ก้าวไกล เหนื่อยใจเจรจาแบ่งกรรมาธิการ – เหตุพรรคคุมกระทรวงขอดูแลเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557755

04 ก.ย. 2566

ก้าวไกล เหนื่อยใจเจรจาแบ่งกรรมาธิการ  -  เหตุพรรคคุมกระทรวงขอดูแลเอง

เลขาธิการพรรคก้าวไกล ยอมรับการจัดสรรตำแหน่งในกรรมาธิการ ระหว่างพรรคก้าวไกล กับซีกพรรคการเมืองในฝ่ายรัฐบาล ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยฝั่งรัฐบาล ต้องการที่จะดูแล กรรมาธิการในส่วนที่กระทรวงดูแล เช่นเดียวกับ กรรมาธิการในฝ่ายตรจสอบ หรือ ป.ป.ช. เชื่อท้ายที่สุดจะเจรจากันได้

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  เลขาธิการพรรคก้าวไกล   เปิดเผยภายว่า  ในการหารือร่วมกับ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อพิจารณาแบ่งสรรโควตาการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร    การหารือดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องใช้เวลาในการเจรจากันอีก เพราะพรรคร่วมรัฐบาล ต้องการได้ประธานกรรมาธิการ ที่ตรงกับกระทรวงของตนเอง แต่พรรคก้าวไกลมองว่า ควรจะมีกรรมาธิการสำคัญ ๆ ให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ เช่น คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ หรือ กรรมาธิการ ป.ป.ช. และคณะกรรมาธิการติดตาม และตรวจสอบการใช้งบประมาณฯ ที่ควรจะเป็นของฝ่ายค้านในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร

แต่พรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องการกรรมาธิการ ป.ป.ช. จึงทำให้ต้องมีการโต้แย้งกัน และต้องใช้เวลาในการเจรจา ก่อนที่จะมีการประชุมครั้งต่อไป  ปัญหาที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องการกรรมาธิการเดียวกัน หรือสอดคล้องกับกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลบริหาร เพื่อให้การบริหารงานสะดวกรวดเร็วนั้น  แท้จริงแล้วอาจทำให้การตรวจสอบถ่วงดุล ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ กับฝ่ายบริหารมีปัญหา  

  ” ยังไม่มีข้อยุติ แต่เชื่อว่า น่าจะตกลงกันได้ แต่จะให้ใครเลือกก่อนนั้น ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจาก พรรคส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นรัฐบาล ภาระจึงตกมาที่พรรคก้าวไกล ที่จะต้องไปเจรจากับทุกฝ่าย    กรรมาธิการบางชุด ควรจะมีธรรมเนียมที่ชัดเจนว่า จะต้องเป็นของฝ่ายค้าน เช่น กรรมธิการ ป.ป.ช. และกรรมาธิการติดตาม และตรวจสอบการใช้งบประมาณ เป็นต้น  ” นายชัยธวัช  ระบุ

ข่าวล่ามาแรง ‘บิ๊กเล็ก เป็น เลขาฯ ‘รมว.กลาโหม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557735

04 ก.ย. 2566

ข่าวล่ามาแรง 'บิ๊กเล็ก เป็น เลขาฯ 'รมว.กลาโหม'

ฮือฮา ‘บิ๊กเล็ก’พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จากแคนดิเดต สนามไชย 1 เตรียมนั่งเก้าอี้เลขานุการรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

มีรายงานข่าวล่าสุดสร้างความฮือฮาอีกครั้งว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือ บิ๊กเล็กจะเข้ารับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บิ๊กเล็ก จบเตรียมทหารรุ่น 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) เคยรับราชการทหารเป็นผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ เมื่อปี พ.ศ. 2531

ต่อมาเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก อาจารย์วิทยาลัยการทัพบก เป็นเจ้ากรมยุทธการทหารบก ในปี พ.ศ. 2558 เป็นรองเสนาธิการทหารบก พ.ศ. 2559 และหัวหน้าส่วนอำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. 2559

ในปีต่อมาเป็นเสนาธิการทหารบก และเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ. 2561 – 2563 จากนั้นจึงโอนย้ายมาเป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ในระหว่างนั้นได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานกรรมการในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)

รองหัวหน้าสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  กรรมการในคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 20 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 31 (รุ่นเดียวกับพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองเลขาธิการพระราชวัง) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

ภายหลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) และเคยมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาล เศรษฐา มาก่อน สุทิน คลังแสง ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวในนาทีสุดท้าย จะว่าไปแล้ว หากเปรียบเทียบกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตำแหน่งนี้ ก็มีบทบาทไม่ต่างกัน

‘ประชาธิปัตย์’ มองรัฐบาล ‘เศรษฐา’ ฮั้วกันลงตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557719

04 ก.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' มองรัฐบาล 'เศรษฐา' ฮั้วกันลงตัว

‘ประชาธิปัตย์’ ฝาก 4 หลักการ รัฐบาล ‘เศรษฐา’ ทำงานคำนึงถึงผลประโยชน์ประชาชน หลัง ‘ฮั้ว’ อำนาจกันกันลงตัว สมประโยชน์ทุกฝ่าย

นาย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปปัติย์ มององค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา ว่าเป็นรัฐบาลที่ฮั้วอำนาจ และฮั้วผลประโยชน์กันอย่างลงตัว สามารถตอบสนองความต้องการของเจ้าของพรรค กลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรค และกลุ่มอิทธิพลภายในพรรคได้ทั่วหน้า

