‘นายกฯ’ กำชับ ปปง. ทำงานรวดเร็ว-โปร่งใส เน้นยึดทรัพย์ตัดต้นตอเครือข่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560243

05 ต.ค. 2566

'นายกฯ' กำชับ ปปง. ทำงานรวดเร็ว-โปร่งใส เน้นยึดทรัพย์ตัดต้นตอเครือข่าย

‘นายกฯ’ คนแรกดูงาน ปปง. กำชับ รวดเร็ว-โปร่งใส เน้นยึดทรัพย์ตัดต้นตอเครือข่าย เชื่อทำงานดี ลดข้อครหาต่างๆได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี 

นายเศรษฐา ระบุนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธาน ปปง. บอกว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มามอบนโยบายการทำงาน ซึ่งหน่วยงานนี้มีความสำคัญ เพราะเชื่อมโยงกับความมั่นคง ปัจจุบันธุรกิจสีเทาโดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน เป็นองค์ประกอบใหญ่ที่ทำให้เครือข่ายขยายตัวรวดเร็ว ทั้งยาเสพติด พนันออนไลน์ และอื่นๆ โดยปปง. เป็นหน่วยงานสำคัญในการยึดทรัพทย์ เพื่อทำลายต้นตอของปัญหาหลายๆ อย่าง 

วันนี้มาคุยกับพนักงานมาให้กำลังใจ มามอบนโยบายว่า ต้องทำงานรวดเร็ว กระชับ ยึดหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชนก็สำคัญ ตรงนี้ต้องให้โอกาสกับผู้กระทำความผิดด้วย แต่การบังคับใช้กฎหมายต้องชัดเจน โปรงใส สาธารณชนรับรู้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยึดทรัพย์มาต้องขึ้นเว็บไซต์ว่าหน่วยงานทำอะไร ยึดเท่าไหร่ ของใคร และส่งคืนรัฐบาลไปแล้วเท่าไหร่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ 

ส่วนที่ประธาน ปปง. รายงานว่า กำลังอยู่ในระหว่างยึดทรัพย์กว่า 6 พันล้านบาทจะทำได้หรือไม่ นายเศรษฐา บอกว่า ทางสำนักงาน ปปง. มั่นใจจะสามารถทำได้ วันนี้จึงมากำชับต้องทำอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นจะมีการโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินได้ 

ทั้งนี้อาจจะมีกรอบระยะเวลาการยึดทรัพย์แต่ละคดี ซึ่งบอกไปแล้ว ว่าแต่ละอันต้องมีหน่วยชี้วัดการทำงาน และไทม์ไลน์ที่ชัดเจน 

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ผู้บริหาร ปปง. มีข้อครหาเรื่องเข้าไปเกี่ยวข้องธุรกิจสีเทา นายเศรษฐา ระบุว่า เรื่องนี้ต้องให้เกียรติกับเจ้าหน้าที่ด้วย อย่าพูดเช่นนั้นเลย เชื่อว่าทุกคนเข้าใจถึงที่สังคมกังขา ซึ่งได้กำชับ ทุกคนทำงานอย่างสุจริต รอบคอบ รวดเร็ว และตอบโจทย์สังคมได้ ขอให้รอดูต่อไป เชื่อว่าประสิทธิภาพการทำงานจะดีขึ้น ข้อครหาก็จะลดลง

ด้านนายฉัตรชัย กล่าวรายงาน สำนักงาน ปปง. ตั้งมา 24 ปี นายกฯเศรษฐา เป็นคนแรกที่จะมากำกับดูแล ปปง. ด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและเป็นขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ เพราะการทำงานของ ปปง. อยู่ภายใต้ความกดดัน ส่วนงบประมาณ ปปง. มี 432 ล้านบาท ที่ผ่านมามีการดำเนินการยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการกว่า 6 พันล้านบาท

'นายกฯ' กำชับ ปปง. ทำงานรวดเร็ว-โปร่งใส เน้นยึดทรัพย์ตัดต้นตอเครือข่าย

ขอ ‘เรือนจำพิเศษกรุงเทพ’ ปลดพันธนาการ ‘อานนท์ นำภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560242

