‘กัณวีร์’ ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ ‘พรรคเป็นธรรม’ ผุดโปรเจคส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560724

10 ต.ค. 2566

'กัณวีร์' ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ 'พรรคเป็นธรรม' ผุดโปรเจคส่วนตัว ไม่เกี่ยวพรรค

‘กัณวีร์’ ไม่ยืนยันอนาคตอยู่ ‘พรรคเป็นธรรม’ ผุดโปรเจคส่วนตัว สร้างนักปฏิบัติสู่นักการเมืองที่ดี ไม่เกี่ยวพรรค ขณะที่ ‘หมออ๋อง’ ขอให้ยึดหน้าที่หลัก โดดลงช่วยงานพรรค เกรงเกิดความลำบาก

นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงกระแสเตรียมย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่ว่า ปัจจุบันยังอยู่พรรคเป็นธรรม ส่วนอนาคตอยู่ที่การเมืองจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ตอนนี้ตนทำ hometown hero อยากจะหาคนที่เป็นนักปฏิบัติการในพื้นที่จริงๆ คนที่รู้ปัญหาคืออะไร คนที่รู้ว่าทิศทางการแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนเป็นอย่างไร อันนี้จะเป็นการสร้างนักปฏิบัติการและสร้างนักการเมืองในอนาคต เพราะฉะนั้นจะเป็นโครงการที่มาจากตน ไม่ได้มาจากพรรค ซึ่งจะได้เห็นว่า คนในพื้นที่รู้สึกว่าเขามีอำนาจไม่ได้ถูกอำนาจจาก สส. หรือ ผู้แทนของเขา อาจเป็นตัวพวกเขาที่สามารถทำได้จริงๆ

ทั้งนี้มีกระแสลาออกได้อย่างไร นายกัณวีร์ กล่าวว่า อาจจะเป็นตัวโครงการ hometown hero ที่บอกมาจากตัวตนเอง และเรื่องการทำงานอาจจะมีกระแสต่างๆ แต่ยืนยันว่าตอนนี้ยังอยู่กับพรรคเป็นธรรม ส่วนที่มองว่าเสมือนทำงานคนเดียวหรือไม่นั้น ปัจจุบันก็ไม่ได้ทำงานคนเดียวทำงานร่วมกับพรรค แต่โดยส่วนมากตนไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดเวลา ซึ่งหลังจากนี้ก็จะสร้างทีมงานให้เข้มแข็งมากกว่านี้ เพราะตอนนี้พรรคเป็นธรรมเป็นพรรคเล็ก คณะกรรมการบริหารพรรคยังน้อย เพราะฉะนั้นอยากสร้างทีมงานให้เข้มแข็งและเข้าทุกพื้นที่ 

ส่วนการที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯคนที่ ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรม จะเข้ามาช่วยทำงานให้กับพรรคหรือไม่ นายกัณวีร์ ระบุว่า นายปดิพัทธ์ก็ทำหน้าที่รองประธานสภาคนที่ 1 เพราะฉะนั้นจะต้องแยกจากพรรคให้ได้ พรรคจะทำเรื่องเกี่ยวกับการเมือง นายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภาฯ จำเป็นต้องทำหน้าที่รองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ฉะนั้นต้องมีความเป็นกลางชัดเจน การจะเข้ามาช่วยพรรคการเมืองจะมีความลำบาก ดังนั้นจึงอยากให้นายปดิพัทธ์ยึดติดกับหน้าที่การเป็นรองประธานสภา 

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560725

10 ต.ค. 2566

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

สส.เพื่อไทย รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ ไม่มีมือถือใช้ได้หรือไม่-อยากให้รีบประกาศใช้ ‘ครูมานิตย์’ กระตุกนโยบายผ่านด่าน กกต.มาแล้ว ไม่ทำก็ไม่ได้ ขณะ ‘จุลพันธ์’เชื่อ GDP โต 5% ด้าน’อุ๊งอิ๊ง’ หวังหากทำสำเร็จ ต่างชาติต้องดูเป็นแบบอย่าง มองไม่ได้ถูกกระตุ้นในภาพใหญ่มานานแล้ว

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 66 เวลา 16.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยประชุม สส. ประจำสัปดาห์ โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ร่วมเสวนากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรค เรื่องโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต หรือ “เงินดิจิทัล”

พรรคเพื่อไทยประชุมสส.ประจำสัปดาห์

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

ในช่วงต้นได้ให้ สส. สอบถามถึงข้อสงสัย หรือปัญหาที่พี่น้องประชาชนอยากรู้เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว โดยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ สอบถามว่าพี่น้องประชาชนขอสนับสนุนนโยบายนี้เพราะกว่าจะออกไปประกาศกับประชาชนก็ต้องได้รับการยอมรับจาก กกต.แล้ว หากจะไม่ให้รัฐบาลทำ ก็ไม่ได้ แล้วต่อไปจะไปหาเสียงกับประชาชนอย่างไร เนื่องจากว่านโยบายเป็นคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนช่วงก่อนการเลือกตั้งตนเองให้คำมั่นสัญญากับประชาชน ในทุกเขต ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ อยากได้เงินส่วนนี้มิเช่นนั้นไม่เลือกตนเอง ดังนั้นรัฐบาลไม่ต้องให้ความสำคัญมากเพราะคนกลุ่มนี้จะออกมาแสดงความคิดเห็นตรงข้ามตลอด ตั้งแต่ยุคนายกฯ ก่อนหน้าแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีคำถามในเรื่องของขั้นตอนการใช้ หากไม่มีโทรศัพท์มือถือจะสามารถยืนยันตัวตนแล้วใช้เงินได้หรือไม่ และอยากให้รีบประกาศใช้โดยเร็วที่สุด เพราะประชาชนตั้งความหวัง และรอเงินดิจิทัลอยู่

