‘พีระพันธุ์’ ลั่น เดือนหน้าลดราคาเบนซินภายในสิ้นปีนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558817

18 ก.ย. 2566

‘พีระพันธุ์’ ลั่น เดือนหน้าลดราคาเบนซินภายในสิ้นปีนี้

‘พีระพันธุ์’ เดินหน้าลดราคาน้ำมันเบนซินภายในสิ้นปีนี้ ย้ำต้องแก้โครงสร้างให้ถูกต้อง จ่อเข้าหารือกรมศุลกากรพรุ่งนี้

วันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการลดราคานํ้ามันเบนซินว่า ตนได้ไปหารือที่กระทรวงพลังงาน และได้ให้ทางกรมธุรกิจพลังงานไปหาแนวทางที่จะช่วยดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องราคาน้ำมันเบนซิน

นายพีระพันธ์ กล่าวถึงผลการหารือเบื้องต้นระบุว่า ปัญหาแรกคือการลดค่าน้ำมันกับค่าไฟฟ้าต่างกัน เพราะเรื่องค่าไฟฟ้าเรามีคณะกรรมการคอยดูแล แต่เรื่องค่าน้ำมันไม่มี ในส่วนอำนาจทางกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่มีอำนาจเข้าไปสั่งการหรือตรวจดูต้นทุนเขา จึงทำให้เป็นปัญหา ทราบแต่เพียงว่าราคาต้นทุนขึ้น แต่ไม่ทราบว่ามีอะไรบ้าง ขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งคงต้องแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการกํากับดูแลเรื่องนี้ต่อไป เพราะน้ำมันเป็นสินค้าพิเศษ ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคธรรมดา เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของผู้คน และเกี่ยวข้องกับต้นทุนสินค้าอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องของความมั่นคง จึงต้องกำกับดูแลให้รอบคอบและรัดกุม และต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่านี้ 

เมื่อถามว่า จะได้เห็นการลดราคาภายในสิ้นปีนี้หรือไม่ นายพีระพันธ์ กล่าวว่า แน่นอน ตนจะพยายามทําให้โครงสร้างถูกต้องมากขึ้น

เมื่อถามต่อว่า จะเป็นของขวัญปีใหม่หรือไม่ นายพีระพันธ์ กล่าวว่า ตนจะพยายาม โดยในวันที่ 19 กันยายน ตนจะเดินทางไปยังกรมศุลกากร เพราะไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีข้อมูลอะไรเลย ต้นทุนราคาเท่าไหร่ก็ไม่เห็นจะยาก ไปสอบถามกรมศุลกากรก็ได้ ว่าใครเอาอะไรมาเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ ภาษีเท่าไหร่ แค่นี้ก็ทำให้รู้ต้นทุนราคาน้ำมันแล้ว

เมื่อถามว่า เบื้องต้นจะเน้นที่กลุ่มเปราะบางหรือไม่ นายพีระพันธ์ กล่าวว่า คงต้องทำอย่างนั้น คงต้องปรับราคานํ้ามันเบนซินให้ตํ่าที่สุดเท่าที่จะทําได้

เปิดเอกสาร ‘หมออ๋อง’ งบดูงาน 1.3 ล้าน บินหรู อยู่สบาย ผลาญจริงหรือ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558813

18 ก.ย. 2566

เปิดเอกสาร 'หมออ๋อง' งบดูงาน 1.3 ล้าน บินหรู อยู่สบาย ผลาญจริงหรือ?

สรุปประเด็นดราม่า ‘หมออ๋อง’ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 บินหรู อยู่สบาย ‘งบดูงาน’ 1.3 ล้าน นอนห้องหลักหมื่น ผลาญจริงหรือ?

ดังไม่แผ่วมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จากพรรคก้าวไกล ที่เจอ ดราม่าล่าสุดกับประเด็น “งบดูงาน” พา สส.ก้าวไกล และ เพื่อไทย พร้อมคณะ รวม 12 ชีวิต เหินฟ้าไปดูงานที่สิงคโปร์ บินหรู อยู่สบาย ด้วยงบประมาณ 1.3 ล้านบาท แถมค่าที่พัก 12,500 บาท/คืน จนถูกตั้งคำถาม ว่าเหมาะสมหรือไม่ และ #หมออ๋อง #ภาษีกู ก็ขึ้นเทรน X (ทวิตเตอร์) ทันที

หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา หมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา

1. บนโลกโซเชียล  #ภาษีกู #หมออ๋อง ขึ้นเทรน X หลังชาวเน็ตร่วมตรวจสอบ “หมออ๋อง” เบิกงบประมาณ 1.3 ล้านบาท พา สส.บินไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นการผลาญงบก่อนปิดรอบปีงบประมาณ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

2. ต่อมา นาย พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความ ตั้งคำถาม การเบิกจ่าย “งบดูงาน” ที่ประเทศสิงคโปร์ ของ “หมออ๋อง” ระบุว่า “หรูหราภาษีหลวง ..ท่านรองจองที่พัก 12,500 บาทต่อคืน” โดยนายพงศ์พล ยกเอกสารการเบิกจ่ายงบ ที่ส่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนฯ วันที่ 11 กย. 2566 ปรากฎการเบิกงบทั้งสิ้น 1.3 ล้านบาท เพื่อให้รองประธานสภา และ สส. 6 คน ไปดูงานสิงคโปร์ ในเรื่องที่ไม่มีวาระเร่งด่วนอย่างใด เช่น ดูระบบสารสนเทศน์ ส่องระบบแรงงาน ชมสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ เอาง่ายๆ ก็คือไปเที่ยว

              https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Florypongpol%2Fposts%2Fpfbid02r1jzYi4MKMtuBdN1SieZQ4ECWah1kHaovyaduKz4zMzsC5VtsRyX3VCBxRUMoqr2l&show_text=true&width=500

3. นายพงศ์พล จับจุดสำคัญที่ผิดสังเกต และเพิกเฉยไม่ได้คือ ค่าใช้จ่ายเกินจริงของทริป เช่น ที่พักหรู 4 คืน คืนละ 1.25 หมื่นบาท รวมเป็น 5 หมื่นบาทต่อคน ทั้งๆ ที่โรงแรมคืนละ 2-4พัน ก็อยู่ได้สบายใจกลางเมืองสิงคโปร์ พงศพล ระบุว่า เงินจำนวนนี้คนไทยทั่วไปไม่มีฐานะ เค้าสามารถเช่าที่ซุกหัวนอนได้ทั้งปี

ตั๋วเครื่องบินหรู 51,250 บาท ต่อคน ทั้งที่บินไปใกล้ๆ แค่สิงคโปร์ ราคาตั๋วธรรมดาทั่วไปอยู่ที่ 4 พัน (คนทั่วไปสามารถบินไปกลับ ได้เป็น 10 รอบ) นี่คือความเท่าเทียมแบบไหน ..พูลวิลล่า ปาร์ตี้ จิบไวน์พรีเมี่ยมบนเครื่องบิน วิวดีที่เซ็นโตซ่า แถมท้ายว่า “พวกคุณนอนหลับสบายดีมั้ย ..บนภาระภาษีพี่น้องคนไทย?”

ขอบคุณโพสต์จาก ลอรี่ - พงศ์พล ยอดเมืองเจริญขอบคุณโพสต์จาก ลอรี่ – พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ

4. ฟากฝั่งของ “หมออ๋อง” ก็ให้สัมภาษณ์ผ่านกรรมกรข่าว ชี้แจงทันทีว่า การไปดูงานที่สิงคโปร์ เป็นการไปดูงานในนามกรรมการขับเคลื่อนสภาโปร่งใส, เบิกงบตามระเบียบกระทรวงการคลัง ต้องเต็มเพดานไว้ก่อน ใช้จริง และ เหลือได้, การนั่งเครื่องบินชั้น บิสสเนสคลาส หรือ นอนโรงแรมห้องเดี่ยว คือระเบียบกระทรวงการคลัง ในการรับรอง สส. รัฐมนตรี ประธานสภาฯ หรือ ผบ.เหล่าทัพ แต่ค่าห้องพัก ให้นโยบายไปว่า เอาที่ถูกที่สุด 7-8 พัน ไม่ถึง 1.25 หมื่น/ห้อง จนได้โรงแรมที่เหมาะสม แต่เอกสารการเบิก เป็นการเบิกเต็มที่ตามสิทธิที่อยู่ในระเบียบของกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้ จากประเด็นดราม่า “งบดูงาน” เริ่มจาก “หมออ๋อง” ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคณะรวม 12 คน มีกำหนดการเดินทางเยือนสิงคโปร์ วันที่ 21-25 ก.ย. 2566 เพื่อศึกษาดูงานด้านระบบสารสนเทศการประชุม การบริหารจัดการแรงงานของคนไทย และการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยประธานสภาฯ ได้อนุมัติการเดินทาง และเลขาธิการสภาฯ ได้อนุมัติงบประมาณ 1,379,250 บาท คณะผู้ร่วมเดินทาง 12 คน มี 7 คน ที่เป็น สส. โดยเป็น สส.ก้าวไกล 6 คน และ เพื่อไทย 1 คน