แต่ถ้ารัฐบาลสามารถประนอมอำนาจและผลประโยชน์ภายในพรรคร่วมรัฐบาลกันได้ ไม่มีเรื่องกระทบกระเทือนกันอย่างรุนแรง ก็เชื่อว่ารัฐบาลเศรษฐา จะเดินหน้าทำงานได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าในทางการเมือง การจัดตั้งรัฐบาลผสมจากพรรคการเมืองหลายพรรคอาจมีเรื่องกระทบกันบ้าง ก็เป็นภาระหน้าที่ของคนเป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารจัดการให้รัฐบาลทำงานได้อย่างราบรื่นไม่ขัดแย้งกันภายในรัฐบาล

เพื่อให้รัฐบาลทำงานให้เกิดผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ จึงขอฝากหลักการพื้นฐานที่สำคัญดังนี้

1. ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก มากกว่าประโยชน์ของตนเอง พรรคพวก ญาติพี่น้อง

2. เร่งแก้ปัญหาของประชาชนอย่างทันท่วงที ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า และปัญหาระยะยาว

3. บริหารอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง

4. ยึดถือความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ตั้งอย่างจริงจัง

รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าถ้ารัฐบาลดำเนินการตามพื้นฐานที่สำคัญนี้ สังคมและประชาชนส่วนมากพร้อมให้โอกาส และให้เวลารัฐบาลชุดใหม่ทำงานรับใช้ประชาชนบนพื้นฐานของนโยบายที่เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง และสามารถทำตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้.

‘เศรษฐา’ ลั่นเป็นรัฐบาลประชาชน ชี้ ‘เพื่อไทย’ เทหมดหน้าตักพิสูจน์การทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557713

04 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลั่นเป็นรัฐบาลประชาชน ชี้ 'เพื่อไทย' เทหมดหน้าตักพิสูจน์การทำงาน

‘เศรษฐา’ เปิดใจกลางวงมื้ออาหารกลางวัน ย้ำ 11 พรรคร่วมเป็นรัฐบาลประชาชน พร้อมเผย ‘เพื่อไทย’ เทหมดหน้าตักพิสูจน์การทำงานยกระดับผู้บริหารใกล้ชิด ปชช.

วันที่ 4 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวก่อนร่วมรับประทานอาหารกับรัฐมนตรีว่าเป็นครั้งแรก ที่ได้พบกันอย่างเป็นทางการกับ 16 รัฐมนตรี และในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย.) จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ พร้อมออกตัวว่า เคยพูดไม่ถูก ก่อนหน้านี้ว่าเป็นรัฐบาลภายใต้แกนนำของพรรคเพื่อไทยหลังจากนี้จะระวังคำพูด โดยจะระบุว่า เป็นรัฐบาลของประชาชน ที่มีพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค เพื่อเป็นการให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมฝากรัฐมนตรีในเรื่องนี้ 

นายเศรษฐา ยังกล่าวย้อนถึง ก่อนโหวตเลือกนายกและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีอ้างอิงคำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชชัยชัย ที่ระบุว่า รัฐบาลมาด้วยต้นทุนที่สูง ซึ่งส่วนตัวอยากให้เปลี่ยนว่า ไม่ใช่ต้นทุนสูง แต่พรรคเพื่อไทยเทหมดหน้าตัก สำหรับการทำงานในครั้งนี้ ด้วยเชื่อมั่นว่าการทำงานครั้งนี้ รัฐมนตรีทุกคน เป็นตัวแทนประชาชนเข้ามาดูแลบ้านเมือง และการเทหมดหน้าตัก หมายถึงเรื่องที่จะต้องทุ่มเท การทำงานเพื่อประชาชน เชื่อมั่นว่าทุกคนตระหนักดีว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในเวลานี้

“เรื่องการทำงาน เรื่องระยะเวลา ขีดจำกัดของงบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อยากให้คิดถึงข้อจำกัดของงบประมาณที่เข้ามาบริหารรัฐบาลช้า ช้าไปนิดนึง ซึ่งจะต้องทำในต้นปีหน้า เเต่ไม่ได้หมายถึงงบประมาณเป็นขีดจำกัดไม่ให้เราทำงาน เชื่อว่ามีควิกวินหลายอย่างที่สามารถทำได้ เพื่อดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน และยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน สามารถทำได้ เรื่องไหนทำได้ก่อนก็ทำ ซึ่งเข้าใจว่าแต่ละกระทรวงทบวง กรม มีแผนงานมากมาย บางอย่างขึ้นอยู่กับงบประมาณ บางอย่างขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเเต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่มีขีดขำกัด ด้านงบประมาณ ด้านเวลา หรือด้านกฎหมาย ถ้าอะไรที่เป็นควิกวิน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ ผมอยากให้เขียนให้ได้ก่อน เวลาที่ไปอธิบายกับประชาชน อย่าอธิบายทำไมถึงทำไม่ได้ เราถูกเข้ามาเพื่อให้ทำให้ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐา ยังกล่าวกับรัฐมนตรีว่า รัฐบาลของประชาชน ต้องลดช่องว่างระหว่างฝ่ายบริหารกับพี่น้องประชาชนให้ได้ ให้ความสำคัญกับประชาชนที่จะเข้าถึงผู้บริหาร เรื่องนี้อยากให้เป็นมิติใหม่ในการทำงานของรัฐบาลนี้ ส่วนตัวหากได้มีโอกาสพูดคุยกับพรรค ร่วมรัฐบาลจะเน้นย้ำเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้รายการเมนูอาหารของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นข้าว ไข่เจียวปู ปลาทอดราดพริก พร้อมกับสลัดไก่ทอด 

