‘ก้าวไกล’ แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ฉ้อโกงเงินสมาชิกกว่า 423 ราย เสียหาย 220 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559687

28 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ฉ้อโกงเงินสมาชิกกว่า 423 ราย เสียหาย 220 ล้าน

‘ก้าวไกล’ แฉ สหกรณ์ตร.ลำพูน ปลอมลายเซ็นเพิ่มยอดเงินกู้และสวมรอยสมาชิกแอบกู้แทน ผุ้เสียหายกว่า 423 ราย มูลค่า 220 ล้าน ‘วิโรจน์’ จี้ ผบ.ตร.คนใหม่ เร่งสะสางทั้วประเทศ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายวิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก สส.ลำพูน พรรคก้าวไกล เปิดโปงกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ จ.ลำพูน ปลอมแปลงเอกสารการกู้เงินสหกรณ์ ของตำรวจกว่า 423 ราย มูลค่าความเสียหายกกว่า 220 ล้านบาท

นายวิทวิสิทธิ์ เล่าว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกลไกฉ้อโกงดำเนินการโดยการสังเกตสอดส่องพฤติกรรมของสมาชิกสหกรณ์ฯ ว่า ได้มาติดต่อสหกรณ์บ่อยหรือไม่ หากไม่บ่อยก็จะสวมสิทธิ์ปลอมแปลงเอกสาร เปลี่ยนยอดเงินกู้ แล้วยักยอกเอาส่วนเกินนั้นไป 

เช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับนายตำรวจรายหนึ่ง ที่ขอกู้ยืมเงินสหกรณ์ฯ ตั้งแต่ปี 2541 เพื่อซื้อรถยนต์เป็นจำนวน 4 แสนบาท ผ่อนชำระมาจนคิดว่าใกล้จะปิดยอดครบแล้ว จึงกลับไปที่สหกรณ์เพื่อตรวจสอบสถานะการกู้เงิน แต่กลับพบว่าเหลือหนี้อยู่กว่า 7 แสนกว่าบาท และเมื่อตรวจสอบลงไปอีก ก็พบว่ามีการปลอมแปลงรายละเอียดในเอกสาร เปลี่ยนจากเงินกู้ 4 แสนบาท เป็น 9 แสนบาท 

จากนั้น ตำรวจคนดังกล่าวจึงได้แจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ด้วยความกังวลใจ ว่าคณะกรรมการสหกรณ์ส่วนหนึ่งเป็นนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาของตัวเองด้วย จึงตัดสินใจนำหลักฐานมามอบให้ตนและพรรคก้าวไกลเข้าไปดำเนินคดีต่อไป

นายวิทวิสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ทางพรรคก้าวไกลจะนำเรื่องดังกล่าวส่งต่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งต่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกชุดส่งให้ประธานกรรมาธิการตำรวจของสภาผู้แทนราษฎร และจะได้ติดตามทวงความเป็นธรรมให้กับตำรวจอย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายวิโรจน์ กล่าวว่า เอกสารทั้งหมดล้วนถูกปลอมแปลงในภายหลัง มีการขีดฆ่ามูลหนี้เปลี่ยนยอดเงิน และปลอมแปลงลายเซนต์ มีทั้งกรณีการเพิ่มยอดเงินกู้ และการสวมสิทธิ์เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เคยกู้เงินเลย จนกลายเป็นหนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้น ตนสงสัยเป็นอย่างมากว่ากรณีนี้ไม่ได้เกิดที่สหกรณ์ออมทรัพย์ จ.ลำพูนเพียงที่เดียว เพราะปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งต้องมีการขยายผลตรวจสอบไปที่อื่นๆ ต่อไป

ดังนั้นฝากไปยัง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. คนใหม่เร่งรัดกรณีนี้เป็นเรื่องแรก อย่ารอพรรคก้าวไกลและ สส.ก้าวไกล เพราะ ผบ.ตร.ตรวจสอบได้ทันทีและต้องตรวจสอบทั้งประเทศ ถ้าไม่มีการสั่งการโดยตรง การตรวจสอบย่อมดำเนินต่อไปได้ยาก กรรมการสหกรณ์ส่วนใหญ่ก็เป็นระดับบังคับบัญชาในพื้นที่ 

.

