‘ก้าวไกล’ เสนอมาตรการ ป้องกันเหตุ ‘กราดยิง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560137

04 ต.ค. 2566

'ก้าวไกล' เสนอมาตรการ ป้องกันเหตุ 'กราดยิง'

เหตุ ‘กราดยิง’ ที่สยามพารากอน วานนี้ ถูกหยิบยกไปหารือในที่ประชุมสภาฯ โดยสส. ‘ก้าวไกล’ เสนอ 4 แนวทางป้องกันเหตุและมาตรการควบคุมที่เข้มข้น

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายปรึกษาหารือในประเด็นเหตุกราดยิงที่ห้างสยามพารากอน เสนอ 4 แนวทาง ให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีกในอนาคต และบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าประกอบด้วย

ระบบแจ้งเตือนภัย  เหตุการณ์กราดยิงที่สยามพารากอนเมื่อวานนี้ ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนผ่านข้อความจากหน่วยงานรัฐ โดยต้องใช้การแจ้งเตือนจากเอกชนหรือติดตามข่าวจากโซเชียลมีเดียเป็นหลัก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดแผนการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยของรัฐแบบ cell broadcasting ที่จะเป็นการส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ

การครอบครองอาวุธปืน -แม้ปืนที่ถูกใช้ก่อเหตุจะเป็นปืนดัดแปลง แต่การที่ประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอาชญากรรมปืนสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของทวีปเอเชีย เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าควรมีการศึกษาทบทวนเรื่องการครอบครองปืนทั้งระบบ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ต้องหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายขออนุญาตปืนในระบบให้ครอบคลุมประเภทอาวุธมากขึ้นและมีกระบวนการที่รอบคอบมากขึ้น ปรับปรุงมาตรการปิดช่องทางค้าขายปืนนอกระบบให้มีประสิทธิภาพขึ้น

มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนและประวัติผู้ก่อเหตุอย่างกว้างขวาง แม้ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยจะชี้ชัดว่าการประโคมข่าวลักษณะนี้มีความเสี่ยงจะก่อให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความเข้าใจกับสังคมในการงดเผยแพร่เรื่องราวของผู้ก่อเหตุ เพื่อส่งสัญญาณว่าการกระทำอันอำมหิตต่อเพื่อนมนุษย์แบบนี้ จะไม่มีวันทำให้ใครก็ตาม ได้แสงหรือความสนใจ แม้แต่นิดเดียว

สุขภาพจิตของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังเกิดเหตุ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนอาจยังคงมีสภาพจิตใจที่ไม่เหมือนเดิม หรือมีอาการผวา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในการเข้าถึงช่องทางการฟื้นฟูและบำบัดสภาพจิตใจ

สส.ก้าวไกล เสนอแนวทางป้องกัน เหตุกราดยิงสส.ก้าวไกล เสนอแนวทางป้องกัน เหตุกราดยิง

นอกจากพริษฐ์ แล้ว ยังมีสส.ก้าวไกล อย่าง ธิษะณา ชุณหวัณ หารือในเรื่องเดียวกันนี้ โดยเห็นว่า เหตุกราดยิงที่สยามพารากอน ชี้ให้เห็นว่า มีความหละหลวมในเรื่องการควบคุมอาวุธปืนประดิษฐ์ ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติ ทำให้ถูกนำไปก่อเหตุรวมถึงมาตรการตรวจรักษาความปลอดภัย ที่หละหลวม ทั้งที่มีเครื่องตรวจโลหะ

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560102

03 ต.ค. 2566

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ติดตามคืบหน้าเหตุกราดยิง เผย หนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จ่อ ถกมาตรการความปลอดภัยเพิ่ม

วันที่ 3 ต.ค.2566 ความเคลื่อนไหวของ นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย หลังเวลาราชการ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจเหตุยิงกลางพารากอน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. รุดลงพื้นที่เกิดเหตุยิงกลางห้างสยามพารากอน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เดินทางออกจากพรรคเพื่อไทย เพื่อรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุกราดยิง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมคนร้าย บุกยิงที่ห้างสยามพารากอน จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 

โดยนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนจะเดินทางไปตรวจดูเหตุการณ์ที่ห้างพารากอนเนื่องจากมีผู้เสียชีวิต และไปให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อถามว่า จะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอดูความเหมาะสมอีกครั้ง เพราะไม่รู้ว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในระหว่างการปฐมพยาบาลหรือเข้าผ่าตัดอยู่หรือไม่

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

เมื่อถามต่อว่าได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิตล่าสุดกี่ราย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อประมาณ 20 นาทีที่ผ่านมา ตนได้รับรายงานยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน อายุประมาณ 30 กว่าๆ นอกจากนั้นยังไม่ทราบอะไรมากกว่านี้

เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและแผนรับมือหลังจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงต้องมีการประชุมและพูดคุยกันอีกครั้ง ขอให้ใจเย็นนิดหนึ่ง เพราะในช่วงนี้กำลังเข้าสู่เทศกาลต่างๆ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการเป็นเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ขอหารือก่อน เพราะวันนี้ก็เข้ามาประชุม สส.ที่พรรคเพื่อไทย

‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง
‘นายกฯเศรษฐา’ เสียใจ ลงพื้นที่ ‘พารากอน’ ตรวจสอบที่เกิดเหตุยิง

‘ธรรมนัส ‘ตั้ง ปนิธาน ขอเป็นหลักให้ ‘พลังประชารัฐ’ – เสนอชื่อ รองโฆษกฯไม่คืบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560088

03 ต.ค. 2566

'ธรรมนัส 'ตั้ง ปนิธาน ขอเป็นหลักให้ 'พลังประชารัฐ'  - เสนอชื่อ รองโฆษกฯไม่คืบ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   และ  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” ยืนยันปักหลักอยู่กับพรรค ช่วยงาน “ลุงป้อม” ระบุ หากหัวหน้าพรรควางมือ พร้อมที่จะสานต่อในการทำหน้าที่เป็นแกนหลักค้ำจุนพรรค ส่วนความสัมพันธ์ภายใน พลังประชารัฐ สุดชื่นมื่น

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   และ  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  เปิดเผยว่า  ข่าวที่ระบุว่าตนเองจะลาออกจาก “พลังประชารัฐ”  ไม่เป็นความจริง   ขณะนี้ยังเป็นเลขาธิการพรรคและเป็นสส.พรรคฯ   และจะอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต่อไป แต่ถ้าพล.อ.ประวิตร หยุดหรือวางมือทางการเมือง   ภารกิจตนก็ต้องทำหน้าที่เป็นหลักให้กับพรรค  

บรรยากาศภายในพรรค “พลังประชารัฐ”   ยังกลมเกลียวและเหนียวแน่น เพราะส่วนตัวแม้จะไม่ได้มาประชุมที่พรรค แต่ร่วมประชุมกับสส.ทุกวันพุธที่รัฐสภา   ยืนยันว่าการทำงานของ สส.ไม่มีขั้ว เพราะตนเองและ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีการพูดคุยกันทุกเช้า ไม่อยากให้เข้าใจผิดว่าทะเลาะ  บางงานที่พล.ต.อ.พัชรวาทไปไม่ได้  ก็มอบหมายให้ตนไปแทน

สำหรับภายในพรรคพลังประชารัฐ เป็นที่น่ายินดี  ที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์    ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   ได้รับแต่งตั้ง เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย   มีผลตั้งแต่วันนี้  (  3 ต.ค.)   อย่างไรก็ดี  ปัญหาในขณะนี้คือ  ตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล ในโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ  ตนได้ส่งรายชื่อบุคคลไปแล้วแต่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงยังไม่ส่งเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  ร้อยเอก ธรรมนัส ระบุ

มีรายงานว่าบุคคลที่คาดว่า จะได้ไปดำรงตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล  หรือรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ คือ น.ส. เกณิกา อุ่นจิตร์ ผู้สมัคร สส. สระบุรี เขต 3 และทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ

‘บิ๊กจิ๋ว’ ให้กำลังใจ ‘สุทิน’ ดูห้องทำงานเก่า อวยพร อยู่ยืนยาว ทำแต่เรื่องดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560074

