‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560507

08 ต.ค. 2566

‘ปานปรีย์’ แถลงคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล ย้ำไม่ได้ประณามฝ่ายใด

‘ปานปรีย์’ แถลงความคืบหน้าเหตุโจมตีอิสราเอล แจงไม่ได้เลือกข้างแต่ประณามความรุนแรง พร้อมต่อสายเอกอัครทูตเผยแรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

วันที่ 8 ต.ค. นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงด่วนกรณีเหตุโจมตีที่ประเทศอิสราเอล ว่า  รัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ได้สั่งการให้สถานทูตรายงานอย่างต่อเนื่อง ได้ประสานติดต่อทางการอิสราเอลและพี่น้องแรงงานไทยทุกคน

นายปานปรีย์ เผยว่ารายงานล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 คน  รอการช่วยเหลือจากกองทัพ 3 คน รักษาตัวที่โรงพยาบาลSoroka (โซ-โร-ก้า) จำนวน 5 คน เสียชีวิต 1 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ซึ่งทางสถานทูตได้มีการติดต่อประสานเพื่อยืนยันข้อมูล แต่ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ จึงยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขหรือข้อมูลต่างๆอย่างเป็นทางการได้อย่างไรก็ตาม ตนขอความกรุณาในเรื่องการเผยแพร่ข้อมูล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ประสงค์จะเผยแพร่ชื่อของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ เพราะควรจะได้รับการติดต่อญาติมิตรของแรงงานให้ได้รับทราบก่อน

นายปานปรีย์ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินเพื่อเตรียมอพยพลำเลียงพี่น้องคนไทยจากอิสราเอล เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยโดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ทางอากาศยานที่อิสราเอลยังปิด ประเทศอื่นก็ยังไม่ได้ทำการอพยพในตอนนี้ อิสราเอลเขาประกาศว่าอยู่ในภาวะสงคราม มีการห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน ต้องลงหลุมหลบภัยเป็นระยะ ซึ่งเป็นแนวทางที่คนอิสราเอลและคนไทยที่อยู่ในอิสราเอลตระหนักรู้และได้รับการอบรมอยู่แล้ว

ซึ่งเวลา 13.00 น. ส่วนบริหารงานสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีการประชุมกันที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศระหว่างทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กองทัพอากาศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึงทีมแพทย์ เพื่อประสานการเตรียมการภารกิจต่างๆให้ดำเนินการได้อย่างราบรื่น ขอให้วางใจว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและจะดำเนินการทุกอย่าง รัฐบาลไทยไม่เห็นด้วยขอประนามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรง และปล่อยตัวพลเมืองผู้บริสุทธิ์ทันที

จากนั้นได้มีการต่อสายไปถึงนางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟประเทศอิสราเอลด้วยโดยนางสาวพรรณนภา กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ในอิสราเอลยังมีการสู้รบอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตริมฉนวนกาซ่า ตอนนี้ทางฝั่งอิสราเอลพยายามยึดคืนพื้นที่ เพิ่งยึดคืนมาได้ 2 ส่วน แต่ยังไม่ใช่ในส่วนที่ได้รับรายงานว่ารายงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ ตนขอเรียนให้ทราบว่า คนที่ถูกจับตัวไปไม่ได้มีเฉพาะแค่แรงงานไทย แต่มีแรงงานในชาติอื่นด้วย ทั้งนี้ ทางสถานทูตไม่ได้นิ่งนอนใจและจะประสานให้การช่วยเหลือรายงานไทยอย่างใกล้ชิดในทุกโอกาส

เมื่อถามว่ารายงานไทยถือว่าเป็นเป้าหมายหรือไม่ นางสาวพรรณนภา กล่าวว่า แรงงานไทยไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่ทางฝ่ายฮามาสจะทำร้าย เพียงแต่เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงถูกจับไปเป็นตัวประกัน ขอเรียนย้ำว่าไม่ได้มีแค่แรงงานไทย ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานที่ถูกจับตัวไปนั้น ตอนนี้ทางเราพยายามติดต่อฝ่ายแรงงาน แต่ติดต่อได้แค่แรงงานที่บาดเจ็บบางท่าน แรงงานที่ถูกจับเป็นตัวประกันยังไม่สามารถติดต่อได้ เพราะยังเป็นพื้นที่ที่ถูกยึดครองต้องต่อฝ่ายอิสราเอลเคลียพื้นที่