“เชื่อว่าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ตัวเล็กๆ ทำเพียงลำพังคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ คงไม่เป็นการเหนือบ่ากว่าแรงที่จะไปติดตาม ว่าเงินส่วนเกินที่เกิดจากการปลอมแปลงไปเข้าที่บัญชีของใคร และเชื่อมโยงกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่คนไหน” วิโรจน์กล่าว

รองเลขานายกฯ การันตี เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559684

28 ก.ย. 2566

รองเลขานายกฯ   การันตี  เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง อธิบายแทน หลังมีประเด็น รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ต่อว่า นายกรัฐมนตรี หนีตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในวงการสีกากี ย้ำที่ไม่สามารถไปตอบ เพราะผู้นำรัฐบาลติดภารกิจ ต้องเดินทางไปกัมพูชา แนะทำเรื่องมาใหม่ วางใจนายกฯ พร้อมตอบ

นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง  เปิดเผยว่ากรณี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล  ตำหนิ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  โดยอ้างถึง การหนีตอบกระทู้ถามสดปัญหาเกี่ยวกับตำรวจ ที่มีขึ้นในการประชุมสภาวันนี้  ( พฤหัสที่ 28 ) แต่กลับไปราชการที่กัมพูชา   การตั้งกระทู้ถามสดเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานกับสภา   ทราบเรื่องเวลา  09.00  น.  และตนได้ประสานกลับไปว่า นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ เนื่องจากติดภารกิจต่างประเทศ​  และก่อนหน้านี้ก็มีการนำเสนอข่าวว่านายกรัฐมนตรี มีภารกิจที่จะเดินทางไปกัมพูชา ซึ่งเมื่อกระทู้ถามมาแบบนี้ เจ้าหน้าที่ประสานงานจึงแจ้งไปยังสภาว่านายกฯไปกัมพูชา 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีไม่ได้หนีการตอบ กระทู้สด และพร้อมที่จะตอบคำถาม รวมไปถึงเคารพทุกคำถามของสมาชิกรัฐสภา และก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีก็กำชับ ถ้าไม่ติดภารกิจก็ให้ทุกคนไปตอบกระทู้  เช่นในวันนี้   นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ไปตอบกระทู้กรณีน้ำมันในค่ายทหาร มทบ.18 หาย รวมถึงนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายก​รัฐมนตรี​ก็ไปตอบกระทู้   ย้ำว่านายกฯไม่ได้หนีตอบกระทู้ แต่ติดภารกิจที่กัมพูชา ฝากไปยังพรรคก้าวไกล ถ้าอยากถามใหม่ในสัปดาห์หน้าก็พร้อมจะประสานงานให้ ทั้งนี้ตนได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว   ซึ่งนายกรัฐมนตรี   ก็ยืนยันว่าจะไปตอบ 

“ก้าวไกลก็ทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ที่จะตรวจสอบ  หรือสอบถาม ก็ถือเป็นหน้าที่  ตรงนี้เราเข้าใจและก็อยากให้ก้าวไกลเข้าใจเหมือนกัน เพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่า นายกฯไปกัมพูชาเพราะข่าวออกไปทั่ว แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของใคร   คลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยในการประสานงานก็เท่านั้นเอง  ” นายสมคิด  ระบุ

รองเลขานายกฯ   การันตี  เศรษฐา พร้อมตอบกระทู้สด ปมเรื่องวุ่นในตร.

เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี  นำคณะเดินทางไปทำภารกิจที่ประเทศกัมพูชา 

.

ขอขอบคุณภาพจาก  thai govt

‘อดิศร’ เปรียบความขัดแย้ง ‘ตำรวจ’ คือ ภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559675

28 ก.ย. 2566

'อดิศร' เปรียบความขัดแย้ง 'ตำรวจ' คือ ภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน

‘อดิศร’ เผยความขัดแย้ง ‘ตำรวจ’ ควรคุยในสภา เปรียบภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน ไม่เห็นด้วย ‘ก้าวไกล’ ขับ ‘หมออ๋อง’ ออกจากพรรค โดยไม่มีข้อหา

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเสนอญัตติด่วน เกี่ยวกับความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) ว่า ตนไม่สบายใจที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถ้าเปิดข้อมูลออกมาจะตายกันหมดทั้งสตช. ซึ่งมองว่า ความขัดแย้งเช่นนี้ นำเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญ (กมธ.วิสามัญ) เพราะกรรมาธิการสามัญยังไม่ปรากฎเป็นรูปเป็นร่าง เรื่องของตำรวจควรมีการพูดคุยในสภา แม้จะมีแม้จะมีการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไปเรียบร้อย แต่เรื่องความขัดแย้งเปรียบเหมือนภูเขาไฟที่คลุกกรุ่นอยู่ใต้ดิน 

ส่วนเรื่องที่ตำรวจแบ่งออกเป็นก๊กเป็นเหล่าต้องกล้าปฎิรูปตำรวจ เมื่อองค์กรเดินไม่ได้ ประชาชนเป็นผู้รับกรรม เชื่อว่าญัตตินี้ไม่ใช่ของฝ่ายใด แต่เป็นของทั้งสภาที่เห็นความสำคัญ จะมาทำเล่นๆ ไม่ได้ เพราะอยู่ในสายตาของประชาชน หากมีการตั้งกมธ. วิสามัญ ก็จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนทั้งหมด