‘สุทิน’ เข้าพบ ‘บิ๊กโอ๋’ ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557712

04 ก.ย. 2566

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณฑัต แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์การทำงาน เผยไม่ประมาท ทำงานเต็มที่ แย้มกองทัพไม่มีปัญหา ชี้หลังถวายสัตย์ จัดการปัญหาเรือดำน้ำ

เรียกว่าเป็นที่จับตามองของสังคม ต่อกรณีการที่พลเรือนจะเข้าคุมตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรก หลังมีพระบรมระโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยมีชื่อนายสุทินคลังแสงส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยดำรงตำแหน่ง รวมทั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่าน(3ก.ย.)มายังมีภาพของนายเศรษฐาทวีสินและนายสุทินร่วมรับประทานอาหารกับว่าที่ผบ.เหล่าทัพ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (4ก.ย.) นายสุทินคลังแสงเดินทางไปยังบ้านพักส่วนตัวของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอคำชี้แนะในการปฏิบัติราชการร่วมกับเหล่าทัพและหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

บรรยากาศการเข้าพบเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนายสุทิน ได้นำพวงมาลัยมาไหว้คารวะ พล.อ.อ.สุกำพล  จากนั้นจึงเข้าไปหารือกันเป็นการภายในบ้านสุวรรณทัตเป็นเวลาโดยประมาณ 45 นาทีก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ปักหลักรออยู่ด้านหน้าบ้าน

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

นายสุทินได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับการเข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหมว่าตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเข้าที่กระทรวงวันไหนเพราะต้องรอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็คงจะเป็นวันหลังวันที่ 11 กันยายน

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

ขณะที่การเข้าพบปะหารือกับพลเอกสุคำพลในวันนี้ตอนได้ความรู้ความมั่นใจและกำลังใจโดยท่านเชื่อมั่นว่าตนจะทำได้พร้อมคำแนะนำถ่ายทอดประสบการณ์ความเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่าจะต้องบริหารอะไรบ้างอะไรเป็นความชอบธรรมระดับแรกการวางตัวกับกองทัพรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยท่านได้ให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ในหลายเรื่องขณะเดียวกันเมื่อถามถึงการเดินสายพบปะในช่วงนี้น่าจะทีมกล่าวว่าถือว่าเป็นช่วงที่ดี

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

เพราะไม่ว่าจะเข้าพบปะโดยเป็นการเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยนั้นตนได้คุยกับทหารทุกเหล่าทัพและได้คุยกันทุกวันนัดทานข้าวนอกรอบกันบ้างประมวลแล้วถือว่าบรรยากาศดีทำให้มีกำลังใจในการทำงาน

โดยในเบื้องต้นทางเหล่าทัพก็ไม่ได้สะท้อนอะไรเพียงแต่ว่าเราได้เห็นสัญญาณทางกองทัพเปิดใจกว้างที่จะรับพลเรือนมาเป็นรัฐมนตรีตนก็จับได้ว่าถ้าเราเข้าใจเขาแล้วเราก็ชัดเจนถึงแนวทางปฏิบัติและเขาเชื่อมั่นว่าเราทำเพื่อชาติจริงๆเชื่อว่าทหารไม่มีปัญหาซึ่งตนก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรแต่ก็ไม่ถึงกับประมาทในความหมายคือจะไปชิวๆไม่ต้องคิดอะไรต้องอ่านคือไม่ใช่ต้องเตรียมข้อมูลคงไม่ได้

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

ทั้งนี้มีสื่อมวลชนถามว่าคิดว่าไม่ประมาทก็คือบทเรียน 2 ครั้งในช่วงพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่นายสุทินตอบว่าตนไม่คิดในประเด็นนั้นการประมาทคือเราไปคิดว่าเราชำนาญแล้วรู้ดีแล้วอันนี้อันตราย

'สุทิน' เข้าพบ 'บิ๊กโอ๋' ชื่นมื่น แลกเปลี่ยนข้อมูลทำงานกับกองทัพ

หลังจากนี้ก็ยังคงจะเดินสายพบกับนายทหารชั้นผู้ใหญ่อย่างเช่นพลเอกเชษฐา ฐานะจาโร รวมทั้งพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ทั้งนี้ได้มีการสอบถามเชิงหยอกล้อกับนายสุทินว่าแล้วมีโอกาสที่จะได้พบกับ 2 ป.ที่เคยว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่

นายสุทินตอบว่าส่วนตัวนั้นก็สามารถพบได้ไม่มีปัญหาอะไร

ต่อกรณีปัญหาเรื่องเรือดำน้ำที่สั่งต่อจากที่ประเทศจีนนั้นนายสุทินได้ตอบว่าภายหลังการถวายทรัพย์ปฏิญาณและรัฐบาลแถลงนโยบายของสภาแล้วตนจะให้ความชัดเจนในเรื่องปัญหาเรือดำน้ำขาดเครื่องยนต์หลังกองทัพเรือเสนอขึ้นมาจากจีนซึ่งตอนมีทางออกอยู่ในใจแล้วและเป็นทางออกที่ดีส่วนจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ของเก่าหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จสิ้นแล้วเมื่อถามย้ำถึงเรื่องเครื่องยนต์เรือดำน้ำที่บอกว่าไม่ให้ออกที่ดีเป็นอย่างไรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าคำตอบที่ว่าดีก็คือ 1 กองทัพต้องพอใจ 2 ประชาชนและสังคมรับได้มีเหตุผลอธิบายได้และเมื่อถามย้ำอีกว่ายังคงเป็นเรือดำน้ำจีนหรือไม่ในสุธินตอบว่ายังไม่ตัดสินใจว่าเป็นทางใดทางหนึ่งส่วนจะมีข้อเสนอที่ดีกว่าให้กองทัพพิจารณาหรือไม่

นายสุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า มีข้อเสนอที่ดีกว่าก็อาจจะลองคุยกันอีกทีนึงก็ได้

เผยโฉมหน้า พร้อมประวัติ 3 ‘รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง’ ใน ‘ครม.เศรษฐา 1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557704

04 ก.ย. 2566

เผยโฉมหน้า พร้อมประวัติ 3 'รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง' ใน 'ครม.เศรษฐา 1'

‘รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง’ ใน ‘ครม.เศรษฐา 1’ มี 3 คนด้วยกัน ประกอบด้วย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม

หลังราชกิจจานุเบกษาโปรดเกล้า “ครม.เศรษฐา 1” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ปรากฎมีชื่อของ รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง ทั้งหมด 3 คนด้วยกัน ประกอบด้วย

  1. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือ สส.ปุ๋ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ที่อายุน้อยที่สุด
  2. ศุภมาส อิศรภักดี หรือ สส.ผึ้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หญิงคนแรกของประเทศไทย
  3. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือ สส.ปุ้ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรกของประเทศไทย

วันนี้ คมชัดลึก ได้รวมรวมประวัติ การศึกษา การทำงาน และเส้นทางการเมืองของทั้ง 3 รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง มาไว้ที่นี่แล้ว

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศลสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง คนแรก คือ สส.ปุ๋ง สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ประวัติ

  • อายุ 41 ปี
  • บิดา – วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (กำนันป้อ)
  • มารดา – ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา (นายกหน่อย)
  • คู่สมรส – นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 8
  • เธอเป็นพี่สาวของ อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต 1

การศึกษา

  • ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนาร

เส้นทางการเมือง

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เคยเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด ก่อนที่จะเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยการลงสมัครเป็น สส.สมัยแรก ปี 2566 ในฐานะ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 21 พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 เธอชนะการเลือกตั้ง และเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน หลังปรากฎตัวร่วมคณะกับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขณะลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือแนวทางด้านการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ต่อมาวันที่ 2 ก.ย. 2566 ได้รับโปรดเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ใน “ครม.เศรษฐา 1”

ศุภมาส อิศรภักดีศุภมาส อิศรภักดี

รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง คนถัดมา คือ สส.ผึ้ง ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ประวัติ

  • เกิด 3 เม.ย. 2516
  • ปัจจุบันอายุ 50 ปี
  • สมรสกับ พ.ต.อ.ล้ำพันธุ์ พรรธนประเทศ รอง ผบก.ทท.1 มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือน้องเทพ และน้องบัว ทั้งยังรับอุปการะ น้องอิซาน ดาราเด็กที่เล่นซีรีส์หนุมาน สงครามมหาเทพ

การศึกษา

  • วิศวกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการจัดการทางวิศวกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2543
  • วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2538

เส้นทางการเมือง

  • หลังเรียนจบ ศุภมาส อิศรภักดี ได้ไปทํางานบริษัทในเครือ ปตท. เกือบ 5 ปี จากนั้นได้ตัดสินใจวอล์กอินเข้าไปเป็นผู้สมัคร สส. พรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. เขต 13 (หลักสี่) พรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งปี 2544 ทั้งๆ ที่ลงสมัครครั้งแรก จนกลายเป็นจุดสนใจในหน้าสื่อ และชนะการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2548
  • ในการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2554 เธอลงสมัครชิงเก้าอี้ สส. กรุงเทพมหานคร เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนเป็นอันดับที่ 3 แพ้คะแนน สุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย แต่ทั้งนี้เธอก็ยังได้รับบทบาทสำคัญทางการเมือง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้แต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งโฆษกพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2555
  • ในการเลือกตั้งปี 2557 ศุภมาส อิศรภักดี ได้ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 9 และในปี 2562 ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  • ในการเลือกตั้ง ปี 2566 เธอถูกวางตัวเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ไว้ในลำดับที่ 10 ของพรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ทางพรรคภูมิใจไทย กลับได้เก้าอี้ สส.บัญชีรายชื่อเพียง 3 ที่นั่งเท่านั้น ทำให้พลาดเก้าอี้ สส.ไปอย่างน่าเสียดาย
  • ต่อมาเมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยได้โควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งสิ้น รวม 8 ที่นั่ง ตามสัดส่วน สส. ทั้งหมดที่ได้ โดยแบ่งเป็น 4 รัฐมนตรีว่าการ และ 4 รัฐมนตรีช่วยว่าการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงผลักดันให้ ศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ใน “ครม.เศรษฐา 1” แม้จะไม่ได้เป็น สส. ก็ตาม

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุลพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

รัฐมนตรีหญิงป้ายแดง คนสุดท้าย คือ สส.ปุ้ย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ประวัติ 

  • อายุ 44 ปี
  • วันเกิด 19 ต.ค. 2522
  • บิดา – มาโนชญ์ วิชัยกุล
  • มารดา – สำรวย วิชัยกุล
  • คู่สมรส – นิติรักษ์ ดาวลอย มีบุตร 2 คน