เมื่อถามว่าอุปสรรคที่สำคัญมีเรื่องอะไรบ้างในการติดต่อแรงงาน นางสาวพรรณนภา ระบุว่า ต้องเรียนว่าตอนนี้เราก็ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ยังไม่มีใครสามารถยืนยันข้อมูลที่แน่ชัดได้ว่าสถานการณ์จริงๆเป็นอย่างไร

จากนั้น นายปานปรีย์ กล่าวสรุปว่า มีคำถามหลากหลายเข้ามามากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอล แต่ทางรัฐบาลไทยเป็นห่วงสูงสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทย เราจะต้องดูแลเยียวยาผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงคนที่ถูกจับตัว เราต้องหาช่องทางหนึ่งที่ให้ปล่อยตัวพี่น้องชาวไทยออกมาให้ได้ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างมีความพร้อม การประสานกองทัพอากาศทันทีตั้งแต่เหตุการณ์เริ่ม ตอนนี้รอเพียงสัญญาณความพร้อมเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในระดับไหน นายปานปรีย์ กล่าวว่า สถานทูตได้เข้าไปดูแลอยู่ ช่วงท้ายการแถลง นายปานปรีย์ ระบุว่า เรายังไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราแค่ประณามการใช้ความรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ในตอนนี้เราไม่สามารถที่จะรับได้

นายปานปรีย์ ยังระบุว่า เป็นความยากลำบากมากในการทำงาน แต่อย่างไรก็ตามเราจะทำเต็มที่ ส่วนการประณามที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบต่อรายงานที่ถูกจับตัวไปหรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า เราไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเนื่องจากยังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คำว่า in human ในถ้อยแถลง เป็นการทำให้เกิดความรุนแรงและทำให้ประชาชนคนไทยเสียชีวิตคือเป็นหลักที่เราไม่สามารถที่จะรับได้เพราะความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยเป็นประเด็นสำคัญที่สุด

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560504

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้ง คกก.พัฒนาระบสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน

‘เศรษฐา’ เซ็นตั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่งรองประธาน ‘หมอเลี๊ยบ’ นั่งเลขาฯ หวังพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ

วันที่ 8 ต.ค.มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 258/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยเอกสารใจความว่า

ด้วยรัฐบาลมีนโยบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจ มาสู่ประชาชนไทยทุกคน โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรมของคนทุกกลุ่ม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่ง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบกรรมการรวม 23 คน ดังนี้

1.นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เป็น ประธานกรรมการ 2.รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็น รองประธานกรรมการ 3.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็น รองประธานกรรมการ 4.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 5.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง 6.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

7.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 8.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 9.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน 10.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 11.เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 12.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 13.นายกทันตแพทยสภา 14.นายกแพทยสภา 15.นายกสภากายภาพบำบัด 16.นายกสภาการพยาบาล

17.นายกสภาเทคนิคการแพทย์ 18.นายกสภาเภสัชกรรม 19.นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน 20.เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค 21.นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็น กรรมการและเลขานุการ 22.ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ 23.เลขาธิการ

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็น กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

สำหรับบทบาทและอำนาจหน้าที่ ดังนี้ 1.พัฒนาและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านสุขภาพ ตลอดจนกลั่นกรองนโยบายสำคัญก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) 2.เสนอแนะแนวทางพัฒนานโยบายและขับเคลื่อนระบบสุขภาพแห่งชาติต่อ ครม. เพื่อตัดสินใจเชิงรุก เกิดการขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม 3.กำกับดูแล บูรณาการความร่วมมือทางนโยบายและแผนระดับประเทศ ระหว่างส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ องค์การเอกชนทั้งในและต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของประชาชน 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษา เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรี หรือ ครม.มอบหมาย

นอกจากนี้ ให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติกำหนด ขณะที่การเบิกจ่ายเบี้ยประชุม หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือที่ปรึกษาที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ.2547 ตามระเบียบทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุข

‘เศรษฐา’ ได้รับรายงานคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย จากกลุ่มฮามาสโจมตี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560499

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ได้รับรายงานคนไทยเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย จากกลุ่มฮามาสโจมตี

‘เศรษฐา’ เดินทางถึงฮ่องกงได้รับรายงานคนไทยชีวิตเพิ่ม 1 รายรวมเป็น 2 ราย จากเหตุกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล สั่งการสถานทูตให้ความช่วยเหลือ 24 ชม.

