ได้ฤกษ์ 10.00 น. พรุ่งนี้ ‘หมออ๋อง’ เปิดตัวเข้าพรรค ‘เป็นธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560606

09 ต.ค. 2566

ได้ฤกษ์ 10.00 น. พรุ่งนี้ 'หมออ๋อง' เปิดตัวเข้าพรรค 'เป็นธรรม'

ย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ พรรค ‘เป็นธรรม’ วันพรุ่งนี้ ‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา นัดหมาย แถลงข่าว ด้วยเงื่อนไข3 ข้อ

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง รองประธานสภาคนที่ 1 โพสต์ข้อความผ่านทาง X มีเนื้อหาว่า “ผมจะสมัครเข้า #พรรคเป็นธรรม วันอังคารนี้ 10.00 น. ด้วยหลัก 3 ข้อ

  1. สนับสนุนการปฏิรูปรัฐสภาให้โปร่งใส ประสิทธิภาพสูง และเป็นของประชาชน
  2. ไม่ตระบัตสัตย์ ผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน
  3. สนับสนุนกระบวนการสันติภาพที่แท้จริงในภาคใต้

การย้ายพรรคของปดิพัทธ์ เกิดจากพรรคก้าวไกล มีมติขับออก เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยเตรียมแถลงข่าวย้ายร่วม พรรคเป็นธรรม ในวันพรุ่งนี้ 10 ต.ค. ที่อาคารรัฐสภา พร้อมกับแท็กบัญชี X ของ นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรมว่า พร้อมเดินทางแล้วครับ @nolkannavee

‘ชาดา’ ลั่นปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’ สลายอาณาจักร เตรียมขึ้นบัญชีคนครอบงำความคิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560593

09 ต.ค. 2566

'ชาดา' ลั่นปราบ 'ผู้มีอิทธิพล' สลายอาณาจักร เตรียมขึ้นบัญชีคนครอบงำความคิด

‘ชาดา’ ขอนำทักษะลุย’ปราบผู้มีอิทธิพล’ ไม่ให้เหลืออาณาจักร เพิ่มความเข้มระบุพฤติกรรม พร้อมเตรียมขึ้นบัญชีคนที่ครอบงำความคิด

ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา นายวันชัย สอนสิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถาม นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงการ “ปราบผู้มีอิทธิพล” ว่า 
ขอใช้คำพูดตรงๆ ในฐานะที่ท่านเป็นนักเลง คงไม่โกรธ มีคำถามจากพี่น้องประชาชนต่อการดำเนินการในเรื่องนี้ ที่รู้สึกว่า เอานักเลงมาปราบนักเลง เอาเจ้าพ่อมาปราบเจ้าพ่อ เอาผู้มีอิทธิพลแห่งจังหวัดอุทัยธานีมาปราบผู้มีอิทธิพลทั้งประเทศ นี่เป็นความรู้สึกของชาวบ้านว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนหรือแค่การสร้างภาพเท่านั้น รัฐบาลที่แล้วมีอำนาจเต็มเข้ามาก็ลุยแหลกตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์ รถตู้ ขายของ เป็นต้น ปราบสักพัก จากนั้นเข้าสู่ปกติเหมือนเดิมทั้งที่มีอำนาจเต็ม 

จึงถามรัฐมนตรี มีอำนาจเต็มแบบเบ็ดเสร็จมีกองกำลังจัดการแบบนั้นหรือไม่ เพราะผู้มีอิทธิพลในประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากบ้านใหญ่ ที่ครอบคลุม มีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น หรือ เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เสียเอง ทั้งหมดนี้ก็เป็นลูกน้องของนักการเมืองใหญ่
 

นายวันชัย กล่าวต่อว่า ไม่มั่นใจนโยบายนี้จะเป็นการทำแบบรูปหน้าปะจมูก ไฟไหม้ฟาง แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังหวังว่านายชาดาจะทำได้ เหมือนที่ทำในจังหวัดอุทัยธานีให้เป็นพื้นที่สีขาว ขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่ในอำนาจที่นายชาดาจัดการได้ด้วยหรือไม่ ทั้งบ่อน ซ่อง ยาเสพติด ค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน พนันออนไลน์หวยใต้ดิน เป็นต้น ขนาดสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอีรุงตุงนังกันอยู่ ที่พูดมาทั้งหมด เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า มีเครือข่ายผู้มีอิทธิพลครอบคลุมประเทศไทยฟังมากลึกมานาน ดังนั้นจึงตั้งคำถามคำว่าผู้มีอิทธิพลที่ชาดาต้องการรับปราบปรามแค่ไหน อย่างไรระดับไหนทั่วประเทศหรือไม่ เพราะเกือบ 1 เดือนที่ตั้งชุดทำงานมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ตนเชื่อมั่นในตัวนายชาดา เพราะเป็นคนพูดมาจากใจนักเลงตัวจริง อยากให้มีผลงานปรากฏอยู่ในประเทศนี้ต่อไป
 

ด้านนายชาดา ลุกตอบกระทู้ว่า เรียกนักเลงผมไม่โกรธ เพราะไม่เหมือนกัน ที่ผ่านมาขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพลหลายครั้ง แต่วันนี้ยังไม่หมดและพัฒนาการขึ้นไปเรื่อยๆ  การทำงานในครั้งนี้จะไม่ทำแบบไฟไหม้ฟางหรือหวือหวา เช่น ไปค้นบ้าน เพราะไม่ก่อให้เกิดอะไรจากประสบการณ์ ก่อนไปเขาก็รู้แล้ว แต่รูปแบบการทำงานของตนจะให้จังหวัดโดยกรมการปกครองทำบัญชีขึ้นมา เดิมมีเพียงชื่อ นาย ก นาย ข ไม่ได้บอกอะไรเลย แต่ครั้งนี้ตนกำชับต้องบอกพฤติกรรมด้วย ถ้าเอาพูดอีก เอาผู้มีอิทธิพลไปติดคุกแล้ว แต่อาณาจักรยังอยู่ ซึ่งเราต้องเข้าไปดำเนินการทั้งหมดให้อาณาจักรล่มสลาย ไม่เช่นนั้นมันก็จะเหมือนเวเนซุเอลาที่ทหารเข้าไปทลายเรือนจำ ในเรือนจำหรูหรามากมาย ถามว่าวันนี้เราไปสู่ขึ้นนั้นได้หรือไม่ นายชาดา ตอบว่า ได้ เพราะตำรวจยังถูกยิงเลย

ส่วนกรณีบ้านใหญ่ปัจจุบันก็ล่มสลายไปเยอะ และก็เชื่อว่าบ้านใหญ่รุ่นใหม่ไม่มาอาศัยผู้มีอิทธิพลแล้ว เพราะประชาชนไม่เลือก ไปข่มขู่แบบในอดีต หรือแจกเงิน ยุคนี้ไม่มีแล้ว ขณะนี้ตนรวบรวมรายชื่อแล้วให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอามารวมกับกรมการปกครอง รวมถึงขอไปทางกระทรวงต่างๆด้วย และจะจัดการเปิดศูนย์ที่ประชาชนสามารถเข้ามาแจ้งได้ เมื่อได้รายชื่อแล้วก็จะต้องดูว่ารายชื่อนี้จริงเท็จอย่างไร

ส่วนที่นายวันชัยถามว่า ปราบผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไร นายชาดา ตอบว่า ได้ให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำรายชื่อมา เพราะกลไกของกระทรวงมหาดไทยไม่ลงลึกไปในรายละเอียดไม่มีนายอำเภอ ส่วนต่างจังหวัดให้นายอำเภอร่วมกันกับผู้กำกับสถานีตำรวจ ต่อไปนี้หากเกิดเหตุแม้ยาเสพติดผู้ใหญ่บ้านต้องรู้ ถ้ามีการจับกุมหรือมีปัญหาผู้ใหญ่บ้านต้องรับผิดชอบ

นายชาดา เชื่อว่าตนเองทำได้ แม้ไม่มีกองกำลัง ตนก็จะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เจ้าหน้าที่ปกครองเข้าไปดำเนินการและไม่ทำแบบหวืหวา ไม่มีหน้าที่ไปจับกุมใคร ตนมีหน้าที่ส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ ข้อหาเดียวก็ว่ากันไปตามข้อหา แต่คนที่มีความผิดหลายข้อหา เป็นตัวสำคัญที่จะเกิดผู้มีอิทธิพลต่อไป ถือว่าเข้าข่ายและสร้างความเดือดร้อน

“ขอให้มั่นใจได้ว่า จะเอาความรู้ทักษะของผม เข้ามาดำเนินการ ผมเป็นคนตรงนะครับ จะมองผม แต่อิทธิพลมี 2 ด้าน คนด้านดีกับอิทธิพลด้านไม่ดี รวมถึงยังมีอิทธิพลทางความคิดที่สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง ก็จะเอาเข้ามาอยู่ด้วย เพราะพวกนี้หนักกว่าผู้มีอิทธิพลที่อยู่ตามต่างจังหวัด ไม่ต้องกลัวเราทำทุกอย่าง” นายชาดากล่าว 

ทีม ‘มหาดไทย’ ลง ‘บ่อนไก่ชน’ ปราบผู้มีอิทธิพล ‘นครปฐม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560595

09 ต.ค. 2566

ทีม 'มหาดไทย' ลง 'บ่อนไก่ชน' ปราบผู้มีอิทธิพล 'นครปฐม'

กระทรวง ‘มหาดไทย’ ยกทีมลงพื้นที่ ‘นครปฐม’ ตรวจสอบ ‘บ่อนไก่ชน’ ต้นเรื่องยิงกันตาย สั่งเพิกถอนใบอนุญาต เจ้าของสนาม 21 ต.ค.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายเข้มกับผู้มีอาวุธปืน จากเหตุการณ์ยิงกันที่บ่อนไก่ชนวรวิชดอนตูม เลขที่ 65 หมู่ที่ 10 ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดฯอธิบดีกรมการปกครอง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วย

คณะ มท.1 ตรวจสอบบ่อนไก่ นครปฐมคณะ มท.1 ตรวจสอบบ่อนไก่ นครปฐม

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ไม่ได้มาจับผิดบ่อนไก่ชน เรื่องการพนันแต่อย่างใด แต่มาเพื่อกำชับการปราบปรามผู้กระทำความผิดที่มีอาวุธปืนจากเหตุการณ์ยิงกัน ซึ่งสืบทราบมาว่าผู้ก่อเหตุนั้นมีเรื่องส่วนตัวมาก่อน และมาใช้สถานที่สนามชนไก่วรวิชดอนตูมแห่งนี้ในการเดิมพัน

ผู้เสียชีวิตมีไก่ชนรองบ่อนแล้วชนะในการเดิมพัน ทำให้ฝ่ายผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ  จึงเกิดการทะเลาะวิวาท ตะลุมบอนกัน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะหยิบปืนที่ซุกซ่อนไว้ในตระกร้าให้น้ำไก่ชนข้างสนามมายิงผู้เสียชีวิตและหลบหนีไป

ในส่วนของการพนันสถานที่ชนไก่ถือว่าถูกกฎหมาย เพราะมีใบอนุญาต ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการชนไก่ถือว่าเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้นายอำเภอดอนตูม ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมาย สั่งเพิกถอนใบอนุญาตให้เล่นพนันชนไก่ของสนามชนไก่แห่งนี้ ในวันที่ 21 ตุลาคม 2566 แล้ว

นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เล่าว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ พร้อมได้เรียกเจ้าของบ่อนไก่ชนวรวิชดอนตูม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘กลาโหม’ พร้อมส่งทหารอากาศ ไปรับคนไทยจาก ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560580

09 ต.ค. 2566

'กลาโหม' พร้อมส่งทหารอากาศ ไปรับคนไทยจาก 'อิสราเอล'

กระทรวง ‘กลาโหม’ พร้อมส่งเครื่องบินและทหารอากาศ รับคนไทย ออกจาก ‘อิสราเอล’ ทันทีที่โอกาสอำนวย พร้อมเตรียมแผนรองรับ หากต้องอพยพกลับทั้งหมด

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมด้วยทีมที่ปรึกษา ประชุมร่วมกับพลเอกสนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกลาโหมและพลอากาศเอก พันธ์ภักดี  พัฒนกุล  ผู้บัญชาการทหารอากาศ ร่วมประชุมตรวจความพร้อม  ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศและฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง

กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินลำเลียงแบบC-130  รวม 5 ลำ และเครื่องบินลำเลียง A 340 -500 พร้อมด้วยกำลังพลชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ MERT กองทัพอากาศ ซึ่งเคยไปปฏิบัติภารกิจในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ตุรกี และการอพยพคนไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในซูดาน มาแล้ว

กองทัพอากาศและกองทัพไทยมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลมีการพูดคุยและกำหนดแผนปฏิบัติการ กองทัพอากาศได้ประขุมวางแผนมาเพื่อที่จะเตรียมความพร้อม ซึ่งวันนี้เห็นว่าในด้านการอพยพคนไทยกองทัพอากาศเป็นหน่วยงานหลักที่จะต้องช่วย

“วันนี้เราพร้อมบิน แต่ต้องรออิสราเอล และยังไม่มีประเทศไหนที่ไปอพยพพลเมืองของเขา  เท่าที่เช็ค ก็อาจจะไปโดยประสานยังไงไม่ทราบ แต่ว่ายังบินกลับไม่ได้เพราะฉะนั้น เรายืนยันว่าเตรียมพร้อมที่สุด แต่ขั้นตอนยังไม่เปิดให้เราทำ”

กองทัพอากาศได้เตรียมเส้นทางการบินไว้หลายเส้นทางและอาจไปลงที่จอร์แดนหรือซาอุดิอาระเบียหรือไซปรัสแล้วอพยพคนไทยมาทางรถยนต์เพื่อมาขึ้นเครื่องบินกองทัพอากาศ แต่ที่ไซปรัสซึ่งต้องข้ามเรือด้วย

รมว.กลาโหม ระบุว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่นอกเหนือจากที่เราควบคุมได้ว่ามันจะรุนแรงขึ้นหรือจะลดลง ถ้ามันรุนแรงขึ้น ที่เเป็นห่วงก็คือกลัวจำนวนคนไทยกว่า 30,000 คน ถ้าหากว่าคนไทยขอกลับหมด กองทัพอากาศซึ่งเป็นกำลังหลักอยู่แล้วก็เกรงว่าจะไม่ทัน

ก็อาจจะต้อง ขอความร่วมมือจากการบินไทย หรือสายการบินพลเรือน ให้ช่วยหรือถ้าจำเป็นกระทรวงต่างประเทศได้คุยกับทางอิสราเอล อาจจะใช้เช่าเหมาลำบินมาก่อน

‘พม.’ ส่งทีมฟื้นฟูสภาพจิตใจ คุยกับเหยื่อความรุนแรงที่ ‘อิสราเอล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560572

09 ต.ค. 2566

'พม.' ส่งทีมฟื้นฟูสภาพจิตใจ คุยกับเหยื่อความรุนแรงที่ 'อิสราเอล'

ช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงที่ ‘อิราเอล’ กันทุกทาง ล่าสุด กระทรวงพัฒนาสังคมฯ หรือ ‘พม.’ ส่งทีมพูกคุย ครอบครัวเหยื่อทุกราย

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบหมายให้นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ซึ่งร่วมอยู่ในวอร์รูม (War Room) ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามเหตุการณ์ที่อิสราเอลอยู่ตลอดเวลาว่า มีใครที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร อยู่ที่จังหวัดไหนบ้าง 

โดยขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ทีม One Home พม.จังหวัด นักจิตวิทยา และสหวิชาชีพ รีบเข้าไปเยี่ยมและพูดคุยกับครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งจะต้องเข้าไปเยียวยาสภาพจิตใจโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะมีหลายฝ่ายเข้าไปช่วยเหลือ แต่สำหรับการพูดคุยเยียวยาสภาพจิตใจ ทางกระทรวง พม. จะมีความเชี่ยวชาญ จึงได้กำชับให้ ปลัด พม. ดำเนินการให้ทั่วถึง นอกจากนี้ หน่วยงานอื่นๆ จะมีมาตรการต่าง ๆ กันไป แต่เรื่องการเยียวยาสภาพจิตใจนั้น ทางกระทรวง พม. สามารถดำเนินการได้ โดยทีมงานสหวิชาชีพและนักจิตวิทยา

จำนำข้าว รถคันแรก อุทาหรณ์ ‘เพื่อไทย’ เรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560559

09 ต.ค. 2566

จำนำข้าว รถคันแรก อุทาหรณ์ 'เพื่อไทย' เรื่อง 'เงินดิจิทัล'

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ ‘เพื่อไทย’ หวังผลทางการเมืองมากกว่าการพัฒนา แนะควรทบทวนใหม่

กรณ์ จาติกวณิชย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสเฟซบุ๊ก ในฐานะที่เคยแจกเงินประชาชนโดยตรงคนแรกด้วยนโยบาย เช็คช่วยชาติ เมื่อปี 2552 ในช่วงวิกฤตการเงินโลกแฮมเบอร์เกอร์  มีสาระสำคัญว่าอยากเห็นพลพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้ความเห็นค้านจากทุกทิศในเชิงหลักการเศรษฐศาสตร์มากกว่าที่จะตอบโต้ทางการเมือง หรือด้วยการด้อยค่านักวิชาการที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านในช่วงที่ผ่านมา

พรรคเพื่อไทยเคยสร้างประวัติศาสตร์ทางด้านนโยบายด้วยความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาทุกโรค หรือแนวคิดส่งเสริม OTOP หรือการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ dual track แต่เพื่อไทยควรตระหนักเช่นกันว่าบางนโยบายสร้างความเสียหายอย่างมาก ชัดๆ คือประกันราคาข้าวทุกเมล็ดที่เรียกว่า จำนำข้าว และนโยบาย รถคันแรก

กรณ์ บอกว่าส่วนตัวรูสึกว่า นโยบายแจกเงินดิจิทัลเป็นนโยบายที่คิดมาไม่ละเอียด หวังผลทางการเมืองมากกว่าการพัฒนา และเป็นแนวนโยบายที่อันตรายต่ออนาคตเศรษฐกิจของเราอย่างมาก

เพื่อไทย ยังสามารถปรับแนวคิด และเบนทรัพยากรไปสู่การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน และการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อช่วยภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปในการเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ในด้านเทคโนโลยี ด้านสังคมสูงอายุ และด้านพลังงานหมุนเวียนหรือยังไม่ต้องรีบกู้เงินก้อนนี้ก็ได้ เก็บกระสุนไว้ก่อน ไว้จำเป็นจริงๆค่อยว่ากัน

รัฐบาลนี้มีความมั่นคงมากกว่าที่คนคิด เพราะแรงเสียดทานทางการเมืองหายไปมากจากการผสมผสานข้ามขั้ว หากใช้ทุนทางการเมืองในทางที่บ้านเมืองได้ประโยชน์ ความกังขาในที่มาของรัฐบาลจะถูกมองข้าม เพราะผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่พร้อมยอมรับทุกรัฐบาลที่สร้างประโยชน์ให้กับเขาทุกรัฐบาลมีตำนาน เขาเรียกว่า legacy ขึ้นอยู่กับนายกฯ ว่าคนจะจำรัฐบาลนี้อย่างไร

กรณ์ ระบุว่า ส่วนตัวจริงๆ เชียร์ให้ นายกเศรษฐา ประสบความสำเร็จ ในฐานะที่รู้จักกันมานมนานตั้งแต่สมัยเด็กๆ ซึ่งตลอดช่วงที่เราอยู่คนละขั้วทางการเมืองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

‘กิตติรัตน์’ ไขข้อข้องใจ 2 คำถามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560522

08 ต.ค. 2566

‘กิตติรัตน์’ ไขข้อข้องใจ 2 คำถามนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาท

‘กิตติรัตน์’ ตอบ 2 คำถามคาใจปมดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ชี้ไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ พร้อมให้เหตุผลทำไมไม่ให้เงินสด

วันที่ 8 ต.ค. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบข้อข้องใจเกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาทของรัฐบาล ระบุว่า

1. “เงินดิจิตัล” จะสร้างเงินเฟ้อไหม ?

-ไม่มีใครสั่งให้ธนาคารกลาง พิมพ์เงินใหม่มาใส่ระบบ แต่ “เงินดิจิตัล” ทุกบาท จะมาจากรายได้ของรัฐบาลเอง

-“อุปสงค์ (Demand) ที่เพิ่มจากโครงการ ย่อมเพิ่มปริมาณกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่จะไม่เป็นเหตุให้ “ราคาเฟ้อ” เพราะอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่เพียงประมาณ 60% … อุปทาน (Supply) ย่อมเพิ่มได้โดยราคาไม่ขยับ และเมื่อผลิตเพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าที่ผลิตถูกลงอีก ถ้าไม่ลดราคารัฐบาลขอเก็บภาษีจากกำไรที่สูงขึ้น

2. ทำไมไม่ให้เป็น “เงินสด” มีอะไรแอบแฝงรึเปล่า ?