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จากที่ฟังคำถาม และความเห็นของ สส. ในพรรค ก็คิดเห็นตรงกันว่านโยบายนี้มีความจำเป็น แม้ขณะนี้เสียงในสังคมฝ่ายวิชาการแตกเป็น 2 ส่วน คือ เห็นด้วย อยากให้เดินหน้าต่อ แต่อีกฝั่งบอกว่ายับยั้งได้หรือไม่ ซึ่งในภาคเอกชนอยากเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านเงินดิจิทัล และเสียงของประชาชนก็อยากให้เดินหน้า ต่อ เพื่อนำเงินไปต่อยอดชีวิต ตอนนี้สถานการณ์ในไทยไม่ได้เข้มแข็ง มีความเห็นหลายมุมมอง อย่างอดีตผู้ว่าการธนาคาร มองว่าเป็นเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ซึ่งกระทรวงการคลังก็มีหน้าที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่องบประมาณ ถ้าเศรษฐกิจโตไม่ถึง 2% ต่อไปแบบนี้ ในอนาคตเราจะถึงจุดแตกหัก งบประมาณของรัฐโตไม่ทันสวัสดิการที่เราต้องให้กับประชาชน และเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน GDP เราโตช้ามาก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ตอนนี้ต้องดึงเศรษฐกิจไทยกลับไปโตอย่างมีศักยภาพ รัฐบาลมองว่าต้องโต 5% เป็นอย่างต่ำ เรื่องนี้เป็นเพียงส่วนหนี่งของนโยบายเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาเราทำหลายอย่างแล้ว ทั้งลดค่าไฟ วีซ่าฟรี แก้ไขกฎหมายที่ไม่เอื้อต่อประชาชน ดังนั้น เวลาดูนโยบาย จำเป็นต้องดูเป็นแพคเกจใหญ่ ดูภาพรวมทั้งหมดด้วย และยืนยันว่าแพคเกจใหญ่ครั้งนี้ จะทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น 

ส่วนความเห็นต่างบางส่วน อาจเกิดจากมุมมองทางการเมือง ที่ต้องการโจมตีเรา จึงอยากให้ สส. ช่วยชี้แจงประชาชนให้เข้าใจ

ส่วนสถานการณ์เงินเฟ้อ หากถามว่ามีความเป็นห่วงหรือไม่ ตนเองมองว่าไม่กระทบมาก เพราะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 1.25% เป็น 1.50% แล้ว ทำให้สามารถหยุดสถานการณ์เงินเฟ้อได้อย่างน่าพอใจ และต่อให้มีนโยบายนี้ก็ยังมีกลไกในการดูแลให้เหมาะสม เราจึงต้องขยายเศรษฐกิจให้ใหญ่ขึ้น

คึกคัก ประชุม ‘สส.เพื่อไทย’ รุมถาม ‘เงินดิจิทัล’ อยากให้รีบประกาศใช้

ส่วนเรื่องของการนำเสนอว่ารัฐบางจะแจกเป็นเงินคริปโตนั้น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า เราไม่ได้แจกเงินคริปโต แต่เป็นเงินบาท เพราะเงินดิจิทัลทุกบาท ต้องมีเงินบาทไทยรองรับ ไม่สามารถนำไปเก็งกำไรได้ เพราะมันคือเงินบาทในรูปแบบดิจิทัล เปรียบเหมือนคูปองที่เทียบเท่าเงินบาท แต่มีเงื่อนไขในการใช้ เพราะต้องการให้เงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ถึงมีข้อกำหนดว่าต้องใช้ในระยะเวลา 6 เดือน ตามระยะทางที่กำหนด ห้ามเอาไปใช้ซื้อสินค้าบางประเภท พร้อมชี้แจงว่า นโยบายนี้จะเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ มากกว่านโยบายใดที่ไทยเคยมีมา เพราะเรากำหนดให้มีการลงทุนให้ใช้จ่าย เพื่อให้เงินหมุนเวียน

นอกจากนี้ ประชาชนยังรอรับเงิน เพื่อเตรียมการลงทุน เห็นถึงการจ้างงาน และเราพูดคุยกับสถาบันการเงินของรัฐบางแห่ง อย่างธนาคารออมสิน หรือ ธกส. หากสามารถรวมกลุ่มมา มีการวางแผนการผลิตอย่างชัดเจน เช่น การทำการเกษตร และนำเงินมาซื้อปัจจัยหรือสินค้าของ ธกส. ธนาคารเหล่านั้น พร้อมให้เงินกู้เพิ่มเติม เพิ่อไปเป็นเงินลงทุนต่อได้ คือการสร้างเม็ดเงินมหาศาลในการลงทุนของประเทศไทย

“สิ่งที่เดินหน้ามา เราเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ เห็นโอกาส เห็นความหวังของพี่น้องประชาชนว่าจะสามารถนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปต่ออายุ ไปยืดชีวิต ไปประกอบอาชีพ ไปสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ” นายจุลพันธ์ กล่าว

เรารับฟังความเห็นทั้งหมด อย่างเรื่องของระยะทาง ก็พร้อมผ่อนปรน ในคณะอนุกรรมการที่จะพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ พร้อมพิจารณาผ่อนปรนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเม็ดเงินนี้ อาจะขยับจาก 4 กม. เป็นตำบล เป็นจังหวัดโดยเชื่อว่าเศรษฐกิจจะหมุนเวียนมากขึ้น