05 ต.ค. 2566

ขอ 'เรือนจำพิเศษกรุงเทพ' ปลดพันธนาการ 'อานนท์ นำภา'

ทนายความยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือน ‘จำพิเศษกรุงเทพ’ ให้ปลดพันธนาการ ‘อานนท์ นำภา’ เพราะเป็นเพียงผู้ต้องขัง ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

วันที่ 9 ของการคุมขัง อานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งอยู่ระหว่างขอประกันคดีม็อบ 2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 29 ก.ย. และ 3 ต.ค. 2566 ทนายความผู้รับมอบอำนาจได้เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขอให้ทบทวนมาตรการการใช้เครื่องพันธนาการ

การยื่นหนังสือครั้งนี้สืบเนื่องมาจากภายหลังที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 4 ปี เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา และศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ประกันในระหว่างอุทธรณ์ อานนท์ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ไปที่ศาลอาญาในนัดสืบพยาน แต่ทนายความและประชาชนที่ไปรอให้กำลังใจอานนท์พบว่า

อานนท์ นำภาเดินเข้ามาในห้องพิจารณาคดีในทั้ง 3 วันอย่างช้า ๆ เนื่องจากมีตรวนล่ามข้อเท้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ลักษณะคล้ายกุญแจมือ แต่ใส่ที่ข้อเท้า ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมที่อานนท์ได้รับจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงยื่นหนังสือถึง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีใจความดังนี้

ตามที่อานนท์ นำภา ผู้ต้องขังตามหมายขังของศาลอาญา ซึ่งอยู่ในความควบคุมของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างการอุทธรณ์และคดียังไม่สิ้นสุด ได้เดินทางมาศาลอาญาเพื่อพิจารณาคดีในคดีอื่นเมื่อวันที่ 29 ก.ย. และ 3 ต.ค. 2566 โดยใส่พันธนาการเป็นตรวนที่ข้อเท้าทั้งสองข้างตลอดระยะเวลาที่ออกนอกเรือนจำ

การใส่ตรวนนั้นถือเป็นการลดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง แม้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ จะให้อำนาจกระทำได้เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทางเรือนจำจะต้องใช้โซ่ตรวนในทุกกรณี ซึ่งอานนท์ไม่ได้มีพฤติการณ์ใดในการหลบหนี เห็นได้จากกรณีที่อานนท์ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในช่วงปี 2564 เป็นเวลากว่า 9 เดือน และต้องเข้าออกเรือนจำเพื่อเดินทางไปศาลอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ได้มีพันธนาการใด ๆ

การพันธนาการอานนท์ตลอดระยะเวลาที่อยู่นอกเรือนจำ แม้กระทั่งขณะศาลทำการพิจารณาคดีซึ่งอานนท์ทำหน้าที่ทนายความด้วยนั้น จึงเป็นมาตรการที่เกินจำเป็นเมื่ออานนท์ยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ทางเรือนจำจะปฏิบัติต่ออานนท์เหมือนผู้กระทำผิดไม่ได้

ขอบคุณภาพจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอบคุณภาพจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

จึงขอให้เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทบทวนมาตรการการใช้เครื่องพันธนาการ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 29 พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 21 และข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) หรือข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการคุมขังของเรือนจำทั่วโลก

หน้าที่ ‘กรรมาธิการ’ ตรวจสอบหรือขัดขาฝ่ายบริหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560238

05 ต.ค. 2566

หน้าที่ 'กรรมาธิการ' ตรวจสอบหรือขัดขาฝ่ายบริหาร

แต่งตั้ง ‘กรรมาธิการ’ สามัญประจำสภา ฝุ่นเพิ่งหายตลบ ได้ครบ 35 คณะแล้ว โควต้าประธานจัดสรรตามสัดส่วนสส.ของแต่ละพรรค

คณะกรรมาธิการ (Committee) ตามนิยามสถาบันพระปกเกล้าฯหมายถึง องค์กรภายในสภาที่ประกอบด้วย บุคคลที่ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา และหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภา ที่สภาแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ตามที่สภามอบหมาย 

เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้รายงานต่อสภา  โดยกรรมาธิการสามัญต้องแต่งตั้งจากสมาชิกของแต่ละสภา  ประเภท วิสามัญสามัญเชิญผู้มีความสามารถที่มิได้เป็นสมาชิกของแต่ละสภา ร่วมเป็นกรรมาธิการได้ กรรมาธิการเรียกได้อีกอย่างว่าสภาเล็ก (Little Legislature) ในสภาใหญ่ เพื่อแบ่งเบาภาระของสภา

สภาผู้แทนราษฎร มี กรรมาธิการสามัญ 35 คณะ รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา129 สภากำหนดอำนาจหน้าที่ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ และรายงานให้สภาทราบตามระยะเวลาที่สภากําหนดการกระทํากิจการ การสอบหาข้อเท็จจริง หรือการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของสภา และหน้าที่และอํานาจตามที่ระบุไว้

ในการตั้งคณะกรรมาธิการต้องไม่ดำเนินการเรื่องที่ซ้ําซ้อนกัน เว้นแต่เรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกันให้ประธานสภาดำเนินการรวมกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง  กรรมาธิการไม่สามารถมอบอํานาจหรือมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคลใดกระทําการแทนได้

คณะกรรมาธิการตามวรรคหนึ่งมีอํานาจเรียกเอกสารจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในกิจการที่กระทําหรือในเรื่องที่พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาอยู่นั้นได้ แต่มิให้ใช้บังคับแก่ผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อํานาจในกระบวนวิธีพิจารณาพิพากษาอรรถคดี หรือการบริหารงานบุคคลของแต่ละศาล

และมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามหน้าที่และอํานาจโดยตรงในแต่ละองค์กรตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี ให้เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในกิจการที่คณะกรรมาธิการสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาที่จะต้องสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดหรือในกํากับ ให้ข้อเท็จจริง ส่งเอกสาร หรือแสดงความเห็นตามที่คณะกรรมาธิการเรียก

กรรมาธิการที่ปฏิบัติหน้าที่ มีเอกสิทธ์คุ้มครองเช่นเดียวกับสมาชิกสภาฯ กรรมาธิการ จะได้รับเบี้ยประชุม ครั้งละ 1,500 บาท ไม่เกิน สองครั้งต่อวัน

‘นายกฯ’ แต่งตั้ง 4 ที่ปรึกษานายกฯ ‘ธงทอง-ไพฑูร-อาทิตย์-ชินภัทร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560194

04 ต.ค. 2566

‘นายกฯ’ แต่งตั้ง 4 ที่ปรึกษานายกฯ ‘ธงทอง-ไพฑูร-อาทิตย์-ชินภัทร'

‘นายกฯ’ ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง 4 ที่ปรึกษานายกฯ ‘ธงทอง-ไพฑูร-อาทิตย์-พล.ต.อ.ชินภัทร’ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา พิจารณาเสนอความเห็น ข้อเสนอแนะ ตามที่นายกฯ มอบหมายเพิ่มเติม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่259/2566 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 234/2566 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น 

เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 เพื่อแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่างๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเพิ่มเติม ดังนี้

  • นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษา 
  • นายไพฑูร ชุติมากรกุล ที่ปรึกษา 
  • นายอาทิตย์ สุริยาภิวัฒน์ ที่ปรึกษา และ 
  • พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน ที่ปรึกษา 

โดยคำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป

‘มาดามเดียร์’ ขอรัฐบาล เปิดพื้นที่ให้ปชช.มีส่วนร่วม สร้าง ‘รธน.ฉบับปชช.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560187

04 ต.ค. 2566

‘มาดามเดียร์’ ขอรัฐบาล เปิดพื้นที่ให้ปชช.มีส่วนร่วม สร้าง ‘รธน.ฉบับปชช.’