วันที่ 8 ต.ค. เวลา 12.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้รับทราบรายงานจาก สาวพรรณภา จันทรารมย์  เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมเป็น 2 คน จากเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล     

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟให้รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและ เป็นศูนย์ประสานในการให้ความช่วยเหลือคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง

‘ภูมิธรรม’ สั่งทูตพาณิชย์รายงานด่วน ช่วยผู้ประกอบการในอิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560492

08 ต.ค. 2566

'ภูมิธรรม' สั่งทูตพาณิชย์รายงานด่วน ช่วยผู้ประกอบการในอิสราเอล

‘ภูมิธรรม’ สั่งทูตพาณิชย์อิสราเอล รายงานด่วน สถานการณ์ ‘สงครามอิสราเอล’ เร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ นักธุรกิจไทยในอิสราเอล ที่ได้รับผลกระทบ

8 ต.ค. 2566 กรณีเกิดเหตุโจมหลายพื้นที่ในอิสราเอล และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอล “เข้าสู่สงคราม”

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ขอให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยตนขอส่งความห่วงใยอย่างที่สุดไปคณะผู้แทนทางการทูตไทยประจำอิสราเอล รวมทั้งทูตพาณิชย์ และทีมงาน ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทุกคนในอิสราเอล ขอให้ทุกท่านปลอดภัยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 

นอกจากนี้นายภูมิธรรม ยังมีข้อสั่งการด่วนไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

1. ขอให้ทูตพาณิชย์ในอิสราเอล รายงานสถานการณ์และความเสียหายที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจของไทยในอิสราเอล 

2. ขอให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่อาจส่งผลทางการค้าของไทยจากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ วิเคราะห์ผลกระทบต่อแผนความร่วมมือการเปิดเจรจา FTA ไทย-อิสราเอล

3. ขอให้ทูตพาณิชย์ดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย นักธุรกิจไทยในอิสราเอล  ตลอดจนการดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหากจำเป็น 

ทั้งนี้ หากมีปัญหาอุปสรรคใดขอให้รีบรายงานสถานการณ์ด่วนเพื่อทางรัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

รบ.ขอ ปชช.ติดตามการแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560491

08 ต.ค. 2566

รบ.ขอ ปชช.ติดตามการแจ้งเตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รัฐบาลเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมขอให้ติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างใกล้ชิดช่วง 8-15 ต.ค.นี้

วันที่ 8 ต.ค. นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ และขอให้ติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ จากส่วนราชการอย่างใกล้ชิดเตรียมพร้อมขนของขึ้นสู่บริเวณที่สูงหรืออพยพทันที หากได้รับการแจ้งเตือน  เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นายคารม กล่าวว่า จากรายงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามสถานการณ์น้ำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีร่องมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมทั้งประเทศไทย ทำให้มีปริมาณน้ำในลำน้ำเพิ่มมากขึ้นโดยคาดการณ์ในช่วงวันที่ 8 – 11 ตุลาคม 2566 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคใต้ ทั้งนี้ สทนช. ได้วิเคราะห์คาดการณ์จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำ โดยมี พื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง ในช่วงวันที่ 9 – 15 ตุลาคม 2566 ดังนี้

1. เฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่ม ได้แก่

1.1 ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอฝาง อมก๋อย และจอมทอง) จังหวัดกำแพงเพชร (อำเภอคลองลานคลองขลุง และปางศิลาทอง) จังหวัดอุตรดิตถ์ (อำเภอตรอน) จังหวัดตาก (อำเภออุ้มผาง แม่สอด แม่ระมาดพบพระ วังเจ้า และบ้านตาก) จังหวัดพะเยา (อำเภอเมืองพะเยา) จังหวัดแพร่ (อำเภอวังชิ้น) จังหวัดพิษณุโลก(อำเภอนครไทย) จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอแม่วงก์) จังหวัดอุทัยธานี (อำเภอบ้านไร่ และลานสัก) จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ หนองไผ่ และน้ำหนาว)

