ไทย เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560436

07 ต.ค. 2566

ไทย เลื่อนส่ง 'THEOS-2' สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

‘รมว.อว.’ แจ้ง เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ ดาวเทียมสำรวจโลกกระทัน ก่อนเพียง 14 วินาที หลังพบค่ากระแสไฟฟ้าเกินที่อุปกรณ์จรวด

จากที่เช้าวันนี้ไทยต้องส่งดาวเทียมสำรวจโลก “THEOS-2″ ขึ้นสู่วงโคจร ที่ท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ แต่ปรากฎระบบมีการแจ้งเตือน พบปัญหาจากอุปกรณ์บางอย่าง จึงเลื่อนการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรออกไปก่อนนั้น

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยหลังจาก Arianespace แจ้งเลื่อนการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ก่อนนับถอยหลังเพียง 14 วินาที เนื่องจากระบบตรวจสอบพบ “ค่ากระแสไฟฟ้าเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (threshold)” ที่อุปกรณ์ Safety Management Unit ของจรวดนำส่ง 

ระบบจึงตัดการทำงานทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจาก Arianespace และคาดว่าจะทราบผลและสามารถยืนยันกำหนดการส่งได้ในช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่วนความคืบหน้าในการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

นำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

‘ชาดา’ เร่งปราบผู้มีอิทธิพลมิติใหม่ ตรวจสอบถอนรากถอนโคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560429

07 ต.ค. 2566

'ชาดา' เร่งปราบผู้มีอิทธิพลมิติใหม่ ตรวจสอบถอนรากถอนโคน

‘ชาดา’ เตือน ‘ผู้มีอิทธิพล’ เจอตรวจสอบทั้งระบบ เผย 2-3 เดือนนี้ เริ่มลุยปราบอย่างเข้มข้น ยินดี ป.ป.ช. สอบอาวุธปืน 23 กระบอก

หลังกรมการปกครองจัดทำบัญชีผู้มีอิทธิพลที่พิจารณาทั้งตัวบุคคล พฤติกรรม และบริวาร รวมถึงที่ประชาชนร้องเรียนมา กว่า 700 ราย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผย ในอดีตเคยผ่านการบริหารจัดการเรื่องนี้มาแล้ว แต่มีเพียงการส่งรายชื่อมาเท่านั้น ไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งขอให้เป็นการส่งข้อมูลที่ถูกต้อง อย่ากลั่นแกล้งกัน สำหรับรายชื่อที่กระทรวงต่างๆ และบุคคลทั่วไปส่งมาให้ก็จะผ่านการกลั่นกรองอีกครั้ง

ทั้งนี้มีการจัดระเบียบเป็นสีเหลือง-สีแดง โดย สีแดง คือ คนที่กระทำความผิดอยู่ในปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ อาจยังจับกุมไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน แต่จะลงไปทั้งระบบบูรณาการอย่างเข้มข้นทั้งอาณาจักร ไม่ใช่เพียงตัวอย่างเดียว แต่จะมีหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเข้าไปตรวจสอบภาษี เรื่องเกี่ยวกับการฮั้วประมูล จะเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตัดรากถอนโคน “ขอฝากคนที่คิดไม่ดี คิดไม่ถูกต้องรังแกประชาชนอยู่ ขอให้เลิก มิเช่นนั้นจะเจอกับการตรวจสอบทั้งระบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน”

นายชาดา ยอมรับว่า ระยะการรวบรวมข้อมูลใช้เวลาพอสมควร ขณะนี้ยังคงรอหน่วยงานอื่นๆ ส่งข้อมูลมารวมกัน คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน จึงจะเริ่มปฏิบัติการเข้มข้นไปเรื่อยๆ

ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินพบมีอาวุธปืนในครอบครอง 23 กระบอก นายชาดา กล่าวว่า หากมีการเรียกร้องให้คืน ตนก็พร้อมคืน ยืนยันการครอบครองปืนของตน เป็นการสะสมอาวุธปืนที่มีลวดลายสวยงาม

