‘อ.เจษฎ์’ มองขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ ‘รองประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559802

29 ก.ย. 2566

'อ.เจษฎ์' มองขับ 'หมออ๋อง' ออกจากพรรคลดเกียรติภูมิ 'รองประธานสภา'

‘อ.เจษฎ์’ มอง ‘ก้าวไกล’ ทำตาม พปชร. ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค ถือเป็นการลดเกียรติภูมิ แต่เห็นด้วย ยก 1 ที่นั่ง ‘รองประธานสภา’ ให้ฝ่ายค้าน

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการและ 1 ในอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงกรณีพรรคก้าวไกลรักษาตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน”  โดยมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 ออกจากพรรค ว่า หากอ้างจะรักษาไว้ในส่วนของผู้นำฝ่ายค้าน แต่นายปดิพัทธ์ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง “รองประธานสภา”  ก็เท่ากับว่า ขัดมติพรรค พรรคก็ขับเขาออก แบบนี้ก็ยังพอฟังกล้อมแกล้มได้ แต่โดยรวมมองว่า มีตัวอย่างที่ไม่ดีมาก่อน เพราะพรรคพลังประชารัฐเคยขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่อมารับกลับเข้ามาให้เป็นรัฐมนตรี พอมีตัวอย่างแบบนี้ จึงเกิดการทำตาม แบบนี้จะโทษว่ากันลำบาก

ส่วนกรณีการขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคเหมาะสมหรือไม่ ในความเห็นของรศ.ดร.เจษฎ์ มองว่า ไม่สมควร ทำให้ความเหมาะสมและเกียรติภูมิของรองประธานสภาลดลงหรือหายไป

เมื่อถามว่าเป็นการละครของพรรคก้าวไกลหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า โลกคือละคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมือง ต่างคนต่างเล่น เพียงแต่ถ้าเล่นไปตามบทบาทที่ควร ทำตามหน้าที่ที่เหมาะสม ก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าไม่ใช่ จะเป็นละครที่ไม่ดี หากเทียบก็เหมือนที่เรียกกันว่า ละครน้ำเน่า

ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญตามนโยบายพรรคเพื่อไทยนั้น จะต้องแกในมาตรา 106 ด้วยหรือไม่ รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าวว่า ในหลายประเทศให้ตำแหน่งรองประธานสภา 1 ที่นั่งเป็นของฝ่ายค้าน อันนี้ก็สมควร เพราะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งร่วมกันทั้งสภา ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถือว่าทำงานด้วยกันทั้งหมด เพียงมีสถานะบางประการที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็คือ สมาชิกสภาเหมือนกัน

“สมมุติเห็นพ้องต้องกันและเหมาะสมว่าน่าจะมีฝ่ายค้านได้สัก 1 ที่นั่งในส่วนของรองประธานสภา ก็คงต้องแก้ แต่ถ้าไม่เห็นเหมาะสมตรงนี้ ก็แล้วแต่จะเห็นตาม ซึ่งเรื่เรื่องการเมืองเชื่อมโยงกับประชาชน และประชาชนก็จับตา เพราะฉะนั้นต้องไปคิดและปรับให้ลงตัว” รศ.ดร.เจษฎร์กล่าว

เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์’ รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559798

29 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'พิเชษฐ์' รองประธานสภาคนที่ 2 รวยอู้ฟู่ 563 ล้าน

ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน’ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ร่ำรวยอู้ฟู่ 563 ล้าน ที่ดิน 28 ล้าน พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2566 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2

โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 จากพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน รวมของตนเองคู่สมรส และบุตร 563,350,078.36บาท และมีหนี้สิน 1,703,210บาท 

โดยแบ่งเป็นเงินฝากรวมของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คู่สมรสและบุตร 3,236,120.42 บาท ของตนเอง 30,413.11 บาท ของคู่สมรส 3,161,706.19 บาท และของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 44,001.12 บาท 

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย  563 ล้าน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รวย 563 ล้าน