  1. นายปดิพัทธ์  รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในฐานะหัวหน้าคณะ
  2. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
  3. นายวรภพ วิริยะโรจน์
  4. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
  5. น.ส.พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ
  6. น.ส.ทิสรัตน์ เลาหพล
  7. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย

ส่วน 4 คน และนายไกลก้อง ไวทยการ อดีตนายทะเบียน และผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ที่อยู่ระหว่างการตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งระบุว่าเป็นผู้ติดตามของนายปดิพัทธ์ และออกค่าใช้จ่ายเอง

เอกสารงบดูงานต่างประเทศเอกสารงบดูงานต่างประเทศ

สำหรับงบประมาณ 1,379,250 บาท แบ่งเป็น

  • ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินสายการบินไทย ไป-กลับ กรุงเทพฯ-สิงคโปร์ 438,750 บาท
  • ค่าเบี้ยเลี้ยง 120,400 บาท
  • ค่าเช่าที่พัก 425,000 บาท
  • ค่ารับรอง 200,000 บาท
  • ค่าของที่ระลึก 30,000 บาท
  • ค่าเช่าพาหนะในต่างประเทศ 150,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทางราชการ 11,000 บาท
  • ค่ายานพหนะขนสัมภาระเดินทางไป-กลับท่าอาศยาน 4,000 บาท

โดยงบประมาณที่เบิกจ่ายสำหรับ สส. อยู่ที่คนละ 114,650 บาท ทั้งหมดจึงเป็นที่มา ให้เกิดประเด็นดราม่า #หมออ๋อง #ภาษีกู ถูกตั้งคำถามผลาญจบจริงหรือไม่

‘แพทองธาร’ – ‘ศิริกัญญา’ 2 นักการเมืองหญิง มาแรงแห่งยุค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558815

18 ก.ย. 2566

'แพทองธาร' - 'ศิริกัญญา' 2 นักการเมืองหญิง มาแรงแห่งยุค

เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ อุ๊งอิ๊ง ‘แพทองธาร’ ดาวเด่นเมืองกรุง – ‘ศิริกัญญา’ ตันสกุล ดาวรุ่งภูธร ยึดหัวขบวนพรรคส้ม-แดง

เมื่อพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ถึงคราวต้องไร้หัว เพราะหัวหน้าพรรคลาออกด้วยกันท้ั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็น ชลน่าน ศรีแก้ว แห่งพรรคเพื่อไทย และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล  ซึ่งมีกำหนดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่วันที่ 24 ก.ย. นี้ ขณะที่พรรคเพื่อไทย ยังไม่กำหนดว่า จะเลือกกันวันไหน แต่ทั้งสองพรรคมีนักการเมืองที่น่าจับตาเป็นสตรีด้วยกันทั้งคู่

เริ่มกันที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิด 21 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ปัจจุบัน อายุ 38 ปี จบการศึกษา

  • สาขาวิชา Msc International Hotel Management ที่มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ
  • ปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • มัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ และโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

ถือเป็นดาวเด่นเมืองกรุง เพราะนอกจากจะเป็นบุตรของทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซอฟพาวเวอร์ ที่เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมตรี นั่งหัวโต๊ะ

เป็นประธานประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทยและเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย บทบาทที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งล่าสุด ข้อมูลในปี พ.ศ. 2565 ระบุว่าถือหุ้นรวมทั้งหมด 21 บริษัท มูลค่าประมาณ 68,000 ล้านบาท

ส่วน ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล วัย 42 ปี  เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2524 ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว เจ้าของกิจการเดินรถเมล์ในจังหวัดชลบุรี
จบการศึกษา

  • ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส
  • ระดับปริญญาตรีและโท จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • มัธยมต้นที่โรงเรียนชลกันยานุกูล

ถือเป็นดาวรุ่งภูธร เพราะเคยทำงานให้กับมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย

ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ และมีชื่อเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคก้าวไกล

หวยออกที่ใคร ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ วันที่ 24 ก.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558809

18 ก.ย. 2566

หวยออกที่ใคร 'หัวหน้าพรรคก้าวไกล' วันที่ 24 ก.ย.

การลาออกจากตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคก้าวไกล’ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้ต้องเลือกกันใหม่ 24 ก.ย.นี้ ศิริกัญญา มาแรงที่สุด

เริ่มกันที่แคนดิเดตหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่มาแรงที่สุดอย่าง ศิริกัญญา ตันสกุล ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้าว่าจะไม่ปฏิเสธตำแหน่งหากได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมพรรค  เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2524 ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว เจ้าของกิจการเดินรถเมล์ในจังหวัดชลบุรี วัย 42 ปี 

การศึกษา

  • ปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส
  • ระดับปริญญาตรีและโท จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
  • มัธยมต้นที่โรงเรียนชลกันยานุกูล

เคยทำงานให้กับมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย โดยการชักชวนของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 15 สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยแรกศิริกัญญา ได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ

เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล พร้อมกับสมาชิกเดิม และเป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในพรรคก้าวไกล โดยได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล

ขณะที่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.หนุ่มวัย 47 ปีก่อนหน้านี้เคยเป็นตัวเต็งจากพรรคก้าวไกลที่คาดหมายกันว่า จะได้นั่งเก้าอี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การศึกษา

  • ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ปริญญาตรี ศิลปศาสตรบัณฑิต คหกรรมศาสตรบัณฑิต รัฐศาสตรบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโชทัยธรรมาธิราช
  • ปริญญาตรี  นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม
  • มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)

ก่อนเข้าสู่ถนนการเมืองทำงานเป็นหัวหน้างานกฎหมาย มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เข้าสู่งานการเมืองเป็น สส.สังกัดพรรคอนาคตใหม่แต่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบในวันที่ 21 ก.พ. 2563 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เป็นรองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย และคณะกรรมการวินัยและจรรณยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล

ขอฟังข้อมูลก่อนตัดสินใจ ต่ออายุ ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ‘ชายแดนใต้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558800

18 ก.ย. 2566

ขอฟังข้อมูลก่อนตัดสินใจ ต่ออายุ 'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' 'ชายแดนใต้'

ฝ่ายค้านเชื่อ รัฐบาลต่ออายุ ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ‘ชายแดนใต้’ อีก เพราะตีโจทย์ไม่แตก ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมขอฟังข้อมูฒลก่อน

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง การพิจารณาขยายการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 19 ก.ย. 2566  
ต่ออีก 3 เดือน ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอ หรือไม่ว่า

แม้หน่วยงานต่างๆจะมีการประเมินสถานการณ์ขึ้นมา แต่ในมุมมองของรัฐบาลต้องขอดูก่อน เพราะถือเป็นเรื่องฉุกละหุกมาก แต่ในหลักการเดิมรัฐบาลนี้ต้องการให้บังคับใช้พระราชบัญญัติความมั่นคง ดูแลพื้นที่แทน พรก.ฉุกเฉิน แต่ก็ต้องขอดูรายละเอียดในการประชุมก่อน

นายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรมเห็นว่า การพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ปาตานี หรือจังหวัดชายแดนใต้ คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากรัฐบาลยังคงตีโจทย์รากเหง้าแห่งปัญหาไม่ได้ หากคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นครั้งที่ 73 ในรอบเกือบ 20 ปี

สส.พรรคเป็นธรรมคาดว่าสุดท้ายรัฐบาลชุดใหม่ คงยังใช้สมมติฐานและสมการในการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ที่ยังคงกดทับปัญหาให้เป็นเพียงแค่การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ โดยต้องพึ่งกลไกแก้ไขด้วยหน่วยความมั่นคงเท่านั้น

‘อาจารย์คฑา’ ทำนายโหงวเฮ้ง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ดาวมงคลหนุนบริหารงานราบรื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558795

18 ก.ย. 2566

'อาจารย์คฑา' ทำนายโหงวเฮ้ง 'เศรษฐา ทวีสิน' ดาวมงคลหนุนบริหารงานราบรื่น

‘อาจารย์คฑา’ ทำนายโหงวเฮ้ง ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี เฮงยืนหนึ่ง ดาวมงคล 3 ดวง คอยหนุน บริหารงานบ้านเมืองราบรื่น เตือน หลัง 17 ต.ค. ‘ดาวราหู’ ย้าย ระวังคนรอบข้าง บริวาร จากมิตรจะกลายเป็นศัตรู

18 ก.ย. 2566 การบริหารประเทศกำลังเดินหน้าภายใต้นโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศ

หัวเรือใหญ่อย่างนายเศรษฐา กับพรรคร่วมรัฐบาล จะนำพาบ้านเมืองไปได้ราบรื่นขนาดไหน ดร.คฑา ชินบัญชร นักโหราศาสตร์ มองจากโหงวเฮ้ง วันเดือนปีเกิด รวมทั้งตัวเลขแล้วเชื่อว่าน่าจะราบรื่น

ดร.คฑา ชินบัญชร  นักโหราศาสตร์  เปิดเผย “คมชัดลึก” ราศีโหงวเฮ้ง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ถือว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งในเวลาที่ดี โดยเฉพาะหมายเลขของพรรคที่รับสมัครเลือกตั้งคือเลข 29  ส่งผลพลังของดาว 2 ดาวคือ หมายเลข 9 คือ ดาวเกตุ และ หมายเลข 2 คือ ดาวจันทร์ แม้ว่าพรรคจะไม่ได้คะแนนเสียงมาอันดับหนึ่ง แต่เลข 29 หรือ 92 ถือว่าเป็นเลขแห่งความราบรื่น หมายเลขแห่งความสำเร็จ

แม้ไม่ได้มาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง สุดท้ายแล้วมาจบที่ คุณเศรษฐา ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหมายเลข 29 มาแบบเหนือเมฆ แม้จะเกิดความขัดแย้งก็ตาม แต่คุณเศรษฐา มาด้วยจังหวะ และเวลาที่เหมาะสม ตามตัวเลขที่ 29 ทรงพลังแห่งความราบรื่น  รวมทั้งวันเดือนปีเกิดของคุณเศรษฐา จนทำให้คุณเศรษฐา ตามหลักโหราศาสตร์จีนถือว่า เฮงยืนหนึ่ง ท่านเกิดในปีที่มีดาวมงคล 3 ดวง จึงได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างราบรื่น 

ดร.คฑา ชินบัญชร  นักโหราศาสตร์ดร.คฑา ชินบัญชร นักโหราศาสตร์

สำหรับวันเดือนปีเกิดของคุณเศรษฐา ถือว่า เฮงยืนหนึ่ง ซึ่งตรงกับดาวมงคล 3 ดาวคือ “ดาวเง็กตึ้ง” หมายถึง ตำหนักหยก ดาวดวงนี้ตามความหมายของโหราศาสตร์ หมายถึง ได้บ้านใหม่ ได้เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนยศ ได้ที่ทำงานใหม่ อย่างตึกไทยคู่ฟ้า

ดาวฮกแช”  ดาวแห่งโชคลาภ ได้มาโชคดี หรือจังหวะโอกาส รวมกับความสามารถ จนกลายเป็นโชค และ “ดาวเจี้ยงแช” ดาวแห่งเทพขุนพล 

ดาว 3 ดวงนี้ ส่งผลให้ คุณเศรษฐา นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 

ดร.คฑา บอกว่า การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของคุณเศรษฐา หากมองตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็มาจากความรู้ ความสามารถในการประสานงานของผู้ใหญ่ และเป็นจังหวะโอกาส ทำให้คุณเศรษฐา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แม้ว่าคุณเศรษฐา ขึ้นบริหารงานประเทศแล้ว สิ่งที่ต้องระวังบางช่วงอาจบริหารงานไม่ราบรื่น โดยเฉพาะช่วงที่ดาวราหูย้ายเข้ามา วันที่ 17 ต.ค. 2566 เวลา 06.22 น.  โดยดาวราหู จะย้ายจากราศีเมษ  เข้าสู่ ราศีมีน นั่นหมายความว่า เมื่อดาวราหูย้าย ความมัวเมา ความลุ่มหลงอาจเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นกับคนรอบข้าง คนอาจจะรู้สึกรุนแรง คนที่ชอบก็ชอบแรง คนที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบรุนแรง 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ดังนั้น ช่วงนี้นายกรัฐมนตรี อาจจะต้องระมัดระวัง คนรอบข้าง อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง แทนที่มิตรจะเป็นมหามิตร แต่มิตรกลับกลายเป็นศัตรู ท่านนายกรัฐมนตรี จึงต้องหาวิธีเปิดมิตร ปิดศัตรูให้ได้  เพื่อให้ผ่านช่วงวันที่ 17 ต.ค. ไปจนถึงปีหน้า

ดร.คฑา เตือนว่าหลังดาวราหูย้าย ซึ่งคุณเศรษฐา เกิดราศีกุม  จะมีดาวสำคัญอีก 1 ดวง คือ ดาวเสาร์ จะส่งผลเกี่ยวข้องกับสุขภาพ และการเดินทาง รวมถึงความขัดแย้ง ดังนั้นท่านต้องระวังเรื่องสุขภาพ