ทั้งนี้นายอดิศร ไม่ขอก้าวก่ายกรณีการแต่งตั้งผบ.ตร. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งมีข้อมูลของการแต่งตั้งมาก่อนที่นายเศรษฐามาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว และตามธรรมเนียมนายกรัฐมนตรีต้องงดออกเสียงในที่ประชุม 

“ความขัดแย้งของตำรวจแก้ไม่ได้ พนันออนไลน์ก็แก้ไม่ได้ ผมได้ยินมาแบบนั้น จริงหรือเปล่าต้องไปถามตำรวจ ก็ต้องฝากไปถึง ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะต้องทำงานอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าท่านเติบโตมาจากสายปราบปราม วันแรกก็จับยาบ้า เฮโรอีนเลย ตอน 23.00 น. เมื่อคืนนี้” นายอดิศรกล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลอาจจะมีมติขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฏรคนที่ 1 ออกจากพรรคก้าวไกล นายอดิศร กล่าวว่า ขอไม่แทรกแซง แต่ยืนยัน ตนโหวตเลือกนายปดิพัทธ์ ขึ้นเป็นรองประธานสภา ด้วยความสง่างาม อยากให้คนที่ทำหน้าที่ได้ดี ได้ทำหน้าที่ต่อ แต่อย่าสร้างนิติกรรมอำพราง เพราะเดินขึ้นบัลลังก์จะไม่มีใครเคารพ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการขับนายปฏิพัทธ์ ไม่มีความผิด พร้อมเตือนทุกพรรคจะขับสมาชิกออก ต้องดูสังคมด้วย

อย่างไรก็ตาม นายอดิศร ยืนยันว่า จะไม่ยื่นตีความในเรื่องนี้ เพราเลือกรองประธานสภาคนนี้มากับมือ แต่นายปดิพัทธ์เดินในสภา จะมีเงาแห่งเกียรติยศตามหลังหรือไม่ หวังว่าพรรคการเมืองทุกพรรค จะไม่ขับใครโดยไม่มีข้อหา 

จำคุก 9 ปี ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ แพ้คดีสมัยเป็นนายก ‘อบจ.สงขลา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559674

28 ก.ย. 2566

จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'

คดีรถซ่อมบำรุงทาง ‘อบจ.สงขลา’ พ่นพิษ ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ ถูกตัดสินจำคุก 9 ปี ไม่จ่ายเงินให้บริษัทเอกชนที่ชนะการประมูล

นายนิพนธ์ บุญญามณี ถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาตัดสินลงโทษ จำคุก 9 ปี และเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง 5 ปี กรณีไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ชนะการประมูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา

ซึ่งก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องคดีอาญา นายนิพนธ์ บุญญามณี ในขณะดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา ละเว้นไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ให้แก่บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด เป็นค่ารถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ 2 คัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,850,000 บาท

โดยเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ศาลปกครองสงขลา ได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ อบจ.สงขลา ชำระหนี้ค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ 2 คัน ให้แก่ บริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ฟ้อง เป็นจำนวนเงินรวมดอกเบี้ยกว่า 80 ล้านบาท ไปแล้ว

แต่คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริต ยังไม่ถือว่าเป็นที่สุด  นายนิพนธ์ บุญญามณี ยังมีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก

คำพิพากษา นิพนธ์ บุญญามณี คดี อบจ.สงขลาคำพิพากษา นิพนธ์ บุญญามณี คดี อบจ.สงขลาจำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'จำคุก 9 ปี 'นิพนธ์ บุญญามณี' แพ้คดีสมัยเป็นนายก 'อบจ.สงขลา'

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ พร้อมเปิดใจไม่รับเงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559653

28 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ พร้อมเปิดใจไม่รับเงินเดือน

‘เศรษฐา’ ยันตั้ง ผบ.ตร.ด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ให้ความเป็นธรรมกับแคนดิเดตทุกคน พร้อมเผยตั้งใจไม่รับเงินเดินนายกฯตั้งแต่ต้น แต่ไม่กดดันรัฐมนตรีคนอื่น

วันที่ 28 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ถึงกรณีที่โฆษกรัฐบาลระบุนายกรัฐมนตรี ประกาศส่งต่อเงินเดือนและเบี้ยประชุมที่ได้รับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปให้มูลนิธิต่างๆว่าเป็นการรับมา จ่ายภาษี และบริจาคไป ซึ่งก็จะเปลี่ยนมูลนิธิไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นความประสงค์ของตนตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง 

เมื่อถามว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับรัฐมนตรีคนอื่นๆหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ไม่ใช่หรอก แต่เป็นความประสงค์ส่วนตัว อย่าไปกดดันท่านอื่นเลย ทุกคนมีความจำเป็นส่วนตัว 