ที่ดินของตนเอง 20 แปลง มูลค่ารวม 28,420,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างรวมของคู่สมรส 7 หลัง มูลค่ารวม 9,000,000 บาทรถยนต์ รวม 8 คัน มูลค่ารวม 4,401,457.94 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 3,130,000 บาท อาทิ ชุดแหวน 1,380,000 บาท พระเครื่อง 118 องค์ มูลค่า 400,000 บาท เป็นต้น

‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ ‘พักโทษ’ ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559791

29 ก.ย. 2566

'ทักษิณ' ไม่มีอภิสิทธิ์ 'พักโทษ' ขึ้นอยู่กับระเบียบราชฑัณฑ์

กระทรวงยุติธรรม ยืนยัน ‘ทักษิณ’ ไม่มีอภิสิทธิ์ เหนือนักโทษอื่น ทั้งการรักษาพยาบาลและการขอ ‘พักโทษ’ ชี้ ปีที่ผ่านมา มีกว่า 10,000 คน

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ย้ำถึงการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่โรงพยาบาตำรวจว่า มีกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ ตามที่ตนเองได้ชี้แจงไปแล้ว

การพักรักษาตัวของนายทักษิณที่โรงพยาบาล ทั้งการรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลตำรวจนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับนายแพทย์ใหญ่ หรือนายแพทย์ผู้รักษา โดยที่ผู้บัญชาการเรือนจำไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ ได้ และมองว่า ผู้ที่ไม่เชื่ออาการป่วยของนายทักษิณ ไม่ว่าจะชี้แจงอย่างไรก็จะไม่เชื่อเหตุผล


พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ จะต้องสอดคล้องไปกับสนธิสัญญาสหประชาชาติ ซึ่งในกฎหมายบัญญัติเนื้อหาไว้ค่อนข้างกว้าง กำหนดเพียงการห้ามหลบหนีการรับโทษ และความไม่ปลอดภัยของผู้ต้องขัง

ส่วนสถานที่ควบคุมตัวจะต้องเป็นไปตามระเบียบของเรือนจำแต่ย้ำว่า รัฐบาลดำเนินการตามหลักนิติธรรม กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ แน่นอน และประชาชนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ขณะนี้ เริ่มมีผู้ขอใช้สิทธิรักษาตัว หรือขอพักโทษตามนายทักษิณนั้น พันตำรวจเอกทวี ยืนยันว่า ไม่กังวล และเป็นสิทธิที่นักโทษทุกคนสามารถขอใช้ได้ เพราะเมื่อปี 2565 ก็มีนักโทษขอใช้สิทธิไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 10,000 คน หรือการขอพักโทษ แต่กระทรวงยุติธรรม ก็ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นสิทธิส่วนบุคคล

ปดิพัทธ์ ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559792

29 ก.ย. 2566

ปดิพัทธ์  ทำใจเสียงวิจารณ์ ร่วมมือ ก้าวไกล  นิติกรรมอำพราง รักษาตำแหน่ง

สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับถึงนาทีนี้ เสียงวิจารณ์ “ก้าวไกล”เป็นเสียเอง กรณีขับออกจากพรรค เพื่อรักษาบทผู้นำฝ่ายค้าน และเปิดทางให้ย้ายไปพรรคอื่น พร้อมตำแหน่งรองประธานสภาฯ โอด มาจากข้อจำกัดรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบไว้

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พิษณุโลก อดีตสมาชิกพรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังพรรคก้าวไกล มีมติขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรค “ก้าวไกล”  เพื่อให้พรรคก้าวไกล สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎ   กระทั่งเป็นที่มาการวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นว่า การขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของพรรคก้าวไกล   เป็นนิติกรรมอำพราง สมคบคิดกัน ไม่ตรงไปตรงมาตามมาตรฐานของพรรคก้าวไกล   