‘มาดามเดียร์’ ขอรัฐบาล เปิดพื้นที่ให้ประชาชน มีส่วนร่วม ติดตาม ตรวจสอบ เพื่อสร้าง ‘รธน.ฉบับปชช.’ ที่สังคมยอมรับ ยุติความขัดแย้ง เดินหน้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น พร้อมเชิญร่วมงาน ครบรอบ 47 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ศุกร์นี้

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ได้โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเริ่มต้นก้าวที่หนึ่งกับการเดินหน้าไปสู่การแก้ไข รธน. อย่างเป็นทางการ กับ “คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ” แม้หนทางนำไปสู่ความเป็นจริงยังคงอีกยาวไกล

สิ่งที่อยากเห็นรัฐบาลเดินหน้าต่อไปคือ การเปิดกว้างรับฟัง การสร้างพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ เสนอความเห็น เพื่อสร้าง รธน. ฉบับประชาชนเป็นที่ยอมรับของสังคม ยุติผลพวงความขัดแย้ง และเดินหน้าประเทศไทยไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

น.ส.วทันยา บุนนาคน.ส.วทันยา บุนนาค

ศุกร์นี้เจอกันที่งานครบรอบ 47 ปี 6 ตุลาฯ 2519 ตอนเวลาบ่ายสองโมงครึ่งนะคะ

‘มาดามเดียร์’ ขอรัฐบาล เปิดพื้นที่ให้ปชช.มีส่วนร่วม สร้าง ‘รธน.ฉบับปชช.’

เจ้าแม่ ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ มาแล้ว ‘อุ๊งอิ๊ง’ โชว์วิชั่น ทำงานไม่ซอฟต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560181

04 ต.ค. 2566

เจ้าแม่ 'ซอฟต์พาวเวอร์' มาแล้ว 'อุ๊งอิ๊ง' โชว์วิชั่น ทำงานไม่ซอฟต์

‘อุ๊งอิ๊ง’ โชว์วิชั่นเดินหน้าแผนงาน ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ เตรียมจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ TCDC ในทุกจังหวัด

เนื้อหาในโพสของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร ระบุ ถึงซอฟต์พาวเวอร์ที่ไม่ซอฟต์ OFOS – THACCA เริ่มประชุมอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้ โดยสัปดาห์ก่อนได้ประชุมนอกรอบกับหัวเรือใหญ่จากหลากหลายภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมเพื่อสรุปข้อเสนอซอฟต์พาวเวอร์ด้านต่างๆ ที่ TCDC ไปรษณีย์กลาง  

เมื่อวานนี้มีประชุมเสนอแผนการดำเนินงานแก่คณะกรรมการชุดใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้ท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบภาพรวมของแผนงานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ OFOS-THACCA จะออกแบบนโยบายร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ทุกสาขาอย่างครอบคลุมและเบ็ดเสร็จ

จะมีการปรับแก้กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับยุคสมัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้การพัฒนาในอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ด้านต่างๆ ทั้ง 11 สาขา ได้แก่ อาหาร กีฬา เฟสติวัล ท่องเที่ยว ดนตรี หนังสือ ภาพยนตร์ เกม ศิลปะ การออกแบบและแฟชั่น เพื่อสร้างระบบนิเวศในอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เข้มแข็ง

อีกส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการสร้างสรรค์ในระดับชุมชน เราจะจัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบหรือ TCDC ในทุกจังหวัด เพิ่มพื้นที่สำหรับ Co-Working Space ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการเรียนรู้ การพบปะกันเพื่อริเริ่มไอเดียสร้างสรรค์ และต่อยอดเป็นซอฟต์พาวเวอร์อย่างมั่นคงตั้งแต่ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับประเทศ

เมื่อมีซอฟต์พาวเวอร์ที่พร้อม ก็จะถูกผลักดันสู่ขั้นตอน การรุกตลาดโลก ด้วยการทูตเชิงวัฒนธรรม หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมมือกับภาคเอกชนนำซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเผยแพร่สู่ตลาดโลกด้วยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก #Ing Shinawatra ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก #Ing Shinawatra

บอกจากใจเลยว่าพวกเราทำงานกันแบบไม่ซอฟต์เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง เราจะยกระดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเสือเศรษฐกิจตัวที่ 5 ให้กลับมาผงาดในเวทีโลกอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าศักยภาพของคนไทยนั้นพิเศษไม่แพ้ใคร ยิ่งถ้าเราร่วมมือร่วมใจกันทุกฝ่าย OFOS – THACCA จะยิ่งพาพวกเราวิ่งไปไกลกว่าเดิมแน่นอน

ส่องรายชื่อตัวตึงสภา ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน นั่งกมธ. 35 คณะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560171