ดาวเสาร์ ยังมีความหมายอีกอย่างคือ ดาวนักรบ เพราะฉะนั้นต้องระวัง แม้ว่าท่านจะไม่ได้คุมกระทรวงกลาโหม แต่อาจจะส่งผลได้ เนื่องจากท่านคุมนโยบายบริหารประเทศทั้งหมด อาจจะต้องระวังช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2566

วิธีแก้ชาวราศีกุม คือ  การทำบุญเกี่ยวกับโรงพยาบล ทำบุญให้กับคนป่วย คนเจ็บ ตามโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลพระมงกุฎ อีกอย่างคือ บูชาพระราหู หรือ พระปางป่าเลไลย์ 

ดร.คฑา มองว่า โหงวเฮ้งหน้าตาของผู้นำ ที่สำคัญคืออยู่ที่ 2 วังคือ วังคุณธรรม และ วังใบหน้า โดยวัง 12 วัง รวมถึงเนินต่างๆที่ใบหน้า เมื่อเรามีวังใบหน้าราศีดี ก็จะฉายออกมาก เช่น บางคนผิวหน้าดำไม่คล้ำ แต่ผ่อง บางคนหน้าขาว แต่ซีดดูหมอง เรียกว่าราศีของคนอยู่ที่คุณธรรมในใจ ดังนั้น ราศี วังคุณธรรมบนใบหน้า จะต้องเป็นคนยิ้มบ่อยๆ จะทำให้สายตายิ้มไปด้วย 

ดร.คฑา อวยพรรัฐบาลของคุณเศรษฐา รวมถึงทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ควรจะบริหารประเทศให้ครบ 4 ปี เนื่องจากจะส่งผลให้นโยบายต่างๆมีความต่อเนื่องเห็นชัดเจนและเป็นรูปธรรม

‘พัชรวาท’ สั่งแก้ปัญหามลพิษจ.เชียงราย ลาดตระเวน เตรียมระดมดับไปฟ่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558769

17 ก.ย. 2566

'พัชรวาท' สั่งแก้ปัญหามลพิษจ.เชียงราย ลาดตระเวน เตรียมระดมดับไปฟ่า

‘พัชรวาท’ ดันคณะกรรมการแห่งชาติ แก้ปัญหา ‘PM 2.5-ควันไฟป่า’ จ.เชียงราย เข้มใช้กฎหมายคนลักลอบเผา แก้ปัญหา ปชช. ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ไร้เอกสารสิทธิ สปก. เล็ง ส่งเข้า คทช.

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเร่งด่วน ยกระดับคณะกรรมการแห่งชาติ ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่นละอองในช่วงสถานการณ์วิกฤตในพื้นที่ จ.เชียงราย  

พร้อมให้มีแผนการดำเนินงาน ทั้งมาตรการระยะยาว และมาตรการเร่งด่วน เช่น ปิดป่าในส่วนที่มีสถานการณ์ไฟป่าอยู่ในระดับวิกฤต หรือ เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าในขั้นรุนแรง สั่งระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า เครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่า อุปกรณ์ เครื่องมือ และอากาศยาน ในการลาดตระเวนเฝ้าระวัง และปฏิบัติการดับไฟอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ยังห้ามเผาที่โล่งในช่วงนี้ และให้หน่วยงานในพื้นที่บรูณาการลาดตระเวนเฝ้าระวังการเผา ป้องกันไม่ให้มีการเผา เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบเผา หรือ ผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวด 

ส่วนกรณีปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำแม่คำ ป่าน้ำแม่สลอง และป่าน้ำแม่สลวงฝั่งซ้าย พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นพื้นที่กฤษฎีกำหนดเขตในเป็นเขตปฎิรูปที่ดิน แต่ไม่สามารถออกเอกสารแสดงการครอบครองที่ดิน สปก.ให้กับประชาชนได้ เนื่องจากพบว่า พื้นที่นี้มีภาระผูกพันการใช้ประโยชน์ของกองทัพบกอยู่ มีความลาดชันสูงกว่าร้อยละ 35 

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

ตนจึงสั่งการให้ กรมป่าไม้ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) ประสานกับ อบต.แม่สลองนอก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแปลงที่พบปัญหา เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของพื้นที่ เพื่อกันคืนจาก สปก. ตามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการคืนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ กลับคืนกรมป่าไม้ พ.ศ.2538 เพื่อที่กรมป่าไม้ จะได้นำพื้นที่ดังกล่าวมาดำเนินการแก้ไขปัญหาประชาชน ด้วยการเข้าโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน หรือ คทช.ต่อไป 

“ผมจะสนับสนุนคุณภาพในการดำรงชีวิต ให้สามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 และ 2 พร้อมกับอำนวยความสะดวกลดขั้นตอนการอนุญาต เพื่อให้มีการพัฒนาสาธารณูปโภค และใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน ภายใต้การดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หรือ คทช. ซึ่งเป็นหลักการและแนวทางปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 และ 2 ทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หรือไม่ก็ตาม เพราะผมเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าว 

'พัชรวาท' สั่งแก้ปัญหามลพิษจ.เชียงราย ลาดตระเวน เตรียมระดมดับไปฟ่า

กระทรวงเกษตรฯ ส่อเกาเหลา  ไชยา – อนุชา ฟัด ปลัดกระทรวงฯ แบ่งงาน เอื้อ ธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558757

17 ก.ย. 2566

กระทรวงเกษตรฯ ส่อเกาเหลา  ไชยา - อนุชา  ฟัด ปลัดกระทรวงฯ แบ่งงาน เอื้อ ธรรมนัส

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกสับเละจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไชยา พรหมา และ อนุชา นาคาศัย ติงการแบ่งงาน “กระทรวงเกษตรฯ” ที่กลายเป็นการเปิดช่องให้ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงฟาดคนเดียว คุม 11 หน่วยงาน ส่วน รัฐมนตรีช่วยฯ รับไป 4 งานนี้ส่อรื้อใหม่

แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า  ภายหลัง รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( พรรคพลังประชารัฐ)  ได้แบ่งงาน “กระทรวงเกษตรฯ” ให้  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ นายไชยา พรหมา  (พรรคเพื่อไทย)  และ นายอนุชา นาคาศัย  ( พรรครวมไทยสร้างชาติ ) โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการดูแลงานคนละ 4 หน่วยงาน ส่วน รอ.ธรรมนัส ดูแล 11 หน่วยงาน 


ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจ ต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายไชยา และนายอนุชา ถึงขั้น ได้มีการสอบถาม นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในงานเลี้ยงเกษียณว่า  เสนอแบ่งงาน “กระทรวงเกษตรฯ” แบบนี้ เหมือนไม่ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล และข้อระเบียบการแบ่งงานของรัฐมนตรีว่าการ ผูกมัดด้วยข้อบังคับและเงื่อนไขต่างๆ จนทำให้การทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการ  ปฏิบัติงานได้ยากและไม่สนองต่อนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคได้   โดย นายประยูร ตอบสั้นๆว่า เป็นระเบียบเดิมที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ทำให้ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไม่พอใจ
 

แหล่งข่าว  กล่าวว่า    มีการสั่งให้นายประยูร เอาคำสั่งของรัฐมนตรีคนเก่า มาเปรียบเทียบให้ดู โดยทั้งสองฝ่ายคือนายไชยา  และนาย อนุชา  เห็นว่า  การแบ่งงานต้องมีการพูดคุยกันใหม่ ซึ่งในการพูดคุยครั้งนี้ มี รอ.ธรรมนัส ร่วมอยู่ด้วย โดยเรื่องดังกล่าวจะมีการนัดหารือกันใหม่อีกครั้ง

กระทรวงเกษตรฯ ส่อเกาเหลา  ไชยา - อนุชา  ฟัด ปลัดกระทรวงฯ แบ่งงาน เอื้อ ธรรมนัส

[ซ้ายไปขวา]  ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  , ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘ผู้แทนการค้าไทย ‘ เซ็ง ถูกตีข่าวติดบัญชีดำห้ามเข้าสหรัฐ ท้าให้ตรวจสอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558755

17 ก.ย. 2566

'ผู้แทนการค้าไทย ' เซ็ง ถูกตีข่าวติดบัญชีดำห้ามเข้าสหรัฐ ท้าให้ตรวจสอบ

นลินี ทวีสิน ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” ซึ่งได้รับบทบาททำหน้าที่ “ผู้แทนการค้าไทย” ออกอาการเหนื่อย หลังสื่อค้นข้อมูลย้อนหลัง สมัยเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ระบุถูกทางการสหรัฐห้ามเข้าประเทศ ชี้ข้อมูลคลาดเคลื่อน

นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยว่า  ตามที่สื่อมวลชนบางสำนัก นำเสนอข่าวว่าตนติดบัญชีดำของสหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยรัฐบาล  ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ตนถอนตัวจากตำแหน่งเพราะไม่สง่างาม  เรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลเก่าที่เกิดความเข้าใจผิด ได้เคยชี้แจงไปแล้วว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สิน ซึ่งต่อมาทางสำนักงานการควบคุมทรัพย์สินสหรัฐ ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และมีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการว่าได้ถอนชื่อตนออกแล้ว

ดังนั้นหากไม่ถูกต้องจริงทางการสหรัฐฯ คงไม่ออกเอกสารรับรองให้ ขณะเดียวกันยังสามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากเว็บไซต์ทางการของสหรัฐฯ อีกด้วย   ทั้งนี้ตนมีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ และยังได้รับเชิญให้ไปร่วมงานวันชาติสหรัฐฯ ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำรวมทั้งในปีนี้ด้วย ดังนั้นจึงอยากวิงวอนสื่อมวลชนและสังคมให้เข้าใจความจริง โดยเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อมูลจนเชื่อมั่นแล้วจึงได้แต่งตั้งตน  ทำหน้าที่ “ผู้แทนการค้าไทย “

ตนขอใช้ความรู้และประสบการณ์ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนการค้าไทย 2 สมัย   ในอดีตรวมทั้งเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีอยู่  นำพาให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด นอกจากนี้ ขอย้ำว่าแม้ตนจะมีนามสกุลพ้องกับนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้เป็นญาติกันและไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน 


นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ลงนามแต่งตั้ง นางนลินี ทวีสิน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่ “ผู้แทนการค้าไทย” ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.  2566    อ้างถึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และข้อ 4 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย “ผู้แทนการค้าไทย” (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2552 

นางนลินี  ทวีสิน  ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทย ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ส.ค.  2554   จากนั้นในปี 2555 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อมาถูกปรับออกจากตำแหน่งในเดือนต.ค.  2555 ก่อนที่จะ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทยเป็นสมัยที่ 2 ในปีเดียวกัน   ทำให้การแต่งตั้งให้นลินี   ครั้งนี้  ถือเป็นผู้แทนการค้าไทยเป็นสมัยที่ 3 นางนลินี ทวีสิน   ปัจจุบันอายุ  63 ปี  การศึกษา ปริญญาเอก สาขาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยรีเจนต์  รัฐเวอร์จิเนีย   อนึ่ง นางนลินี ทวีสิน ยังมีทบาทเป็น ประธานคณะกรรมการด้านการต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย

'ผู้แทนการค้าไทย ' เซ็ง ถูกตีข่าวติดบัญชีดำห้ามเข้าสหรัฐ ท้าให้ตรวจสอบ

นลีนี ทวีสิน  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายก [ แฟ้มภาพ ]

‘หมออ๋อง’ ถามอะไรที่ทำให้พวกแพ้เลือกตั้งดาหน้าว่าตนไร้ศักดิ์ศรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558751

17 ก.ย. 2566

‘หมออ๋อง’ ถามอะไรที่ทำให้พวกแพ้เลือกตั้งดาหน้าว่าตนไร้ศักดิ์ศรี

‘หมออ๋อง’ ย้ำไม่เสียสมาธิขอทำงานต่อจนกว่าสภาฯ จะโปร่งใสตามสัญญา พร้อมเหน็บถามอะไรที่ทำให้พวกแพ้เลือกตั้ง ดาหน้าว่าตนไร้ศักดิ์ศรี

วันที่ 17 ก.ย. จากกระแสข่าวที่ว่า พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เตรียมแผนขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา คนที่ 1 ออกจากพรรคไปอยู่ พรรคเป็นธรรม (ปธ.) หลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อเปิดทางให้พรรครับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมๆ กับไม่ต้องเสียตำแหน่งรองประธานสภาไปด้วย ซึ่ง นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ก็ออกมายืนยันว่าพรรคเป็นธรรมพร้อมรับนายปดิพัทธ์

ล่าสุด เมื่อค่ำวานนี้ (16 ก.ย.)  นายปดิพัทธ์ ทวีตข้อความผ่านทาง X (ทวิตเตอร์) ถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า “อะไรที่ทำให้บรรดาคนที่แพ้เลือกตั้ง ตระบัตสัตย์ ทรยศประชาชน ดาหน้ากันออกมาว่าผมไม่มีศักดิ์ศรีหรอครับ

“ผมไม่เสียสมาธิครับ ทำงานต่อ จนกว่าสภาจะโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเป็นของประชาชน ตามที่ได้สัญญาไว้ครับ”