รายชื่อกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ ชุดใหม่ ‘พิธา’ นั่งประธานที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559269

23 ก.ย. 2566

รายชื่อกรรมการบริหาร 'พรรคก้าวไกล' ชุดใหม่ 'พิธา' นั่งประธานที่ปรึกษา

รายชื่อกรรมการบริหาร ‘พรรคก้าวไกล’ ชุดใหม่ ‘ชัยธวัช’ หัวหน้าพรรค ‘อภิชาติ’ เลขาธิการพรรค ขณะที่ ‘พิธา’ นั่งประธานที่ปรึกษา ‘ไอติม’ โฆษกพรรค

ที่ประชุมวิสามัญพรรคก้าวไกล มีมติเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ดังนี้

ชัยธวัช  ตุลาธน หัวหน้าจ

อภิชาติ ศิริสุนทร เลขาธิการพรรค

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค 

ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค 

สมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหาร

อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ กรรมการบริหาร

เบญจา แสงจันทร์ กรรมการบริหาร

สุเทพ อู่อ้น กรรมการบริหาร (สัดส่วนปีกแรงงาน)

นอกจากนี้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธานที่ปรึกษา

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นที่ปรึกษา 

เดชรัต สุขกำเนิด เป็นที่ปรึกษา

รองหัวหน้าพรรค 

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

ณัฐวุฒิ บัวประทุม

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ 

ศิริกัญญา ตันสกุล 

รองเลขาธิการพรรค

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

โฆษกพรรค 

พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค 

กรุณพล เทียนสุวรรณ เป็นรองโฆษก

ภคมน หนุนอนันต์ เป็นรองโฆษก

‘พิธา’ ส่งไม้ต่อให้ ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ คนใหม่ เชื่อทุกคนพร้อมทำหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559261

23 ก.ย. 2566

'พิธา' ส่งไม้ต่อให้ 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' คนใหม่ เชื่อทุกคนพร้อมทำหน้าที่

‘พิธา’ ไม่คาดหวังไม่กังวล ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ คนใหม่ เชื่อคนทุกพร้อมเป็นตัวจริง ยืนยันยังเป็นเพื่อนกับ ‘ปิยบุตร’ หลังดราม่ากรณี ‘ช่อ พรรณิการ์’ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคนใหม่ว่า ตนไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะไม่ได้เป็นเรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องการเดินทางของพรรคโดยรวม รวมถึงไม่ได้กังวลอะไรเลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่มีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงส่วนรวม และเปิดทางให้มีผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งเชิงมหภาค จุลภาค ดังนั้นไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกันในการทำงานของแกนนำทั่วไป

เมื่อถามว่าการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่เพื่อเตรียมการรองรับคำตัดสินของศาลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด ตอนนี้ยังไม่มีความแน่นอน ใครที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือเลขาฯ พรรคก็มีความท้าทายทุกวัน ทุกอาทิตย์ ทุกเดือน เพราะฉะนั้นก็ต้องพร้อมที่จะเป็นทั้งหัวหน้าตัวจริงและเลขาฯ ตัวจริง

ส่วนจะมีการรับตำแหน่งพิเศษภายในพรรคหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ขอให้รอดูหลังการประชุมจะได้ความชัดเจน 100% อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมที่จะทำงานเพื่อพรรคก้าวไกลทุกบทบาท ถึงไม่มีตำแหน่งก็ทำงานเหมือนเดิม

สำหรับกรณีนายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาคณะก้าวหน้า ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงพรรคก้าวไกลไม่แสดงความเห็นต่อกรณี นางสาวพรรณิการ์ วานิช ถูกศาลพิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะทำให้เสียมวลชนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจะต้องเสียมวลชนไปหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ แต่เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนในพรรคและนายปิยบุตร ส่วนตนคิดถึงอาจารย์อยู่ตลอด ตั้งแต่ครั้งที่เริ่มตั้งพรรคอนาคตใหม่มาด้วยกัน จนกระทั่งมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรค และช่วยพรรคถูกต้องตามกฎหมาย และเชื่อว่าพวกเราทุกคนก็คิดถึงอาจารย์ปิยบุตร รวมถึงกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิ์ในช่วงที่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ 

นายพิธา ย้ำ ยังเป็นเพื่อนกัน ยังเจอกันอยู่เรื่อยๆ และเพิ่งจะไปรับประทานอาหารด้วยกัน มีการพูดคุยกันตลอดในกรอบที่กฎหมายอนุญาต พร้อมฝากถึงทัวร์ที่ลงนายปิยบุตรว่า ตนคิดว่า ความสามัคคีคือสิ่งสำคัญของทุกฝ่าย โดยเฉพาะการเมืองบริบทแบบนี้ ขอให้ทุกคนมีความสามัคคี อดทน อดกลั้นในการที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเพื่อให้เราฝ่ายค้านเข้มแข็ง

เมื่อถามว่าเสียดายหรือไม่ที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.พรรคก้าวไกล และที่ปรึกษารองประธานสภาคนที่ 1 ปฏิเสธ ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล นายพิธา กล่าวว่า แน่นอน แต่เชื่อว่านางอมรรัตน์ก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรคอยู่แล้ว อย่างที่บอกพรรคก้าวไกลไม่ได้เลือกที่ตัวบุคคล และไม่ได้ยึดในตำแหน่ง ฉะนั้นก็ยังทำงานกันเป็นทีมอยู่ดี

จากนั้น นายพิธา ได้กล่าวบนเวทีถึงสาเหตุการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคก้าวไกลว่า เหตุผลการที่ต้องมาประชุมกันในวันนี้ เริ่มต้นจากการที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค เพื่อจะไปเป็นรองประธานสภาของคนที่ 1 ต่อมาเมื่อมีความแน่ชัดแล้วว่า พรรคก้าวไกลจะต้องเป็นฝ่ายค้านและต้องเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ตนจึงจำเป็นตัดสินใจลาออก เพื่อเปิดทางให้พรรคได้หาผู้นำฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญที่จะต้องเป็น สส. ในระหว่างที่จะต้องรอเรื่องเกี่ยวกับคดีความของตน

รู้จัก ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ หนุ่มสงขลา ขึ้นแท่นผู้นำ พรรคก้าวไกล คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558985

23 ก.ย. 2566

รู้จัก 'ชัยธวัช ตุลาธน' หนุ่มสงขลา ขึ้นแท่นผู้นำ พรรคก้าวไกล คนใหม่

เปิดประวัติ ‘ชัยธวัช ตุลาธน’ หนุ่มสงขลา จากเลขาธิการ พรรคก้าวไกล ผู้อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ขึ้นแท่นผู้นำพรรคคนใหม่

ล่าสุดพรรคก้าวไกล มีการเคลื่อนไหวปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา จากการประชุมแกนนำของพรรคก้าวไกล ได้พูดคุยกันก่อนจะมีประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันที่ 23 ก.ย.นี้ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศลาออกไปเมื่อวันที่ 15 ก.ย. มีข้อสรุปเบื้องต้นว่า

“ชัยธวัช ตุลาธน” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่, อภิชาติ ศิริสุนทร เป็นเลขาธิการพรรค, หรือไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน

รู้จัก “ชัยธวัช ตุลาธน” 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ชื่อเล่นว่า ต๋อม ไม่ได้เป็นเพียงเลขาธิการพรรคก้าวไกล แต่ยังเป็นคนคอยประสานกับพรรคต่างๆ เป็นเหมือนดั่งโฆษกของพรรค ปัจจบุันอายุ 44 ปี เป็นคนสงขลา เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521

จบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จังหวัดสงขลา จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

จุดเริ่มต้น “ชัยธวัช ตุลาธน” เข้าสู่สนามการเมือง

“ชัยธวัช ตุลาธน” กล่าวว่า ที่ตนสนใจการเมือง เริ่มจากการทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนปี 1 ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้ไปสังเกตการณ์ม็อบสมัชชาคนจน รอบทำเนียบรัฐบาลที่มีการชุมนุม 99 วัน จึงลงพื้นที่เรียนรู้และพูดคุยกับคนที่อยู่ในม็อบสมัชชาคนจน ว่ามีปัญหาอะไรถึงได้ออกมาชุมนุม

จุดนั้นถือเป็นประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ “ชัยธวัช ตุลาธน” ตั้งคำถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทย เขาได้ไปกินนอนอยู่กับม็อบจนชุมนุมครบ 99 วัน หลังจากนั้นในปี 2540 จึงได้เข้าร่วมกิจกรรมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)

จนกระทั่งปี 2541 ได้เป็นเลขาธิการ สหพันฑ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และได้ทำกิจกรรมร่วมกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่เป็นนักศึกษาในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ที่ในปัจจุบันเป็นสำนักพิมพ์ที่ส่งต่อมรดกทางความคิดให้กับคนรุ่นใหม่

รวมถึงเป็นผู้ประสานงาน ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายชุมนุมกรณี เมษายน – พฤษภาคม 2553 และยังได้เป็นที่ปรึกษา ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน 

“ชัยธวัช ตุลาธน” ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

ช่วงกลางปี 2560 “ชัยธวัช ตุลาธน” เริ่มคุยกับธนาธร ว่าต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ และต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริงๆ จึงเริ่มชวนคนที่ความคิดเห็นคล้ายกันมาร่วมด้วย เริ่มจากกลุ่มคนไม่กี่คน หลังจากนั้นจึงหารือว่ากระทั่งมาในช่วงปี 2560 ก็ตัดสินใจร่วมกับธนาธรตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้นมา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

“ชัยธวัช ตุลาธน” ผู้วางยุทธศาสตร์ก้าวไกล 

“ชัยธวัช ตุลาธน” เผยว่า การเมืองแบบสองขาไม่ใช่ความตั้งใจของก้าวไกลแต่แรก แต่จากเงื่อนไขทางการเมืองที่เป็นจริง เพราะแกนนำพรรคอนาคตใหม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเข้าสภาไม่ได้ ก็ต้องหาแนวทางทำงานทางการเมือง เพื่อการผลักดันข้อเสนอ จึงจำเป็นต้องทำงานนอกสภา ดังนั้นการเดินการเมืองแบบสองขา จึงไม่ใช่เรื่องของการวางยุทธศาสตร์ 

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

การถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถทำพรรคการเมืองได้ แต่สิทธิทางการเมืองอื่นๆ ยังเป็นของเขาอยู่ สามารถรณรงค์ทางการเมือง แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้ สำหรับพรรคก้าวไกลวันนี้อยู่ในสภาก็ต้องทำงานในสภา

ชัยธวัช ตุลาธนชัยธวัช ตุลาธน

‘นายกรัฐมนตรี’ และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก ‘สหประชาชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559254

23 ก.ย. 2566

'นายกรัฐมนตรี' และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก 'สหประชาชาติ'

เสร็จสิ้นภาระกิจ ร่วมประชุม ‘สหประชาชาติ’ สมัยสามัญครั้งที่78 ‘นายกรัฐมนตรี’ และคณะอยู่ระหว่างเดินทางกลับจาก นิวยอร์ค

นายกฯ พร้อมคณะ เดินทางกลับประเทศไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุมสหประชาชาติ UNGA 78 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว. กค. และภริยา พร้อมด้วยคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ จอห์น เอฟ. เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา  เมื่อวันที่ 22 ก.ย. และมีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยวันที่ 24 ก.ย. 2566

ก่อนเดินทางกลับนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ทีมประเทศไทยในสหรัฐฯ ยืนยันภารกิจหลัก เปิดประเทศ สนับสนุนธุรกิจ เศรษฐกิจ และการใช้สันติวิธี เพื่อความมั่นคงทางการเมือง
การทำงานของรัฐบาลนี้ ต้องการเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าได้ด้วยการปฎิบัติตามหลักนิติธรรม 

รัฐบาลต้องการเปิดประเทศ สนับสนุนการทำธุรกิจ รักษาจิตใจของคนในทุกภาคส่วน ที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกัน พร้อมเยียวยาจิตใจให้อยู่ร่วมกันภายใต้กรอบ ของกฎหมายได้อย่างสันติ

รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด ซึ่งได้ออกเป็นมาตรการภายหลังการประชุมครม. คือ การลดราคาน้ำมัน – ค่าไฟฟ้า
การเจรจา จัดทำ FTA เป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ทีม ทำงานเชิงรุก Proactive”ทั้ง ทวิภาคี และพหุภาคี พร้อมสรุปการทำงานเพื่อยกระดับ GDP



มุ่งนำ Soft power ของไทยไปเผยแพร่ในนานาประเทศ โดยรัฐบาลมีนโยบายในการ จับคู่ธุรกิจ ระหว่างเกษตรกรก้าวหน้าจะมาคู่กับเกษตรกรรายย่อย

(คลิป) ฟังชัดๆ ‘บิ๊กเด่น’ ฝากถึง ‘ตำรวจ’ พร้อมเผยชีวิตเกษียณขอพักผ่อนก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559237

22 ก.ย. 2566

(คลิป) ฟังชัดๆ 'บิ๊กเด่น' ฝากถึง 'ตำรวจ' พร้อมเผยชีวิตเกษียณขอพักผ่อนก่อน

3 คำถามกับ ‘พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์’ ฝากถึง ‘ตำรวจ’ ทั่วประเทศ ทำงานเพื่อประชาชน ขอให้คิดบวก เชื่อยังมี ปชช. รักอีกมาก ขณะที่ชีวิตหลังเกษียณขอพักผ่อนก่อน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผบ.ตร. จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 66 นี้ ได้ให้กำลังใจข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ทำงานด้วยทัศนคติเชิงบวก ไม่เช่นนั้นเหนื่อยและล้า เพราะยอมรับอาชีพ “ตำรวจ” ถูกต่อว่าในโซเชียลมาก มีส่วนหนึ่งที่ตำรวจทำไม่ดี แต่เชื่อว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่รักตำรวจ ขอให้หนักแน่นและเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ย้ำ ตำรวจต้องเป็นผู้ที่ต้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขและทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ช่วยเหลือประชาชน ส่วนชีวิตหลังเกษียณเตรียมขอพักผ่อนก่อน แต่ยังยินดีที่ให้คำปรึกษาเรื่องราชการอยู่ 

เปิดกรุ ‘ศักดิ์ชาย’ น้องมดดำ รถป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559233

22 ก.ย. 2566

เปิดกรุ ‘ศักดิ์ชาย’ น้องมดดำ รถป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน มดเล็ก ‘ศักดิ์ชาย ตันเจริญ’ น้องมดดำ รวย 9.2 ล้าน ถอยรถยนต์ป้ายแดงคันละ 5 ล้าน สะสมปืน 13 กระบอก ค่าช่วยงานตามประเพณี 70,000 บาทต่อปี

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ‘มดเล็ก’ นายศักดิ์ชาย ตันเจริญ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย  น้องมดดำ บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 9,240,315.41 บาท มีหนี้สินรวม 4,621,408 บาท ดังนี้

มีทรัพย์สิน 9,240,315.41 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 3 บัญชี 10,715.41 บาท ที่ดิน 1 แปลง ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 2,320,000 บาท ได้รับมรดกมาวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ยานพาหนะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ป้ายแดง 5,430,000 บาท ได้มาเดือนมิถุนายน 2566 สิทธิและสัมปทาน ประกันชีวิต 300,000 บาท ทรัพย์สินอื่น ปืน 13 กระบอก 1,179,600 บาท

มีหนี้สิน 4,621,408 บาท จาก บมจ.เอเชียเสริมกิจลิสซิ่ง วันที่ทำสัญญา 30 มิถุนายน 2566 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 4,699,738.20 ยอดหนี้คงเหลือ 4,129,918.51 บาท

นายศักดิ์ชายแจ้งต่อ ป.ป.ช. ประวัติการทำงานย้อนหลัง 5 ปี 2559-2563 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา รายได้ต่อปี มีรายได้ประจำจากเงินเดือน 233,280 บาท รายได้จากการทำสวนยางพารา 250,000 บาท

ส่วนรายจ่ายประจำต่อปี ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 200,000 บาท ค่าผ่อนรถ 1,005,744 บาท ค่าเบี้ยประกัน 35,263.28 บาท รายจ่ายอื่น ๆ ค่าเล่าเรียนบุตร 200,000 บาท ค่าช่วยงานตามประเพณี 70,000 บาท สถานภาพโสด มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย 5 คน มีพี่ร่วมบิดามารดา 1 คน คือนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง

ทัวร์ลงทุกทิศ ปม ‘ปิยบุตร’ ไลฟ์สด ตัดพ้อ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559210

22 ก.ย. 2566

ทัวร์ลงทุกทิศ ปม 'ปิยบุตร' ไลฟ์สด ตัดพ้อ ประกาศยุติบทบาททางการเมือง

ป๊อก ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ อดีตอาจารย์มธ. ประกาศ ยุติบทบาทการเมือง เลิกเสนอความเห็น หลังเจอทัวร์ลง 3 กลุ่ม ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายผู้สนับสนุนเพื่อไทย และฝ่ายผู้สนับสนุนก้าวไกล ขอเลิก ไปดูแลตัวเอง กลับไปเขียนหนังสือ โพสต์ท่องเที่ยว กิฬา

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2566 นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลในศึกเลือกตั้ง 2566 อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)ไลฟ์สดถึงกรณีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ คมจ.5/2566 กรณี ช่อ พรรณิการ์ วานิช อดีตสส.พรรคอนาคตใหม่ และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

ปิยบุตร แสงกนกกุล ปิยบุตร แสงกนกกุล

“โลกสมัยใหม่คุณประหารชีวิตแบบนี้ไม่ได้ คุณไล่คนออกจากประเทศไม่ได้ วิธีการประหารชีวิตทางการเมืองก็เอาอย่างนี้แล้วกัน เอ็งจงออกไปจากชีวิตทางการเมืองของประเทศซะ ด้วยการห้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งอะไรเลย ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองอะไรเลย เดี๋ยวนี้มันอัดยาแรงขึ้นไปอีก หลังๆแต่ละคนโดนกัน 10 ปี”

“ต้องยอมรับว่า ถูกขุด เพราะบทบาทที่ฝ่ายอนุรักษ์จารีต ฝ่ายความมั่นคงทั้งหลาย รู้สึกกังวลใจพรรคอนาคตใหม่ จนเรื่องมาถึงวันนี้ มานั่งคิดว่า วันนั้นถ้าไม่ไปชวน ชีวิตเขาก็อาจไปได้ดี ไม่ถูกใครตั้งข้อรังเกียจ ถูกชังแบบนี้ ก็ต้องยอมรับว่า อินเรื่องนี้มากอยู่พอสมควร เพราะด้านหนึ่งของเรื่องนี้ มันก็พัวพันกับการเริ่มต้นของผมที่ไปชวนคุณช่อมา”

โดยช่วงหนึ่ง นายปิยบุตร ระบุอีกว่า ที่ตนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะอยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลง นักวิชาการต้องการกล้าแสดงออก แม้คนจะไม่พอชอบ แต่ถ้ามีประโยชน์ก็ต้องแสดงออกไป แม้ตอนนี้ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลจะไม่พร้อมให้ตนวิพากษ์วิจารณ์เท่าไหร่ หรือบางทีอาจทำให้หงุดหงิด แต่คำวิพากษ์วิจารณ์ในคอมเมนต์มาตนอ่านหมด

ทำให้ต้องคิดทบทวนว่า ถ้าสถานการณ์ไม่พร้อมฟังการพูดอย่างตรงไปตรงมา หลังจากนี้จะไม่ขอพูดถึงพรรคก้าวไกล แต่จะมีอีกข้อเขียนสุดท้ายที่ระบุถึงพรรคก้าวไกล ต่อจากนั้นจะไม่พูดถึงอีก โดยอาจให้ลองนำข้อเขียนนี้ไปพิจารณา เพราะอาจเป็นประโยชน์กับพรรคก้าวไกล

นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า ตอนนี้เกิดอารมณ์เบื่อขึ้นมา ไม่รู้จะพูดอะไรที่เป็นสาธารณประโยชน์ พูดไปก็ทัวร์ลงทุกฝ่ายถึง 3 กลุ่ม ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายผู้สนับสนุนเพื่อไทย และฝ่ายผู้สนับสนุนก้าวไกล จึงมาคิดว่าจะไปพักผ่อนอยู่สบายๆ ดีกว่า งดบทบาทในการแสดงความคิดเห็นทางสาธารณะ 

จากนี้ขอไปเขียนวิจารณ์เรื่องอื่นดีกว่า พอเขียนเรื่องการเมืองก็มาทุกทิศทุกทาง โดยขอนั่งทบทวนคิดถึงตัวเองบ้างว่าทำไปทำไม แสดงออกให้คนมาเกลียดเราทำไม

“จากนี้ขอเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เอาเวลาไปเขียนหนังสือและตำราที่เขียนค้างไว้ตั้งแต่เป็นอาจารย์ โดยมหาวิทยาลัยต่างๆ หากคิดว่าผมยังมีประโยชน์ จะเชิญไปสอนหนังสือหรือบรรยายก็ยินดี โดยคิดว่าน่าจะถึงเวลายุติเรื่องพวกนี้สักทีและกลับไปทำงานวิชาการหรือเขียนตำรา เรื่องการเมืองก็ให้เขาว่ากันไป โพสต์ท่องเที่ยว กิฬา ไป”

‘ไผ่ ลิกค์’ สะสมพระเครื่องแต่ละองค์ไม่ธรรมดา พร้อมเปิดทรัพย์สินกว่า 75 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559203

22 ก.ย. 2566

'ไผ่ ลิกค์' สะสมพระเครื่องแต่ละองค์ไม่ธรรมดา พร้อมเปิดทรัพย์สินกว่า 75 ล้าน

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ไผ่ ลิกค์’ รวย 75 ล้าน ปล่อยกู้ 12.3 ล้าน ขณะที่ของสะสมนาฬิกาหรู 8 เรือน พระดังจ.กำแพงเพชร แต่ละองค์ไม่ต่ำกว่าล้าน

ทรัพย์สินของนายไผ่ ลิกค์ สส. พรรคพลังประชารัฐ ไม่ธรรมดา เมื่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดบัญชีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 75,806,258.16 บาท บาท หนี้สิน 13,167,702.02 บาท

รวมถึงมีเงินกู้ ยอดคงเหลือ 12,362,298.11 บาท มีเงินฝากรวม 1,159,568.16 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 17,458,200 บาท บ้าน 2 หลัง มูลค่ารวม 32,608,490 บาท รถยนต์ 1 คัน 250,000 บาท

ส่วนทรัพย์สินอื่น มูลค่ารวม 23,330,000 บาท อาทิ ปืนสั้น 4 กระบอกปืนยาว 1 กระบอก มูลค่ารวม 450,000 บาท นาฬิกา Rolex 6 เรือน มูลค่ารวม 4,400,000 บาท นาฬิกา Patek Philippe 2 เรือนมูลค่ารวม 3,700,000บาท

นอกจากนี้ยังมีพระเครื่องดังของจังหวัดกำแพงเพชร เช่น ลีลากำแพงขาวเลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000 บาท พระซุ้มกอเลี่ยมทอง มูลค่า 5,000,000บาท หลวงพ่อโสธรรุ่น 1 เลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000บาท รูปหล่อหลวงพ่อเงินเลี่ยมทอง มูลค่า 1,000,000 บาท เขี้ยวเสือเลี่ยมทองมูลค่า 1,000,000บาท พระสมเด็จ 3,500,000 ล้านบาท 

เปิดทรัพย์สิน ‘คุณหญิงหน่อย’ รวย 602 ล้าน ปืน 24 กระบอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559198

22 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 'คุณหญิงหน่อย' รวย 602 ล้าน ปืน 24 กระบอก

ป.ป.ช. เปิดทรัพย์สิน ‘คุณหญิงหน่อย’ พบ มีทรัพย์สิน 602 ล้าน หนี้สิน 50 ล้าน พระเลี่ยมทอง 15 องค์ 24.4 ล้าน ปืน 24 กระบอก 1.7 ล้าน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (.ป.ช.) เปิดเผย บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มีทรัพย์สิน 602,228,310.83 บาท และมีหนี้สิน 50,250.35 บาท 

โดยรายการทรัพย์สินที่เป็นยานพาหนะจำนวน 17 คัน ที่เป็นรถยนต์และจักรยานยนต์  มูลค่า 830,000 บาท มีประกันชีวิตของตนเองและคู่สมรสรวมมูลค่าราว 10 ล้านบาท 

ขณะที่มีทรัพย์สินอื่น ของตนเองและคู่สมรส รวม 128 ล้านบาท อาทิ แหวนและต่างหู 73 ชุด มูลค่ารวม 28 ล้านบาท สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เครื่องประดับเพชร มุก พลอย 45 ชุด มูลค่า 7 ล้านบาท พระเหลี่ยมทอง 15 องค์ มูลค่า 24.4 ล้านบาท นาฬิกา 47 เรือนมูลค่า 26.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีกระเป๋า 29 ใบมูลค่ารวม 9.5 ล้านบาท และมีปืนจำนวน 24 กระบอกมูลค่า 1,739,112 บาท เป็นต้น 

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 

‘บิ๊กทิน’ ยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ เผยวัยเด็กฝันเป็นทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559205

22 ก.ย. 2566

'บิ๊กทิน' ยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ เผยวัยเด็กฝันเป็นทหาร

‘สุทิน’ หยอดคำหวานยกทหารผ่านศึกเป็นฮีโร่ในดวงใจ ลั่นพร้อมดูแลสวัสดิภาพ บั้นปลายชีวิต เผยความฝันวัยเด็กอยากเป็นทหาร

วันที่ 22 ก.ย. นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมสภาทหารผ่านศึกครั้งที่ 3/2566 ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งแรกหลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม  

นายสุทิน กล่าวว่า เรื่องสำคัญในวันนี้คือการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 และ2568 ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก โดยในปี 2567 งบประมาณยังคงเท่าเดิม (2,996,431,300 บาท) ประกอบด้วย กิจกรรมสวัสดิการสงเคราะห์และการอาชีวะสงเคราะห์ กิจกรรมการให้บริการและการรักษาพยาบาล กิจกรรมการสร้างความเข้มแข็งให้กับทหารผ่านศึกและทหารนอกประจำการ และกิจกรรมการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนในปี 2568 งบประมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามจำนวนของทหารผ่านศึกที่เพิ่มมากขึ้นโดยพิจารณาเพิ่มขึ้นในกรอบและเกณฑ์ตามเหตุผล และความจำเป็น

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาเงินสวัสดิการของทหารผ่านศึกเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคม โดยใจจริงอยากจะเพิ่มให้มากขึ้น แต่ต้องคำนึงถึงทุกภาคส่วนของประเทศ แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือต้องให้ทหารผ่านศึกสามารถดำรงชีพอยู่ได้ เมื่อภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไปซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าครองชีพ หรือปัจจัยอื่นๆ ตามไปด้วย

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาเรื่องเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกชั้น 3 หรือไม่ เนื่องจากเป็นเงินจำนวนมาก นายสุทิน กล่าวว่า เคยได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีคนก่อน ผ่านสภา อผศ. ไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ เมื่อมีการเสนอในประเด็นนี้อีก ที่ประชุมในวันนี้ไม่มีข้อขัดข้อง ซึ่งก็จะมีการนำเสนอเพื่อพิจารณาที่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป  เพื่อรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน โดยทางกระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนเต็มที่ แต่ถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ก็จะต้องเป็นไปตามนั้น

นายสุทิน ยังกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อทหารผ่านศึก ว่า ตนพูดในที่ประชุมแล้วว่า ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กทหารผ่านศึกคือฮีโร่ในดวงใจ หรือไอดอล และยังคิดอยากจะเป็นทหาร และชื่นชมทหารโดยเฉพาะเวลาชมภาพยนตร์ เห็นทหารพิการก็รู้สึกชื่นชม และไม่คิดว่าจะได้มาทำงานร่วมกับองค์กรทหารผ่านศึก มาถึงวันนี้ความรู้สึกหรือสำนึกนั้นยังมีอยู่ จึงคิดว่าทางใดที่จะช่วยทหารผ่านศึกอยู่ได้ และมีความสุขในบั้นปลาย ก็อยากทำ เพราะต้องคิดอย่างหนึ่งว่าถ้าหากช่วยเหลือทหารผ่านศึกก็จะมีผลไปถึงทหารประจำการด้วย เพราะคนที่เป็นทหารวันนี้ก็มองไปในอนาคตตัวเอง เวลาจะไปออกรบหรือทำอะไรที่เสียสละ ถ้าเห็นว่าสังคมดูแลทหารผ่านศึกดีก็จะทำให้เขามีกำลังใจ แต่ถ้าเราทอดทิ้งทหารผ่านศึก ทหารประจำการวันนี้ก็คงห่อเหี่ยว

เมื่อถามว่า เป็นรัฐมนตรีกลาโหมมาแล้ว 2 สัปดาห์ รู้สึกอย่างไรบ้าง นายสุทิน ตอบแล้วยิ้มว่า กำลังมีความสุขกำลังมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ เจอเรื่องหนักก็ไม่ถือว่าเกินคาด เพราะตอนที่เป็น สส. อยู่ ก็รู้ว่าที่นี่หนัก เมื่อเราจะมาก็ต้องคิดว่ามาเจอเรื่องหนัก แต่ที่มีความสุขก็คือ มาเจอความมีวินัย ทหารมีวินัยก็มีความสุข ไม่ยุ่งไม่ปวดหัวเหมือนองค์กรที่ไม่มีวินัย

เมื่อถามว่า หากย้อนเวลาได้ อยากเป็นทหารหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า อยากเป็น เพราะตอนเด็กก็อยากเป็นทหาร แต่วันนี้แก่แล้ว คงไม่ได้

เมื่อถามว่า อยากเป็นทหารเหล่าไหน บกเรือ หรือ อากาศ นายสุทิน กล่าวว่า ที่ไหนก็ได้ ขอเป็นทหารหาญพร้อมเปิดเผยด้วยว่า ไม่เคยเกณฑ์ทหาร แต่ตนรับราชการเป็นครูตั้งแต่อายุ 18 ปี พออายุครบ 21 ปีก็ได้รับการยกเว้น

ทั้งนี้ หลังจากจบการประชุมแล้ว ทางองค์การทหารผ่านศึกได้เลี้ยงอาหารรัฐมนตรีกลาโหม ในลักษณะโต๊ะจีนเมนูประกอบด้วย หมูหัน หูฉลามน้ำแดง ออส่วน คะน้าเป๋าฮื้อ ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว ผัดหมี่ และหม้อไฟทะเล ส่วนของหวานเป็นเผือกโอนีแปะก๊วย