ส่วนได้ปรึกษาในแง่กฏหมายแล้วหรือไม่ ว่าหากบริจาคเงินเกิน 3,000 บาทจะผิดกฏหมาย นายเศรษฐา ระบุว่ากำลังให้ฝ่ายกฏหมายดูอยู่ ซึ่งการบริจาคทุกอันจะกระจายไปตามมูลนิธิที่มีการตรวจสอบแล้ว เป็นการช่วยเหลือภาคส่วนที่มีความต้องการ พร้อมย้ำว่าเป็นเจตนารมณ์ ซึ่งทำมาก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนไม่อยากพูดเยอะเดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เงียบๆไปดีกว่า 

เมื่อถามถึงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ว่ามีความสบายใจคิดแล้วหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า ขอให้โปรดเกล้าฯ ก่อนทุกอย่างที่เสร็จสิ้นไปแล้วก็มีความสบายใจ 

ส่วนเหตุผลที่ไม่รอผลการตรวจสอบกรณีของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาลเพราะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้วยนั้น นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องนี้รอให้มีการโปรดเกล้าฯ มา จบแล้วจะมีคณะกรรมการและมีโฆษกเป็นผู้แถลงชี้แจง ทั้งนี้ยืนยันในเรื่องข้อกฎหมายนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ส่วนกรณีที่พลตำรวจเอกเอก อังสนานนท์ โหวตไม่เห็นชอบให้ พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์ สุขวิมลนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่เหมาะสมที่จะเอาเรื่องในห้องประชุมมาพูด 

เมื่อถามถึงกรณีที่อาจจะมีการฟ้องร้องกันภายหลังได้นั้น นายเศรษฐา ยืนยันว่าไม่กังวล เนื่องจากทำด้วยเจตนารมณ์บริสุทธิ์ ไม่ได้ลุด้วยอำนาจ และมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในที่ประชุม ยืนยันมีการพูดให้ความเป็นธรรมกับแคนดิเดตทุกคน 

ส่อง ‘เงินเดือนนายกฯ’ ได้เท่าไร หลัง ‘เศรษฐา’ ส่งต่อ มูลนิธิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/552926

28 ก.ย. 2566

ส่อง 'เงินเดือนนายกฯ' ได้เท่าไร หลัง 'เศรษฐา' ส่งต่อ มูลนิธิ

เปิดอัตรา ‘เงินเดือนนายกฯ’ และ รัฐมนตรีไทย ได้เท่าไร หลัง ‘เศรษฐา’ ปัดไม่รับ ส่งต่อทั้งหมดให้ มูลนิธิ เหยียบ 3 แสน

หลังจากรับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” ล่าสุด ก็ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ด้วยการประกาศส่งต่อเงินเดือน-เบี้ยประชุม ทั้งตำแหน่งนายกฯ และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้มูลนิธิต่างๆ หวังช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ประเดิม ‘มูลนิธิเด็ก’ คมชัดลึก พาส่อง “เงินเดือนนายกฯ” เงินเดือนคณะรัฐมนตรี ได้รับค่าตอบแทนจากการบริหารประเทศเท่าไร 

เศรษฐา ทวีสินเศรษฐา ทวีสิน

“เงินเดือนนายกฯ-เงินเดือนคณะรัฐมนตรี”

สำหรับเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี อ้างอิงจากข้อมูล จาก คู่มือข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปี 2562 มีรายละเอียดดังนี้

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 75,590 บาท
  • อัตราเงินประจำตัวแหน่ง 50,000 บาท
  • รวม 125,590 บาทต่อเดือน

รองนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 74,420 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 45,500 บาท
  • รวม 119,920 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

  • อัตราเงินเดือน 73,240 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 42,500 บาท
  • รวม 115,740 บาทต่อเดือน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

  • อัตราเงินเดือน 72,060 บาท
  • อัตราเงินประจำตำแหน่ง 41,500 บาท
  • รวม 113,560 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ นอกจากเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งแล้วนั้น นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และ ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งต่างๆ ยังสามารถเบิกค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประชุม ได้อีกด้วย

เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ประเทศต่างๆ (ดอลลาร์สหรัฐฯ)

  • จีน 19,448 (ดอลลาร์สหรัฐฯ)
  • กัมพูชา 29,290
  • ไทย 43,727
  • อินโดนีเซีย 50,460            
  • มาเลเซีย 60,311
  • ฟิลิปปินส์ 88,463
  • นอร์เวย์ 159,414
  • เกาหลีใต้ 182,461
  • สหราชอาณาจักร 205,298
  • ญี่ปุ่น 293,445
  • สหรัฐฯ 400,000
  • สิงโคโปร์   1,635,876

อย่างไรก็ตาม สำหรับ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี และเงินประจำตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีไทยทั้งปี (12 เดือน) คิดเป็น 43,727 ดอลลาร์สหรัฐ (ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 22 พ.ค. 2566) นับว่าน้อยกว่าหลายประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ แต่มากกว่ากัมพูชาและจีน

‘แจ๊ค วัชระ’ จี้ ‘ป.ป.ช.’ ตามหนี้คดี ‘EXIM BANK’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559646

28 ก.ย. 2566

'แจ๊ค วัชระ' จี้ 'ป.ป.ช.' ตามหนี้คดี 'EXIM BANK'

จี้ ‘ป.ป.ช.’ ตามหนี้ ส่วนต่างดอกเบี้ย ปล่อยกู้ ‘EXIM BANK’ สี่พันล้านบาท ‘แจ๊ค วัชระ’ เพชรทอง ไม่ปล่อย ทักษิณ ชินวัตรลอยนวล

แจ๊ค วัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ส่งหนังสือถึงพลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวานนี้ เพื่อให้ติดตามทวงถามกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แจ๊ค วัชระ ส่งหนังสือให้ ป.ป.ช. ทวงหนี้ ทักษิณ คดีปล่อยกู้ EXIM BANKแจ๊ค วัชระ ส่งหนังสือให้ ป.ป.ช. ทวงหนี้ ทักษิณ คดีปล่อยกู้ EXIM BANK

คดีหมายเลขดำที่ อม. 3/2551 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551 คดีระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โจทก์ กับพันตำรวจโททักษิณหรือนายทักษิณ ชินวัตร จำเลย มูลค่าความเสียหายจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม (เงินกู้ยืมจำนวน 4,000 ล้านบาท) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

ตอนหนึ่งของคำพิพากษาระบุว่า “กรณีจึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ชอบที่จะต้องแจ้งให้กระทรวงการคลังดำเนินการให้จำเลยนั้นชดใช้ความเสียหายนั้นเอง ไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจโจทก์มีคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ค่าเสียหายให้แก่กระทรวงการคลังเข้ามาในคดีนี้ได้  จึงต้องยกคำขอโจทก์ในส่วนนี้”

แต่ไม่ปรากฏข่าวต่อสาธารณะว่า ป.ป.ช.ได้ดำเนินการคืบหน้าอย่างไร เพราะระยะเวลาล่วงเลยมาแล้ว 4 ปี 5 เดือนแล้ว จึงต้องอาศัยอำนาจตามพรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ถาม ป.ป.ช.ว่า

สำนักงาน ป.ป.ช. แจ้งกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาคดีนาย ทักษิณแล้วหรือไม่ อย่างไร หากสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่ได้แจ้งกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาจะเร่งดำเนินการเมื่อไหร่ อย่างไร และขอให้ส่งสำเนาเอกสารผลการดำเนินงานของ ป.ป.ช. ให้ทราบด้วย ถ้าไม่มีคำตอบจะมาทวงหนี้ให้ประเทศทุกๆเดือนจนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษา

‘เศรษฐา’ ส่งต่อเงินเดือน-เบี้ยประชุมให้มูลนิธิต่างหวังช่วยกลุ่มเปราะบาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559645

28 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’ ส่งต่อเงินเดือน-เบี้ยประชุมให้มูลนิธิต่างหวังช่วยกลุ่มเปราะบาง

‘เศรษฐา’ ส่งต่อเงินเดือน-เบี้ยประชุมในตำแหน่งนายกฯ ให้มูลนิธิต่างๆ หวังช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ประเดิม ‘มูลนิธิเด็ก’

วันที่ 28 ก.ย. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอส่งต่อเงินเดือน และเบี้ยประชุมของทุกเดือนที่ได้รับจากการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตลอดการดำรงตำแหน่งให้มูลนิธิฯต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้เปราะบางที่ต้องการการช่วยเหลือ

นายชัย กล่าวว่า นายกฯ มีดำริว่า “การให้” เป็นเรื่องที่ดี ตามแต่กำลังศรัทธาของแต่ละคน นายกฯจึงตั้งใจเริ่มที่ตัวเองก่อน ขณะที่รัฐบาลเองมีหลายนโยบายที่พยายามอย่างมากในการมุ่งสร้างประโยชน์สุข และความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทย โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา  ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ทำให้เด็กที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบ ทั้งยังสามารถได้รับการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งทั้งหมดของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทั้งหมด หลังจากได้รับมาแล้วรวมเป็นเงิน125,590 บาทต่อเดือน (เงินเดือนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 75,590 บาท เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท) ขอส่งต่อให้กับกลุ่มที่เปราะบาง ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ทันที แต่สิ่งที่ทดแทนไม่ได้ คือหน้าที่ของรัฐที่ต้องดำเนินการสนับสนุนมูลนิธิต่างๆ เป็นการช่วยเหลืออีกทางหนึ่งซึ่งทำได้เร็วกว่าการพึ่งระบบของรัฐที่ต้องใช้เวลาเพราะต้องอาศัยการทำผ่าน พรบ. ต่างๆ ตามกลไกของรัฐสภาในการดำเนินการเพียงอย่างเดียว

นายชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการคัดเลือกองค์กรที่จะได้รับความช่วยเหลือนั้น จะมีทีมงานเป็นผู้กำหนดเกณฑ์โดยครั้งแรกจะบริจาคให้กับ มูลนิธิเด็ก (FOUNDATION FOR CHILDREN) ช่วยเหลือเด็กด้านปัจจัยพื้นฐานการดำเนินชีวิตและสวัสดิการต่าง ๆ ให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสมทางร่างกาย สติปัญญา และจิตใจ รวมถึงทางด้านการศึกษา ที่สามารถช่วยให้เด็กเข้าระบบการศึกษาได้อย่างถูกต้องต่อไป อย่างที่แจ้งไว้ การส่งต่อเงินเดือนเป็นเพียงแค่ส่วนแรก ซึ่งนายกฯ พยายามที่จะหาโอกาสไปพบปะพูดคุยกับองค์กรกลุ่มต่าง ๆ เพื่อรับฟังเสียง รับทราบถึงปัญหา และความเดือดร้อนของมูลนิธิที่กำลังเผชิญอยู่ เพื่อที่จะได้หาแนวทางแก้ไขต่อไป

‘นายกฯ’ ยิ้มแย้มทักทายสื่อ หลังถก ก.ตร. เลือก ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559635

27 ก.ย. 2566

‘นายกฯ’ ยิ้มแย้มทักทายสื่อ หลังถก ก.ตร. เลือก ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่

เศรษฐา ทวีสิน ‘นายกฯ’ ยิ้มแย้มโบกมือทักทายสื่อ หลัง นั่งหัวโต๊ะ ประชุม ‘ก.ตร.’ เลือก ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่ ปัดให้สัมภาษณ์ โยน โฆษกตร.แถลง

เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)ครั้งที่10/2566 ถึงผลการหารือการคัดสรรผู้มาดำรงตำแหน่ง​เป็น ผบ.ตร.คนใหม่​ แทน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ​กิตติประ​ภัสร์ ​ที่จะเกษียณอายุ​ราชการในวันที่​ 30 กันยายน 2566 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.

โดยนายกฯ กล่าวเพียงสั้น ว่า “ขอให้โฆษกตำรวจ เป็นผู้แถลง” จากนั้น นายกฯได้โบกมือทักทายสื่อมวลชน ที่มารอทำข่าว​อย่างเป็นกันเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการประชุม ก.ตร. นายเศรษฐา ทวีสิน ประธาน ก.ตร. ที่แม้จะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน แต่ก็เป็นที่สังเกตว่ามีสีหน้ายิ้มแย้มและยังได้โบกมือให้สื่อมวลชนก่อนเดินทางออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

‘นายกฯ’ ยิ้มแย้มทักทายสื่อ หลังถก ก.ตร. เลือก ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​การประชุม ก.ตร.เริ่มขึ้นในเวลา​ 15.00น.​โดยใช้เวลาเพียง​ 1 ชั่วโมงครึ่ง ​แม้ว่าจะเดินทางมาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเวลา​ 13.30น.ก็ตาม​เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ามีการเรียกคณะกรรมการ​แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ​รองผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติเข้าหารือ

ขณะที่เดียวกัน ก็มีรายงานข่าวว่าที่ประชุมการ ก.ตร.ได้มีมติ 9 ต่อ 1 ต่อ 1 ตั้ง ​‘บิ๊กต่อ’ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล​ รองผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติ​ เป็นผู้บัญชาการ​ตำรวจแห่งชาติ​คนที่​ 14

‘นายกฯ’ ยิ้มแย้มทักทายสื่อ หลังถก ก.ตร. เลือก ‘บิ๊กต่อ’ นั่ง ผบ.ตร.คนใหม่

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล

‘โรม’ จี้ นายกฯ ตอบหลังเลือก ‘ต่อศักดิ์’ นั่ง ผบ.ตร. จ่อตั้งกระทู้ถามในสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559629

27 ก.ย. 2566

‘โรม’ จี้ นายกฯ ตอบหลังเลือก ‘ต่อศักดิ์’ นั่ง ผบ.ตร. จ่อตั้งกระทู้ถามในสภา

มติ ก.ตร. ตั้ง ‘พล.ต.อ.ต่อศักดิ์’ ผบ.ตร.คนที่14 ‘โรม รังสิมันต์’ มองไม่พลิกโผ จี้ ‘นายกฯ’ ตอบกระทู้ในสภา ปมใช้หลักเกณฑ์อะไร -ปัญหาวงการตำรวจร้อน หากไม่ตอบต้องแบกรับความผิดหวังของปชช. ลั่น ภารกิจเยือนกัมพูชา รมว.พลังงาน ปฏิบัติหน้าที่แทนได้

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่ประชุม ก.ตร. มีมติ 9 ต่อ 1 ต่อ1 แต่งตั้ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ว่า ชื่อของ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เป็นชื่อที่ล่องลอยมานานแล้ว เรื่องนี้ไม่แปลกใจและเป็นที่คาดหมายของคนในสังคม แต่แน่นอนจะเป็นคำถามไปสู่นายกรัฐมนตรี(นายเศรษฐา ทวีสิน)

มติก.ตร. 9 ต่อ 1 ต่อ 1 เลือก พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผบ.ตร.คนที่ 14มติก.ตร. 9 ต่อ 1 ต่อ 1 เลือก พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็นผบ.ตร.คนที่ 14

“เพราะไม่ว่าใครจะเป็น ผบ.ตร. นายกรัฐมนตรี ก็ต้องตอบคำถามในการตัดสินใจ ว่ากระบวนการแบบไหนที่ใช้ในการเลือก บุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเป็น ผบ.ตร. ถ้าไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นายกรัฐมนตรีคงต้องแบกรับกับความผิดหวัง ของพี่น้องประชาชน ของพี่น้องตำรวจต่อไป”

ดังนั้น กฎเกณฑ์ที่ดี จึงไม่ใช่แค่ว่าเลือกใคร แต่เพราะเหตุใดถึงต้องเลือกคนนั้น ซึ่งตนคิดว่าสิ่งนี้ ตนไม่เห็นผ่าน ผบ.ตร.คนนี้เลย

ทั้งนี้ ชื่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็น ผบ.ตร. ถือว่าไม่ผิดคาด ทุกคนก็คิดอยู่แล้วว่าต้องประมาณนี้ แต่งคำถามสำคัญคือการเลือก เลือกจากอะไร นายกรัฐมนตรีต้องตอบสำคัญถามสังคมให้ได้ ตามกฎหมายไม่ได้เรียงตามอาวุโสอยู่แล้ว และการเลือกก็ให้อำนาจนายกฯ เป็นคนเลือก และโยนชื่อเข้าไปที่ ก.ตร. ซึ่งไม่ว่าอย่างไรนายกฯ ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรี เป็นคนเลือกก่อน 

ว่าที่ผบ.ตร.คนที่ 14ว่าที่ผบ.ตร.คนที่ 14

“ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดไม่มีการเสนอชื่อมากกว่า 1 คน และไม่มีการแข่งขันกัน คำถามคือเมื่อเลือกไปแล้วไม่ว่าชื่อไหนก็แล้วแต่ ผมก็เชื่อว่ามีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ปัญหาคือการเสนอชื่อใครก็แล้ว แต่นายกฯ คิดจากอะไร นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามีความสำคัญ นายกรัฐมนตรีจะต้องมีหลักเกณฑ์ไหม ในการที่จะเลือกบุคคลต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมีข้อที่จะทำลายความเชื่อมั่น ของตำรวจ”

เรื่องของอาวุโสแม้ในกฎหมายจะไม่ได้เขียนไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นที่คาดหวัง ของตำรวจจำนวนไม่น้อยหรือตำรวจที่มีความเชื่อว่า ควรจะเลือกจากหลักอาวุโส แต่ปัญหาคือเมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดแล้ว นายกฯ ไม่ได้เอาหลักนั้น ก็ควรจะมีคำตอบกับทุกฝ่าย ว่าอะไรคือหลักเกณฑ์เพื่อให้มั่นใจ ว่าจะไม่มีตั๋วช้าง จะไม่มีเรื่องของเส้นสาย เกิดขึ้นในวงการตำรวจ” นายรังสิมันต์กล่าว

ส่วนเรื่องนี้จะเป็นตั๋วช้างหรือไม่ตนคงต้องได้ถามนายกรัฐมนตรี ว่าสุดท้ายการเลือก ผบ.ตร.เลือกอย่างไรเป็นตั๋วหรือไม่เป็นตั๋ว

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีเลือกวิธีการงดออกเสียงในการลงมติเพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.นั้น ตนพูดยากว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ เพราะตนเข้าใจว่านี่คือการเลือก ผบ.ตร. คนแรกตาม พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบัน ถ้านายกฯ งดออกเสียงก็คงเป็นสิทธิ์ แต่อาจจะมีคำอธิบายว่านายกฯได้เลือกไปแล้ว

หมายถึงจิ้มเลือกว่าจะเอาชื่อใครแล้วโยนไปที่ ก.ตร. ซึ่งการงดออกเสียงไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดหรือผิดอะไร แต่อย่ามาบอกปฏิเสธว่าตนเอง ไม่เกี่ยวเป็นการตัดสินใจของ ก.ตร.ไม่ได้ ฉะนั้น ถึงที่สุดการเลือกที่จะให้ใคร เป็นผู้ที่ถูกพิจารณาโดย ก.ตร. เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี

ส่วนจะมีเรื่องการเตะตัดขา เพื่อแย่งชิงตำแหน่ง ตามกระแสข่าวหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศการเลือกผบ.ตร.รอบนี้ ค่อนข้างตึงเครียด ไม่ว่าจะกรณีคดีกำนันนก ซึ่งตนเชื่อว่าแรกเริ่มคงไม่เกี่ยวอะไรกับ ผบ.ตร. แต่พอมีการต้องเลือกผบ.ตร. ก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะสาวไปถึงตำรวจ ที่เกี่ยวข้องในระดับสูง และในส่วนของคดีการพนันออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ ที่อาจจะสาวไปถึงตำรวจระดับสูง ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ใกล้ๆ กับการเลือก ผบ.ตร. ดังนั้น จึงทำให้เป็นที่รู้สึกได้อยู่แล้วว่าการเลือกผบ.ตร.ครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง และมีวิธีการที่ไม่ใช่แค่พิจารณาจากโปรไฟล์แล้ว แต่อาจจะรวมไปถึงการใช้วิธีการที่เรียกว่าเตะตัดขากันก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเตะตัดขาสำเร็จหรือไม่สำเร็จ ให้สังคมลองพิจารณา แต่ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้โผอะไร เป็นเรื่องที่รับรู้รับทราบอยู่แล้ว

นายรังสิมันต์ ยังยืนยันว่าในวันพรุ่งนี้(28 ก.ย. 2566) ตนจะตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจาเรื่องปัญหาในองค์กรตำรวจ และการแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งตนหวังว่านายกรัฐมนตรีจะมาตอบ ตนได้ข่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องเดินทาง แต่องค์กรตำรวจ ซึ่งมีผู้ใต้บังคับบัญชานายกรัฐมนตรี 200,000 กว่าคน มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยรักษา ความมั่นคงและในขณะที่ตำรวจร้อนเป็นไฟ คดีกำนันนกตำรวจตาย 2 คนและคดีเว็บพนันที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง 

ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าวันนี้ รูปธรรมขององค์กรตำรวจมีความเกี่ยวข้องที่เชื่อมโยงกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงมีความขัดแย้งในการแย่งชิง ผบ.ตร. ดังนั้นจนคิดว่าถ้ามองจากสาระสำคัญในเรื่องของความขัดแย้งความเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมายของตำรวจ เรื่องตำรวจเป็นเรื่องใหญ่ที่นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยไม่ได้เด็ดขาด และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้การตอบคำถามโดยมีแผนเป็นรูปธรรม มีรูปแบบวิธีการที่จะแก้ปัญหาตำรวจอย่างรวดเร็ว มีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างนายเศรษฐา ทวีสิน ต้องดำเนินการและการตอบคำถามต่อสภาไม่ใช่การตอบคำถามตนแต่เป็นการตอบคำถามสังคมตอบคำถามประชาชน

ดังนั้น ตนจึงคิดว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีจะให้คนอื่นทำแทนไม่ได้ เป็น เรื่องที่อยู่ใต้นายกฯ โดยตรง ในขณะที่เรื่องบางเรื่องเข้าใจว่าเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกันแต่มีคนสามารถทำแทนได้ตนจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีให้ความสัมพันธ์เรื่องตำรวจ โดยการมาตอบคำถามที่สภาในวันพรุ่งนี้(28 ก.ย.2566)

“กระทู้ถามสดด้วยวาจาในเรื่องนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะไม่เดินทางมาตอบคำถามในสภา แต่ผมมองว่าการเดินทางของนายกรัฐมนตรีที่ต้องเดินทางไปกัมพูชานั้น ผมเห็นว่ารัฐมนตรีพลังงานก็สามารถเดินทางไปแทนได้ เพราะการเดินทางไปประเทศกัมพูชานั้นเกี่ยวข้องกับพลังงาน ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้อง ที่ผมเชื่อว่าน่าจะทำแทนได้แต่ คำถามคือตำรวจจะให้ใครทำแทนนี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอย่างนายเศรษฐา ทวีสิน ที่เป็นมือใหม่ที่ตัวเองชอบพูดเสมอ ต้องเข้าใจว่าไม่มีคนอื่นแทนได้ในเรื่องงานตำรวจ” รังสิมันต์กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เป็น ผบ.ตร. จึงต้องยิ่งตั้งคำถามตั้งกระทู้ต่อคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าสุดท้ายการเลือกผบ. ตร เลือกจากอะไร นายกรัฐมนตรีเตรียมคำตอบมาจากบ้านเลยก็ได้ว่ามีหลักเกณฑ์ วิธีคิดอย่างไร