาบรรณแพทย์

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ทักษิณ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจงภาพ ทักษิณ ว่อนโซเซียลเป็นภาพจริง ส่งตัวทำ CT-Scan

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลตำรวจตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 22 ส.ค. 2566 หลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนทางกฎหมายได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยนายทักษิณ มีประวัติการรักษาตัวจากแพทย์ในต่างประเทศ โดยโรคที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือโรคหัวใจ 

ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทยวันที่ 22 ส.ค. 2566 ทักษิณ ชินวัตร กลับถึงประเทศไทยวันที่ 22 ส.ค. 2566

ในขณะที่นายทักษิณ พักรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกาขอพระราชทายอภัยโทษ ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้ เหลือจำคุกต่อไปอีก 1 ปี ตามกำหนดโทษตามคำพิพากษา เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือ และทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ 

พระบรมราชโองการ อภัยลดโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตรพระบรมราชโองการ อภัยลดโทษให้ นายทักษิณ ชินวัตร

และเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 แพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ยืนยันว่า นายทักษิณ ถูกส่งตัวเข้ารับการผ่าตัด ด้วยอาการที่มาจากหลายสาเหตุ โดยหลังการผ่าตัดอาการปลอดภัย และดีขึ้นตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 22 ต.ค. 2566 ที่จะถึงนี้ นายทักษิณ จะต้องเข้าสู่กระบวนการนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำฯ เกินกว่า 60 วัน โดยทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ต้องทำความเห็น เสนอผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อขอความเห็นจากอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ต่อไป 

50 ปี ’14 ตุลา’ บทเรียนเขียน ‘รัฐธรรมนูญ’ ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560993

14 ต.ค. 2566

50 ปี '14 ตุลา'  บทเรียนเขียน 'รัฐธรรมนูญ' ใหม่

เขียน ‘รัฐธรรมนูญ’ ใหม่ ไล่เผด็จการ 50 ปี ’14 ตุลา’ ประชาธิปไตย ยังเดินหน้าไปไม่ถึงไหน ก้าวไกลนิรโทษกรรมคดีความเห็นต่างทางการเมือง

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลมองว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา มีความสำคัญหลายมิติ โดยการเมืองภาพใหญ่ถือว่าได้รับการปฏิวัติของประชาชน ที่มีมวลชนออกมาขับไล่เผด็จการ และเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย , ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

หลังจากประเทศไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของเผด็จการมาอย่างยาวนาน จนมาถึงปัจจุบันโจทย์ในทางการเมืองของประชาธิปไตยหลายเรื่องต้องผลักดันต่อไป

รำลึก 50 ปี 14 ตุลารำลึก 50 ปี 14 ตุลา

เหตุการณ์ 14 ตุลาเป็นการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ แต่มาถึงวันนี้สิทธิเสรีภาพของประชาชนยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะการแสดงสิทธิเสรีภาพทางการเมืองโดยสันติ โดยเฉพาะท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ประชาชนไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็มีความเชื่อทางการเมืองของตัวเอง และได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนั้น มีทั้งเสียชีวิต ดำเนินคดี ถูกจำคุกจำนวนมาก พรรคก้าวไกลจึงเสนอร่างพรบ.นิรโทษกรรมในคดีทางการเมือง

เพราะถึงเวลาแล้วที่จะยอมรับว่าคนที่เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองไม่ใช่อาชญากร แต่แค่มีความเห็นทางการเมืองต่างกัน ควรนิรโทษกรรมเพื่อเปิดประตูบานแรก ให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ามาคุยกัน

ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอย่างร้ายแรง ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นการถูกประกันตัวมาสู้คดี เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เป็นโจทย์เรื่องสิทธิเสรีภาพที่ต้องให้ความสำคัญ และผลักดันให้ประเทศสู่ประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน

ในวาระ 50 ปี 14 ตุลา เรื่องรัฐธรรมนูญ ยังเป็นเรื่องใหญ่ การออกแบบระบบการเมือง ซึ่งการรณรงค์ให้ทำประชามติว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการตั้ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อทำให้รัฐธรรมนูญมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย

ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญมีการรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติไม่เกิดขึ้นจริง จึงทำให้รัฐธรรมนูญไม่มีชีวิต แม้จะมีตัวอักษร

ย้าย ‘ที่พักพิง’ ‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560988

14 ต.ค. 2566

ย้าย 'ที่พักพิง' 'แรงงานไทย' ใน 'อิสราเอล' แล้ว

สถานเอกอัครราชทูติไทย ประจำ ‘อิสราเอล’ แจ้งย้าย ‘ที่พักพิง’ ‘แรงงานไทย’ แห่งใหม่ ก่อนส่งกลับ ตั้งแต่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป

กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ภาพภารกิจของสถานเอกอัคคราชทูตไทย ประจำกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ตลอดช่วงบ่าย จนถึงค่ำของวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของเทศบาลเมือง Eshkol และกองทัพอิสราเอล

เดินทางไปรับแรงงานไทยส่วนหนึ่ง ที่ติดอยู่ในพื้นที่อันตรายใกล้เคียงฉนวนกาซา เช่น โมชาฟมิฟตาคิม และโมชาฟอามิโอ๊ต เพื่อนำมาพักในศูนย์พักรอที่สถานเอกอัครราชทูตฯ แห่งใหม่  เพื่อรอโดยสารเที่ยวบินอพยพกลับประเทศไทยต่อไป

สถานที่พักพิงแห่งใหม่ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปได้แก่ โรงแรมเดวิด อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทลอาวีฟ (David InterContinental Tel Aviv) เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของสถานทูตฯ แทนโรงแรมแดน พาโนรามา (Dan Panorama) ที่สถานทูตฯ แจ้งไปก่อนหน้านี้

เนื่องจาก รัฐบาลอิสราเอล ได้กำหนดใช้เป็นศูนย์อพยพของชาวอิสราเอลแล้ว

‘อิสราเอล’ พร้อมช่วยเต็มที่ 3 สายการบินร่วมอพยพ ‘แรงงานไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560974

13 ต.ค. 2566

'อิสราเอล' พร้อมช่วยเต็มที่ 3 สายการบินร่วมอพยพ 'แรงงานไทย'

สามสายการบิน ร่วมภารกิจอพยพ ‘แรงงานไทย’ กลับจาก ‘อิสราเอล’ จนถึงสิ้นเดือนนี้ เอกอัครราชทูติ พร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่

นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความว่าได้รับรายงานว่าวันนี้ทีมกระทรวงการต่างประเทศได้หารือกับการบินไทย นกแอร์ และแอร์เอเชีย เพื่อวางแผนจัดเที่ยวบินอพยพแรงงานไทยกลับจากอิสราเอลโดยด่วน

ตั้งแต่นี้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้จะมีเที่ยวบินไปรับพี่น้องคนไทยที่ต้องการกลับบ้าน กลับมาประเทศไทยทุกวัน จนจบภารกิจขอขอบคุณทั้งสามสายการบินเป็นอย่างยิ่งที่สนับสนุนเครื่องบินเพื่อช่วยเหลือคนไทยในภารกิจสำคัญนี้

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยมาอัพเดทสถานการณ์การช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอลครับ และได้ขอให้ทางอิสราเอลช่วยเหลือไทยใน 4 เรื่อง คือ

นายกรัฐมนตรีหารือ เอกอัครราชทูติ อิสราเอลนายกรัฐมนตรีหารือ เอกอัครราชทูติ อิสราเอล

การนำร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตกลับบ้าน ขอให้มีขั้นตอนเร็วที่สุด ซึ่งท่านทูตยืนยันจะช่วยเราเต็มที่ แต่ก็ขอความเห็นใจว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นพันคน ซึ่งต้องมีการชันสูตร พิสูจน์ทราบ และถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมีเรื่องของเงินเยียวยาที่จะได้รับด้วย ดังนั้นต้องทำให้ถูกต้องก่อนที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตกลับมา

เอกอัครราชทูติฯ ยืนยันว่าพร้อมจะช่วยเหลือนำคนไทยแสดงเจตจำนงที่จะกลับประเทศกว่า 6,000 คน  กลับทันที รัฐบาลอิสราเอลให้ความสำคัญสูงสุดในการที่จะลำเลียงคนออกมาจากจุดต่าง ๆ เพื่อมาจุดที่ปลอดภัย รวมถึงให้ความสำคัญกับภาวะทางจิตใจด้วย

ส่วนกรณีที่มีคลิปว่าคนงานยังถูกบังคับให้ทำงานอยู่ ตรงนี้ท่านทูตรับทราบอยู่แล้ว และพยายามที่จะหาความจริงให้ได้ แต่ท่านเห็นด้วยว่า บังคับไม่ได้ และไม่ควรทำแบบนี้ ความปลอดภัยของคนไทยถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

สุดท้ายเรื่องตัวประกัน ได้ขอให้ทางอิสราเอลพยายามเจรจาช่วยคนที่ถูกจับกุมตัวออกมาให้ได้โดยเร็ว ซึ่งมีจากหลายชาติ ไม่เฉพาะจากไทยเท่านั้น  ทุก ๆ ชาติเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทตรงนี้ ขณะที่รัฐบาลไทยพยายามใช้ทุกทางเพื่อช่วยแรงงานไทยอย่างเต็มที่