-“เงินสด” ใช้ซื้อ “สิ่งดี” ได้ และ ใช้ซื้อ “สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด” ก็ได้

-เงิน “ดิจิตัล” ที่มีค่าเท่ากัน บาทต่อบาท ใช้ซื้อ “สิ่งไม่ดี/สิ่งผิด” ไม่ได้ ใช้ไม่หมดตามกำหนด แสดงว่าไม่จำเป็นนัก ก็ยกเลิกการให้ได้

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีอิสราเอล ทำผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560510

08 ต.ค. 2566

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีอิสราเอล ทำผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บ

‘ยิ่งลักษณ์’ ประณามความรุนแรงเหตุโจมตีในอิสราเอลทำคนไทยบาดเจ็บ พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต เชื่อรัฐบาลไทยช่วยเหลือเต็มที่

วันที่ 8 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านX (ทวิตเตอร์) ระบุว่า ตนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตกรณีสถานการณ์การสู้รบ พร้อมประณามการกระทำรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ทุกคน พร้อมทั้ง ขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของแรงงานไทยที่มีรายงานข่าวว่าถูกลักพาตัวไปเป็นตัวประกัน คนไทยที่ติดอยู่ในภาวะสงครามและได้รับบาดเจ็บ

“ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลไทยได้ดำเนินการเพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยอย่างเต็มกำลัง ดิฉันขอให้พี่น้องคนไทยทุกคนปลอดภัยและได้เดินทางกลับบ้านเราโดยเร็ว” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทวีตข้อความ

‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560507

08 ต.ค. 2566

‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

‘ปานปรีย์’ แถลงความคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล แจงไม่ได้เลือกข้างแต่ประณามความรุนแรง พร้อมต่อสายเอกอัครทูตเผยแรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

วันที่ 8 ต.ค. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงด่วนกรณีเหตุโจมตีที่ประเทศอิสราเอล ว่า  รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ได้สั่งการให้สถานทูตรายงานอย่างต่อเนื่อง ได้ประสานติดต่อทางการอิสราเอลและพี่น้องแรงงานไทยทุกคน

นายปานปรีย์ เผยว่ารายงานล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน  รอการช่วยเหลือจากกองทัพ 3 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาลSoroka (โซ-โร-ก้า) จำนวน 5 คน เสียชีวิต 1 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ซึ่งทางสถานทูตได้มีการติดต่อประสานเพื่อยืนยันข้อมูล แต่ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขหรือข้อมูลต่างๆอย่างเป็นทางการได้อย่างไรก็ตาม ตนขอความกรุณาในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ประสงค์จะเผยแพร่ชื่อของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพราะควรจะได้รับการติดต่อญาติมิตรของแรงงานให้ได้รับทราบก่อน

นายปานปรีย์ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินเพื่อเตรียมอพยพลำเลียงพี่น้องคนไทยจากอิสราเอล เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยโดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ทางอากาศยานที่อิสราเอลยังปิด ประเทศอื่นก็ยังไม่ได้ทำการอพยพในตอนนี้ อิสราเอลเขาประกาศว่าอยู่ในภาวะสงคราม มีการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ต้องลงหลุมหลบภัยเป็นระยะ ซึ่งเป็นแนวทางที่คนอิสราเอลและคนไทยที่อยู่ในอิสราเอลตระหนักรู้และได้รับการอบรมอยู่แล้ว

ซึ่งเวลา 13.00 น. ส่วนบริหารงานสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการประชุมกันที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กองทัพอากาศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงทีมแพทย์ เพื่อประสานการเตรียมการภารกิจต่างๆให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น ขอให้วางใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและจะดำเนินการทุกอย่าง รัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยขอประนามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรง และปล่อยตัวพลเมืองผู้บริสุทธิ์ทันที

จากนั้นได้มีการต่อสายไปถึงนางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟประเทศอิสราเอลด้วยโดยนางสาวพรรณนภา กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการสู้รบอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตริมฉนวนกาซ่า ตอนนี้ทางฝั่งอิสราเอลพยายามยึดคืนพื้นที่ เพิ่งยึดคืนมาได้ 2 ส่วน แต่ยังไม่ใช่ในส่วนที่ได้รับรายงานว่ารายงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ ตนขอเรียนให้ทราบว่า คนที่ถูกจับตัวไปไม่ได้มีเฉพาะแค่แรงงานไทย แต่มีแรงงานในชาติอื่นด้วย ทั้งนี้ ทางสถานทูตไม่ได้นิ่งนอนใจและจะประสานให้การช่วยเหลือรายงานไทยอย่างใกล้ชิดในทุกโอกาส