​​1.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น (อำเภอโคกโพธิ์ไชย และโนนศิลา) จังหวัดนครราชสีมา (อำเภอเมืองนครราชสีมา โนนไทย โนนสูง เฉลิมพระเกียรติ จักราช พิมาย ลำทะเมนชัย ชุมพวง และเมืองยาง) จังหวัดชัยภูมิ (อำเภอเมืองชัยภูมิ คอนสาร และเกษตรสมบูรณ์) จังหวัดมุกดาหาร (อำเภอคำชะอี และเมืองมุกดาหาร) จังหวัดอุดรธานี (อำเภอเมืองอุดรธานี) จังหวัดอุบลราชธานี (อำเภอ

เมืองอุบลราชธานี และวารินชำราบ)

​​1.3 ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี (อำเภอทองผาภูมิ และศรีสวัสดิ์) จังหวัดชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท เนินขามและหันคา) จังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอเดิมบางนางบวช หนองหญ้าไซ สามชุก และดอนเจดีย์)

​​1.4 ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอเมืองปราจีนบุรี ประจันตคาม ศรีมหาโพธิ นาดีและกบินทร์บุรี) จังหวัดสระแก้ว (อำเภอเมืองสระแก้ว) จังหวัดจันทบุรี (อำเภอเมืองจันทบุรี แก่งหางแมว ขลุง มะขาม และท่าใหม่) จังหวัดตราด (อำเภอเมืองตราด บ่อไร่ เขาสมิง และแหลมงอบ) จังหวัดระยอง (อำเภอปลวกแดง)

​​1.5 ภาคใต้ จังหวัดนราธิวาส (อำเภอสุไหงปาดี และสุคิริน) จังหวัดพังงา (อำเภอคุระบุรี) จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง และกะเปอร์)

2. เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ดังนี้

​​​​2.1 แม่น้ำมูล ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ และพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้การบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล ได้บริหารจัดการโดยคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการประชุมบูรณาการข้อมูล เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งให้ได้มากที่สุด และการระบายน้ำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด

2.2 แม่น้ำเจ้าพระยา คาดการณ์จะมีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำ ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาต้องเพิ่มการระบายน้ำในอัตรามากกว่า 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำวัดไชโย คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง อำเภอพรหมบุรี เมืองสิงห์บุรี และอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.20 – 0.80 เมตร ทั้งนี้การบริหารจัดการในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้บริหารจัดการโดยคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ซึ่งมีการประชุมบูรณาการข้อมูลเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งให้ได้มากที่สุด และการระบายน้ำให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด

2.3 แม่น้ำท่าจีน ได้แก่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางเลน และนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม

2.4 แม่น้ำปราจีนบุรี ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี

“จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร ของนายเศรษฐา ทวีสินนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์น้ำอย่างเต็มที่ ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ ทั้งในส่วนของน้ำท่วม และการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซากไปเรื่อยๆ ทุกหน่วยงานจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด ทำให้ไม่เกิดน้ำท่วม หรือเกิดให้น้อยที่สุด” นายคารม กล่าว

‘เศรษฐา’ ให้คำมั่นจะติดตามสถานการณ์อิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560490

08 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ ให้คำมั่นจะติดตามสถานการณ์อิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย

‘เศรษฐา’ ไม่นิ่งนอนใจติดตามสถานการณ์ในอิสราเอลใกล้ชิดเพื่อช่วยแรงงานไทย เผยสแตนบายเครื่องพร้อมรับกลับ 24 ชม.แต่น่านฟ้าปิด รับมีคนไทยเสียชีวิต 1 ราย

วันที่ 8 ต.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในประเทศอิสราเอล ก่อนเดินทางไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน บรูไนดารุสซาลาม มาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-12 ตุลาคม 2566 

นายเศรษฐา เผยว่า ตนได้คุยโทรศัพท์กับเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งตนได้ให้กำลังใจและฝากฝังให้ดูแลคนไทยในอิสราเอลด้วย ตอนนี้ มีรายงานอย่างไม่เป็นทางการว่า มีคนไทยเสียชีวิต 1 ราย และมีคนไทยถูกจับตัวนำไปกักขัง 11 คน และยังไม่มีการยืนยันว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศ ขณะนี้ ภายในประเทศอิสราเอลมีมาตรการล็อคดาวน์ ห้ามไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน 