การเข้าโครงการนี้ต้องมีการยืนยันตัวตนเรากำลังพิจารณาในเรื่องของข้อมูลหาก ต้องกำหนดเกณฑ์ในการแบ่งว่าใครรวยใครจนจะต้องดูรายได้ที่ยื่นต่อเช้าสรรพากรในบัญชีเงินฝากและหาตัวเลขที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถพิสูจน์ทราบได้ ว่าเราตัดยอดด้วยความยุติธรรม กำลังดูเรื่องความเหมาะสม เราจะไม่ให้เสียหลักการ และวัตถุประสงค์ของโครงการนี้อย่างแน่นอน

สำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ ตอนต้นจะให้ไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารของรัฐ และนำคิวอาร์โค้ดไปใช้ที่ร้านค้า แต่ขณะนี้กำลังหาหนทาง เมื่อยืนยันตัวตนแล้วจะบันทึกอยู่ในบัตรประชาชน นำบัตรประชาชนไปใช้กับแอพลิเคชั่นของอีกคนไปแลกเปลี่ยนได้ ซึ่งยืนยันมีการใบหน้า เรากำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่

“นโยบายนี้เป็นนโยบายหลัก และเป็นประโยชน์ ไม่ใช่แค่กับประชาชน แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยใช้ประชาชนเป็นกลไก ในการใช้ ประชาชนมาช่วยกันกับรัฐบาล ให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น”

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กล่าวว่า สส.ได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับประชาชนไม่ได้มีข้อที่บอกว่าควรทำหรือไม่ควรทำ แต่ถามมากกว่าว่าจะได้เมื่อไหร่ ฉะนั้นประชาชนในพื้นที่กำลังรอคอยนโยบายนี้อย่างใจจดใจจ่อ เราเห็นได้ชัดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ได้ถูกกระตุ้นในภาพรวมและภาพใหญ่แบบนี้มานานแล้ว

ตนจึงหวังว่านโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้เป็นครั้งใหญ่ ถามว่าใหญ่แค่ไหนก็ใหญ่เท่าที่ว่าหากเราทำสำเร็จต่างชาติจะดูเราเป็นตัวอย่างด้วยซ้ำว่าเราทำได้อย่างไร ทั้งนี้ ตอนที่เราออกหาเสียงต้องกำหนดเงื่อนไขต่างๆเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนเวียนและทั่วถึงทั้งประชาชนที่อยู่ไกลไปที่อาจจะมีรายละเอียดต่างๆ ให้มันทั่วถึงยิ่งขึ้น

เพราะนอกจากกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วยังยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างมาก และแน่นอนว่ารัฐบาลนี้เรามีนโยบายอื่นๆ ที่ทำควบคู่กันไปด้วย โดยได้มีการเริ่มคิกออฟไปหมดแล้วเราก็จะเริ่มเห็นผลสำเร็จค่อยๆตามมาในแต่ละนโยบาย อย่างไรก็ตามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตจะนำไปสู่การจ้างงานและเกิดการสร้างอาชีพ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดก็จะได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วกัน 

นอกจากนี้ดิจิทัลวอลเล็ตรัฐบาลจะได้ผลตอบแทนมาในรูปแบบของภาษี ซึ่งภาษีที่ได้กลับมาก็จะทำให้รัฐบาลมีงบในการพัฒนานโยบายอื่นๆต่อยอดไปอีก เพื่อพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเพิ่มโอกาสประชาชนได้ 

วันนี้ที่เราได้ประชุมกันก็รับฟังความคิดเห็นจากสส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง และมาคุยกับรัฐมนตรีแล้ว ก็ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วยว่าให้ทำนโยบายนี้ให้สำเร็จอย่างที่เราได้บอกกับประชาชนไว้ เพื่อรัฐบาลเข้มแข็งและประชาชนทุกคนก็จะได้รับประโยชน์ไปพร้อมกัน

‘เป็นธรรม’ ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา ‘ก้าวไกล’ หลัง ‘หมออ๋อง’ ตัดสินเป็นสมาชิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560702

10 ต.ค. 2566

'เป็นธรรม' ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา 'ก้าวไกล' หลัง 'หมออ๋อง' ตัดสินเป็นสมาชิก

‘พรรคเป็นธรรม’ เปิดตัว ‘หมออ๋อง’ สส.คนใหม่ของพรรค ยืนยัน ไม่ใช่พรรคสาขา ‘ก้าวไกล’ พร้อมสนับสนุนการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ เผยที่ผ่านมาเป็นคู่แข่งกัน

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ตัดสินใจเป็นสมาชิก “พรรคเป็นธรรม” โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับพรรคก้าวไกลมากที่สุด แต่รู้ดีว่าการทำงานของตนต้องเผชิญแรงเสียดทาน ทั้งการปฏิรูปสภาให้โปร่งใส ผลักดันวาระก้าวหน้าหรือนโยบายที่ได้แสดงไว้ในสภาผู้แทนราษฎรตอนที่เข้าชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ ซึ่งได้หารือกับหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคแล้ว ยินดีที่จะสนับสนุนแนวทางนี้เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

โดยขณะนี้ยังไม่ได้สมัครสมาชิกทางกฎหมายรอหนังสือยืนยันการพ้นจากสมาชิกพรรคก้าวไกล จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คาดว่าจะมาถึงในเร็วๆนี้ และจะสมัครเข้าพรรคเป็นธรรมอย่างเป็นทางการต่อไป 

ส่วนการเลือกแถลงข่าวในวันนี้ตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ตนไม่ได้ถือฤกษ์อะไร แต่ถือว่าเป็นวันดีเพราะพรุ่งนี้(11 ต.ค.) จะทำหน้าที่รองประธานสภาฯ ในฐานะประธานในที่ประชุม เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ตนมีสังกัดพรรคใหม่และ อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ยืนยันจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เป็นไปไม่ได้ว่าอยู่พรรคใดจะก่อให้เกิดความเสียเปรียบได้เปรียบในสภา ฉะนั้นการทำงานตนก็อำนวยความสะดวกให้กับทุกพรรคและดำเนินการโดยเท่าเทียมกัน