03 ต.ค. 2566

'บิ๊กจิ๋ว' ให้กำลังใจ 'สุทิน' ดูห้องทำงานเก่า อวยพร อยู่ยืนยาว ทำแต่เรื่องดี

‘บิ๊กจิ๋ว’ บุกกระทรวงกลาโหม ให้กำลังใจ ‘สุทิน คลังแสง’ ดูห้องทำงานเก่า พร้อมอวยพร อยู่ยืนยาว ทำแต่เรื่องดี นำประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

‘สุทิน คลังแสง’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ ‘บิ๊กจิ๋ว’ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาเข้าพบ เพื่อมาเยี่ยมให้กำลังใจ ที่ กระทรวงกลาโหม โดย นายสุทิน ได้พา พล.อ.ชวลิต ไปยังชั้น 2 ห้องรับรองรัฐมนตรี ระหว่างเดินไปได้สอบถาม พล.อ.ชวลิต ว่า “จำห้องนี้ได้หรือไม่ คุ้นหรือไม่ ยังมีรูปท่านด้วย ตนเดินดูอยู่เมื่อเช้า ท่านเป็นรัฐมนตรีกลาโหม หลายสมัยมาก และอีกคนที่เป็นรัฐมนตรีกลาโหมนานคือ จอมพลป.พิบูลสงคราม” ซึ่ง พล.อ.ชวลิต ตอบว่า “จำได้”

บิ๊กจิ๋ว-สุทินบิ๊กจิ๋ว-สุทิน

นายสุทิน เปิดเผยว่า พล.อ.ชวลิต มาเยี่ยมให้กำลังใจ และเข้าใจว่าอยากกลับมาดูที่ทำงานเก่า และท่านก็ได้สอบถามว่ามีอะไรหนักใจหรือไม่ในการทำงาน ซึ่งท่านก็มีแนวคิดที่ดีและโครงการที่ดีที่ท่านได้เขียนไว้ ท่านไม่ได้แนะนำอะไรและบอกว่าทำตัวดีแล้ว เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ทำตัวแบบนี้ต่อไป สิ่งที่ฝากไว้ เป็นเรื่องของประเทศมากกว่ากระทรวง ประเทศเรามีอะไรดีหลายอย่างที่ควรลุกขึ้นมาทำ แต่ตนยังยังไม่รู้ อีก 1-2 วัน ท่านจะให้คนนำเรื่องที่เขียนส่งมาให้ พร้อมฝากย้ำดูแลบ้านเมืองและประชาชน

เมื่อถามว่า การทำงานระหว่าง สส. กับ รัฐมนตรีแตกต่างกันอย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า ก็แตกต่างกัน เป็นรัฐมนตรีต้องทำงานบริหาร ทั้งคน ทั้งเงินและเป้าหมาย ก็ต่างกันมาก

ด้าน พล.อ.ชวลิต กล่าวหลังเข้าพบ นายสุทิน ว่า ขอให้อยู่ยืนยาว ทำดีๆ ก็พอแล้ว ทำแต่เรื่องดี พร้อมกล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินทางกลับว่า ขอให้ นายสุทิน นำประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อ 7 ก.ย. 2566 หลังจากที่ นายสุทิน ได้เข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ได้เดินทางไปพบ พล.อ.ชวลิต ที่บ้านพักแล้วมาครั้งหนึ่งเพื่อขอพรและเยี่ยมเยี่ยน ก่อนปฎิบัติหน้าที่ 

สำหรับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 3 สมัย คือ 30 มี.ค. 2533 – 10 มิ.ย. 2533, 18 ก.ค. 2538 – 16 พ.ย. 2540 และ 18 ก.พ. 44 – 6 ต.ค. 2545