เป็นการกระทำเพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พรรค “ก้าวไกล” เคยวิพากษณ์วิจารณ์ลักษณะดังกล่าวของพรรคการเมืองอื่น แต่สุดท้ายก็กลับทำเอง  ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิที่สังคมจะวิพาษ์จารณ์ ทั้งต่อตนหรือต่อพรรคก้าวไกล   ในมุมของตนเรื่องนี้ไม่ใช่การสมคบคิด ทว่าเป็นข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ ที่พรรคก้าวไกลที่ตัดสินใจอย่างรอบคอบ ด้วยความยากลำบากแล้ว จึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น 

เมื่อออกมาจากพรรคก้าวไกล  ก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะไปสังกัดพรรคการเมืองใดก็ตาม และยืนยันว่า การเปลี่ยนต้นสังกัด จะไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ และแผนงานรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแน่นอน  มั่นใจว่า พรรคก้าวไกล มีบุคลากร และมีความพร้อมในการดูแลความทุกข์ร้อนของประชาชนจังหวัดพิษณุโลก เขตการลือกตั้งที่ 1  การตัดสินใจครั้งนี้ ได้สอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่ และทั่วประเทศอย่างคร่าว ๆ แล้ว และมั่นใจว่า การทำหน้าที่รองประธานสภาฯ จะสามารถดูแลทุกข์ร้อนของประชาชนชาวพิษณุโลกได้เช่นเดิม   ส่วนการที่ตนจะไปอยู่กับพรรคการเมืองใด   ต้องคำนึงก็คือพรรคนั้น ต้องมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับตนเอง ไม่สามารถข้ามขั้ว อยู่กับพรรคการเมืองที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ของตนได้    นายปดิพัทธ์   กล่าว  

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559774

29 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ห่วงสังคมขัดแย้ง ชี้โซเชียลใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่การแก้ปัญหา

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหาสังคมแตกแยก มองโซเชียลเห็นต่างใช้คำแรงบาดใจไม่ใช่ทางแก้ ควรใช้ภาษาที่ทุกคนยอมรับกันได้

วันที่ 29 ก.ย.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Next Chapter ประเทศไทย” โดยระบุว่าปัญหาสังคมและความแตกแยกเป็นปัญหาใหญ่หมักหมมมานาน เป็นภารกิจใหญ่ของรัฐบาล เราจึงวางโรดแมปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้กฎกติกาให้อยู่กันอย่างมีสันติ พวกเราทุกคนมีส่วนช่วยกันแก้ไขปัญหา เพราะทุกคนมีส่วนทำให้ปัญหาเกิดขึ้นมา 

นายเศรษฐา กล่าวว่าตน ขอพูดในฐานะคนไทย เมื่อเรามีความเห็นต่างไม่พอใจในการกระทำของอีกฝ่ายแทนที่จะพูดจาด้วยภาษาที่ทุกคนรับฟังกันได้อย่างสบายหู มีมิตรภาพบนความเห็นต่าง แต่ปัจจุบันกลับให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียมาก คนแสดงความเห็น และใช้คำพูดที่บาดหัวใจ ฟังแล้วสะอื้นได้พอสมควร แม้จะเป็นเรื่องที่เห็นต่างกันเล็กน้อย 

นายเศรษฐา ระบุว่าตนเองเป็นคนชัดเจน “พูดน้อย ให้ได้ใจความ”  มายืนอยู่ตรงนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้ง  พร้อมกับยกตัวอย่าง การใช้คำว่า ปฏิรูป สังคายนา หรือล้างบาง ซึ่งตนเห็นว่าทุกคนมีความภูมิใจในองค์กรของตนเอง ทุกองค์กรมีคนดีและคนไม่ดี แต่การใช้คำพูดที่รุนแรง ก่อให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกที่ชัดเจน เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาหรือไม่ เชื่อว่าการแก้ปัญหาอยู่ที่การกระทำ การเอาสถาบันมาพูดในที่สว่างมีคำพูดที่รุนแรง ไม่ใช่การแก้ไขปัญหา การแก้ไขปัญหาคือการพูดคุยกันในภาษาที่ทุกคนยอมรับเน้นหนักเรื่องการกระทำ และกระบวนการแก้ไขปัญหาทำให้สังคมดีขึ้น