ส่วนที่นายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาลและสส.พรรคเพื่อไทย ระบุจะไม่ยื่นตรวจสอบกรณีถูกขับออกจากพรรคก้าวไกลแล้ว นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า บรรยากาศตอนนี้ถือว่าดีขึ้น ให้การสนับสนุนและน้อมรับการตัดสินใจของตนเอง น้อมรับคำแนะนำและเชื่อว่า การทำงานในสภาจะราบรื่น แต่ยังมีแรงเสียดทานเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรับสภาและเรื่องอื่นๆ ที่ต้องทำให้โปร่งใสมากขึ้น 

นายปดิพัทธ์ ยืนยันยังด้รับการสนับสนุนจากชาวพิษณุโลก ทักทายตนว่า “อย่าออก” แทนคำว่า “สวัสดี” เพราะต้องการให้คนพิษณุโลกดำรงตำแหน่งรองประธานสภามาก สามารถขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าได้

ด้านนายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตรใหม่ ที่พรรคเป็นธรรมมีความภูมิใจและได้รับเกียรติจากนายปดิพัทธ์เข้ามาร่วมงาน โดยจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆในพรรคจะทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคเท่านั้น พรรคเป็นธรรมมีบริบททางการเมืองชัดเจน ดำเนินงานตามอุดมการณ์ ประชาธิปไตย ประเทศชาติ ประชาชน ด้วยความเป็นธรรม หลังจากนี้พรรคเป็นธรรมจะมีบริบทของการบริหารงานในสภาเพิ่มมากขึ้นจากการเป็นแค่ฝ่ายค้าน และพรรคพร้อมสนับสนุนการทำงานของนายปดิพัทธ์ และตนจะเข้ามาเป็นคณะทำงานของนายปดิพัทธ์ด้วย 

“อยากเห็นการเมืองแบบใหม่ที่คนย้ายพรรคไม่จำเป็นจะต้อง ได้อามิสสินจ้าง หรือ มีการแจกกล้วย และพรรคเป็นธรรมไม่ได้ตกปลาในพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นพรรคสาขาของพรรคก้าวไกล แน่นอน ที่ผ่านมาได้มีการแข่งขันในพื้นที่มาเราเหมือนเป็นพรรคประชาธิปไตยที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน แต่กินข้าวกันคนละชามคนละเมนูแค่นั้นเอง” นายปิติพงษ์กล่าว 

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560697

10 ต.ค. 2566

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

‘สส.อีสาน’ เพื่อไทย รวมตัวจ่อตั้งกระทู้ ถาม รมว.ต่างประเทศ ปมช่วยเหลือ ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล กลับบ้านเกิด ชี้ เป็นชาวอีสานกว่า 4 หมื่นคน ‘สส.วัชระพล’ โอดเห็นคราบน้ำตาครอบครัวแรงงาน ด้าน ‘สส.ชนก’ รับเห็นชาวบ้านสุดสะเทือนใจ มองสภาฯ ทางแก้ปัญหา แค่ได้หารือ 2 นาทีก็มีค่าแล้ว

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วยนายอดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล,น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย,นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี,นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี และ สส.อีสาน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่เตรียมเสนอญัตติและตั้งกระทู้ถามในสภา เรื่องการช่วยเหลือ “แรงงานไทย” ในอิราเอล

โดยน.ส.ขัตติยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในประเทศอิสราเอล รัฐบาลอิสราเอลเพิ่งประกาศไปเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ต.ค. 2566) เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย มีผู้เสียชีวิตนับ 1,000 ราย และหนึ่งในนั้นมีประชาชนพี่น้องคนไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ ยังมีพี่น้อง “แรงงานไทย” ถูกจับเป็นตัวประกัน รวมถึงตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก และรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางพรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทำให้เราเห็นว่าจำนวน “แรงงานไทย” ที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้น มีจำนวนนับ 10,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นพี่น้องที่มาจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานีหรืออุบลราชธานี

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ในเบื้องต้น สส.พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งในวันพฤหัสนี้ (12 ต.ค. 2566) พรรคเพื่อไทยจะยื่นเป็นกระทู้ถามสด ถึงมาตรการความช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ(รมว.กต.)

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ขณะที่นายวัชระพล กล่าวว่า ชาวอีสานได้มาให้กำลังใจกัน เพราะคนอีสานที่ไปทำงานอิสราเอลมากถึง 19,000 คน และถ้าลงลึกไปมากกว่านั้น พี่น้องชาวอุดรธานีจังหวัดที่ตนเป็นตัวแทน มีพี่น้องไปทำงานสูงถึง 4,012 คน และหากลงลึกไปถึงเขตเลือกตั้ง มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกตนที่เป็นผู้แทนที่มาจากประชาชน จะต้องนำความเดือดร้อนไปปรึกษาหารือและตั้งกระทู้ถามสดถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในความช่วยเหลือต่างๆ

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนมาค่อนข้างเยอะ และลงพื้นที่พบปะของทั้งผู้สูญเสียผู้ได้รับผลกระทบด้วย

“ผมได้สัมผัสได้เห็นแววตา ได้เห็นคราบน้ำตา ได้เห็นไอมือที่เย็นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ หรือจากลูก จากภรรยา จากสามี ดังนั้น ในวันพฤหัสนี้ สส. พรรคเพื่อไทยได้นำข้อมูลส่งมาที่ผม แล้วจะให้ผมเป็นตัวแทนในการยื่นกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” นายวัชระพล กล่าว