บิ๊กจิ๋วบิ๊กจิ๋ว

บิ๊กจิ๋ว-สุทินบิ๊กจิ๋ว-สุทิน

นายสุทิน ยังได้กล่าวถึงกรณี น้ำมัน ที่หายจำนวน 2 แสนลิตร ของกองทัพบก ว่า ทราบว่า 1-2 วันนี้จะมีการสรุปผลให้ทาง ผู้บัญชาการทหารบก หลังจากนั้นก็จะวินิจฉัยและสั่งการได้ ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษ ซึ่งเป็นการตรวจสอบที่ไม่นาน ตนถือว่าเร็ว และหากต้องมีการสำรองราชการใคร ถ้าเป็นอำนาจของรัฐมนตรีตนก็พร้อม แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นระดับไหน เรื่องยังไม่มา แต่อันไหนที่เป็นอำนาจของผู้บัญชาการทหารบกก็ว่าไป ถ้าเป็นอำนาจของตนดูแล้วว่าผิดก็ว่ากันไปตามผิด

ทั้งนี้ หลังการให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนได้สอบถามถึงวงดนตรี “สวรรค์บ้านนา” ของ นายสุทิน ที่ก่อตั้งขึ้นว่ามีเวลาไปดูแลหรือไม่ เมื่อเป็นรัฐมนตรี โดยนายสุทิน บอกว่า ทางวงก็ยังคงแสดงอยู่ หากตนว่างก็จะไปร่วมร้องเพลงด้วย เพราะวงดนตรีมีนักร้องอยู่แล้ว พร้อมโชว์ลูกคอร้องเพลง “ทบ.2 ลูกอีสาน” จากนั้นได้พูดถึงเพลงอื่นที่ชื่นชอบ เช่น ทหารเกณฑ์คนจน, เพลงแนวหน้าลาแฟน, เพลงทหารเกณฑ์ผลัดสอง และ เพลงทหารบกพ่ายรัก 

“เพลงทั้งหมดที่ผมร้องมา และถ้าฟีลมาถึงจะร้องเพราะ และสนุก” นายสุทิน กล่าว

สุทินสุทิน

เปิดโฉมหน้า 35 ‘คณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ’ มี ‘จ่านิว’ ร่วมด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560072

03 ต.ค. 2566

เปิดโฉมหน้า 35 'คณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ' มี 'จ่านิว' ร่วมด้วย

‘เศรษฐา’ เซ็นแต่งตั้ง 35 ‘คณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ’ มีตัวแทนจากทุกพรรค ทุกสาขา ขณะที่ ‘จ่านิว’ โผล่มีชื่อร่วมด้วย

(3 ต.ค. 2566) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่256/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วยทีมงานทั้งหมด 35 คน มาจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งนักการเมือง-นักวิชาการ-ตำรวจ-ทหาร-นักกิจกรรม-นักศึกษา มีรายชื่อ “จ่านิว” ด้วย

ภูมิธรรม เวชยชัย ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้ รธน.ภูมิธรรม เวชยชัย ประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางแก้ รธน.

คณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ 35 คน ประกอบด้วย

  • นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน
  • นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองประธานฯ คนที่ 1
  • นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รองประธานฯ คนที่ 2
  • นายนิกร จำนง กรรมการและโฆษกกรรมการ

คณะกรรมการที่เหลือ ประกอบด้วย

  • นายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
  • พล.อ.ชัชวาล ขำเกษม
  • พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา
  • พล.ต.อ.วินัย ทองสอง
  • นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว)
  • นายศุภชัย ใจสมุทร
  • นายวิรัตน์ วรศสิริน
  • นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
  • นายวิเชียร ชุปไธสง
  • นายวัฒนา เตียงกูล
  • นายยุทธพร อิรชัย
  • นายไพบูลย์ นิติตะวัน
  • นายพรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย
  • นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา
  • นายประวิช รัตนเพียร
  • นายนพดล ปัทมะ
  • นายธนกร วังบุญคงชนะ
  • นายธงชัย ไวยบุญญา
  • นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
  • นายเดชอิศม์ ขาวทอง
  • นายฐากร ตันฑสิทธิ์
  • นายชาติพงษ์ จีระพันธุ
  • นายชนะโรจน์ เทียนธนะวัฒน์
  • นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี
  • น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์
  • นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ
  • ผู้แทนพรรคก้าวไกล
  • นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
  • นายนพดล เภรีฤกษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
  • นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกฯ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

หน้าที่และอำนาจของ คณะกรรมการ ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ดังนี้