การศึกษา

  • มัธยมศึกษาที่ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
  • ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาเคมีอุตสาหกรรม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
  • ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

 เส้นทางการเมือง

  • ก่อนจะลงสนามการเมือง พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ทำธุรกิจ บริษัท วอเตอร์เทสท์ จำกัด ต่อมาจึงลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช แทนบิดา ซึ่งวางมือทางการเมือง ในการเลือกตั้ง สส. ปี 2550
  • ต่อมาในการเลือกตั้ง สส. ปี 2554 เธอได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกเป็น สส.อีกสมัย
  • ในปี 2562 เธอก็ยังคงลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกเป็น สส.สมัยที่ 3 และเธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25
  • ในปี 2563 มีข่าวว่าเธอจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่เธอก็ปฏิเสธ
  • กระทั่งวันที่ 14 ก.พ. 2566 พิมพ์ภัทราได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ต่อมาเธอลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดเดิม ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ได้รับเลือกตั้งก่อนหน้านั้น และได้รับการเลือกตั้งเป็น สส. ของรวมไทยสร้างชาติ เพียงคนเดียวใน จ.นครศรีธรรมราช

‘วันชัย’ เชื่อแถลงนโยบาย ‘เศรษฐา 1’ โดนถล่มหนักกว่าสมัย ‘ประยุทธ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557709

04 ก.ย. 2566

'วันชัย' เชื่อแถลงนโยบาย 'เศรษฐา 1' โดนถล่มหนักกว่าสมัย 'ประยุทธ์'

‘วันชัย’ เชื่อแถลงนโยบาย ‘เศรษฐา 1’ โดนถล่มและใช้เวลาหนักกว่าสมัย ‘ประยุทธ์’ รัฐบาลต้องยืนยันนโยบายทำได้หรือไม่ ชี้ สว. กระตือรือร้น หนัก เป็นช่วงวาระสุดท้าย เตือนเข้ามาหาผล ปย. เท่ากับฆ่าตัวตาย

จะมีการแถลงนโยบายของรัฐบาล “เศรษฐา 1”  ในสัปดาห์หน้า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมของ สว. ดูจะดุเดือดอีกครั้ง เมื่อนายวันชัย สอนศิริ สว. ระบุว่า คงจะไม่ปล่อยให้รัฐบาลแถลงนโยบายแล้วกลับไปเฉยๆ รัฐบาลจะต้องหาคำมั่นยืนยันให้ชัดเจนว่า สิ่งที่หาเสียงไว้แต่ละเรื่องของทำได้จริงหรือไม่และทำได้เมื่อไหร่

“ไม่ใช่เหมือนรัฐบาลอื่นๆที่แถลงนโยบายเรียบร้อย ทำได้หรือไม่ได้ก็ ไม่รับผิดชอบอะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลนายเศรษฐา จะต้องถูก สว. จี้ และขอคำมั่นให้ชัดเจนแต่ละนโยบาย”

นายวันชัยยังบอกอีกว่า อาจจะใช้เวลามากกว่า 1 วัน เพราะในสมัยของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้เวลา 30 ชั่วโมง คราวนี้อาจจะใช้เวลามากกว่านั้น เพราะทั้ง สว. และพรรคก้าวไกลน่าจะใช้เวลาอภิปรายพอสมควร ส่วนสาเหตุที่ใช้เวลามากเพราะอะไร น่าจะเดากันเองได้

โดยในวันที่ 6 ก.ย. นี้ จะมีการประชุมวิปวุฒิสภา เพื่อหารือตกลงในหลักการและรายละเอียด ก่อนจะส่งตัวแทนเข้าพูดคุยในวิป 3 ฝ่ายต่อไป ตามหลักปฏิบัติ คือ เมื่อได้รับรายละเอียดนโยบายของรัฐบาลแล้ว จะนำมาแยกแยะจัดแจง แล้วให้สมาชิกแจ้งความประสงค์ว่าจะอภิปรายในประเด็นใด

นายวันชัย เชื่อว่า การแถลงนโยบายครั้งนี้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันแทบทุกนโยบายของรัฐบาล ทั้งดิจิทัลวอลเล็ต นโยบายความปรองดอง และการทหาร จะต้องมีการซักถามกันมาก เพราะสว.ทุกคนมีความกะตือรือร้นกันอย่างมาก ในการประชุมหารือครั้งสุดท้ายในวาระของวุฒิสภาชุดนี้ โดยเฉพาะ สว. จากต่างจังหวัด ที่ต้องการให้นโยบายมาสร้างความให้เกษตรกรตามที่หาเสียงไว้

นายวันชัย กล่าวว่า รัฐบาลจะอยู่ได้ยาวหรือไม่ คือ มีผลงานหรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด พรรคร่วมรัฐบาลทะเลาะเบาะแว้งแตกแยก จะทำให้รัฐบาลอายุสั้น ในสถานการณ์นี้หากผนึกกำลังกันได้และมีผลงานจะอยู่ได้ยาว โดยเฉพาะการไม่โกงกินทุจริตคอร์รัปชั่น หากเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วมาทำมาหากินเอื้อเฟื้อพวกพ้อง ถือว่าเป็นรัฐบาลฆ่าตัวตาย บทเรียนอดีตที่ผ่านมา จะช่วยให้รัฐบาลแก้ไขสิ่งที่บกพร่องต่างๆ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนั้น ยังมีความกังวลจะไปแตะต้องแก้ไขหมวดสำคัญ โดยเฉพาะหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ที่ผ่านมารัฐบาลได้แถลงนอกสภา แต่ในการแถลงต่อรัฐสภาจะขอคำมั่นจริงๆ ว่าจะแตะต้องหมวดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์หรือไม่ รวมถึงเนื้อหาสาระที่จะแก้ โดยเฉพาะที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)