ด้านน.ส.ชนก กล่าวว่า ตนก็ได้รับการร้องทุกข์จากแรงงานไทยที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งจังหวัดหนองคายจะมีแรงงานไทยที่ไปอิสราเอลมากถึงอันดับ 3 ของประเทศ จากการร้องทุกข์นี้ รายงานไทยผู้ประสบภัยส่งทั้งเสียงคลิปและข้อความที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว ตนก็สะเทือนใจ ผู้ที่ไปเป็นผู้ยากจน บางคนต้องกู้หนี้ยืมสิน เพื่อที่จะเอาแรงงานตัวเองมาเลี้ยงดูครอบครัว มองว่าเครื่องมือที่ดีที่สุดก็คือสภาผู้แทนราษฎร เพียงแค่ 2 นาทีก็มีความหมายกับเรา เราจะนำเรื่องนี้หารือในสภาทันทีวันพุธนี้ (11 ต.ค.66) และในวันพฤหัสบดีสามารถเสนอในวาระอื่นๆได้ก็จะเสนอเป็นญัตติ

“ทาง สส.พรรคเพื่อไทย รัฐบาลไทย นำโดยนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ดิฉันมั่นใจว่าจะไม่ทิ้งคนไทยที่นู่น เราจะเผชิญหน้ากับภาวะสงครามและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยให้เดินทางกลับมาด้วยสวัสดิภาพ ท่านใดที่สูญเสีย ดิฉันมั่นใจว่ารัฐบาลไทยจะมีการเยียวยา ซึ่งจากการตั้งกระทู้ในวันพฤหัสบดีนี้ ทุกคำถามจะได้คำตอบ” น.ส.ชนก กล่าว

ด้านนายธีระชัย กล่าวว่า ในฐานะรองประธานกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับข้อมูลใหม่จากกระทรวงแรงงาน ทราบว่าแรงงานชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 18 คน ขณะนี้ได้แยกกลุ่มแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่อันตรายประมาณ 5,000 คน ขณะที่กองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ คนละ 15,000 บาท กรณีบาดเจ็บจะได้รับเงินก้อน จำนวน 1.4 ล้านบาท กรณีทุพพลภาพ ได้รับเงินจำนวน 30,000 บาทต่อเดือน แต่หากบาดเจ็บเกิน 20% จะได้เงินเยียวยารายเดือนตลอดชีวิต

ส่วนกรณีเสียชีวิต คู่สมรสและบุตรจะเป็นผู้รับเงินแทนจนกว่าจะสมรสใหม่ รวมแล้วจะได้รับประมาณ 34,000 บาทต่อเดือน และกรณีจัดการศพที่เสียชีวิตจากต่างประเทศ รายละไม่เกิน 40,000 บาท

‘สส.อีสาน’ เครื่องร้อน จ่อกระทู้สด ปมช่วย ‘แรงงานไทย’ ในอิสราเอล

ทั้งนี้ จังหวัดที่มีแรงงานชาวไทยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดอุดรธานี กระทรวงแรงงงาน จะให้มีการตั้งวอรูม เพื่อประสานงานให้ความช่วยเหลืออยู่ที่จังหวัดนั้นๆ โดยไม่ต้องประสานมายังกรุงเทพฯ เพื่อให้มีความสะดวกรวดเร็ว

‘ครม.’ ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560675

10 ต.ค. 2566

'ครม.' ตั้ง โจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็น 'ที่ปรึกษานายกฯ'

ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.สอบตก ขึ้นแท่น ‘ที่ปรึกษานายกฯ’แล้ว นฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ ได้ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย มติ ‘ครม.’ ล่าสุดวันนี้

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี
ครม.) ที่สำคัญวันนี้ มีการแต่งตั้งข้าราชการเมือง 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต สส.เพื่อไทย ขึ้นแท่นเป็นที่ปรึกษานายกฯ นางนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ อดีตเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย และ นาย สยาม บางกุลธรรม ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปี กระทรวงมหาดไทยและสภากาชาดไทย 3 รายการ เป็นงบผูกพันรวม 5,088 ล้านบาท สร้างสถานีสูบน้ำดิบพร้อมระบบท่อส่งน้ำของกระทรวงมหาดไทย ที่จังหวัดปัตตานี 1,030.96 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการขออนุมัติสร้างอาคารและเครื่องมือผลิตวัคซีน ของสภากาชาดไทย รวมกว่า 4,000 ล้านบาท

ในส่วนการควบคุมอาวุธปืนห้ามผู้ว่าราชการจังหวัด อนุญาติให้มีการพกพาอาวุธปืน ตรวจสอบการจำหน่าย อาวุธปืน อุปกรณ์ ส่วนควบ กระสุนปืน และการฝึกซ้อมยิงปืนที่ผู้ควบคุมในสนามยิงปืน ต้องตรวจสอบอาวุธ ที่นำมาใช้ฝึกซ้อม กระสุนที่ใช้ฝึกซ้อม รวมถึงการดำเนินการให้มีขึ้นทะเบียนสิ่งเทียมอาวุธปืน ก่อนมีประกาศ

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560655

10 ต.ค. 2566

'อนุทิน' สั่งถอนใบอนุญาตสนามชนไก่ นครปฐม ไม่มีกำหนด

‘อนุทิน’ สั่งถอนใบอนุญาตไม่มีกำหนด สนามชนไก่ ดอนตูม จ.นครปฐม หลังเกิดเหตุเซียนไก่ก่อเหตุยิงกันเสียชีวิต ลั่น แม้มีกระแสข่าววิ่งเต้นรีบขอเปิดสนามชนไก่ ย้ำไม่ได้เปิดแน่นอน

10 ต.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ที่มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต
 

นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากที่ตนลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่สนามชนไก่ ดังกล่าวขั้นต้นต้องดำเนินการปิดสนามไก่ชน ที่เกิดเหตุก่อน ใครจะไปขอนายอำเภอให้เปิดชั่วคราวไม่สามารถทำได้ คนที่มีเรื่องคือผู้ที่ไปเช่าสนาม แล้วเกิดการทะเลาะกันทั้งสองฝ่าย จึงบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนยิงกัน 

ส่วนกรณีสนามไก่ชน วรวิชดอนตูม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม มีเหตุทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ ได้ถอนใบอนุญาต แก่สนามไก่ชนแห่งนี้แล้ว ท่ามกลาง กระแสข่าวเรื่องมีการวิ่งเต้นเพื่อให้เปิดกิจการใหม่ ความผิดของสนามไก่ชน คือไม่ควบคุมให้ดี 

สนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐมสนามชนไก่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม

ผูัสื่อข่าวถามว่า มีการไปบอกว่าสนามแห่งนี้ เป็นของนักการเมือง หรือนักการเมืองมีหุ้นอยู่ มีการโทรขอไปที่นายอำเภอให้เปิด นายอนุทิน ย้ำว่า “ไม่ต้องโทรหรอก ไม่ได้เปิดหรอก

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สนามไก่ชนเอง ก็ต้องทำให้ถูกต้อง จริงๆ ระเบียบสามารถปิดสนามไก่ชนได้หมด ถ้าเข้าไปแล้วไม่มีการป้องกันให้ดี ปล่อยให้มีการทะเลาะวิวาท มีเหตุรุนแรง มียาเสพติด ก็ต้องได้รับการพิจารณาโทษ

‘แรงงานไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ‘เสียชีวิต’ 18 คนแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560642

10 ต.ค. 2566

'แรงงานไทย' ใน 'อิสราเอล' 'เสียชีวิต' 18 คนแล้ว

ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ มี ‘แรงงานไทย’ ‘เสียชีวิต’ จากความรุนแรงใน ‘อิสราเอล’ 18 คนแล้ว เริ่มทยอยเดินทางกลับตั้งแต่วันพรุ่งนี้

นาย จักรพงษ์ แสงมณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ ยืนยันว่า การอพยพแรงงานไทยในอิสราเอล กลับประเทศ อยู่ระหว่างวันที่ 11 – 18 ตุลาคมนี้ โดยมีผู้ที่แจ้งความจำนง ต้องการเดินทางกลับกว่า 3 พันกว่าคน ยังประสงค์ทำงานต่อต่อ หลักร้อย  โดยมีรายงานคนไทยเสียชีวิต จากความเหตุโจตีที่อิสราเอล 18 รายแล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลว่า ขณะนี้สถานการณ์ในประเทศอิสราเอลยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งในช่วงบ่ายทูติไทยในกรุงเทลอาวีฟ จะรายงาน สถานการณ์ล่าสุดให้ได้ทราบ และเข้าใจว่าขณะนี้เครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ พร้อมยอมรับว่าการเข้าไปในพื้นที่เป็นเรื่องที่ยากอยู่

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี

โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนจับตาเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นห่วงคนไทยที่อยู่ที่นั่น ตอนนี้มีคนไทยที่แสดงความจำนงจะเดินทางกลับมาตามที่กระทรวงแรงงานรายงานมาคือ 1,099 คน  และในวันที่ 12 ตุลาคมก็จะมีบางส่วนที่จะเดินทางกลับมา 15 คน

ส่วนที่มีรายงานการซื้อขายแรงงานไทย ที่ประสงค์จะกลับประเทศไทยส่งต่อให้กับนายจ้างคนใหม่ จะมีการประสานงาน ดูแลกันอย่างไรนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกส่วนในกรุงเทลอาวีฟ  ทำงานกันอย่างเต็มที่ วางจุดประสานงานแต่ละจุดไว้

แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล อยู่ในพื้นที่กว้าง และจุดที่เกิดเหตุก็ยากลำบากในการติดต่อ ก็พยายามทำกันอย่างเต็มที่ และได้ทราบข่าวบางส่วน จากที่มีคนลงในโซเชียล เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่เราห่วงและพยายามให้การช่วยเหลืออยู่

พรรคเป็นธรรม ระรื่น ‘ปดิพัทธ์ สันติภาดา’เข้าสังกัด ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560626

09 ต.ค. 2566

พรรคเป็นธรรม ระรื่น 'ปดิพัทธ์ สันติภาดา'เข้าสังกัด  ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

เลขาธิการ “พรรคเป็นธรรม ” สุดประทับใจ ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเปิดตัวเข้าร่วมงานกับพรรค ลั่นพร้อมเดินหน้าจับมือในการทำงานร่วมกัน ด้วยหลักคิด “มนุษยธรรมนำการเมือง” ออกรับแทนมั่นใจการทำหน้าที่ในสภาฯ จะวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างพรรคใด

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ  และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม  เปิดเผยว่า การแสดงเจตจำนงของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ต่อการเข้ามาร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม เป็นเรื่องน่ายินดี ในส่วนของ “พรรคเป็นธรรม”  พร้อมเดินหน้าทำการเมืองร่วมกับ นายปดิพัทธ์ เช่นกัน  ทั้งยังเห็นว่า ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 และ 2 คือตำแหน่งรองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องคงไว้ด้วยหลักการที่สำคัญที่ได้นำเสนอไว้ในการทำงานทางการเมือง คือ  “มนุษยธรรมนำการเมือง”

ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง (Humanity) โดยไม่สามารถเอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ (Impartiality) และจำเป็นต้องเป็นกลางในการทำงาน (Neutrality) โดยสามารถทำงานอย่างมีอิสรภาพได้และไม่ถูกครอบงำโดยฝ่ายใด (Independence)     อยากให้ความมั่นใจว่าไม่ต้องกังวลว่าการทำงานของรองประธานสภาฯ คนที่ 1   ว่าจะเอนเอียงให้พรรคการเมืองใดๆ เพราะนายปดิพัทธ์ ต้องทำหน้าที่มิได้ต่างจาก ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คนที่ 2 อยู่แล้ว

” ผมเชื่อมั่น และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนชาวไทยหลายล้านคนเชื่อมั่นในตัวคุณหมออ๋อง  ( ปดิพัทธ์ สันติภาดา  ) ที่ได้แสดงผลงานการทำหน้าที่รองประธานสภาฯ คนที่ 1 อย่างไร้ที่ติ ตามหลักการที่ผมเอามาอ้างอิง คือ มนุษยธรรมนำการเมือง ซึ่งผมก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันว่ามีนักการเมืองร่วมอุดมการณ์กับผม ได้ปฏิบัติตนอย่างเดียวกันมาโดยตลอด และยิ่งรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง เมื่อคุณหมออ๋องตัดสินใจเข้าร่วมพรรคเป็นธรรม”

นายกัณวีร์ กล่าวว่า ที่สำคัญที่สุดการแสดงจุดยืนของตนเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะในเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด คือ การไม่ตระบัดสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาขน การยึดมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และการยึดถือคำสัตย์ไว้เป็นที่ตั้ง  “โปรดจงมั่นใจและเชื่อใจการทำงานที่จะเกิดขึ้นต่อไประหว่างคุณหมออ๋องและตัวผม ที่จะเอาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นตัวตั้ง” นายกัณวีร์ กล่าว

อนึ่ง  การเข้าร่วมพรรคเป็นธรรม ของนายปดิพัทธ์  สันติภาดา  จะมีขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา

พรรคเป็นธรรม ระรื่น 'ปดิพัทธ์ สันติภาดา'เข้าสังกัด  ชู มนุษยธรรมนำการเมือง

ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ตำรวจสอบแจ้งข้อหาเอี่ยวคดียา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560622

09 ต.ค. 2566

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว 'อุปกิต' ให้ตำรวจสอบแจ้งข้อหาเอี่ยวคดียา

ที่ประชุม สว. มีมติ 174 : 7 ไม่ส่งตัว ‘อุปกิต’ ให้ตำรวจสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่ม ในคดียาเสพติด ตามเอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา มาตรา 125

ที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) มีการลงมติเรื่องด่วน “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ทำหนังสือ ขอออกหมายเรียก นายอุปกิต ปาจรียางกูร สว. ไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา แต่รัฐธรรมนูญกำหนด ต้องได้รับความเห้นชอบจากสภาก่อน หากอยู่ในช่วงสมัยการประชุม

ปรากฎผลลงมติ เสียงข้างมาก 174 ต่อ 7 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง ไม่เห็นชอบอนุญาตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำตัวนายอุปกิตไปทำการสอบสวน และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา ตามมาตรา 127 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหมายเรียกตัวนายอุปกิต เพื่อไปสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 

ขณะที่นายอุปกิต ชี้แจงยืนยัน ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนที่ถูกกล่าวหามีการฟอกเงินไปแล้ว เพราะลาออกก่อนมาทำหน้าที่วุฒิสภาเมื่อปี 2562 ซึ่งได้ขอบคุณที่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ก่อนจะยอมรับว่า ทุกข์ทรมานมากว่า 1 ปี บุคคลที่รู้จัก และลูกเขย ถูกจับ รวมทั้งยังถูกกลั่นแกล้งจากหลายฝ่าย พร้อมกับบอกว่า ได้ฟ้องกลับนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เคยอภิปรายว่าเกี่ยข้องขบวนการค้ายาเสพติด โดยมี 2 คดีความ 

ทั้งนี้นายอุปกิต ตั้งข้อสังเกตุ กระบวนการออกหมายจับ ขั้นตอนในชั้นอัยการ ผิดจากธรรมเนียมปฏิบัติ เพราะมาจากตระกูลที่รับใช้แผ่นดินมา 3 ชั่วอายุคน บิดาตนเป็นอดีตทูต 6 ประเทศ ตนและครอบครัวตระหนักถึงบุญคุณแผ่นดิน ไม่มีวันทำอะไรเลวร้ายตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมแสดงเจตนาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องรอปิดสมัยประชุมวันที่ 30 ตุลาคมนี้ เพราะไม่ประสงค์ให้ใครเอาไปเป็นประเด็นวิจารณ์วุฒิสภา

ขณะที่การอภิปรายสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ มองว่า เอกสิทธิ์สมาชิกรัฐสภา มาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถขอสละได้ เพราะเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภาที่ต้องทำหน้าที่ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภา สามารถได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ป้องกันการถูกกลั่นแกล้ง  นอกจานี้หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกว่า นายอุปกิตมีความผิดร้ายแรงถึงขั้นต้องออกหมายเรียกและหากมีความผิดจริง ขอให้เข้ามาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย

‘รมช.กต.’ ยืนยัน ไทยเป็นกลาง เร่งประสานอพยพคนไทยใน ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560608

09 ต.ค. 2566

'รมช.กต.' ยืนยัน ไทยเป็นกลาง เร่งประสานอพยพคนไทยใน 'อิสราเอล'

‘รมช.กต.’ ตอบกระทู้ถามสด ยืนยันไทยเป็นกลาง ระหว่าง ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ ขอ 2 ฝ่ายเจรจาอย่างสันติ พร้อมเร่งประสานประเทศใกล้เคียงเตรียมอพยพคนไทยกลับ