ส่วนการครอบครองพระเครื่อง ในฐานะที่ตนเป็นอิสลามนั้น เนื่องจากมีความชอบในพระเครื่อง มีมาตั้งแต่สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรี และอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี มีมุสลิมจำนวนไม่มาก ซึ่งมีความผูกพันกับทั้งวัดและพระ รู้จักเซียนพระในตลาด ไม่ได้ครอบครองเพื่อปล่อยเช่า และทาง ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ส่วนที่บางฝ่ายมองอาจขัดกับหลักศาสนาอิสลาม มองว่า คนละเรื่องกัน

“เราไม่ได้กราบไหว้บูชา มองว่า เป็นของมงคล การกราบไหว้ทางศาสนาเป็นคนละประเด็น เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี” นายชาดากล่าว 

ด่วน 2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อก ทิ้งเก้าอี้ สส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560395

06 ต.ค. 2566

ด่วน 2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ชัยเกษม-สงคราม ไขก๊อก ทิ้งเก้าอี้ สส.

2 รุ่นใหญ่ ‘พรรคเพื่อไทย’ ทิ้งเก้าอี้ สส. ‘ชัยเกษม นิติศิริ’ เผย เตรียมมองหาบทบาทอื่น หวังทำประโยชน์ได้มากกว่า ส่วน ‘สงคราม’ ไม่แจ้งเหตุผล แต่ยังเป็นสมาชิกพรรค

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เลื่อนลำดับ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคเพื่อไทย 2 คน ขึ้นมาแทน สส.ที่ได้ลาออกไป คือ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ขึ้นมาเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 30 แทน นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ น.ส.เพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย ขึ้นมาเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31 ขึ้นมาแทน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันกับว่า สงคราม ได้ลาออกจากการเป็น สส. เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2566 โดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผล แต่ยังคงเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ส่วน นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้ยื่นลาออกจากการเป็น สส. เมื่อวานนี้ (5 ต.ค.2566) โดยยังไม่ได้แจ้งต่อกรรมการบริหารพรรค เพราะเห็นว่า เมื่อเป็น สส. ไม่ได้มีบทบาทอะไรมาก จึงตัดสินใจว่าจะมองหาบทบาทอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อพรรคเพื่อไทยมากกว่า และกำลังมองหาอยู่ว่าพรรคจะมอบหมายบทบาทใดให้ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรภายในพรรคเพื่อไทย

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อและอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่3 ของพรรคเพื่อไทยนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต สส.แบบบัญชีรายชื่อและอดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่3 ของพรรคเพื่อไทย

นายกฯ ถอด ‘กรรมการประชามติรธน.’ ดึง ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560375

06 ต.ค. 2566

นายกฯ ถอด ‘กรรมการประชามติรธน.’ ดึง ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งเปลี่ยนตัว ‘กรรมการประชามติรธน.’ ถอด ชูศักดิ์ ศิรินิล สลับกับ กฤช เอื้อวงศ์ อดีตรองเลขาฯ กกต. โควตาเพื่อไทย เสริม 3 ศาสตราจารย์ ‘วุฒิสาร-ดร.เอ้-ปลัด ดีอีเอส’ ร่วมทีม

พันธกิจรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หนึ่งในนั้นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ดูเหมือนว่ารายชื่อกรรมการประชามติรัฐธรรมนูญ “กรรมการประชามติรธน.” ที่ปรากฏรายชื่อตามสื่อต่างๆ ถูกกระแสสังคมท้วงติงถึงการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนจากทุกภาคส่วนในสังคม รวมทั้งขาดบุคคลที่มีความเป็นกลาง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 256/2566 เรื่อง คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 3 ตุลาคม และลงนามคำสั่งนายกฯที่ 264/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวใหม่จำนวน 34 คน

โดยมีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลบางส่วนที่จะเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ ภายหลังจากที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม สำหรับรายชื่อบุคคลใหม่ที่จะเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ 4 คน ประกอบด้วย

1.ศ.วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1

ศ.วุฒิสาร ตันไชยศ.วุฒิสาร ตันไชย

2.ดร.เอ้- ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

3.ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ

4.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต สส.นครพนม จากพรรคไทยสร้างไทย