04 ต.ค. 2566

ส่องรายชื่อตัวตึงสภา ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน นั่งกมธ. 35 คณะ

รายชื่อตัวตึงสภา นั่งกมธ. 35 คณะ ‘วิโรจน์’ ดูทหาร ”รังสิมันต์ โรม’ ความมั่นคง เตรียมประชุมนัดแรกเลือกปธ.และวางตำแหน่งพรุ่งนี้

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่อง การเลือกตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สามัญประจำสภาฯ จำนวน35 คณะ คณะละ 15 คน โดยที่ สส. 1 คน เป็นกมธ.ได้ไม่เกิน 2 คณะ

สำหรับรายชื่อกมธ. คณะที่น่าสนใจ เช่น 

กมธ.การกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน

ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ก้าวไกล , ชัยเกษม นิติสิริ สส.เพื่อไทย , ณัฐชนนท์ ศรีก่อเกื้อ สส.ภูมิใจไทย , วิทยา แก้วภราดัย สส.รวมไทยสร้างชาติ , กัณวีร์ สืบแสง สส.เป็นธรรม 

กมธ. กิจการศาลองค์กรอิสระองค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจองค์กรมหาชนและกองทุน 

เบญจา แสงจันทร์ สส.ก้าวไกล , ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.ก้าวไกล , ธนกร วังบุญคงชนะ สส.รวมไทยสร้างชาติ 

กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ

รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล ,รอมฎอน ปันจอร์ สส.ก้าวไกล , พลเอกพิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.เพื่อไทย 

กมธ.ตำรวจ

ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.ก้าวไกล , ชัยชนะ เดชเดโช สส.ประชาธิปัตย์ 

กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.ก้าวไกล , รักชนก ศรีนอก สส.ก้าวไกล

กมธ.ทหาร

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.ก้าวไกล , เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.รวมไทยสร้างชาติ , เดชอิศม์ ขาวทอง สส.ประช่ธิปัตย์ 

กมธ.ป.ป.ช 

ธีรัจชัย พันธุมาศ สส.ก้าวไกล , พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ สส.เพื่อไทย , เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.รวมไทยสร้างชาติ แต่ชื่อที่ฮือฮาสุดๆ คือปรากฏชื่อ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ สส.พลังประชารัฐ ซึ่งเคยมีข่าวฉาวถูกแฉคลิปวีดีโอกำลังนั่งจั่วไพ่ในสภาฯ นั่งกมธ.ชุดนี้ด้วย 

ต่ออายุ ‘ก้าวไกล’ 15 วัน ยื่นคำชี้แจง ‘ล้มล้างการปกครอง’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560152

04 ต.ค. 2566

ต่ออายุ 'ก้าวไกล' 15 วัน ยื่นคำชี้แจง 'ล้มล้างการปกครอง' หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญให้เวลา 15 วัน ‘ก้าวไกล’ ชี้แจงคำร้อง หาเสียงด้วยการแก้ไข กฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการ ‘ล้มล้างการปกครอง’ หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ ปรึกษาคดีสำคัญและเป็นที่น่าสนใจ กรณี นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 (เรื่องพิจารณาที่19/2566) นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ( ผู้ร้อง )ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า

การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เพื่อยกเลิกประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ซึ่งผู้ถูกร้องทั้งสองเพิ่งยื่นคำชี้แจงเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 ตามที่ผู้ถูกร้องทั้งสองขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ 2

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้บุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับหนังสือ

เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 4 ต.ค. 2566เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 4 ต.ค. 2566เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 4 ต.ค. 2566เอกสารข่าว ศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 4 ต.ค. 2566

‘ก้าวไกล’ เสนอมาตรการ ป้องกันเหตุ ‘กราดยิง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560137

04 ต.ค. 2566

'ก้าวไกล' เสนอมาตรการ ป้องกันเหตุ 'กราดยิง'

เหตุ ‘กราดยิง’ ที่สยามพารากอน วานนี้ ถูกหยิบยกไปหารือในที่ประชุมสภาฯ โดยสส. ‘ก้าวไกล’ เสนอ 4 แนวทางป้องกันเหตุและมาตรการควบคุมที่เข้มข้น

