‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้องสอบ ‘หมออ๋อง’ ใช้กลฉ้อฉลรักษาตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559861

30 ก.ย. 2566

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้องสอบ ‘หมออ๋อง’ ใช้กลฉ้อฉลรักษาตำแหน่ง

‘ศรีสุวรรณ’ จ่อร้อง ป.ป.ช.สอบ ‘หมออ๋อง’ ใช้กลฉ้อฉลรักษาตำแหน่งรองประธานสภาฯ ขู่พรรคไหนรับเข้าสังกัดจะเอาผิดด้วย

วันที่ 30 ก.ย. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ และ สส. ก้าวไกลมีมติเมื่อ 28 ก.ย. ให้นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือหมออ๋องออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนฯได้ต่อไป และหัวหน้าพรรคก้าวไกลก็จะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯได้ โดยให้เหตุผลในแถลงการณ์ที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียว่า “เพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่เป็น ‘ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์’ ได้พร้อมกับโพสต์รูปภาพและข้อความว่า “แยกกันเดิน เปลี่ยนประเทศด้วยกัน”

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า พฤติการณ์หรือการกระทำของพรรคก้าวไกลและหมออ๋องดังกล่าว อาจมีเจตนาที่จะทำเป็นกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพรางซึ่งเป็นโมฆียะกรรม อันขัดหรือแย้งต่ออุดมการณ์ของพรรคที่ได้จดทะเบียนไว้กับนายทะเบียนพรรคการเมืองเมื่อ 23 มิ.ย.63 ว่าจะยึดมั่นในหลักนิติรัฐและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้อย่างชัดเจน แต่กลับใช้วิธีการเยี่ยงนักการเมืองน้ำเน่าที่มุ่งกอดรัดอำนาจหรือตำแหน่งที่ตนมีหรือที่จะมีไว้อย่างไม่ละอาย มิได้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็น FC จำนวนมากแต่อย่างใด

อีกทั้งกรณีดังกล่าวถูกสังคมตำหนิ ติเตียน และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจเป็นทฤษฎีสมคบคิดกันโดยมิได้ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตนและมิได้รักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ อันเป็นข้อห้ามตามหมวด ๑ ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดตามม.219 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะไต่สวนและมีความเห็นได้โดยตรง 

นายศรีสุวรรณ ระบุต่อว่า หาก ป.ป.ช.มีความเห็นเป็นไปตามคำร้องก็จะต้องส่งศาลฎีกาพิพากษาเอาผิดทั้งคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล (กก.บห.) ชุดใหม่ และ สส. ก้าวไกลที่มีมติเมื่อ 28 ก.ย.รวมทั้งหมออ๋องด้วยและหากหมออ๋องไปสังกัดพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองดังกล่าวก็จะถูกลากเข้าไปร่วมรับผิดด้วยในฐานะตัวการร่วมในนิติกรรมอำพรางเหล่านี้ 

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า เพื่อความชัดเจนทางกฎหมายองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจะนำความไปยื่นร้องต่อป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าเข้าข่ายกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพราง อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ อย่างไร ตาม ม.234(1) ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบพรป.ป.ป.ช.2561 ต่อไปในวันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. จ.นนทบุรี 

‘สุทิน’ ยังไม่ตัดสินใจปมเครื่องเรือดำน้ำจีน ย้ำคำนึงถึงข้อกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559853

30 ก.ย. 2566

‘สุทิน’ ยังไม่ตัดสินใจปมเครื่องเรือดำน้ำจีน ย้ำคำนึงถึงข้อกฎหมาย

‘สุทิน’ เผยยังไม่ตัดสินใจปมเครื่องเรือดำน้ำจีน ย้ำต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินชายแดนใต้ให้คงไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น

วันที่ 30 ก.ย. นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เปิดระหว่างการเดินทางมามอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่โรงเรียนสุมเส้าพิทยา จ.อุดรธานี โดยระบุว่า วันนี้ได้มากำชับหน่วยงานในกระทรวงกลาโหมว่าได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนมากน้อยแค่ไหน และมีการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างไร ซึ่งอำเภอที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือที่ อ.เพ็ญ และ อ.ศรีธาตุ โดยมีการมอบถุงยังชีพเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เบื้องต้นทราบว่าทางกองทัพมีความพร้อมเต็มที่ ทั้งอัตรากำลังพล เครื่องมือหนักเบา รถขนย้ายประชาชนได้ทันหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจ และได้ประสานไปยังท้องถิ่นหากมีอะไรก็ขอให้เรียกใช้ทางกองทัพได้เต็มที่ พร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ 

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงกรณีเครื่องยนต์เรือดำน้ำที่มาจากจีน ว่า กองทัพเรือเพิ่งได้ข้อสรุปออกมาว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าได้ เมื่อขั้นตอนมาถึงกระทรวงกลาโหมก็ต้องมาดูอีกทีว่าจะได้หรือไม่ได้ โดยคำนึงถึงกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทัพและประเทศชาติเป็นหลัก จึงจะมาตัดสินใจกัน ตอนนี้ขั้นตอนยังไม่มาถึงกระทรวงกลาโหม 

ส่วนกรณียกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้คงไว้เท่าที่จำเป็นที่สุด เพราะว่าโดยการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไม่เฉพาะภาคใต้ แต่แนวชายแดนทางบกกว่า 5พันกิโลเมตร ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ต้องมีกฎอัยการศึกไว้ ไม่อย่างนั้นทำงานไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่ภาคใต้จะคงไว้เท่าที่จำเป็น และคงไว้ในระยะเวลาสั้นๆ เราต้องคำนึงเสรีภาพของประชาชน  

‘ธนกร’ ชี้นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไทย เป็นผลพวงรัฐบาล ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559851

30 ก.ย. 2566

‘ธนกร’ ชี้นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวไทย เป็นผลพวงรัฐบาล ‘ประยุทธ์’

‘ธนกร’ ชี้นักท่องเที่ยวแน่เที่ยวไทยเพียบ เงินเข้าประเทศกว่า 8 แสนล้าน เป็นผลพวงจากรัฐบาล ‘บิ๊กตู่ แนะรัฐบาลปลดล็อกข้อจำกัด-ยืดเวลาให้ นทท.อยู่ไทยนานขึ้น

วันที่ 30 ก.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนักท่องเที่ยวแห่บินเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยเรา ตั้งแต่ 1 มกราคม จนถึง 24 กันยายนปีนี้ มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาจากต่างประเทศจำนวนมาก

เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลออกนโยบายเร่งด่วน มาตรการวีซ่าฟรีให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกับคาซัคสถาน เมื่อวันที่25 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวอย่างไร นายธนกร ระบุว่า จากข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศไทย มากขึ้น และมากที่สุด คือ มาเลเซีย จีนเกาหลีใต้ อินเดียและรัสเซีย กลุ่มเหล่านี้ก็เป็นนักท่องเที่ยวที่นิยมมาเที่ยวประเทศไทย อย่างที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลนี้ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นมาตรการเร่งด่วน ที่สำคัญถือเป็นผลพวงมาจากการที่ “รัฐบาลพลเอกประยุทธ์” ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด และรัฐบาลชุดนี้ก็เร่งเครื่องภาคธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ด้วย

นายธนกร ยังกล่าวด้วยว่า มาตรการเร่งด่วนกระตุ้นการท่องเที่ยว แบบวีซ่าฟรี ให้กับจีนและคาซัคสถาน คาดจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนได้อีกมาก โดยเฉพาะช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งปีรวมแล้ว เกินกว่าที่คาดการเอาไว้เดิมที่ 30 ล้านคน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศไทยมากที่สุดคือ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ และอินเดีย รวมรายได้จากการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 1.327 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 8.15 แสนล้านบาท นักท่องเที่ยวไทย 5.12 แสนล้านบาท

“ไม่เพียงเท่านั้น เราก็จะต้องสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวให้มั่นใจว่า เมื่อมาเที่ยวประเทศไทย ต้องเที่ยวอย่างปลอดภัย ประทับใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่ปีที่ผ่านมา เข้ามาเที่ยวประเทศไทยสูงเป็นอับดับ 1 แต่ปีนี้ลดลงมารองจากมาเลเซีย เกิดจากความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทยในเรื่องความปลอดภัย ประกอบกับการฟื้นตัวของสายการบินที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่”นายธนกร กล่าว

นายธนกรกล่าวต่อว่า  ในระยะสั้นและระยะต่อไป เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง มีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูง มาพักอาศัยเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ รัฐบาลอาจส่งเสริมให้ไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ต้นทุนไม่สูงมากนัก แต่นักท่องเที่ยวจะได้รับความประทับใจในการให้บริการด้านสุขภาพ ด้านการพักผ่อน หรือแม้กระทั่งมาใช้ประเทศไทยในการพำนักหรือมาทำงานทางไกล รวมถึง สนับสนุนคนไทยเที่ยวในประเทศแทนการไปเที่ยวต่างประเทศ ก็จะช่วยรักษาเม็ดเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศไม่ไหลออกได้

โปรดเกล้าฯ ‘พล.อ.อ.สุรพล’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559841

30 ก.ย. 2566

โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

โปรดเกล้าฯ ‘พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์’ พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ โดยมาเป็น ‘ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม’

30 ก.ย. 2566  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ให้นายทหารสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ มีใจความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศเอก สุรพล พุทธมนต์ นายทหารราชองครักษ์พิเศษพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลปัจจุบัน

โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ
โปรดเกล้าฯ 'พล.อ.อ.สุรพล' พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ นายทหารราชองครักษ์พิเศษ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งมีชื่อของ พลอากาศเอก สุรพล พุทธมนต์ โดยมาเป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559834

29 ก.ย. 2566

‘วรวัจน์’ เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ ปชช.เดือนร้อน ปภ.จังหวัด บอกให้รอวันจันทร์

‘วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล’ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย เดือดจัด น้ำท่วมแพร่ปชช.เดือนร้อนกว่า 400 ครัวเรือน ติงจังหวัด-ปภ.จังหวัด ให้รอวันจันทร์ประกาศภัยพิบัติ ต้องโทรฯ จี้ปลัดมหาดไทย ถึงออกประกาศได้ตอนทุ่ม

เมื่อวันที่ 29 กันยายน  2566  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำท่วม เข้าท่วมหลายอำเภอในจังหวัดแพร่ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่วันทั้งวันจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความช่วยเหลืออะไรลงมาเลย ตนจึงได้ขอความช่วยเหลือไปทางนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีช่วยได้สั่งการมายัง ปภ.จังหวัดทันที 

แต่ทาง ปภ.จังหวัดยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะจะประกาศภัยพิบัติต้องรอวันจันทร์เลย ตนเห็นว่ารอไม่ได้แล้ว จึงต้องโทรศัพท์ไปหาปลัดกระทรวงมหาดไทย ทางปลัดมหาดไทย ได้โทรศัพท์มาสั่งการ ปภ.จังหวัด อีกรอบหนึ่ง จนถึงเวลา 19.30 น. จึงจะออกประกาศ และจะช่วยเพียง 2 ตำบล เท่านั้น

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย

โดยการแจกถุงยังชีพ คือตำบลป่าสักประมาณ 90 ชุด และตำบลสรอยประมาณ 70 ชุดเท่านั้น ทั้งที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อยหลายอำเภอ กว่า 400 ครัวเรือน 

“นี่คือความเป็นความตายของประชาชน แต่ท่านกลับบอกให้รอวันจันทร์ หรืออีก 2 วัน จึงจะออกประกาศให้ได้ ขณะที่จังหวัด ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีการขยับอะไรเลย ให้นายอำเภอวิ่งดูแลช่วยเหลือชาวบ้านไปก่อน ซึ่งไม่ไหว”

เดินหน้า ‘Soft power’ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขวนเที่ยว ‘OTOP’ เมืองทองธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559833

29 ก.ย. 2566

เดินหน้า 'Soft power' 'อุ๊งอิ๊ง' ขวนเที่ยว 'OTOP' เมืองทองธานี

‘อุ๊งอิ๊ง’ อวดเสื้อจากผ้าขาวม้าชาวบ้าน ชวนเที่ยวงาน ‘OTOP’ ดัน ‘Soft power’ ต่อยอด หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จากสมัยพ่อ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสเฟซบุ๊ก โชว์ชุดที่ใส่ไปงานโอท็อปวันนี้ว่า ตัดจากผ้าขาวม้าของพ่อๆ แม่ๆ ที่ผูกรับขวัญตอนลงหาเสียง และตัดไว้นานแล้วตั้งแต่ตอนท้อง แต่เพิ่งได้หยิบมาใส่เดินงาน OTOP Midyear 2023 โดยบอกว่าคุณภาพผ้าไทยไม่เป็นรองใคร ประณีต ลวดลายสวยสง่า ใส่ผ้าไทยยังไงก็สนุก
 

ภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShinภาพจากเฟซบุ๊ก #IngShin

งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 1 ตุลาคม 2566 ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด ที่สุดแห่งภูมิปัญญารังสรรค์จากการพัฒนา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทย ตามนโยบายส่งเสริม Soft power ของรัฐบาล

ภายในงานมีการแสดงสินค้า OTOP ที่อนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาของคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น ของมีดีไซน์สวยๆ ทั้ง OTOP Online, OTOP ขึ้นเครื่อง, OTOP Premium Young กิจกรรมทำเปลือกไข่วิจิตรศิลป์ การทำเบญจรงค์ ส่วนทีเด็ดน่าจะเป็น ‘โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ที่จัดแสดงผ้าเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด

มีนิทรรศการเส้นไหม ได้ชมศิลปิน OTOP สาธิตการทอผ้าด้วย ให้บรรยากาศเดียวมหกรรม OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ สมัยที่เคยไปกับคุณพ่อและทีมงาน ได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนเรื่องต่างๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

เริ่มตั้งแต่ธุรกิจท้องถิ่นส่งต่อให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงได้จากฐานราก ซึ่งนโยบาย Soft power ที่รัฐบาลและเอกชนหลายภาคส่วนผนึกกำลังกัน ก็นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ช่วยผลักดันวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยให้ไปสู่ระดับโลกได้อีกครั้ง

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559823

29 ก.ย. 2566

นายกฯ รับ มีกังวล ปม เรืองไกร ยื่นเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้ง ผบ.ตร.

นายกฯเศรษฐา ยอมรับ กรณี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ปม เสนอ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. ว่าเรื่องนี้เข้าข่ายเป็นการดำเนินการที่ชอบหรือไม่ ระบุชัดด้วยความเป็นปุถุชน ย่อมมีกังวล ย้ำขัั้นตอนทุกอย่าง หารือกันอย่างรอบด้าน ไม่ได้ลุแก่อำนาจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า กรณี  การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ “ผบ.ตร. “ กระทั่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า การกระทำของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้คัดเลือกรายชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวม 9 คน ที่ลงมติให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (4) และชอบด้วยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 78 หรือไม่    

กรณีดังกล่าว  ถ้าว่าจะระบุว่าไม่กังวลก็ไม่เชิง  เพราะถ้าเกิดอะไรที่เป็นเรื่องลบ ทุกคนที่เป็นมนุษย์ก็ต้องมีความกังวลเป็นธรรมดา แต่ยืนยันว่าทำด้วยความบริสุทธิ์   กระบวนการในเรื่อง  “ผบ.ตร.”  มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนในฐานะประธาน ก.ตร.  ได้เข้าร่วมประชุม และได้มีการเสนอชื่อ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ท่าน และตนเชื่อว่าตามกฎหมายทั้ง 4 ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็น ผบ.ตร. และได้มีการพิจารณาในวงกว้าง วันนี้ ตนยังไม่สามารถที่จะพูดชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ได้   เพราะยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่ขออธิบายว่าขั้นตอนต่าง ๆได้ มีการอภิปรายในวงกว้างทั้งข้อดีและข้อเสีย และผบ.ตร.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุในวันเดียวกันนี้ ก็ได้ให้ข้อมูลทั้งข้อดีและข้อเสียของทุกๆ ท่าน ได้มีการถกกัน คุยกัน

” ผมเองก็ไม่ได้ลุแก่อำนาจ ผมได้รับฟังและวิเคราะห์ดูอย่างถี่ถ้วน และจึงได้เสนอชื่อบุคคลดังกล่าว ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งก็มั่นใจว่าผมมีความบริสุทธิ์ใจ ในการแต่งตั้งครั้งนี้”   นายเศรษฐา  ระบุ

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก ‘สฤษดิ์’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ รวย 236 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559803

29 ก.ย. 2566

สส.ป้ายแดง ร่ำรวยมาก 'สฤษดิ์' อู้ฟู่ 734 ล้าน 'ลูกนิพนธ์' รวย 236 ล้าน

เปิดทรัพย์สิน สส.ป้ายแดง ‘สฤษดิ์ บุตรเนียร’ อู้ฟู่ 734 ล้าน ‘ลูกนิพนธ์’ สรรเพชร บุญญามณี รวย 236 ล้าน ที่ดินสงขลา 15 แปลง เงินลงทุนบริษัทอาหารกระป๋อง 40 ล้าน โค 22 ตัว ‘เจ๊รวย’ มี 125 ล้าน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2566 จำนวน 75 ราย เข้ารับตำแหน่ง สส. จำนวน 1 ราย เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2566 และกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2566 จำนวน 1 ราย โดยบุคคลที่น่าสนใจ เช่น

สฤษดิ์ บุตรเนียร อู้ฟู่ 734 ล้าน

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย เจ้าของโรงเรียนในเครือสายมิตรกรุ๊ป จ.ปราจีนบุรี มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 734,989,364 บาท ทรัพย์สินที่น่าสนใจเป็นที่ดิน 44 แปลง มูลค่า 548,070,500บาท ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครราชสีมา โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 11 หลัง มูลค่า 171.6 ล้านบาท 

ดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยดร.สฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย

ส่วนใหญ่เป็นอาคารเรียน ที่จ.ปราจีนบุรีและนครราชสีมา ตึกแถวจ.นครราชสีมา ห้องชุดที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) รถยนต์ 15 คัน มูลค่า 5.5 ล้านบาท โดยมีหนี้สิน 78,345,851 บาท จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์

ลูกนิพนธ์ รวยอู้ฟู่ 236 ล้าน

นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)บุตรชายนายนิพนธ์ บุญญามณีอดีต รมช.มหาดไทย ระบุสถานภาพสมรสกับนางอภิญญา บุญญามณี และมีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน นายสรรเพชญ แจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 236,904,100 บาท เป็นทรัพย์สินของนายสรรเพชญ 88,103,529 บาท เป็นทรัพย์สินของนางอภิญญา 148,800,570 บาท และทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 119,581 บาท

โดยมีทรัพย์สินที่น่าสนใจ เงินลงทุนของนายสรรเพชญและนางอภิญญา รวมมูลค่า 152,601,773 บาท ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์ สยามอินเตอร์เนชั่นแนล ฟู๊ด ประกอบกิจการผลิต แปรรูป อาหารกระป๋องหรืออาหารพร้อมรับประทานทุกชนิด สงขลา มูลค่า 40,000,000 บาท มีโค 22 ตัว มูลค่า 1,100,000 บาท

ที่ดินของนายสรรเพชญและนางอภิญญา จำนวน 15 แปลง มูลค่ารวม 40,200,000 บาท ทั้งหมดอยู่ที่ จ.สงขลา ทรัพย์สินอื่นของนายสรรเพชญและนางอภิญญา 7 รายการ มูลค่ารวม 15,681,000 บาท ประกอบด้วย เครื่องประดับสุภาพบุรุษและเครื่องประดับสุภาพสตรี นาฬิกา ปืน 6 กระบอก พระเครื่อง 9 องค์ นาฬิกา 4 เรือน ทองคำแท่ง 10 แท่ง นอกจากนี้ นายสรรเพชญแจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น 1,676,072 บาท

เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยเจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย

เจ๊รวย อู้ฟู่ กว่า 125 ล้าน

ขณะที่ เจ๊รวย นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 125,013,582บาท เป็นทรัพย์สินนางสุขสมรวย 115,138,472บาท ทรัพย์สิน พ.ต.อ.ชัชนันต์ พรบุตร คู่สมรสที่อยู่กันฉันสามีภริยา 9,875,109 บาท 

ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินให้กู้ยืม 32.1ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินให้นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตสส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กู้ยืมถึง 30 ล้านบาท เมื่อปี 2557-2560 

ที่ดิน 28 แปลง มูลค่า 23.3 ล้านบาท ที่ จ.อำนาจเจริญ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6หลัง มูลค่า26 ล้านบาท ที่จ.อำนาจเจริญ รถยนต์ 7 คัน และมอเตอร์ไซค์ 4 คัน มูลค่า 14.5 ล้านบาท 

และทรัพย์สินอื่นๆ พวกทองคำแท่ง 90บาท กำไลทองคำ 4วง สร้อยคอทองคำ 10เส้น ชุดเครื่องเพชร สร้อยไข่มุก นาฬิกา 6 เรือน รวม 18.1ล้านบาท โดยมีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคาและสถาบันการเงินอื่น 16,341.276 บาท

‘อ.เจษฎ์’ มองขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ ‘รองประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559802

29 ก.ย. 2566

'อ.เจษฎ์' มองขับ 'หมออ๋อง' ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ 'รองประธานสภา'

‘อ.เจษฎ์’ มอง ‘ก้าวไกล’ ทำตาม พปชร. ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค ถือเป็นการลดเกียรติภูมิ แต่เห็นด้วย ยก 1 ที่นั่ง ‘รองประธานสภา’ ให้ฝ่ายค้าน

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการและ 1 ในอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีพรรคก้าวไกลรักษาตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”  โดยมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค ว่า หากอ้างจะรักษาไว้ในส่วนของผู้นำฝ่ายค้าน แต่นายปดิพัทธ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง “รองประธานสภา”  ก็เท่ากับว่า ขัดมติพรรค พรรคก็ขับเขาออก แบบนี้ก็ยังพอฟังกล้อมแกล้มได้ แต่โดยรวมมองว่า มีตัวอย่างที่ไม่ดีมาก่อน เพราะพรรคพลังประชารัฐเคยขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อมารับกลับเข้ามาให้เป็นรัฐมนตรี พอมีตัวอย่างแบบนี้ จึงเกิดการทำตาม แบบนี้จะโทษว่ากันลำบาก

ส่วนกรณีการขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคเหมาะสมหรือไม่ ในความเห็นของรศ.ดร.เจษฎ์ มองว่า ไม่สมควร ทำให้ความเหมาะสมและเกียรติภูมิของรองประธานสภาลดลงหรือหายไป

เมื่อถามว่าเป็นการละครของพรรคก้าวไกลหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า โลกคือละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมือง ต่างคนต่างเล่น เพียงแต่ถ้าเล่นไปตามบทบาทที่ควร ทำตามหน้าที่ที่เหมาะสม ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่ จะเป็นละครที่ไม่ดี หากเทียบก็เหมือนที่เรียกกันว่า ละครน้ำเน่า

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องแกในมาตรา 106 ด้วยหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในหลายประเทศให้ตำแหน่งรองประธานสภา 1 ที่นั่งเป็นของฝ่ายค้าน อันนี้ก็สมควร เพราะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งร่วมกันทั้งสภา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือว่าทำงานด้วยกันทั้งหมด เพียงมีสถานะบางประการที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือ สมาชิกสภาเหมือนกัน

“สมมุติเห็นพ้องต้องกันและเหมาะสมว่าน่าจะมีฝ่ายค้านได้สัก 1 ที่นั่งในส่วนของรองประธานสภา ก็คงต้องแก้ แต่ถ้าไม่เห็นเหมาะสมตรงนี้ ก็แล้วแต่จะเห็นตาม ซึ่งเรื่เรื่องการเมืองเชื่อมโยงกับประชาชน และประชาชนก็จับตา เพราะฉะนั้นต้องไปคิดและปรับให้ลงตัว” รศ.ดร.เจษฎร์กล่าว

เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559798

29 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'พิเชษฐ์' รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ร่ำรวยอู้ฟู่ 563 ล้าน ที่ดิน 28 ล้าน พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน รวมของตนเองคู่สมรส และบุตร 563,350,078.36บาท และมีหนี้สิน 1,703,210บาท 

โดยแบ่งเป็นเงินฝากรวมของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คู่สมรสและบุตร 3,236,120.42 บาท ของตนเอง 30,413.11 บาท ของคู่สมรส 3,161,706.19 บาท และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 44,001.12 บาท 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย  563 ล้าน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย 563 ล้าน

ที่ดินของตนเอง 20 แปลง มูลค่ารวม 28,420,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมของคู่สมรส 7 หลัง มูลค่ารวม 9,000,000 บาทรถยนต์ รวม 8 คัน มูลค่ารวม 4,401,457.94 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 3,130,000 บาท อาทิ ชุดแหวน 1,380,000 บาท พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท เป็นต้น