แต่บางทีถ้า สสร. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด อิทธิพลจากพรรคการเมืองต่างๆ ก็จะครอบงำไปหมด ทำให้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้มาจากความต้องการของประชาชนจริงๆ อาจจะเป็นความต้องการของพรรคการเมือง เราจะหาความพอดี หรือข้อตกลงให้ชัดเจน ว่าคนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญนั้นควรจะมีภาคส่วนใดบ้าง

ส่วนเรื่องความไม่เหมาะสมของรัฐมนตรีในบางกระทรวง นายวันชัย มองว่า บางคนอาจมีข้อตำหนิเรื่องความไม่เหมาะสม แต่ส่วนตัวมอง การจัดคณะรัฐมนตรีในสถานการณ์การเมืองแบบนี้ถือว่าดีแล้ว แต่ลำพังแค่หน้าตารัฐมนตรีอาจจะไม่พอ เรื่องสำคัญคือผลงาน จะลบข้อครหาของรัฐมนตรีได้ 

หากผลงานดีเชื่อว่า จะลบข้อตำหนิไปได้หมด แต่หากไม่มีผลงานเลยจะยิ่งกว่าถูกตำหนิอีก จะเหมือนการซ้ำเติมหน้าตาของรัฐมนตรีคนนั้น

นายวันชัย สอนสิรินายวันชัย สอนสิริ

‘เศรษฐา’ เปิดใจหลังหารือเหล่าทัพ ย้ำดิจิทัลวอลเล็ตจ่ายครั้งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557705

04 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' เปิดใจหลังหารือเหล่าทัพ ย้ำดิจิทัลวอลเล็ตจ่ายครั้งเดียว

‘เศรษฐา’ เผยหลังหารือเหล่าทัพเน้นทำงานลดช่องว่างกองทัพกับ ปชช. พร้อมย้ำดิจิทัลวอลเล็ตจ่ายครั้งเดียวจบเชื่อไม่กระทบงบ 67

วันที่ 4 ก.ย.  นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนงานสำคัญที่จะเริ่มดำเนินการภายในอาทิตย์นี้ว่ามีแผนดำเนินงานทุกวัน อย่างเช่นในวันนี้จะมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขั้นตอนในการทำงาน และการนัดพูดคุยหารือกับหลายภาคส่วน อย่างช่วงเที่ยงวันนี้จะมีการนัดกินข้าวหารือกับว่าที่รัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพื่อไทย 16 ท่าน ในเรื่องของนโยบาย การทำงาน เพราะมีหลายคนที่ได้พบและพูดคุยกันเพียงผิวเผิน ซึ่งการพูดคุยในวันนี้จะพูดคุยสไตล์การทำงาน และความคาดหวังที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้

ส่วนการหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.) ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุทินคลังแสง ก็เน้นเรื่องการรับฟังความคิดเห็นของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งเมื่อวานนี้ขาดว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศที่ติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่ก่อนหน้านี้มีการพูดคุยกันไปบ้างแล้ว ซึ่งเรื่องที่พูดคุยเมื่อวานนี้เน้นการลดช่องว่างระหว่างทหารกับประชาชน และยังติดตามความคืบหน้าของกองทัพที่ผ่านมาว่าดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว 

เมื่อถามถึงเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่เปลี่ยนนโยบายเป็นเกณฑ์ทหารอย่างสมัครใจ ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพมีความเห็นอย่างไรบ้างนั้น นายเศรษฐา ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้เป็นการแถลงร่วมกันของผู้นำเหล่าทัพหลังจากนี้ ซึ่งตอนนี้ขอให้เข้าบริหารราชการแผ่นดินก่อน โดยเมื่อวานเป็นการพูดคุยกันเบื้องต้น และรอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เข้าพูดคุยกับผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณของกองทัพยังไม่ได้พูดคุยถึงขั้นนั้น เมื่อวานเป็นเพียงการพูดคุย รับฟังความเห็นกันเท่านั้น ตัวเองในฐานะที่เข้ามารับตำแหน่งตรงนี้ต้องยอมรับว่ายังใหม่ จึงต้องเข้าไปฟังว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพมีแนวความคิดและการทำงานอย่างไรบ้าง ที่นอกเหนือจากเรื่องความมั่นคง ปลอดภัย ภายในประเทศ อย่างหน่วยงาน กอ.รมน. ตัวเองก็ยังไม่ทราบว่ามีกรอบการทำงาน ว่าทำหน้าที่อะไรบ้าง ก็ต้องไปรับฟังจากทุกท่าน ซึ่งยังต้องพูดคุยถึงขอบเขตการทำงานของกองทัพ จึงจำเป็นต้องขอความ อนุเคราะห์จาก ผบ. เหล่าทัพจากทุกท่าน อย่างว่าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ที่จะร่วมเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกาในวันที่ 18 ก.ย. นี้ด้วย 

ส่วนเรื่องการปรับการประชาสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับประชาชน นายเศรษฐา ยืนยันว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ติดขัดแต่มีหลายอย่างที่กองทัพประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึงที่เป็นโครงการดีๆเพื่อประชาชน หลายเรื่องประชาชนอาจจะรับรู้ไม่ทั่วถึง รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตที่อาจไม่ได้มีการชี้แจง อย่างตรงไปตรงมาและแพร่หลาย เรื่องนี้จึงต้องเข้ามาช่วยดูแล ปรับปรุงให้ดีขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่า บางอย่างที่กองทัพทำสิ่งดีๆออกมาแต่ไม่ได้ถูกประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ตนเองจึงอยากให้ความเป็นธรรมกับกองทัพ เพราะหากเปลี่ยนเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ดีขึ้นประชาชนจะได้รับทราบ

ขณะเดียวกันเรื่องผู้ทรงคุณวุฒิของกองทัพที่มี ประสบการณ์การทำงานจะมีการดึงเข้ามาช่วยงานด้วยหรือไม่นั้นนายเศรษฐา ระบุว่า ยังไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งจะต้องเป็นการ ประชุมกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ย้ำว่า เมื่อวานเป็นเพียงการฟังความคิดเห็นเท่านั้น

นายเศรษฐา กล่าวถึงงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ที่รัฐบาลก่อนชะลอไว้ว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันกับกองทัพเรือ 

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้เดินสายพูดคุย รับฟังกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำนโยบายเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งขณะนี้นโยบายนั้นเสร็จสิ้น และส่งพิมพ์แล้ว จากนี้จะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง 

นายเศรษฐา ยังชี้แจงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภาพที่ปรากฎในโซเชียลที่โยนปากกาขณะรับฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มวินรับจ้าง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่า ขอโทษหากภาพที่ออกมาจะบ่งบอกถึงความไม่พอใจ แต่ส่วนตัวไม่ได้ไม่ไปใจอะไร เนื่องจากวินสะท้อนปัญหาหลายประเด็น ตนเองก็อยากจะจดประเด็นว่ามีปัญหาอะไร พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ขว้างปากกา แค่ปล่อยลงบนโต๊ะ ก็เข้าใจว่าตนเองเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว การจะทำอะไรหลังจากนี้ต้องระมัดระวัง เพราะภาพที่ออกไป ไม่ได้สะท้อนความรู้สึกของตัวเรา แต่คนที่ดูอยู่อาจเข้าใจผิด พร้อมย้ำว่ากราบขอโทษ และจะพยายามระมัดระวังตัวมากขึ้น 

นายเศรษฐา ยังระบุว่า ช่วงเที่ยงวันนี้ได้นัดทานข้าวกับรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นการพบปะพูดคุยกันปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงแต่ต้องการให้พบปะพูดคุย จะได้รู้จัก เข้าใจถึงสไตล์กันมากขึ้น เนื่องจากตนเองนั้นมาจากภาคธุรกิจ อาจจะมีความไม่เข้าใจเพียงพอในการทำงานกับภาคการเมือง และ สส.  

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังเปิดเผยว่า พรุ่งนี้จะเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้า ซึ่งตามกำหนดการจะถึงทำเนัยบประมาณ 10.30 น.  

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่อาจจะต้องใช้กรอบงบประมาณจากปี2566  โดยยืนยันว่า ไม่มีปัญหาในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล แต่ยอมรับว่า อาจจะมีล่าช้า พร้อมทั้งจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับรัฐมนตรีของพรรควันนี้ด้วย ยืนยัน จะไม่กระทบกับนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาทและจะจ่ายแบบครั้งเดียว ไม่มีแบ่งจ่ายตามที่นักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์

‘สุทิน’ เผยคุย ว่าที่ผบ.เหล่าทัพ สนองนโยบายรัฐบาล ‘ลดเกณฑ์ทหาร’ เริ่มปี67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557678

03 ก.ย. 2566

'สุทิน' เผยคุย ว่าที่ผบ.เหล่าทัพ สนองนโยบายรัฐบาล 'ลดเกณฑ์ทหาร' เริ่มปี67

‘สุทิน คลังแสง’ รมว.กลาโหม ลั่น กองทัพพร้อมสนองนโยบายรัฐบาล ระบุ ว่าที่ผบ.เหล่าทัพ เห็นตรงกัน ปรับลดขนาดกองทัพ ลดเกณฑ์ทหาร คาด เกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ เริ่ม เม.ย.ปี 2567 พร้อมเตรียมยกเครื่องงานประชาสัมพันธ์กองทัพ-เดินสายรับฟังความคิดเห็นบิ๊กทหาร

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปพร้อมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อพูดคุยกับ ว่าที่ผบ.เหล่าทัพ ว่า ไปพูดคุยถึงสถานการณ์ของประเทศไทย สอบถามปัญหา และแลกเปลี่ยนความต้องการของแต่ละฝ่าย ซึ่งทางฝ่ายการเมืองระบุว่าอยากผลักดันนโยบายเปลี่ยนการเกณฑ์ทหาร เป็นรูปแบบสมัครใจ

นายกฯและรมว.กลาโหม ร่วมวงรับประทานอาหารมื้อกลางวันกับว่าที่ผบ.เหล่าทัพนายกฯและรมว.กลาโหม ร่วมวงรับประทานอาหารมื้อกลางวันกับว่าที่ผบ.เหล่าทัพ

เกณฑ์ทหารสมัครใจ เริ่ม เม.ย.ปี67

รวมถึงสอบถามความต้องการของกองทัพว่าอยากให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องใดบ้าง และมีความกังวลหรืออุปสรรคอะไรเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ ซึ่งทางกองทัพมีความเห็นไปทิศทางเดียวกับรัฐบาล ไม่ขัดข้องอะไรและยินดีปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนจะทำได้ช้าหรือเร็ว ก็จะสะท้อนให้รัฐบาลทราบเพื่อให้รัฐบาลช่วย

เมื่อถามว่า สิ่งที่กล่าวมาจะเห็นผลเป็นรูปธรรมได้เมื่อไร นายสุทิน กล่าวว่า จะเห็นผลเป็นรูปธรรมในทันที เช่น การเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารเป็นรูปแบบสมัครใจ ในเดือน เม.ย. 2567 ที่จะมีการเกณฑ์ทหารอีกครั้ง จะเห็นอัตราเกณฑ์ทหารที่ลดลงจากเดิมอย่างแน่นอน และจะค่อยๆ หมดไปจนเหลือเพียงการเข้ากองทัพแบบสมัครใจ 

กองทัพมีแผนปรับลดกำลังพลปี70

รวมถึงการปรับลดขนาดกองทัพ ที่สังคมมองว่ากองทัพมีนายพลมากเกินไป เท่าที่พูดคุยกองทัพมีแผนปรับลดในส่วนนี้ภายในปี 2570 หรือในรัฐบาลนี้ กองทัพจะกระชับลง นายพลจะหายไปจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ ส่วนจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์นั้นกองทัพกำลังทำตัวเลขมาให้ดู และเท่าที่ได้พูดคุยกันนั้น นายกฯได้ฟังความเห็นของกองทัพแล้วก็มีความสบายใจ

สุทิน บอกสบายใจทำงานกับทหารมีวินัย

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่กับการคุมกองทัพ นายสุทิน กล่าวว่า เดิมหนักใจ แต่เมื่อมาถึงตอนนี้สบายใจขึ้นมาก เพราะการทำงานกับคนมีวินัยเขาพูดง่าย และเท่าที่ได้พูดคุยกับ ผบ.เหล่าทัพ เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดใหม่ๆ ถือเป็นจังหวะที่ดีของตนที่ได้เข้าไปพัฒนา ส่วนนโยบบายที่จะเอาทหารออกมาเพิ่มบทบาท พัฒนาเป็นที่พึ่งประชาชน เขาก็ตอบรับว่าเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องปราบยาเสพติด ทหารเคยรับบทบาทนี้มาโดยตลอด เขาก็ยินดีสนองนโยบายรัฐบาล โดยทั่วไปถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดี ทำให้มั่นใจว่า กองทัพจะมีบทบาทออกมาช่วยแก้ปัญหาประเทศร่วมกับรัฐบาล ทั้งนี้จากการพูดคุยสิ่งที่ทั้งฝ่ายการเมืองและกองทัพเห็นตรงกันคือ กองทัพต้องต้องยกเครื่องงานประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมากองทัพทำเรื่องที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก แต่สังคมรับรู้อีกอย่าง ทำให้สังคมมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อกองทัพ

รมว.กลาโหม จ่อเดินสายพบบิ๊กทหาร

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า หลังจากพูดคุยกับ ว่าที่ผบ.เหล่าทัพแล้ว หลังจากนี้จะไปพบ พล.อ.อ.สุกําพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม, พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหม และกำลังประสานเข้า พบ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา และ พล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงจะพบนักวิชาการด้านความมั่นคง อาทิ นายสุรชาติ บำรุงสุข นายปราโมทย์ นาครทรรพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นแง่มุมต่างๆ ด้านความมั่นคงต่อไป

‘บิ๊กแป๊ะ’ รับถูกทาบเป็น ‘ผช.รมว.กลาโหม’ จ่อลาออก ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557675

03 ก.ย. 2566

‘บิ๊กแป๊ะ’ รับถูกทาบเป็น ‘ผช.รมว.กลาโหม’ จ่อลาออก ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.

‘บิ๊กแป๊ะ’ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ปรึกษา ผู้ว่าฯ กทม. รับ ‘บิ๊กทิน’ สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ทาบเป็น ผู้ช่วย รมว.กลาโหม จ่อยื่นลาออก ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. 1-2 สัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2566 ‘บิ๊กแป๊ะ’ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้เชิญตนไปพูดคุยแล้ว โดยแจ้งให้ตนทราบว่า จะให้มาช่วยงานที่กระทรวงกลาโหม โดยให้มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยได้มอบหมายงานในบางส่วนให้แล้ว 

บิ๊กแป๊ะ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าที่ผู้ช่วย รมว.กลาโหมบิ๊กแป๊ะ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าที่ผู้ช่วย รมว.กลาโหม

ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล อาทิ การปรับวิธีการคัดเลือกทหารกองเกิน การปรับโครงสร้างกองทัพ การทำหน่วยทหารให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงมากขึ้นโดยหน่วยทหารใดที่มีโรงพยาบาลทหาร ก็ให้เปิดรับรักษาประชาชนเพิ่มมากขึ้น การใช้พื้นที่ของทางราชการทหารให้เป็นประโยชน์ทางด้านการเกษตรเพิ่มมากขึ้น และการทำกองทัพให้ทันสมัย เป็นต้น

ดร.สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหมดร.สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม

ปัจจุบันนี้ หน่วยทหารเราไม่ได้ไปรบกับใครแล้ว แต่ละประเทศก็ต่างทำมาหากินกัน ประเทศเพื่อนบ้านเราก็พูดกันรู้เรื่องหมด เราเป็นเพื่อนกันหมดแล้ว ทหารเราก็มาทำให้ประชาชนได้กินอิ่ม นอนอุ่นกัน

ทั้งนี้ ตนเตรียมที่จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.(นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์)  ในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้