ในส่วนของครื่องบินของกองทัพอากาศ พร้อมคณะแพทย์ที่จะเดินทางไปรับคนไทยออกมา ยืนยันว่า มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง แต่น่านฟ้าของประเทศอิสราเอลยังปิดอยู่ ย้ำว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ

นายเศรษฐา ย้ำเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยตนได้ให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของตนไว้กับทูตไทยในอิสราเอลเช่นกัน หากสถานการณ์มีความคืบหน้า สามารถติดต่อโดยตรงได้ตลอดเวลา โดยขอให้มีการรายงานแบบวันต่อวัน อย่างไรก็ตาม ทูตไทยเองก็ยังอยู่ภายใต้มาตรการล็อคดาวน์ และอยู่ในห้องหลบภัย ไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ ยอมรับว่า สถานการณ์อยู่ในภาวะตึงเครียด และเดินหน้าไปในทิศทางที่ไม่ดีขึ้น

ส่วนแรงงานไทยที่ถูกจับตัวไป นายเศรษฐา ยืนยันว่า เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้การช่วยเหลือ เพราะถือเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้ ส่วนพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอลที่มีแรงงานไทยอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติม เพราะทุกคนออกจากบ้านไม่ได้ และไม่เป็นที่แน่ชัดว่า จำนวนแรงงานที่ถูกจับตัวไปอาจจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่า 11 คน ต้องรอรายงานยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ในประเทศอิสราเอล มีจำนวนแรงงานไทยอยู่ราว 25,000 คน โดย 5,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่ขัดแย้ง

สำหรับแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ รัฐบาลไทยได้ตั้งศูนย์ประสานงานรับเรื่องประจำจังหวัด รวมถึงสายด่วน หากใครมีญาติหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย ขอให้แจ้งข้อมูลเข้ามา สำหรับแผนอพยพคนไทย เรียกว่ามีความพร้อม 24 ชั่วโมง หากน่านฟ้าเปิดเมื่อไหร่ ก็พร้อมบินไปรับทันที โดยเครื่องบิน C130 ของกองทัพอากาศสามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 423 คน เชื่อว่า ตอนนี้ กระทรวงการต่างประเทศ และ กองทัพอากาศกำลังประเมินสถานการณ์ในการช่วยเหลือคนไทยให้ได้เร็วที่สุด

นายเศรษฐา ให้คำมั่นว่า ระหว่างการปฎิบัติภารกิจในต่างประเทศ ตนจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขอให้ทูตทั้งสองประเทศรายงานความคืบหน้าตลอด ขออย่าห่วง เพราะรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญสูงสุด ส่วนตัวมีความเป็นห่วงผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต รู้สึกเสียใจและไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ยิ่งเป็นคนไทยที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำขัดแย้งแล้ว เรามีความกังวลและไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์ นายเศรษฐา เดินเข้าไปยังบริเวณห้องรับรองเพื่อรับฟังรายงานก่อนขึ้นเครื่องบินแต่ได้เดินกลับมาแจ้งกับสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศอิสราเอลมีความรุนแรงและมีความสำคัญ ตนจึงตัดสินใจในวินาทีสุดท้าย มอบหมายให้ จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ต้องเดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจกับตน แต่ให้คอยอยู่บัญชาการ ติดตามสถานการณ์อยู่ที่ประเทศไทย เป็นตัวแทนของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล

‘อนุทิน’ อวยพรวันเกิด ‘เนวิน ชิดชอบ’ ครบรอบ 65 ปี ด้วยจิตใจที่เคารพรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560434

07 ต.ค. 2566

'อนุทิน' อวยพรวันเกิด 'เนวิน ชิดชอบ' ครบรอบ 65 ปี ด้วยจิตใจที่เคารพรัก

‘อนุทิน’ นำทัพ สส.พรรคภูมิใจไทย หอบเค้กอวยพรวันเกิดย้อนหลัง ‘เนวิน ชิดชอบ’ ครบรอบ 65 ปี ย้ำต้องทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำเมื่อวานนี้(7 ต.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทัพอวยพรวันเกิดย้อนหลัง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีอายุครบ 65 ปี (เกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2501) ซึ่งงานถูกจัดขึ้นหลังจบการสัมมนา สส.พรรคภูมิใจไทย 
 