‘ก้าวไกล’ การละคร ขับ ‘หมออ๋อง’ รักษาเก้าอี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559738

29 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' การละคร  ขับ 'หมออ๋อง' รักษาเก้าอี้

ขับ ‘หมออ๋อง’ พ้นพรรค แค่ละครการเมืองของ ‘ก้าวไกล’ สมาชิกประชาธิปัตย์ เตรียมยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรม

แทนคุณ​ จิตต์​อิสระ​รักษา​การ​ประธาน​คณะกรรมการ​ส่งเสริม​สิทธิ​มนุษยชน​และ​ความ​เสมอภาค​ระหว่าง​เพศ​พรรค​ประชา​ธ​ิ​ปัตย์​มองว่าการขับหมออ๋อง ป​ดิ​พัทธ์​ สันติ​ภาดา​รอง​ประ​ธา​น​สภา​ฯ ​คนที่ 1  ออกจากพรรคก้าวไกล เป็นการฮั้วกันทางการเมือง

ภาพจากเพจพรรคก้าวไกล หลังมติขับ หมออ๋องพ้นสมาชิกภาพภาพจากเพจพรรคก้าวไกล หลังมติขับ หมออ๋องพ้นสมาชิกภาพ

และเตรียมยื่นเรื่องตรวจสอบ​จริยธรรม​ร้ายแรง​กับ ป.ป.ช.​​ต่อไป เพื่อช่วยเรียกศักดิ์​ศรีความสง่างามของสภากลับมาอย่าให้เหมือนที่ก้าวไกลกำลังย่ำยีประเทศ​ในขณะนี้

แทนคุณบอกว่าการที่ หมออ๋อง ถูกขับออกเพื่อไปสังกัด​พรรคอื่นเท่ากับยอมทิ้งศักดิ์​ศรีสมาชิกพรรคที่คนพิษณุโลก​เลือกมาพลิ้วแบบศรีธนญชัยไปสังกัด​พรรค​อะไหล่​ที่มีการ ฮั้ว กันตามแผนที่คนทั้งประเทศ​เขารู้ทันและดักคอไว้แล้วหรือไม่  เพื่อ​ให้คนของก้าวไกลได้ควบตำแหน่ง​ทั้งสองตำแหน่ง​ คือเก้าอี้รองประธาน​สภาฯ ​และเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน

ถือเป็น​การเล่นเกมการเมือง​ที่​อัปยศน่าอับอายยิ่งกว่าครั้งไหนในประวัติศาสต​ร์ชาติไทยที่พรรคที่อ้างว่า​เป็น​พรรคของคนรุ่นใหม่ต้องการ​ทำการเมืองแบบใหม่กับใช้วิธีถ่างขาหลอกควบเก้าอี้ โดยอ้างเพื่อเป็นฝ่ายค้าน​ที่สมบูรณ์​เป็น​ข้ออ้างที่ตลก

กระบวนการ​จัดการของก้าวไกลและนายปดิพัทธ์ หรือ หมออ๋อง ​ก็มีความชัดเจน​แล้วว่านี่คือ การฮั้วกัน คือการสมยอมในการกระจายคนยึดตำแหน่งสำคัญ​ทั้งสองตำแหน่งใช้เล่ห์เหลี่ยมหาช่องของกฎหมาย​เล่นละคร เป็นการทำให้ศักดิ์​ศรีของตำแหน่ง​รองประธาน​สภาฯ ​คนที่ 1 ตกต่ำถึงขีดสุด

มติร่วม ก้าวไกล ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ต้องมาก่อน – ลงเอย แยกทาง ปดิพัทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559725

28 ก.ย. 2566

มติร่วม ก้าวไกล  'ผู้นำฝ่ายค้าน'ต้องมาก่อน -  ลงเอย แยกทาง ปดิพัทธ์

ปิดฉากมหากาพย์ ตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” บนความรับผิดชอบ ของหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน กับ ตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พรรค ผลหารือก้าวไกล เห็นตรงกัน เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านอย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยต่อ ส่งให้ สส.พิษณุโลก ต้องออกจากพรรค

พรรคก้าวไกล ได้ออกแถลงการณ์บนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์  โดยมีสาระสำคัญคือ มติพรรคก้าวไกล ที่เห็นตรงกัน ต่อการที่พรรคก้าวไกล จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมบูรณ์  ภายใต้การนำของนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านโดยตำแหน่ง  ซึ่งด้วยการตัดสินใจดังกล่าว  ทำให้พรรคก้าวไกล เห็นตรงกันว่า สมาชิกพรรค ณ เวลานี้คือ นาย ปดิพัทธ์ สันติภาดา  ควรพ้นจากสมาชิกภาพ เพื่อที่ อดีตสส.พิษณุโลก จากพรรคก้าวไกล จะไปทำหน้าที่ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร  ได้ตามเจตนารมณ์ ของเจ้าตัวที่ต้องการปกป้องงานในสายรัฐสภา  ไม่เกิดเป็นข้อขัดแย้งกับทางพรรคก้าวไกล  

แถลงการณ์พรรคก้าวไกล กรณีให้ ปดิพัทธ์ สันติภาดา พ้นจากสมาชิกภาพ

.

เรียนพี่น้องประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศ

.

นับจากนี้ไป พรรคก้าวไกลจะมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานเต็มที่ในฐานะ  “ฝ่ายค้าน” เราจะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้า และเตรียมความพร้อมในการเป็นรัฐบาลที่ดีของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งถัดไป

.

ในวันนี้ (28 ก.ย. 2566) คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล จึงได้ประชุมร่วมกัน เพื่อวางแนวทางการทำงานที่รองรับเป้าหมายของพรรค ดังต่อไปนี้:

.

1. ที่ประชุมร่วมฯ เห็นตรงกันว่า พรรคก้าวไกลควรเดินหน้าเป็น “ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์” ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ชัยธวัช ตุลาธน รับตำแหน่ง  “ผู้นำฝ่านค้านในสภาผู้แทนราษฎร” เพื่อกำกับทิศทางการทำหน้าที่ในสภาฯ ของฝ่ายค้าน

.

2. ที่ประชุมร่วมฯ เข้าใจว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ สส. จากพรรคก้าวไกล ไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 106

.

3. ที่ประชุมร่วมฯ รับทราบจากหัวหน้าพรรคว่า ทางคณะกรรมการบริหารพรรคได้หารือประเด็นดังกล่าวกับ ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคก้าวไกลแล้ว โดย ปดิพัทธ์ ได้แสดงความประสงค์ว่าต้องการทำหน้าที่ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรต่อไป เพื่อผลักดันให้สภา มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยึดโยงกับประชาชนมากขึ้น ตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ก่อนหน้า รวมถึงเพื่อช่วยผลักดันให้กระบวนการตรวจรับอาคารรัฐสภา ซึ่งมีสัญญาก่อสร้างมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท มีความโปร่งใส

.

.

4. ที่ประชุมร่วมฯ เห็นด้วยว่าภารกิจที่ปดิพัทธ์ ตั้งใจขับเคลื่อนจะนำไปสู่การยกระดับการทำงานของสภา และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่ที่ประชุมร่วมฯ ยังคงยืนยันถึงความสำคัญของการทำหน้าที่เป็น  “ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์”  ซึ่งจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หาก ปดิพัทธ์ ยังคงดำรงสถานะเดิมในฐานะรองประธานสภา จากพรรคก้าวไกล

.

5. ที่ประชุมร่วมฯ จึงมีมติว่า ในเมื่อ ปดิพัทธ์ ยังคงยืนยันความประสงค์ จะทำงานในฐานะรองประธานสภาต่อ พรรคก้าวไกล จึงจำเป็นต้องให้ปดิพัทธ์ ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคของพรรคก้าวไกล ตามบทบัญญัติแห่งข้อบังคับพรรคก้าวไกลและรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พรรคก้าวไกลสามารถทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้านโดยสมบูรณ์” ได้ อันเป็นเงื่อนไขที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการทำงานของพรรคหลังจากนี้

.

.

6. ที่ประชุมร่วมฯ หวังว่า แม้ ปดิพัทธ์ จะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลอีกต่อไป แต่เขาจะยังขับเคลื่อนนโยบายตามที่ได้เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ ก่อนถูกรับเลือกโดยสภาผู้แทนราษฎร และต้องวางตนเป็นกลางต่อทุกพรรคการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 80

.

พรรคก้าวไกลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน มาร่วมกับเราในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ไปด้วยกัน

มติร่วม ก้าวไกล  'ผู้นำฝ่ายค้าน'ต้องมาก่อน -  ลงเอย แยกทาง ปดิพัทธ์
มติร่วม ก้าวไกล  'ผู้นำฝ่ายค้าน'ต้องมาก่อน -  ลงเอย แยกทาง ปดิพัทธ์

ศาลให้ ‘นิพนธ์’ ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559723

28 ก.ย. 2566

ศาลให้ ‘นิพนธ์’ ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทาง

‘นิพนธ์’ เฮ ศาลให้ประกันตัว คดีละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้เอกชน ตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

จากกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริต สั่งจำคุก นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา และอดีต รมช.มหาดไทย ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นเวลา 9 ปี จากคดี มาตรา 157 การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้กับเอกชน เป็นจำนวน 50,850,000 บาท พร้อมทั้งสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี

ภายหลัง ศาลอาญาคดีทุจริต สั่งจำคุก นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา 9 ปี คดี 157 ละเว้นไม่อนุมัติจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้เอกชน 50,850,000 บาท เพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี แล้ว

นายนิพนธ์ บุญญามณีนายนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

‘เพื่อไทย’ ครองทีมผู้บริหารชุดใหม่ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559718

28 ก.ย. 2566

'เพื่อไทย' ครองทีมผู้บริหารชุดใหม่ 'กระทรวงวัฒนธรรม'

ส่องทีมผู้บริหารชุดใหม่ ‘กระทรวงวัฒนธรรม’ อดีต สส. ‘เพื่อไทย’ ทั้งนั้น ‘พลภูมิ’ ขึ้น ผู้ช่วยย รมว.เสริมศักดิ์ ‘กานต์กนิษฐ์’ เป็นที่ปรึกษา

หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทยหลายสมัย และประธานสภาวัฒนธรรม กทม. ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยรัฐมนตรี” นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากเคยผ่านสนามการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เป็น สก. เขตคันนายาว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในสังกัดพรรคไทยรักไทย และชนะเลือกตั้งติดต่อกันมารวม 4 สมัย เป็น สส.กทม.พรรคเพื่อไทย 2 สมัย และดำรงตำแหน่งกรรมาธิการหลายคณะ รวมทั้ง เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น 

นอกจากนี้แล้วยังพบว่า ทีมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมล้วนแล้วมาจากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ประกอบด้วย 


น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขตยานนาวา-บางคอแหลม พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง “เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” เคยผ่านประสบการณ์ การทำงานด้านการเมือง โดยเป็นกรรมาธิการต่างประเทศ ประธานสภาวัฒนธรรม เขตบางคอแหลม ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค และที่ปรึกษารองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง นอกจากนี้ยังเคยเป็นกรรมการบริหาร บริษัท เวอร์เทคคอสโม จำกัด  และที่ปรึกษาด้านการศึกษา บริษัท คอนเนกชั่นทรีซิกตี้ จำกัด และยังเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชน ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา 

น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต สส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” ฝ่ายประสานกิจกรรมการเมือง ซึ่งเป้นลูกสาวของนายแก้ว แห้วสันตติ อดีต ส.ก.เขตพระนคร พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้น.ส.กานต์กนิษฐ์ได้เป็น สก.เขตพระนคร 2 สมัย และเป็น สส.กทม.เขตพระนคร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์ และเขตดุสิต เมื่อปี 2562 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายค่ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ (ทนายบิลลี่) อดีต สส.กทม.พรรคก้าวไกล ทนายบิลลี่ ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” ฝ่ายกฏหมาย 
เป็นลูกของ ดร.พรชัย อรัณยกานนท์ ผู้ก่อตั้งและเป็นอธิการบดีคนแรกวิทยาลัยทองสุข กับ นางสุนีย์ อรัณยกานนท์ เคยเป็นทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย กรรมการสภาวิทยาลัยทองสุข พิธีกรร่วมรายการกฎหมายหน้าหนึ่ง ทีวีรัฐสภา ส่วนสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรก ในการเลือกตั้งทั่วไป 24 มีนาคม 2562 สังกัดอนาคตใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 27 กทม. เขตตลิ่งชัน-เขตทวีวัฒนา-เเขวงหนองค้างพลู ชนะเลือกตั้ง ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง พรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม”  เป็นนักธุรกิจหนุ่ม โปรไฟล์อายุน้อยร้อยล้าน ก่อนจะหันมาทำงานด้านการเมือง เคยเป็นประธานสภาวัฒนธรรมเขตบางกะปิ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรม คือ หนึ่งในหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ เพื่อยกระดับคนไทยที่มีเงินรายได้ยังไม่ถึง 20,000 บาท ให้เป็นแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน การันตีรายได้ขั้นต่ำ 2 แสนบาทต่อปี ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งมี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรองประธานกรรมการ 

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ

น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติน.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนานายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา

‘ก้าวไกล’ สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร. สร้างทฤษฎีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559714

28 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร.   สร้างทฤษฎีใหม่

ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ญัตติดด่วนด้วยวาจา ปัญหาความขัดแย้งใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล ได้ทีถล่ม นายกรัฐมนตรี สร้างบรรทัดฐานใหม่ เปิดทางผู้อาวุโสน้อยกว่าขึ้น “ผบ.ตร.” ระบุชัดหากใช้สูตรนี้ มีหวังตำรวจชั้นผู้น้อย มีโอกาสโตในหน้าที่

ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร  ในวาระญัตติดด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอวิธีแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในองค์กรสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล   อภิปรายการแก้ปัญหาการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า นายกรัฐมนตรี  ให้เหตุผลว่าแคนดิเดต ผบ.ตร. ทั้ง 4 ท่าน มีอาวุโสในทางราชการ และการขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารที่แตกต่างกันไม่มากนัก ทุกคนมีความรู้ความสามารถเท่าเทียมกัน ผ่านงานมาทุกรูปแบบ

แต่ ผบ.ตร.คนใหม่ จะต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ถึงมั่นใจว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล  สามารถทำงานส่วนนี้ได้  สิ่งที่นายกรัฐมนตรี  ระบุว่า ประสบการณ์เท่า ๆ กัน   แท้จริงผู้ที่อาวุโสที่สุด  คือ  พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ มีอายุงานจากผู้กำกับจนมาเป็นรองผบ.ตร. 21 ปี  ส่วน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ว่าที่  ผบ.ตร. คนปัจจุบันขึ้นจากผู้กำกับมาเป็นผบ.ตร. ใช้เวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น  

“ผมต้องขอบคุณท่านนายกฯ ที่เลือกท่าน ต่อศักดิ์  เพราะเป็น เป็นความหวังให้ตำรวจชั้นผู้น้อยเป็นอย่างยิ่ง ว่าวันหนึ่ง  เขาจะสามารถเจริญเติบโตในหน้าที่การงานได้ไวขนาดนี้  ได้สร้างทฤษฎีใหม่  ผมขอบคุณท่านนายกฯ จริง ๆ” นายเท่าพิภพ กล่าว  ทั้งนี  “แคนดิเดต ผบ.ตร.” ในปีนี้ ได้แก่ รอง ผบ.ตร. 4 คน เรียงตามลำดับอาวุโส   1. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2567    2. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2574   3. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2569  4. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการ ปี 2567