5.นายเจือ ราชสีห์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายกฤช เอื้อวงศ์ อดีตรองเลขาฯ กกต. ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย

สำหรับบุคคลที่ถูกปรับเปลี่ยน ประกอบด้วย รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ,ดร.นพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ โฆษกพรรคเพื่อไทย, นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์.,ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของตำแหน่งประธาน รองประธาน กรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ยังเป็นบุคคลเดิมที่ได้รับแต่งตั้งไปก่อนหน้านี้

ล่าสุด ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปลี่ยนรายชื่อในคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่า “เข้าใจว่าอย่างนั้น เพราะสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาท้วงติงมา ก็ต้องฟัง ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุคคล แต่เป็นเรื่อง สส.ร่วมเป็นคณะกรรมการไม่ได้”

บทเรียน ‘6 ตุลา’ ‘ธนาธร’ ชี้แค่เห็นต่างก็ถูกผลักเป็นปีศาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560376

06 ต.ค. 2566

บทเรียน '6 ตุลา' 'ธนาธร' ชี้แค่เห็นต่างก็ถูกผลักเป็นปีศาจ

‘ธนาธร’ เทียบสองเหตุการณ์สลายการชุมนุม ‘6 ตุลา’ 2519 กับ การชุมนุมปี 53 มีการปล่อยข่าว กระพือความเกลียดชัง ไม่ต่างกัน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมเสวนาวิชาการในหัวข้อ บทเรียน 6 ตุลา: การเมือง อำนาจ และความเปลี่ยนแปลง ซึ่งจัดโดยโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เริ่มด้วยการตอบคำถามผู้ร่วมเสวนา ที่เทียบว่าพรรคก้าวไกลเป็นสายล่อฟ้า เป็นปีศาจตัวใหม่ที่อาจทำให้ผู้มีอำนาจหวาดกลัวและทำให้การเมืองไทยวนกลับไปยุค 6 ตุลาอีกครั้ง

เสวนา บทเรียน 6 ตุลา ฯ ม.สวนดุสิตเสวนา บทเรียน 6 ตุลา ฯ ม.สวนดุสิต

ธนาธร กล่าวว่า หากว่าการเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง ทำให้เรากลายเป็นปีศาจ กลายเป็นสายล่อฟ้า ก็ยอม แต่ขอตั้งคำถามสาเหตุใดการยืนยันในสิ่งที่ถูกต้อง การเรียกร้องประเทศที่ดีกว่านี้ สังคมที่ดีกว่านี้สำหรับคนรุ่นต่อไป จึงทำให้ผู้เรียกร้องความเปลี่ยนแปลงต้องถูกผลักเป็นปีศาจ

ธนาธรยังได้ถามนักศึกษาที่มาร่วมฟังเสวนา ว่าใครคิดว่าอนาคตตนเองสดใส มีงานมีอาชีพมั่นคงรออยู่ในประเทศนี้ ให้ยกมือขึ้น ซึ่งมีนักศึกษายกมือเพียง 2 คน จากผู้ร่วมฟังนับร้อย จากนั้นจึงกล่าวต่อไปว่า ถามนิสิตนักศึกษาทุกที่ที่มีโอกาส ได้รับคำตอบแบบเดียวกันทุกครั้ง

ในเมื่อประชาชนในปัจจุบันไม่มีใครพอใจในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ ทำไมเราจึงต้องลดข้อเรียกร้องของเราในการสร้างประเทศไทยที่เสรี ก้าวหน้า เท่าเทียมกว่านี้

ธนาธรยังกล่าวเทียบเหตุการณ์ 6 ตุลา กับเหตุสังหารคนเสื้อแดงในปี 2553 กับเหตุการณ์ 6 ตุลา ในด้านการโหมกระพือความเกลียดชังในสังคมจนกระทั่งการเข่นฆ่าผู้เห็นต่างเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เป็นการปกป้องชาติบ้านเมือง

ในเหตุการณ์ 6 ตุลา มีกลุ่มนวพล กระทิงแดง ชมรมแม่บ้าน มีบุคคลมีชื่อเสียงอย่างทมยันตี มีวิทยุยานเกราะ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ โหมกระพือความเกลียดชังต่อนักศึกษา จนการสังหารหมู่กลางเมืองกลายเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องเชิดชู ไม่ต่างจากการจัดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ และบรรยากาศเฉลิมฉลองของคนกรุงเทพหลังการสังหารหมู่คนเสื้อแดงในเดือนเมษา-พฤษภา 53

การสร้างประเทศที่เป็นประชาธิปไตย คือประเทศที่มีพื้นที่ให้คนเห็นต่าง แม้มีความคิดทางการเมืองไม่ตรงกัน แต่อยู่ร่วมกันในสังคมได้ ซึ่งต้องเริ่มจากการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เขียนขึ้นโดยประชาชน และแก้ไขเอาองคาพยพที่ไม่เป็นประชาธิปไตยออกไป

การที่รัฐบาลปัจจุบันตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นอำนาจนายกฯ ที่จะสามารถกำหนดให้มีประชามติแก้รัฐธรรมนูญได้เลย ทำให้มองว่า เป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น

‘ราชกิจจานุเบกษา’ ประกาศตั้ง ‘กรรมการการเลือกตั้ง’ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560365

06 ต.ค. 2566

'ราชกิจจานุเบกษา' ประกาศตั้ง 'กรรมการการเลือกตั้ง' คนใหม่

ประกาศแต่งตั้ง ‘กรรมการการเลือกตั้ง’ คนใหม่ แทน ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย ที่ครบวาระ เผยแพร่ในเวปไซด์ ‘ราชกิจจานุเบกษา’ แล้ว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่ มีเนื้อหาดังนี้พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่าตามที่ ได้มีพระบรมราชโองกรโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 12 สิงหาคม 2561 นั้น

ต่อมา นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทยได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปี เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง
บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายชาย นครชัย ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายชาย นครชัย เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พรเพชร วิชิตชลชัย

ประธานวุฒิสภา

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศแต่งตั้ง กกต.คนใหม่

ส่อง ทรัพย์สิน ‘บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์’ รวย 500 ล้าน ‘อิ่ม ธีรรัตน์’ พอกรุบกริบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560350

06 ต.ค. 2566

ส่อง ทรัพย์สิน 'บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์' รวย 500 ล้าน 'อิ่ม ธีรรัตน์' พอกรุบกริบ

ป.ป.ช. เปิด บัญชีทรัพย์สิน ‘บรู๊ค ดนุพร-กบ สุวนันท์’ อู้ฟู่ 507 ล้านบาท ขณะที่ ‘อิ่ม ธีรรัตน์’ สส กทม.หนึ่งเดียว โสดและรวย 43 ล้านบาท มีปืน 4 กระบอก

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. โดย “บรู๊ค ดนุพร” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แจ้งบัญชีรายการบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน พร้อมภรรยา “กบ สุวนันท์” และบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 593,384,630.50 บาท แจ้งมีหนี้สินรวม 2,381,848.71 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว 507,646,311.46 บาท

โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ของ ดนุพร ปุณณกัณต์ อยู่ในรูปของที่ดิน 429,957,075 บาท เงินฝาก 38,662,038.11 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่า 13,000,000 บาท ยานหาหนะ 3 คัน มูลค่า 12,400,000 บาท แจ้งว่ามีทรัพย์สินอื่นมูลค่า 8,973,000 บาท โดยเป็นพระเครื่อง 44 รายการ นาฬิกา 14 เรือน สร้อยคอทองคำรวม 2 เส้น หนัก 5 บาท ป้ายทะเบียนรถยนต์ 2 ป้าย รวมมูลค่า 1,150,000 บาท และมีวัว 12 ตัว มูลค่า 460,000 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินของ “กบ สุวนันท์ คงยิ่ง” ภริยา อาชีพเจ้าของธุรกิจและนักแสดง  มีทรัพย์สิน 68,381,137.01 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเงินลงทุน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง และรายการทรัพย์สินอื่น เช่น นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม ต่างหูเพชร แหวนเพชร

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมคู่สมรส นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.พรรคเพื่อไทย และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวม 98,477,863.02 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว 40,275,400 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยเป็นเงินลงทุน 23,015,400บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง เป็นห้องชุด อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  9,00,000 บาท ที่ดิน ใน อ.เมืองพาน จ.เชียงใหม่ มูลค่า 1,500,000 บาท  ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นมูลค่ารวม 5,340,000 บาท เป็นกระเป๋า 7 ใบ มูลค่า 2,300,000 บาท และนาฬิกาข้อมูล 7 เรือน รวมมูลค่า 3,040,000 บาท ขณะที่คู่สมรส 57,798,134.52 บาท มีหนี้สิน เป็นเงินเบิกเกินบัญชี  105,295.12 บาท  

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.หนึ่งเดียวของพรรคเพื่อไทย สถานภาพโสด แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน 43,876,532.02 บาท มีหนี้สินเบิกเกินบัญชี 463,759.93 บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในรูปของบัญชีเงินฝาก 9 บัญชี รวม 18,983,932.98บาท เงินลงทุนในรูปกองทุน ตลาดเงินและตราสารตลาดเงิน  4,250,876.08 บาท ที่ดิน 2 แห่ง ในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ได้มาจากมรดก เมื่อปี 2545 มูลค่ารวม  3,210,000 บาท ยานพาหนะ  2 คัน มูลค่ารวม 8,000,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,949,722.96 บาท และมีทรัพย์สินอื่น 3,282,000 บาท ประกอบด้วย นาฬิกา 6 เรือน อาวุธปืน 4 กระบอก ได้มาเมื่อปี 2556 มูลค่ารวม 312,000 บาท กระเป๋าแบรนด์เนม รวม 18 ใบ สร้อยคอทองคำ 4 เรือน รูปถ่ายหลวงพ่อเดิม เลี่ยมทองมูลค่า 100,000 บาท และเขี้ยวเสือหลวงพ่อปาน 1 องค์ ได้มาเมื่อปี 2560 มูลค่า 1,000,000 บาท 

ทั้งนี้ แจ้งมีรายได้ต่อปี 2,415,720 บาท เป็นเงินเดือน 1,362,720บาท เบี้ยประชุม 153,000 บาท ขณะที่รายจ่ายต่อปี รวม 682,322.81 บาท อาทิ เป็นค่าสำนักงานและเบ็ดเตล็ด 600,000 บาท  พนักงานประจำ 180,000 บาท ค่าท่องเที่ยว 50,000 บาท และเงินบริจาค 100,000 บาท

หลังถูกขับจาก ‘ก้าวไกล’ ‘หมออ๋อง’ ยังไม่ตัดสินใจ เลือกพรรคใหม่สังกัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560347

06 ต.ค. 2566

หลังถูกขับจาก 'ก้าวไกล' 'หมออ๋อง' ยังไม่ตัดสินใจ เลือกพรรคใหม่สังกัด

เส้นตาย 28 ตุลาคมนี้ ที่ ‘หมออ๋อง’ ต้องหาสังกัดใหม่ หลังถูก ‘ก้าวไกล’ ขับออกจากพรรค เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาฯ

หลังพรรคก้าวไกลมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ หมออ๋อง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและมีเวลา ในการหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายใน30 วัน หรือวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ตัวบอกว่า กำลังพิจารณา 2—3 พรรคการเมือง ซึ่งมีทั้งพรรคที่มีสส. ในสภา และพรรคการเมืองนอกสภา

หมออ๋อง อธิบายว่าที่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจใด ๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา ไม่ได้คิดจะทำการเมืองในนามพรรคการเมืองอื่น และเมื่อไปเจรจาพูดคุยแล้ว ก็มีนโยบายพรรค กรรมการบริหารพรรค และข้อบังคับพรรค ที่ต้องใช้เวลาพูดคุย แต่ตนเองก็ยังมีเวลาตัดสินใจ แต่จะไม่ให้ล่าช้าเกินไป เพราะการเป็น สส.ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง อาจจะไม่ใช่เรื่องดีนัก

ส่วนจะเป็นพรรคเป็นธรรม หรือพรรคการเมืองอื่น ๆ ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ตอนนี้ มีทั้งพรรคการเมืองที่อยู่ทั้งในสภา และนอกสภา ประมาณ 2-3 พรรคการเมือง และย้ำว่า ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน ซึ่งการเป็นพรรคการเมืองนอกสภา ที่ไม่มี สส. กับพรรคการเมืองในสภา ที่มี สส.อยู่แล้ว ก็มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่างกัน จึงอยู่ระหว่างการพิจารณา

การเลือกสังกัดพรรคการเมืองใด ต้องพิจารณา​ให้รอบคอบให้แนวทางการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใหม่ ต้องทำงานร่วมกันได้ ไม่ปิดกั้นความตั้งใจ ในการเดินหน้าพัฒนารัฐสภาโปร่งใส รวมถึงจะต้องพิจาร​ณาถึงความคาดหวังในแต่ละพรรคการเมืองที่มีต่อตนเองด้วย

‘เพื่อไทย’ ดักคอ ‘ก้าวไกล’ ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560329

06 ต.ค. 2566

'เพื่อไทย' ดักคอ 'ก้าวไกล' ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย 'นิรโทษกรรม '

‘เพื่อไทย’ มองว่ากฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ อาจไม่ใช่คำตอบ ของการยุตินิติสงคราม ตามนิยามของพรรค ‘ก้าวไกล’ หากตีความประเด็นสำคัญ กันคนละทาง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าการยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้ร่างกฎหมายนั้น ไปสร้างความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นใหม่ของความขัดแย้งในสังคม เพราะปัญหาการตีความคดีการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองยังไม่ชัดเจน

รวมถึงความครอบคลุมการนิรโทษกรรม เช่น คดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือคดีชุมนุมทางการเมืองอื่น ๆ ที่ควรต้องหารือร่วมกันเพื่อให้ตกผลึกก่อน

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการหารือกันว่า เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คู่ขนานไปกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะความคิดเห็นของพรรคยังคงมีความหลากหลาย และพรรคเพื่อไทย ก็เคยตกเป็นจำเลยในประเด็นดังกล่าวในอดีต จึงต้องหารือกันในพรรคก่อนว่า ควรจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนที่พรรคก้าวไกลเห็นว่าเรื่องดังกล่าว จะเป็นก้าวแรกของการหยุดนิติสงครามนั้นโดยหลักการแล้ว ความขัดแย้งหากยุติลงได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาที่จะต้องตอบ คือ สามารถยุติลงจริงได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องคิดให้รอบคอบ

ม. ‘ธรรมศาสตร์’ จัดงานรำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560325

06 ต.ค. 2566

ม. 'ธรรมศาสตร์' จัดงานรำลึก 47 ปี '6 ตุลา' 2519

ผู้แทนจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมงาน รำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519 ที่จัดขึ้นภายใน ม. ‘ธรรมศาสตร์’ อย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้า

ครบรอบ 47 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ประจำปี 2566 วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป และการขานนามรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 รวมถึงพิธีวางพวงหรีด และวางช่อดอกไม้ บริเวณประติมานุสรณ์ 6 ตุลาฯ 2519

การจัดงาน รำลึก 6 ตุลาฯ วันนี้ มีผู้แทนนายกรัฐมนตรี ผู้แทนประธานรัฐสภา ผู้แทนประธานศาลฎีกา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ญาติวีรชน องค์กรนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้แทนจากหลากหลายพรรคการเมือง อาทิ นางสาว วทันญา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ยังกลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทยอย่าง สุธรรม แสงประทุม และ ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ , พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ แกนนำพรรคประชาชาติ และ น.ต. ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย มาร่วมงานด้วย

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีฆาภิบาล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ และวิเทศสัมพันธ์ ระบุว่า การจัดงานรำลึกวีรชน 6 ตุลาฯ 2519 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ในอดีต และรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

6 ตุลาฯ เป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยที่ไม่อาจลืมเลือนได้ และจะเก็บบทเรียนดังกล่าวในฐานะพลเมืองของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เป็นเป้าหมายสูงสุด