เช้าวันนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนและแกนนำพรรคพร้อมด้วยสส.ของพรรค ร่วมอวยพรวันเกิดนายเนวิน ซึ่งเราอวยพรตามประเพณีด้วยจิตใจที่เรารักเคารพ 

เมื่อถามว่า นายเนวินฝากอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำงานกันเป็นทีมอยู่แล้ว การเป็นพรรคการเมือง เราต้องทำงานให้ประชาชน 

เมื่อถามว่า นายเนวินวางเป้าหมายจำนวน สส.พรรคภูมิใจไทย สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความขยันของผู้สมัครแต่ละคน ขณะเดียวกันผู้ปฏิบัติที่เป็นฝ่ายบริหารราชการแผ่นดิน ก็ต้องทำงานเต็มที่
อวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบอวยพรวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ

จับตา ‘หมออ๋อง’ ตัดสินใจเข้าพรรคเป็นธรรม 10 ต.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560473

07 ต.ค. 2566

จับตา 'หมออ๋อง' ตัดสินใจเข้าพรรคเป็นธรรม 10 ต.ค. นี้

เฟซบุ๊ก ‘พรรคเป็นธรรม’ โพสต์ภาพปริศนา วันที่ 10 เดือน 10 รัฐสภาชั้น 10 เวลา 10 โมง เปิดตัว ‘หมออ๋อง’ หลังตัดสินใจแล้ว 90%

ตามที่เพจเฟซบุ๊ก พรรคเป็นธรรม FAIR Party โพสต์ภาพที่ระบุว่า วันที่ 10 เดือน 10 ที่รัฐสภาชั้น 10 เวลา 10 โมง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเปิดตัว สส.ใหม่ หรือไม่ เนื่องจากพรรคเป็นธรรม เป็นอีก 1 พรรคที่จับตากันมาตลอดว่า นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 จะเข้าเป็นสมาชิก หลังจากพ้นการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล และต้องหาสังกัดใหม่ใน 30 วันหรือภายในวันที่ 28 ตุลาคมนี้  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปดิพัทธ์ ยอมรับ ตอนนี้ตัดสินใจแล้วร้อยละ 90 ที่จะร่วมงานการเมืองกับพรรคเป็นธรรม ซึ่งจะสมัครสมาชิกพรรคเป็นธรรมวันที่ 10 ตุลาคมนี้ พร้อมระบุว่าสถานที่อาจไม่ได้ใข้ชั้น 10 แต่จะเป็นที่ใดจะแจ้งอีกที เนื่องจากเป็นชั้นห้องทำงานประธานรัฐสภาด้วย

เฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรมเฟซบุ๊กพรรคเป็นธรรม

แกนนำเพื่อไทย ขอคนไทยเชื่อมั่น ‘เงินดิจิทัล’ เกิดประโยชน์-จีดีพีโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560469

07 ต.ค. 2566

แกนนำเพื่อไทย ขอคนไทยเชื่อมั่น ‘เงินดิจิทัล’ เกิดประโยชน์-จีดีพีโต

แกนนำเพื่อไทย ชี้ รับฟังข้อเสนอแนะ ‘เงินดิจิทัล’ วอนคนค้านรับฟังเสียงประชาชน เผยลงพื้นที่มีแต่คำถาม ‘เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น’ ยันต้องกระตุ้นพื้นฐานเศรษฐกิจให้แข็งแรง ดันจีดีพีโตระยะยาว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนักวิชาการ 99 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เรียกร้องรัฐบาลยกเลิก เหตุได้ไม่คุ้มเสีย ว่า ตนเชื่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคส่วนต่างๆอยู่แล้ว นักวิชาการออกมาคัดค้านถือเป็นสิทธิ รัฐบาลต้องรับฟัง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด

เช่นเดียวกับโพลมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและอีกหลายโพลที่ชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ต้องการให้นโยบายแจกเงินดิจิตอลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เกิดขึ้นโดยเร็ว ก็ต้องรับฟังด้วยเช่นกัน รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนนโยบายนี้ให้สำเร็จ ทุกภาคส่วนทำงานกันอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง ยึดตามกรอบวินัยการเงินการคลังและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทุกคนที่เป็นคณะกรรมการล้วนมาจากทุกภาคส่วนที่หลากหลายครอบคลุม เพื่อเข้ามาขับเคลื่อนและมีส่วนร่วมในนโยบายนี้ สิ่งใดที่เป็นข้อจำกัดที่ทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าถึงโครงการของประชาชน ตนเชื่อว่ารัฐบาลพร้อมรับฟัง

“นโยบายเงินดิจิตอลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติและประชาชนอย่างมหาศาล หากมีข้อเสนอในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใด เพื่อให้นโยบายเดินหน้า ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด รัฐบาลยินดีรับฟัง” นายอนุสรณ์ กล่าว

ปชช.ถาม เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการ และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า พรรคเพื่อไทยรับทราบถึงข้อคิดเห็นจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงการกระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งมีทั้งบวกและลบจากทั้งนักวิชาการบางส่วน จึงขอทำความเข้าใจ ดังนี้

1.ที่มาของออกนโยบายดังกล่าว มาจากการที่พรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน คนหาเช้ากินค่ำ และพี่น้องเกษตรกร ต่างต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก จากปัญหาที่สะสมมาตลอดระยะเวลาหลายปี โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนสะดุดจนติดลบ จนทำให้หนี้ครัวเรือนปี 2563 พุ่งขึ้น 10 เท่าจากปี 53 และในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 90.6% ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงโควิดจนมาถึงปัจจุบัน หนี้ที่เพิ่มขึ้นเพราะประชาชนอ่อนแอเปราะบาง เป็นที่มาของการ ‘ลดรายจ่าย’

2.จากการประเมินของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยล่าสุดพบว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 2-3 รอบ (fiscal multiplier) คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ 1-1.6 ล้านล้านบาท และประเมินจีดีพีไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ถึง 5-7% แม้ถูกมองว่าเป็นการกระตุ้นระยะสั้น แต่พรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นการเริ่มต้นปูพื้นฐานที่แข็งแรงให้กับเศรษฐกิจในปี 2567 เพื่อที่ในปีต่อๆ ไป การลงทุนจากต่างประเทศจะเข้ามามากขึ้น เป็นที่มาของการ ‘เพิ่มรายได้’ ผ่านดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ค่าแรง 600 บาทใน 4 ปี และเงินเดือนปริญญา 25,000 บาท ที่กำลังจะตามมา

3.โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่เป็นการลงทุนระยะยาว ยังมีหลากหลายโครงการที่รัฐบาลเตรียมการไว้ด้วยเช่นกัน เช่น โครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) หรือ โครงการแลนด์บริดจ์, โครงสร้างพื้นฐาน ที่ จ.ภูเก็ต, โครงการอีอีซี และระบบขนส่งมวลชนต่างๆ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น สามารถดำเนินควบคู่กันไปกับโครงการขนาดใหญ่ ที่เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

4.ขณะนี้ประเทศไทย อยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น กนง.ได้ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุด 0.25% เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 จาก 2.25% เป็น 2.50% ต่อปี และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยติดกัน 8 ครั้ง นับตั้งแต่ 10 สิงหาคม 2565 อาจส่งผลให้การลงทุน และการส่งออกของไทยหดตัวลงได้ ดังนั้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ควบคู่การลดรายจ่ายให้กับประชาชนระดับฐานรากของสังคม และการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ เป็นทางออกที่เหมาะสม และจะช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระยะยาวได้

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์

“พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล มองภาพใหญ่ มองภาพรวม ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่ สส.พื้นที่เราได้รับฟังเสียงสะท้อนมาตลอด ที่ผ่านมา ไม่มีใครบอกว่าไม่อยากได้เงินดิจิทัล 10,000 บาท มีเพียงคำถามว่า ‘เมื่อไหร่จะได้เงินหมื่น?’ ข้อกังวล เรารับทราบ ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการเราเปิดรับเสมอ แต่อยากให้คนที่คัดค้าน ฟังเสียงประชาชนร่วมด้วย คนที่เขารอรับ เขาอาจเสันงไม่ดังเหมือนพวกท่าน แต่พวกเขาเดือดร้อนและรออยู่” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวสรุป

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560468

07 ต.ค. 2566

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

เด็จพี่ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ เชื่อ เพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น ‘เงินดิจิทัล’ จะทำสำเร็จปลุกเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว เหมือน 30 บาทรักษาทุกโรคยืนยาวถึงวันนี้ ติง อดีตผู้ว่า ธปท.ขวางโลก ย่ำอยู่กับที่อ้างมีแต่ความกลัวแล้วจะเดินต่อกันยังไง

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นกรณีอดีตผู้ว่า ธปท.นำทีมลงนามร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ยื่น 6 เหตุผลให้ยกเลิกนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไป 560,000 ล้านบาท เฉลี่ย 56 ล้านคน โดยอ้างว่าจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศนั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไปและจะทำให้เสียวินัยการเงินการคลังในระยะยาว เรื่องนี้นายพร้อมพงศ์ มองว่านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้ อยู่ส่วนบนของยอดปิรามิดทางเศรษฐกิจอาจมองจากมุมเดิมๆ หรือมองจากแค่มิติเดียว 

เด็จพี่ เชื่อ ‘เงินดิจิทัล’ จะปลุก เศรษฐกิจไทย ให้ฟื้นตัว

อยากให้ผู้สื่อข่าวลองไปสอบถามกรณีเงินดิจิทัล จากมุมของประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิคกับวิกฤติเศรษฐกิจ 9 ปีที่ผ่านมากันดูบ้างว่าคิดเห็นอย่างไรกับเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะแจก จะมองจากมุมนี้หรือดาวไหนก็เห็นว่าประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง ยากจนเป็นหนี้กันทั่วหน้า เอสเอ็มอีล้มหายตายจากถูกฟ้องดำเนินคดีกันมากมาย

จะผิดอะไรถ้ารัฐบาลจะช่วยประชาชนให้ฟื้นตัว มันก็ต้องกระตุ้นที่หัวใจ รดน้ำที่ราก เติมเงินให้ประชาชน กระตุ้นการบริโภค กระตุ้นการผลิตครั้งใหญ่ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน คนมีเงินก็จะกล้าเอาเงินมาลงทุน เพราะจะเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว 

การทำโครงการขนาดใหญ่ วันนี้ตนเชื่อว่าน่าจะยังไม่ทันกับงบประมาณปี2567 เพราะตั้งรัฐบาลช้า การจัดทำงบประมาณล่าช้าเกือบครึ่งปี ถ้าคิดแบบเดิมๆ เหมือนที่อดีตผู้ว่า ธปท.และนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้แนะนำก็จะได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ตนไม่อยากให้ขวางโลกหรือย่ำอยู่กับที่ เหมือนตอนที่ท่านเป็นผู้ว่า ธปท.ในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ที่เศรษฐกิจไม่ฟื้น ซึมยาวเหมือนคนป่วยหนักมาถึงทุกวันนี้

เป็นอีกหนึ่งภาระที่รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจะต้องแก้ไข ผมเชื่อว่า เพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น เคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งหลายหน ในอดีตการคิดนอกกรอบ การมีนโยบายใหม่ วิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ประชาชนก็เคยเห็นกันมาแล้ว 

โครงการใหม่ๆ ในขณะนั้น เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน 76,000 ล้านบาท ตอนนั้นก็ถูกคัดค้านติติง บ้างก็ล้อเลียนว่าตายทุกโรค อ้างทำไม่ได้เอาเงินมาจากไหน แล้วสุดท้ายเป็นยังไง สำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั่วโลกก็ตั้งมากมาย จะผ่านมาหลายรัฐบาลประชาชนก็ยังใช้กันอยู่ 

การติเพื่อก่อ ผมเชื่อว่ารัฐบาลเพื่อไทยยินดีรับฟัง แต่ถ้าอ้างว่าเป็นห่วงแต่แฝงวาระซ่อนเร้นจะทำให้ประชาชนและประเทศชาติเสียหาย เสียโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจ ก็ในเมื่อโลกมันเปลี่ยนเราก็ต้องรู้จักปรับ อ้างกลัวโน้นนี้นั้น แล้วจะเดินต่อกันยังไง ก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี

“ผมเชื่อวันนี้ประชาชนรอดูรอพิสูจน์ผลงาน ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยทำดีคิดถูกก็จะสนับสนุน แต่ถ้าทำผิดทำพลาด เกิดความเสียหาย ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเองในการเลือกตั้งครั้งหน้า”