นายเท่าพิภพ  กล่าวว่า   ปัญหาตำรวจมีทั้งเรื่องตั๋วช้าง ตามนาย ขายเพื่อน   กว่าจะเป็นตำรวจยศสูง ๆ ต้องผ่านการตามนาย เหยียบหัวเพื่อน ใส่ร้ายเพื่อน ตำรวจระดับล่าง ถ้าไม่มีเงินก็อยู่แบบนั้น ไม่มีเส้นก็อยู่ สน.เป็นนายดาบจนเกษียณ  สุดท้ายประชาชนไม่ได้อยู่ในสมการ ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย  


นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล อภิปราย ด้วยว่า นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า คำว่าปฏิรูป ให้ใช้คำว่า พัฒนาร่วมกัน กับทหาร ล่าสุดกับตำรวจ คำว่า “สังคายนา” ไม่ใช่คำเชิงลบแต่นายกรัฐมนตรีให้หลีกเลี่ยงดีกว่า ให้ใช้คำว่า แก้ไปทีละเรื่องไป สะท้อนว่าวันนี้นายกฯอาจจะยังไม่เห็นปัญหาที่แท้จริง หรืออาจจะเห็นแล้ว แต่ไม่ยอมรับกับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น 

'ก้าวไกล' สนุกปาก เหน็บนายกฯ  เปิดทาง ต่อศักดิ์ ขึ้น ผบ.ตร.   สร้างทฤษฎีใหม่

การประชุม ก.ตร.  โดยมี  เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานการประชุม  โดยมีวาระสำคัญคือ ที่ประชุม ก.ตร.มีมติแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร. คนใหม่ 

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ ที่ปรากฎ ตำรวจข้าราชการระดับสูง มีการกล่าวหาใส่ความใส่ร้ายกันไปกันมา แทนที่จะไปจับโจร ก็กลายเป็นว่าตำรวจมาไล่จับกันเอง และเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ที่มีการเอาตำรวจคอมมานโดอาวุธครบมือเข้าไปค้นบ้าน   รองผบ.ตร. ที่อยู่บริเวณสโมสรตำรวจ ทุกคนรู้หมดว่าบ้านหลังไหน ตำรวจคนไหนอาศัยอยู่ แต่ปรากฏว่า อดีตผบ. ตร.ไม่รู้  , ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ก็บอกไม่รู้ แต่เอาอาวุธครบมือไปค้น ในขณะที่บ้านผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครปฐม พบตำรวจระดับผู้การ ตำรวจชั้นยศสูง ๆ   ไปกุมเป้าร้องเพลง Happy Birthday ภาพแบบนี้สะท้อนถึงความผิดปกติ ต้องใช้คำที่แรงกว่าคำว่า สังคายนา ด้วยซ้ำ แต่นายกฯ ก็ยังบอกว่าหลีกเลี่ยงก่อนให้แก้ไปทีละเรื่อง 

เขา กล่าวว่า อาชญากรรมร้ายแรงทั้งหมดเหล่านี้ มีตำรวจบางนาย บางกลุ่มเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่ควรใช้คำว่าตำรวจด้วยซ้ำเพราะมีพฤติกรรม เข้าข่ายอั้งยี่ซ่องโจร  “วันนี้ผู้มีอิทธิพลได้มีการแปลงเปลี่ยนสภาพ กลายเป็นสปอนเซอร์ ให้กับตำรวจระดับบังคับบัญชา จนได้ตำรวจคนนั้นมาเป็นลูกน้อง
ดังนั้น การแก้ไขปัญหานี้คิดว่าการปฏิรูปตำรวจหลายคนพูดไปแล้ว กฎหมายที่ตำรวจบางนายเอามาใช้รีดไถ เอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนผูกขาดก็ต้องแก้ ,โทษที่ไม่สมสัดส่วนก็ต้องทบทวน ,การกระจายอำนาจก็ต้องทำ , ความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล การปกป้องผู้ให้เบาะแสการทุจริตก็ต้องจริงจังถึงจะจัดการได้ “นายวิโรจน์ ระบุ