  1. พิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน ในการออกกฎ กติกา ที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัย และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ตลอดจนสอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หารือแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เพื่อให้คนไทยมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่มากขึ้น และประเทศสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง รวมทั้งเป็ฯไปตามคำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2566
  2. ให้คณะกรรมการมีอำนาจเชิญผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ความเห็น หรือส่งเอกสาร หลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
  3. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้ตามความจำเป็น
  4. ให้คณะกรรมการรายงานผลการดำเนินงานต่อนายกรัฐมนตรี

ครม. แต่งตั้ง ‘รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี’ นั่ง รองโฆษกรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560063

03 ต.ค. 2566

ครม. แต่งตั้ง 'รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี' นั่ง รองโฆษกรัฐบาล

ครม. แต่งตั้ง ‘รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี’ นั่งเก้าอี้ รองโฆษกรัฐบาล ‘รังสิมา-ศรัณวุฒิ’ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ต.ค. 2566 คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติ/เห็นชอบ ในเรื่องแต่งตั้งข้าราชการ รัฐมนตรี หลายตำแหน่ง โดย “รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี” เป็นรองโฆษกรัฐบาล และ แต่งตั้ง “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” “รังสิมา รอดรัศมี” เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ซึ่งมีวาระการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน และรัฐมนตรีประจำกระทรวง ในหลายตำแหน่ง

1. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

  • คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ เสนอแต่งตั้ง พล.ต.ท.อภิรัติ นิยมการ ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง (รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป 

2. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

  • คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เสนอแต่งตั้ง นายภุชงค์ วรศรี ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป 

3. การแต่งตั้งข้าราชการการเมือง (สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

  • ​​คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ แต่งตั้ง นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่  3 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป

 รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรีรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

4. เรื่องการแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี

​​คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้ง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี จำนวน 2 ราย ดังนี้

  1. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ
  2. ​​น.ส.รังสิมา รอดรัศมี

ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ                    รังสิมา รอดรัศมีรังสิมา รอดรัศมี

​​โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีลงนามในประกาศแต่งตั้ง

5. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักนายกรัฐมนตรี)

  • ​​คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง นายโสภณ แท่งเพ็ชร์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

6. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ)

  • ​​คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเสนอแต่งตั้ง นายเอกชัย เกษมสุขธวัช ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อทดแทนดำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

7. เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง (กระทรวงยุติธรรม)

​​คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 8 ราย ดังนี้

​​

  1. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม
  2. ​​นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ ตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม
  3. นายเสกสรร สุขแสง ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม
  4. น.ส.วรวิวรรณ จตุรพิธพร ตำแหน่งที่ปรึกษาด้านกฎหมาย (นิติกร) (ประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม
  5. ​​นางจิรภา สินธุนาวา ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม
  6. นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
  7. ​​นายเรืองศักดิ์ สุวารี ตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
  8. น.ส.เอมอร เสียงใหญ่ ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ประเภทบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (ประเภทบริหาร ระดับสูง) กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

เตือน ‘เพื่อไทย’ มีวุฒิภาวะ อย่าถึงขั้นยื่นดาบให้ยุบพรรค ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560048

03 ต.ค. 2566

เตือน 'เพื่อไทย' มีวุฒิภาวะ อย่าถึงขั้นยื่นดาบให้ยุบพรรค 'ก้าวไกล'

บก.ลายจุด ยกประวัติศาสตร์ ที่เคยถูกกระทำ เตือน พรรค ‘เพื่อไทย’ อย่าเปิดช่องให้พรรค ‘ก้าวไกล’ ถูกทำลายทางการเมือง

สมบัติ บุญงามอนงค์หรือ บก.ลายจุดนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโพสเฟซบุ๊ค เตือนเพื่อไทย มีวุฒิภาวะ อย่าฉวยโอกาศทำลายล้างพรรคก้าวไกล ด้วยการยื่นดาบให้องค์กรอิสระ เนื้อหาในเฟซบุ๊ก ระบุว่า

สำหรับสิ่งที่จะเขียนต่อจากนี้ ขอเรียกว่าความปราถนาดี

พรรคเพื่อไทยอย่าส่งเรื่องกรณีหมออ๋องให้กับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล หากคุณเห็นว่ามันไม่ถูกต้องหรือพอเป็นช่องในการตอบโต้กันทางการเมือง ให้ใช้โอกาสนี้วิพากษ์วิจารณ์ในระดับที่เหมาะสม ว่ากันไปตามวิถีทางการเมือง  อย่าไปล้มโต๊ะล้มพรรคเขา อย่ามีส่วนร่วมใดๆ กับการทำลายล้างในระดับที่พรรคก้าวไกลต้องโดนยุบ อย่าชง อย่าส่งบอล หรือยื่นดาบให้เพชฌฆาต

เพื่อไทยต้องแสดงวุฒิภาวะทางการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านการถูกบ่อนทำลายในทุกรูปแบบ อย่านำพรรคกลืนไปกับมนต์ดำทางการเมืองแล้วกลายเป็นพรรคในแบบเดียวกับที่ประชาธิปัตย์เคยทำกับเพื่อไทย ให้ทุ่มเทไปกับการบริหารประเทศใช้สิ่งนี้เป็นผลงานที่จะแย่งชิงหัวใจของประชาชนกลับคืน และหากก้าวไกลจะล้มก็ให้เขาลื่นล้มด้วยตนเอง เพื่อไทยอย่าไปมีส่วนร่วม

ด้วยความปราถนาดีจริงๆ

‘ภูมิธรรม’ ชงรายชื่อ คกก.แก้ รธน.เข้า ครม.วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560036

03 ต.ค. 2566

‘ภูมิธรรม’ ชงรายชื่อ คกก.แก้ รธน.เข้า ครม.วันนี้

‘ภูมิธรรม’ เตรียมนำรายชื่อ คกก.แก้รัฐธรรมนูญเข้า ครม.วันนี้ ย้ำมีโควต้า ‘ก้าวไกล’ เชื่อดำเนินการเสร็จใน 4 ปี

วันที่ 3 ต.ค.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ กล่าวว่าว่า ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อคณะกรรมการให้กับ นาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว หากวันนี้นายกรัฐมนตรีเซ็นแต่งตั้ง ก็จะมีการแถลงข่าวในช่วง 13.00 น ของวันนี้ 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า คณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ จะมีพรรคฝ่ายค้านร่วมด้วย ทั้งพรรคก้าวไกล พรรคสร้างไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วที่สุด ภายใน 4 ปีนี้ต้องจบตามกรอบเวลา ตามไทม์ไลน์กฎหมายทั้งหมดว่าต้องกี่วัน เพราะยาวสุดประมาณ 3 ปีกว่า และเราลดการทำประชามติและลดการทำอะไรหลายอย่าง ทำให้ระยะเวลาลดลง ทั้งนี้ในระยะเวลา 3 ปี กว่าจะรวมทั้งกฎหมายลูกด้วย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งใหม่จะใช้กติกาใหม่ อันนี้และในช่วงบ่ายนี้ตนจะแถลงข่าวอีกครั้ง พร้อมทั้งแจกรายชื่อคณะกรรมการให้ทราบ อย่างไรก็ตามผู้ที่มาร่วมทำงานจะเข้ามาในลักษณะของผู้ทรงคุณวุฒิ

ลุ้น ‘วาระ ครม.’ ชง ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน ‘เงินดิจิทัล 10,000’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560034

03 ต.ค. 2566

ลุ้น 'วาระ ครม.' ชง  ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 'เงินดิจิทัล 10,000'

จับตา ‘วาระ ครม.’ วันที่ 3 ตุลาคม 2566 กระทรวงการคลัง ชง ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน ‘เงินดิจิทัล 10,000’ ลุ้นใช้ปีหน้า

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” ประจำวันที่ 3 ต.ค. 2566 มีหลายวาระ ครม. ที่น่าสนใจ ที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นชอบ ทั้งในส่วนของการแต่งตั้ง โยกย้าย ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข, เสนอแนทางการเพิ่มจำนวนประชากร รวมทั้งนโยบายที่อยู่ในความสนใจของประชาชนคือ “เงินดิจิทัล 10.000” ซึ่งวันนี้จะเสนอที่ประชุมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน

วาระร้อน ครม.

– นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมเสนอรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการสาธารณสุขเข้าที่ประชุม ครม. ที่ถูกตีกลับโผแต่งตั้งเมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว เนื่องจากติดเรื่องคุณสมบัติ โดยหมอชลน่าน กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่เพราะประเด็นที่ติดขัดนั้นเกี่ยวกับคดีความ

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข จะชงที่ประชุม ครม. เสนอแนวทางเพิ่มจำนวนพลเมือง ส่งเสริมการมีบุตร พร้อมดันเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน คนหนุ่มสาว ไม่แต่งงาน แต่งงานช้า หรือ ไม่มีบุตร ทำให้เด็กเกิดใหม่น้อย ทำให้พลเมืองไทยลดลง ส่งผลให้ขาดแคลนบุคลากร และยังจะส่งผลกระทบศักยภาพการแข่งขันในอนาคต จึงจะเสนอที่ประชุม ครม. รับทราบ อนุมัติในหลักการ เพื่อผลักดัน นำไปดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรม

เงินดิจิทัล 10,000

– กระทรวงการคลัง จะทำเรื่องเสนอที่ประชุม ครม. แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ชุดใหญ่ ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ส่วนกรรมการก็จะมี รองนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ และตัวแทน กระทรวงการคลัง , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สภาพัฒน์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น โดยมีคณะทำงานชุดเล็ก ศึกษารายละเอียด เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามเป้าหมาย สามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2567 หรือ อย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินไตรมาสแรกของปีหน้า

– นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสนอรายชื่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ แก้รัฐธรรมนูญ ต่อที่ประชุม ครม. หากวันนี้นายกรัฐมนตรีเซ็นแต่งตั้ง ก็จะมีการแถลงข่าวในช่วงเวลา 13.00 น. ทันที

นอกจากนี้ ยังมีวาระ ครม. อีกหลายวาระ ที่น่าสนใจ ซึ่งจะมีการแถลงผลการประชุมทั้งหมด ในเวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

เตรียมยื่น ‘ยูเอ็น’ ดันไทย เข้าภาคีอนุศัญญา ‘อุ้มหาย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560033

03 ต.ค. 2566

เตรียมยื่น 'ยูเอ็น' ดันไทย เข้าภาคีอนุศัญญา 'อุ้มหาย'

รมว.ยุติธรรม เสนอ ครม.ดันไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ‘อุ้มหาย’ และเตรียมยื่นต่อ ‘ยูเอ็น’ คุ้มครองการถูกบังคับให้สาปสูญ

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ลงนามเสนอ เรื่องการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance : ICPPED) หรือ อนุสัญญาอุ้มหาย พร้อมการจัดทำข้อสงวนต่อคณะรัฐมนตรี

ประเทศไทยโดยความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้จัดทำพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565  ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566

โดยพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว เป็นกฎหมายที่รองรับการดำเนินงานตามอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ

รวมทั้งได้กำหนดฐานความผิดและบทลงโทษกรณีการกระทำทรมาน การบังคับบุคคลให้สูญหาย และการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไว้เรียบร้อยแล้วมีความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอุ้มหาย อย่างสมบูรณ์แบบ

อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced  Disappearance : ICPPED) ประกอบด้วย 45 ข้อบท

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อห้ามเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในนามเจ้าหน้าที่รัฐ กระทำการบังคับบุคคลให้หายสาบสูญ (อุ้มหาย) ในทุกกรณี และกำหนดให้การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาซึ่งมีบทลงโทษ การดำเนินคดี และการเยียวยาที่เหมาะสม

ทั้งนี้ ภายหลังจาก คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบต่อการจัดทำข้อสงวนแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะได้ดำเนินการเสนอเรื่องเข้าเป็นภาคีต่ออนุสัญญาฯ ต่อองค์การสหประชาชาติหรือ ยูเอ็นต่อไป