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายปรึกษาหารือในประเด็นเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอน เสนอ 4 แนวทาง ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในอนาคต และบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าประกอบด้วย

ระบบแจ้งเตือนภัย  เหตุการณ์กราดยิงที่สยามพารากอนเมื่อวานนี้ ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนผ่านข้อความจากหน่วยงานรัฐ โดยต้องใช้การแจ้งเตือนจากเอกชนหรือติดตามข่าวจากโซเชียลมีเดียเป็นหลัก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดแผนการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยของรัฐแบบ cell broadcasting ที่จะเป็นการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ

การครอบครองอาวุธปืน -แม้ปืนที่ถูกใช้ก่อเหตุจะเป็นปืนดัดแปลง แต่การที่ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมปืนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าควรมีการศึกษาทบทวนเรื่องการครอบครองปืนทั้งระบบ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ต้องหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายขออนุญาตปืนในระบบให้ครอบคลุมประเภทอาวุธมากขึ้นและมีกระบวนการที่รอบคอบมากขึ้น ปรับปรุงมาตรการปิดช่องทางค้าขายปืนนอกระบบให้มีประสิทธิภาพขึ้น

มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนและประวัติผู้ก่อเหตุอย่างกว้างขวาง แม้ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยจะชี้ชัดว่าการประโคมข่าวลักษณะนี้มีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความเข้าใจกับสังคมในการงดเผยแพร่เรื่องราวของผู้ก่อเหตุ เพื่อส่งสัญญาณว่าการกระทำอันอำมหิตต่อเพื่อนมนุษย์แบบนี้ จะไม่มีวันทำให้ใครก็ตาม ได้แสงหรือความสนใจ แม้แต่นิดเดียว

สุขภาพจิตของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังเกิดเหตุ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนอาจยังคงมีสภาพจิตใจที่ไม่เหมือนเดิม หรือมีอาการผวา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในการเข้าถึงช่องทางการฟื้นฟูและบำบัดสภาพจิตใจ

สส.ก้าวไกล เสนอแนวทางป้องกัน เหตุกราดยิงสส.ก้าวไกล เสนอแนวทางป้องกัน เหตุกราดยิง

นอกจากพริษฐ์ แล้ว ยังมีสส.ก้าวไกล อย่าง ธิษะณา ชุณหวัณ หารือในเรื่องเดียวกันนี้ โดยเห็นว่า เหตุกราดยิงที่สยามพารากอน ชี้ให้เห็นว่า มีความหละหลวมในเรื่องการควบคุมอาวุธปืนประดิษฐ์ ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติ ทำให้ถูกนำไปก่อเหตุรวมถึงมาตรการตรวจรักษาความปลอดภัย ที่หละหลวม ทั้งที่มีเครื่องตรวจโลหะ

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560102

03 ต.ค. 2566

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ติดตามคืบหน้าเหตุกราดยิง เผย หนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จ่อ ถกมาตรการความปลอดภัยเพิ่ม

วันที่ 3 ต.ค.2566 ความเคลื่อนไหวของ นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย หลังเวลาราชการ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจเหตุยิงกลางพารากอน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย เพื่อรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกราดยิง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมคนร้าย บุกยิงที่ห้างสยามพารากอน จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะเดินทางไปตรวจดูเหตุการณ์ที่ห้างพารากอนเนื่องจากมีผู้เสียชีวิต และไปให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อถามว่า จะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอดูความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในระหว่างการปฐมพยาบาลหรือเข้าผ่าตัดอยู่หรือไม่

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

เมื่อถามต่อว่าได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตล่าสุดกี่ราย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อประมาณ 20 นาทีที่ผ่านมา ตนได้รับรายงานยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน อายุประมาณ 30 กว่าๆ นอกจากนั้นยังไม่ทราบอะไรมากกว่านี้

เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและแผนรับมือหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องมีการประชุมและพูดคุยกันอีกครั้ง ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง เพราะในช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลต่างๆ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการเป็นเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ขอหารือก่อน เพราะวันนี้ก็เข้ามาประชุม สส.ที่พรรคเพื่อไทย

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง
‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง