องอาจ ปราม เศรษฐา แต่งตั้ง ทักษิณ ‘ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” เข้าข่ายเพิ่มภาระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559199

22 ก.ย. 2566

องอาจ ปราม  เศรษฐา  แต่งตั้ง ทักษิณ 'ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี"  เข้าข่ายเพิ่มภาระ

รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ องอาจ คล้ามไพบูลย์ ออกอาการห่วงใย ไปถึง “นายกเศรษฐา” หลังมีประเด็น จะแต่งตั้ง ” ทักษิณ ชินวัตร” เป็น “ที่ปรึกษานากรัฐมนตรี ” ระบุชัดอะไรที่อาจจะเป็นภาระก็ควรระงับไว้ก่อน  จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การที่นายเศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดจะแต่งตั้ง นายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น “ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี”  ภายหลังการพ้นโทษ   เรื่องนี้อยากฝากไปถึง นายเศรษฐา ว่า ด้วยบทบาทในขณะนี้   คือการเป็นผู้นำประเทศ  อะไรที่อาจจะเป็นภาระก็ควรระงับไว้ก่อน  จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งยังเห็นว่าควรเอาเวลาไปบริหารราชการให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขเพิ่มขึ้นจะดีกว่า

“ถ้านายกฯเศรษฐาต้องการขอคำปรึกษา อาจจะปรึกษากันเป็นการภายในก็น่าจะทำได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯอย่างเป็นทางการ  เพราะอดีตนายกฯทักษิณ ก็ถือเป็นสายล่อฟ้าทางการเมืองคนหนึ่ง   เรื่องนี้เป็นดุลพินิจ และการพิจารณาของนายกฯ ว่าจะขอคำปรึกษาจากใครก็ได้ ทั้งอดีตนายกฯทักษิณ และอดีตนายกฯท่านอื่นๆ ที่คิดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับการทำงาน ในฐานะนายกฯ แต่ การที่นายกฯเศรษฐาบอกว่านายกฯทักษิณ เคยเป็นหรือบางที  ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็เป็นความคิดของนายกฯ และคนอื่นๆ ที่นิยมชมชอบ  แต่ต้องไม่ลืมว่าอดีตนายกฯทักษิณก็เป็นนายกรัฐมนตรี  ที่มีคนไม่นิยมชมชอบมากที่สุดคนหนึ่งเหมือนกัน”

เขา กล่าวว่า   นายทักษิณ เป็นนักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถพอสมควรระดับหนึ่ง อาจจะมากหรือน้อยก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล แต่ก็เป็นนักการเมืองที่มีคนครหานินทา ไม่ไว้วางใจในเรื่องความโปร่งใสอยู่มาก   ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเปรียบเทียบกันไปด้วย

‘เทพไท เสนพงศ์’ ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559194

22 ก.ย. 2566

'เทพไท เสนพงศ์' ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’

พงศ์สินธุ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ แจ้งข่าวพี่ชาย ’เทพไท เสนพงศ์’ วัย 62 ปี ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ตามรอย ‘ทักษิณ’ แต่ไม่ใช่คดีทุจริต เป็นคดีจัดงานเลี้ยงกำนันผู้ใหญ่บ้าน โทษจำคุก 2 ปี รับโทษมาแล้ว 14 เดือน

เมื่อวันที่  22 ก.ย. 2566 นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) น้องชาย นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ซึ่งถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี คดีทุจริตการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2565 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “เทพไท ใช้สิทธิทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ เหมือนทักษิณ”

โดยระบุว่า “ผมได้ไปเยี่ยมคุณเทพไท ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เมื่อวันก่อน คุณเทพไทได้แจ้งให้ผมทราบว่า เขาได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล เช่นเดียวกับคุณทักษิณแล้ว โดยอธิบายเหตุผลให้ฟังว่า

เดิมทีตั้งแต่เข้าสู่เรือนจำวันแรก มีหลายคนแนะนำให้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล ซึ่งตอนนั้นคิดว่า เรามีโทษจำคุกเพียง2 ปี ก็ควรยอมรับชะตากรรม ไม่อยากทำหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ให้เป็นที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท จึงไม่ได้ดำเนินการใดๆ นับตั้งแต่วันเริ่มเข้าสู่ประตูเรือนจำ

แต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม คุณทักษิณได้เดินทางกลับประเทศไทย โดยมีข้ออ้างว่า ต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต้องการรับโทษจำคุก 10 ปี ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่ได้จำคุกจริง หลังจากอยู่ในเรือนจำได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 โดยอ้างเหตุผลของการเจ็บป่วย และหลังจากนั้น ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขออภัยโทษในวันที่ 31 สิงหาคม โดยเหตุผล 4 ข้อ คือ

1.ได้ทำคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ

2.มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

3.เคารพและยอมรับกระบวนการยุติธรรม

4.เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว

ซึ่งถ้าหากพิจารณาจากเหตุผล ในการทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ ของคุณทักษิณแล้ว คุณเทพไทกล่าวกับผมว่า เขามีคุณสมบัติในการขอพระราชทานอภัยโทษได้ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคุณทักษิณเลย กล่าวคือ

1.ได้เป็นสมาชิกสภาแทนราษฎรมา 4 สมัย ทำงานรับใช้ประชาชน และทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมาย มาร่วม 20 ปี

2.มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ประจักษ์ เคยเป็นพิธีกรรายการสายล่อฟ้า ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จากการจาบจ้วงของระบอบทักษิณ (ตามเหตุผลการยึดอำนาจ ของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) และไม่เคยต้องคดีตามมาตรา 112 แต่อย่างใด

3.ยอมรับกระบวนการยุติธรรมด้วยความเต็มใจ เมื่อถูกศาลฎีกาตัดสินให้รับโทษจำคุก 2 ปี ก็ไม่ได้หลบหนีคดีแต่อย่างใด

4.ตอนนี้อายุ 62 ปี เป็นผู้สูงวัยเช่นเดียวกันและมีโรคประจำตัวหลายโรค ระหว่างถูกจำคุกในเรือนจำ ต้องเบิกตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช

5.ได้รับโทษจำคุกมาเป็นเวลา 14 เดือน กำลังจะเข้าข่ายเงื่อนไขการจำคุก 2 ใน 3 ของโทษตามคำพิพากษา แต่ไม่เคยได้รับการลดโทษเลย

6.ได้ต้องโทษจำคุก จากการกระทำผิด พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ข้อหาจัดเลี้ยงและร่วมงานเลี้ยงกินข้าวกับกลุ่มกำนันผู้ใหญ่ ไม่ใช่การแจกเงินซื้อเสียง) แต่กรณีของคุณทักษิณ ต้องโทษคดีทุจริตต่อประเทศชาติ

ดังนั้นคุณเทพไท จึงได้สิทธิ์ตามเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ เหมือนกับนักโทษทั่วไป ที่ไม่ใช่นักโทษเทวดาทุกประการ

สำหรับเรื่องนี้ ถ้าหากมีความคืบหน้าประการใด ผมจะนำมารายงานให้ได้รับทราบในโอกาสต่อไป”

ด่วน ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ ติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559186

22 ก.ย. 2566

ด่วน 'อิทธิพล คุณปลื้ม' ติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

เลขาธิการ ป.ป.ช. ยอมรับ ‘อิทธิพล คุณปลื้ม’ อดีต รมว.วัฒนธรรม ประสานติดต่อขอมอบตัว สู้คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แล้ว หลังมีข่าวหลบหนีออกนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผย ถึงกรณีนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) หลบหนีหมายจับคดี ออกใบอนุญาตสร้างโครงการ วอเตอร์ฟรอนท์พัทยา จ.ชลบุรี มิชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเมืองพัทยา ซึ่งล่าสุด ทราบมาว่า นายอิทธิพล ได้มีการประสานเพื่อติดต่อ เพื่อจะขอมอบตัวแล้ว

“แต่ผมไม่ทราบว่า อดีตรมว.วัฒนธรรม จะมามอบตัวกับหน่วยไหน อาจจะเป็นศาลหรือไม่ เพราะเป็นผู้ออกหมายจับ” เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุ

ทั้งนี้ นายอิทธิพล คุณปลื้ม อายุ 50 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ อดีต นายกเมืองพัทยา ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 กรณีพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (แบบ อ. 1) เลขที่ 700/2551 ลงวันที่ 10 กันยายน 2551 ให้แก่บริษัท บาลี ฮาย จำกัด เพื่อก่อสร้างอาคารโครงการวอเตอร์ฟร้อนท์ฯ บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 

โดยคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ยื่นขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 ออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 3 ราย ประกอบด้วย นายอิทธิพล คุณปลื้ม ,นายพิเชษฐ อุทัยวัฒนานนท์ และ นายวิทยา ศิรินทร์วรชัย ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ที่ จ.23-25 /2566 ลงวันที่ 5 กันยายน 2566 ตามลำดับ

ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

มีรายงานว่า นายอิทธิพล คุณปลื้ม หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายจับช่วงต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ได้ชิงเดินทางออกนอกประเทศไปก่อน โดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม ได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ปลายทางประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ส่วนนายวิทยา และนายพิเชษฐ ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ด้วยกันนั้น พบว่าเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566  ได้หลบหนีไปก่อนหมายจับจะออก 2 วันด้วย

‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ดิสเครดิตประเทศหาก ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559183

22 ก.ย. 2566

‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ดิสเครดิตประเทศหาก ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา

‘หมอวรงค์’ อัด ‘เศรษฐา’ ทำลายเครดิตรัฐบาลหากให้ ‘ทักษิณ’ นั่งที่ปรึกษา ต่าชาติอาจมองว่าประเทศหาคนดีคนเก่งไม่ได้แล้วหรือ

วันที่ 22 ก.ย.นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่าจะให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมาเป็นที่ปรึกษาหลังจากพ้นโทษแล้ว ว่า “ดูแล้วท่านนั่นแหละ ที่จะทำให้รัฐบาลเสื่อม… ผมคิดว่า สื่อต่างชาติคงมองว่า เมืองไทยคงหาคนเก่งที่ซื่อสัตย์ สุจริตไม่ได้แล้วหรือ จึงต้องไปรอนักโทษคดีทุจริตมาเป็นที่ปรึกษา”

นายกฯ ควรพูดกับสื่อต่างประเทศว่า จะให้จำคุกเหมือนประชาชนทั่วไป เพื่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ความเท่าเทียม ซึ่งจะทำให้ภาพของนายกรัฐมนตรีไทยดูดีในสายตาชาวโลกทันที 

“สุดท้ายแล้ว ท่านอย่าไปโทษใครเลย ท่านนั่นแหละที่เป็นผู้ทำลายเครดิต ความน่าเชื่อถือรัฐบาลท่านเอง ที่สำคัญนี่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น ผมยังแอบให้กำลังใจท่าน แต่ดูแล้วท่านยังต้องผ่านอีกหลายเรื่อง น่าจะลำบากมาก”

‘มหาดไทย’ ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559179

22 ก.ย. 2566

'มหาดไทย' ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ 'ผู้มีอิทธิพล'

อนุทิน – ชาดา หัวชบวนปราบ ‘ผู้มีอิทธิพล’ มท.1 สะบัดปากกา เซ็นต์คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแล้ว อำนาจล้น เชิญเจ้าหน้าที่ ชี้แจงได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2739/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธาน ร่วมกับข้าราชการระดับสูง เช่นปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงแรงงาน

คณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งในครั้งนี้ มีหน้าที่และในการกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

โดยให้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล และการข่าว เกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล และเร่งรัด กำกับดูแล ตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล

นอกจากนี้ ยังสามารถเชิญเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ชี้แจงข้อมูล หรือส่งเอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ นอกจากนี้ยังสามารถแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง


เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล รายงานผลการปฏิบัติงาน ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรคต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบทุกระยะ

รายชื่อคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพลรายชื่อคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล'มหาดไทย' ตั้งแล้วคณะกรรมการอำนวยการปราบ 'ผู้มีอิทธิพล'

โฆษกรัฐบาลมอง ‘เศรษฐา’ กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559177

22 ก.ย. 2566

โฆษกรัฐบาลมอง 'เศรษฐา' กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุน

โฆษกรัฐบาลชม ‘เศรษฐา’ กัดไม่ปล่อยเปิดเกมรุกดึงการลงทุนจากยักษ์ใหญ่ มองนโยบายฟรีวีซ่าเกาถูกที่กระตุ้นการท่องเที่ยว

วันที่ 22 ก.ย. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ครม.ตั้งเป้าจะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้ได้อย่างเห็นหน้าเห็นหลัง  โดยกลยุทธ์จะเริ่มจากภาคธุรกิจที่สามารถกระตุ้นได้ในระยะสั้น “Quick Win” ได้ผลไว ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ประกาศตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรกว่าจะ ให้  Visa-Free กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง โดยที่รัฐบาลไม่ต้องใช้งบประมาณเพียงแต่เปลี่ยนกฎกติกา ทำให้การมาเมืองไทยง่ายขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวจีนตื่นเต้นมาก  นักท่องเที่ยวจีนที่จะมาในเดือนตุลาคมนี้มีมากถึง 590,000 คน  เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมมีมากขึ้น 77% และมากกว่าเดือนกันยายน 61% มีเที่ยวบินตรงเข้ามาถึงไทยเพิ่มขึ้น44% 

นายชัย มองว่านโยบายนี้เวิร์คแน่ “เกาถูกที่คัน” เพราะเรามีเป้าหมายว่าปีนี้ต้องการดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทย 5.3 ล้านคน นับจากมกราคมถึงเดือนกันยายน นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในประเทศไทยแล้ว 2.2 ล้านคน ส่วนที่หลายคนกังวลว่านักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในแล้วเราจะไม่ได้อะไร เนื่องจากโรงแรมและสายการบินก็เป็นของคนจีน ก็ได้ตระหนักเรื่องนี้ ไทยอาจได้ผลประโยชน์ไม่เต็มร้อย แต่เรามีวิธีคิดว่าเราจะเอาด้านดีมาก่อน หากนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาล้านคน แม้จะมีข้อบกพร่องบ้าง เช่น มีทัวร์ศูนย์เหรียญ พาไปกินร้านอาหารและช้อปปิ้งในบริษัทเครือคนจีน แต่เราจะไม่ยกเอาข้อจำกัดนี้มาปิดการนักท่องเที่ยวอื่น ๆ เราจะไม่เผาบ้านทั้งหลังเพื่อแลกกับหนู 3 4 ตัว จุดใหญ่คือ เราจะต้องดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาให้เยอะที่สุด บกพร่องตรงไหนค่อยไปตามแก้ ซึ่งการเปิดVisa-Free สำหรับคนจีน และคาซัคสถานจะทดลองในระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566-25 กุมภาพันธ์ 2567 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากขึ้น เนื่องจากความไม่สะดวกของวีซ่า เป็นเหตุผลหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจีนไม่อยากมาไทย

เมื่อถามถึงประเด็นที่นายเศรษฐา ได้เจรจาการลงทุนกับบริษัท  Microsoft นายชัยกล่าวว่า มีโอกาสเป็นจริงสูงมาก แต่ไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎกติกาที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(BOI) กำหนด 

สำหรับสไตล์การบริหารเศรษฐกิจของนายเศรษฐา  ในการประชุมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 78 (UNGA78) จะเห็นว่าเป็นการเปิดเกมดึงบริษัทระดับโลกมาเจรจา ทั้ง Tesla, SpaceX, BalckRock, J.P.Morgan และ estee Lauder ซึ่งนายเศรษฐากล่าวว่า จะต้องเจอกันอีกรอบในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ซานฟรานซิสโก เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นสไตล์การทำงานที่เริ่มแล้วไม่หยุดแค่นี้ จะติดตามจนกว่าจะเห็นผล ทำให้การทำงานเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ใช่ประเภทที่ว่าเปิดเกมมาสวยหรู จากนั้นแล้วแต่กระบวนการ

“นายกฯ คนนี้กัดไม่ปล่อย เริ่มต้นไปแล้วต้องติดตาม กำกับดูแลจนกว่าจะเห็นผล ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยเชื่อมั่นในนายกฯ คนนี้ รัฐบาลนี้ที่มุ่งหวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังและจริงใจ” นายชัย กล่าว

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง ‘วันนอร์’ รวยเกือบ 16 ล้าน แต่หนี้มากกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559167

22 ก.ย. 2566

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง 'วันนอร์' รวยเกือบ 16 ล้าน แต่หนี้มากกว่า

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์นักการเมือง ‘วันนอร์’ รวยเกือบ 17 ล้าน หนี้ 31 ล้าน ขณะที่เพื่อไทย ‘พชร’ รวย 17 ล้าน ‘ศักดิ์ดา’ 27 ล้าน

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มีทรัพย์สิน 16,995,668.69 บาท และมีหนี้สิน 31,340,019.48บาท  โดยแบ่งเป็นเงินฝาก ของตนเอง 4,220,668.69 บาท คู่สมรส 10,200,019.48 บาท ที่ดินของตนเอง 26 แปลง ของคู่สมรส 6 แปลง มูลค่ารวม18,275,600 บาท รถยนต์ 4 คันมูลค่ารวม 1,050,000 บาท

ขณะที่ทรัพย์สินอื่นของตนเองและคู่สมรส รวม 2,790,000 อาทิ นาฬิกา 5 เรือน มูลค่า 720,000 บาท แหวน 10 วงมูลค่า 700,000 บาททองคำแท่ง 15 บาท มูลค่า 450,000 บาท เป็นต้น 

นายพชร จันทรวงทอง สส.พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน 17,551,720.61 บาท และมีหนี้สิน 2,040,550.63 บาท และมีเงินกู้ยอดคงเหลือ 1,985,604.24 โดยแบ่งเป็น เงินฝาก 6 บัญชี มูลค่ารวม 68,570.12 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่ารวม 1,320,000 บาท คอนโดและบ้านรวม 3 หลัง มูลค่ารวม 6,941,667 บาท 

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.พรรคเพื่อไทย อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสและบุตร 27,728,973.22 บาท ไม่มีหนี้สิน โดยทรัพย์สินแบ่งเป็นเงินฝากของตนเองคู่สมรสและบุตรรวม3,354,829.45บาท ที่ดิน 6 แปลงรวม 4,571,800บาท บ้านพักที่กาญจนบุรี 1 หลัง มูลค่า 3,645,000 บาท รถยนต์ 2 คัน 1,900,000 บาท 

ขณะที่มีทรัพย์สินอื่น ของตนเอง คู่สมรส และบุตรรวม 12,856,000 บาท อาทิ พระเครื่อง 22 องค์ มูลค่ารวม 1,320,000 บาท สร้อยเพชรสร้อยคอทองคำ สร้อยมุก สร้อยข้อมือ 24 เส้น มูลค่ารวม 1,000,000บาท วัว 167 ตัวมูลค่ารวม 8,350,000 บาท 

‘ธนกร’ เยี่ยม ‘ลุงตู่’ อดีตนายกฯ เจ้านายที่เคารพรัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559173

22 ก.ย. 2566

'ธนกร' เยี่ยม 'ลุงตู่' อดีตนายกฯ เจ้านายที่เคารพรัก

เยี่ยม ‘ลุงตู่’ อย่าโยงการเมือง ‘ธนกร’ ระบุคิดถึงจึงมาหา คนจริงผู้ทำงานแบบปิดทองหลังพระ ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้ว

ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี หลังพ้นตำแหน่ง หน้าตาสดใส โดยโพสในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาว่าอคิดถึงจึงมาหา…ไปเยี่ยมเยียนตามปกติในฐานะเป็นคนที่เคารพรักอย่าโยงเรื่องการเมือง

ธนกรบอกว่าไม่ได้เจอลุงตู่มานานนับเดือน แต่ได้ไลน์คุยกันทุกวัน วันนี้จึงไปเยี่ยมด้วยความคิดถึง พูดคุยกันนานร่วม 2 ชั่วโมง   เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ท่านสดชื่นมาก สุขภาพดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส่ และยังถามถึงทุกๆ คน ที่เคยทำงานร่วมกันมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และ ธนกร วังบุญคงชนะ สส.รวมไทยทสร้างชาติพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และ ธนกร วังบุญคงชนะ สส.รวมไทยทสร้างชาติ


วันนี้ ลุงตู่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองแล้วแต่ยังคงเป็นห่วงบ้านเมือง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน  ท่านยังฝากความห่วงใย ฝากความคิดถึง ฝากความปรารถนาดีมายังพี่น้องคนไทยทุกคนครับ

ผมสอบถามว่า ได้ดู ติ๊กต่อกบ้างไหม  ลุงตู่บอกได้ดูบ้าง ผมบอกมีแต่คนคิดถึงท่าน ผลงานท่านถูกนำออกมาโพสต์เต็มไปหมด ไม่ถูกด้อยค่าเหมือนสมัยตอนเป็นนายกเลย   ท่านถามเพราะอะไร

ผมบอกสงสัย AI เลิกทำงาน ท่านหัวเราะ ผมเรียนท่านว่า สิ่งที่เราเห็นในติ๊กต๊อกตอนนี้ คือของจริงที่ประชาชนแสดงออก ยืนยันว่า ท่านทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มีผลงานชัดเจน

วันนี้ มีความสุขมาก ที่ได้เจอลุงตู่ จริงๆ แล้วไม่อยากไปรบกวนท่านเพราะช่วงนี้ท่านคงอยากพักผ่อน   ผมชวนท่านไปไหว้พระ พักผ่อนต่างจังหวัดบ้าง ท่านบอกว่า ช่วงนี้ขอให้เวลากับครอบครัวก่อน เพราะที่ผ่านมาทำงานให้ประเทศชาติอย่างเต็มที่  ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวเลย จากนี้แล้วค่อยว่ากัน 

ธนกรบอกว่าสำหรับแล้ว ลุงตู่เป็นผู้มีพระคุณ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เขาเคารพรักตลอดชีวิต  เป็น สุภาพบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ  ตั้งใจ ทุ่มเท ทำงาน ไม่พูด ไม่อวด  ถึงวันนี้  แผ่นทอง คือ ผลงานของท่าน ถูกกล่าวขาน ชื่นชม  นำเสนอทั้งในโลกโซเซียว ว่า  ผลงานนี่ สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศและคนไทยทุกคน

เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี ‘สุริยะ’ อู้ฟู่ 1,722 ล้าน ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559170

22 ก.ย. 2566

เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี 'สุริยะ' อู้ฟู่ 1,722 ล้าน ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ

อู้ฟู่มาก เปิดทรัพย์สิน 3 รัฐมนตรี ใน คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 ‘สุริยะ’ มั่งคั่ง 1,722 ล้านบาท ไร้หนี้สิน ที่ดินเพียบ ‘ประเสริฐ’ รวย 40 ล้านบาท

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผย บัญชี ทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็น รัฐมนตรี ใน คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1 จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นาย ‘สุริยะ’ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มี ทรัพย์สิน มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1,722 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน โดยรายละเอียดทรัพย์สินมีเงินฝากจำนวน 1,298 ล้านบาท มีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 92 ล้านบาท มีที่ดินมูลค่า 45,700,000 บาท ใน จ.สมุทรปราการ สระบุรี เชียงราย เพชรบุรี โดยมียานพาหนะของคู่สมรสจำนวน 15 คันมูลค่า 52 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีรายการสมาชิกสนามกอล์ฟ 7 แห่งมูลค่า 5,960,000 บาท และมีพระบรมรูปหล่อครึ่งประองทองแดง 26 นิ้ว มูลค่า 900,000 บาทและหมายเลขทะเบียนรถ ษง 9999 มูลค่า 4 ล้านบาท ขณะที่คู่สมรสมีรายการเครื่องประดับ 27 รายการมูลค่ารวม 32,700,000 บาท

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคู่สมรส มี ทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้น 40,608,547 บาท มีหนี้สิน 1,203,918 บาท โดยมีเงินฝาก 23 รายการมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท และยังมี โฉนดที่ดิน จำนวน 16 แปลงมูลค่าเกือบ 7,000,000 บาท และยังมีตึกแถวบ้านที่อยู่อาศัยจำนวน 11 หลังรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีประกันชีวิตจำนวน 9 รายการมูลค่ารวมกว่า 8 ล้านบาท ยังมีปืนเดี่ยวลูกซองยาว 5 นัด ขนาด 12 มูลค่า 22,000 บาท

ประเสริฐ จันทรรวงทองประเสริฐ จันทรรวงทอง

ขณะที่ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะ เข้ารับตำแหน่ง สส.เพื่อไทย มี ทรัพย์สิน มูลค่ารวมทั้งสิ้น 101,168,204.82 บาท ไม่มีหนี้สิน ซึ่งมีเงินฝากในธนาคารจำนวนกว่า 37,600,000 บาท  และมีโฉนดที่ดินสี่แปลง มูลค่ารวม 54,937,500 บาท และมีบ้านที่จังหวัดนนทบุรีมูลค่า 2 ล้านบาท และมีทรัพย์สินอื่นเป็นโค-กระบือ 312 ตัว มูลค่า 6,590,000 บาท

‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชาย ‘เนวิน’ รวยมาก 161 ล้าน นาฬิกาหรู 5 เรือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559171

22 ก.ย. 2566

'ไชยชนก ชิดชอบ' ลูกชาย 'เนวิน' รวยมาก 161 ล้าน นาฬิกาหรู 5 เรือน

ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ ลูกชาย ‘เนวิน’ รวยมาก 161 ล้าน หนี้สินเกือบ 20 ล้าน มีนาฬิกาหรู 5 เรือนเกือบ 27 ล้าน

นายไชยชนก ชิดชอบ สส.พรรคภูมิใจไทย มีทรัพย์สิน 161,625,029.76 บาท และมีหนี้สิน 19,934.24 บาท

โดยแบ่งเป็นเงินฝาก 50,536,446.29 บาท เงินลงทุน 12,987,940.85 บาท ที่ดิน 7 แปลง มูลค่ารวม 24,108,000 บาท โรงเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังมูลค่ารวม 3,632,950 บาท รถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน มูลค่ารวม 14,500,000 บาท ประกันชีวิต มูลค่ารวม 27,409,692.62 บาท นาฬิกา 5 เรือนมูลค่ารวม 26,950,000 บาท 

สำหรับ ““ไชยชนก ชิดชอบ” เป็นลุกชายของ “เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเลือกตั้งปี 2566 ก้าวลงสู่สนามการเมืองครั้งแรกในชีวิต ก็ได้รับชัยชนะ สส.บุรีรัมย์ เขต 2 สังกัดพรรคภูมิใจไทย

“นก ไชยชนก” เกิดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2532 อายุ 34 ปี เป็นบุตรชายของนายเนวิน และคุณกรุณา ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย

โดยนก ไชยชนก ใช้ชีวิตและศึกษาอยู่ต่างแดน ประเทศอังกฤษตั้งแต่ 8 ขวบ ปัจจุบันกลับมาช่วยงานดูแลทีมฟุตบอล “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และสนามแข่งรถสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์ ในฐานะรองผู้อำนวยการสายงานการตลาด และการสื่อสาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จํากัด