เมื่อถามว่ารายงานไทยถือว่าเป็นเป้าหมายหรือไม่ นางสาวพรรณนภา กล่าวว่า แรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ทางฝ่ายฮามาสจะทำร้าย เพียงแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงถูกจับไปเป็นตัวประกัน ขอเรียนย้ำว่าไม่ได้มีแค่แรงงานไทย ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานที่ถูกจับตัวไปนั้น ตอนนี้ทางเราพยายามติดต่อฝ่ายแรงงาน แต่ติดต่อได้แค่แรงงานที่บาดเจ็บบางท่าน แรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังไม่สามารถติดต่อได้ เพราะยังเป็นพื้นที่ที่ถูกยึดครองต้องต่อฝ่ายอิสราเอลเคลียพื้นที่

เมื่อถามว่าอุปสรรคที่สำคัญมีเรื่องอะไรบ้างในการติดต่อแรงงาน นางสาวพรรณนภา ระบุว่า ต้องเรียนว่าตอนนี้เราก็ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ยังไม่มีใครสามารถยืนยันข้อมูลที่แน่ชัดได้ว่าสถานการณ์จริงๆเป็นอย่างไร

จากนั้น นายปานปรีย์ กล่าวสรุปว่า มีคำถามหลากหลายเข้ามามากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล แต่ทางรัฐบาลไทยเป็นห่วงสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย เราจะต้องดูแลเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงคนที่ถูกจับตัว เราต้องหาช่องทางหนึ่งที่ให้ปล่อยตัวพี่น้องชาวไทยออกมาให้ได้ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างมีความพร้อม การประสานกองทัพอากาศทันทีตั้งแต่เหตุการณ์เริ่ม ตอนนี้รอเพียงสัญญาณความพร้อมเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในระดับไหน นายปานปรีย์ กล่าวว่า สถานทูตได้เข้าไปดูแลอยู่ ช่วงท้ายการแถลง นายปานปรีย์ ระบุว่า เรายังไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราแค่ประณามการใช้ความรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในตอนนี้เราไม่สามารถที่จะรับได้

นายปานปรีย์ ยังระบุว่า เป็นความยากลำบากมากในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามเราจะทำเต็มที่ ส่วนการประณามที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อรายงานที่ถูกจับตัวไปหรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า เราไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเนื่องจากยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คำว่า in human ในถ้อยแถลง เป็นการทำให้เกิดความรุนแรงและทำให้ประชาชนคนไทยเสียชีวิตคือเป็นหลักที่เราไม่สามารถที่จะรับได้เพราะความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยเป็นประเด็นสำคัญที่สุด

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560504

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน ‘หมอเลี๊ยบ’ นั่งเลขาฯ หวังพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ

วันที่ 8 ต.ค.มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 258/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยเอกสารใจความว่า

ด้วยรัฐบาลมีนโยบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจ มาสู่ประชาชนไทยทุกคน โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมของคนทุกกลุ่ม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบกรรมการรวม 23 คน ดังนี้

1.นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เป็น ประธานกรรมการ 2.รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็น รองประธานกรรมการ 3.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็น รองประธานกรรมการ 4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง 6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

7.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 8.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 9.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 10.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 11.เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 12.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 13.นายกทันตแพทยสภา 14.นายกแพทยสภา 15.นายกสภากายภาพบำบัด 16.นายกสภาการพยาบาล

17.นายกสภาเทคนิคการแพทย์ 18.นายกสภาเภสัชกรรม 19.นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน 20.เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค 21.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น กรรมการและเลขานุการ 22.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ 23.เลขาธิการ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับบทบาทและอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.พัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านสุขภาพ ตลอดจนกลั่นกรองนโยบายสำคัญก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.เสนอแนะแนวทางพัฒนานโยบายและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติต่อ ครม. เพื่อตัดสินใจเชิงรุก เกิดการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 3.กำกับดูแล บูรณาการความร่วมมือทางนโยบายและแผนระดับประเทศ ระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ องค์การเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ ครม.มอบหมาย

นอกจากนี้ ให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติกำหนด ขณะที่การเบิกจ่ายเบี้ยประชุม หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 ตามระเบียบทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข