‘เพื่อไทย’ ดักคอ ‘ก้าวไกล’ ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย ‘นิรโทษกรรม ‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560329

06 ต.ค. 2566

'เพื่อไทย' ดักคอ 'ก้าวไกล' ระวังขัดแย้งรอบใหม่จากกฎหมาย 'นิรโทษกรรม '

‘เพื่อไทย’ มองว่ากฎหมาย ‘นิรโทษกรรม’ อาจไม่ใช่คำตอบ ของการยุตินิติสงคราม ตามนิยามของพรรค ‘ก้าวไกล’ หากตีความประเด็นสำคัญ กันคนละทาง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มองว่าการยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคก้าวไกล เมื่อวานนี้ ต้องระมัดระวังไม่ให้ร่างกฎหมายนั้น ไปสร้างความขัดแย้งในสังคมมากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นใหม่ของความขัดแย้งในสังคม เพราะปัญหาการตีความคดีการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองยังไม่ชัดเจน

รวมถึงความครอบคลุมการนิรโทษกรรม เช่น คดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือคดีชุมนุมทางการเมืองอื่น ๆ ที่ควรต้องหารือร่วมกันเพื่อให้ตกผลึกก่อน

ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีการหารือกันว่า เสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม คู่ขนานไปกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ เพราะความคิดเห็นของพรรคยังคงมีความหลากหลาย และพรรคเพื่อไทย ก็เคยตกเป็นจำเลยในประเด็นดังกล่าวในอดีต จึงต้องหารือกันในพรรคก่อนว่า ควรจะดำเนินการอย่างไร

ส่วนที่พรรคก้าวไกลเห็นว่าเรื่องดังกล่าว จะเป็นก้าวแรกของการหยุดนิติสงครามนั้นโดยหลักการแล้ว ความขัดแย้งหากยุติลงได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ปัญหาที่จะต้องตอบ คือ สามารถยุติลงจริงได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเติมมากขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องคิดให้รอบคอบ

ม. ‘ธรรมศาสตร์’ จัดงานรำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560325

06 ต.ค. 2566

ม. 'ธรรมศาสตร์' จัดงานรำลึก 47 ปี '6 ตุลา' 2519

ผู้แทนจากทุกภาคส่วน เข้าร่วมงาน รำลึก 47 ปี ‘6 ตุลา’ 2519 ที่จัดขึ้นภายใน ม. ‘ธรรมศาสตร์’ อย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้า

ครบรอบ 47 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ประจำปี 2566 วันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์  มีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป และการขานนามรายชื่อผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 รวมถึงพิธีวางพวงหรีด และวางช่อดอกไม้ บริเวณประติมานุสรณ์ 6 ตุลาฯ 2519

การจัดงาน รำลึก 6 ตุลาฯ วันนี้ มีผู้แทนนายกรัฐมนตรี ผู้แทนประธานรัฐสภา ผู้แทนประธานศาลฎีกา ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ญาติวีรชน องค์กรนักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้แทนจากหลากหลายพรรคการเมือง อาทิ นางสาว วทันญา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์วทันยา บุนนาต ประธานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ยังกลุ่ม สส.พรรคเพื่อไทยอย่าง สุธรรม แสงประทุม และ ธีรรัตน์ สำเร็จวานิชย์ , พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ แกนนำพรรคประชาชาติ และ น.ต. ศิธา ทิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย มาร่วมงานด้วย

รศ.ดร.สุรัตน์ ทีฆาภิบาล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ และวิเทศสัมพันธ์ ระบุว่า การจัดงานรำลึกวีรชน 6 ตุลาฯ 2519 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ 2519 ในอดีต และรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว

6 ตุลาฯ เป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยที่ไม่อาจลืมเลือนได้ และจะเก็บบทเรียนดังกล่าวในฐานะพลเมืองของประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เป็นเป้าหมายสูงสุด

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560308

05 ต.ค. 2566

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมท. เผย ลงนามหนังสือขอออกจากราชการ ให้ ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก ก่อนเกษียณ เซ่นปมจัดซื้ออัลฟ่า 6 เมื่อปี2551 เหตุป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอาญาและวินัยร้ายแรง

ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย(ปลัดมท.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ก่อนจะครบวาระเกษียณอายุ 1 ปี หลังถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง โดยให้ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก กรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจหาวัตถุระเบิดอัลฟ่า 6 จำนวน 2 ชุด ขณะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการดำเนินการในโครงการ เมื่อครั้งรับราชการที่จังหวัดตรัง เมื่อปี 2551 ว่า ตนได้เซ็นหนังสือลาออกแล้ว ซึ่งไม่ใช่การลาออกแต่เนื่องจาก ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังมีเรื่องที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางวินัย อย่างร้ายแรง ในคดีจัดซื้ออัลฟ่า 6

ส่วนจะมีผลในเรื่องสวัสดิการต่างๆ หรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า คดียังไม่สิ้นสุด เพราะคำสั่งทางปกครอง สามารถใช้สิทธิ์ในการต่อสู้ได้ จริงๆ ตนเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากการทุจริต เพราะตอนนั้นท่านเป็นหัวหน้าฝ่าย และเป็นกรรมการตรวจรับ เท่านั้น

ทั้งนี้นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ร่อนเอกสารชี้แจงปมถูกออกจากราชการ ทั้งที่เหลืออายุราชการอีก 1 ปี ว่าเนื่องมาจากป.ป.ช.ชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง คดีซื้อเครื่องมือตรวจหาวัตถุระเบิดอัลฟา6 แต่ใช้งานไม่ได้ที่จังหวัดยะลา เมื่อปี 2551 ตัดพ้อข้าราชการระดับล่างถูกรังแก ประกาศเดินหน้ายื่นศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

ในช่วงท้ายของเอกสาร  ระบุว่า โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณท่านหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ได้ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล กระทรวง และจังหวัดตรังอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์จนเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากภาคส่วนต่าง ๆ ในวงกว้าง และจังหวัดตรังได้รับรางวัลต่าง ๆ ในระดับประเทศ ระดับภาคในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนจังหวัดตรัง และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวตรังทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ของจังหวัดตรังจนบรรลุผลสำเร็จ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6
ปลัดมท.เผย ลงนามหนังสือให้ ‘ผู้ว่าฯตรัง’ ลาออก สู้คดีอัลฟ่า6

‘เศรษฐา’ มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ทำตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560305

05 ต.ค. 2566

‘เศรษฐา’ มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ทำตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มั่นใจ แต่งตั้ง ‘ผบ.ตร.’ ไม่ลุแก่อำนาจ ทำตามรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธตอบตั้งทีมทนายสู้หรือไม่ หลัง เสรีพิศุทธิ์ ร้อง ป.ป.ช.

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ถึงการที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. กับพวกรวม 10 คน ปฏิบัติหน้าที่แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง.(4) ที่ให้ปฏิรูปตำรวจเป็นอิสระในการทำงาน และการเสนอพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. ไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส โดยนายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆ ว่า มั่นใจว่า ไม่ได้ลุอำนาจและทำตามรัฐธรรมนูญ 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมลพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

นายกรัฐมนตรี ยังปฏิเสธตอบคำถามว่าจะตั้งทีมกฎหมายให้มาดูเรื่องนี้หรือไม่ ก่อนจะขึ้นรถยนต์เดินทางกลับทันที

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน ‘การค้าการลงทุน’ ดันสู่เวทีโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560294

05 ต.ค. 2566

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน 'การค้าการลงทุน' ดันสู่เวทีโลก

‘นฤมล‘ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ด้านการค้าการลงทุน เผยอยากจะผลักดัน สู่เวทีโลก ปัดพูดการเมือง ขอไม่ตอบบอกลาลุงป้อม ก่อนลาออกจากพลังประชารัฐ หรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีตเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ตนได้รับการแต่งตั้งเป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ตนขอโฟกัสที่งาน หลังได้รับมอบหมาย ให้ดูแลด้านการค้าไทยและการลงทุน ซึ่งมีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตามที่ได้รับมอบหมาย

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการค้าการลงทุนศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ด้านการค้าการลงทุน 

ส่วนตัวรู้สึก ดีใจที่ได้เจอพี่ๆ น้องๆ สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้งใหม่และเก่า ซึ่งตนเองก็เคยเจอกันมาแล้วเมื่อช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ดีใจที่ได้กลับมาเจอกัน มีอะไรที่ให้สามารถสนับสนุน ส่วนตัวก็ยินดี

เมื่อถามว่าการมาดำรงตำแหน่งเป็น “ที่ปรึกษานายกฯ” ในครั้งนี้ได้ลาขาด จากพรรคพลังประชารัฐแล้วหรือไม่ ส่วนตัวได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งมีผลทางกฎหมายไปแล้ว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2566 

‘นฤมล’ ดีใจรับ ‘ที่ปรึกษานายกฯ’ ขอโฟกัสงาน 'การค้าการลงทุน' ดันสู่เวทีโลก

ส่วนได้ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนลาออกหรือไม่ ตนเองขอชี้แจงว่า ตอนนี้ตนเองไม่ได้อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐแล้ว ขออนุญาต ที่จะไม่พูดถึงแล้วกัน อยากจะพูดเรื่องงานที่จะทำ

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ได้มอบหมายให้หลายส่วนด้วยกัน หลังจากได้เข้ามาหารือเมื่อวานนี้(4 ตุลาคม 2566) ซึ่งจะต้องเข้ามาหารือกับอีกหลายคนที่เกี่ยวข้องกับเนื้องานที่นายกฯ เศรษฐาได้มอบหมาย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวอีกว่า ตนมีความตั้งใจ และฝากประชาสัมพันธ์อีกครั้งว่ารัฐบาล อยากจะผลักดัน สู่เวทีโลกด้านการค้าการลงทุนในมิติต่างๆ ซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งตั้งใจที่จะผลักดันให้เป็นรูปธรรม ภายใต้นโยบายของรัฐบาลเศรษฐา ซึ่งไม่สามารถที่จะคิดหรือทำอะไรได้เอง เพราะจะต้องอยู่ในกรอบของรัฐบาลไทย

‘โฆษกรัฐบาล’ เล่าสาเหตุ ‘นายกฯ’ เสนอชื่อ ‘บิ๊กต่อ’ เป็น ผบ.ตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560284

05 ต.ค. 2566

'โฆษกรัฐบาล' เล่าสาเหตุ 'นายกฯ' เสนอชื่อ 'บิ๊กต่อ' เป็น ผบ.ตร.

‘โฆษกรัฐบาล’ ยืนยัน ‘นายกฯ’ แต่งตั้ง ‘บิ๊กต่อ’ เป็น ผบ.ตร. ตามกฎหมาย ไม่ข้ามหัวอาวุโส ยืนยันไม่มีลุอำนาจ-รับฟังรอบด้านแล้ว

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และก.ตร.คนอื่น ๆ รวมแล้ว 10 คน กรณีแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยมิชอบ เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงหลักอาวุโส ตามที่กฎหมายกำหนด 

นายชัย กล่าวว่า ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. จะต้องเป็นรองผบ.ตร. หรือจเรตำรวจ ซึ่งการพิจารณาวันนั้น มีบุคคลที่มีคุณสมบัติคือรองผบ.ตร. 4 ท่าน ซึ่งเกณฑ์ในการคัดเลือกให้ยึดลำดับอาวุโส และความรู้ความสามารถ 

โดยกฎหมายก่อนนี้ระบุว่า ให้ยึดเพียงอาวุโสเป็นหลัก แต่พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 65 ให้พิจารณาเรื่องความรู้ความสามารถด้วย ให้นายกฯเป็นผู้เสนอชื่อ และที่ประชุม ก.ตร.เป็นผู้ลงมติโหวต จากข้อเท็จจริงแคนดิเดตทั้ง 4 คน ในแง่อาวุโสนั้นมี 2 ระดับ คือ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ มีความอาวุโสสูงที่สุดและมากกว่าอีก 3 คน 1 ปีเท่ากัน 

นายชัย กล่าวต่อว่า ก่อนที่นายกฯ จะเสนอชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้เปิดให้ก.ตร.แสดงความคิดเห็นถึงความรู้ ความสามารถของแคนดิเดตแต่ละท่านว่าเป็นอย่างไร รวมถึงให้พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ในขณะนั้น เป็นผู้นำเสนอในฐานะผู้บังคับว่าแคนดิเดตแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่งนายกฯได้รับรู้อย่างรอบด้านและประเมินแล้วว่า ความแตกต่างทางอาวุโสห่างกันเพียงปีเดียว เมื่อรับฟังความรู้ความสามารถ จึงได้เสนอ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และที่ประชุมก็เห็นชอบกับข้อเสนอนี้

เมื่อเทียบข้อเท็จจริงกับกฎหมาย การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่มีปัญหา ถูกต้องตามหลักกฎหมายทุกประการ ข้อเท็จจริงมีความชอบธรรม สมเหตุสมผล นายกฯไม่ได้ลุแก่อำนาจ ยึดตามหลักกฎหมาย และรับฟังอย่างรอบด้านแล้วจริงๆ

เมื่อถามว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายชัย กล่าวว่า จะให้ไปชี้แจงที่ไหนก็ทำได้ ไม่ใช่เฉพาะนายกฯแต่คนที่นั่งอยู่ห้องประชุมเขารู้ว่าอะไรเกิดขึ้น สามารถชี้แจงได้ทุกคน

ส่วนเรื่องนี้ นายกฯบอกแต่เพียงว่า นึกไม่ถึงจะเป็นปัญหา และมันไม่ควรจะเป็นเรื่อง ทำให้เสียเวลา เสียสมาธิในการทำงาน แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วสังคมก็อยากจะรู้จึงให้ตนมาชี้แจงทำความเข้าใจ

‘บัวแก้ว’ เผยจีนเข้าใจเหตุ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ ขออย่าโฟกัสตัวเลข นทท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560282

05 ต.ค. 2566

'บัวแก้ว' เผยจีนเข้าใจเหตุ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ ขออย่าโฟกัสตัวเลข นทท.

‘บัวแก้ว’- ก.ท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกญาติผู้เสียชีวิต จีน-เมียนมา เดินทางมาไทย พร้อมจัดพิธีทางศาสนา ประสานทางการฑูต สร้างความเข้าใจ เหตุ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ เผย 4 มาตรการป้องกันเกิดเหตุซ้ำ ‘สุดาวรรณ’ ขออย่าโฟกัสตัวเลขนักท่องเที่ยว

วันที่ 5 ต.ค.2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแถลงถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ “กราดยิงสยามพารากอน” ว่า นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง จึงให้ตน และรมว.ท่องเที่ยวฯไปยังสถานทูตต่างๆ ทั้งจีน เมียนมา และสปป.ลาว เพื่อสร้างความเข้าใจให้เอกอัครราชทูต รวมถึงไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ทั้งที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน

 นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล  รมว.ท่องเที่ยวและกีฬานายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และน.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

โดยในส่วนผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน มีอาการพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องดูแลต่อไป ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลจุฬาฯ มีอาการดีขึ้น และคาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้เร็วๆนี้ 

กราดยิงสยามพารากอนกราดยิงสยามพารากอน

ทั้งนี้ ทางเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าใจสถานการณ์ และมีการออกแถลงการณ์ไปยังประเทศจีนแล้ว ว่าประเทศไทยมีการจัดการได้เร็วมาก ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

คลอด 4 มาตรการป้องกันเหตุซ้ำ

นายจักรพงษ์ กล่าว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อเตรียมความพร้อมในมาตรการป้องกันเหตุ ที่มี 4 มาตรการคือ 

  1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการเพิ่มกำลังพลเจ้าหน้าที่ในแหล่งชุมชน 
  2. ประสานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอความร่วมมือมือปิดเว็บไซต์ และช่องยูทูปที่มีการขาย ดัดแปลง และสอนวิธีประกอบอาวุธปืน แบลงค์กัน 
  3. มีการประสานกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เพื่อเข้มงวดในการนำเข้าอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น เพื่อป้องกันการซื้อได้ง่ายจากเยาวชน และ
  4. กระทรวงดิจิทัลฯได้นำแอพพิเคชั่นเตือนภัยมาใช้แจ้งเตือนเหตุการณ์ลักษณะที่เกิดเหตุ โดยจะมีการแถลงข่าวให้ทราบต่อไป

นายจักรพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมนั้น ยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมายไทยแน่นอน โดยทางกระทรวงยุติธรรมได้มีการชี้แจงขั้นตอนแล้วว่าผู้กระทำความผิดอยู่ในขั้นตอนไหน อย่างไร ทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น มีชาวจีนหนึ่งคนที่เสียชีวิต โดยญาติได้เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไปรับ พร้อมอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย และพาไปพบญาติของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาอยู่ในขณะนี้ ในส่วนของการเยียวยา ตอนนี้จะมีคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรีที่กำลังดำเนินการอยู่ จะสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ในวันที่ 6 ตุลาคม นี้ 

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระบรมราชินี ได้รับไว้ในพระราชานุเคราะห์ ส่วนการเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้น จะชี้แจงให้ทราบรายละเอียดในวันที่ 6 ตุลาคม นี้เช่นเดียวกัน

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะมีกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้ง 3 กระทรวงจะช่วยดูแลหลังเหตุการณ์ในกรณีที่มีผู้ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตชาวเมียนมาร์นั้น มารดาของผู้เสียชีวิตจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 6 ต.ค. และจะมีการจัดพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นเจ้าภาพด้วย

เมื่อถามว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเรียกคืนความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยอย่างไร เนื่องจากขณะนี้ชาวจีนได้มีการบอกต่อผ่านโซเชียลว่าไม่ให้มาเที่ยวประเทศไทย น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า เราพยายามสร้างความมั่นใจ โดยการเพิ่มการรักษาความปลอดภัย และมีการพูดคุยกันว่าในพื้นที่ที่มีผู้คนอยู่มากเช่นห้างสรรพสินค้าน่าจะเพิ่มมาตรการในการตรวจตราอาวุธที่ประตูทางเข้าเพิ่มเติม หรือไม่ซึ่งในรายละเอียดจะต้องมีการหารือกันต่อไป

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการกำชับไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่มีสาขาอยู่ในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะที่ประเทศจีน พยายามที่จะสื่อสารว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เดียว และจบไปในครั้งเดียว และเราจะมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมขึ้นอย่างไร

เมื่อถามว่า เราสามารถประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีลดลง หรือเพิ่มขึ้นอย่างไรหรือไม่ น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากให้โฟกัสตรงนั้น แต่อยากให้โฟกัสที่จิตใจและความมั่นใจที่ทางนักท่องเที่ยวจะมาประเทศไทย ส่วนการติดตามผลตัวเลขดังกล่าวนั้นขอแจ้งให้ทราบหลังจากนี้อีก 1-2 สัปดาห์

'บัวแก้ว' เผยจีนเข้าใจเหตุ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ ขออย่าโฟกัสตัวเลข นทท.
'บัวแก้ว' เผยจีนเข้าใจเหตุ ‘กราดยิงสยามพารากอน’ ขออย่าโฟกัสตัวเลข นทท.

เมื่อถามว่า ในฐานะผู้เสียชีวิตที่เป็นแรงงานชาวต่างชาติ หากต้องการฟ้องร้องให้ถึงที่สุด ทางรัฐบาลจะส่งทีมกฎหมายช่วยดูแลได้หรือไม่ น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ในส่วนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน หากมีการติดต่อมาจะได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกันต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่มีประเด็นนี้เกิดขึ้นมา

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560274

05 ต.ค. 2566

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

วันนอร์ ประธานสภา รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จากหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่นำคณะ สส.ในฐานะว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน เข้ามายื่นร่างฯ ชงเนื้อหา 4 ข้อ ‘ชัยธวัช’ วอนพรรคการเมืองหนุน ชี้เป็นจุดเริ่มต้นความปรองดอง เทียบคดี 6 ตุลาฯ หนักกว่าถึงขั้นฆ่าจนท.รัฐ ยังนิรโทษกรรมให้ได้

วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่อาคารรัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อม สส.พรรคก้าวไกลยื่น “ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม” หรือ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองฯ ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวถายหลังรับหนังสือว่าขอแสดงความยินดีกับนายชัยธวัชที่ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล และจะได้ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคนต่อไป

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

สำหรับ “ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม” หรือ ร่างพระราชบัญญัติบุคคลซึ่งกระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง จะรับไว้ดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็วที่สุด

นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้ออย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับตั้งแต่การชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อ 11 ก.พ. 2549 และลุกลามบานปลายจนเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

และต่อมาก็ยังมีการรัฐประหารซ้ำอีกครั้งเมื่อปี 2557 และตลอดระยะเวลาของการชุมนุมนับตั้งแต่ครั้งแรก สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเข้าไปมีส่วนร่วมในการชุมนุม หรือการแสดงออกในทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ และตลอดระยะเวลามีประชาชนนับ 1,000 คน ถูกดำเนินคดี

ตั้งแต่คดีเล็กๆ น้อยๆ จนถึงข้อกล่าวหาร้ายแรง รวมถึงคดีความมั่นคง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยุติในการดำเนินคดี ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวพรรคก้าวไกลเห็นว่าทำให้ยากที่จะนำคนไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติสุข เกิดความสามัคคีกันในสังคม 

“เพราะพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่ถูกดำเนินคดี หรือ มีส่วนร่วมทางการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหนต่างก็มีความเห็นว่า รัฐไม่มีความเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และสิทธิเสรีภาพของพลเมือง จึงเห็นว่าถึงเวลาที่จะต้องยุตินิติสงครามและการนิรโทษกรรมจะเป็นหนทางที่ “ถอดฟืนออกจากกองไฟ” เป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นสร้างความยุติธรรมและความปรองดองที่ยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฯ นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ได้กำหนดให้การกระทำใดๆของบุคคลผู้เข้าร่วมเดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง ตลอดจนการกระทำทำทางกายภาพ หรือแสดงความคิดเห็นใดๆที่เป็นความผิดตามกฎหมายในช่วงเวลาที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 คือนับวันแรกของการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรจนถึงวันที่พระราชบัญนี้ได้มีผลบังคับใช้

หากการกระทำดังกล่าว มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ก็ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิด และความรับผิดโดยสิ้นเชิงทั้งนี้ ต้องมิให้ขัดกับพันธะกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่การนิรโทษกรรมนี้จะไม่ครอบคลุมถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุม หากเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ ตลอดจนจะไม่นิรโทษกรรมการทำความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา และจะไม่นิรโทษกรรมการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113

ส่วนจะรวม คดีมาตรา 112 หรือไม่อยู่ในวินิจฉัยของคณะกรรมการ โดยกลไกในการนิรโทษกรรมจะกำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ ในร่างเสนอให้มีจำนวน 9 คน ซึ่งประธานรัฐสภาจะเป็นผู้แต่งตั้ง โดยมีองค์ประกอบจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บุคคลที่ได้รับเลือกจากคณะรัฐมนตรี มาจากบุคคลที่สภาผู้แทนราษฎรเลือกอีก 2 คน มาจากผู้พิพากษาอดีตผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม ของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ตุลาการหรืออดีตศาลปกครอง 1 คน มาจาก คณะกรรมการอัยการ 1 คนและสุดท้าย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

‘วันนอร์’ รับ ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จาก ‘ชัยธวัช’ หน.พรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช กล่าวว่า พรรคก้าวไกลย้ำว่า การเสนอ “ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม” ในครั้งนี้ เรามุ่งหวังให้เป็นกฎหมายสำคัญสำหรับการคืนชีวิตใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนที่โดนนิติสงคราม หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองแสดงออกทางการเมืองใดๆและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ไปชุมนุมโดยสันติ และเชื่อว่าการนิรโทษกรรมนี้เป็นสิ่งที่สามารถเป็นไปได้ หากพรรคการเมืองร่วมกันผลักดัน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคการเมืองต่างไม่ได้ปฏิเสธ จึงจะใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับพรรคการเมืองทุกฝ่าย 

รวมถึงพี่น้องประชาชนทุกฝ่าย ทุกสี ที่มีความขัดแย้งกันในอดีตให้สำเร็จให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าแม้เรา อาจจะไม่ได้มีความเห็นทางการเมืองตรงกลางทั้งหมดแต่ก็เชื่อว่า ทุกฝ่าย ที่มาแสดงออกทางการเมือง ยืนอยู่ บนพื้นฐานความคิดความเชื่อที่ทำให้การเมืองดีดังนั้นการยุติการต่อสู้การดำเนินคดี ไม่ว่าฝ่ายไหน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้ ใช้ กระบวนการที่สันติแสวงหาฉันตามมาติที่เป็นที่ยอมรับ และเชื่อว่าภายหลังการพูดคุยพรรคการเมืองต่างๆอาจจะมีร่างกฎหมายลักษณะเดียวกันมาประกบ

นายชัยธวัช กล่าวว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับพรรคการเมืองต่างๆแล้วรวมถึงพรรคเพื่อไทย ที่อาจจะไม่เสนอร่าง แต่มีท่าทีสนับสนุน และตนได้ขอให้มาคุยเรื่องนี้ในชั้นกรรมาธิการ ขณะเดียวกัน ก็ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้กับสว.ไว้บ้างแล้วตั้งแต่ปลายสมัยประชุมทที่แล้ว ซึ่งคิดว่าน่าจะสานต่อ และหวังว่า ถ้าได้คุยกับพรรคการเมืองต่างๆทุกพรรค

โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ในฝากรัฐบาล ก็ไม่ได้มีอะไรที่ติดขัด โดยต่างเห็นประโยชน์และความจำเป็น ต่อสถานการณ์ทางการเมือง เพราะรัฐบาลก็ได้แถลงว่าการจัดตั้งรัฐบาลมีเป้าหมายเรื่องความปรองดอง ซึ่งตนคิดว่าความปรองดองจะสำเร็จขึ้นได้ เงื่อนไขสำคัญคือความยุติธรรม ให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการนิรโทษกรรมทางการเมือง แม้หลายกรณีอาจจะมองว่าคนที่ถูกกล่าวหามีความผิดจริง แต่เราต้องยอมรับว่า เป็นการกระทำผิดที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งคิดว่าหากเรามาเริ่มต้นกันใหม่คืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน ยุติคดีความที่เป็นเงื่อนไขให้คนที่เห็นต่างกัน มีพื้นที่ได้กลับมาคุยกัน โดยกระบวนการทางประชาธิปไตย แบบนี้ถือเป็นก้าวแรกที่จะสร้างความปรองดองได้

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะกังวลว่า คดีความที่ร้ายแรงต่างๆ เหมาะที่จะนิรโทษกรรมหรือไม่ ตนอยากจะย้ำเตือนว่าพรุ่งนี้เป็นวันที่ 6 ตุลาคม 2521 ซึ่งเหตุการณ์นี้ ที่รัฐบาลได้ทำให้เป็นเงื่อนไขสำคัญ จนนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้ง คือการนิรโทษกรรมเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2521 รวมถึงการออกคำสั่ง 66/23 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์นี้ล้วนแต่เป็นโทษร้ายแรงทั้งสิ้น โดยเฉพาะ 66/23 เป็นการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ใช้อาวุธลุกขึ้นสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และมีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตจำนวนมาก เรายังสามารถเปิดให้กับคนที่กระทำผิดร้ายแรงเข้าสู่สังคมและพูดคุย และร่วมใช้ชีวิตปกติในสังคมอีกครั้ง และวันนี้ ที่เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เพราะตั้งใจเพราะพรุ่งนี้เป็นวันที่ 6 ตุลาคม จึงหวังว่าพรรคการเมืองจะให้ความสนใจและเห็นประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งถ้าเห็นท้องก็อาจจะเสนอเลื่อนขึ้นมาพิจารณาเร็วขึ้น

เมื่อถามย้ำว่าจะนิรโทษกรรมให้กับคดี 112 ด้วยใช่หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตอนที่นิรโทษกรรมให้กับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ก็เป็นเรื่องความผิดมาตรา 112 เป็นหลัก และยังมีคดีกบฏ ล้มล้างการปกครอง และเปิดให้คนที่เข้าร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธ เราสามารถที่จะอภัย เพื่อทำให้การเมืองไทยเดินหน้าไปได้ จึงคิดว่าหากไม่มีอคติจนเกินไป ทุกฝ่ายควรจะร่วมกัน

เพราะรู้สึกเสียดายที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ตั้งโดยนายชวน หลีกภัย ทำรายงานเสร็จแล้ว แต่เสร็จในปลายสมัยจึงไม่มีโอกาสนำเสนอในสภา ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์ชุดต่างๆ ก็มีข้อเสนอในลักษณะนี้ ในเรื่อง ของนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง

แต่งตั้ง ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ นั่งปธ.คณะอนุฯ ‘เงินดิจิทัล 10,000’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560269

05 ต.ค. 2566

แต่งตั้ง 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' นั่งปธ.คณะอนุฯ 'เงินดิจิทัล 10,000'

บอร์ดนโยบาย ‘เงินดิจิทัล 10,000’ เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุฯ ขับเคลื่อนโครงการ มี ‘จุลพันธ์’ นั่งประธาน ‘นายกฯ’ ย้ำดำเนินงานรอบคอบ ระมัดระวัง เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลัง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ร่วมกับรัฐมนตรี คณะกรรมการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง 

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการดำเนินการโครงการดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ เป็นไปตามวินัยการเงิน การคลัง และข้อกฎหมาย ในที่ประชุมได้หารือเพื่อกำหนดกรอบการดำเนินโครงการ  “เงินดิจิทัล 10,000” ในหลายประเด็น เช่น ขอบเขตโครงการ แหล่งเงินการดำเนินโครงการ ระยะเวลาการดำเนินโครงการ การจัดการข้อมูลภายใต้โครงการ เป็นต้น 

ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ ตลอดจนคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านDigital Wallet โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะอนุกรรมการดังกล่าว เพื่อพิจารณารายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ และเสนอให้คณะกรรมการนโยบายฯ พิจารณาเห็นชอบโดยเร็วต่อไป 

แต่งตั้ง 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' นั่งปธ.คณะอนุฯ 'เงินดิจิทัล 10,000'

‘นายกฯ’ เตรียมลงพื้นที่ ติดตามอุทกภัย ใน 3 จังหวัด ‘อุบลฯ-ยโสธร-ร้อยเอ็ด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560262

05 ต.ค. 2566

‘นายกฯ’ เตรียมลงพื้นที่ ติดตามอุทกภัย ใน 3 จังหวัด ‘อุบลฯ-ยโสธร-ร้อยเอ็ด’

โฆษกรัฐบาล เผย ‘นายกฯ’ เตรียมลงพื้นที่ 3 จังหวัด อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ติดตามสถานการณ์อุทกภัย พบประชาชน มอบสิ่งของช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยระหว่าง 6-7 ต.ค.นี้

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันศุกร์ที่ 6 และวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร และจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ ซึ่งมีกำหนดการดังนี้

ภารกิจ นายกฯ เศรษฐา วันที่ 6 ต.ค.

วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2566 เวลา 12.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

โดยในเวลา 13.15 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย สั่งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ณ สำนักงานชลประทานที่ 7 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปสถานีตรวจวัดระดับน้ำ (M7) บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบปะประชาชน อ.พิบูลมังสาหาร ณ แก่งสะพือ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

ภารกิจ นายกฯ เศรษฐา วันที่ 7 ต.ค.

ในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 10.30 น. นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร จากนั้นในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ณ สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกฯ จะไปติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี-มูล รวมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 

สำหรับสถานการณ์น้ำของ จ.อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ขณะนี้ความจุแหล่งน้ำรวมของจังหวัด (ข้อมูล สทนช. 3 ต.ค. 2566) จ.อุบลราชธานี ความจุ 2,225 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 1,971 ล้าน ลบ.ม. (89%) จ.ยโสธร ความจุ 119 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 77 ลบ.ม. (65%) และ จ.ร้อยเอ็ด ความจุ 2,225 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำปัจจุบัน 85 ลบ.ม. (37%)