ในการประชุมสมาชิกวุฒิสภา นายสุวัฒน์ จิราพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่อง การดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อสถานการณ์โจมตีระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนายกรัฐมนตรี

นายสุวัฒน์ กล่าวแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตไปสู่สุคติ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในวินาทีนี้ คือเราแข่งขันกับทุกเวลาทุกขณะ คือความปลอดภัยของชีวิตพี่น้องชาวไทย ขอให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านร่วมกันสวดมนต์ภาวนา ตั้งจิตอธิฐานขอพรพระ ตามแต่ที่ท่านจะศรัทธา ให้พี่น้องที่ยังตกค้างอยู่ในสถานการณ์สู้รบปลอดภัย เชื่อว่าการส่งพลังจิตไปช่วยคุ้มครองพี่น้องของเรานั้น นอกจากจะเป็นการช่วยให้ผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คับขันมีสติ มีความเป็นตัวของตัวเอง และสามารถนั่งคิดไปอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย เพราะผมเองเคยเป็นหัวหน้าทีมที่เข้าไปช่วยอพยพชาวไทยออกจากเลบานอนเมื่อปี 2549
 

นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ความปลอดภัยจะไม่สามารถทำได้ ถ้าปราศจากการดำเนินงานจากฝ่ายบริหาร มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ การที่เรามีพี่น้องคนไทยอยู่ร่วม 30,000 คน ดำเนินงานใดๆ การกล่าวถ้อยแถลง หรือแม้กระทั่งการกล่าวท่าทีมีความสำคัญ หากเรากล่าวไปเอนเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แน่นอนย่อมมีอีกฝ่ายตรงข้ามที่อาจความรู้สึกที่ไม่ดีกับเราเช่นเดียวกัน

จึงอยากให้ดูความเหมาะสมในการดูแลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะทำอย่างไรในการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ การทูตมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการเจรจาหาทางผ่านมิตรประเทศให้ช่วยเหลือเอาตัวประกันออกมาจากพื้นที่ 

นายสุวัฒน์ ย้ำว่า ถึงแม้ประเทศไทยจะยอมรับการก่อตั้งรัฐอิสราเอล แต่ขณะเดียวกันเราก็เพิ่งยอมรับการมีอยู่ของรัฐบาลปาเลสไตน์เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตนอยากจะฝากรัฐมนตรีไปถึงรัฐบาลว่า ลองช่วยคิดดูว่าเราต้องมีแผนต่อไปว่าการสู้รบนี้จะยืดเยื้อมากน้อยแค่ไหน และการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยอย่างไร เรามีการร่วมมือกับมิตรประเทศอาเซียนในการช่วยเหลือหรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงการแสดงความเห็นที่เร็วไปหรือเอียงไป เพราะเรายังมีพี่น้องคนไทยที่อยู่ที่นั่น อยากให้รัฐมนตรีกรุณาให้ข้อมูลด้วยว่าพี่น้องคนไทยส่วนไหนอยู่ที่ใด รวมถึงช่องทางเจรจามิตรประเทศได้คิดอย่างไร

ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยืนยันวางตัวเป็นกลางมาโดยตลอด ซึ่งสนับสนุนแนวทาง 2 รัฐ (2 State Solution) คือรัฐอิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่เคียงคู่กัน เป็นไปตามความตกลงระหว่างประเทศและข้อตกลงสหประชาชาติ UNSC โดยเห็นความจำเป็นที่รัฐอิสราเอลและปาเลสไตน์จะต้องเจรจากัน แสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อความมั่นคงและสันติภาพที่ยั่งยืน รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ ในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและสันติ ซึ่งจะบรรลุได้ด้วยการเจรจาอย่างสันติเท่านั้น

ประเทศไทยหวังว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาบรรยากาศการเจรจา ซึ่งจะเป็นการรักษาโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงอย่างสันติ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประนามความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งมีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ ถูกลักพาตัว โดยขณะนี้การปกป้องดูแลความปลอดภัยของคนไทย และนำคนไทยกลับสู่บ้านเกิดอย่างปลอดภัยในโอกาสแรกที่ทำได้เป็นภารกิจที่มีความสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล

โดยรัฐบาลขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลสันติภาพ ความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกการปล่อยตัวชาวไทยที่ถูกจับกลุ่มออกมาอย่างปลอดภัย ขณะนี้รัฐบาลกำลังเจรจากับทางรัฐบาลปาเลสไตน์และอียิปต์ เพื่อช่วยคนไทยที่อยู่ที่นั่น นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศเปิดรับเรื่องผ่านฮอตไลน์ที่มีอิสราเอลและไทย ซึ่งต้องขอขอบคุณ สส. ทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ส่งข้อมูลมาที่กระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนของการช่วยเหลือ เครื่องบินที่จะอพยพคนไทยที่มีจำนวนแรงงานถึง 30,000 คน การจัดการลำดับความสำคัญจัดการขนส่งทุกอย่าง ตั้งแต่ภายในประเทศ มีการวางแผนกันไว้แล้วว่า ถ้าอิสราเอล สามารถให้เราเอาเครื่องบินลงได้ เราก็จะเอาเครื่องลงที่นั่น แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะไปทางประเทศรอบๆ เช่น จอร์แดนหรือบาห์เรน


“ผมขอยืนยันในสภาว่า เราใช้ทุกวิถีทาง ทุกหน่วยงานที่เราทำได้ในการพาคนไทยกลับมา แม้กระทั่งมี 30,000 คน ก็ทราบว่าเป็นจำนวนที่เยอะ เราได้คุยกับทางกองทัพ ภาคเอกชน เพื่อที่จะให้มีช่องทางในการหาคนให้ทุกคนกลับมาให้ได้” นายจักรพงษ์ กล่าว